240514-475 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ026.txt
เนื้อหาในไฟล์
และทุกอิริยาบถทุกกิจกรรมทุกขณะเราจะเป็นผู้ที่ระลึกรู้ตัวอยู่เสมอเราจะออกกายกรรมไปอย่างไรเราจะมีวจีกรรมไปอย่างไรตราบจนกระทั่งถึงแม้แต่ในจิตหรือในมโนของเรากำลังจะมีกรรมมีบทบาทในจิตตั้งแต่รับอารมณ์รับรู้สึกจนกระทั่งนึกคิดจนกระทั่งมีอารมณ์ร่วมไปดึงเงาแขกจอนไปดึงเอาผีไปดึงเอาความโลภเอาความโกรธเอาความหลงผิดอะไรมาปรุงแต่งจิตแล้วก็มีบทบาทมีกรรมมีการกระทำขึ้นทางทิศด้วยเรานักปฏิบัติทั้งหลาย เป็นผู้รู้ทั้งกายกรรมซึ่งมันก็มาแต่จิตเป็นตัวสั่งวจีกรรมก็มาแต่จิตเป็นตัวสั่งมโนกรรมเองโดยเฉพาะมันเกิดการกระทำอยู่ในจิตด้วยมันกระทำโดยการไปมุ่งมาดปรารถนาถ้าเกิดว่าปรารถนาดีโดยไม่เห็นแก่ตัวเป็นที่ตั้งไม่มีอะไรเป็นเรื่องของความเห็นแก่ตัวมันก็จะทำไปบริสุทธิ์ดีกว่าแต่ถ้าเกิดว่ามันมีเลือดแห่งความเห็นแก่ตัวยึดตัวเราเป็นใหญ่เอาแต่ตัวเราเป็นผู้ที่เห็นผู้ที่ชอบเราจะต้องการทำตามใจของตัวเองเป็นแรงอย่างนั้นมันก็จะมีเศษกิเลสหรือมีตัวบาปตัวกิเลสผสมเข้าไปเยอะเรา อ่านต้องพิจารณาหาความจริงเหล่านี้จริงๆแล้วแก้ไขปรับปรุงไม่เห็นกิเลสมันอยู่ในจิตกิเลสนั้นมันจะบันดาลให้กายกรรมเคลื่อนไหวแล้วกระทำออกมาแล้วการกระทำทางกายบริสุทธิ์หรือเปล่าเป็นไปอย่างที่จิตของเรานั้นน่ะมันมีตัวร้ายแฝงซ่อนให้ทำอย่างนั้นหรือเปล่าเพราะจีกรรมมันกันพฤติกรรมเหล่านี้พูดออกมาแม้จะแรงหรือแม้จะเบาก็ตามการพูดแรงการดุแรงๆจนกระทั่งใช้คำว่าดุนั้นว่าด่าก็ได้ผู้ที่ดุหรือผู้ที่ด่าออกมาหรือพูดแรงๆพูดแล้วฟังแล้วเสียงแทนแสบเจ็บผู้กระทบผู้รับกระทบและรู้สึกอย่างนั้นก็ตามผู้ดุหรือพูดด่านั้นท่านดุด่า กิเลสคือด้วยโทสะหรือด้วยโลภะหรือเปล่าเราก็จะต้องรู้ว่าท่านทำเพื่ออย่างนั้นท่านทำทุกท่านอย่างนั้นหรือเปล่าถึงแม้ว่าท่านจะดุด้วยกิเลสก็ตามแต่ท่านมีเจตนารมณ์หมายดีเหมือนพ่
อ่านต่อ
อแม่ลูกพ่อแม่ดูลูกด่าลูกนี้มีเจตนารมณ์จะให้ดีและท่านก็ด่าด้วยปัญญาดุด้วยปัญญาที่ท่านรู้ว่าต้องทำอย่างนี้อย่าทำอย่างนี้อย่างนี้เป็นต้นท่านดุท่านใดนั้นมันไม่ใช่เรื่องร้ายมันเป็นเรื่องที่ต้องทำให้ดีขึ้นเราจะต้องเข้าใจแม้แต่ยกตัวอย่างลูกพ่อแม่ลูกลูกจนกระทั่งผู้ที่สอนผู้ที่อบรมผู้ที่ช่วยเหลือโซฟาเป็นวจีกรรมออกมาแล้วเราก็จะต้องรู้วิธีกรรมของท่านว่าท่านหมายดีแม้ท่านจะมีกิเลสบ้างในการที่ว่าท่านปลอด ไม่ได้แต่ท่านก็รู้ดีคำดูคำด่าของท่านถูกต้องคำนึงคำว่าของท่านถูกต้องแล้วเราก็ต้องเคารพนับถือยิ่งผู้ที่ท่านดุท่านด่าออกมาแรงๆแล้วท่านก็ไม่ได้มีอารมณ์โกรธเลยจริงๆท่านรู้แต่ท่านต้องทำคำพูดอย่างนี้จึงจะมีผลจะต้องทำท่าทีอย่างนี้สำเนียงอย่างนี้จึงจะมีผลเราจะต้องเข้าใจให้ดีข้อสำคัญก็คือเราจะต้องพิจารณาของผู้อื่นก็ตามโดยเฉพาะของเราเราจะแสดงออกทางกายกรรมโดยวจีกรรมเราจะต้องรู้ถ้ามันเป็นไปเพื่ออารมณ์กินเลยผสมร่วงไม่เอาอย่างนั้นไม่เอาถ้าไม่มีกิเลสเลยเราก็จะต้องประมาณอีกด้วยเวลาจะควรจะตอนนี้จะพูดอย่างไรพูดแรงดีหรือว่าพูดไม่แรงพูดเบาหรือพูดแรงก็ต้องคำนวณพูดอย่างนี้จะต้องให้เป็นอย่างไรมัน ศิลปะในการพูดเพราะฉะนั้นผู้ที่รู้ดีผู้ที่เป็นสัตบุรุษเป็นปราชญ์ท่านจะพูดอย่างมีศิลปะพูดแล้วได้รับผลพูดแล้วมีประโยชน์มีคุณค่าพอสมเหมาะสมควรกับกาลเทศะฐานะธรรมแล้วมีประโยชน์จริงพระพุทธเจ้าจึงได้รับเมื่อเวลาอภัยพระราชกุมารวัตถุถามว่าท่านพูดแรงหรือเปล่าพูดรุนแรงหรือเปล่าพระพุทธเจ้าบอกเราพูดพูดรุนแรงเราพูดแล้วท่านก็อธิบายคำว่าพูดรุนแรงคือพูดทุจริตกล่าวทุจริตของใครๆก็ตามท่านเองท่านไม่ทุจริตและเหล่าพระพุทธเจ้าพูดไปใหญ่ท่านไม่มีทุจริตใครมีแต่สุจริตมีแต่กุศลแต่ท่านพูดไปนั้นท่านต้องกล่าวถึงเมื่อกล่าวถึงมันต้องกล่าวถึงทุจริตของคนอื่น ผู้ทุจริตของคนอื่นนั่นแหละแล้วจะว่าท่านไปว่าเอาว่าสิก็ว่าคนที่เขาทุจริตอยู่เขาไม่ดีอยู่ท่านต้องว่าเพราะฉะนั้นเมื่อท่านว่ามันก็แรงคราวทุจริตของผู้อื่นเมื่อใดมันแรงเมื่อนั้นพอจะบอกว่าพระจะต้องไม่ว่าเขาไม่มีในโลกของศาสนาพุทธพระของศาสนาพุทธต้องว่าคนผิดไม่ว่าไม่ได้ไม่ว่าไม่ใช่ถูกไม่ไหลไม่ใช่หลักพระพุทธเจ้าท่านยืนยันเลยว่าเราจะตระหนักเราจะตำหนิติเตียนภาษาบาลีวันนี้ค่ะคำวันนี้ก็หาในพระพุทธทาสท่านแปลว่าขนาดทางไปเรียนทำธรรมดาท่านแปลว่าคำตำหนิต้องกล่าวโทษหรือว่าเกิดเรียกว่ากล่าวโทษก็ได้ต้องกล่าวโทษต้องปราบแปลว่าขนาบเลย สนามแล้วขนาดอีกไม่มีหยุดเหมือนไม่เหมือนช่างไม่ไม่ให้เหมือนช่างปั้นหม้อเนี่ยจะไม่เกรงเหมือนช่างปั้นหม้อที่ทำด้วยดินเวลาปั้นดินนี่ก็ทุบเขานวดเขาตีช่างปั้นหม้อนี่ฉันนวดดินที่กำลังเหลวๆดินที่กำลังนิ้วเหนียวเนี่ยรีบปั้นรีบนวดแล้วท่านจะต้องรีบปั่นให้มันได้รูปในร่างให้มันได้ตามที่ต้องการฉันใดเพราะฉะนั้นเวลาคนเราทำกรรมกิริยาเนี่ยกำลังทำชั่วอยู่เดี๋ยวนี้ต้องรีบคว้าต้องรีบบอกอย่าทำชั่วหยุดเดี๋ยวนี้ปัจจุบันเดี๋ยวนี้มันก็ต้องเร็วและต้องแรงต้องไวไม่งั้นเดี๋ยวก็พลาดพลั้งเดี๋ยวก็ทำไปยาวนานต้องรีบบอกกันอย่างนี้เป็นต้นเพราะงั้นคำพูดบางทีมันเร็วมันแรงมันต้องรีบให้ ตัวสะดุ้งย้อนยุคอันนี้ไม่ดีแล้วนะลักษณะคำพูดสำเนียงเสียงอะไรต่างๆมันจึงมีสิ่งเหล่านี้ด้วยได้ก็ให้เข้าใจให้ดีไม่เช่นนั้นเราจะไปเพ่งโทษผู้ที่ดุด่าว่านั้นท่านเองท่านจะระมัดระวังตนเองว่าท่านจะดุด่าว่าโดยอารมณ์โกรธหรือไม่ด้วยอารมณ์โลกหรือไม่มันเป็นเรื่องของการเห็นแก่ตัวมันเป็นการหลงตัวหลงตนหรือไม่มันเป็นโมหะเป็นความหลงผิดหรือไม่อันนั้นเป็นสำคัญส่วนการแสดงออกในวันที่กรรมก็ดีกายกรรมก็ดีมโนกรรมก็ดีจึงจะต้องตรวจทานให้อย่าให้มันมีกิเลสอย่าให้มันมีโลภะโทสะโมหะเข้าไปเจือปนแล้วก็ต้องรู้กาลเทศะฐานะว่าเราจะแสดงกายกรรมอย่างนี้ออกไปในเวลานี้วจีกรรมจะแสดงออกไปอย่างนี้ในเวลานี้ เพราะเหมาะสมไหมบางทีบางคนเขาก็มีฐานะทางโลกทางโน้นทางนี้อะไรต่างๆนานาเราก็จำเป็นที่จะต้องดูส่วนผสมที่เราจะผสมแล้วจะกระทำกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมเหล่านั้นออกไปได้อย่างไรสูงสุดก็ที่มโนกรรมของเราเป็นตัวฉลาดเป็นตัวรู้เป็นตัวเข้าใจนี่แหละคือหลักการศึกษาเพราะฉะนั้นทุกอิริยาบถทุกเวลาที่เรามีกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมถ้ามันดีที่สุดท่านเรียกว่าสุจริตสุจริตก็คือดีที่สุดจริตกายจริตวาจาจริตมโนสุจริตสุจริตนั่นเองจริงๆถึงดีเป็นเจ้าหญิงที่ดีพรั่งพร้อมให้พอเหมาะพอสมทุกทีไปไม่ตายตัวเลยประกอบไปด้วยอะไรแวดล้อมหลายๆอย่างซึ่งเราจะต้องคำนึงคำนวณแล้วก็กระทำให้ เหมาะเจาะเราเรียกว่าสัมมาผู้ใดทำเป็นสัมมาแล้วตั้งแต่สัมมาทิฏฐิมีความเห็นที่ถูกต้องในกุศลอกุศลอันถูกต้องมีสัมมาวายามะมีสัมมาสติมีการพยายามแล้วก็มีการใช้สติสัมปชัญญะปัญญาทำงานอยู่ตลอดเวลาควบคุมและจะควบคุมสังกัปปะคือความนึกคิดดำริเริ่มได้แต่ควบคุมวจีได้จะควบคุมการงานทุกอย่างได้และเราก็จะทำได้เป็นสัมมาอาชีวะคือเราจะทำพอเหมาะไปตลอดเป็นส่วนมากเรียกว่าอาชีพตลอดชีวิตของเราวันหนึ่งคืนหนึ่งก็ตามเราจะทำแต่สิ่งที่เป็นกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมอันเป็นกุศลอันพอเหมาะพอสมอันดีแล้วสมควรแล้วได้มากเรียกว่าอาชีวะเพราะในอาชีพและในส่วนสัตว์ที่เรากระทำอยู่มากนั้น ไปเพื่อกุศลเป็นไปเพื่อสุจริตสิ่งนี้ก็ดับค่านิวรณ์ไปในตัวและพร้อมพร้อมกันนั้นเราก็ได้ประโยชน์ท่านได้ประโยชน์กับโลกและประโยชน์ของผู้อื่นไปพร้อมๆกันด้วยจึงเป็นการไม่เสียเวลาปฏิบัติธรรมด้วยซ้ำมาอริยมรรคองค์ 8 ปฏิบัติไปทันทีมีการรู้รอบมีสติปัฏฐานด้วยกายก็ดีเวทนาก็ดีจิตก็ดีความระลึกรู้เป็นธรรมารมณ์ต่างๆหรือเป็นธรรมะชั้นดีกุศลธรรมธรรมะชั้นไม่ดีอกุศลธรรมเราก็เรียนรู้ชัดเจนแล้วเราก็ทำในสิ่งที่เป็นกุศลเป็นสิ่งดีเป็นสิ่งถูกเป็นสิ่งต้องปรับปรุงมันดัดแปลงมันเพราะมันไม่ค่อยจะยอมหรอกจะทำดีนี่มันยากมันจะดื้อมันจะต้านมันจะฉุดเราต้องมีขันติมีความอดทนมีความฝืดมีความต่อสู้ มันเป็นกุศลให้มันเป็นส่วนดีที่ดีให้ได้เสมอๆให้มากๆพระพุทธเจ้าจึงตรัสว่าเราทำยังไม่ได้เพราะเราจะทำยังไม่มากเพราะฉะนั้นเราทำยังไม่มากพอเราจึงไม่แล่นไปเราจึงไม่เป็นไปจิตก็ไม่แล่นไปในกุศลไม่สำเร็จผลกายกรรมวจีกรรมก็ไม่แล่นไปในกุศลไม่สำเร็จผลเพราะเรายังทำไม่มากเราจะต้องรู้ให้ชัดแล้วก็ฝึกให้มากๆๆจึงจะเข้าคล่องทำได้แก่แล้วก็ตั้งมั่นไม่เว้าไม่แรงไม่บอกไม่พร่องทำได้ไปอย่างดีเต็มรูปเต็มเรื่องเต็มสภาพที่มันเป็นกุศลทั้งสิ้นหรือเป็นสุจริตทั้งสิ้นอันนี้เป็นระบบหรือเป็นความหมายง่ายๆจริงนะพวกเราว่าเราพากเพียรเราปฏิบัติกับพื้นที่เราปฏิบัติอะไรขอให้ กิริยาใครควบคุมอิริยาบถให้ควบคุมกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมของเราระลึกรู้ตลอดเวลานี่เรากำลังจะกินเราจะควบคุมการกินการประสานทางตาทางอะไรมาร่วมแล้วจะทำให้เราผสมจิตแล้วก็จะออกไปเป็นอิริยาบถต่างๆนั้นๆทันทีเพราะงั้นเราก็จะต้องควบคุมมันจึงจะงามพร้อมแล้วมันจะสนับสนุนส่งเสริมกันระหว่างกายวจีและจิตเข้าเป็นการปรับปรุงเพื่อไปสู่จุดที่สูงที่สุดบริบูรณ์ที่สุดแล้วเราจะได้เป็นผู้ประสบผลสำเร็จตามที่ศาสนามุ่งหมาย