580111_พ่อครูให้โอวาทประชุมชุมชน ราชธานีอโศก และเนื่องในวันเด็ก.doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
580111_โอวาท เนื่องในวันเด็ก ที่ราชธานีอโศก โ ดย พ่อครูโพธิรักษ์
พ่อครูว่า… วันนี้วันเสาร์ที่ 11 ม.ค. 2558 ปีนี้วันเด็กของไทยดูครึกครื้นมาก เพราะนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ ลงมาเล่นกับเด็กน ักเรียน ได้น้ำใจจากเด็กๆเป็นกระบุง เป็นนิมิตที่ดีมากที่ผู้ใหญ่ลงมา เพราะหลายอย่างเขาทำอย่างเสียไม่ได้ กับการทำอย่างมีน้ำใจก็ดูดีกว่ากัน อาตมาก็ดูตามภูมิอาตมา ก็ดูเข้าทีอยู่ สรุปคือสังคมไทยอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ เปลี่ยนผ่านความเลวร้ายไปบ้าง ก็หวังว่าจะดีขึ้นๆ แม้เด็กๆเราจะไม่ได้พบลุงตู่ ก็มาพบหลวงปู่โพธิรักษ์ก็พอได้นะ แม้จะน้อยกว่ากันนิดหนึ่งก็พอได้ ขอย้ำสำหรับเด็กๆทุกคนว่า ผู้ที่ได้มาอยู่ในที่นี้ ที่พูดนี้ไม่ได้พูดเอาดี หรือหลงตนว่าของเราดีหมู่นี้ดี ยกแต่ตน ก็ไม่ใช่นะ อาตมา นี่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องมนุษยชาติและสังคม ในสังคมใดที่ใครอยู่ร่วมหากเป็นสังคมไม่ดีก็นำ ต่ อไปไม่ดี อาตมา ย้ำว่า พวกเราได้มาอยู่ในที่นี้เป็นสังคมดี ปลอดภัย พวกเราคงรู้ว่าข้างนอกไม่ปลอดภัย เลวร้าย เละเทะ สังคมภายนอก แม้ในโรงเรียนต่างๆ ทั่วไป มันเละเทะ จัดจ้านด้วยกิเลสของคน ที่มากขึ้นๆ จนเด็กๆถูกครอบงำ ด้วยกระแสโลกจัดจ้าน เขาทนกระแสโลกไม่ได้ เป็นกระแสแรงแม่เหล็กสนามแม่เหล็ก ไม่ว่าเหล็กแท่งไหนตกลงไป แม่เหล็กก็จัดการ จับให้อยู่ในทิศทางที่แม่เหล็กต้องการ เสร็จสนามแม่เหล็กเลย มันแรงมาก พวกเราได้มาอยู่ในสนามแม่เหล็กชาวอโศก ไม่ใช่สนามแม่เหล็กโลกีย์ แต่เป็นสนามแม่เหล็กโลกุตระ ก็รู้อยู่นะให้พากเพียร แต่เช้าตื่นตีสี่ตีห้ามาฟังธรรม เอาใจใส่ในสิ่งดี ไม่น้อยเลย มากพอสมควร พวกเราอย่าเบื่อหน่ายในสิ่งที่ดี ให้พวกเราฝึกฝน ตั้งใจพากเพียร ฟัง อาตมา ดีๆ อาตมา เคยผ่านวัยเด็กเหมือนพวกเรา แต่ อาตมา ตอนเด็กๆไม่ขี้เกียจ เป็นคนเอาถ่าน แม้
อ่านต่อ
อายุแปดหรือเก้าขวบก็ทำงานอย่างกับผู้ใหญ่ แม่ส่งไปอยู่กับครอบครัวที่แม่เลือกแล้ว เขาเอาจริงเอาจัง ขยันเอาการเอางาน แล้วแถม อาตมาเรียกว่าพ่อใหญ่ (ตาหรือปู่) แกเป็นคนเข้ม ขยัน เอาการเอางาน ไม่ขี้เกียจ ละเอียดยิบ อาตมา ไปอยู่กับแกตอนเก้าขวบ อยู่ ป. 5 ในสมัยนี้ อาตมา ถูกใช้งานขนาดหนักเลย เหมือนคนโต ต้องทำงานบ้านเรือน นึ่งข้าวแต่เ ช้ า ที่นั่นเขาทำอาหารขายที่ โรงเรียน ถูกใช้งานทุกอย่าง เป็นลูกมือ แม่ครัว ตำน้ำพริก ขูดมะพร้าว ทำทุกอย่าง แล้วไม่ได้ทำแต่ครัว สวนครัวก็ต้องทำตักน้ำรดต้นไม้ แล้วไม่ได้มีสปริงเกอร์ด้วย แต่ตักน้ำจากบ่อ ใช้ไม้สาวตักน้ำ มะพร้าว 1 ลูก ไม่ได้ทุบให้เสียนะ แต่ว่าใช้เลื่อยให้โค้งงอ ไม่เสียหาย เอากะลามาใช้งานได้อีก ประหยัดขยัน แต่ตอนนั้นไม่ชอบใจ ไม่สบายใจตามประสาเด็ก ร้องไห้หนีกลับบ้าน แต่แม่ก็เอามาส่งคืนให้อยู่ต่ออีก อาบน้ำนี่ถูสบู่นี่ไม่ให้ถูทั้งก้อนนะ เห็นว่าเปลืองมาก ต้องเอาน้ำใส่มือแล้วเอาสบู่ไปถูที่มือ แล้วเอามือที่ติดสบู่ถูตัวอีกที วันๆทำงานทั้งวัน เหนื่อย เสร็จแล้วจับให้มาอ่านหนังสือต่อหน้าด้วย เราก็ง่วงสิ ทุกวันนี้นึกถึงบุญคุณพ่อใหญ่ ฝึกเราได้ดีมาก แล้วจากนั้นไม่เคยกลัวเลย งานอื่นด้อยไปหมดเลย วันหยุดไม่มีพัก เข้าป่าตัดฟืน ตัดไม้ไว้ทำคันกระบวย มัดไว้เป็นฟืน ไม้สดนะ แล้วเอาลงเรือไหลมอง กว่าจะเสร็จก็สามหรือสี่ทุ่ม แล้วก็ค่อยมานอน นอนนั้นก็กลัวเสือ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไรก็ต้องนอน วันอาทิตย์ก็กลับเข้าบ้าน ปลาที่หาได้ก็เอาเครือย่านางร้อยปลาที่ได้ มัดฟืน หาบมา เอาไม้มาทำคันกระบวย เลือกไม้ที่เนื้อเหนียว แบกหามมา พักกลางทางไม่รู้กี่ครั้ง ถูกฝึกหนัก เหมือนทหาร แต่เป็นสาระของชีวิต ซึ่งขยันแล้วทุกอย่างเป็นประโยชน์ ประหยัด ตอนเด็กไม่รู้หรอก คิดแต่ว่าแม่ทำไมส่งเรามาอยู่ทรมานอย่างนี้ แต่ก็สู้ จนอยู่สิ้นปี ก็บอกแม่ว่าไม่ไหวแล้ว ขนาดปีเดียวก็ได้อะไรติดตัวมา ทุกวันนี้ก็นึกถึงบุญคุณพ่อใหญ่ สร้างระบบระเบียบสร้างประโยชน์ให้มาก ที่พวกเราอยู่ที่นี่เจอไม่ถึงครึ่งของที่ อาตมา เจอมา ให้ตั้งใจทำไปเถอะ อย่าท้อ ไม่รู้อะไรก็เหนื่อยก็นอนพัก ตื่นมาก็ค่อยว่ากันใหม่ กำลังวังชายังดี มีแต่ใจที่ต้องเป็นนักสู้ ที่นี่ไม่ได้พาไปทำอะไรเสื่อมเสียไร้สาระหรอก ที่นี่ไม่แน่นอน พาเราทำสิ่งดีแน่ แม้ธรรมะก็ต้องฝึกฝนฟังธรรม พวกเราอยู่ตั้งแต่ประถมก็ดี หรือคนอยู่แต่มัธยมก็ดี ใครสู้ไม่ไหวก็ไม่ได้ทน แต่พวกเราที่อยู่กันนี่ อาตมา ว่าไม่หนักหนาหรอก อาตมา เจอมาหนักกว่าเยอะ แล้วเราจะเป็นเด็กที่ไม่เหมือนกับเด็กทั่วไป อาตมา ทำการทำงานทำหมด งานกุลีที่เขาบอกก็ทำหมดไม่กลัว อะไรเป็นประโยชน์คุณค่าก็ทำ ไม่ต้องขอตังค์แม่ใช้ หาเอง ตั้งแต่อายุ เก้าหรือสิบขวบ แม่ก็ใช้แต่เป็นเรื่องค่าเทอมค่าหนังสือ เป็นหลักๆ แต่เรื่องที่ใช้ส่วนตัวก็ไม่รบกวนแม่ อาตมา ไม่เคยซื้อของเล่นแม้ชิ้นเดียวในชีวิต เคยเล่นแต่ของเล่นตามธรรมชาติ หลังบ้านมีคนเขาทำกาบมะพร้าว เราก็หามาเล่น ไปหากาบมะพร้าวที่หงิกงอทำเป็นปืนยิงกัน ซ่อนหากัน เจอใครก็โป้งก่อนคนนั้นแพ้ตาย ต้องเสียปืนให้ เขาก็ต้องมีปืนอีกหลายอัน ใครช้าคนนั้นแพ้เสีย ถ้าใครเร็วจะได้ปืนกาบมะพร้าวมามาก ก็เล่นแค่นั้น นอกนั้นก็เล่นเม็ดมะขาม มะค่าแต้ แล้วก็มีซองยา เป็นปึกเลย เอาไว้เล่นตีหรือร่อน หรือทอด แต่ของเล่นที่ต้องไปซื้อจากร้านไม่เคยเลย ชีวิตเด็กทุกวันนี้ขออภัย คือชีวิตฉิบหาย สมัยโบราณไม่เสียหาย เล่นแต่ของธรรมชาติ เล่นเม็ดน้อยหน่า เม็ดมะขาม เมื่อเล่นได้เม็ดมะขามมามากๆ อาตมา คิดเอง เอามาแช่น้ำ แล้วเอาไปขาย ที่ตลาดวาริน แม้เม็ดมะค่าแต้ก็กินกรุบๆ ขายได้เหมือนกัน ต่อมามีคนเอาอย่างด้วย หลวงปู่คิดขายเป็นคนแรกๆเลย ของพวกนี้ เล่าอะไรสู่ฟังพวกเราจะได้รู้ว่าชีวิตเรามีคุณค่าไหม หากเราเอาแต่ไปเล่นก็ไร้สาระ การได้ฝึกฝนศึกษาก็น้อย แต่ถ้าเราได้ทำก็จะได้ ไปทำปุ๋ย ทำกสิกรรม ทำงานสาระก็จะดี ยิ่งทำได้ความรู้ ถามผู้ใหญ่หากใครสนใจก็จะได้ความรู้ทำเองเป็น ที่จะได้ใช้อาศัยในชีวิต ไม่ใช่เรื่องไร้สาระอย่างข้างนอก พาเล่นแต่เกมส์ นึกว่าเราจะได้รู้มากๆ แต่ไม่ได้เจริญเลย ทุกวันนี้ยากจริงๆที่จะพาเจริญ เขาหลอกเด็กให้เล่น แต่ถ้าจะเล่นต้องให้ผู้ใหญ่แนะนำ วันนี้พูดสาระให้พรแก่เด็ก ฟังไปก็เอาไปทำความเข้าใจ ใครเห็นดีเข้าใจก็ไปตั้งใจขยันหมั่นเพียรเอาใจใส่ เรื่องโรงขยะที่กำลังเป็นรูปเป็นร่างนี้ อาตมาก็เห็นว่าที่เรากำลังเตรียมที่ที่จะเป็นที่ตั้งของสขจ. (สถาบัน ขยะวิทยาด้วยหัวใจ) มีเรือ 7 ลำอยู่บนนั้น เป็น เฮือนเฮือ มี 8 ลำ ลำหนึ่งเป็น เรือตถตา อีก 7 ลำก็มีชื่อ เฮือนเขา เฮือนเฮา เฮือนเจ้า เฮือนโต๋ เฮือนเพิ่น เฮือหมู่ (ลำเล็กกว่าเพื่อนแต่เป็นเฮือหมู่ เป็นนัยแฝงที่อาตมาตั้งชื่อ ให้รู้ว่าหมูเราเล็กนัก) แล้วค่อยทำตามเหมาะสม จะให้เป็นร้านโชว์ของหรือขายของอย่างไร จะขอแรงศิลปินให้ปั้นหินเป็นฐานเรือ ที่ได้รองไว้กับแท่นปูนแล้ว ปั้นหินหุ้มแท่นปูนเลย เหมือนกับฐานพระพุทธโต ส่วนด้านหลังที่ถมที่ไปแล้ว จะเป็นโรงเรือนขยะวิทยา อันนี้ที่ทำ สขจ. ตอนนี้เป็นแค่ซ้อมมือ แต่ที่กำลังจะทำก็จะเป็นที่จริง แล้วจะมีหลังคาโรงเรือนเป็นโซล่าเซลล์ ราคาแปดล้านแปดแสนบาท สามารถผลิตไฟฟ้าเลี้ยงบ้านราชฯ ได้ยกเว้นโรงปุ๋ย ทำแล้วคุ้มค่านะ ให้ออกแบบกันเลย โรงเรือนจะเป็นที่พัก ที่ทำงาน เป็น office เป็นที่เก็บเงิน จะเป็นย่านของ สถาบันขยะวิทยาด้วยหัวใจ เลย เป็นอาคารที่คนเห็นแล้วแปลกหูแปลกตา เรื่องขยะจะเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ ทำให้ดี ข้างหน้าจะเป็นที่โชว์ ข้างหลังก็ทำให้ดีๆ อาตมาคิดแล้วก็อยากให้พวกเราเข้าใจแล้วทำให้ได้ ถ้าทำได้อย่างที่ท่านถักบุญว่ามีโซล่าเซลล์ด้วยยิ่งดี อยากจะแนะเรื่องอาชีวะ เรามีทั้งปวส. และปวช. เราจะเปิดแผนกเรือ อาชีวะสร้างเรือ เขามีหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการด้วย ท่านหินกลั่นเอาหลักสูตรมาให้อาตมา เราจะต่อเรือเอง เรือเหล็กเรือไม้ก็แล้วแต่ เราจะเป็นผู้มีความรู้ทางเรือ อโศกมีแม่น้ำมูนฟรี 1 สาย อย่างบ้านราชฯนี่บอกเลยว่า จะเป็นแหล่งในการสร้างระบบใหม่ ที่ไม่ได้ทำแบบโลกๆที่เอาเงินเป็นตัวตั้งเลย เราทำงานนี่ดูเหมือนไม่มีเงินเลย แต่ก็ทำไป อาตมาได้ให้ทฤษฎีงานไว้ 19 ข้อ พวกเราจะรังสรรค์ สร้างบ้านสร้างเมือง สังคม ไม่ว่ากิจการงานด้านไหนๆ ทางด้านเศรษฐกิจการเมือง ฐานย่อยๆต่างๆ มันเป็นการก่อเกิด สร้างขึ้นโดยหลักบุญนิยมทั้งสิ้น จึงเป็นเรื่องที่ให้พวกเราใส่ใจศึกษาหน่อย เป็นการเรียนรู้ด้วย สร้างไปในตัวด้วย โดยไม่มีแบบอย่างการสร้างสังคมไหนๆในยุคนี้ให้ดู แต่ก็เอามาจากที่พระพุทธเจ้าพาทำมาก่อน โดยมีหลักเกณฑ์ของสังคมที่มีศีลสามัญตา เป็นหมู่บ้านมีศีล เราทำมาก่อนแล้ว ทำแล้วเป็นแล้ว ก่อนที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่สังฆราชองค์นี้พูดด้วย แต่ก็ดีที่ท่านจะทำแบบนี้ เรามีศีล 5 กันทั้งหมู่บ้าน ศีลข้อ 1 ไม่ฆ่าสัตว์เราถึงขนาดไม่กินเนื้อสัตว์ด้วย มีสาธารณโภคีด้วย ในศีลข้อ 2 มันเฉลี่ยส่วนกลาง จะมีการสำรวม มีลักษณะลึกซึ้ง การให้ ให้ทั้งหมด การเอามาเป็นของตัวจะสะดุด ของกลางทุกคนมีสิทธิ์ให้ทั้งหมด แล้วเราจะเอามาเป็นของตัวนั้นจะมีสำนึกในจิตของคน ศีลข้อ 3 เราจึงเป็นอัตโนมัติเลย เรื่องกามเราก็สังวรกันดี เรื่องพูดปดนี่ เราต้องระวัง มันเป็นวิบากบาปจริงๆ ถ้าเราพูดไปจะเป็นวิบากบาปไปในทุกชาติไป แล้วในโลกเขาเห็นว่าเรื่องโกหก เป็นเรื่องปกติเลย ไม่เห็นมีอะไร แต่อาตมาว่าโกหกก็ไม่ถือว่าเป็นคนแล้ว เป็นพื้นฐานความเป็นคนนะ เราทำกันนี่เป็นการศึกษาแนวใหม่ของโลก อาตมาอยากจะเรียกว่า ปรากฏการณ์วิชชา ที่เขาเรียกว่าปรากฏการณ์วิทยา Phenomenology เพราะในการศึกษาของเราเป็นการสร้างคนที่สำคัญ ใครจะรู้สึกตัวเข้าใจ สร้างการศึกษาใหม่ จะได้มากหรือน้อยก็แล้วแต่ แต่ที่สำคัญให้ช่วยกันดูแลเด็กและน ักศึกษา ที่จะขึ้นมา เขาจะรับสืบทอดต่อไป เพราะพวกเราอยู่ไปก็จะมีแต่นับวันไปสู่ตาย ตายก็หมดไปกับเรา หากเราไม่ปลูกฝังลงไปก็สูญนะ จะเห็นได้ว่าอาตมาเอาการศึกษามัธยมมาให้พวกเราทำ ก็ให้ปลูกฝังสิ่งดีเข้าไป จะได้มากหรือน้อยก็แล้วแต่ แล้วจะมาสืบสานต่อไปเอง แต่ถ้าไม่มีการสืบต่อ ไม่เท่าไหร่ ผู้ใหญ่ที่จะมาเสริมก็ไม่กี่คนเลย แล้วที่ออกไปก็มีเหมือนกัน ถ้าไม่เอาใจใส่ให้สืบทอดก็ไม่นานก็หมด นี่ก็ขอย้ำ สำทับให้รู้ความสำคัญ ให้เอาใจใส่ดูแลให้เขาเป็นคนดีจริง ถ้าเราสามารถให้ทรัพย์แท้ติดตัวเขาไป ได้มากเท่าไหร่ก็เป็นเนื้อแท้ หากได้น้อยก็ถูกทางโน้นล้างไม่เหลือ เราก็ต้องทำเผื่อไว้ด้วย จะด้วยวิธีใด ไม่มีหลักตายตัว ก็ย้ำอย่างนี้ก็คงพอเข้าใจ มาถึงวันนี้ จะเห็นว่า การเกิดของอโศก จะเห็นได้ว่า คนข้างนอกทยอยเชื่อมเข้ามา เป็นผลสำเร็จแล้วแม้น้อย เพราะมันยากที่จะเกิดโลกุตระ แต่มันเกิดได้แล้วเชื่อมเข้ามา มาถึงปีนี้มีหลักฐานเกิดขึ้นจริง เช่น อุทยานบุญนิยม คนมาอุดหนุนร่วมมือ อุ่นหนาฝาครั่ง เจริญขึ้น สถานที่ต้องเพิ่ม แต่คนก็ยังไม่ค่อยเพิ่มนะ แนวของพวกเรานี่มั่นคงอยู่แล้ว มา 40 กว่าปีแล้ว ก็ลงตัว เข้าฝักไปเรื่อยๆ ไม่วูบวาบอย่างทุนนิยมโลกีย์ ที่เป็นเรื่องอวดอ้างใช้จำนวนใหญ่มาโชว์ แต่เรามีแต่น้อย มาหาน้อย การพัฒนาไปสู่น้อย ต่า งกับการพัฒนาไปใหญ่ที่มันก็เห็นได้ง่าย แต่เราไปหาสูญที่ไม่มีตัวตน แต่เห็นได้มากขึ้นนะ ต้องเห็นคุณค่าในสิ่งเจริญนี้ให้ดี แล้วช่วยกันให้มาก ก็ขอบคุณทุกคนที่มามุ่งมั่นประโยชน์ตนแล้วก็ได้เกิดประโยชน์ท่านอย่างที่เห็น … จบ