สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน สมาธินอกรีต กับ อริโยสัมมาสมาธิ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข23 มกราคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน สมาธินอกรีต กับ อริโยสัมมาสมาธิ ยิ่งพวกนั่งหลับตาหมดทางเลย ปิดตาไม่พอนั่งสะกดจิตเข้าไปอย่าไปรับรู้อะไร แม้แต่ในอานาปานสติ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าคุณเหลือแต่ภายนอกเป็นลมหายใจ เพียงเท่านั้น ถ้าหากไม่มีอันนี้ไปอยู่ข้างในหมดเลยก็ศึกษารูปนามไม่ได้ ไม่มีธรรมะ 2 การนั่งหลับตาโดยไม่มีภายนอกเลย อานาปานสติที่ยังเหลือแค่ลมหายใจ ก็จะต้องรู้ตัวทั่วพร้อมขณะมีลมหายใจ ถ้ามันหรี่ลงไปรับรู้แต่ลมหายใจแคบๆ เขาก็จะฝึกอย่างนั้น อย่าไปนึกคิดอะไร แล้วไปอธิบายว่าลมหายใจอ่อน เบา แรง เป็นมโนมยอัตตา ก็เล่นลมหายใจที่เป็นข้างใน ซึ่งพระพุทธเจ้าไม่ได้สอนแบบนี้ บอกว่าลมเข้าออก ขยายได้เป็นนิมิต ไปไกลใกล้ได้ ฟุ้งซ่านปรุงแต่งไป การนั่งหลับตาสะกดจิตที่ทั่วไปบอกว่าเป็นการสร้างสมาธิ ในศาสนาพุทธก็ตาม ไปนั่งหลับตาสะกดจิตไม่ใช่วิธีปฏิบัติธรรมของศาสนาพุทธ ไม่ใช่วิธีสร้างสมาธิ นั่งหลับตาสะกดจิตไม่ใช่วิธีสร้างสมาธิ มันเป็นสมาธินอกรีตของเดียรถีย์ทั้งหมด พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมา เขาก็สอนกันว่าจะต้องเข้าป่านี่ก็ผิดแล้ว ไปนั่งหลับตาสะกดจิตก็ผิดอีก ซึ่งเป็นเดียรถีย์หมดเลย เป็นเรื่องนอกรีตหมดเลย พระพุทธเจ้าจะทำอย่างไร ก็เขาเข้าใจอย่างนี้ไปหมดว่าเป็นสมาธิ ท่านก็สอน สมาธิแบบนั้นท่านก็ไม่ปฏิเสธ เป็นสมาธิสะกดจิต มันก็เป็นหนึ่งได้ เป็นเอกธรรม แต่ไม่เป็นเอกัคคตาจิต ไม่ใช่เป็นหนึ่งที่ยิ่งใหญ่แบบพุทธ แต่มันเป็นเอกจิต เป็นเคหสิตอุเบกขา ฝึกฝนกันเขาก็ทำได้มากมาย มีอาฬารดาบส อุทกดาบส เป็นอาจารย์ใหญ่ในป่า พระพุทธเจ้าก็ไปตามหาอาจารย์ใหญ่ในป่านี้ ก็มีแค่นี้ ท่านก็ไปฝึกตาม ท่านก็บอกว่าอันนี้ไม่ใช่ทางไปสู่ความพ้นทุกข์ ไม่ใช่ทางที่ถูกต้องเลย นั่งหลับตาสะกดจิตจนได้อรูปฌาน 7 8 มันไม่ใช่ ผู้รู้ที่ดีแปลพ

อ่านต่อ

ระไตรปิฎกก็เรียบเรียงเอาไว้ใน พรหมชาลสูตร การนั่งหลับตาจะได้อดีต 18 กับอนาคตอีก 44 มีแค่นี้แหละเป็นมิจฉาทิฏฐิ 62 นี่คือการทำเจโตสมาธิได้แค่นี้ ก็อย่าไปทำ สมาธิของพระพุทธเจ้าเป็นสัมมาสมาธิ เรียกว่า อริโยสัมมาสมาธิ ในพระไตรปิฎกเล่ม 14 มหาจัตตารีสกสูตร พระสูตรนี้รวบรวมไว้ชัดว่าสัมมาสมาธิของพระอริยะเป็นอย่างนี้มีอะไรเป็นเหตุ สอุปนิโส เป็นองค์ประกอบที่ให้เกิดสัมมาสมาธิ คือการปฏิบัติ มรรค 7 องค์ ปฏิบัติหลับตาสะกดจิตจะเกิดสัมมาสมาธิ มันไม่ใช่ อาตมามาแก้ไขนี้จนตาย ก็จะแก้ไขได้ประมาณหนึ่ง มีคนเข้าใจได้จำนวนน้อย แต่ก็จะได้สืบสานศาสนาพุทธไปถึง 5000 ปี ไม่เช่นนั้นเขาก็จะถืออย่างนั้น ถ้าจะพูดอจินไตยคือพวกนั้นเป็นเดียรถีย์มานาน มารับโพธิรักษ์ไม่ได้หรอก หาว่าอาตมามีอาจารย์ที่ไหน สำนักไหน อาตมาก็บอกว่าเป็นสยังอภิญญา เพราะว่าไม่มีสำนักที่เป็นสัมมาทิฏฐิทั้งเถรสมาคมนั่นแหละ พูดหนักๆ แต่อย่าเพ่งโทษอาตมาเลย เอาไปไตร่ตรอง แล้วเอาคำสอนที่อาตมาสอนกับคำสอนของเถรสมาคมมาเทียบกันดีๆ แม้แต่พระสูตรที่ 1 พรหมชาลสูตร พูดถึงทิฏฐิที่ผิดมีเท่านี้ ก็ตกในชาละคือข่ายแหที่เขาออกไม่ได้ อาตมาเอามาประกาศให้พวกคุณ พวกคุณก็ทำได้ ในพรหมชาลสูตรก็บอกไว้ ชัดเจนว่าทำแบบนั้นมันผิด ก็จะให้ทำอย่างไร ก็ทำอย่างสามัญผลสูตร ปฏิบัติอย่างไร มีศีลอันเป็นอาริยะ สำรวมอินทรีย์อันเป็นอาริยะ มีสติสัมปชัญญะอันเป็นอาริยะสันโดษอันเป็นอาริยะ ไปอ่านให้ดี สามัญญผลสูตร มีแต่การลืมตาปฏิบัติทั้งนั้นด้วยไตรสิกขา มีผัสสะเป็นปัจจัย พระพุทธเจ้าไล่เรียงถึงการเกิดเป็นสมณะจะมีผลแห่งการปฏิบัติอย่างไร พูดให้ พระเจ้าอชาตศัตรูฟัง ที่ท่านฟังแล้วก็ขอถือธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นธรรมนูญของชีวิต พระพุทธเจ้าก็ตรัสว่า ถ้าหากมีข้าราชบริพารของพระเจ้าอชาตศัตรูที่รับใช้ใกล้ชิดพระองค์ ซึ่งเป็นผู้ที่พระองค์ท่านขาดคนนี้ไปก็จะลำบาก เป็นข้าราชบริพารใกล้ชิดตื่นก่อน นอนทีหลัง เป็นข้าราชบริพารที่เหมือนเป็นทหารเอก เหมือนนางสนองพระโอษฐ์ แล้วถ้าเขาเกิดความศรัทธาในธรรมะพระพุทธเจ้ามาเอาหลักธรรมนูญ ศีล สมาธิ ปัญญา มาเป็นหลักของชีวิต แม้แต่ในสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ถ้าหากคนของพระองค์มาเข้ารีตของพระพุทธเจ้า ขอมาบวช มาเข้ารีต ท่านจะปล่อยให้มาไหม ถามพระเจ้าอชาตศัตรู พระเจ้าอชาตศัตรูก็บอกว่าต้องสนับสนุนเลย ท่านเข้าใจว่าเป็นสัมมาทิฏฐิแล้วเป็นสิ่งที่เลิศยอด พระเจ้าอชาตศัตรูมีอนันตริยกรรม เข้าใจธรรมะพระพุทธเจ้าไม่ได้ แต่ก็เข้าใจว่าเป็นสิ่งสูงสุด พระพุทธเจ้ามีบารมีมาก พระพุทธเจ้าปกครองคนในรัฐของตนเองได้ยิ่งกว่าแคว้นใดๆที่มีในแผ่นดิน พระพุทธเจ้าก็เอาธรรมนูญเอากฎหมายของท่านเอาจารีตของท่าน จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล นี่คือเป็นธรรมนูญหลักของพระพุทธเจ้า จุลศีลเป็นบัญญัติที่ขัดเกลากิเลสเพื่อให้บรรลุธรรม มัชฌิมศีล ก็สูงขึ้นจากจุลศีล จุลศีล มัชฌิมศีลเอาใช้ปฏิบัติเพื่อบรรลุธรรม ศีลไม่ใช่พระวินัย ไม่มีโทษ แต่มหาศีล เป็นศีลของศาสนา แต่ทุกวันนี้เขาก็หาว่าศีลของพระภิกษุมี 227 ข้อซึ่งเป็นแค่วินัยไม่ใช่ศีล ยังดีมีพระไตรปิฎกได้บัญญัติไว้ แค่นี้ก็เป็นเครื่องชี้บอกว่าศาสนาพุทธไม่มีแล้วแม้แต่ศีลก็ไม่มี แม้แต่มาบวชเป็นภิกษุก็ได้แค่ศีล 10 เป็นศีลเณร อยู่ในจุลศีล ซึ่งที่จริงมี 26 ข้อ มัชฌิมศีล 10 มหาศีล 7 แม้แต่สมาธิก็ไปเป็นสมาธิเดียรถีย์ เป็นสมาธิสะกดจิตหลับตาไม่มีสัมมาสมาธิ ปัญญาไม่ต้องพูดเลย เพราะปัญญาจะเกิดจากการปฏิบัติศีลไปตามลำดับ ศีล 5 ปฏิบัติศีลข้อ 1 จะมีปัญญารู้ว่าชีวิตคุณอยู่ในโลกสัมผัสกับสัตว์ทั้งหลาย คุณเกิดอกุศลอย่างไร เกิดกิเลสอย่างไร ไม่เกิดกิเลสอย่างไร เกิดราคะอย่างไร เกิดโทสะอย่างไร เกิดโลภะอย่างไร โมหะมันอยู่ตรงนั้น แต่เขาไม่ได้ปฏิบัติการสัมผัสกับสัตว์ ศีลข้อที่ 2 คือสัมผัสกับข้าวของที่ไม่ใช่ของของเราก็อย่าไปเอามา อย่าไปทุจริตหรือถือวิสาสะเอามา ศีลข้อที่ 3 เป็นการสัมผัสที่เกิดราคะ ก็เข้ามาสู่การพิจารณากิเลสกามคุณ 5 หนึ่งของรวมทั้งพีชะด้วย ส่วนสัตว์คือจิตนิยาม ก็เรียนรู้อันนี้เกิดจากผัสสะแล้วล้างกิเลส คุณหลับตาไม่ได้สัมผัสกับสัตว์กับของก็ปฏิบัติไม่ได้ ไม่เกิดความสุขความทุกข์ที่เป็นเวทนา ก็ไม่เรียนรู้เวทนา ที่เป็นกรรมฐานของศาสนาพุทธกรรมฐานเดียว ฐานแห่งการปฏิบัติศาสนาพุทธคือเวทนา การออกนอกรีต ไปปฏิบัติตามเดียรถีย์ ตามกสิณ 40 ของพระพุทธโฆษาจารย์ ก็เป็นการสะกดจิตสมาธิ แล้วเอาอันนั้นเป็นเหตุปัจจัย เหมือนอาตมาเรียนสะกดจิต หลับตา เอามือคุณ เพ่งที่มือ เดี๋ยวนิ้วจะกางออก ดึงไว้นะ ก็ต่อสู้กัน ให้คุณนิ่งให้ได้คุมให้นิ่ง เสร็จเลยถูกสะกดจิตสำเร็จ อาตมาเรียนสะกดจิตมา เรื่องของ การศึกษาธรรมะพระพุทธเจ้า อาตมาเกิดมาในปางนี้เมื่อยมาก เมื่อยจนเปรยออกไป ซึ่งอาตมาก็จะยังไม่หยุดหรอก บ่นไปอย่างนั้นแหละ เหมือนพ่อแม่บ่นลูก

610122_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ไตรสิกขาที่พาขยายอายุขัย

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน