สื่อธรรมะพ่อครู(พิธีกรรม) ตอน สวดมนต์มีกี่แบบ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.71 KB
วันที่แก้ไข25 มกราคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(พิธีกรรม) ตอน สวดมนต์มีกี่แบบ ผู้ใดที่เรียนรู้ธรรมะพระพุทธเจ้าแล้วไม่รู้อาการ ลิงค นิมิต อุเทศคือสิ่งที่ยกขึ้นมาแสดงอธิบายให้ฟัง อย่างเช่นที่อาตมาพูดนี้ การขยายความให้ฟังท่านเรียกสังสาธยาย สังสาธยายนี่ก็คือ อธิบายให้สำเร็จประโยชน์นั้นๆ หรือที่เรียกภาษาทับศัพท์ว่า สวด อาตมากำลังสวดแต่ต้องสวดคนเดียว ธรรมะพระพุทธเจ้านำสวดพร้อมกัน 2 คนในที่สาธารณะให้ใครต่อใครฟัง อนุปสัมบัน ให้สาธารณชนได้ยินเป็นอาบัติปาจิตตีย์ สวดพร้อมกันในที่สาธารณะเผยแพร่ไปก็อาบัติทุกคำสวด พระภิกษุเอาธรรมบท คือคำสอนของพระพุทธเจ้าเอาไปสวดพร้อมกัน ตั้งแต่ 2 คนต่อหน้าประชาชน เป็นการสวดท่องบ่นติดปาก จะเป็นธรรมบท เช่น กุสลาธัมมา อกุสลาธัมมา เป็นอภิธรรม ไปสวดที่ไหนก็เป็นอาบัติทุกคำ ขออภัยที่พูดความจริง เลิกเสียทีเถอะ พระพุทธเจ้าตั้งระเบียบตั้งวินัยไว้เพราะศาสนาพุทธไม่ใช่ศาสนาท่องบ่นเหมือนเดียรถีย์ ให้เลิกเสีย ถ้าจะสวดก็เป็นการสาธยาย ให้เข้าใจชัดเจนในเรื่องนั้นเรื่องนั้น อย่าเอามาสวดพร้อมกัน ท่านได้ตั้งระเบียบเอาไว้ หากไปสวดพร้อมกันมันจะกลายเป็นไสยศาสตร์ หรือกลายเป็นสวดให้เก่ง อวดอ้างกัน ให้ยิ่งใหญ่ เป็นเรื่อง Magical ให้ได้ตามที่ปรารถนา ขอยืนยันว่าไม่มี อาตมาก็ขอใช้โอกาสนี้อธิบายความรู้ สวดนี่ ถ้าสวดอันหนึ่งเรียกว่าสวด สรภัญญะ

ภัญญะคือลักษณะ ความเป็น ออกเสียงมา ความเป็นแห่งการกล่าวย่อมออกเสียง การสวดสรภัญญะ ก็ต้องใช้เสียงสระอันพอเหมาะ คือ สระมันมีเสียง อะ อา อิ อี อุ อู โอะ โอ ให้เสียงอันพอเหมาะ ไม่ใช่ลากเสียงยาว สระ เช่น อาก็ต้องอา แต่นี่ อาาาาาาาาาาา ไปถึงไหนกัน สระ อิ ก็อ่าน อิ สระอีก็อ่าน อี อุก็อุ อูก็พอสมควร มันไม่ดังไม่มากไม่ยาวเยิ่นเย้อหรอก เอ โอ ก็ยาวหน่อย ไปสวดเสียงสระอันพอเ

อ่านต่อ

หมาะ ต้องเข้าใจ แต่ถ้าไปลากเสียงอันยาวท่านปรับอาบัติเลย ทุกกฏ ทุกวันนี้ นามัวตัสสะะะะ เป็นอาบัติทุกคำ นั่นคือสวดสรภัญญะ

ต่อมาสวดสังคหะ คือการสวดอย่างย่อ การช่วยเหลือ การได้ สังคหะคืออันย่อเข้าแล้ว แต่เขาก็สวดกันยาวๆ ยานคางไป เป็นความผิดเพี้ยนไปไกลจากศาสนาพุทธ สวดสังคหะคือการเติมให้ช่วยเหลือ ทำให้พอเหมาะพอดี เป็นการได้ซึ่งท่านก็แปลตามบาลี หมายความว่าอันนั้นแหละ อันใด คำว่า นะโม เป็นต้น ก็คำว่านะโมก็อย่าสวด นาาาามัว…. ไม่ใช่ คำว่านะโมก็คือย่อมาแล้ว สังเขปเข้ามาแล้ว สวดสังคหะหมายถึงเช่นนั้น แต่ทุกวันนี้สวดสังคหะ เป็นอย่างไร บางที เอิงเอยโหยหวนไปใหญ่ เหมือนกับประชดแดกดัน สวดยืดไป เป็นการบอกความจริงว่าไม่เข้าใจศาสนา กลับตาลปัตรไปหมด ที่ถูกเป็นผิด ที่ผิดเป็นถูก ให้สั้นดันยาว แต่ให้ยาวดันสั้น

การสวดสังคีติ ..เป็นข้อศึกษา ต่างจากการสวดสังคายนา แม้แต่พจนานุกรมก็แปลว่าสวดพร้อมกัน เป็นหมู่ เหมือนสวดสังคายนา สวดสังคีติคือสวดเป็นหมู่ แต่สวดสังคายนาคือสวดรูปเดียว อย่างลงปาติโมกข์ก็สวดคนเดียว หมู่ก็คอยตรวจสอบ ให้ว่าผิดหรือถูก ถ้าคนสวดคนเดียวนี้ สวดผิด คนถูกก็ท้วงหรือมีใครท้วงมาว่า ผิด ก็ตรวจสอบกันหรือของคนท้วงผิด หมู่ต้องช่วยกันจำ แต่ก่อนไม่มีบันทึกก็ต้องจำไว้ หมู่ส่วนใหญ่ถือว่าอย่างนี้ถูก ก็ต้องเอาตามส่วนใหญ่ เยภุยสิกา หรือท้วงมาคนเดียวแต่หมู่เขาถูกหมดคุณก็หน้าแหกคนเดียว

สังคีติท่านจะสวดเป็นหมู่ โดยไม่สวดให้ฆราวาสได้ยิน ไม่สวดในที่สาธารณะ สวดมนต์ท่องสูตรคูณอาขยานไปด้วยกันได้ สวดในที่ลับตาลับหู ไม่ให้ฆราวาสไม่ให้ใครได้ยินมีแต่พระภิกษุต้องรักษาคำสวดคำสอนเอาไว้ ตามธรรมบทของพระพุทธเจ้า ส่วนประณามคาถาคือคำที่คนรุ่นใหม่แต่ง ยกตัวอย่าง ยะถาสัพพี ยะถาสัพพี ผู้รู้สมัยโบราณก็สวดถูกต้อง ยะถาวาริวะหาปูราปะริปูเรนติสาคะรังเอวะเมวะอิโตทินนัง... คุณสวดคนเดียวถูกแล้วแม้จะสวดต่อหน้าสาธารณะก็ไม่ผิด แต่ถ้า สัพพีติโยวิวัชชันตุฯ นี้สวดพร้อมกันเป็นหมู่ได้ เพราะว่าเป็นคำสวดที่คนรุ่นใหม่แต่งขึ้น เอาของพระพุทธเจ้ามาปะหน้าไว้ แต่ถ้าสวดพร้อมกันต่อหน้าประชาชน ตั้งแต่ ยะถาวาริวะหาฯก็ผิดแน่ แต่ถ้าตั้งแต่ สัพพีติโยฯก็ได้ แต่ถ้าสวดยานคางก็ผิดอีก สังคีติ คือสวดเพื่อจดจำ ไม่ใช่สวดเพื่อการอวดอ้าง เดี๋ยวนี้เขาสวดมนต์กันเป็นล้านเที่ยวเพื่อให้เกิดบันดาลอะไรได้ เป็นเรื่องฉิบหายผิดเพี้ยนไปหมด สังคายนานี้ ต้องสวดคนเดียว ไม่ใช่สวดหลายคนที่เป็นสังคีติ สวดสังคีติ สวดเพื่อท่องจำไว้ ไม่ใช่สวดต่อหน้าอนุปสัมบัน ไม่ได้ นี่แค่สวดประณามคาถา ก็เข้าใจไม่ได้ อีกคำคือสวดสังสาธยาย คือ เอามาอธิบาย ก็ต้องคนเดียว อธิบายพร้อมกันสองคนจะไปได้อย่างไร อธิบายพร้อมกันต่างคนต่างจำมา มันเป็นคำแต่งขึ้นใหม่ เอาคำของพระพุทธเจ้ามาสวดพร้อมกันตรงกันเป๊ะๆเลยนี่ไม่ได้ ต่อหน้าฆราวาส แต่ถ้าสังสาธยายอย่างอาตมากำลังทำตอนนี้ก็ได้ สังวัธยาย อีกคำหนึ่ง จะท่องบ่นดังๆ เพื่อให้เข้าหูตนอีกทีหนึ่ง ก็ต้องคนเดียวนั่นแหละ จะได้จำได้ จะได้เสริมความจำ ท่องไปแล้วมันก็สะท้อนมาเข้าตัวเอง แต่เสียงมันเร็วๆนะ ท่องติดปากมันก็ได้ยินที่หูเลย

สรุปก็คือการสวดท่องทุกวันนี้มันผิดเพี้ยนไปจนไม่รู้เรื่องแล้ว การสวดพร้อมกันนั้น อาบัติทั้งนั้น ต่อหน้าฆราวาส ต่อหน้าอนุปสัมบัน การสวดทุกวันนี้เป็นการสวดมนต์ด้วยสวดทำอะไรก็แล้วแต่ นอกจากสวดประณามคาถา คือคำที่แต่งขึ้นใหม่ แม้แต่ พุทธังสะระณังคัจฉามิ ธัมมังสะระณังคัจฉามิ ก็เป็นคำที่แต่งขึ้นมา สวดมหาการุณิโกนาโถ สวดพาหุง สวดเจ็ดตำนานสิบสองตำนาน อาตมาไม่ได้ทำอย่างเขาเลย ได้แค่พาหุง กับมหากาฯ และภวตุสัพฯก็ดีแล้ว เราก็เลยใช้ของเราแค่นี้เป็นประณามคาถามาตั้งแต่ต้น การสวดประณามคาถาก็มีแค่นั้นของเรา สัพพีติโยฯ เขาถือว่าเป็นคำให้พร เป็นของพระพุทธเจ้า สวดสองคนพร้อมกันก็อาบัติ ส่วนสัพพีติโย เป็นคำประณามคาถาก็ท่องพร้อมกันได้ เขาก็ทำได้ถูกอยู่ นี่คือการขยายความเรื่องสวดมนต์

610124_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ การสวดมนต์มีกี่แบบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน