โฮมแฮงกันซัดหอกเพื่อฆ่าโจรทำลายศาสนา.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข12 พฤศจิกายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

โฮมแฮงกันซัดหอกเพื่อฆ่าโจรทำลายศาสนา _ล. 16 3. ปุตตมังสสูตร [๒๔๔] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็วิญญาณาหารจะพึงเห็นได้อย่างไร เหมือนอย่างว่า พวกเจ้าหน้าที่จับโจรผู้กระทำผิดได้แล้วแสดงแก่พระราชาว่า ขอเดชะด้วยโจรผู้นี้กระทำผิด ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทจงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้ลงโทษโจรผู้นี้ตามที่ทรงเห็นสมควรเถิด พ่อครูว่า... โจร ผู้ทำลายศาสนาคือใคร คือพวกนั่งหลับตาปฏิบัติออกนอกรีตศาสนาพุทธไม่มีทางบรรลุเลย ก็คือโจรปล้นศาสนาตามที่พระพุทธเจ้าตรัสว่าไว้ _จึงมีพระกระแสรับสั่งอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญไปเถอะพ่อ จงประหารมันเสียด้วยหอกร้อยเล่มในเวลาเช้านี้ เจ้าหน้าที่เหล่านั้นก็ช่วยประหารนักโทษคนนั้นด้วยหอกร้อยเล่มในเวลาเช้า ต่อมาเป็นเวลาเที่ยงวันพระราชาทรงซักถามเจ้าหน้าที่เหล่านั้นอย่างนี้ว่า พ่อครูว่า...เจ้าหน้าที่ที่รับคำสั่งพระราชาคือใครคืออาตมา โพธิรักษ์ มีท่านเดินดิน ถือหอกไปช่วยอาตมาด้วย อาตมาหมดแรงท่านก็ช่วยแทง ท่านฟ้าไท ท่านถักบุญ ท่านด่วนดี สม.กล้าข้ามฝัน สม.รินฟ้า นั่นแหละช่วยกันถือหอกแทง _ท่านผู้เจริญ เจ้านักโทษคนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง เขาพากันกราบทูลว่า ขอเดชะ เขายังมีชีวิตอยู่ตามเดิม จึงมีพระกระแสรับสั่งอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ ไปเถอะพ่อ จงช่วยกันประหารมันเสียด้วยหอกร้อยเล่มในเวลาเที่ยงวัน เจ้าหน้าที่เหล่านั้นก็ประหารนักโทษคนนั้นเสียด้วยหอกร้อยเล่มในเวลาเที่ยงวัน พ่อครูว่า...แทงจนหอกหักจนเมื่อยก็มาพัก _ต่อมาเป็นเวลาเย็น พระราชาทรงซักถามเจ้าหน้าที่เหล่านั้นอีกอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ เจ้านักโทษคนนั้นเป็นอย่างไรบ้าง พ่อครูว่า...อาตมานี่แหละ เป็นเจ้าหน้าที่ _เขาพากันกราบทูลว่า ขอเดชะ เขายังมีชีวิตอยู่ตามเดิม จึงมีพระกระแสรับสั่งอย่างนี้ว่า ท่านผู้เจริญ ไปเถอะพ่อ จงประหารมัน

อ่านต่อ

เสียด้วยหอกร้อยเล่มในเวลาเย็น เจ้าหน้าที่( พ่อครูว่า...ก็คืออาตมานี่แหละ) คนนั้นก็ประหารนักโทษคนนั้นด้วยหอกร้อยเล่มในเวลาเย็น พ่อครูว่า...จบนิทานค้างไว้เท่านี้แล้วท่านก็ถามต่อ _ภิกษุทั้งหลายเธอทั้งหลายยังเข้าใจความข้อนั้นเป็นไฉน คือว่าเมื่อเขากำลังถูกประหารด้วยหอกร้อยเล่มตลอดวันอยู่นั้น จะพึงได้เสวยแต่ทุกข์โทมนัสซึ่งมีการประหาร นั้นเป็นเหตุเท่านั้น มิใช่หรือ ภิกษุทั้งหลาย เมื่อเขากำลังถูกประหารอยู่ด้วยหอกแม้เล่มเดียว ก็พึงเสวยความทุกข์โทมนัสซึ่งมีการประหารนั้นเป็นเหตุ แต่จะกล่าวไปไยถึงเมื่อเขากำลังถูกประหารอยู่ด้วยหอกสามร้อยเล่มเล่า ข้อนี้ฉันใด เรากล่าวว่า จะพึงเห็นวิญญาณาหารฉันนั้นเหมือนกัน เมื่ออริยสาวกกำหนดรู้วิญญาณาหารได้แล้วก็เป็นอันกำหนดรู้นามรูปได้แล้ว เมื่ออริยสาวกมากำหนดรู้นามรูปได้แล้ว เรากล่าวว่า ไม่มีสิ่งใดที่อริยสาวกจะพึงทำให้ยิ่งขึ้นไปกว่านี้อีกแล้ว ฯ พ่อครูว่า...จะเรียนรู้วิญญาณาหารต้องเรียนรู้นามรูป ก็เรียนรู้แยกรูป 28 นาม 5 มาศึกษาวิญญาณาหาร ศึกษาวิญญาณที่เราอาศัยนี้ จะรู้ได้ครบเลย รู้แค่นามรูปนี้แหละให้ดี แล้วปฏิบัติด้วยนามรูปนี้แหละ คุณจะทำลายวิญญาณ จบกิจได้เลย เพราะฉะนั้นคำว่า นามรูป มาขยาย ปฏิจจสมุปบาท คนที่มีอวิชชาไม่รู้จักสังขาร สังขารมีวิญญาณเป็นปัจจัย วิญญาณมีนามรูปเป็นปัจจัย ผู้ที่มีอวิชชาอยู่ไม่รู้จักสังขาร ไม่รู้วิญญาณ แยกนามแยกรูปไม่ได้ ก็คือแยกสภาวะ 1 รูปคือสิ่งที่ถูกรู้ นามคือตัวผู้รู้ที่มีธาตุรู้ไปสัมผัสกับรูปนั้น ก็จะเกิดการรู้ขึ้นมา ตามวิโมกข์ 8 ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ วิโมกข์ 8 มิจฉาทิฏฐิทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเถรสมาคม ไม่ว่าพระป่าที่นั่งหลับตาทั้งหลาย ก็เข้าใจว่าไปเข้าสมาบัติคือไปนั่งหลับตา เรียกว่าสมาบัติ เข้าสมาบัติ ซึ่งมันไม่ใช่ วิโมกข์ 8 นั้นเป็นการอธิบาย ให้รู้ว่าศาสนาพุทธนั้นมันมี รูปีรูปานิ แล้วต้องปัสสติ นี่เป็นวิโมกข์ข้อที่ 1 บาลีมีเท่านี้ รูปี กับรูปานิ คือมีรูปที่จะให้รู้ นี่ กล้วยอ้อย กระเจี๊ยบ มันจาวมะพร้าว ก็มีสารพัดให้รู้รูปี รูปานิ คือผู้ที่จะไปรู้รูป ก็จะรู้รูปก็ต้องมีประสาท มีโคจร มีวิสัย ที่ที่จะเข้าไปรู้ คนตาบอด รูปมันมี แต่ตาไม่มี ก็ปัสสติเห็นไม่ได้ หรือคนหูหนวก เสียงมันมี เสียงสารพัดเสียง แต่หูมันหนวก มันรู้ไม่ได้ คนจมูกบอด จมูกหนวก จมูกโหว่ ไม่มีประสาททางจมูกเลยที่จะสัมผัสรู้กลิ่น มันก็รู้กลิ่นไม่ได้ ลิ้น คนไม่รู้ ลิ้นเป็นไอ้เข้ ก็ไม่มีทางรับรู้รสได้ โผฏฐัพพะ คือการสัมผัสภายนอกทั้งหมดมันก็ไม่มีให้สัมผัส เช่น วิญญาณสัมภเวสี ไม่มีตาหูจมูกลิ้นกาย ไม่ได้สัมผัสอะไรเลย พวกนี้มืดตลอดกาล มืด พวกนั่งหลับตามีแต่วิญญาณสัมภเวสี ก็มืดอยู่ตลอดกาลนั่นแหละ ไม่ได้ผุดเกิดอะไรหรอก ไม่ได้มาเห็นแสงสว่าง ไม่ทำให้เห็นความจริงกับเขาเลย เลิกเถอะนั่งหลับตาเอ๋ย เลิกเถอะ ถ้าอาตมาทำให้พวก ที่พระพุทธเจ้าโปรด เหมือนพวกชฎิล 3 พี่น้อง เป็นหัวหน้าเผ่า มีหมู่ใหญ่ๆ ถ้าอาตมาทำให้พวกหลับตาหรือแม้แต่เถรสมาคมก็ตาม ชัดเจนในเรื่องนี้ได้นะ เลิกเรื่องนั่งหลับตาสมาธิอย่างเดียว มาลืมตาปฏิบัติตามจรณะ 15 วิชชา 8 นี้ เท่านี้แหละ โอ้โห.. ศาสนาพุทธนี้ อาตมาว่าชาตินี้ ถ้าอันนี้สำเร็จแล้ว อาตมาตายตาหลับจริงๆ ปัจฉาหนักแน่นถาม ..ไม่มารอบสองหรือ? พ่อครูว่า..มาก็ได้ มาดูงาน โอ้โห.. สุดยอดเลย อาตมาก็ต้องทำอย่างนี้ ต้องปลุกหัวหน้าชฏิล ก็ลูกน้องหัวหน้าชฎิลก็เหลือแหล่แล้ว เพราะว่าคนสนใจ มันมีทุกสำนักเลยรวมไว้หมดแล้ว ถ้าได้หัวหน้าชฏิล ก็สบายแล้วโพธิรักษ์ โพธิรักษ์คือใคร อ๋อ สัมมา มาเข้าใจว่ทิฏฐิที่อยู่ที่นี่สัตบุรุษอยู่ที่นี่ แต่ไปหลงมานานก็เพิ่งเข้าใจก็ ตายๆๆๆ หิริ อย่างแรงกล้า ด่าโพธิรักษ์เสียไม่มี ละอายอย่างแรงกล้า ก็เลยต้องรักอย่างแรงกล้า เคารพอย่างแรงกล้า เกรงกลัวอย่างแรงกล้า แหม.. จะเป็นได้ไหมหนอ สู่แดนธรรม... พ่อท่านพูดอย่างนี้พวกลูกศิษย์ทางโน้นก็จะบอกว่า เห็นไหม ท่านยังเรียกร้องจะเอาอะไรอยู่ พ่อครูว่า... ไม่ได้เรียกร้องจะเอาอะไร แต่เป็นการสาธยายธรรม มานั่งเพ่งโทษ เรียกร้องเอาอะไร โพธิรักษ์ไม่เอาอะไรแล้วจริงๆ แสดงธรรมอย่างเดียว เพื่อจะให้เกิดปัญญารับรู้ความจริงพวกนี้ สู่แดนธรรม... ถ้าสมมุติว่าพ่อท่านทำสำเร็จในชาตินี้ บารมีของพ่อท่านจะเพิ่มขึ้นมั้ยครับ พ่อครูว่า... เพิ่มสิ อาตมาก็จะทำบารมีที่ว่าคือ สามารถจะนำพาศาสนาพุทธให้กว้างขวางขึ้น ผู้ที่เป็นหัวหน้าคณะก็จะพร้อมมากับบริวารมากขึ้น มาเห็นดีเห็นด้วยว่าต้องเอาอย่างโพธิรักษ์นะ แต่ก่อนนี้อาจารย์เข้าใจผิด มิจฉาทิฏฐินะ ต้องมาเอาอย่างโพธิรักษ์นี่แหละถูก ก็จะมี หิริ ละอายเลย กลัวบาป มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ เพราะฉะนั้นผู้ที่จะไม่มีหิริ ไม่มีโอตตัปปะ ก็จะจมอยู่ในอวิชชา สัทธรรม 7 ของจรณะ 15 ศรัทธา หิริ โอตตัปปะ พหุสัจจะ วิริยะ สติ ปัญญา ถ้าศรัทธาไม่เปลี่ยนแปลง กับมิจฉาทิฏฐิ ที่ยึดมั่นถือมั่นอยู่ ก็จะไม่มีหิริ ไม่มีโอตตัปปะขึ้นได้เลย ไม่มี ถ้าเข้าใจถูกต้องเลย ใครก็ตาม ที่ได้ซัดอาตมา จ้วงจาบอาตมาไปแล้วอย่างแรง ก็จะ หิริโอตตัปปะ ว่าไปว่าสัตบุรุษ ทั้งที่ตัวเราเองเป็นอสัตบุรุษ จะละอายเลย ถ้ารู้ตัวจะเกรงกลัวอาตมาเลย นี่สัจจะเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นเทวธรรมอันนี้จะเกิดได้ ไม่ง่าย คนที่จะสำนึกจะรู้ตัวว่าตัวเองผิด โดยเฉพาะตอนยังมีชีวิตอยู่ร่วมกันนี้ โอ้โห.. อัตตามานะอะไรต่ออะไร มันค้ำคอ ลาภยศ สรรเสริญ โลกียสุขมันค้ำคอ สู่แดนธรรม... ถ้าเขาเป็นเช่นนั้นจริงมีหิริโอตตัปปะสำนึกใหม่ บารมีของเขาจะเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นใช่ไหมครับ พ่อครูว่า... ใช่สิ ก็จะหันมาสนใจที่อาตมาพูดอธิบาย ที่เขาไปยึดติดอยู่อย่างนั้นมันต้องผิดแน่นอน แต่เขาไม่เชื่อหรอกว่าอาตมาถูกเขาผิด เขาก็เชื่อว่าอาตมาผิด เขาถูก ใช่ไหม มันต้องเป็นอย่างนั้น ถ้าไม่เป็นอย่างนั้นเขาจะไปฝืนอยู่ทำไม เขาต้องการนะ เขาปรารถนา หลายคนบวชมาตั้งแต่เป็นเณร แสวงหามาทั้งชีวิต อย่างมหาประยุทธ์ เป็นต้น พระพุทธโฆษาจารย์ สู่แดนธรรม... หลายคนไม่อยากมาหิริโอตะกับพ่อท่าน เพราะว่าเหลือตำแหน่งลาภยศจะสูญเสีย เขาคิดว่าพ่อท่านจะได้ความดีความชอบ พ่อครูว่า... เขาจะลงจากบัลลังก์ไม่ได้ อาตมาไม่ได้มีตัวมีตนอะไร อาตมาดีชั่วไม่เอาความสุขความทุกข์ไม่เอา อาตมาไม่เอาสภาพ 2 ใดๆ เลย อาตมา อนุปคัมมะ ไม่เข้าไปใกล้ส่วน 2 ทั้ง 2 อย่างเลย ดีชั่วก็ไม่เอา สุขทุกข์ก็ไม่เอา เจริญหรือต่ำก็ไม่เอาทั้งนั้น สู่แดนธรรม... พ่อท่านเหน็ดเหนื่อยเพื่ออะไร พ่อครูว่า... เพื่อศาสนาอันยิ่งยอดของพระพุทธเจ้า ไม่ได้ทำเพื่อตัวตนส่วนใดส่วนหนึ่งของเราเลย นี่พูดอย่างจริงใจ จะบอกว่าอวดอุตตริมนุสสธรรม ก็อวดสุดใหญ่เลยนะ อวดสุดบริบูรณ์เลยนะ ฟังธรรมะดีๆ อาตมาพูดแต่ความจริงทั้งนั้น อาตมาจะพูดความไม่จริงไม่ได้ อาตมาพูดมีแต่ความจริงทั้งนั้น แม้ว่าอาตมาตำหนิหรือใช้คำหนักว่าด่าก็ตาม อาตมาตำหนิใคร ด่าใคร ก็เป็นความจริงใจ ที่จะต้องตำหนิ เพราะท่านยังหลงความมืดงมงายเราก็ต้องช่วย อาตมาไม่ใช่คนใจดำ อาตมาเป็นคนมีเมตตาจริงๆ เกื้อกูลช่วยเหลือ ต้องทำ มันเป็นหน้าที่ของพระพรหม 641112_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ โฮมแฮงกันซัดหอกเพื่อฆ่าโจรทำลายศาสนา

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน