270630-698 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ043.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2527 อภิณหปัจจเวกขณ์ (32 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษณ
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข12 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

อาการปฏิบัติศีลนั้นแต่ละคนแต่ละคนก็ย่อมรู้ตัวของตัวเองแต่ละคนกระทำตามศีลตามฐานะของตนของตนแม้กระนั้นก็ตามแต่ละฐานแต่ละสถานะเราก็ยังจะต้องระมัดระวังเมื่อเราจะดูผู้ที่ต่ำกว่าก็ตามที่ปฏิบัติศีลของตนเองยังหย่อนไปมันอ่อนไปยังไม่ดีไปแล้วก็จะได้ติดตื่นกันหรือแม้แต่ผู้ที่เขาปฏิบัติฐานะสูงกำหนดศีลกำหนดคุณวุฒิหรือว่าขนาด ขอบของเขาควรจะมีศีลมีธรรมประมาณเท่านั้นเท่านั้นแล้วเราก็เห็นความบกพร่องความไม่สมเหมาะสมควรของเขาตามฐานะของเขาก็ตามเราก็จะติดจะเปลี่ยนจะเตือนกันก็ให้ระมัดระวังพอสมควรเพราะว่าบางทีเจ้าตัวของคนผู้ที่ปฏิบัตินั้นๆเนี่ยกำลังอินทรีย์ย่อหย่อนเหลือเกินกว่าจะต้องดูบ้างช่วยเหลือเกินไปเขาบ้างนะให้เขาพอเป็นไปมีเมตตาเกื้อกูลนอกจากว่ามันไม่ไหวจริงๆมันอ่อนมันหย่อนอยู่ในฐานะ 1 ที่ว่าฐานะสูงพอสมควรแต่ทำหย่อนยานเกิน ไม่ไหวก็น่าจะลดฐานะลงมาสู่ความต่ำกว่านั้นแล้วก็ถือศีลถือกรรมฐานให้ต่ำลงไปนั้นไม่ใช่ว่าเราก็ไปทำอาหารชาญพลาดขึ้นไปอยู่ฐานะสูงแต่ตัวเองก็ไม่สูงอย่างนี้เป็นต้นแล้วก็ควรจะทำสำหรับผู้ที่ไม่เหมาะไม่สมเช่นนั้นหรือแม้ที่สุดอยู่ในกลุ่มในหมู่ของผู้ที่ถือศีลกันแล้วศีลแค่พื้นฐานแค่หยาบๆต้นๆก็ทำกันไม่ได้เมื่อทำไม่ได้ก็จะต้องออกจากหมู่อย่างนี้เป็นต้นเพราะว่าในหมู่ส่วนรวมแล้วเขาทำได้ประมาณเช่นนั้นแต่ตัวเราเองทำไม่ได้เราก็เป็นสิ่งที่น่าเกลียดน่าชังเป็นเหมือนไส้เดือนกิ้งกือคนยัง ร้านอาหารจะมองมีความชังอยู่ในตัวแน่นอนที่สุดและจะมีความจริงคือมีการผลักไสผลักดันหยามหยันเป็นอยู่ในตัวแน่นอนเพราะเขายังไม่ใช่พระอรหันต์หรือแม้แต่พระอริยะชั้นสูงก็ยังไม่ได้เป็นดังนี้เป็นต้นมันมีในทุกๆหมู่แม้แต่ในหมู่ปฏิบัติธรรมซึ่งปฏิบัติธรรมจริงก็มีการได้ฐานะที่สูงจริงความไม่สูงก็ยังมีจริงเพราะฉะนั้นการที่ยังมีโลภโกรธหล

อ่านต่อ

งอยู่ผสมผสานยังมีจริงอยู่ถ้าเขาไม่รู้ความจริงอันนี้ก็จะยึดมั่นถือมั่นเลยเถิดว่าในหมู่กลุ่มนักปฏิบัติธรรมแท้ๆทำไมยังต้องมีกิเลสคำพูดคำนี้เป็นคำพูดของคนโง่เพราะในหมู่ปฏิบัติธรรมนั่นแหละก็ยังมี แต่ความจริงเขาก็มีกิเลสที่ลดลงตามฐานะแต่ละบุคคลไม่ใช่ว่าจะดีไปเสียทั้งหมดไม่มีกลุ่มหมู่นักปฏิบัติธรรมที่ไหนเป็นพระอรหันต์ครบสมบูรณ์ทุกคนแม้พระพุทธเจ้าอยู่พร้อมกัน 100 องค์ยังทำไม่ได้เลยเพราะฉะนั้นความจริงอันนี้คนที่ไม่รู้แล้วก็พูดว่าความเป็นๆมาว่ามาปฏิบัติธรรมแล้วทำไมยังมีกิเลสนี่เป็นคนพูดอย่างโง่ๆเป็นคนพูดอย่างไม่รู้ความจริงไม่เข้าใจมักองค์ 8 ไม่เข้าใจบุรุษสี่หรือไม่เข้าใจชนที่ยังมีกัลยาณชนเป็นฐานด้วยซ้ำก็เรียกว่าเป็นผู้ที่โง่อย่างอย่างที่พูดกันไม่รู้เรื่องแต่ถ้าผู้ที่มีปัญญาแล้วจะรู้ระดับฐานะดังกล่าวนี้จริงๆแล้วก็จะพยายามทำ เข้าใจช่วยเหลือโปรไฟล์กันสุดท้ายผู้ที่เมื่อหลายหลายๆความเห็นหลายๆความรู้เห็นแล้วว่ามันไม่สมควรจะให้อยู่ในหมู่มันจะมีลักษณะขจัดขจัดออกจากหมู่หรือเหยียดหยามข่มอยู่ในหมู่จะมีจริงๆสำหรับผู้ที่จะอยู่ในหมู่ก็จะต้องทำตนปรับปรุงตนให้เข้าประมาณให้พอเหมาะพอสมกับมวลหมู่ไม่ใช่มาเป็นตัวประหลาดประหลาดอยู่ในหมู่ถ้าเป็นตัวประหลาดประหลาดอยู่ในหมู่แล้วตัวเองก็ทนได้แสดงว่าคนนั้นด้านชาคนนั้นหน้าด้านนั่นเองพูดง่ายๆสักง่ายๆว่าหน้าด้านคนอื่นก็จะแสดงยังไงเราก็เราว่าทนได้เพราะฉะนั้นเคยซ้ำเคยกำชับคนใช้ให้ฟังว่าลักษณะหน้าด้านเขาลักษณะ เย็นชาคือลักษณะตั้งมั่นแข็งแรงมันต่างกันเพราะผู้ที่ยิ่งแข็งแรงนี้ยังมีปัญญายิ่งจะรู้ยิ่งจะมีหิริโอตัปปะน่าอายในสิ่งที่ควรละอายหน้ารู้สึกตัวในสิ่งที่ควรรู้สึกตัวมีปัญญาวิญญาณแต่คนที่ไม่มีปัญญาไม่มีญาณไม่มีไม่รู้ความเหมาะสมไม่รู้ความเป็นไปด้วยดีก็จะทนได้กฎของจิตตัวเองทนแม้แต่เราทำไม่ดีก็จะทนอยู่กับหมู่ที่ดีแล้วก็อยู่อย่างนั้นแหละทนได้เขาจะด่าจะว่าจราจรกระทั่งสุดท้ายขนาดคนที่ด่าที่ว่าที่ติดคริสเตียนเนี่ยยังต้องวางมือยังต้องไม่กล้าด่าต่อไปอีกไม่สามารถจะทำได้อีกเพราะเขา เหลือเกินลักษณะมันคล้ายกันมากกว่าเณรชาแต่มันคนละความหมายมันคนละจุดคนละกลับมันเท้ากับหัวเลยทีเดียวมันคนละมุมเลยทีเดียวมันอยู่กับคนหนึ่งต่ำสุดอีกคนหนึ่งสูงสุดต่างกันด้วยนัยประการอย่างนี้ถ้าเราไม่เข้าใจความหมายนี้แล้วเราจะสับสนแล้วก็ทำตนไปในแง่ที่เข้าใจผิดแล้วเราก็จะเป็นคนที่ด้านชาหรือกลายเป็นคนที่ไม่เกิดการพัฒนาแต่กลับเข้าใจผิดแล้วจะเกิดการยิ่งต่ำลงยิ่งต่ำลงได้เช่นเดียวกันขอให้พวกเราได้สังวรระวังในเรื่องอย่างนี้ให้มากเพราะว่าเรามาปฏิบัติธรรมเพื่อที่จะให้เกิดเณรใช้ให้เกิดใจวางใจปล่อยได้แต่เราก็จะต้องเรียนรู้ถึงพฤติกรรมเรียนรู้พฤติกรรมกิริยาเรียนรู้ถึงองค์ประกอบที่ อยู่นิ่มม้วนในหมู่ในฐานะของเราว่าเราเหมาะสมหรือไม่เราทำดีทำถูกหรือไม่ต้องมีปัญญาและมีความรู้จริงแล้วเราก็ต้องมีหิริมีโอตัปปะที่แท้ละอายแล้วเลิกละสิ่งที่ไม่สมควรออกไปเป็นขั้นเป็นตอนตามขั้นตามฐานะเมื่อเรารู้ดีเราก็จะมีสภาพปรับปรุงตนถ้าเราไม่รู้หยุดตราบใดแม้แต่ตัวเราเองไม่รู้ขั้นรู้ตอนรู้ฐานะของตนของตนก็จะยังสับสนและช้านานและไม่เจริญเท่าที่ควรถ้าเรารู้ตัวรู้ตนรู้ฐานะของเราก็จะเจริญได้และเรายิ่งรู้ฐานะของหมู่รู้ขนาดขอบเขตของหมู่ที่อยู่ร่วมรวมกันได้

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน