271207-706 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ046.txt
เนื้อหาในไฟล์
การศึกษาของเรามีทั้งภาคแนะนำแนะนำกันเป็นประจำเพราะการศึกษาไม่ได้มีแต่ช่วงตอน 1 ว่าการศึกษาทฤษฎีและก็ทิ้งห่างหายไปกว่าจะไปปฏิบัติและก็ทิ้งห่างหายไปจนกว่าจะไปเกิดผลก็ไม่ใช่เช่นนั้นแต่การปฏิบัติของเราในลักษณะ 3 ที่เรียนกันมาปริยัติปฏิบัติปฏิเวธซึ่งมีทฤษฎีมีความหมายการแนะนำอธิบายและบอกหลักหัวข้อทุกอย่าง เลยทีเดียวที่เราจะต้องบรรยายกันไปรวดเดียวก็บรรยายกันไปทุกวันเป็นประจำสั่นบ้างยาวบ้างช่วงนั้นบ้างช่วงนี้บ้างพร้อมกันนั้นผู้ศึกษาก็เอาไปทดลองศาสนาพุทธได้ชื่อว่าเป็นศาสนาวิทยาศาสตร์เพราะผู้เรียนแล้วต้องทดลองเรียนแล้วต้องปฏิบัติการปฏิบัติของพุทธเป็นการปฏิบัติเพื่อเลิกออกมาเพราะฉะนั้นจึงไม่เป็นการปฏิบัติที่หนักเลิกในสิ่งที่เราไปติดสิ่งที่เราเป็นหลงสิ่งที่เราไปเสพสิ่งที่เราไปหอบไปหาเป็นโรคโมโทรศัพท์ไปเอาไปสะสมเอามาไปกอบโกยเอามาไปแสวงหาเอามาศาสนาพุทธให้แบ่ง ขนาดร่วมแบ่งฐานะของตนของตนปฏิบัติให้สมแก่ตัวจะเลิกจะลาก็เอาที่เราเห็นว่าสำคัญที่เราจะต้องเลิกเพราะว่ามันชัดอยู่แล้วว่ามันไม่ดีมันควรเลิกก่อนเลิกได้ละได้แล้วก็เลิกมาเป็นขั้นเป็นตอนนั้นการปฏิบัติพิสูจน์ในการเลิกออกมาในสิ่งที่ไม่สมควรด้วยเหตุผลแบบปัญญาวิธีการทฤษฎีอะไรที่ท่านพาทำท่านสอนท่านบอกการเลิกจึงเป็นการพิสูจน์ให้เห็นของจริงปฏิบัติเองเขาจึงว่าเลิกละปล่อยออกมาแล้วมันจะพ้นทุกข์มันจะมีการเจริญของตนที่เราได้เลือกสิ่งชั่วได้เลิก จะไปเกี่ยวข้องกับสิ่งที่ไม่น่าเกี่ยวข้องเราจะได้เวลาคืนมาแบบแรงงานคืนมาได้ทุนร้อนคืนมามันก็เป็นความเจริญด้วยความอุดมของตัวเราเมื่อเราไม่เป็นคนเกียจคร้านเราเป็นคนขนขวายปรับเวลาไปสร้างสรรค์ในสิ่งที่ดีกว่าทุนร้อนเป็นลงในสิ่งที่ดีกว่าแรงงานเอาไปลงในสิ่งที่ดีกว่าความเจริญจึงเกิดขึ้นการปรับเปลี่ยนเช่นนี้เราทั้งศึกษาทฤษ
อ่านต่อ
ฎีเหตุผลคำบรรยายคำบอกนำหน้าแล้วมาปฏิบัติประพฤติทดสอบพิสูจน์เราจึงได้ทั้งของจริงที่ปฏิบัติพิสูจน์แล้วได้เข้าใจไปจนกระทั่งถึงขั้นลึกถึงอารมณ์เหมือนละเมื่อปล่อยใหม่ๆมันมีกิเลสเราก็ได้รู้กิเลส ยงยุทธมันยังห่วงมันยังปล่อยไม่ได้มันยังอยากมันยังต้องการเราก็รู้ว่าอาการเช่นนั้นคือกิเลสเหมือนเราปลดปล่อยได้อาการกิเลสลดจางคลายจนกระทั่งไม่มีในขณะที่เราล้างจานคลายกิเลสลงเราก็อ่านอารมณ์ออกดีกว่ามันว่างแล้วก็ดูองค์ประกอบพฤติกรรมประจำวันของเราว่าเราเลิกสิ่งนั้นมาเราเจริญขึ้นดีขึ้นหรือเราต่ำลงเราก็จะเห็นด้วยปัญญาตามของจริงไม่ใช่ปัญญานึกคิดไม่ใช่ปัญญาได้ศึกษาแต่ทฤษฎีความหมายเหตุผลแต่เป็นปัญญารู้ของจริงตามความเป็นจริงรู้สภาพเราเลิกแล้วละรู้อารมณ์แม้กระทั่งนามธรรมว่าอารมณ์ว่างนั้น สบายไม่ต้องไปกังวลไม่ต้องไปอยากไม่ต้องเป็นห่วงไปหาไปอาวรณ์ตัดขาดมาแล้วเราเบาว่างจึงพบสภาพขาดศูนย์ของกิเลสรู้จักความสูงรู้จักความตายสนิทของกิเลสหรือว่ากิเลสอ่อนแรงจนกระทั่งรู้ผลเบาเบาๆสบายๆนอกจากเบาสบายแล้วความเจริญก็เกิดพร้อมกันไปในตัวเราจึงเห็นได้ว่าผู้ที่ทดสอบพิสูจน์ทั้งผลวัตถุธรรมและผลของนามธรรมเหล่านี้มันสอดคล้องให้ตัวเราเป็นคนเจริญเราจะมั่นใจในความเจริญตรงที่เรามีของจริงความจริงพวกนี้อยู่กับสังคมได้ไม่เดือดร้อนแม้สังคมนั้นจะเดือดร้อนหรือเศรษฐกิจ The Guard แย่งชิงเป็นธาตุที่สังคมเขามอมเมาชักจูงกันเราก็จะได้พิสูจน์ได้ว่าเราพ้นขอบเขตเราพ้นจากสภาพโลกที่เขาจะต้องถูกเกี่ยวเนื่องดึงออกไปให้ไปสู่วงทุกวงจรของความทุกข์แต่เพราะเราเป็นผู้ที่ปลอดหรือสะอาดหรือว่าดูดไม่ติดเราไม่ตกเป็นทาสในวงของความทุกข์วงจรของความทุกข์ของสังคมสิ่งเหล่านี้ไม่พิสูจน์ไม่รู้พิสูจน์แล้วจะรู้พิสูจน์จะพบเองเห็นเองเข้าใจเองเมื่อเริ่มทำได้บางเรื่องเราก็จะรู้ได้ด้วยความจริงที่เกิดขึ้นทดสอบได้หลายเรื่องเราก็จะรู้ชัดยิ่งขึ้นมี จริงที่โตหรือที่มีประสิทธิภาพให้เราได้รับทราบความจริงนั้นถนัดถนี่ขึ้นยิ่งมากเรื่องขึ้นมากเหตุปัจจัยขึ้นเราก็ยิ่งจะพบความจริงก่อนโตหรือความจริงที่หนาแน่นชัดเจนขึ้นความมั่นใจในสัจธรรมความพอใจที่จะมุ่งมาในทิศทางละรถปลดปล่อยทำตนให้เป็นอิสระเสรีภาพจากสังคมที่มอมเมาสังคมที่หลงไหลฟุ้งเฟ้อสร้างค่านิยมมอมเมายั่วย้อมกันนั้นเราจะองอาจและกล้าเป็นหลักเป็นตัวอย่างแล้วก็แสดงหรือประกาศบอกสัจธรรมซึ่งเป็นคนที่มี ประโยชน์เพิ่มขึ้นคุณค่าเพิ่มขึ้นแต่เป็นคนที่อิสระต่อค่านิยมสังคมค่านิยมของโลกมอมเมาที่เขาไม่รู้สัจจะแท้เขาจะปรุงกันเขาจะยอมกันด้วยการสร้างการปรุงเป็นระบบที่จะต้องหลอกกันอยู่ตลอดนานนักกับการมันเราพ้นความหล่อและอิสระเสรีมาเราจึงเป็นผู้ที่เรียกได้เต็มคำว่ามีปัญญาหรือฉลาดที่จะอยู่กับโลกอย่างไม่มีทุกข์แต่เป็นคนมีประโยชน์คุณค่าให้แก่โลกสามารถอุ้มชูเกื้อกูลเป็นคุณค่าแท้ไม่ใช่ปากเปล่าไม่ใช่ประกาศว่าเราจะมารับใช้สังคมแต่แท้จริงเราอาศัยสังคมเพื่อที่จะเอาไปเสพ ให้มาเสพติดจากซ่อนซ้อนเป็นจอมโจรบัณฑิตไม่ให้สังคมรู้ได้ผู้ที่มีปัญญารู้เขาจะรู้ทันแล้วก็จะเป็นคนซื่อสัตย์ที่จะเป็นประโยชน์แก่สังคมรับใช้สังคมที่จริงยิ่งกว่าเพราะเราละความโลภเรามีพลังงานเรามีประสิทธิภาพเรามีสมรรถภาพเราสร้างสรรค์แต่เราไม่เสพหรือเศษน้อยลงติดน้อยลงผลาญน้อยลงเราจะเป็นคนมักน้อยเป็นคนสันโดษเป็นคนที่ไม่เอาแรงงานไปเสพไปติดหรือว่าไปจ่ายแคลอรี่ไปจ่ายอะไรต่ออะไรให้แก่สังคมมากที่เราหลงว่ามันเป็นสุขและก็เป็นสุขรวมๆเมื่อเราหลุดออกมาได้เราจึงมีสุขด้วยความสงบมี ที่อาศัยอย่างไม่เป็นคราบสังคมและมีสุขที่เรามีประสิทธิภาพมีคุณค่ามีประโยชน์หรือมีบุญได้เสียสละความสามารถความรู้แรงงานแม้แต่ทุนรอนที่เราจะผสมผสานลงไปให้แก่สังคมที่เราเรียกว่าทานหรือเรียกว่าให้หรือเรียกว่าเสียสละก็ตามเมื่อมีของจริงเราก็จะมั่นใจในความจริงของจริงอันนี้ปัญญาที่รู้เราจะรู้ของจริงอันนี้อย่างมั่นใจไม่ใช่คิดไม่ใช่คำนวณแล้วเราจะรู้ว่าตัวเราเป็นคนมีประโยชน์แท้หรือประโยชน์รวมตัวเราอยู่อย่างมีคุณค่าแท้หรือมี ค่าลวงเราจะรู้จักคำว่าสัจธรรมหรือความจริงก็ตรงที่ไม่ใช่คำว่าลวงไม่ใช่คำว่าเล่ห์ไม่ใช่คำว่าซ่อนซ้อนแต่เราจะรู้ความจริงที่ชัดแท้เป็นความเปิดเผยเป็นความซื่อตรงเป็นผู้เดินเข้าหาสัจจะที่แท้จริงสัจธรรมจะพาคนเป็นเช่นนี้ก็ขอเชิญชวนสำหรับผู้ที่ตั้งใจจะเป็นคนดีตั้งใจจะเป็นคนที่ทำตนให้เป็นประโยชน์ดังกล่าวนี้ตามหลักของปราชญ์ของศาสดาที่นำพาทำและเราจะได้เป็นพูดถึงสัจธรรมนั้นได้เมื่อปฏิบัติปริยัติปฏิบัติปฏิเวธคิดถึงรอบแห่งความจริง [ไม่สามารถถอดข้อความได้]