271006-702 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-อ010.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2527 อภิณหปัจจเวกขณ์ (32 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษณ
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์49 KB
วันที่แก้ไข12 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

มันก็น่าอ่านให้พวกเรากันฟังสำหรับพวกเราข่าวใหญ่ของเขานี่มันเรื่องอาตมาไม่อ่านนะข่าวใหญ่ของเขาตัวโตๆเขาใหญ่อะไรของเขานี่มีข่าวสมเด็จทรงห่วงเปรมข่าวแชร์ชม้อยเล่นเชิงสรรพากรอะไรก็แล้วแต่เขาใหญ่กว่าอันนี้เขาไม่ใหญ่เลยหัวไม่โปร่งเลยหัวนิดเดียวหัวมันบอกว่าหัวเรื่องบอกว่าพระโพธิสมภารยันต์ไม่ยอมออกจากถ้ำถ้าไล่ต้องใช้กฎหมายพระโพธิสมภารน้องชายเจ้าสำนักสันติอโศกตอนป้อมสู้ ไม่ยอมออกจากสำนักเถื่อนห้างต้องเอากฎหมายมาบังคับเจ้าหน้าที่จังหวัดจะต้องเอากฎหมายบังคับเจ้าหน้าที่จังหวัดกาญจนบุรีระดมสมองหาช่องทางเล่นงานเต็มที่มาจากกรณีที่พระโพธิสมภารน้องชายของพระโพธิรักษ์เจ้าสำนักสันติอโศกได้เข้าไปตั้งสำนักสงฆ์เถื่อนในบริเวณเขื่อนศรีนครินทร์อำเภอศรีสวัสดิ์จังหวัดกาญจนบุรีโดยทำการตัดไม้ในป่าบริเวณเขื่อนเพื่อสร้างสำนักสงฆ์พร้อมทั้งมีโครงการตั้งโรงเลื่อยไม้แปรรูปตลอดจนกล่าวติเตียนคณะสงฆ์ระบบกฎหมายปกครองประเทศและราชวงศ์ ซึ่งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตในวงเล็บกฟผได้ร้องเรียนให้ทางจังหวัดดำเนินการตามที่มติชนเสนอข่าวไปแล้วนั้นต่อมาในวันที่ 5 ตุลาคมนี้นายเดชาอินทยุงศึกษาธิการจังหวัดกาญจนบุรีได้เปิดเผยว่าตนได้เข้าไปพบกับพระโพธิสัมพันธ์เมื่อเร็วๆนี้เพื่อเจรจาให้พระโพธิสมภารออกมาจากบริเวณดังกล่าวแต่ได้รับคำยืนยันว่าจะไม่ยอมออกมาจากสำนักดังกล่าวนอกจากเอากฎหมายบังคับเท่านั้นเพราะว่าถือว่าไม่ได้บวชในบวรของศาสนาไม่ได้บวชในบวรพระพุทธศาสนาของไทยแต่เป็นลูกศิษย์ของพระตถาคตซึ่งถือวินัยทั้งธรรมยุตและมหานิกาย โพธิสัมพันธ์ไม่ยอมออกมาแสดงว่าได้ตั้งป้อมสู้แล้วโดยใช้ข้อกฎหมายมาอ้างซึ่งไม่ตรงกับรายงานของเจ้าหน้าที่อำเภอและป่าไม้ที่บอกว่าพระโพธิสมภารจะออกจากสำนักสงฆ์เมื่อออกพรรษาแล้วอย่างไรก็ดีนายเดชาเผยด้วยว่าตนได้เดินทางไปที่สำนักสันต

อ่านต่อ

ิอโศกแหมแอบตีท้ายครัวเราก็ไม่รู้ว่าใครมาเนี่ยเออตนได้เดินทางไปที่สำนักสันติอโศกเพื่อหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ก็ได้รับคำชี้แจงว่าทางสำนักสันติอโศกไม่ได้ส่งพระโพธิสมภารให้เข้าไปเผยแพร่ศาสนาในสถานที่ดังกล่าวนอกจากนั้นทางกรมการศาสนาได้ยืนยันว่าเรื่องนี้ต้องใช้กฎหมายบ้านเมืองดำเนินการ เพราะบุคคลผู้นี้ไม่ใช่พระในพุทธศาสนาจึงมีความผิดเพราะแต่งกายในชุดพระภิกษุซึ่งการจะเข้าไปดำเนินการทางกฎหมายต้องให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตในฐานะโจทก์เป็นผู้แจ้งข้อหานายเดชาเผยด้วยว่าตนจะร่วมกันกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตคณะสงฆ์และตำรวจเพื่อปรึกษาหารือในการดำเนินการแก้ปัญหานี้ให้ดีที่สุดจบข่าววันที่แม่นซะด้วยเพราะดูเมื่อวานนี้เสร็จแล้ววันที่ 15 กันยายนวันที่ 10 วันที่ 13 กันยายนหนังสือพิมพ์มติชน คอลัมน์แบบนี้ไม่ใหญ่ไม่เล็กขึ้นนั่นเรื่องเกี่ยวกับพระโพธิสัมพันธ์เขาบอกน้องชายพระโพธิรักษ์ก็ขึ้นตอนนั้นก็ขึ้นอย่างนั้นเลยทั้งๆที่น้องชายอาตมาไปตั้งชื่อตัวเองว่าพระโพธิสมภารทำไมจะต้องมาตั้งคนที่สำคัญก็ไม่รู้ถ้ามันมันเหมือนพ่อที่รักเข้าซะด้วยนะก็มันเป็นน้องอ่ะนะก็ต้องอย่างนั้นไม่งั้นมันก็ไม่ใกล้เคียงไม่รู้จะเอาตรงไหนเป็นน้องกันนะเขาก็ว่ารายงานข่าวมาอย่างนี้ว่าไปทำผิดกฎหมายไปตั้งโรงเลื่อยไม้ไปบุกรุกสถานที่ของกฟผเขาคือไฟฟ้าฝ่ายผลิตเนี่ยต่างๆนานาเขาก็ให้ข่าวมาพอวันที่ 15 กันยายนเค้าก็ซ้ำข่าวนี้อีกว่าทางอำเภอ เจ้าคณะจังหวัดอะไรๆกำลังสอบสวนได้เร่งงานอะไรต่ออะไรขึ้นไปแล้วแต่ข่าวอันนี้ไปอยู่หน้า 3 แต่เป็นข่าวหน้า 3 ไม่ขึ้นหน้า 1 ในวันที่ 13 ต่อมาอีกในวันที่ 27 แอนนี่ไม่แม่นเท่าไหร่แล้วตอนนี้เพิ่งดูเมื่อคืนนี้เพิ่งเข้ามาเมื่อคืนนี้หรือมันจะวันที่ 27 หรือ 23 อาตมาไม่แม่นแต่ 20 กว่าแน่กันยายนลงอีกมันจะชนลงอีกเป็นลงหน้า 3 ก็ว่าได้สืบสาวราวเรื่องกันไปอะไรอีกว่าเขาจะมีการคืบหน้าไปว่าเขาได้ไปสอบสวนก็ได้เป็นอะไรก็เห็นว่าจะผิดอีกจนครั้งนั้นมาวันนี้ทีนี้คืนละ 1 ใหม่วันนี้คืองานหนึ่งใหม่ที่อ่านให้ฟังเมื่อกี้นี้เอง 1 ใหม่อีกละว่าจะเล่นงานพระโพธิสมภารแต่ทีนี้ตั้งแต่เขาขึ้นหน้า 1 ของมติชนแล้วก็ตรงหน้าศาลของมติชนนั้นอาตมาก็มาเห็นว่าพวกนี้เขาเล่นเรื่องของเราขึ้นมาในหนังสือพิมพ์โดยจากวันนั้นมาก็มีคำลำนอกประเด็นของมติชนนั่นเองเขาเขียนเรื่องเกี่ยวกับอาตมาโยงใยไปถึงพระไม่ใช่พระแล้วตอนนี้เป็นนักโทษชายอนันต์เสนาขันธ์โยงใยไปถึงเขาก็เท้าความมาตามเผชิญเขียนของเขานั่นแหละเอาอาตมาไปพูดถึงประวัติอาตมาเป็นมาหน่อยแล้วก็เท้าความไปถึงประธานนายหนึ่งก็คืออนันต์เสนาขันธ์อะไรไปตามเรื่องเสร็จ เรื่องการบอกว่า 2 คนนี้ตกลงกันมาทะเลาะกันมาชกกันแต่ตอนเป็นพระแล้วก็ว่าตามเชิงเขาแล้วว่าด้วยการใช้ศาสตร์เสียเทเสียกันด้วยผิดทั้งคู่เขาก็ว่ามันก็ตามประสาเขาเป็นผู้พิพากษาศาลเถื่อนน่ะเขาก็ว่าทั้งพระอนันต์ก็ผิดพระโพธิรักษ์ก็ผิดทั้งคู่เขาคือผู้ถูกนะผู้เขียนคือสมาธิตามเชิงของคนแหละเขาไม่รู้ตัวเองหรอกว่าเขาอัตตาเขาก็ว่าเขาถูกสุดท้ายเขาก็ลงท้ายว่าถ้าอันนั้นไปอยู่ในคุกก็ยังไม่หมดตัวตนอัตราก็พยายามไปที่เด็กถูกคมแฝกถูกกระบองอะไรเขาอยู่ในคุกอีกก็เกิดการเดือดเนื้อร้อนใจเป็นอันมากก็เลยต้องบำเพ็ญตบะปฏิบัติทางธรรมให้หนักจนกระทั่งคิดจะต้องกินมัง เสียให้ได้ความนี้ก็ล่วงรู้ไปถึงหูพระโพธิรักษ์เจ้าสำนักสันติอโศกเข้าให้พระโพธิรักษ์เจ้าสำนักสันติอโศกก็มีเถรบรรพชาให้ชาวคณะสันติอโศกส่งอาหารไปให้แก่อนันต์เสนาขันธ์คืออาหารมังสวิรัติส่งเสียมาตั้งแต่บัดนั้นเป็นที่เกษมเปรมปรีดิ์แต่นั้นมาเขาก็วางเขาลงท้ายจบเรื่องแค่นี้ซึ่งเขาทิ้งความแค่นี้ก็แสดงให้เห็นว่าไอ้ที่เขาเขียนล้อเรียนอะไรมาตั้งแต่ต้นก็เป็นความล้อเลียนตามเชิงของคอลำนอกประเด็นน่ะใครเคยอ่านมาที่ชนก็อย่างนั้นแหละแต่จิตใจเขาอาตมาว่าจิตใจเขาดีคือเขายกประเด็นดีขึ้นมาขึ้นมาคำนวณขึ้นมาให้เห็นว่านี่เขายัง นึกว่าจะไม่เผาผีกันแล้วก็ว่างั้นไม่มีความนึงอยู่เลยแต่เสียแล้วก็เกิดพฤติกรรมอันนี้ขึ้นเขาก็รู้สึกว่าเขาอนุโมทนาที่มีพฤติกรรมนี้ขึ้นนี่ก็เป็นการเสนออันนึงให้แก่สังคมได้มองเห็นว่าคนไทยเรายังมีเลือดเอื้อเฟื้อเกื้อกูลไม่ผูกพยาบาทไม่โกรธแค้นโกรธเคืองเขาจะเป็นเชิงชมเชยอาตมาแค่ไหนก็ตามแต่ก็เป็นการยกย่องแหละพูดแล้วก็คอลัมน์นี้สรุปความได้ก็เป็นการยกย่องพอต่อมาไม่กี่วันก็ลำของตาหมอหล่อในหนังสือมติจะได้ซื้อบ้านเมืองซัดเลยตอนนี้ขึ้นหัวข้อมลภาวะของพระโพธิรัตน์แล้วเขาก็กล่าวเรื่องสืบเนื่องมาจากพระโพธิสมภารเอาข่าวของมติชนลงมาเลยไล่ลงมา วิเคราะห์เลยว่านี่แหละคือมลภาวะของพระโพธิรักษ์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วในสังคมประเทศไทยพระโพธิรักษ์จะไม่รับผิดชอบความผิดอันนี้ไม่ได้แล้วท่านจะแก้ไขยังไงนี่ฉันจะแก้ไขยังไงแล้วก็ว่ากันไปเลยแล้วกูขึ้นมาให้เห็นเด่นชัดเลยว่าโยนตรงขึ้นมาอาตมาเห็นเลยว่าอาตมาเนี่ยเป็นผู้ผิดต้องรับความผิดนี้ไปแก้ไขต้องแก้ไขนะไม่เช่นนั้นประเทศไทยก็มีมลภาวะอันนี้ต่อไปในสังคมศาสนาหรืออะไรเนี่ยเพราะพฤติกรรมของพระโพธิรักษ์เนี่ยทำให้เกิดสิ่งนี้ต้องรับผิดชอบต้องขจัดต้องทำลายต้องทำให้ได้หากคนเขียน 2 คนนี้คนเขียนนอกประเด็นกับคนเขียนคอลัมน์นี้ต่างกันคนเขียนนอกประเด็นนั้นดูท่าทีเหมือนกับลบหลู่อาตมานะแต่ที่จริงชมเชยในที แต่กำลังคนตามหัวร้อนได้เขียนเหมือนกับเป็นนักรู้มีเหตุมีผลนักวิจัยวิเคราะห์ดีมากโก้นะไอ้สัตว์อาตมาสรุปผลก็คือสัตว์อาตมาอาตมาก็ไม่ถือว่าเป็นความเลวร้ายอาตมาถือว่าเป็นความดีเพราะอาตมาในนิยมคนชี้ขุมทรัพย์ตามว่าสมาชิกกลุ่มทรัพย์อาตมาก็ขอบคุณเมื่อตามมารอยิงตัวมาว่าพระพุทธไม่รับผิดชอบไม่ได้ต้องรับผิดชอบอาตมาก็เลยต้องรับผิดเข้ามาก็เอามาหาทางแก้ไขว่าจะจัดการยังไงอาตมาเองอาตมาก็เห็นว่ามันเป็นความผิดพลาดที่จริงยอมรับว่าเป็นความผิดพลาดที่จริงว่ามันเป็นส่วนที่อาตมายังขจัดมลภาวะนี้ไปถึงที่สุดไม่ได้ก็จงมาหาที่สุดให้ได้ว่าเอ๊ะจะทำยังไงดีจนที่สุดอาตมาก็คิดได้ว่า เมื่ออาตมาเป็นคณะสงฆ์มีสงฆ์หมู่กลุ่มมีสงฆ์และมีพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ามีพระพุทธเจ้าเป็นที่มามีพระพุทธเจ้าเป็นแกนหลักอาตมาก็มีพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ครบพร้อมทีนี้ก็มองไปที่พระโพธิสมภารพระโพธิสัมพันธ์ไม่มีพระสงฆ์พระโพธิสมภารจะยืนยันว่ามีพระพุทธไม่มีปัญหามีพระธรรมวินัยจะยืนยันว่าพระธรรมวินัยของตนก็ยึดตามธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าก็ไม่มีปัญหายึดเอาไปได้แต่ไอ้ที่แน่ๆพระโพธิสมภารไม่มีพระสงฆ์ไม่มีกลุ่มไม่มีคณะไม่มีหมู่ส่งสังฆะคือหมู่กลุ่มเป็นคณะที่จะจัดการอะไรต่ออะไรได้เป็น ดูอากาศที่จะพร้อมเพียง 1 ตั้งแต่ 4 รูปทำสังฆกรรมได้ 2 คณะถึง 10 รูปทำสังฆกรรมได้ 3 คณะถึง 20 รูปที่ทำสังฆกรรมใหญ่ได้เป็นที่สุดเกินกว่านั้นไปแล้วก็ใหญ่ที่สุดแล้วเพราะฉะนั้นในพระวินัยของพระพุทธเจ้านี้สร้างโบสถ์จะต้องสร้างให้พระเข้าไปทำสังฆกรรมได้ใหญ่ที่สุดต้องบรรจุพระได้ถึง 20 องค์นี้เป็นหลักฐานธรรมวินัยตามหลักการถ้าของอาตมามีครบพร้อมทั้ง 20 พร้อมเพียงเพราะฉะนั้นของอาตมาไม่มีปัญหาในเรื่องที่จะไม่มีคณะไม่มีคณะของกลุ่มสงทำได้ตั้งแต่สังฆกรรมเล็กจนถึงสังฆกรรมใหญ่สมบูรณ์นะทำได้คือถ้ากรรมใหญ่ก็ขับผ่านต้องใช้พระถึง 20 รูปถึงจะผ่านศพไม่เช่นนั้นทำไม่ได้อย่างนี้เป็นต้นแต่ของเรานี่ได้เรียบ หอยมุกหมดเรียบร้อยแต่มองไปทางด้านพระโพธิสมภารไม่มีอะไรเลยเป็นพระมีพระทวิไตรวัดนะมีมีรัตนเพียง 2 ซึ่งไม่ครบศาสนาพุทธเพราะฉะนั้นเมื่อยืนยันเป็นศาสนาพุทธจึงเป็นไม่ได้เป็นศาสนาพุทธไม่ได้เพราะไม่มีไม่มีไตรรัตน์มีเป็นเศรษฐีรัฐหรือรัตนชัยไม่มีรัฐธรรมนูญมีรัตน 2 เท่านั้นไม่มีรัตนะ 3 จึงไม่ไม่เป็นศาสนาพุทธและก็ไม่เป็นพระของศาสนาพุทธสมบูรณ์ทีนี้ก็มามองที่ว่าเราทำอย่างไร พระโพธิสมภารมาก่อนอาตมาก็มาดูที่พวกเราได้ทำผิดมาตั้งแต่ต้นหรือไม่ตามที่อาตมาแยกคณะออกมาเป็นคณะอโศกนี้ไม่ขึ้นกับคณะสงฆ์ไทยในอาตมาก็ยืนหลักอยู่กับพระธรรมวินัยอย่างที่พระโพธิสมภารยืนยันเหมือนกันแต่บอกแล้วว่าพระปฏิสัมพันธ์ยืนยันก็ผิดผิดหลักใหญ่ด้วยนะผิดที่บอกว่าเป็นพุทธแต่ไม่มีคณะไม่มีสงฆ์มีแต่พุทธธรรมมีแต่พระพุทธพระธรรมไม่มีพระสงฆ์อ่ะมันเป็นไปไม่ได้เป็นพระสงฆ์ของพุทธไม่ได้เพราะฉะนั้นอันนั้นผิดวินัยไปแล้วตั้งแต่ต้นแต่ส่วนของเราไม่ผิดตามที่วิเคราะห์ให้ฟังทีนี้ก็มาดูที่ว่าพระธรรมวินัยต่อไปอาตมาทำกับพระโพธิสัมพันธ์เนี่ยทางด้านธรรมวินัยอาตมาได้จัดการศึกหรือว่าทำให้ พระปฏิสัมพันธ์แต่เดิมเนี่ยชื่อพระฐานะพุทโธอยู่ที่นี่บวชเป็นพระอยู่ที่นี่แหละเป็นพระฐานะพุทโธตามฉายาอาตมาเป็นอุปัชฌาย์เองเสร็จแล้วเรื่องราวที่เกิดในทางหมู่ 2 หมู่สงฆ์ก็ได้จัดการศึกขอยืนยันว่าได้ทำพิธีสืบตามกฎระเบียบแบบแผนของทางคณะสงฆ์อโศกที่ได้ศึกพระโพธิสัมพันธ์แล้วถูกต้องเรียบร้อยคือระเบียบการของทางรูปก็ให้คืนวันสุทธิก็ได้คืนแล้ว 2 ให้พระจนกระทั่งถึงให้พระเป็นคณะสงฆ์เนี่ยที่จริงไม่ต้องคณะสงฆ์กับพระรูปเดียวก็สืบพระได้พระรูปเดียวนี่ก็คือพระได้ไม่ต้องเอาพระถึง 4 รูปแต่เราให้ไปถึง 4 รูป ไปที่โน่นดูเหมือนจะวันนั้นจะไป 5 รูปด้วยซ้ำอาตมาให้ไปถึง 4 รูปเป็นคณะไปนะแต่ดูเหมือนจะไปถึง 5 รูปอาตมาจำได้คล้ายๆพาแม่ยืนยันนักนะไม่แม่นแต่สีรูปนี้ถึงแน่เพราะอาตมาจำได้ว่ามายืนยันให้ทางนี้ไปทำก็ได้ไปจัดการเจรจาพาทีทุกอย่างที่จริงตามกฎระเบียบด้วยขาดจากความเป็นพระของอโศกแล้วตามกฎระเบียบคือเลยวันที่ 31 ไม่มาต่ออายุใบสุทธิและแม้จะไม่คืนไม่สุทธิก็ถือว่าขาดจากเป็นพระเมื่อเป็นพระที่ไม่มีทั้งใบสุทธิไม่มีหลักฐานยืนยันถูกต้องตามกฎระเบียบของอโศกแล้วก็เป็นผู้ที่จงใจแต่งตัวลอกเรียนจงใจจงใจเจตนาปลอมแปลงลอกเลียนแต่งตัวเหมือนพระอโศกเท่านั้นทีนี้เราไม่มีไม่มีกฎหมายคุ้มครองของพระอโศกคณะสงฆ์อโศ ไม่มีกฎหมายรองรับก็ไม่เป็นไรเราก็ไปทำพิธีทางธรรมทางกฎวินัยเพื่อเจรจาแล้วทางนู้นก็ยอมคืนใบสุทธิและก็ได้บอกให้รู้เป็นการบอกเปิดเผยประกาศสงฆ์รับรู้ด้วยหมู่แล้วว่านี้เป็นผู้ที่ไม่ได้เป็นสมประสงค์ไม่ได้เป็นพระก็บอกกันแล้วยืนยันว่าไม่ได้เป็นพระแล้วเพราะฉะนั้นสมจึงไม่มีที่จริงพระที่จะอยู่กับหมู่ได้นี่สงฆ์รับรองถ้าสงไม่รับรองทรงไม่รับข้อมูลก็เป็นพระไม่ได้นะไม่ใช่อุปัชฌาย์นะรีบสงฆ์ก็ไม่รับรองแล้วก็ประชาคืออาตมาอาตมาก็ไม่รับรองแล้วส่งเข้าไปไม่รับรองแล้วเพราะฉะนั้นโทที่เป็นพระของที่นี่จึงไม่มีแล้วเมื่อไม่มีก็ขาดจากพระของอโศกไปแล้วและก็จริงเพราะว่าเจ้าตัวก็ต้องรู้ ไปเปลี่ยนชื่อเป็นพระโพธิสมภารไม่ใช่พระฐานพุทโธไม่ได้ใช้ชื่อไม่ได้ใช้ฉายาตามที่อยู่กับหมู่เราก็อันนี้ก็เป็นหลักฐานเหมือนกันว่าไปใช้ชื่อพระโพธิสัตว์แม้เดี๋ยวนี้นี่เขาไปสืบสาวราวเรื่องมาเขาใช้ชื่อพระโพธิสัมพันธ์แต่จะต้องแต่งตัวอย่างนั้นอยู่ที่นี้ทางโน้นก็จะยืนยันยืนหยัดซึ่งอาตมาว่าทางโน้นน่ะแพ้ถ้าขึ้นศาลแทนเขาแน่นอนถ้าขึ้นศาลแพ้ทำมาวินัยก็แพ้ตั้งแต่อาตมาวิเคราะห์ให้ฟังแล้วเราทำยังไงก็แพ้ไปหากฎหมายจะเอาไหวไหมไปถึงไล่กฎหมายจะมีความรู้ถึงกฎหมายไหมล่ะขึ้นศาลเนี่ยจะว่าความให้ตัวเองชนะได้มากถ้าไม่ได้ก็ถูกจับสึกไปแบบโน้นน่ะเค้าบอกว่าท้าทายให้เอากฎหมายไปไล่ทีนี้พอมาถึงตามมารอบอกว่าอาตมาจะต้องรับผิดชอบอาตมาก็รับผิดชอบทางด้านธรรมวินัยถูกต้องแล้วทีนี้ยังเหลือทั้งโลกอาตมาก็เอ้อา จะไปบังคับให้เขาถอดเนื้อแต่งตัวอย่างนั้นอาตมาไปบังคับเขาไม่ได้นะคุณจะนุ่งผ้าห่มเสื้ออะไรต่ออะไรต่างๆนานานี้เป็นสิทธิมนุษยชนคุณจะแต่งยังไงก็ได้คุณจะแต่งชุดผู้หญิงจะนุ่งกางเกงผู้ชายจะนุ่งผ้าถุงอะไรอาตมาก็ไปห้ามเขาไม่ได้หรอกเป็นสิทธิมนุษยชนของเขาเขาจะแต่งเพราะฉะนั้นแม้แต่เขาจะไปแต่งชุดอย่างนั้นอาตมาจะไปบังคับเขาไม่ได้ห้ามไม่ได้เลยไม่มีกฎหมายบังคับเค้าได้ทีนี้อาตมาจะทำยังไงไม่มีทางออกเลยจะมาก็คิดได้ทางออกทางเดียวแจ้งความตำรวจตามกฎหมายอาตมาก็เลยให้มูลนิธิพระมูลนิธิเป็นผู้เสียหายมูลนิธิส่งเสริมศาสนาและก็นิยมศาสนาที่อาตมาพาทำมูลนิธินี้จึงส่งเสริมอาตมาตามที่ได้ตั้ง วัตถุประสงค์ของมูลนิธิแล้วโดยเชิญอาตมามาแล้วเขาก็สนับสนุนที่อาตมาเผยแพร่ศาสนาอยู่เดี๋ยวนี้ทีนี้เมื่อพระโพธิสมภารไปทำอย่างนั้นก็เป็นความเสื่อมเสียให้แก่ศาสนาแนวนี้ที่มูลนิธิรับผิดชอบอยู่มูลนิธิเสียหายมูลนิธิเข้าไปแจ้งความตำรวจไปแล้วว่านายชาติรักษ์พงศ์ไม่ได้เป็นพระของอโศกแล้วสึกไปแล้วแจ้งความไว้ที่จริงเขียนไปให้แต่ตำรวจมันไม่ลอกตามที่เราเขียนไปตำรวจมันเขียนเองมึงเก่งตำรวจเนี่ยมันเป็นทางเดียวก็ว่าเราอุตส่าห์บอกท้าวความมาบวชอยู่ที่นี่ใช้ฉายานี้เดี๋ยวนี้ไปใช้ฉายาโน้นบวชวันที่เท่านั้นตอนนี้ไม่ค่อยเอาเรื่องมันก็เขียนไปตามประสาซึ่งก็ไม่เป็นไรเราถือว่าเราได้แจ้งความตำรวจแล้วเรียบร้อยแล้วก็ได้ความเหมือนกันว่าสึกออกไปจากที่นี่แล้ว ก็เป็นอันว่าหมดหน้าที่ของอาตมาแล้วหมดหน้าที่ของทางมูลนิธิแล้วหมดหน้าที่ของทางเราแล้วเราได้รับผิดชอบตามระบอบระบบของประเทศชาติและทุกประการในทางธรรมะเราก็ทำอย่างสมบูรณ์ในทางโลกแล้วก็หมดสิทธิ์เหลือแต่หน้าที่ของตำรวจก็ไปจับสิพวกนี้ปลอมแปลงเป็นคนปลอมแปลงนี่เป็นเจ้าพนักงานที่นี่แต่ว่าเจ้าพนักงานที่นี่บอกว่าไม่ใช่แล้วนะคัดออกไปแล้วยังไปแต่งเครื่องแบบเจ้าพนักงานที่นี่แล้วก็ไปหลอกลวงประชาชนก็จับไปสิใช่ไหมก็เป็นหน้าที่ของตำรวจเท่านั้นต่อไปเพราะเงินเดือนนี้อาตมาเองอาตมาโชคดีที่ว่าคนผู้นี้ยังเป็นน้องอาตมาถ้าคนผู้นี้เป็นคนอื่นที่ไม่ใช่น้อยอาตมานะโอ้โหอาตมาโดนเล่นงานแย่เลยคนก็จะหาว่าอาตมา อำมหิตโหดร้ายทารุณไปเล่นงานคนนั้นไม่สงสารเขายินดีแต่ว่านี่เป็นน้องอาตมาอาตมาก็เล่นให้เต็มที่เพื่อพิสูจน์ความถูกต้องว่าอาตมาไม่ไว้จะเป็นน้องเป็นลูกก็ตามอาตมาไม่ไว้หน้าเมื่อทำผิดในความผิดแล้วก็ต้องยืนยันอยู่ก็ตามหลักความถูกต้องหรือความผิดเมื่อผิดก็ต้องว่าผิดจับก็ต้องจับกันเข้าคุกก็ต้องเข้าไปความถูกต้องมีเราพยายามแล้วทุกอย่างที่จะช่วยให้แกพูดถูกต้องแกไม่ทำความถูกต้องแล้วแกก็ไปทำความผิดออกไปจนกระทั่งเป็นเรื่องเป็นราวข้างนอกอีกก็สมแล้วที่แกจะต้องถูกจับเพราะฉะนั้นก็ต้องรับวิบากไปอาตมาพูดอย่างนี้พูดตามสัจจะนะอาตมาไม่ได้พูดด้วยอารมณ์อาตมาไม่ได้โกรธไม่แค้นในเครื่องนั้นยังไงมันก็น้องแต่อาตมาก็ไม่ได้เห็นแก่ ว่าเป็นน้องอาตมายืนหยัดของสัจธรรมอาตมาจะบอกอาตมาโชคดีที่เป็นน้องถ้าเป็นคนอื่นอาตมาแย่เลยแต่ถ้าเป็นน้องท่านชาตะนี้ตายแล้วอาตมาก็ต้องไปเล่นงานไม่รู้นะถ้าจะลุกขึ้นมาชกปากอาตมาหรือเปล่าก็ไม่รู้นี่มันทำไมมันไม่ไว้หน้ากันบ้างเลยไม่ประนีประนอมบ้างเลยไม่เห็นใจบ้างเลยมาทำอะไรรุนแรงกับน้องกูวะชัดเจนพูดยังไม่ต้องเข้าข้างทางโน้นทางนี้อะไรแล้วไม่ต้องไปออมปากออมคอต้องคอยพูดบอกว่าอาตมาจำเป็นต้องทำนาอย่างโน้นอย่างนี้ต้องใช้โวหารเพราะมันๆว่านี่มึงมาทำผิดตามหลักเกณฑ์ตามวินัยกฎระเบียบอาตมาก็จำเป็นนะอะไรนะไม่ต้องแล้วนี่ก็ซัดตูมๆได้เลยเพราะเป็นน้องอาตมาให้เห็นดำเห็นขาว เลยไม่ต้องมากล่อมกะแล่มๆๆไม่ต้องเอาเรื่องนี้กับอาตมาก็ขอบคุณตามรอยที่มาเขียนบทความให้อาตมาว่าต้องรับผิดชอบต้องทำยังไงอาตมาก็เลยได้ข้ออันนี้ก็เลยเป็นประเพณีจารีตของพวกเราต่อไปอาตมาก็ประกาศกับพวกเราแล้วนักบวชของอโศกต่อไปถ้าหลุดออกจากความเป็นนักบวชของอโศกตามกฎระเบียบของอโศกแล้วยังคืนไปแต่งเครื่องแบบไม่ว่าจะเป็นสิทธิ์อำนาจเป็นเณรหรือเป็นพระอย่าไปแต่งเครื่องแบบนี้อยู่ฟ้องแจ้งความตำรวจลูกเดียวแจ้งความตำรวจลูกเดียวก็เป็นประเพณีเป็นตัวอย่างขึ้นมาแล้วเป็นธรรมเนียมจะเกิดยังมีต่อไปในอนาคตก็เป็นทางป้องกันอีกอันหนึ่ง เพราะเราไม่มีกฎหมายรับรองเราก็ต้องกฎหมายการกฎหมายของประเทศชาติแล้วก็ต้องใช้อย่างนี้ต่อไปนี้ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลหน้าที่ของตำรวจไอ้นี่เป็นเรื่องที่อาตมาเปิดเผยให้พวกเราฟังได้เพราะฉะนั้นถ้าใครจะมาบอกว่าอาตมาต้องรับผิดชอบสิ่งนี้รับผิดชอบแล้วหาทางทุกอย่างและอาตมาก็ไม่ได้เห็นด้วยเพราะฉะนั้นจะจับไปตรวจสอบจะจับไปว่าความจะกลับไปฟ้องไปร้องอะไรกันขึ้นศาลขึ้นอะไรก็ทำเถอะอาตมาไม่ได้มีส่วนอะไรหรอกเพราะอาตมาก็เห็นว่าผิดอยู่นั่นน่ะผิดตั้งแต่ไปแต่งตัวจะไปบอกคนอื่นว่าเป็นพระอยู่นั่นน่ะไม่มีคณะสงฆ์ทางวินัยก็บอกแล้วว่าแม้แต่ไม่มีแม้แต่ทางศาสนาพุทธต้องมีรัตนตรัยนี่มันก็ ไม่มีเลยรัตนตรัยของตัวเองอยู่แล้วนี่ไม่ได้เป็นไม่ได้หรอกเป็นเพราะอะไรไม่ได้อย่างนี้เป็นต้นอาตมาก็ได้อธิบายสู่ฟังเพราะงั้นยิ่งทางโลกไปทำอะไรต่ออะไรทางโน้นเข้าไปอีกก็ไม่ได้เพราะทางอาตมาอาตมาก็บอกแล้วว่าอาตมาตัดความรับผิดชอบไปแล้วแต่สิทธิมนุษยชนก็จะไปแต่งตัวยังไงบอกแล้วผู้หญิงอย่ามายุ่งกับกางเกงก็ไปจับเขาได้หรอผู้ชายจะมายุ่งกับผ้าถุงก็ไม่เห็นเป็นไรจับก็ไม่ได้เขาไม่ผิดกฎหมายในบางข้อเท่านั้นก็ไม่เห็นเป็นไรถ้าไม่รู้จักหรือไม่ไปทำร้ายสังคมอะไรเขาเขาก็ไม่มีปัญหาแต่นี่ไปแล้วจะไปเป็นยังไงก็ว่ากันไปส่วนเขาจะพิจารณาว่าแต่งรอบเรียนนี่เขาให้ความเหมือนกันว่าเนี่ยจะต้องพิจารณาผิดกฎหมายเพราะว่าไปแต่งรอบเรียนทั้งคนกรมการศาสนาในทาง เดี๋ยวจะเอาเรื่องว่าแต่งลอกเลียนก็ไปแก้ความเข้าเอาเองถ้าแต่งรอบเรียนแล้วก็ไปแจ้งความเขาไม่ได้ก็จับได้ว่าแต่งรอบเดือนแล้วก็เอาเข้าคุกผิดถ้าเขาพิจารณาความแล้วว่าผิดเสร็จแล้วเขาก็คงจะต้องมาถ้าเผื่อว่าพิจารณาพระโพธิสมภารผิดเพราะแต่งตัวลอกเลียนทรงคณะสงฆ์ไทยถ้าพระโพธิสัมพันธ์แพ้ความนะเกี่ยวมาถึงเราแล้วเพราะมันแต่งตัวเหมือนกันเลยเขาก็จะมาเอาเพราะเราผิดเพราะพระปฏิสัมพันธ์ได้ถูกศาลตัดสินแล้วว่าแต่งตัวรอบเรียนคณะสงฆ์ไทยผิดกฎหมายซึ่งมันมีจริงๆกฎหมายอันนี้เขาก็จะต้องเอี่ยวมาถึงเราเราก็จะต้องไปแก้คดีอีกแต่ว่ามันคนละคนนะมันไม่เหมือนกันเพราะฉะนั้นทางโน้นจะแพ้ความมาก็ตามแต่เราก็จะต้องขึ้นว่ากันอีกละสู้กันในศาลอีกซึ่งเราว่าเราไม่ผิดเราก็จะถูก ว่าเราไม่ได้จะแต่งรอบเรียนอย่างไรอย่างไรเราก็จะแก้ความของเราพอจะแพ้จะชนะก็ว่ากันตอนโน้นแต่ตอนนี้เรื่องมันยังไม่เกิดก็บอกให้ฟังคร่าวๆเรื่องมันจะมาถึงก็ไม่ถึงไม่รู้ได้แต่ถ้าพระโพธิสัมพันธ์แก้ความตกเลยนะเพราะว่าแก้ได้ว่านี่ไม่ใช่จะแต่งรอบเรียนชนะแล้วไปเลยทีนี้อโศกก็ลอยตัวไปเลยเพราะถนนเสร็จไปแล้วถ้าไม่หมายความว่าไม่ศาลตัดสินว่าไม่ใช่ไม่ถือว่าพระโพธิสัมพันธ์แต่งตัวอย่างนี้ลอกเรียนหลุดลอยตัวนะเสร็จเราก็เสร็จไปในตัวเพราะงั้นก็เอาผิดครับวันที่สุพรรณไม่ได้ก็แต่งตัวก็จะเอาผิดไม่ได้แต่ว่าเราเองก็บอกแล้วว่าไม่ใช่พระเพราะไม่มีสงฆ์ก็เป็นลัทธิใหม่ลัทธินึงไม่ใช่พุธจะอิงยังไงก็ตามแต่ไม่ใช่พุธมัน อาตมาบอกตัวให้ฟังแล้วว่าอะไรมันคือความที่ไม่ครบบริบูรณ์มันไม่ใช่ศาสนาพุทธด้วยแกนหลักเลยไม่มีรัตนตรัยมันมี 2 2 รัตนะเท่านั้นยืนยันได้ก็ได้ของรัตนะรัตนะที่ 3 คือส่งคณะสงฆ์ไม่มีเป็นไปไม่ได้เพราะใครจะแยกออกไปเราต้องหาคนให้ได้อย่างน้อยก็ต้อง 20 นะเนี่ยใครจะออกไปให้ได้เลยจะบอกเอาไว้เผื่ออยากจะแยกนิกายแกบอกเอาไว้ใครอยากจะต้องพยายามจะล้อมหาคณะสงฆ์ให้ได้ถึง 20 คณะผู้ประกาศคณะกรรมการให้ได้ 20 อาตมาแยกจากสงขลาออกมา 22 ลูกที่อาตมาแยกมาตอนแรกมีคณะสงฆ์มีพระอาทิตย์ไม่ใช่ 22 21 รูปพระ 21 รูปกับเณร 2 ที่เรียกว่าตอนนั้นเฉียดเฉียดๆเลยนะ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน