320809 พ่อท่านเยี่ยมสิกขมาต ณ กองกำกับการป้องกันและปราบปรามจลาจล(กก.ปจ.).docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2532
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์344 KB
วันที่แก้ไข8 สิงหาคม 2569

เนื้อหาในไฟล์

320809 พ่อท่านเยี่ยมสิกขมาตุ ณ กองกำกับการป้องกันและปราบปรามจลาจล (กก.ปจ.)

พ่อท่านเยี่ยมสิกขมาตุ ณ กองกำกับการป้องกันและปราบปรามจลาจล (กก.ปจ.) เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2532

พ่อท่านทักทายสิกขมาตุ พ่อท่าน เป็นไง เข้าไปสอบหรือยัง สิกขมาตุ ยังค่ะ กำลังรอค่ะ ทำแผนกันค่ะ พ่อท่าน เอ๊! เขาสอบต่างหากมิใช่หรือ สอบน่ะสิกขมาตุ สิกขมาตุ สอบสมณะก่อน พ่อท่าน อ๋อ! เหรอ (ทั้งคณะเลย คิวยาว) เดี๋ยวใครจะประกัน ใครจะยื่นประกันสิกขมาตุ ป่วย ใครป่วยบ้างล่ะ ใครป่วยก็ประกันออกมาก่อน ใครป่วยบ้างล่ะ สิกขมาตุ ทนกันได้ค่ะ พ่อท่าน เดี๋ยวตายในห้องขังนะ สิกขมาตุ ไม่ต้องประกันดิฉัน ดิฉันบอกโยมไว้แล้ว ดิฉันไม่ประกัน มันไม่ จำเป็น ไม่ลำบาก ถึงขนาดนั้นไหวค่ะ ไม่มีปัญหา ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ถ้าประกันดิฉันจะเสียใจ ดิฉันมีเหตุผล จะแจงพ่อท่านทีหลัง ดิฉันคิดว่ามีประโยชน์กว่า พ่อท่าน ถ้าทรมานไม่เข้าท่าก็ไม่ควรอะไร สิกขมาตุ ไม่เป็นไรที่นี่นอนได้ พ่อท่าน ไม่ประกันก็ไม่ประกัน สิกขมาตุ ไปพร้อมกัน (พ่อท่านพูดคุยจับความไม่ค่อยได้ คงเกี่ยวกับเรื่องสิกขมาตุป่วย) สิกขมาตุ ที่สันติคงเงียบ พ่อท่าน ไม่เงียบอะไรนี่ ไม่เงียบ คึกคักดี สิกขมาตุ พ่อท่านมานานแล้ว พ่อท่าน ไม่นาน พึ่งมาถึงเมื่อกี้นี้ มาก็เดินมานี่ สมณะ (ฟังไม่ชัด) ไม่มีใครไปช่วยฉันอาหารเลยหรือ พ่อท่าน ไม่มีปัญหาอะไร ไปบิณฑบาตก็เหมือนเดิม มีบางเจ้าก็ถามว่า รู้ว่าถูกจับ ทำไมจัดอาหารไว้ ก็บอกเคยใส่ทุกวัน บางเจ้ารู้ว่าถูกจับแล้วไม่ใส่ก็มี บ้างก็รีบวิ่งไปเอาของมาใส่บาตร สิกขมาตุ โชคดี เมื่อคืนกลับไปชุดหนึ่งก่อน ไม่งั้นโยมก็คอยเก้อเหมือนกัน พ่อท่าน เขารู้ เขารู้ข่าวคราว แต่บางเจ้าอย่างที่ว่า ถามแล้วบอกว่า คือพอผู้ที่ เดินไป

อ่านต่อ

บิณฑบาตผ่านเขาไป เขาก็เตรียมของไว้แล้ว ก็เลยถามว่า อ้าว! ทำไมเตรียมของไว้ใส่บาตร ก็รู้ไม่ใช่เหรอข่าวว่าจะต้อง ถูกจับวันนี้ มันเคยใส่ ก็ทำไว้อย่างนั้นน่ะ เขาว่ามันเคยใส่ก็ต้องใส่ทุกวัน แปลกนะ สิกขมาตุ ไปครบทุกสายหรือเปล่า พ่อท่าน (ครบ แต่ไปน้อย) ครบหรือ บางสายก็ไปรูปเดียว บางสายก็ไป ด รูป นี่สายอย่างมากก็ ด รูป คงจะครบ เพราะว่าสาย ด รูปนี่ ถ้าไม่ครบก็คงต้องแจกไปสายละรูปแน่ เพราะว่าบางสายมี ด รูปก็แสดงว่าครบ สิกขมาตุ เมื่อเช้าอยู่ที่นี่เราก็ทำวัตรเช้ากัน พ่อท่าน ทำกันคนละแห่งหรือ ทางโน้นก็ทำ รู้ว่าทำวัตรเช้า สิกขมาตุ ท่านสมณะ ท่านก็ทำข้างบน เราก็ทำกันเอง พ่อท่าน ก็ดีแล้วล่ะ เราก็ทำวัตร ตามกิจวัตรของเรา เราก็เปลี่ยนที่เท่านั้นเอง ไม่มีปัญหาอะไรหรอก สิกขมาตุ เหมือนไปสมัยกองทัพธรรม พ่อท่าน เหมือนสมัยก่อนนะ ออกจาริกกันนะ แต่จาริกต่างกันกับรุ่นก่อน รุ่นนี้จาริกเข้าห้องขัง รุ่นก่อนจาริกไปที่ไหนก็ได้ทุกสารทิศ (เสียงหัวเราะเล็กน้อย) สิกขมาตุ ที่นี่เขาก็อำนวยความสะดวกทุกอย่าง เจ้าหน้าที่ก็สุภาพดี พ่อท่าน มีตำรวจหญิงดูแลหรือเปล่า สิกขมาตุ ไม่มี พ่อท่าน ก็ให้ผู้หญิงพวกเรา ฤ คนคอยดูแลไม่ใช่เหรอ เอ๊ย ฤ ฝ่ายหญิงให้ ฤ คน ฝ่ายชายให้เป็น ยร

นักข่าวสัมภาษณ์ พล.ต.ต.วิโรจน์ เปาอินทร์ เมื่อ ฟ สิงหาคม พุทธศักราช ดฤรด

นักข่าว ใหม่ล่าสุดชุดสุดท้ายที่จับกุมมีกี่คน พล.ต.ต.วิโรจน์ ราว ๆ ฺม ที่เหลือคือพวกที่แจ้งข้อหา มีนักบวชหญิง ดม และผู้ชาย ฤฟ นักข่าว แต่ก่อน ณม มิใช่หรือ ตำรวจ สับสนกันตอนนับ ปรากฏว่า รู้สึกว่าจะมีลาออกไปก่อนที่เราเข้าเชิญมา เมื่อวาน ย รูป ซึ่งในบัญชีที่เราได้ เดิมมี ณม แต่มีตัวจริงมาเมื่อวานนี้ ฤฟ ท่านใช้คำว่าลาออกไปก่อนแล้ว แต่รายชื่อเราได้มา นักข่าว ถือว่ายังเป็นพระอยู่ใช่ไหมฮะ ตำรวจ ลาออก หมายความว่าสึก สึกไปจากสันติอโศก นักข่าว ท่านฮะ แล้วเรื่องมีข่าวว่า การยึดบัตรเป็นหลักฐาน เป็นความ จริงแค่ไหน ตำรวจ หลักฐานที่แสดงว่าการแต่งกายถูกหรือผิดก็คือ อยู่ที่เครื่องแต่งกาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่แสดงว่าผิดหรือไม่ผิด และคิดว่าเครื่องแต่งกายอะไรก็ตาม พวกบาตรอะไรนี่ ก็เป็นส่วนหนึ่งของการแต่งกาย นักข่าว แต่ว่าตอนนี้ยังไม่ได้ยึดไว้ใช่ไหมครับ ยังอนุญาตให้อุ้มบาตรมาบิณฑบาตได้ใช่ไหม ตำรวจ ก็อยู่ข้างบน ไม่ได้ออกมาบิณฑบาต นักข่าว บาตรนี้จะเป็นหลักฐานด้วย ตำรวจ ครับ นักข่าว ทราบว่าวันนี้ถ้าสอบเบื้องต้นสมณะจะมีการเปลี่ยนชุด ตำรวจ เรื่องเปลี่ยนชุดนี้ผมไม่เกี่ยว นักข่าว ไม่เหมือนกับกรณีของท่านโพธิรักษ์ใช่ไหมฮะ ตำรวจ ครับ เพราะว่ากรณีโพธิรักษ์ท่านดำเนินการตามพ.ร.บ.คณะสงฆ์ นักข่าว อันนี้กฎหมายอาญาใช่มั้ยครับ ตำรวจ กฎหมายอาญา นักข่าว มีใครยื่นขอประกันตัวหรือยัง ตำรวจ ยังไม่มีใครยื่น นักข่าว หลังจากสำนวนเสร็จแล้วส่งฟ้อง ชุดก็ยังอยู่อย่างนี้ใช่มั้ยฮะ ถ้าผิดก็ติดคุกไปเท่านั้นเอง ตำรวจ เรื่องเปลี่ยนชุดหรือไม่เปลี่ยนชุดคงไม่เกี่ยวกับผม สิ่งไหนที่เราจะยึดเป็นของกลางได้ เราก็ยึดเป็นของกลาง นักข่าว ในช่วงที่รวบรวมพยานหลักฐานที่สอบ ก็ยังเป็นชุดเดิมใช่ไหม ตำรวจ เวลานี้ท่านก็ยังแต่งของท่านอยู่ นักข่าว แล้วตอนส่งฟ้องศาลยังเป็นชุดนี้หรือเปล่า ตำรวจ ก็แล้วแต่ท่าน นักข่าว ถ้าไม่เปลี่ยนก็เป็นชุดเหลืองตลอด ตำรวจ เราก็ทำได้ ทำที่ทำอยู่ในกรอบของกฎหมาย นักข่าว แต่เรื่องการเปลี่ยนชุดเป็นหน้าที่ของกรม(ศาสนา)หรือไม่ ตำรวจ ไม่เป็น ถ้าเราตีความ ท่านก็ไม่ได้เป็นพระ ตามกฎหมาย พ.ร.บ.คณะสงฆ์ก็มาจัดการกับท่านไม่ได้ การที่จะบังคับให้สละสมณเพศ ไม่มีในกฎหมายทั่วไป ไม่มี การให้พระสละสมณเพศมีอยู่ใน พ.ร.บ.คณะสงฆ์ แต่กรณีนี้ไม่มี เพราะท่านไม่ได้เป็นพระตามกฎหมาย นักข่าว การเปลี่ยนชุดนี่ผมก็งงเหมือนกัน เป็นหน้าที่ของตำรวจหรือเปล่า ตำรวจ ไม่ใช่ นักข่าว ไม่ใช่ ใช่มั้ยครับ ถ้าเป็นไปตามขั้นตอน หลังจากที่ท่านดำเนินการไปส่งฟ้องศาล ถ้าผิดต้องติดคุกชุดนี้หรือไม่ ตำรวจ ก็แล้วแต่ เราก็ทำในกรอบของกฎหมายเท่าที่ทำได้ นักข่าว มีการขอร้องให้เปลี่ยนชุดหรือไม่ช่วงนี้ ตำรวจ ก็ขอร้องเหมือนกัน เพื่อเห็นแก่ภาพหลายๆอย่าง เพราะว่าเวลานี้เราถือว่าท่านไม่ได้เป็นพระที่ถูกต้อง ก็ขอร้องเหมือนกัน นักข่าว ที่ท่านขอร้องไปแล้วทางพระว่าอย่างไร ตำรวจ กำลังปรึกษาหารือกันอยู่

นักข่าวสัมภาษณ์ท่านโพธิรักษ์ เมื่อ ฟ สิงหาคม พุทธศักราช ดฤรร ณ กก.ปจ.

นักข่าว แล้วที่มีข่าวว่า ทางตำรวจจะยึดเครื่องแต่งกาย คือบาตรและกลดไว้เป็นหลักฐาน แล้วอาจจะต้องมีการเปลี่ยนชุด เขาบอกว่าต้องยึดไว้เป็นหลักฐานเกี่ยวกับการทำคดี พ่อท่าน ถ่ายรูปไว้ก็ได้ นักข่าว แล้วถ้าพนักงานสอบสวนขอร้องให้สวมชุดขาวล่ะ พ่อท่าน ไม่ถูก เราจะไปเปลี่ยนทำไมเพราะเราเป็นผู้ที่บวชถูกต้องอยู่แล้ว เราจะไปเปลี่ยนได้อย่างไร เรามีสิทธิ์ รู้สึกว่าจะบังคับกันเกินไป เรามีสิทธิ์ เป็นแต่เพียงข้อกล่าวหา เขากล่าวหาว่าเราบวชไม่ถูกต้องใช่ไหม เรามีสิทธิที่จะบวช เราบวชแล้ว เราเชื่อแน่ว่าเราไม่ได้ทำเล่น ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย เราถูกต้อง ถ้าเราเปลี่ยนก็เท่ากับรับว่าเราไม่ถูกมาตั้งแต่เดิมน่ะซี จะไปเปลี่ยนได้ยังไง ถ้าจะอ้างว่า เอาไว้เป็นของกลาง ถ่ายรูปไว้ก็ได้ ด้านข้าง ด้านหน้า ด้านหลังอะไรก็ถ่ายได้ ไม่มีปัญหาอะไร เป็นหลักฐาน ไปยึดไว้ทำไมเสียข้าวเสียของ ยึดแล้วเขาก็ต้องใช้ ชุดเดิมจะเอาไปสักชุดเป็นตัวอย่างก็ได้ ไม่ใช่เล่นไพ่จะได้มีของกลางแบบนั้น คดีนี้เป็นคดีแรกในประเทศไทย จะทำเป็นเอาข้อคิด เอาอะไรมาเล่น โดยที่ว่าไม่ชอบมาพากล เราก็ต้องให้เห็นไปตามความที่ถูกต้องด้วย สิ่งนี้ไม่ถูกต้อง อาตมาเห็นว่าเหตุผลนี้ไม่ถูกต้อง การมาขอยึดเป็นของกลาง ไม่ใช่ไพ่ ไม่ใช่โจร เราไม่ได้ทำอย่างโจร นักข่าว ก็จะยืนยันว่า จะไม่เปลี่ยน พ่อท่าน ไม่เปลี่ยน นักข่าว แล้วถ้าสมมุติไม่ได้ประกันภายใน.. เมื่อจะส่งศาลนี่ ไม่ได้ประกัน กรม ราชทัณฑ์เขาต้องบังคับให้เปลี่ยนชุดนี่ทางพ่อท่านจะว่าอย่างไรบ้าง พ่อท่าน ยังตอบไม่ได้ เพราะว่าคดีนี้เรายังไม่เคยเลย เรื่องราวอะไรก็ยังไม่เคย ยังตอบไม่ได้... พ่อท่าน สอบกันตลอดไป เรื่อยๆ วันนี้วันพุธ พรุ่งนี้วันพฤหัสบดี พรุ่งนี้คงต้องสอบอีก วันนี้คงไม่หมดหรอก ถึงวันศุกร์ เวลา ณด ชั่วโมง ถึงวันศุกร์ นักข่าว ที่ว่าจะใช้มาตรา ยมณ ช่วยปล่อยตัวชั่วคราว หรือประกันตัวเอง ถ้าตำรวจเขาไม่ยอมจะทำอย่างไร พ่อท่าน ไม่ยอมก็ขัง นักข่าว จะไม่ใช้หลักทรัพย์แน่นอน พ่อท่าน ยังไม่รู้ อาตมาก็ยังไม่รู้รายละเอียดทั้งหมด ถ้ามันไม่มีความจำเป็นอะไรมากมายนัก เราก็ไม่ต้องไปเบียดเบียนญาติโยมอะไรมากมายนัก นักข่าว ที่ญาติธรรมเสนอขึ้นมานี่ได้เยอะหรือยัง พอที่จะประกันทั้งหมดได้ไหม พ่อท่าน เรายังไม่มีนโยบายจะประกันอะไรมากมาย เราก็เลยไม่คิดจะประกัน นักข่าว ถ้าไม่ประกันนี่ต้องเข้าคุกหรือเข้าเรือนจำ พ่อท่าน ทำไงล่ะ ก็ต้องปรึกษาหารือกันดู ไม่รู้ว่ามันจะแค่ไหน

พ่อท่านสนทนากับทนาย พ่อท่าน ผู้ที่ป่วย สมณะที่ป่วย เมื่อกี้ไปถามสิกขมาตุแล้ว สิกขมาตุที่ป่วยเจ็บ ญาติโยมเขาปวารณาเขาจะประกัน ทางโน้นถามแล้ว ไม่มีใครยอมประกัน ไม่มีใครป่วย ก็ไปถามสมณะดู สมณะรูปไหนที่เจ็บป่วยอยากจะให้ประกัน ก็ถามดู ทนายประสิทธิ์ คุณรุ่งโรจน์กำลังคุยกับคุณวิโรจน์ เปาอินทร์ เรื่องการเปลี่ยนชุด พ่อท่าน ไม่เปลี่ยน ถ้าเรายอมเปลี่ยนเท่ากับยอมรับว่า ไม่ใช่พระ เปลี่ยนออกไปก็เท่ากับสึกไปเลย เรายืนยันว่าเราถูกต้อง เราไม่มีความผิด ความผิดของเขามันต่างกับอาตมา อาตมานี่คนละข้อหา เราเองยอมสึกให้ตามกฎหมาย เราก็เปลี่ยนมา ก็ต้องให้มีรูปแบบที่ชัดเจน แต่ในความจริงเราเป็นพระที่ถูกต้อง ยังไงๆเราก็ต้องอยู่อย่างนั้น จะให้เราเปลี่ยนไปไม่ได้ เราไม่ยอม จะเอาบาตร เอาเครื่องอะไรต่ออะไรไปไม่ได้ เรื่องนี้จะต้องไปพูดกันในศาล ไม่ใช่เรื่องที่จะพูดกันที่นี่ มันบีบบังคับกันมากเกินไป จะขอร้องก็ขอร้อง เอาประโยชน์ส่วนตัว ซึ่งไม่เห็นใจคนอื่นเขา ไม่ถูกต้อง ไม่มีเหตุผลอะไร ถ้าบอกว่าอยากจะได้หลักฐาน ถ่ายรูปเอาได้หมด ด้านข้าง ด้านหน้า ด้านหลัง ด้านไหนก็ได้ หลักฐานก็คือหลักฐาน รูปถ่ายก็คือหลักฐานเหมือนกัน นุ่งห่มให้ถ่าย ถ่ายไปได้เลย จะเอาชัดขนาดไหน ก็หาช่างกล้องดีๆ มาถ่ายเอาสิ ทนาย เขาบอกว่าใส่เครื่องแบบ ที่แสดงว่าเป็นพระภิกษุ ก็คือเอกสารอันนี้ พ่อท่าน เอกสารที่ไหน ทนาย คือวัตถุพยานอันนี้ พนักงานอัยการต้องเอาไปเป็นหลักฐาน พ่อท่าน เอ้า ให้ได้ มอบให้ ย ชุดไปเลย หรือจะเอาสัก ด ชุดก็ได้ หลายชุดมันก็เปลืองเปล่าเท่านั้นเอง ทนาย เขาพูดในเชิงว่าจะแจ้งให้กรมศาสนาไปเตรียมชุดขาวมา พ่อท่าน ไม่มีประโยชน์ อย่าเสียเงินเลย เรายืนยันว่าเรายังไม่มีความผิด ศาลยังไม่ได้ตัดสินออกมาว่าเราไม่ใช่ เรายืนยันว่าเราใช่ แต่ทางโน้นตั้งข้อหาฟ้องเราว่า เราไม่ถูกต้อง หรือเราไปลอกเลียนปลอมแปลง เราไม่ใช่ เราไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แต่ทางโน้นต่างหากกล่าวหาแล้วก็ฟ้องร้องเราว่าทำผิด เราไม่ใช่ผู้ผิด เรายังเป็นผู้ที่ถูกต้อง ไม่เปลี่ยน เปลี่ยนไม่ได้ เปลี่ยนเท่ากับว่าเรายอมรับโดยปริยาย คล้ายๆ ยังงั้น ไม่ใช่เลย ทนาย สำหรับสมณะที่ป่วยอาพาธ พ่อท่าน ใครจะประกันก็ญาติโยมเขาปวารณาจะประกันให้สำหรับผู้ที่ป่วย เขาจะใช้หลักทรัพย์อะไร เท่าไหร่ ก็เจรจาดู พ่อท่าน ไม่เห็นใจเราบ้างเลย ทั้งๆที่คดียังไม่สิ้นสุด ยังไม่ตัดสินอะไรเลย แล้วก็มาบีบคั้นเรา ถาม มีเจ้าหน้าที่กรมการศาสนามาสัมภาษณ์พ่อท่าน พ่อท่าน มาอีกไง ยังมาอีก ณ รูปที่ยังไม่ได้สอบ ทนาย ปรากฏว่าที่อยู่นี่ป่วยบ้างเล็กน้อย แต่ตอนนี้หายป่วยหมดแล้ว และมีอีกชุดที่กำลังถูกสอบอยู่ แต่คงไม่หนัก พอให้ปากคำและสอบได้ และอีกอย่างมีอาหารเสริมตอนเย็น ก็พอจะเป็นไปได้ พ่อท่าน ป่วยกับที่จะประกันอะไรนี่ เราก็จะขอประกันให้ ถาม ไม่ทราบว่ามาถึงที่นี่แล้ว ต้องให้การอย่างเดียวกันหรือเปล่า หรือว่าให้การแนวไหน พ่อท่าน ก็เราทำความเข้าใจกันว่า อะไรผิด อะไรถูก เราก็ไปตามสัจจะความจริง ก็เท่านั้นเอง ให้การเป็นภาษาเดียวกัน หมายความว่าท่องจำเป็นอาขยาน แล้วมาให้การไม่มีหรอก ก็เป็นแต่เพียงรู้ว่าอะไรผิด อะไรถูก ย้ำกันดู ก็ตอบไปตามสำนวนของใครของมัน แต่ก็ยืนยันสัจจะเท่านั้นเอง ถาม สมณะที่ให้การแล้วส่วนใหญ่จะพูดเรื่องเดียวกัน คือให้การชั้นศาล ส่วนใหญ่ อีกแนวก็... พ่อท่าน เราเป็น ร แนว เราไม่ได้บังคับว่าจะให้การอย่างไร ก็ให้ไป ร แนว อย่างที่โรเนียวให้ จะภาคเสธ ทีนี้ถ้าท่านเห็นอย่างนั้น ลงรอยอย่างนั้นก็เรื่องของท่าน ตอบรับก็เรื่องของท่าน พ่อท่าน ...พยายามศึกษา แล้วก็พยายามฝึกฝนอบรมตน เป็นคนที่ให้อิสรเสรี ภาพแก่กันทุกอย่าง อิสรเสรีภาพเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องการ เราไม่พยายามบังคับ กดขี่ มันไม่ถูกต้อง ทุกคนมีสิทธิ์จะพูด มีสิทธิ์มนุษยชนตามความคิดเห็น ความเชื่อ มีความเห็นจริงอย่างไร มีความประสงค์จะพูด จะปฏิเสธ จะยอมรับ จะเห็นว่าอย่างไร ก็เป็นอิสรเสรีภาพของแต่ละบุคคล เราไม่ได้ร่วมหัวอะไรกัน เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงว่าวิธีการแบบโลกๆ จะต้องล็อบบี้กันไว้ ต้องมาปลุกม็อบกันเอาไว้ ต้องมาบีบบังคับกันเอาไว้ เล่นวิธีกลโกงอะไร เรามาศึกษาสัจธรรม ไม่ได้มาหาเรื่องโกงๆ หรือมาบังคับกัน แม้แต่ทางจิตใจ เราศึกษาธรรมะ เราสำคัญเรื่องทางจิตใจด้วย ไม่ให้มาเที่ยวได้วุ่นวายถึงทางจิตใจ ส่วนมันจะเป็นยังไง มันก็เป็นออกไป เราจะได้เช็คสัจจะดีด้วย ทนาย พูดถึงการแจ้งข้อหาที่ผู้แจ้งมีข้อมูลไม่พอ ทางเราได้ให้หนังสือไปอ่าน ถือเป็นคำให้การส่วนหนึ่ง (เข้าใจว่าเป็นหนังสือพระอโศกเป็นพระหรือไม่) คดีนี้ ไม่เหมือนคดีทั่วไป ที่ไปหาพยานหลักฐานข้างนอกได้ แต่นี่เป็นเรื่องความเชื่อ ไม่รู้จะไปสอบใคร ก็ต้องสอบจากปากคำผู้ต้องหา พ่อท่าน เรามีความจริงอะไรก็พูดไป มันน่าจะเป็นคดีตัวอย่าง ทนาย เขาก็ว่าถึงปฏิเสธอย่างไรก็ต้องสอบประเด็นนี้

นักข่าวสัมภาษณ์ตำรวจ (พล.ต.ต.วิโรจน์ เปาอินทร์) นักข่าว วันนี้ผู้แทนของสันติอโศกยื่นประกันตัวหรือยังคะ ตำรวจ ยังไม่มี ไม่มีใครมายื่น นักข่าว หลังจากที่สมณะโพธิรักษ์ขึ้นไปแล้วมีการเจรจากันข้อไหนบ้าง ตำรวจ คือขณะนี้ก็กำลังพูดกันถึงเรื่องที่ เราจำเป็นต้องยึดเครื่องแต่งกายของท่านไว้เป็นของกลางคดีอาญา และกำลังขอความร่วมมือท่านอยู่ นักข่าว เมื่อสักครู่สมณะโพธิรักษ์บอกว่าเครื่องแต่งกาย หรือในอัฐบริขารให้ยึดไม่ได้ เนื่องจากเป็นของใช้ส่วนตัว ในเรื่องนี้ท่านได้ชี้แจงว่าอย่างไรคะ ตำรวจ ครับ ก็ชี้แจงว่าเป็นของกลาง เป็นคดีอาญา เพราะข้อหาที่เราตั้ง เป็นเรื่องของการแต่งกาย ที่แสดงว่าเป็นพระภิกษุ สามเณร ฉะนั้นชิ้นส่วนของเครื่องแต่งกายก็เป็นของกลางคดีอาญา ซึ่งเราจะต้องรวบรวมไว้ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวน นักข่าว แล้วท่านจะยินยอมมั้ยครับ พนักงานสอบสวนจะมีอำนาจในการ... ตำรวจ ครับ ท่านกำลังเจรจากับสาวกของท่านอยู่ นักข่าว ท่านคะ เกี่ยวกับการเปลี่ยนรูปแบบที่เราคิดว่าจะทำกัน ตำรวจ เมื่อ..หลังจากที่เรายึดเครื่องแต่งกายท่านแล้ว แล้วท่านจะแต่งแบบไหน ผมก็คิดว่าเป็นเรื่องของท่าน นักข่าว ผู้ต้องหาส่วนมากให้การในลักษณะไหนคะ ตำรวจ ก็ให้ความร่วมมือดี นักข่าว มีการปฏิเสธไหมคะ ตำรวจ บอกไม่ได้ครับ นักข่าว มีการให้ประกันตัวไหมครับ ตำรวจ ก็ยังไม่มีใครยื่นมา นักข่าว ถ้าสมณะไม่ยอมเปลี่ยน ตำรวจ ก็คงพูดกันได้ นักข่าว หมายความว่าในเรื่องเปลี่ยนนี่หรือคะ ตำรวจ คือเปลี่ยนนี่เราไม่นั่น... เราจะขอยึด นักข่าว ถ้าวัตถุสิ่งของนี่ยึดไปเพียงชุดเดียวนี่ละ ที่เหลือคงไว้ ให้ยึดไว้เป็นหลักฐาน ตำรวจ เราไม่มีเหตุผลว่าทำไมจึงยึดบางส่วนแล้วไม่ยึดทั้งหมด ปกติก็ต้องยึดทั้งหมด นักข่าว แล้วจะแต่งชุดอะไร ตำรวจ ก็แล้วแต่ท่าน นักข่าว มีการเตรียมไว้ไหมฮะ ตำรวจ ถ้าท่านขอ เราก็จะเตรียมให้ นักข่าว ตอนนี้มีการขอหรือยัง ตำรวจ ยัง คือผมก็คิดว่า เราพูดกับท่านดีๆ เราก็ไม่อยากจะใช้อำนาจอะไรที่มันเกินไป พูดกันได้ นักข่าว ... ตำรวจ ชิ้นส่วนเครื่องแต่งกาย สมมุติผมกล่าวหาว่า คุณแต่งกายอย่างนี้ไม่มีสิทธิ์ เสร็จแล้วผมก็ต้องยึดอันนี้ไว้ เพื่อแสดงหลักฐานต่อศาล ว่าอันนี้ ชิ้นนี้ ผืนนี้ ตัวนี้ ที่ไม่มีสิทธิ์จะแต่ง ถ้าผมไม่ยึดไว้ คุณไปแล้วก็ ไปถึงศาล แล้วผมจะเอาที่ไหนแสดงต่อศาล เพื่อชี้แจง นักข่าว ตอนนี้นายรัก รักพงษ์บอกว่า ไม่ใช่คดีการพนันที่จะต้องยึดของกลาง ตำรวจ ท่านไม่เข้าใจ จะพยายามพูดให้ท่านเข้าใจ นักข่าว แล้วมีท่าทีว่ายอมมั้ยฮะ ตำรวจ ก็กำลังพูดกันอยู่ นักข่าว ขอบพระคุณค่ะ

ถอดเทปโดย นิติยาภรณ์ ตรวจทานโดย อรณี พิมพ์-ตรวจทานโดย สิกขมาตุปราณี 16 พฤษภาคม 2533

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน