240418-3-048 ทางเอกภาค3-ตอน048(หน้า285)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์171 KB
วันที่แก้ไข15 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันเสาร์ที่ 18 เมษายนพุทธศักราช 2524 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำหมู่ทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกซึ่งเป็นการบรรยายต่อจากคราวที่แล้วลักษณะนี้เรากำลังจะมาเรียนรู้เข้าไปถึงภาวะพบซึ่งไม่ใช่การมาพบแต่ก็เรียนรู้ถึงอารมณ์หาเราจับอารมณ์เราเรียน จิตเจตสิกรูปนั่นแหละแม้จะเรียนกามภพเราก็เรียนรู้มาถึงจิตเจตสิกเหมือนกันตาหูจมูกลิ้นกายไปสัมผัสอะไรต่ออะไรต่างๆนานาแล้วเราก็มาเรียนรู้ที่จิตของเราเหมือนกันจิตของเราจะจับปารมอ่านรู้เป็นกิเลสเป็นตัณหาอะไรต่ออะไรอย่างไรเราก็จะรู้อารมณ์ของเราเหมือนกันแต่ในขณะนี้เรากำลังจะเรียนรู้เพราะว่าพบไม่ใช่กามภพเป็นเพราะว่าเพราะคือไม่ไม่เกี่ยวกับตาหูจมูกลิ้นกายเราจะทำความรู้อ่านรู้สังเกตรู้ เบอร์ติดตาหูจมูกลิ้นกายไม่รับรู้แล้วไม่สัมผัสกับอะไรแล้วได้หรือมันจะสัมผัสอยู่ก็ตามแต่เราไม่ได้ไปเอาใจใส่อะไรกับมันจิตของเราเป็นหนึ่งหรือจิตของเราตกอยู่ในสภาพที่อยู่ในภพเป็นภาวะภพตกอยู่ในภวังค์ตกอยู่ในภาวะภพทีนี้พวกที่เล่นเพราะว่าพวกนี้ก็เจตนาเลยจะนั่งหรือนอนก็ตามส่วนมากเขาก็นั่งเอานั่งเข้าแล้วก็ทำตนเอาจิตเพ่งจะเพ่งข้างนอกก่อนเพื่อให้จิตมันไม่ซัดทรายสะกดจิตก็รวมจิตหรือว่าหล่อจิตให้มัน อยู่กับอาการอารมณ์หนึ่งที่เราจะเพ่งเข้ามาหาสภาพรู้อารมณ์นั้นเพ่งแล้วก็ใช้เป็นเครื่องรอหลับตาลงไปก็ให้จิตจดจ่ออยู่ที่เครื่องล่อนั้นคือตะล่อมจิตไม่ให้มันฟุ้งซ่านก่อนธรรมดาจิตเรามันฟุ้งซ่าน 10 คนเขาก็ใช้การเพ่งเพลงที่ดินที่น้ำที่ไฟที่เรามองอะไรมองเพ่งก็ตามเอาเครื่องอะไรมาเพ่งก็ได้เพลงเพื่อไม่ให้จิตมันรับสายมันฟุ้งซ่านไปมากให้มันอยู่กับเรื่องนั้นน่ะจ้องอยู่อันนั้นเสร็จแล้วเขาก็หลับตาเอาสภาพของสิ่งที่จ้องที่เพลงข้างนอกนั่นแหละให้ไปมีภาพมัน ภาพของสิ่งที่เราเพ่งนั้นอยู่ข้างในในใจในอารมณ์สิ่ง

อ่านต่อ

ที่จริงมันไม่ได้ไปเห็นเหินอะไรหรอกแล้วเขาก็นึกว่าเขาเห็นเขานึกว่าหลับตาไปแล้วก็ยังเห็นภาพนึกว่าเราได้เห็นด้วยลูกกะตาแต่เขาว่าไม่ได้เห็นลูกกะตาก็นึกว่ามันเป็นสภาพเป็นสิ่งรู้อันนึงแท้จริงคือความจำสัญญากำหนดหมายรู้แล้วก็เอาไปจำไว้ในใจอยู่ในอารมณ์ติดตาติดใจที่จะไม่ใช่ติดตาแต่มันไม่ใช่เอาลูกกะตาดูแต่ความจำมันติดตาติดใจเมื่อจ้องอะไรก็ตามใจเสร็จแล้วเขาก็จะแปลรูปไปแม้แต่เขาจ้องพระพุทธรูป ในสายของพวกที่เขาหักจ้องพระพุทธรูปเขาก็ให้แปลเป็นความใสจองแล้วก็ทำความรู้สึกนี้ให้มันว่างจากเรื่องราวจากดินน้ำไฟลมจากอะไรต่ออะไรลงไปให้มันใสๆๆๆๆลงไปให้มันจางเป็นแสงสว่างเฉยๆเมื่อเป็นแสงสว่างเฉยๆลงไปท่านก็เรียกว่าอารมณ์กับสัญญาเข้าไปหาสภาพอารมณ์กับสัญญาเป็นแสงสว่างสติเต็มพร้อมตื่นอยู่รู้ตัวเพราะว่าเราก็ทำอยู่แข็งแรงมันจึงจะได้ถ้าไม่ทำแข็งแรงสติไม่ตื่นอยู่รู้โพลงทำไม่ได้จะทำสภาพนี้ทำไม่ได้ถ้าเผื่อว่าไม่ตื่นถ้า อยู่รู้โพรงสว่างอยู่ทำได้เมื่อเป็นแสงสว่างไม่มีสภาพอะไรแสงสีอื่นอะไรจะไม่มีมีแต่แสงสว่างโพรงโล่งกว้างเบาไม่ได้แสงสว่างหรือไอ้ว่างๆเห็นเขาเรียกว่ากินจรรยาอาการนะเรียกว่าอากาสานัญจายตนะที่นี้เมื่อเราเป็นตอนแรกๆเนี่ยมันว่างจนกระทั่งมันไม่มีอะไรเหลือนี่มันว่างโล่งมันก็จะเป็นสภาพที่ไม่มีตัวตนตัวเราตัวอัตราตัวเราของเราอยู่ที่ไหนเหมือนมันไม่รู้จักเลยมันไม่รู้ตัวมันมีแต่สภาพเสวยมันมีแต่สภาพ ว่างมันก็ไม่มีอะไรเลยมันลงไปหมดวางทะลุนู่นนี่ไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดมันจะเป็นอาการอย่างนั้นจริงๆถ้าใครทำถึงซักประมาณนึงมันก็จะรู้ตัวมันจะรู้ว่าตัวเรามีไม่ใช่ตัวเราไม่มีตัวเรามีตัวเราเนี่ยเป็นตัวของเราเป็นตัวตนของเราเราเป็นผู้เสวยเราเป็นผู้อาศัยจุดว่างๆจุดนั้นไม่มีดินน้ำไฟลมเบาไม่มีดินน้ำไฟลมอะไรไม่มีเลยว่างเบาลงสบายจะเป็นตัวเราก็เป็นสภาพของวิญญาณัญจายตนะแต่สภาพ 2 ส่วนนั้น อยู่ด้วยกันอากาสานัญจายตนะก็เป็นรูปวิญญาณัญจายตนะก็เป็นนามที่นี่พวกที่อาศัยสภาพอย่างนี้ทำอย่างนี้นั่นแหละเขาก็จะทำไปโดยพิสดารต่างๆนานาพวกที่จะเพ่งให้มันแน่แน่วเข้าไปเอาแต่เรื่องนี้ไม่เอาอะไรมากเขาก็จะมีแนวเพลงเข้าไปมันยังสายสุรศักดิ์ก็เป็นเขาจะเพ่งจอลงไปอีกเขาก็ให้มันใส่ลงไปใส่ลงไปในใจกลางไซส์ลงไปใส่ลงไปอีกอะไรต่างๆนานาของเขาแต่ตามแต่อุบายเขาจะว่ามันก็จดจ่อจดจ้องมันก็จ้องเพลงติดอยู่อย่างนั้นน่ะมันก็เป็นสภาพเขาก็วางของเขาเป็นชานชาญยุทธตัวนี้เจาะ ลงไปแล้วก็ไซส์ก็ว่างก็โปร่งอย่างนี้ก็เล่นกันนักหนาเล่นสภาพไม่มีรูปเป็นสภาพไม่มีรูปจึงเรียกว่าอรูปฌานอรูปฌานไม่มีรูปเล่นให้มันใสลงไปแต่เขาเองเขาก็ไม่เท่านั้นไม่มีรูปนั่นแหละเขาก็ไปปั้นรูปขึ้นมาอีกจึงเรียกว่าของปลอมซ้อนลงมาในของจริงถ้าอยู่ที่อาการสาวว่างลงแล้วก็มีธาตุรู้รู้อยู่ตัวนึงเป็นวิญญาณรู้รับทราบอยู่ในระหว่างโรงพยาบาลมันก็เป็นอรูปฌานอยู่อย่างนั้นน่ะถ้าจะส่งอยู่อย่างนั้นก็อยู่อย่างนั้นไปจะนานเท่าไหร่ก็นานมันก็เป็นสภาพนั้นแหละแต่เขาไม่ได้ผิดอย่างนั้นเขาก็เล่นอีกด้วยความไม่รู้ด้วยความไม่เข้าใจว่า อะไรคืออะไรก็เล่นก็ไม่ไปปั้นเป็นรูปเป็นเริมสร้างรูปอย่างสู่พระพุทธเจ้าได้สร้างรูปเลยเป็นคนที่มีชฎาขึ้นมาเรียกว่าสัจธรรมโซดาเป็นพระโสดาเห็นได้เจาะเข้าไปที่ดวงนั้นดวงใสนั้นจะเห็นฐานแรกเป็นฐานพระโสดาบันก็จะมีรูปกำหนดรูปกันเลยเขียนไปเลยมีเครื่องทรงต่างกันละเอียดต่างกันนิดหน่อยเหมือนกับเป็นบ้านเหมือนกับเป็นช่อชัยพฤกษ์อะไรของชั้นตรีชั้นโทชั้นเอกอะไรอย่างนี้แหละแล้วก็กำหนดลงไปต่างกันมีชฎาก็งามต่างกันรูปร่างอะไรต่างกันเขาก็จะเห็นกำหนดเห็นแล้วมันจะเห็นเลยเป็นโสดาสกิทานาคา อันนั้นเป็นเครื่องสมมุติว่าขึ้นชั้นที่จริงมันโกงกันง่ายจะตายไปฉลาดๆแล้วก็สมมุติพระอรหันต์เลยจะไปยากอะไรก็ปั้นรูปพระอรหันต์เลยกำหนดไสแล้วก็ปั้นรูปการปั้นรูปขึ้นนั้นแหละเราเรียกว่าวิญญาณแท้ๆของพวกสมมุติที่จริงเป็นวิญญาณสมมตินะวิญญาณอาจตายหรือวิญญาณอัตภาพวิญญาณปั้นตัวตนปั้นรูปร่างปั้นสรีระขึ้นมาทั้งๆที่พระพุทธเจ้าตรัสยืนยันว่าวิญญาณังอนัตตาวิญญาณไม่มีตัวไม่มีตนมโนหรือจิตหรือวิญญาณนั้นอะสรีรางไม่มีรูปไม่มีสีแต่เขาก็มีเพราะฉะนั้นความไม่รู้มันก็จะออกไปที่จริงมันเป็นสภาพไม่มีอ่ะเหมือนกัน รูปอัสตารูปมันจะเข้าท่าอยู่แล้วเพราะมันว่างลงว่างใสมึงก็ว่างมันไม่มีอะไรมันไม่มีแต่เขาก็ทำให้มันมีเขาก็ไปสร้างให้มันมีมันมีมันก็มีสร้างจนสำเร็จเขาเรียกว่ามโนอัตราพอสร้างจนสำเร็จเขาเรียกว่ามโนไม่ใช่อัตราในขณะที่อาสานี่เป็นฐานแรกนี่เป็นฐานถูกต้องแล้วแต่เขาไม่เข้าไปสร้างขึ้นเพราะสร้างขึ้นเป็นมโนมยาอัตรานี้นั่นแหละคือตัววิญญาณที่เขาลงกันว่าเป็นก็เป็นสภาพวิญญาณวิญญาณก็มีตัวตน วิญญาณก็มีสรีระเรียกอัตรามีตัวตนมีรูปมีสีมีรูปมีสีเรียกว่ามีสรีระดูได้ต่อไปก็ปั้นเป็นสวรรค์เป็นนรกไปเลยมีสวรรค์มีนรกมีเทพธิดามีเทพธิดามีเทพบุตรอะไรเยอะแยะไปเลยเป็นเรื่องเมืองนรกเมืองสวรรค์เมืองอะไรก็ได้ไปอันนี้จึงเป็นเรื่องของพวกตอนแรกว่าง ดีแล้วอาการโรคอาอาโลกสัญญาอาสาว่างไม่มีอะไรดีแล้วเสร็จแล้วเขาก็ไม่พอใจที่จริงธาตุอาศัยธาตุจิตวิญญาณนั้นพอระลึกรู้ตัวว่าเป็นตัวตนมันก็ลงถึงฐานวิญญาณแล้ววิญญาณบรรยายเจตนาและเป็นความระลึกรู้ที่มีตัวตนที่มีวิญญาณที่มีความรู้สึกถ้าเผื่อว่าไม่เป็นอะไรก็ไม่เป็นอะไรแต่เราเองเรายังมีเรายังมีเรายังไม่ได้ดับขันธ์เรายังไม่แตกสลายเราก็มีตัวตนอย่างนี้เท่านั้นเองเป็นตัวทาสรู้สึกเท่านั้นเองอันนี้ก็พอตัวของมันแล้วจบของมันเองแต่พวกนี้เขาไม่จบเขาก็มาปั้นอัตรานี้ขึ้นอีกจึงสำเร็จลงด้วยจิตทีไรเขาก็เป็นมโนอัตรา อัตราที่นี้เขาก็พวกนี้เขาเข้าเรียนพวกที่นั่งหลับตาในภาวะภพนี่นะเหมือนเขาเล่นอย่างนี้ไปเขาก็เป็นทิศทางนึงทิศทางปั้นสวรรค์ปั้นนรกปั้นมีตัวมีตนทหารสว่างนี้เขาก็มีฐานสว่างของเขาฐานอาการโรคนี้มันก็เป็นไปอย่างนี้เสมอที่นี่อีกฐานหนึ่งเมื่อเขาได้เล่นพวกนี้เขามากๆเขาก็บอกว่าเอออย่างนี้มันก็เก่งแล้วทีนี้เขาก็ทำการนิโรธสภาพนี้ไม่ใช่นิพพานนี้เป็นสวรรค์นี่เป็นนรกเพราะฉะนั้นทำนิโรธทำนิพพานเถอะฮีโร่ที่ผ่านก็ทำไงเค้าก็บอกนี่โดนนิพพานเขาก็ต้องดับมีตัวมี มีสวรรค์มีนรกอยู่อย่างนี้มันไม่ใช่นิโรธนิพพานเพราะฉะนั้นต้องดับไม่มีไม่มีสวรรค์ไม่มีนรกไม่มีอะไรเลยเขาก็จัดการเริ่มดับขึ้นเลยไม่รับรู้เบอร์ใหม่ให้รับรู้อันนี้ก็มาไม่ให้มีรูปไม่ให้มีโฉมไม่มีไม่มีอะไรต่ออะไรออกมาเรื่อยหลับลงหลับลงก็เป็นอัตตาอีกชนิดหนึ่งเป็นอารมณ์ประมาณนี้อัตราไม่มีรูปไม่มีภาพไม่มีโฉมไม่มีอะไรนิดนึงน้อยหนึ่งก็ไม่มีเขาก็ดับลงมาเป็นอากิญจัญญายตนะตามความหมายของเขา กระดาษผลไม้ไม่มีรับรู้อะไรนิดนึงน้อยนึงก็ไม่มีเรื่อยไปเลยดับลงดับลงๆก็ไม่มีไปได้เรื่อยๆไม่มีตัวไม่มีตนไม่มีรูปไม่มีอะไรต่ออะไรเลยเป็นอัตราชนิดที่ไม่มีรูปอสัญญีไม่รับกำหนดไม่รับรู้สึกดับลงไปได้เท่าไหร่เท่าไหร่เขาก็ดับดับสนิทเลยไม่มีนิดหน่อยไม่มีก็เป็นอากินจรรยาเย็ดกันนะเป็นอากิญจัญญายตนะแต่เสร็จแล้วดับไฟมันก็จะต้องอยู่ในอำนาจความดับขนาดหนึ่งมันจะต้องดับอยู่ได้แต่อำนาจสะกดขนาดหนึ่งเสร็จแล้วมันก็จะออกมารู้ตัวในขณะออกมารู้ตัวจิตของเรายังกำหนดอยู่ เราจะไม่ออกมาเราจะดับมันก็จะดับเข้าไปอีกมันก็จะพยายามดับเข้าไปอีกมันก็มีโอกาสที่โผล่ออกมามันก็ลำๆเหลืองๆรู้บ้างไม่รู้บ้างมันก็จะอยู่ในระหว่าง 2 สภาพนี้แหละสภาพอากาศในวัดสัญญาณน่ะสัญญาจะนะมันจะวนเวียนอยู่ในสภาพอย่างนี้อ่ะกินจนยายจะชนะกับเนยว่าสัญญานะสัญญาจะชนะคือสภาพโลกอัจฉริยะมันจะมีบ้างเดี๋ยวมันก็โผล่มารู้รู้ก็ดับเข้าไปอีกมีอำนาจแห่งความดับเข้าซ้ำไปเพียงพออีกมันก็จะดับไม่เหลือไม่มีอะไรดับไม่เหลือของเขาความหมายก็คือดับจิตดับดับความ ดับความดับความรู้สึกไม่ใช่ว่าไปดับกิเลสอะไรดับความรู้สึกดับไม่มีนิดหน่อยไม่มีแล้วมันก็จะโผล่ออกมามันก็จะเป็นสภาพ 2 สภาพนี้แล้วนี่เป็นเรื่องของฌานที่เขาเองเขาเข้าใจกันแล้วเขาก็พยายามหัดกันทำกันได้ทำกันได้สภาพพวกนี้ก็ทำกันเยอะแยะเรียนรู้กันแล้วก็ฝึกปรือกันมันก็ได้มันก็เก่งทำทองทำได้ชำนาญเวลานั่งเข้าไปเพราะว่าพบนั่งหลับตาเขาก็จะมีสภาพอย่างนี้พวกนี้ก็เล่นลิเกละครอะไรออกไปเยอะแยะมากมาย มากมายเป็นสภาพแล้วก็สภาพอย่างนี้ก็ขอบอกนิดนึงว่ารายละเอียดณตอนนี้ละเอียดเพิ่มขึ้นเมื่อจิตพูดใดทำอย่างนี้คือในขณะที่เราไปจดจ่อในขณะนั้นให้จิตของเราว่าปราศจากนิวรณ์มีภาพอากาศว่างเฉยจะเป็นปัญหาก็เป็นตัณหาอยู่ในภพเพียงว่าเราทำแสงสว่างอะไรต่างๆนานาถ้าจิตผู้นั้นปราศจากกิเลสปราศจากกามปลาจะจากอะไรต่ออะไรลงที่จริงมันมาอยู่ในฌานมันอยู่ในภวังค์ที่จะอธิบายแต่ทีนี้ก็ขออธิบายเพิ่มขึ้นมาอันนี้หน่อยคุณพ่อมันออกมาได้ เมื่อจิตผู้ใดปราศจากกิเลสจึงว่างจริงๆนะแล้วก็ตั้งจิตไว้เป็นกลางแสงสว่างเมื่อแสงสว่างและโน้มจิตไปโน้มจะไปพูดที่เคยพวกที่มีจริตมีภาวะปัจจัยของตัวเองน้อมจิตจะเป็นรูปอะไรต่ออะไรซึ่งมันเป็นรูปนิมิตแทนมันจะเห็นรูปนิมิตแทนนั้นเป็นจริงได้เป็นของจริงได้บ้างนะถ้าไม่มีต้องยกเว้นว่าไม่มีปัญหาและคนนั้นก็ต้องมีความสามารถของตัวเองจริงๆด้วย ถ้าไม่มีความสามารถนะถ้าไม่มีความสามารถก็ไม่สามารถที่จะเห็นแต่พวกที่ปั้นนี้มาสร้างใหม่เอาทั้งนั้นมาปั้นรูปปั้นสีนี่ปั้นเอาสร้างเอาๆๆก็ได้ทำมากๆเขาก็เป็นได้สร้างสนุกสร้างสวรรค์สร้างเทวาลัยอะไรก็ได้แต่อันนี้ยากกว่าที่จะเจอภาพของจริงโดยทำจนจนเป็นผู้ร้ายตัณหาอันนี้ยากกว่ายากกว่านี้อยากกว่าทำให้ปราศจากกินเลยนี่แล้วก็ทำให้เกิดสภาพรู้เป็นภาพแทนได้มีภาพเห็นจริงๆเลยเห็นรูปเห็นร่างเห็นตัวสีตัวภาพอะไรใช้จริงๆไม่ได้อันนี้ก็ขออธิบายเพิ่มมาที่ อันนี้มันมาเป็นอันนี้ได้ถ้าเผื่อว่าเราทำเป็นฌานจริงๆตอนนี้อธิบายเพิ่มเติมส่วนอันนี้ไม่มีอะไรมากอันนี้ก็เป็นอลูมิเนียมแต่ดับไปแล้วมันก็ไม่ดับจริงๆคนเราดับไปมันก็ได้อยู่ในช่วงอำนาจสะกดให้มันดับอยู่ได้ช่วงหนึ่งเมื่อมันดับแล้วมันก็จะต้องออกมาออกมาแล้วเราก็จะเรามีกำหนดหมายอย่าว่าเราไม่เอาเราจะอยู่ในสภาพดับมันก็จะดับๆอยู่อย่างนั้นรำรำๆแล้วประเดี๋ยวมันก็เข้าไปมันไม่รู้อะไรมากมายหรอกมันก็อยู่ในภาวะที่ดับๆแล้วก็ขึ้นมาแล้วก็มีเจตนาของเราอยู่ก็ดับมันเข้าไปต่อไปมันก็เป็นการไม่มีมีอยู่ในสภาพไม่มีไม่รู้ไม่รู้สึกไม่มีไม่รู้ไม่รู้สึกอยู่อย่างนั้นเองอันนี้เรียกว่าสภาพฌานที่ อยู่ดาษดื่นมากหลายสภาพฌานที่เล่นกันอยู่ดาบดาบดื่นมากมายทำเป็นสภาพที่มุ่งหมายอย่างนี้นั่งเขาแล้วก็เห็นอะไรไหมก็จะมาออกจากรูปนี้ถ้าไม่เห็นอะไรไหมไปนิพพานเขาก็จะบอกว่าไปนิพพานในรูปแบบนี้เนี่ยเป็นญาติสภาพเขาเรียกว่าชาญของเขาอาทิตย์นี้เรื่องเพราะว่าพบอีกอันนึงอันกลางเนี่ยเป็นเข้าไปภวังค์หมายความว่าตัดทวารตาหูจมูกลิ้นกายเสร็จพอตัดสภาพตาหูจมูกลิ้นกายเสร็จแล้วเข้าไปอยู่ในภวังค์เข้าไปอยู่ในภพนี้ถ้าเราจะทำจิตของเราให้เป็นสภาพจิตที่ไม่ มีกิเลสตัณหาอะไรเราจะต้องอ่านจิตอ่านอารมณ์ของเราจริงๆแล้วก็มีสติเต็มโพรงจะมีแสงสว่างจะมีอะไรต่ออะไรหรือไม่ไม่มีปัญหาอะไรเลยจะเข้าสู่สภาพภวังค์นี้เป็นฌานอย่างนี้เนี่ยโดยความจริงแล้วไม่ยากไม่ยากไม่ยากเหมือนอโลกสัญญาไม่ยากเหมือนอสัญญีฟังดีๆนะสภาพฌานแท้ๆนั้นเข้าฌานไม่ยากแต่คนมันไม่รู้จริงมันก็เลยไปทำของยากแล้วมันก็เลยทำไม่ได้สักทีเราจะต้องรู้สภาพของอารมณ์ของเราให้ชัดเลยว่าอารมณ์ใฝ่กามอารมณ์ฝ่ายพยาบาลอารมณ์ที่เป็นพยาบาล ตามหรืออารมณ์ถี่นะมิทธะเนี่ยตัวร้ายกาจที่สุดเนี่ยตัวนี้กับอุทยานถ้าไม่รู้อารมณ์และไม่เข้าใจแล้วคนที่บอกว่าเขานั่งเข้าฌานหรือนั่งเจโตสมถะหรือนั่งอานาปานสติแล้วจะตกอยู่ในสภาพนี้เป็นส่วนมากผู้ที่นั่งหลับตาเนี่ยจะตกอยู่ในสภาพนี้นี่อุทยานแห่งชาตินี่เป็น นั่งก็ไปเถอะ 95% นี่แหละจะพานั่งเดี๋ยวนี้ก็ได้ 95% จะตกอยู่ในอารมณ์ทีนะไม่ทะลึ่งไม่ได้เป็นฌานเชิญอะไรมั่งยิ่งเราพยายามมาเรียนรู้สภาพดินสีเรียนสมาธิเรียนปัญญาของพระพุทธเจ้านี่เราพากันตัดกามตัดพยาบาทถึงตัดโลภะโทสะนี่แหละออกเรื่อยๆเรื่อยๆจนกระทั่งเราเบาบางขณะนี้เรามีแล้วว่าเราเองเราไม่ได้หลงโลกอบายมุขซึ่งก็ต้องการอบายมุขนึงมันก็กามคือความขยันหยาบคายพยาบาทโกรธเคืองอะไรมันก็แรงแล้วเราก็ลดลงมาแล้วจริงๆเรารู้ว่าเรามาได้มาสบายๆเพราะฉะนั้น อยู่ในฐานผีนะมีธาตุและอุทยานพระนั่งหลับตาเข้ากับตาหูจมูกลิ้นกายที่จะไปเสพกามมันรถมันปิดลงไปแล้วนี่มันนั่งเข้านี่มันจะไปเกี่ยวข้องอะไรมันก็สบายมากสิแล้วเราก็โรงพยาบาลอาฆาตโทสะอะไรเราก็ลดลงเราก็ไม่ได้ไปเที่ยวได้วุ่นวายอะไรไม่มีอะไรมาก่อนพยาบาลอะไรนักมันก็จะตกอยู่ในอยู่ในภูมินี้ตกอยู่ในภูมิที่อยู่ในนี้ผมนี่แหละผมเพราะว่าผมนี่แหละเพราะว่าพวกนี้เรามันก็จะตกอยู่ในสภาพที่นะมีพระพุทธเจ้าถ้าเรารู้เราเองเราเข้าใจคำว่าคุณจะก็ไม่มีปัญหาอะไรกูก็จะต้องคืนไอ้เรื่องที่เรายังสัมผัสอยู่ เล่าเรื่องเกี่ยวกับอยู่นั่นแหละมันก็อยู่กับเรื่องนั่นแหละเป็นเรื่องบ้าๆบอๆแหละไม่เป็นเรื่องเป็นตัวอะไรมากนักหรอกหรือบางทีก็เป็นพระธาตุผู้ใดรู้กิเลสรู้ตัณหากิเลสตัณหาก็คือสภาพอะไรก็ตามแต่ที่มันยังมาเกี่ยวกับจิตของเรามันเป็นความไม่ขาดความติดต่อกังวลความกังวลกังวลจะความกังวลความที่มันเกี่ยวข้องยังทำให้เรารำคาญแต่เราคำว่ารำคาญมันเป็น พัทยาโดยความจริงก็คือสิ่งที่มันยังเกี่ยวกับมันยังกวนกังวลยังเกี่ยวข้องมันก็เข้ามากวนอยู่กับจิตมันก็เข้ามาปนอยู่กับจิตเข้ามาปรุงอยู่กับจิตน่าปรับปรุงอยู่กับจิตถ้าเผื่อว่าเราเองเรานั่งเข้าไปตัดทวารทั้ง 5 แล้วไม่รับรู้แล้วอยู่ในองค์ภวังค์เนี่ยถ้ามันยังมีสภาพของกิเลสแท้ๆน่ะสมมุติว่าขณะนี้เราไม่มีกามไม่มีพยาบาทเลยมันมาเกี่ยวกับจิตของเรานั้นถ้าเราไม่ปรารถนาเราก็จะมีเรื่องรู้สภาพที่เกี่ยวข้อง เราจะรู้สภาพที่เกี่ยวฟังดีๆนะและถ้าผมว่าคุณไม่เข้าใจอย่างนี้แล้วคุณไปนั่งหลับตาอีกเมื่อไหร่คุณนั่งหลับตาซ้อมเอากิเลสทุกครั้งไปนั่งหลับตาเนี่ยนั่งๆเจโตสมาทานคุณนั่งตัดทวารเข้าไปแล้วคุณก็ไม่โง่งี่เง่าอะไรอยู่เนี่ยรับรองเลยรับกิเลสอยู่ตลอดเวลาเลยคุณสะสมเสพคุณเอากิเลสตลอดกาลอย่างไรเป็นฌานคุณจะต้องรู้ว่านั่งปรับภวังค์หรือนั่งตัดตาหูจมูกลิ้นกายเข้าไปแล้วเนี่ยมันจะเป็นเพราะมันจะเป็นภาพอยู่ในภวังค์ยังไงมันถึงจะเป็นฌานถ้าจะเรียกว่าชานหลับตาถ้าไม่งั้นคุณไม่ได้ถ้าเป็นชาแล้วคุณจะเกิดปัญญาถ้าเป็นชาแล้วคุณจะเกิดปัญญาเพราะชาญกับปัญญานะพระพุทธเจ้าท่านก็ตัดอยู่แล้ว นัตถินัตถิปัญญานัตถิชานังอัปยศศักดิ์นัตถิปัญญาอาชายโนพระคาถาไม่มีทางใดที่ไม่มีปัญญานัตถิปัญญาอาชายโนไม่มีปัญญาไม่ใช่ฌานเพราะฉะนั้นฌานจะต้องเกิดปัญญาชาญจะต้องมีปัญญาทานไม่มีปัญญาไม่ได้นี่จะเป็นชาญนั่งหลับตาก็ไม่ว่าขณะนี้เรากำลังจะพูดเรื่องฌานนั่งหลับตาเป็นฌานในภาวะภพไม่ใช่ฉันลืมตาอยู่ในการมาพบเนี่ยอยู่ในโลกธรรมดานี่ไม่ใช่ฌานนั้นตอนนี้เรากำลังจะพูดถึงฌานในภาวะภพ ใครที่เคยแล้วลองสังเกตอ่านทบทวนซ้อนฟังไปตามแล้วคิดตามไปตามพอเวลาคุณนั่งหลับตาเข้าแล้วก็ตัดแล้วตอนนี้รู้สึกว่าเราไม่รู้ตัวละตาหูจมูกลิ้นกายเราก็ไม่รับรู้รับสัมผัสแล้วเรารู้สึกว่าอย่างนั้นนะตัดเลยก็ได้ตัดตาหูจมูกลิ้นไก่ไปเลยแล้วก็เราไปอยู่ในภวังค์อยู่ในภพเลยถ้าเราไม่มีการถ้าเราไม่มีพยาบาลแล้วจิตของเราจะใสรู้ตัวรู้เรื่องไม่มีลูกไม่มีสีไม่ฟัง ID นะเป็นสภาพที่ไม่มีรูปไม่มีสีแต่มีนิมิตก็ได้มันมีเครื่องแทนเหมือนกับเป็นเครื่องแทน เจ้าว่าเป็นตัวตนก็ไม่ใช่ตัวตนจะว่าเป็นรูปเป็นจะว่าเป็นรูปเป็นร่างมันก็ไม่ใช่รูปใช่ร่างแต่คุณที่ยังมีเครื่องแทนมันจะมีสภาวะอะไรอาการเป็นรูปเครื่องแทนแล้วคุณก็จะรู้ในสิ่งนั้นสิ่งนั้นถ้าคุณจะโน้มคิดหรือในปรุงในธรรมปรุงในเรื่องปรุงอะไรไอ้สิ่งแทนเหล่านั้นมันจะเป็นไปเรื่อยๆใครที่ไม่มีสิ่งแทนเหล่านั้นก็เป็นจิตที่มันไม่มีตัวตนเป็นอรูปเพราะฉะนั้นสิ่งที่เป็นรูปก็เป็นรูปแต่ไม่มีอัตตาตัวตนเป็นรูปเป็นสีเป็นภาพเป็นอะไรหรอกถ้าไม่มีรูปเราเรียกรูปประชานถ้ามันไม่มีรูปเราก็เรียกอรูปฌานแต่รูปกับเอารูปประชานอย่างนั้นมันเป็นปัญญาเป็นปัญญา ณัฐธิชานางอัปปะยะสะนัตถิปัญญาอายิโนะนัตถิในแปลว่าไม่ไม่นัตถิชานังฌานณัชชานังไม่มีฌานที่ไม่มีปัญญานัตถิชานังอะปัญญาสัตว์ก็คืออภิญญาไม่มีปัญญาไม่มีฌานที่ไม่มีปัญญาณัฐธิชานางอัปยศศักดิ์นัตถิปัญญาอัจฉริยะโนไม่มีปัญญามันไม่ใช่ฌานมันไม่เป็นฌานมันไม่เรียกว่าฌานเพราะฉะนั้นคุณนั่งหลับตาตัดภวังค์เข้าไปแล้วนี่จิตมันจะใสโปร่งจิตใสนะแต่ไม่ใช่สภาพใสเหมือนอารมณ์กับสัญญาณนะฟังให้ดีนะ อ่านจิตอ่านอารมณ์เท่านั้นไม่ต้องไปสร้างแสงไม่ต้องไปสร้างแสงสว่างง่ายเข้าฌานง่ายไม่ใช่ยากอะไรหรอกนอกจากกิเลสเรามีเยอะเท่านั้นแหละเราก็ถึงไม่เป็นชาญและไม่เป็นชาจริงๆด้วยพอตัดทวารทั้ง 5 เข้าไปแล้วไปสู่ภพแล้วไปสู่ในภาวะพบแล้วมันจะต้องเป็นฟุ้งซ่านกูจะจัดให้เป็นง่ายที่สุดฟุ้งซ่านจิตมันจะฟุ้งเรื่องโน้นเรื่องนี้เรื่องอะไรก็ได้ไปจับไม่ติดไม่รู้เรื่องไม่ได้เกิดปัญญาไม่ได้เป็นโรคเป็นภัยอะไรเลยวุ่นนึกว่าไปรู้อันโน้นไปรู้อันนี้กลายเป็นเรื่องที่คุณเองคุณจะคุณไปเกี่ยวไปข้องไปกังวลกังวลเพราะเดี๋ยวเลือกโอ๊ยตายไปเห็นไอ้นั่นคนนั้นจะมา ไม่ได้ของไปเที่ยวเดี๋ยวก็เห็นเพชรเห็นพลอยเดี๋ยวก็เห็นเรื่องนั้นเรื่องนี้อะไรก็ได้ตามแต่กิเลสของคุณอยู่ในนั้นเป็นตัวตัณหาทั้งสิ้นมันพาไปพาเป็นวุ่นวายอะไรต่ออะไรไปหมดมันเป็นเรื่องของตัณหาอะไรต่ออะไรไปหมดเพราะฉะนั้นรีบลงไปแล้วเนี่ยมันจะไปตกอยู่ที่อุทยานถ้าคุณง่วงจัดคุณก็จะไปลำนำเรื่องระดับลงไปทีนะไม่ทักลำเรื่องลำเรื่องลงไปไอ้เรื่องพูดนี่มันที่จริงมันมีอยู่เหมือนกันไอ้เรื่องกูจะจับฟุ้งอยู่นี่มีเหมือนก็ไม่มีเรื่องอะไรเล็กๆน้อยๆสำหรับคนอยู่อย่างงั้นแหละมันก็เป็นผีนะมีธาตุที่มีอุทธัจจะซึ่งมันไม่รู้เรื่องแล้วคุณก็นั่งแช่หลับไปสิคุณก็เสพแต่กิเลสตัณหาเศรษฐกิจตัณหาคุณไม่ ขาดอะไรสักนิดฟังดีๆนะถ้าฟังวันนี้ไม่กระจัดกระจ่างแล้วคุณก็จะนั่งทำอย่างนี้ไปตลอดพวกสายนั่งหลับตาอยู่ในสภาพอย่างนี้แหม 99.99 99.99 จึงไม่เกิดจริงถ้าเขานั่งเข้าฌานจริงๆเป็นชาญจริงๆนะเขาก็จะเกิดปัญญาผู้ใดนั่งจึงเป็นปัญญาแม้แต่ภาวะภพนี่ก็ตามจะบอกว่านั่งทำฌานแล้วก็เข้าเพราะว่าเพราะอย่างนี้ก็เป็นตัวเดียวกันเกิดชาญเกิดรู้เกิดฌานได้เหมือนกันได้จริงๆด้วยทีนี้เขาทำไม่เข้ารูปเข้าร่วมกันก็เลยนั่งก็ไปแล้วก็เป็นสีน้ำมิตรภาพเป็นอุทิศจะอยู่อย่างนี้แหละเป็นปัญหามีปัญหาก็เลยนึกว่าตัวเองนี่ได้อะไรไป มันจะแวบมาเป็นชาญว่างๆมันจะสะอาดจิตมันว่างมันสะอาดนั่งทีนั้นทีนี้บางครั้งบางคราวก็จิตมันว่างจากกิเลสมันว่างจากตัณหาจิตก็ว่างโปร่งแล้วมันก็เป็นสภาพที่เกิดการปรุงเกิดสังขารในภพเกิดสังขารในจิตซึ่งเป็นสังขารปุญญาภิสังขารเป็นสังขารที่มันสังขารมันไม่มีกิเลสปนน่ะมันก็เกิดปัญญามันก็เกิดการรู้นั้นรู้นี้ไม่ใช่การรู้แบบกิเลสไม่จะเกิดการกิเลสรู้นึกว่าเรารู้บางทีนี่ของเรามันก็เหมือนฝันนั่งก็ไปแล้วเป็นเรื่องเป็นราวอะไรเลยเป็นเรื่องฝันเพ้อไปหมดเลยไม่เข้าเรื่องเข้าราวอะไรแล้วก็เป็นนึกว่าตัวเองได้อะไรต่ออะไรออกมาอย่างนั้นก็เยอะแยะเพราะเวลาเราจะนั่งหลับ เราจะทำสภาพที่นั่งแล้วก็ตัดเข้าไปจะต้องอ่านอารมณ์ให้แม่นอ่านสภาพที่อยู่ในภาวะภพนี้ให้แม่นอ่านให้ออกจริงๆเลยว่าเราไม่มีกามไม่มีพยาบาทแล้วที่จะไปมีกามนี่ก็จะสร้างไปเป็นเรื่องเป็นราวสนุกสนานเรื่องอะไรแต่ของเราไปเองสมใจไม่สนใจบางทีเป็นเรื่องบลูก็ได้เป็นเรื่องพยาบาลก็ได้ไปถ้าไม่ไปแล้วมันก็จะมีอยู่สภาพที่เป็นสภาพนิ่งๆไม่ตื่นเต้นอะไรมากนักไม่ตื่นเต้นอะไรมากนักหรี่ลงไปเลยก็เป็นสีน้ำตาลแล้วก็ลำๆเหลืองๆยุบๆๆๆถ้าคุณดับสนิทก็ถือมันได้ว่าอสัญญีเหมือนกันนั่งทีนะมีธาตุจนหลับดับดิ่งลงไปหลับสนิทมันก็เป็นอัสนีเหมือนกัน นั่งหลับๆๆๆดับๆดีลงไปเลยก็เป็นทีนะมีธาตุแท้แต่ที่จริงอสัญญีที่ดีแล้วเราก็เขาจะต้องมาทางสายแสงสว่างซะก่อนนั่งพยายามเพ่งให้ตัวเองมีสติเต็มแสงสว่างแล้วก็ค่อยๆตอนนี้เรามีแสงสว่างเราไม่เอาเราจะเอารูปล่ะแล้วก็ค่อยดาบแสงเข้าดับดีก็ไม่ให้รับรู้สึกคือไม่ให้มีวิญญาณรับรู้สึกกับอากาศให้ดับๆๆความรู้สึกดับความรู้สึกเข้าดับความรู้สึกเค้าดับๆๆมันก็จะเป็นอสัญญีที่แข็งแรงเป็นอสัญญีที่แข็งแรงแต่ถ้าเกิดจากนั่งตัดภวังค์ตัดตาหูจมูกลิ้นกายเข้าไปแล้วก็ร่ำๆรวยๆร่ำๆรวยๆแล้วก็พยายามดับๆของเราเข้าไปอย่างนี้นะอันนี้ไม่ไม่ หลับฝันดีแข็งแรงไม่เป็นอสัญญีที่ทนทานไม่เป็นอสัญญาที่ทนทานอะไรไม่มั่นคงอะไรหรอกเราก็จะเข้ามาสู่สภาพพบดีๆดำๆเหลืองๆอยู่เนี่ยง่ายผ่านนี้ทำง่ายท่านี้ทำง่ายคุณพยายามตัดกูซะจากเท่านั้นตัดความฟุ้งซ่านลงคือนั่งหลับตาก็แล้วก็พยายามตัดไม่ให้มันคิดอะไรไม่ให้มันฟุ้งซ่านอะไรพยายามตัดๆๆความฟุ้งซ่านนี้ลงไปมันก็จะเข้าสู่สถานที่นั้นมีพระซึ่งคุณลำลองเรียกมันว่าอสัญญีที่จริงมันอาจสัญญีมันมันถ้าเกิดว่ามันคนคุณมีกำลังมากๆฝึกซ้อมหนักๆครับมันก็ได้มันก็ได้เออทำได้แต่มันก็เป็นปัญหา มันไม่ใช่ฌานมันเป็นสภาพผีนั้นคนที่เล่นมาอย่างนี้ก็มีกิเลสอย่างหนึ่งเป็นตัณหาอย่างหนึ่งสนุกสนานเพลิดเพลินเอร็ดอร่อยฟุ้งซ่านไปอารมณ์กับสัญญารูปเรื่องสวรรค์นรกเทวดาอะไรไปมากหลายก็สนุกสนานไปส่วนพวกที่มันนั่งหลับตาแล้วก็เล่นดับอสัญญีเขาก็เพียรของเขาไปแต่เขาก็มุ่งหมายทางนั้นมันก็เป็นปัญหาเหมือนกันปัญหาดับปัญหาที่ไปติดภพติดดับสบายไม่รู้เรื่องอะไรนั่งหลับไปเลยๆนี้จะไปยังไงช่างหัวมันดับไปสบายดีเหมือนกันเป็นปัญหาติดตลอด สวนชานแท้ๆนี้จะต้องเกิดปัญญายิ่งเกิดก็ยิ่งแข็งแรงยิ่งเกิดก็ยิ่งเป็นผู้ตื่นแท้ไม่ใช่เป็นผู้ตื่นด้วยแสงสว่างนี่เท่านั้นเป็นผู้ตื่นพุทธะเป็นตื่นแบบพุทธะเลยไม่ตื่นพุทธแท้นี้จะเป็นผู้ตื่นพุทธแท้นี่นั่งตกลงไปในภวังค์แล้วจะต้องมีสติและจะเกิดทำมาวิจัยองค์ธรรมมาวิจัยนี้คุณจะเห็นชัดๆเลยว่าจิตของเรามันอ๋อมันทำงานอยู่บนเครื่องมันจะเกิดทำมาวิจัยเห็นเห็นเลยมันจะเกิดการคิดค้นอยู่ในตัวของมันเป็นธรรมวิจัยเพราะตัด ไปแล้วนะตูนนะเป็นสภาพสบายนะเป็นสภาพสบายที่เป็นชานี่นะตกเข้าไปสู่จิตที่ไม่มีที่ไม่ใช่ทางตาหูจมูกลิ้นกายไม่รับแล้วแล้วนั่งก็ไปแล้วสภาพนั้นจะมันจะเป็นความคิดจริงๆเป็นตัวจิตจริงๆมันจะปรุงมันจะสร้างเราจะโน้มเอนอะไรต่ออะไรไปเรื่องนั้นเรื่องนี้และสติจะต้องแข็งแรงเราจะมีสติสัมปชัญญะเราจะสามารถจะโน้มไปรู้จะโน้มไปอะไรต่ออะไรได้ความรู้สึกภายนอกเราไม่เกี่ยวแล้วจริงๆความรู้สึกทางภายนอกเราไม่เกี่ยวแล้วแต่เราจะสามารถมีสติอยู่ข้างในของตัวเราเองจริงๆแล้วเราก็จะวิจัยอะไรต่ออะไรอยู่เราจะหยุดแล้ว เปลี่ยนธรรมวิจัยก็ได้เราจะรู้เลยว่าเราเกิดปัญญาแม้มันเข้าใจอันนั้นมันเข้าใจอันนี้มันเข้าใจมันเกิดปัญญาจริงๆอย่างนี้เรียกว่าชาญแท้ถ้าจะเอาเรียกว่าชาญหลับตาก็ชาญแท้ๆชาญแท้ๆจะเกิดการรู้การทำไปได้เรื่องได้ราวได้ภูมิควรจะมีทฤษฎีนั้นนี้มาทบทวนคุณจะเอาเรื่องอะไรต่ออะไรที่คุ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน