240327-3-038 ทางเอกภาค3-ตอน038(หน้า285)-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ท057.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันศุกร์ที่ 27 มีนาคมพุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระปิดตาได้อบรมทำวัตรเช้าบรรยายธรรมเอกภาค 3 ตอนที่พุทธสถานประถมศึกษาเรามายืนกันต่อนะถ้าถึงเรียนถึงหน้า 2085 อะไรที่สภาพอากาศที่ได้จากการเพิ่มขึ้นให้เห็นเด่นชัดไปถึงคำว่ากรรม อย่างชัดเจนให้มากขึ้นถ้าผู้ที่เกิดปัญญารู้ก็จะรู้กันได้แล้วก็จะลึกซึ้งเข้าไปการได้รู้ได้เห็นอย่างลึกซึ้งอย่างเข้าไปถึงใจที่มันชื่อมันมันเห็นใสกระจ่างชัดๆๆเข้าไปเนี่ยมันเรียกว่าเกิดทั้งปัญญาและเราจะเกิดศรัทธาศรัทธาที่เกิดตามหลังปัญญาไม่ใช่ศรัทธาที่เกิดจากเชื้อง่ายๆเชื่อไม่ได้ไปแล้วก็ไม่ลึกซึ้งอะไรเนี่ยศรัทธาที่เกิดตามหลังปัญญาที่ลึกซึ้งปัญญาที่เห็นแจ้งชัดๆๆจนมันลึกมัน ลึกจนมันมั่นใจมันลึกเข้าไปมันจดใจเรียกว่าเด็ดขาดในใจเข้าไปอย่างลึกขึ้นลึกขึ้นจนสุดท้ายแล้วมันมั่นใจลึกๆขึ้นถึงที่สุดจะเชื่อสนิทเชื่ออย่างที่หมดวิจิตรอิจฉาคือหมดสงสัยหมดลังเลเลยมันแจ้งเหลือเกินมันชัดเหลือเกินมันหมดหนทางอื่นที่จะเถียงและก็มันเห็นเหตุเห็นผลทะลุโล่งต่อกันไปหมดด้วยมันไม่มีอะไรที่จะทำให้คลางแคลงอีกเลยมันทั้งเข้าใจแจ้งชัดท่านเห็นว่าแม่จริงๆ อย่างนี้แล้วเด็ดขาดไม่มีทางไม่มีทางที่จะแย้งเป็นอื่นและเห็นมีผลที่ถูกที่ดีมีเหตุแวดล้อมมีเหตุมีผลมีอะไรต่ออะไรไม่ใช่ไม่รู้ได้ยังไงเป็นยังไงจะเชื่อนะเชื่อเชื่อแต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นยังไงไปยังไงมายังไงดียังไงไม่ดียังไงไม่รู้อย่างนั้นไม่ใช่นี่มันรู้ไปหมดเลยมันดีไปครบมันดีไปซะครบเลยแล้วก็มันก็รู้เหตุรู้ผลรู้ที่ไปที่มาไม่ลึกไม่รับเป็นเรื่องแจ้งแจ้งถ้าศรัทธาอย่างนี้แล้วไม่มีวันเปลี่ยนกลับเป็นศรัทธาที่ตามหลังสัญญามันเห็นชัดเด่นนี่ก็พยายามที่จะจูง สมเด็จภาษาสื่อให้ตามเข้าไปเข้าใจถ้าว่าใครใช้ปัญญาหรือว่าใช้ความรู้ของเราเนี่ยนึกคิดตามพยายามทำความเข้าใจตามพยายามฟังให้
อ่านต่อ
รู้ให้เห็นให้แจ้งตามคำที่แนะที่พูดไปเรื่อยๆพูดคำนั้นคำนี้อะไรต่ออะไรไปแล้วก็ใช้ปัญญาของเราตามตรวจสอบไปด้วยไปด้วยไม่ใช่ก็งมงายไปใช้เฉยๆจูพาไปเธอก็ไม่ใช่เราใช้ปัญญาที่เราเท่าที่มีความรู้ของเราในตรวจอ่านพิจารณาจะบอกว่าแย้งก็แย้งไปในตัวในทีไม่แย้งซะทีเดียวแต่ว่าเธอคิดเชิงตรวจสอบตรวจอ่านหรือว่าจริงหรือจริงหรือเป็นอย่างนี้หรืออย่างนี้อ๋ออย่างนี้ดูไปพิจารณา ตรวจที่จริงภาษาบาลีในพิจารณานี้คือตัววิจารณะคือดูพฤติการณ์ของสิ่งที่เราฟังแล้วก็ท่านว่าเป็นอย่างนี้เป็นอย่างนี้ก็เราก็ตรวจเข้าไปกับพฤติการณ์ท่านบอกว่าไปเออไปเป็นลักษณะนี้มามาลักษณะนี้ตามลักษณะนี้สูงลักษณะนี้อะไรก็แล้วแต่คำนี้ภาษาหรือสิ่งที่จะสื่อให้เรารู้นี่ต้นไม้บอกว่าท่านไม้ไปเอาบางอย่างมันไม่ใช่คำภาษาแต่หมายถึงซึ่งไปกว่าภาษาที่พูดอันนั้นแทนอันนี้อันนี้แทนอันนั้นนะอันนั้นขยายอันนี้นะหมายถึงไปถึงอันนั้นเลยนะพูดคำนี้แต่เป็นหมายถึงสิ่งลึกซึ้งที่คล้ายอันหนึ่งซึ่งไม่มีชื่อไม่มีตัวตนไม่มีชื่อหมายถึงอย่างนี้นะเหมือนอย่างนี้แต่ไม่ใช่อันนี้แต่อีกอันนึงอะไร เราก็กำหนดถูกเห็นพฤติกรรมของมันเห็นวิจารณญาณของมันแทนไปเรื่อยๆเรื่อยๆไม่ใช่จะแย้งเถียงนาไม่ใช่แย้งเขียนแต่ตรวจความจริงเอาพฤติการณ์นี้ตรงไหมเรียกว่าวิจาระนะหรือพิจารณาวิจารณ์หรือวิจารณ์นี่แหละวิจารณะนั่นคือตัวที่เราเข้าไปรู้ตามตรวจจรณะตรวจตรวจจาระจริยาเกิดอาการตรวจพฤติกรรมของสิ่งที่ท่านอธิบายทั้งคู่แล้วมันหมายว่าอย่างนั้นอย่างนั้นพูดตามไปจริงๆเพราะบางอันไม่มีไม่มีภาษาเรียนแต่ท่านยกตัวอย่างหรือว่าท่านเอาอะไรเทียบเคียงเพื่อให้เราเข้าใจว่าอันนั้นแล้วเราก็เอาอัน อ่านดูอ๋ออันนี้เราเคยมีอันนี้เราเคยรู้อันนี้เราได้รู้แล้วตอนนี้เป็นการรู้เข้าใจไปคล้ายๆแต่อันนี้ไม่คล้ายแล้วท่านว่างี้เราเจอเป๋งเลยอ๋อใช่แล้วอย่างนี้เราเคยเป็นเคยมีเราเคยได้สัมผัสเราเคยได้ผ่านมันก็อ๋อมันเกิดปัญญาเกิดรู้เห็นเกิดเข้าใจเกิดถูกอย่างนั้นสิ่งอย่างนั้นเป็นอย่างนั้นแม้แต่เหตุผลที่หมายเนี่ยแล้วท่านก็บอกวิธีการบอกอะไรไปก็ตามตามไปแล้วมันรู้มันเห็นได้แต่ว่ามันยังไม่ทันมีเราก็รู้ว่าเออเข้าใจเห็นได้มีเหตุผลมีสิ่งที่เป็นหลักฐานยืนยันดีทีเดียวแต่เรายังไม่มีอาการนี้ยังไม่มีอารมณ์นี้ยังไม่ สภาวธรรมนี้ยังไม่มีอันนี้เกิดเราก็พยายามลองดูในรูปร่างที่มันคล้ายคล้ายคลึงในรูปร่างที่เราจะฝึกไปให้มันเป็นตัวนี้เป็นสภาพนี้แล้วก็ทำไปเรื่อยๆจนไปเห็นตามเห็นพิจารณาหรือเห็นจาระเห็นวิจารณ์เห็นพฤติกรรมเห็นสภาพอันนี้เราเห็นแล้วตอนนี้เราไปฝึกหัดปฏิบัติถ้าเราก็ได้เห็นได้รู้ได้สัมผัสแล้วก็อ๋อมันถึงแล้วก็เจอมันอาจจะมีตัวจริงตัวเจาะตัวเจอเนี่ยแกเห็นดีรู้ดีปัญญาดีเป็นตัวปัญญาที่แท้ไม่ใช่ปัญญาเหตุผลไม่ใช่ปัญญารู้ล่วงหน้ารู้เราเรารู้ลำๆอะไรที่เฉยๆแต่เป็นตัวเห็นรู้ปัญญานี่คือตัวรู้เห็นปัดสี ขัดสีเข้าถึงความเห็นความรู้นั้นไม่ใช่ลูกกะตาเห็นรูปนอกแต่เห็นนามธรรมเห็นสิ่งที่ไม่มีตัวตนเห็นสิ่งที่เป็นปรมัตถ์เห็นอาการเห็นเรื่องที่รู้ยากเห็นยากตาเห็นอันนี้ไม่ใช่ลูกกะตาลูกตาโทนี่แต่มันเป็นการเห็นด้วยญาณหรือตาในตาทิพย์จะได้ทำมาจากคุกหรือธัมมจักรสุมันเห็นโดยธรรมโดยเหตุเห็นคนเห็นโดยสภาพที่มันมันมีสภาพทรงขึ้นตั้งขึ้นปรากฏขึ้นให้เราเห็นไม่ใช่ไปสร้างไม่ต้องไปสร้างนั่งปั้นหลับตาแล้วก็ปั้นรูปปั้นร่างนั้นขึ้นมาดูไม่ใช่ไม่ใช่นั่งหลับตาแล้วก็กดจิตเข้าจนกระทั่งปั้น สมเด็จโดยจิตเป็นมโนมัยคือมาปรากฏจนกระทั่งมันหลอกเราเองไม่ใช่สิ่งที่ไม่มีตัวตนไม่มีรูปไม่มีร่างอัศรีอำนาจอนัตตาไม่มีรูปไม่มีรากไม่มีโฉมไม่มีกายกายแบบลูกๆไม่มีแต่มันก็รู้สภาวะของอารมณ์จิตของกิเลสกิเลสก็เหมือนไม่มีตัวตนกิเลสก็ไม่มีตัวตนแม้มันมีฤทธิ์มีแรงผลักดันมันมีแรงอารมณ์โกรธโกรธโกรธโกรธเคืองพวกนี้ไม่มีรูปร่างไม่มีตัวตนอารมณ์รักชอบอารมณ์ยึดถืออารมณ์ติดอารมณ์อร่อยแบบโลกๆไม่มีอารมณ์หรอกว่าไม่มีตัวตนหรอกไม่มีสีไม่มีกลิ่นไม่มีรถแบบมันกลิ่นรสมันก็เป็นแบบธรรมะ อีกอย่างหนึ่งเป็นตัวสภาพของลูกโลกแต่ใจของเราสิไปเป็นลมไปเป็นอารมณ์ไปเป็นอารมณ์ไปเป็นรสชาติได้จิตมันเป็นจริงๆนะมันสั้นจริงๆเลยบ้านไปตามอารมณ์ของเราสั้นเอามากๆแม้มีน้อยก็ปั้นเอามากแม้ไม่จริงก็ยังแปรปรวนได้เลยเราเคยสะกดจิตเคยพิสูจน์เช่นว่าให้สิ่งที่มันเป็นของจริงๆอยู่แท้ๆนี่มันหลอกตัวเองถึงขนาดเพชรแท้ๆเราแปลว่าให้หวานสะกดจิตเข้าแล้วบอกว่าให้เอาพริกเข้าไปกินเคี้ยวบอกว่าหวานก็หวานหวานตามด้วยจิตมันหลอกตัวเองได้ถึงปานนั้นแล้วมันก็ยึดมั่นถือมั่นถือมั่นว่าจริงก็ขนาดพริกนี่แต่รถเข้าแล้วมัน เพชรไม่ได้หวานไม่ได้ง่ายนะแต่ก็แตะเข้าแล้วหวานก็หวานแล้วรู้สึกอย่างนั้นจริงๆได้จิตเขาเป็นอย่างนั้นได้เลยนี่เลยว่าถูกหลอกกันถึงขนาดได้อย่างนี้ด้วยซ้ำเพราะฉะนั้นเราเองเราไม่มีอะไรเลยแต่เราก็ไปปั้นอร่อยมันไม่มีตัวตนเลยอร่อยแต่ปั่นขึ้นมาขนาดพริกที่มีรสอย่างนั้นจริงๆแตะเข้าแล้วมันจะต้องแสบไม่ใช่หวานเขาก็ยังกลับมีมายาจิตเนี่ยสะกดจิตดีๆแล้วบอกให้สัมผัสหวานก็หวานได้คิดดูสิว่าคนเรามันหลอกกันขนาดไหนมันหลอกตัวเองได้ขนาดไหนหรือจิตตัวเองมันไม่เครียดขนาดไหนที่มันก็หลอกบอกว่าอร่อยนะดีนะ อย่างนู้นอย่างนี้นะมันเป็นรสอร่อยเป็นอุปทานอีกอันนึงซึ่งไม่มีเลยในโลกตามความเป็นจริงไม่มีเป็นอารมณ์ที่ปั้นขึ้นเป็นอารมณ์ที่หลอกขึ้นเช่นเดียวกันกับเราที่หมดรถแล้วในเรื่องใดเรื่องใดเนี่ยเราหมดจริงๆแล้วนี่เราจะรู้เลยว่าโอ้มันไม่มีจริงๆด้วยมันหมดเป็นอย่างนี้ตัวอื่นแต่ก่อนที่เราเคยมีตัวนี้แหละตัวที่มันหมดมีแต่ก่อนที่เราเคยมีรถจริงๆแต่ก่อนโอ้ยดูเหมือนมันอร่อยมันเพลิดเพลินมันๆมันแซ่บได้ฟังเพลงนี้มันอร่อยนะมันเพลินอยู่นี่มันมีตัวเพราะคนที่หมดแล้วมันไม่ได้เพลินมันไม่ได้อร่อยอะไรนะรู้เลยว่ามันก็เสียเงินเขามาต่อๆติดๆกันเอาจากเสียงเบาเสียงดังบางทีมันดังมันก็จำเป็นออกมา ได้ยินเสียงเพลงอะไรเมื่อคืนนี้เพลงฝรั่งใส่ยาให้อยู่แล้วก็เปิดเพลงไอ้ที่ผู้หญิงร้องไห้โอ้โหมันแค้นออกมาเนี่ยมันจะตายแต่เขาก็รู้ว่าเขาเอาอารมณ์อันนึงก็แทรกเข้าไปว่าเขาจะร้องให้มันจะถูกกระทำให้มันกระแทกกระทั้นแล้วก็ลองกระแทกกับฉันมันไม่ใช่ธรรมดาเหน็ดเหนื่อยนะเมื่อยนะเห็นเลยว่ามันอุตสาหะพยายามดันออกมาจะแทรกออกมานะแล้วก็ทำให้หนักหนักใจคนเท่านั้นเองยังได้พูดภาษาคำหนึ่งว่าโอ้โหนี่มันทำรากออกมากันเพ้นออกมากันแล้วเขาก็ว่า มันถึงใจคนมันต้องกระแทกแรงๆมีเสียแล้วทุกวันนี้ถ้าไม่กระแทกอย่างนี้รู้สึกว่าไม่ถึงใจต้องการความรุนแรงเพราะฉะนั้นแม้แต่ความคำว่าเพลงนี้เป็นสิ่งที่อ่อนหวานเพลงนี่เป็นสิ่งที่อ่อนหวานเขาก็ยังอุตส่าห์ไปทำเพลงนี้ให้มันเป็นกระแทกกระทั้นกระแทกกระทั้นเข้าไปให้มันแรงแรงทั้งๆที่มันไม่แรงมันอ่อนก็บอกแล้วมันอ่อนมันหวานไม่เอาให้มันแรงให้มันแสบให้มันซ่าไม่ใช่หวานแรงให้แสบให้พวกไอ้ซ่าไปกดให้กัดเข้าไปอย่างนี้เป็นต้นมันเป็นเรื่องของความเพิ่มน้ำหนักมันเป็นเรื่องความ จัดจ้านของอารมณ์คนและเราก็ถึงใจเพราะว่ามันถูกกระแทกแรงมันเป็นนวดเกษตรกรนวดเบาๆก็ถึงใจเพราะชินชาเข้าคนที่ติดนวดนี่นาก็นวดแรงๆคนนวดก็ต้องออกแรงมากๆนวดเบาๆไม่กินคนที่นวดเนี่ยแต่ก่อนสมัยก่อนเขามีการนวดกันช่างนวดก็ไปนวดช่างนวดจะต้องนวดหนักเข้าไปเรื่อยๆคนที่นวดนานๆก็ได้รับการนวดบ่อยๆไปนวดยิ่งต้องนวดหนักๆต้องแรงกดแรงคนที่ไม่เคยนี่นะเด็กๆคนที่ไม่ค่อยได้เคยนวดไปให้คนนั้นกดเท่าๆกับที่ไปนวดคนที่เคยนวดจริงๆแล้วนี่ลองโจ๊กเลยร้องมากเลยมันเจ็บทนไม่ได้หรอกแต่คนที่นวด โดนนวดเหนื่อยตรงนวดหนักเข้าไปเรื่อยๆมันเป็นอย่างนั้นมันด้านมันแรงอย่างนี้แหละภาษาอังกฤษเขาเรียกศาลดิชอบรุนแรงมันต้องแรงขึ้นแรงขึ้นนะมันหนักขึ้นไอ้สัตว์อย่างนี้แรงๆขึ้นอย่างนี้ไม่มีวันสิ้นสุดจะตายแล้วก็ลงทุนมากเหนื่อยเหน็ดเหนื่อยจ่ายแรงงานมากมันเป็นอย่างนี้ในโลกเหมือนคนเรานี่ถ้าไปติดแรงๆแล้วมันก็ต้องหนักต้องเหนื่อยต้องติดบางๆไม่ใช่ติดน่ะลดลงมาให้บางจากแรงๆหนักๆจัดๆนี่รถออกมาให้บางให้เบาให้เจอที่ชื่ออ่อนจริงๆต้องให้อ่อนลงไปแม้แต่ความหวานก็ให้อ่อนจึงเรียกว่าอ่อนหวานนี่ก็อ่อน ไอ้ความขมความผิดความซ่าความแสบนะอย่าให้ไปแก่ยิ่งแก่แก่แก่เผ็ดแก่คนแก่คืนมันไม่ไหวนี่ทิศทางนั้นน่ะแม้แต่บอกว่าเบาหวานรสหวานนี่ค่อยยังชั่วกว่ารถอื่นแล้วจำพวกเห็ดขมเปรี้ยวหวานหวานไม่ค่อยยังชั่วรสอื่นน่ะรสเปรี้ยวก็ค่อยช่วยหน่อยนึงก็คงง่ายกว่ารถผมรถผมก็ง่ายกว่ารสเผ็ดรสเผ็ดนี่โอ้โหสุดท้ายเลยทั้งเร่าร้อนทั้งลำบากทุกอย่างรสเผ็ดในจำนวนลักษณะรถรถที่เป็นอย่างนี้เพราะฉะนั้นแม้แต่หวานนี่ว่าอ่อนกว่าเพื่อนแล้วก็ง่ายกว่าเพื่อนหรือว่าสะดวกกว่าเพื่อน รสหวานรสเปรี้ยวรสเค็มรสหวานรสเปรี้ยวรสเค็มรสขมรสเผ็ดจำนวนชื่อรถต่างๆรสหวานมันง่ายที่สุดแล้วให้อ่อนกว่ารสหวานอีกเขาถึงเรียกว่าอ่อนหวานแม่หวานก็ให้อ่อนเพราะฉะนั้นไอ้เรื่องรถอื่นๆนะไม่ต้องแก่หรอกไม่ต้องไปแคร์เขาถึงเรียกว่าออนไลน์ให้อ่อนลงมาอ่อนลงมาเบาๆจางจืดเบาบางจางจื่อส่งมานั่นแหละเป็นลักษณะที่เราจะหัดแล้วมันง่ายอะไรนิดนึงมันก็สบายได้แล้วพอใจแล้วจืดๆก็พอใจแม้แต่แค่หวานอย่างเดียวกับพอใจ เพราะฉะนั้นไม่ต้องถึงเปรี้ยวไม่ต้องถึงเค็มไม่ต้องถึงขมไม่ต้องถึงคืนไม่ต้องถึงเผ็ดรพพอใจเราง่ายทีนี้เราก็ถ้าเผื่อว่าจะมีบ้างในโลกเพชรแล้วก็รับได้บ้างก็หัดตนเองรับได้ไม่ทุกข์ไม่ทุกข์ก็เผ็ดไม่ทุกข์ก็คือเป็นทุกข์เพราะผมไม่ทุกข์เพราะมันเปรี้ยวมันเค็มเค็มมันเปรี้ยวมันหวานอะไรก็ไม่ถูกไม่ใช่ว่าแตะสิ่งเหล่านั้นไม่ได้ไม่ได้แต่ไม่ไม่หาไม่ยากแต่มีในโลกไปห้ามไม่ให้มีเปรี้ยวหวานมันเค็มอะไรไม่ได้มันต้องมีไปห้ามไม่ให้มันมีไม่ได้มันมีแต่เราไม่ติดและเราก็รับได้ไม่ฟังแม้จะมาแรง มาจัดรถจัดเราก็เฉยได้ไม่มีปฏิกิริยานั่นแหละเรียกว่าเราอุเบกขาได้เก่งเรื่องชาวอุเบกขาคือรับสัมผัสแตะต้องได้แต่เราไม่ติดนะไม่ติดแล้วเราก็ไม่ผลักแม้แรงๆเราก็นิ่งทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากไม่ถูกนี่เรียกว่าลักษณะของธรรมชาติลักษณะทนต่อธรรมชาติแม้ธรรมชาติจะจัดจ้านรุนแรงจนได้สัดส่วนแดกน้ำลมฝนสัดส่วนสำคัญต่อแดดน้ำลมฝนสัดส่วนพื้นฐานหนักเบาเร่าร้อนรุนแรงแข็งอ่อนอะไรทนได้ทั้งนั้นแต่ไม่ติดแม้จะแรงก็ไม่ได้ชอบแล้วก็ไม่ได้ อ่อนแอด้วยคำว่าอ่อนแอนี่ไม่ใช่อ่อนหวานไม่อ่อนแอแข็งแรงกล้าหาญองอาจแข็งแรงกล้าหาญองอาจไม่อ่อนแอทนได้ด้วยและไม่ติดไม่ว่าจะแรงจะเบาจะอ่อนไม่ติดทีนี้คนที่ติดนั่นน่ะเพราะจิตอ่อนๆได้ไปเดี๋ยวก็แก่ขึ้นแล้วก็ไม่เคยแตะอ่อนๆก็ไม่ถึงใจก็แก่ขึ้นแก่ขึ้นจัดขึ้นจัดขึ้นมันจึงต้องปรุงจัดขึ้นเรื่อยๆก็หาของทั้งเปลืองน้ำหนักจนรสชาติสกัดเอาเข้มๆส่วนข้นเข้ามาเรื่อยคนนี้ก็ยิ่งกินเปลืองใช้เปลืองฐานเปลืองแล้วจะต้องเอาอะไรไอ้พวกนี้ของธรรมชาติคุณเปลืองมาทั้งมากทั้งเปลืองทั้งสก แก่ๆจะจัดมาด้วยติดมากๆเรื่องคนนี้แหละเปลืองวัดวัสดุในโลกแล้วเราไปหัดทำไมหัดผลาญเพราะคนกินรสจัดคนแต่งสีจัดพรุ่งนี้ปลุกเปลืองคนชอบเสียงเพลงดังๆหนักๆลีลามากๆก็ประดิษฐ์เยอะแยะอะไรต่างๆนานาคนนี้เรื่องพวกนี้ดูแล้วแต่เป็นคนเปลืองแรงงานเรื่องวัสดุเรื่องความพลาดเพราะคนนั้นไม่เก็บประหยัดพระที่จะต้องมาลดบางอย่างจืดรถบางอย่างเบารถบางจากลงมาแต่เป็นพระเมื่อเราเองเราอะไรนิดอะไรหน่อยเราก็สบายแล้วก็พอแล้วเราก็ไม่ไปเปลือง เราไม่เป็นเปลืองพอนะนิดๆหน่อยๆเราก็กลายเป็นคนไม่ผลาญซ่าเป็นคนประหยัดให้แก่โลกอะไรนิดๆหน่อยๆเธอไม่ต้องก็ได้นะอย่าว่าแต่นิดๆหน่อยๆเลยไม่ต้องเลยไม่ต้องแล้วได้แล้วพอแล้วแค่นี้พอแล้วแบ่งให้คนอื่นไปคืนให้แก่โลกไปเป็นคนประหยัดให้แก่โลกแต่เราก็ยังแข็งแรงแม้เราไม่รับมากเราไม่ได้รับจัดจ้างอะไรเราไม่รับมากเราไม่รับจัดจ้างปริมาณเราก็ไม่เปลืองมากคุณภาพของมันรถของมันกลิ่นของมันอะไรของมันต่างๆพวกนี้ก็ไม่จัดจ้างเราจึงเป็นคนไม่ลืมด้วยประสบการณ์ของปวงเราไม่รับยังไม่เปลืองอย่างไม่ผลาญพล่า น้อยๆแค่นี้เราก็ยังเป็นคนมีสมรรถภาพคนมีกำลังมีฝีมือแม้แต่น้อยอย่างนี้เรารับไม่น้อยกว่าเขาเนี่ยเราจึงเป็นเครื่องยนต์ที่ไม่ต้องใช้น้ำมันซุปเปอร์ใช้น้ำมันธรรมดาใช้น้ำมันที่ล้อด้วยน้ำมันที่ราคาถูกด้วยแต่รถยนต์คันนี้วิ่งดีทนทานประสิทธิภาพในการงานดีมากเก่งด้วยทำได้สารพัดด้วยโรคต้องการอย่างนี้โดยสัจจะโรคต้องการสิ่งที่เป็นอย่างนี้ทำไมเราจึงกลายเป็นคนที่ผลาญพรากเรื่องเหมือนอย่างพวกคนรวยเขาจะต้องกินแพงๆกินเปลืองเปลืองจะต้องลดปรุงรสปรุงกลิ่นปรุงสีปรุง ไปให้อยู่สูงให้ยิ่งสูงแบบโลกต่อเข้าไปสูงๆทำอะไรมากฉันทำอะไรให้มันเปลืองให้มันเสียเวลาให้มันปริมาณมากอะไรแล้วก็สมมุติค่าเข้าไปมากๆแล้วคนมันก็หลอกสมมติค่าขึ้นมาเรื่อยๆแล้วเศรษฐีเรียกว่าคนที่จะบอกว่าชั้นสูงต้องเป็นอย่างนั้นมันกลับกันแล้วนะสัจธรรมมันกลับกันแล้วคุณจะต้องเห็นเป็นสัมมาทิฏฐิในทิศทางก็ต้องง่ายต้องมาอย่างนี้สิเราจะได้เป็นคนอยู่ในโลกแต่ไม่ได้หมายความว่าเรามีของลดน้อยของรถอ่อนของปริมาณน้อยปริมาณเล็กเหล่านี้ให้แก่เราแล้วเราจะกลายเป็นคนไม่มีสมรรถภาพกลายเป็นคนไม่มีประโยชน์กลายเป็นคนไม่มีคุณค่าไม่ใช่มีคุณค่าเท่าเทียมหรือยิ่ง นี่มันถึงจะสุดยอดจริงๆกลับกันไม่ใช่ต้องกินไอ้ที่ว่าดีๆแบบโรคจะต้องใช้ของดีๆแบบโลกจะต้องทำขอราคาสูงๆของแพงๆของที่อยู่บนหอคอยต้องอย่างนั้นเอามาใช้เอามามีเอามาเป็นเราจึงจะมีสมรรถภาพเราจึงจะเป็นคนเก่งได้เราถึงจะทำได้อย่างนั้นไม่เก่งหรอกต้องยิ่งใช้ขอราคาถูกยิ่งใช้ของพื้นๆยิ่งใช้ของง่ายๆแล้วก็เราได้คุณค่าเราได้ปริมาณของผลิตของเราเก่งขึ้นมาด้วยได้มากขึ้นมาด้วยอย่างนี้จะเป็นคนเก่งเรียกว่าเป็นผู้ที่ผลิตหรือว่าเป็นผู้ที่ประดิษฐ์หรือเป็นผู้ที่กระทำหรือเป็นผู้ที่ฉันสร้างมาให้แก่โลกโลกจะง่ายขึ้นเบาขึ้นแล้วไม่ผลาญ [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] กูเป็นลักษณะจาคะเสียสละเป็นลักษณะพานยิ่งของเราทำแล้วยิ่งดีเราก็ยิ่งแก่ให้คนอื่นได้มันเป็นความดีงามของคนแท้ๆแต่ทำไมไม่ทำกลับไปตีราคาแพงๆกลับไปขึ้นราคาของฉันของดีต้องขึ้นราคาต่างๆนานาทำไมกลับไปทำอย่างนั้นคนก็ยิ่งซื้อได้ยากเพราะว่ามันแพงคนก็ยิ่งไม่ค่อยได้ของของเราก็ยิ่งไม่ค่อยได้ใช้เรามาเพิ่มปริมาณที่มาทำได้ดีทำได้มีค่ามากถ้าทำให้มันเพิ่มปริมาณให้ได้มากๆเพื่อเพิ่มปริมาณมากๆจะแจกจ่ายไปได้มากๆเราจะไปหาอะไรเป็นของที่มาประกอบให้มันราคาถูกลงไปอีกให้มันหาง่ายลงไปอีกเอาอะไรมาแทนได้ง่าย ถูกลงไปอีกได้แล้วเอามาทำเมื่อเอามาทำได้มันก็ยิ่งจะได้มากเลยทุนร้อนก็ลดลงแจกกันได้ทั่วถึงเกิดประโยชน์ยิ่งเป็นประโยชน์เป็นค่าคุณของมนุษย์ให้มนุษย์ได้รับกันให้ได้มากๆอันนี้ก็พูดย้ำเคยพูดซ้ำเรื่องพวกนี้ให้ฟังแล้วทิศทางของคนนี่มันกำลังคิดผิดถึงเรียกว่ามิจฉาทิฏฐิคิดไม่ไปคิดอย่างฉลาดคิดอย่างเอื้อเฟื้อเกื้อกูลเผื่อแผ่แต่ไปคิดเห็นแก่ตัวแก่ตนคิดทำให้โลกก็เปลี่ยนเป็นระเบียบเกษียณยุ่งยากไม่ได้ประโยชน์ของแทนที่จะทำแล้วก็เกิดประโยชน์สัมผัสไปทันทีกลับไม่เน่าเสียฟรีๆบางอย่างไม่ต้องรีบร้อนเอาออกมาใช้นักก็กลับไปเอาออกมาใช้ไวเกินไป แล้วก็หมดแล้วมันก็จะผลิตตัวหรือว่าจะเรียกว่าสังขารตัวเองหรือว่าทำตัวเองให้มันเกิดได้ในได้ยากแต่เราก็ไปเอามาใช้เอามาจ่ายเอามาทำให้เขาไม่เกิดคุณค่าไปซะหมดฟุ่มเฟือยเปลืองเปล่าแบบนี้มันไม่ทันคนก็ยิ่งเกิดมาทับถมลงในโลกมากขึ้นมากขึ้นแล้วก็มาเรียนรู้ตามแบบคนลูกโลกที่ซ้อนกันอย่างผิดๆด้วยก็เลยคนเกิดมาก็ยิ่งมารับความรู้ผิดแล้วก็ไปผ่านหน้าตามคนผิดอะไรอะไรก็เริ่มไม่ทันของอะไรๆก็เริ่มลืมศาลมันไม่ทันมันไม่ทันมันจะเกิดคดียุบเพราะมันไม่ ฟันมันไม่พอเพียงมันหมุนเวียนมันไม่สมดุลกันอย่างที่ว่าเนี่ยถ้าเราไม่แก้ไขคนไม่มีความคิดอ่านไม่มีความลดลงทุกคนจะเอาตัวอย่างอย่างแบบรู้สึกแบบหรือเศรษฐีแบบคนฟุ้งเฟ้อแบบตัวอย่างการงานก็ไม่ค่อยทำเอาแต่ชี้นิ้วแล้วก็ผลานวันนึงเปลี่ยนเสื้อผ้า 10 ชุดเป็นเศรษฐีแต่เปลืองพรานไปและนึกว่ามันเป็นความสุขไม่มีความสุขอย่างนั้นไม่มีไปเปลืองตั้ง 10 ชุดแล้วให้คนอื่นเขาได้ซักกันจะตายจะเป็นทรมานเอาแรงงานมาจ่ายฟรีฉันว่าฉันมีเงินฉันไปได้เงินมายังไงก็ตามใจเธอจะได้มาสุจริตเหน็ดเหนื่อยมายังไงก็ไม่ควรไปผ่านไม่ควรไปให้เงินคนฟรีเพื่อมารับจ้างรับใช้คนที่คุณจะต้อง เรืองเป็นคนผลาญแต่งตัววันละ 10 ชุดจะกินอย่างนี้ก็จะต้องมีเข้ามีของมีอะไรรองรับตั้งแต่โต๊ะตั้งแต่ที่ผ้าปูผ้ารองจานชามซ้อนเข้าไปกว่าจะกินก็จะใช้แล้วคนก็ต้องใช้แรงงานแม้จะเอามาตั้งแม้แต่เก็บแม้แต่กวาดแม้แต่กินที่อะไรต่างๆนานาไอ้แบบนั้นเฟ้อซ้ำซ้อนเสียแรงเสียเวลาเสียข้าวเสียของเสียอะไรเปลืองเปล่าซ้อนอยู่อย่างนี้คนใดที่มีนิสัยอย่างนี้แล้วทำตนเป็นคนอย่างนี้คนนั้นเป็นคนผลาญโลกผันแรงงานของโลกผ่านวัสดุของโลกเป็นคนหนักแผ่นดินจอมเศรษฐีที่มีนิสัยอย่างนี้มีความเห็นอย่างนี้มี คิดอ่านอย่างนี้นั่นแหละเป็นคนหนักแผ่นดินเพราะมันผลาญเห็นไหมไม่ใช่ว่าไปด่านะแต่บอกลักษณะให้ฟังว่าเนี่ยอยู่ไหนเกิดมานี่เป็นคนหนักแผ่นดินผลาญพราหมณ์ไม่เป็นคนประหยัดไม่เป็นคนน้อยเป็นไปเพื่อความทำลายเป็นไปเพื่อความใช้มากใช้หนักจ่ายมากจ่ายหนักคนเดียวเอาแรงงานคนอื่นมาคอยบริการตั้งเท่าไหร่อย่างนี้ทั้งๆที่ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลยมีแต่ผลาญลงไปมาช่วยผลาญด้วยไปเอาแรงงานคนอื่นมาซ้อนให้ผลาญผลาญให้แก่ตัวเราเป็นตัวการตัวเราเป็นตัวการจะกินจะใช้จะไปจะมาอะไรนิดๆหน่อยๆแทนที่จะออกกำลังกายบ้างไม่ออกกำลังกายและตัวเองก็แสนที่จะสุขภาพก็เร็วลง เพราะไม่ออกกำลังกายขยับเขยื้อนบ้างตัวเองจะได้ออกกำลังกาย 1 จะได้ช่ำชองชำนาญทำเป็นจะได้ถนัดถนี่ง่ายไม่แล้วยิ่งยากยิ่งทำอะไรไม่เป็นยิ่งเอาแต่ชี้นิ้วชี้นิ้วแล้วว่านี่เป็นลักษณะผู้ดีเป็นลักษณะคนเจ้าคนนายมันผิดหมดเลยแล้วผิดหมดเลยลักษณะไอ้เจ้านายเนี่ยเป็นลักษณะที่บอกพระพุทธเจ้าเองแท้ๆเป็นเจ้าเป็นนายท่านก็เลยไม่เอาอย่างนั้นลดลงมาเลยมาอยู่ง่ายๆช่วยตัวเองให้ได้มากๆเพราะฉะนั้นคนที่เป็นตัวเองพึ่งตนเองอัตตาหิอัตโนนาโถตัวเองช่วยตนเองได้คนนั้นประเสริฐยอดคนใดที่อาจจะใช้เขาใช้เขาใช้เขาพึ่งเขาพึ่งคนอื่นพึ่งตนเองไม่ได้คนนั้นเลวลงเลวลง ดำรงธรรมลงนอกจากจะพึ่งตนก็ได้ง่ายเพิ่งได้จริงๆแล้วเรายังสามารถเอาเวลาที่เหลือต่างๆมาทำอะไรก็แจกจ่ายเจือจานคนอื่นทำมีแต่กระทำกระทำกระทำสิ่งที่เป็นคุณค่าเป็นประโยชน์ให้กับคนอื่นด้วยคนนี้ยิ่งมีค่ามากที่สุดนี่ฟังดีๆนะที่พูดนี่พยายามที่จะชอนชัยให้วิจิตรให้ลึกซึ้งให้เห็นชัดๆชี้ออกมาให้เห็นกระจับกระจ่างง่ายๆว่าอะไรคือคุณค่าของมนุษย์มนุษย์จะเกิดมาทำไมมนุษย์ในฝ่ายหาความประเสริฐเลิศยอดใฝ่หาความมีคุณค่าหรือว่าเกิดมาให้มันเป็นมนุษย์ที่มีประโยชน์มีคุณค่าไม่ใช่เกิด ผลาญพล่าลักษณะตัวอย่างเศรษฐีหรือตัวอย่างผู้ใหญ่ที่กระทำการเอาเปรียบเอารัฐและก็ตัวเองก็กลายเป็นคนผลาญพร่านั้นน่ะที่อธิบายละเอียดละออไปเนี่ยฟังดีๆตามพิจารณาตามดีๆจะเห็นเด่นชัดว่ามันเข้าใจผิดกันอยู่ทั้งๆที่ตัวเองทำอย่างนั้นตัวเองก็รู้ว่าเออมันเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีที่พูดเนี่ยถ้าเข้าใจอย่างที่ว่านี้นะที่พูดไปเนี่ยแต่เขาไม่เข้าใจที่พูดนี่เขาไม่เคยได้ยินเขาไม่เคยได้ฟังหรอกคนเหล่านั้นแม้เคยได้ยินได้ฟังก็ยังงงๆงงแต่พวกคุณนี่ฟังชักไม่ค่อยงงและชักจะเห็นได้ชักจะเข้าที่เข้าทางได้เพราะเราตั้งทิศตั้งเหลี่ยมมุมของจิตมาแล้วพอมา เหลี่ยมนี้พอไม่มาได้มันเรามันรถมันละได้มันมันปล่อยได้ปลดได้มาเรื่อยๆแล้วมันชักเห็นตามถ้าคนไหนไม่ได้ตั้งใจดีๆไม่ได้ลดละจริงๆนะยังเป็นความเห็นแบบโล่งๆยังตั้งทิศไปแบบลูกโลกในวันดีๆนะแล้วเราจะถูกผลักดันให้เห็นดีอย่างที่ว่านี้ไม่เห็นน่ะไม่เห็นน่ะมันโค้งมาไม่ได้กลับมาไม่ได้จริงๆนะมันไม่เห็นตามมันไม่เห็นตามมันก็ไม่ศรัทธาเลื่อมใสก็ไม่หัดไม่ฝึกขนาดเราเห็นตามด้วยปัญญานี่นะรู้ได้แต่ปัญญาเรายังต้องมาหัดฝึกรถเลยไอ้ความเคยชินแบบนั้นมันชินมาตั้งเท่าไหร่กินแบบที่จะเป็นอย่างลูกโลกไม่เอาอะไรจะไม่ทำอะไรนี่ถือว่าเป็นกำไรจะเป็นกำไรยังไงคุณไม่ได้ทำอะไรเลย กูไม่มีคุณค่าอะไรเลยเป็นกำไรได้ยังไงคุณเกิดมาในโลกนี้คุณไม่ได้ทำอะไรจะเป็นกำไรอะไรก็กลายเป็นของไม่มีคุณค่าอะไรเป็นของเปล่าๆใดๆว่าโมฆะเป็นคนมองข้ามโมฆะแล้วก็ป้อมเปล่าไม่ได้อะไรเปล่าๆพริตตี้เพราะไม่เข้าใจเอาแต่กิเลสอย่างโลกเอาแต่เรื่องโง่ๆอย่างโลกมาใส่ใจก็เลยเปล่าๆรีบๆคือไม่มีค่าอะไรเลยแล้วก็ได้แต่กิเลสนอกจากไม่มีค่าแล้วยังกลายเป็นคนมีแต่กิเลสด้วยนะมีแต่ความโง่อวิชชาอวิชชาอวิชชาแล้วก็โมหะหลงผิดหลงผิดหลงผิดเป็นทิศทางที่ผิดไปเรื่อยกลายเป็นคนที่มีทิศทางที่เข้าใจผิดผิดผิดผิดผิดผิดหลงผิดแล้วก็โง่ๆไปตามง้อๆแล้วเราอยู่เฉยๆนี่เป็นของกำไร อยู่เฉยๆมันจะกำไรอะไรอยู่เฉยๆแล้วไปเอาของเขามานั่นเป็นหนี้ด้วยอยู่เฉยๆไปเอาของมากินมาอยู่เป็นหนี้ด้วยโดยสัจจะฟังดีๆคุณจะได้กำไรอะไรถ้าคุณทำสิคุณทำแล้วคุณก็ไม่เป็นหนี้ทำแล้วกินใช้ในงานที่เราทำเนี่ยเราได้พึ่งตนละเป็นการพึ่งอาศัยและอาศัยโดยตนก็เพราะต้นทำทีนี้ทำเกินด้วยทำมากด้วยมีผลผลิตเยอะด้วยนอกจากตนก็อาศัยกินอาศัยใช้ในผลผลิตของตัวแล้วให้คนอื่นอีกแจกคนอื่นอีกจะเป็นหนี้ยังไงมีแต่เป็นเจ้าหนี้เป็นเจ้าโลกเป็นพระเจ้าเป็นพระผู้สร้าง คู่สร้างสรรค์แล้วก็ให้แก่โลกได้เหลือเฟือเป็นคุณค่ามีประโยชน์เป็นคนมีประโยชน์เหลือหลายลักษณะเศรษฐีลักษณะผู้ที่จะเข้าใจผิดแล้วไปเอาเปรียบเอารัฐนึกว่าตัวได้กำไรหลงความขาดทุนเป็นการได้กำไรหลงการขาดทุนหลงการเป็นหนี้เป็นได้กำไรหลงผิดนะหลงการเป็นหนี้เป็นได้กำไรของการไม่สร้างไม่สรรอะไรเป็นกำไรกลายเป็นคนเปล่าแล้วก็กินใช้เปลืองผลาญสิ่งที่โลกคนอื่นก็ทำสิ่งทุกคนอื่นเขาผลิตแม้แต่โลกผลิตธรรมชาติผลิตตัวเองก็กลายเป็นคนเปลืองตัวเองไม่มีแรงงานผลิตอะไร ยังไม่มีแรงงานผลิตอะไรไม่มีคุณค่ามีประโยชน์อะไรยิ่งกว่าก้อนดินก้อนหินก้อนดินก้อนหินมันยังทำปฏิกิริยาเสมอนะเพื่อที่จะมีอะไรภาพแล้วมันก็จะช่วยงอกช่วยแจกช่วยจ่ายช่วยเป็นที่รองรับให้แก่พืชให้แก่ผลให้แก่งานการอะไรลงไปดินแต่คนนี้อะไรก็ไม่ได้จะไปช่วยงอกอะไรก็ไม่ได้ไปช่วยรองรับอะไรก็ไม่ได้ดินมันยังช่วยรองรับก็รองรับให้อันนั้นเหยียบไปนี่ผ่านไปก็ยังได้คนใหม่ใครจะเหยียบก็ไม่ยอมผ่านไปไม่ได้ถ้าจะเหยียบก็ไม่ได้จะช่วยงอกนั่นงอกนี่ไม่งอกมีแต่ดูดๆๆ หมานๆๆสลายสลายสลายมันดูดเข้ามาแล้วก็ผลาญสลายมองดีๆฟังดีๆนี่ค่อยๆพูดค่อยๆรายละเอียดไปจะเห็นได้ว่าเป็นความเข้าใจผิดออกปานไหนคนเราเป็นโมฆะบุรุษแทนที่จะเป็นคนเป็นคนที่เป็นสภาพหรือว่าเป็นเครื่องกลที่มีคุณค่ามีประโยชน์เป็นโมฆะโมฆะคนเป็นคนโมฆะโมฆะไม่มีอะไรเปล่าแล้วก็บอกแล้วแนะนำให้ฟังอีกแล้วว่าชี้เห็นแล้วว่านอกจากโมฆะไม่มีค่าไม่มีคุณอะไรแล้วแถมตัวเองสร้างหนี้สร้างหนี้เพราะไปหยิบยืมเพราะไปหยิบจับเพราะไปช่วยเอาอะไรมาสังเคราะห์ร่า
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive