240622-3-085 ทางเอกภาค3-ตอน085(หน้า291มหาจัตตารีสกสูตร)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์148 KB
วันที่แก้ไข15 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายนพุทธศักราช 2524 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าเราก็มาเรียนกันต่อเอาวันนี้จะสรุปเรื่องสัมมาอาชีวะแล้วก็จะสรุปรวมไปทั้งหมดทั้งสมาชิกองค์ 8 แล้วก็จะ LINE เรียงอะไรที่เป็นองค์ประกอบให้ฟังทั้งสิ้นเพราะว่าแท้จริงแล้วสัมมารีมรรคองค์ 8 เป็นหลักการใหญ่ ทฤษฎีสำคัญที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสรู้ผู้ใดเข้าใจสัมมาอริยมรรคองค์ 8 แล้วก็กระทำได้ตรงตามนั้นอยู่ตลอดเวลาเราได้พยายามปรับปรุงสมาสเท่ากับปรับปรุงสมมาวาจาสัมมากัมมันตะ 3 ตัวนี้แหละมันก็จะรวมลงเป็นสัมมาอาชีวะเพราะว่าเราทำตั้งแต่มัน No วจีการทำให้เป็นสิ่งที่พอเหมาะพอดีทำให้เป็นสุจริตทำให้เป็นกุศลอยู่เสมอตามที่เรามีปัญญารู้เข้าใจเห็นแจ้งเป็นสมาชิก เราก็ได้พยายามอยู่เสมอไปสัมมาวายามะมีสัมมาสติเป็นสติปัฏฐานสอดส่องดูแลตัวเองอยู่ตลอดเวลาในกิริยา 3 และดูแลทวาร 6 มีเขตขอบกำหนดตามธรรมตามแต่บุคคลที่จะมีศีลมีหลักมีหลักการมีหลักประพฤติหรือว่ามีกรรมฐานมีขอบเขตสำหรับเราแค่ไหนแค่ไหนอันไหนที่มันเกินแรงเราก็อนุโลมไว้ก่อนยกไว้ก่อนเพราะว่าเรายังทำไม่ไหวทำยังไม่ได้หรือจะทำบ้างเล็กๆน้อยๆไม่เอาจัดไม่เอาเป็นสกายยะก็ทำอันไหนที่เราแน่ใจทำเป็นสัดกายะอัน เราเห็นแล้วว่าเป็นตัวการใหญ่เป็นเรื่องใหญ่ที่เราจะจัดแจงกับมันอย่างจริงจังตั้งเป็นศีลเป็นพรตขึ้นแล้วก็ทำจริงๆอย่าให้มันเป็นศิลปะปรามาสอย่าให้มันสักแต่ว่าทำลูกๆทำๆเล่นเท่านั้นเอาจริงๆมีสัจจะทมะขันติจาคะมันจึงจะสละจางคลายหลุดร่อนออกได้ระลึกตัวทั่วพร้อมอยู่เสมอรู้ความประชุมของมันสัมผัสเกี่ยวข้องเป็นกายะระลึกไปจนกระทั่งถึงนามธรรมที่จิตใจของเราจิตใจของเราก็รู้รู้ความรู้สึกทุกข์รู้สึกสุขปรับปรุงมาหาอุเบกขาหรือว่าอาจถูกเข้ามาส่งเป็นเวทนาในเวทนารับรู้เห็นอ

อ่านต่อ

าการว่ามันเป็นอย่างนี้นะ ต่างกับประการอย่างนี้อาการเวทนาเป็นสุขเวทนาแตกต่างกับอุเบกขาเวทนานะรู้เห็นเป็นอาการลิ้นคะนิมิตอุเทศเห็นรู้ชัดแจ้งเราทำอยู่ตลอดเวลาอ่านดูแล้วก็ทำจริงๆมีสภาวะจริงๆปฏิบัติจริงๆปฏิบัติ YouTube ขณะให้ได้ขณะมากที่สุดผมก็จะเก่งเชียวชาญก็ไปหาจิตเข้าไปหาธรรมารมณ์เจ้าชานก็ไปเรื่อยจับจิตได้แม่นอารมณ์ของมันก็จะมั่นทำจริงๆปรับปรุงอารมณ์จริงๆให้สู่สภาวะอาการอย่างนั้นแหละเราเรียกว่าอารมณ์ที่ทรงทำอารมณ์ที่เป็นกุศลธรรม ที่ดีเป็นอารมณ์ที่เราเห็นว่าพอเหมาะพอดีแล้วด้วยปัญญาอันยิ่งของเราเราเข้าใจไม่ได้คดไม่ได้ขอไม่ได้โกงทำให้แจ้งทำปัญญาให้แจ้งให้ทำความรู้ให้ถูกๆตรงๆแล้วเราก็ทำปรับปรุงมันอยู่ตลอดเวลากระทบสัมผัสเมื่อไหร่ก็รู้ตัวทั่วพร้อมอยู่ปฏิบัติใช้หลักสติปัฏฐานใช้หลักโพชฌงค์ 7 มีสติมีธรรมะวิจัยนี่มันซ่อนอยู่ตลอดเวลาและคุณฟังดูตัวที่พูดไปทุกคำทุกอันที่เป็นหลักทฤษฎีต่างๆเนี่ยมันได้ใช้อยู่ตลอดเวลาในการปฏิบัติอยู่ในหลักของศีลของเราหรือหลักการที่เราจะประพฤติมีทิศทางที่จะไป แล้วก็ขัดจิตขัดใจของเราเป็นสมาธิปัญญาเราก็สอด 2 อันรู้ไม่ใช่ปัญญาไปคิดอ่านอะไรอื่นไปคิดสร้างนั้นฉันนี่ไม่ใช่แต่พร้อมกันนั้นการคิดสร้างสรรค์เราก็ไม่ได้ขาดเหลือเพราะฉะนั้นเราจะไม่ได้บกพร่องเราจะไม่ตกหล่นตกเรื่องอะไรไปจากความเป็นคนที่มีสมรรถภาพมีความเป็นไปได้ในทางโลกมีการกระทำนู่นทำนี่สร้างสรรค์นู่นสร้างสรรค์นี่ไม่ใช่ว่าเราตกหล่นเราจะดียิ่งด้วยซ้ำไปเพราะเรามีสติสัมปชัญญะมีการปรับปรุงดูแลระลึกรู้ตัวทั่วพร้อมอะไรทำอะไรอยู่อย่างที่มีมีการวิจัยมีการรู้มีการกำหนดประมาณอะไรอยู่มันยิ่งกว่าด้วยซ้ำไปมันมีไปพร้อมเอาล่ะความรู้ในทางเทคนิค นิทานสร้างสรรค์ในทางประกอบกิจการหนี้อะไรเนี่ยมันก็เป็นปัญญามันก็เป็นความรู้ที่มีอยู่ด้วยส่วนปัญญาที่เป็นโลกุตตรปัญญาหรือว่าเป็นปัญญาทางธรรมเราจะสอดส่องเห็นปรมัตถ์จะเห็นจิตเห็นใจเห็นอารมณ์เห็นว่ากิเลสหมดไปหรือไม่มันลดปลาลงไปหรือไม่เห็นความสบายเห็นความจริงอันประเสริฐเรียกว่าอริยสัจเห็นความจริงอันประเสริฐเรียกว่าอริยสัจเห็นว่าทุกข์มันหายไปพ้นไปเราไม่โลภเราก็ไม่ทุกข์เราไม่โกรธนี่แหละเรายิ่งเห็นชัดว่าเราไม่ทุกข์เราไม่โมหะเราเห็นชัดเจนว่าเราไม่หลงผิดเราเห็นสัจจะเราเห็นความจริงเราเห็นไตรลักษณ์เราเห็นความไม่เที่ยงในอะไรอะไรมันไม่เที่ยงและมันก็จะเห็นนิยตเห็น ความเที่ยงของใจของเราเห็นความเที่ยงความมั่นคงของเราว่าเราเองเราอยู่ในสัจจะจริงนะเราเองเราพ้นทุกข์จริงนะมันเมื่อใดเมื่อใดมันก็พ้นทุกข์นะเรื่องนี้เมื่อไหร่เมื่อไหร่มันก็หลุดพ้นนะเรื่องนี้เรื่องนี้มันแต่ก่อนนี้เราก็นึกว่ามันเที่ยงเพราะมันเสพติดวันนี้เราจะต้องอร่อยๆเดี๋ยวอิ่มอิ่มอร่อยมันเป็นความไม่เที่ยงแต่เราไม่รู้อ่ะตอนนี้เราชักรู้แล้วเออมันไม่ได้อยากอยากแล้วก็บำบัดให้มันบำบัดแล้วมันก็พอพอแล้วพอเดี๋ยวมันก็อยากใหม่เลื่อนอยู่นั่นแหละเลื่อนยากใหม่เป็นเรื่องให้มันให้มันพอพอก็นึกว่าหยุดแล้วนึกว่าเต็มแล้วนึกว่าอยู่อยู่แล้วไม่มีอีกแล้วเปล่าอยากอีกเดี๋ยวให้มันใหม่อะไรเป็นอารมณ์ของจิตอยากต้องการแสวงหา แต่เมื่อเราเองเราเป็นผู้ที่ปฏิบัติธรรมเข้าไปทดสอบปัจจัยบางอย่างแล้วแต่ก่อนเราอยากเรียนที่เราก็ไม่อยากแม้แต่อยากกินข้าวก็ไม่อยากไม่อยากถึงเวลากินก็กินไม่ถึงเวลาแล้วเลยเวลาแล้วไม่ได้กินก็ไม่เป็นไรก็รอไปกินตอนอื่นก็ได้มันมีกิจมีการมีนู่นมีนี่ไม่มีอยากกินก็รู้ว่ากินกินก็รู้ว่าเอาเข้าไปสังเคราะห์ร่างกายชีวิตทำยังไงก็ทำเป็นแล้วนี่มันจะยากอะไรกินทำกิจทำการทำงานก็รู้ขยันก็รู้ว่าขยันก็ทำไปขี้เกียจรู้ว่าขี้เกียจขี้เกียจมันไม่มีมันเห็นเป็นของดีเป็นกัมมะเป็นการกระทำเป็นจิตจิตเป็นคนทำก็ทำทำ ตัวอย่างพินิจพิเคราะห์มีฉันทะเราจะรู้ว่าเราเกิดฉันทะหรือไม่เกิดความยินดีความไม่ยินดีแต่ก่อนแต่ไรนั้นเราไม่มีแต่ก่อนเรากลับโง่นะไปยินดีในอบายมุขยินดีในการยินดีในโลกธรรมเดี๋ยวนี้เรากลับไม่ไม่ยินดีในสิ่งเหล่านั้นได้แต่สิ่งเหล่านี้แม้เรายินดีเราก็รู้ในความยินดีว่ามันดีรู้ว่ามันดีกินได้ว่ามันดีเห็นว่ามันดีดีแล้วเราก็ทำดียังดียังกุศลให้เป็นกุศลธรรมให้เป็นกัลยาณธรรมแล้วก็ทรงไว้ซึ่งกุศลส่งไว้ซึ่งกัลยาณมิตรธรรมะแปลว่าการส่งไวยะทิทังกุ ทำกัลยาณธรรมเราก็เป็นผู้สร้างสรรค์ทรงไว้ซึ่งกุศลทรงไว้ซึ่งกัลยาณะความดีความงามไม่ใช่งามอย่างรกโลกไม่ใช่งามอย่างแบบกามแต่มันเป็นคุณงามความดีมันเป็นหนี้มันสุดคุ้มมันสมบูรณ์มันสละสลวยมันดีงามมันมีคุณภาพเต็มของมีราศีรังสีจริงๆเราก็รู้ว่าเราทำสิ่งนี้ด้วยความหมายที่เรามีปัญญามีความเข้าใจแล้วเราก็สร้างสรรค์รังสรรค์ไปถึงเวลาพักพักควรจะพักก็พักผ่อนพักผ่อนแล้วควรเพียรถ้าถึงสรุปจบอยู่ที่ เราไม่พักเราไม่เพี้ยนฟังแล้วข้ามก็สงสารได้แล้วอย่างนี้เป็นคำตอบที่สอดคล้องสอดคล้องยืนยันบอกแจ่มกระจ่างแล้วก็ทำไปอ่านไปจริงๆเราจะเห็นว่ามันลดน้อยลงเบาบางจางคลายลงเหลือเศษเป็นรูปราคะอรูปราคะมันก็ลดลงไปจริงอะไรอย่างนี้เราก็จะรู้จริงๆไม่มีใครเห็นใครรู้ได้ด้วยเราอาหารอเมริกานับประสามิติเราย่อมเป็นผู้รู้ผู้เห็นของเราเองเป็นปัจจัตตังเวทิตัพโพวิญญูหิเราเป็นผู้รู้เองเห็นเองฉลาดเฉลียวอยู่ในตัวแต่ไม่ใช่หลงตัวความฉลาดนี่ฉลาดรู้ความจริงเป็นอริยสัจ รู้ว่าความขี้เกียจความเป็นอกุศลหมดไปความขยันสร้างสรรค์และก็ไม่ได้หวงได้หามอะไรไม่ได้โลภโมโทสันอะไรใครจะมาขัดมาขวางใครจะมาย้อนมาแย้งมาตำหนิติเตียนก็ไม่ได้โทสะไม่ได้ปฏิฆะไม่ได้กุกกุจจะอะไรเรารู้ว่าอุปสรรคเป็นธรรมดาปัจจัยเป็นธรรมดาอุปสรรคหรือปัจจัยเป็นธรรมดาเขาว่าอุปสรรคนั่นน่ะเขาว่ามันจะเป็นการกระทบมันเป็นการมาต่อต้านอุปสรรคในการเดินเข้ามาชนหน้าเนี่ยอุปสรรคเราจะพบกับสิ่งที่จะมาประจำไปจนชนหน้าแล้วก็จะพบกับสิ่งอะไรไปสัมผัสไปเสมอเราเรียกว่าอุปสรรคภาษาบาลีโดยพย ณอุปสรรคคะแปลว่าอยู่กับสวรรค์อุปสรรคเข้าใกล้สวรรค์สิ่งที่ใกล้เรานี้เป็นสวรรค์อุปสรรคคะแยกหุบปากลงไปอีกก็เป็นสิ่งเกิดไอ้สิ่งที่เกิดอยู่ตลอดเวลาเป็นสวรรค์เราจึงอยู่สวรรค์ชั้นนิพพานกับผู้ใดไม่มีปัญหาอะไรไม่มีทุกข์มีร้อนอะไรผจญประจำกายอะไรจะหนักจะเบาอะไรเป็นสวรรค์ทั้งสิ้นสุดยอดแห่งสวรรค์คุณจะมีเศษแห่งความยินดีหลงยินดีอยู่ติดยินดีอยู่ก็เป็นสวรรค์ที่คุณมีเศษถึงคุณต้นล้างปล่อยยินดีนั้นๆลงไปหรือว่าอุเบกขาแม้แต่ไม่ติดยินดีไม่ติดอะไรแล้วก็ยังติดอุเบกขาติดเฉยก็ยังรู้ตัวรู้ บริษัทสหชัยไม่ใช่ตัวไม่ใช่ต้นอารมณ์ของจิตเป็นอารมณ์อะไรอันนั้นก็ไม่ใช่ตัวเราไม่ใช่ของของเราไม่ใช่อัตราแม้แต่จิตเป็นอย่างนั้นเราก็เป็นแต่เพียงเครื่องอาศัยเรารับรู้สึกมันไม่ใช่ตัวของเราของตนอะไรแต่มันก็เกลี้ยงนะจิตตัวนี้เราได้ล้างมันเกลี้ยงแล้วมันสะอาดมันบริสุทธิ์แล้วนะเราจึงปล่อยมันถ้าคุณเองคุณยังล้างไม่ละเอียดล้างไม่เกลี้ยงแล้วคุณจะปล่อยมันมันก็ปล่อยไม่ไปเพราะยังเป็นอัตตามันเป็นตัวตนอยู่มันจะเป็นตัวคุณของคุณอยู่มันปล่อยไม่ไปครับคนหลงผิดคุณพยายามจะปล่อยคุณแล้วปล่อยมันเดี๋ยวปล่อยมันก็ไม่ไปเพราะมันยังไม่มีเชื้อสะอาดมันยังมีอาสวะบรรยากาศ พระอรหันต์ปล่อยเกลี้ยงสะอาดแล้วปล่อยกันไปแยกสลายคุณต้องล้างเครื่องสะอาดหมดเลยแม้แต่อารมณ์ขันสูงสุดมาณอุทธัจจะแม้แต่ขั้นยาว่าจะรู้ราคาอรูปราคะเลยไม่ได้ขัดมานะพุทธเจ้าปล่อยก็เลิกกันอีกก็มันไม่มีอะไรแล้วแต่ถ้ามันยังไม่เกลี้ยงมันก็จะเป็นตัวมันก็ยังมีเศษมีส่วนอะไรเหลืออยู่แล้วคนที่เราโดนคิดเอาง่ายๆเข้าใจว่าไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนนั่นเป็นความหมายไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตัวนั้นเป็นความหมายแล้วก็เข้าใจมีปัญญาแล้วก็รู้ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนแต่ตัวตนของจิตวิญญาณตัวตนของกิเลสแม้แต่กิเลสอยากคุณยังล้างไม่ออกเลยเบอร์โทรตัวโตตัวหนักตัวใหญ่ตัวเบ่งและเขาจะบอกหมดตัว ต้นคุณได้แต่ความหลงได้แต่ความนึกคิดโดนดาวได้รู้ความหมายปัญญาที่จะเข้าใจมันเข้าใจได้เข้าใจความหมายและเข้าใจได้แต่คุณสอดส่องเห็นจริงหรือเปล่าเห็นอาการอารมณ์ของจิตของเราจริงๆแล้วก็เห็นไอ้ตัวอะไรอาคารตุ๊กแกตัวแขกจรที่เข้าไปเป็นเจ้าเรือนจิตของเราแล้วไปควบคุมเป็นตัวเป็นตนอยู่อย่างใหญ่อย่างโตคุณเห็นหรือเปล่าถ้าเห็นด้านล่างมันจางมันจนหมดมันไม่เหลือมันก็เห็นไม่เหลือไม่เหลือแม้แต่จะเป็นจิตเสกของทางด้านอุปกิเลสอย่างยินดีติดใจยังหลงดีหลงดิบหลงอะไรอยู่มันละเอียดถึงปานนั้นมันเป็นสวรรค์แล้วนะที่จริงยินดีไม่ได้ทุกข์แล้วไม่สวรรค์แล้ว อุปสรรคใหญ่จึงคือตัวสวรรค์ที่เราหลงติดนี่แหละถึงเรียกว่าอุปสรรคจะอยู่ใกล้สวรรค์ก็ยินดีนี่แหละไอ้ตัวที่มันเป็นตัวนรกจะเป็นพระจันทร์เขาแล้วอยู่ใกล้เราเป็นตัวนรกใครมันก็ต้องมีสลักทิ้งนรกใครมันอยากเอาไว้แต่สวรรค์น่ะสิไม่อยากไม่อยากปล่อยเหมือนคุณไปหลงว่าไอ้ตัวนี้หลับๆที่เป็นตัวสว่านมันไม่อยากปล่อยเลยนะเบอร์โทรเอาไว้ดีจังเอาไว้เหลือเกินเอาไว้ดีจังเลยไม่ค่อยอยากปล่อยก็หลงมันน่ะคุณหลงมันน้องจนกระทั่งว่าทั้งสำนึกแล้วปัญญาแล้วเข้าใจเข้าใจว่าไม่ดีแต่ก็ปล่อยไม่ออกสลัดไม่หลุดไฟไม่ไป ติดเอาไว้มันก็ของใครอ่ะของคุณแรงคุณเองความเข้าใจคุณด้วยอำนาจเจโตของคุณด้วยอำนาจจิตของคุณด้วยคุณยังเป็นทาสอยู่กับสิ่งนี้ขณะนี้เรายังเห็นจริงรู้จริงเลยว่ามันเป็นแล้วจะไปหลงเข้าใจความหมายเรานึกว่าเราได้แล้วโอ้ยบรรลุแล้วเราเข้าใจแจ้งแล้วเราทะลุแล้วก็ใจแล้วไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตนอะไรหรอกก็เดี๋ยวนี้มันจะสลัดไม่ออกเลยเผลอๆไม่ใช่เผลอๆละตั้งใจตั้งใจบางทีมันยังเอาเราเลยเนี่ยเออมันเอาเราเลยเล่นเราดื่นๆแล้วคุณยังจะมาบอกว่าคุณเองคุณเก่งได้ไงเนี่ยเรารู้ของจริงเรารู้ความจริงเราจะเห็นเราเห็นใจพวกที่ มีแต่เรียนคิดว่าจิตว่างไอ้โน่นไอ้นี่โทรตามยังอาบฉ่ำอยู่เลยยังไม่ได้ทิ้งอะไรได้เลยเราเองเราก็จะล้างได้ล้างกามก็ดีล้างอารมณ์ที่มันหยาบๆคล้ายๆลงรูปลงรถลงกลิ่นลงเสียงลงลาบลุงยศอะไรเขายังเฟื่องฟูยังทำแฉะโอ้โหเยอะเลยเขาก็ไม่เห็นของเขาได้เราเองเราเห็นของเราชัดเราจึงจะเห็นของเขาได้ดีเมื่อเราเองเราล้างออกเกลี้ยงแห้งดีแล้วก็จะเข้าใจละเอียดยิ่งขึ้นอย่างที่กล่าวในเราพูดถึงขั้นจิตสงบจิตๆฟุ้งซ่านนี้มันยังคิดถึงวับแวบไปไม่รู้อาการของกินเลยเราจะหยุดอยู่เฉยๆมันนิ่งนะไม่ให้ฟุ้งอะไรเลยไม่มี จะ Lightning แม้จะกำหนดหนึ่งเป็นหนึ่งอะไรอยู่ข้างหน้าแล้วก็ดูอันนี้เป็น 1 เท่านั้นนิ่งไม่มีปรุงไม่มีสังขารไม่มีอะไรมีแต่เวทนาทำงานสัมผัสมีสัญญาตามกำหนดรู้สักแต่ว่ารู้แล้วก็หยุดจริงๆไม่มีปรุงไม่มีปรุงเทียบเคียงไอ้นุ่นกว่านี้ไอ้นี่กว่าไม่เป็นแต่เพียงสิ่งนี้เป็นสิ่งนี้กำหนดอันนี้มันจะต่างก็ต่างแต่วันเสาร์นั้นมันต่างกับเสาร์นี้นิดหน่อยเท่านั้นเองไม่มีสวยไม่มีดีไม่มีงามแม้แต่จะบอกว่าสั้นยาวใหญ่โตก็ไม่เทียบแล้วก็กำหนดรู้ขนาดนี้มันก็ไม่ได้สุขได้ทุกรายขณะนี้ต้องฝึกต้องดูจิตใจต้องกำหนดควบคุมหัดดูจิตดูใจแล้วมันก็อยู่ในอาณัติของเราสั่งมันได้เราดูมันได้แล้วกำหนดมันได้ อาการของจิตอารมณ์ของจิตมันจะจืดจะจางยังไงเข้าใจเราฝึกปรืออยู่เสมอตลอดเวลาอันนู้นอันนี้กำหนดรู้ตัวทั่วพร้อมแม้เรากำลังจะทำงานนี่ทำงานนี่เรามีอารมณ์อร่อยไหมอารมณ์เรามันสนุกติดใจพอใจอย่างโน้นอย่างนี้ไหมตอนนี้เราจะกำหนดตามไปว่าเอออันนี้ลองดูซิว่ามันงามขึ้นสมมุติตามโลกเขาสมมุติตามที่สัจจะเค้าเป็นไปเพราะเราจะทำงานให้แก่เขาปรุงให้แก่เขาปรุงยาก็เอาใส่สีใส่น้ำตาลอะไรฉาบพอกให้เขานี่ขนาดนี้นะเราคำนวนเขาแล้วเราก็เอาให้เขาขณะนี้ให้คนนี้ขนาดนี้พยายามอย่างดูใจดูอารมณ์ดูอาการขนาดของเขาแล้วเราก็ทำให้เขาไม่ใช่เราเองเราทำเพราะความเพลินของเรา ใหญ่สายใหญ่ปรุงใหญ่ปรุงใหญ่เรานี่แหละอร่อยเรานี่แหละนี่แล้วเอาไปให้เขากินเพราะเราเป็นคนชอบรสนี้แล้วเราปรุงรสดีของเราให้แก่เขากินไม่ใช่เราปลงปลงตามกำหนดขนาดของเค้าคนนี้ให้แค่นี้คนนี้ให้แค่นี้คนนี้ควรแค่นี้คนนี้ดึงขึ้นมาหน่อยรถสภาพที่อนุโลมลงให้มันจืดลงไปอีกให้มันปรุงน้อยลงไปอีกให้มันเป็นสภาพไม่ใช่สังขารลงไปอีกเราเป็นคนกำหนดทำให้เขามีสติสัมปชัญญะปัญญาไม่ได้ตามใจใครเป็นตัวกำหนดขัดเกลาเขาซะด้วยเรากำหนดขัดเขานะไม่ใช่ว่าเราจะขัดใจเขาไม่ได้เราจะขัดเกลาเขาไม่ได้เรานี่แหละเป็นตัวขัดขัดสีฉวีวรรณขัดให้คนอื่นขัดให้เขาดีขึ้นนะให้ น้อยลงนั่นเองรู้จักประมาณรู้จักท่านรู้จักตอนแล้วก็มีนโยบายมีกลเม็ดมีกลเม็ดเด็ดพรายอะไรต่างๆนานาที่จะสร้างมนุษย์ที่จะช่วยเหลือมนุษย์ไม่ใช่เรื่องเล่นๆเรื่องยากทีเดียวเนี่ยต้องอธิบายกันมาหลักฐานต่างๆเท่าที่เราคนมันได้ได้อีกเอามาอีกใครมีหลักการอะไรดีๆอีกละเอียดลออที่เอามาใช้มันใช้ได้ทั้งนั้นแหละของพระพุทธเจ้าใช้ที่เราไม่ได้ใช้อยู่อีกเหลือแหล่มากหลายทฤษฎีพระพุทธเจ้าเหลือล้นอันไหนเราพูดถึงได้พูดถึงวัยพูดถึงบ่อยๆอะไรสำคัญเราก็เอามาพูดเพราะที่ปากที่จะทำ 37 นี่บอกหลักสำคัญเกจิอาจารย์รุ่นก่อนๆเขาก็รวบรวมพระพุทธเจ้าก็ตรัสไว้เพราะที่ปากเฮียทำ เราก็เข้าใจได้มันก็เห็นว่าสอดรออยู่ถ้วนทั่วมันโยงใยไปถึงอะไรเราก็ดึงออกมาได้อยู่หลักนั้นหลักนี้อะไรต่ออะไรจะเอามาอธิบายมาพูดมาก็ทำเสร็จแล้วเราก็จะเห็นว่าจุดหมายปลายทางของพระพุทธเจ้านั้นเป็นอย่างไรจะทำคนให้เป็นอย่างไรอภินิหารปัจจัย 5 ปัจจเวกหมายความว่าพิจารณาอยู่เสมอ 1-1 เอามาใช้อยู่บ่อยๆนะไม่ใช่ว่าท่านให้เอาลืมนะอภินิหารปัจจัยเอามาพิจารณาอยู่ประกอบใช้อยู่ทุกขณะถามใครทบทวนตัวเองอยู่เสมอๆขณะนี้เราเองเราว่ากันจริงๆเราไม่ใช่คนธรรมดาแล้วนะรถ จากคนธรรมดาเขาแล้วนะคนทั่วๆไปเราไม่ใช่แล้วนะแต่ก็อย่าไปหลงมาเป็นวรรณะเป็นตัวตนเป็นมานะขึ้นน่ะแต่ฉันมีศักดิ์ศรีฉันเป็นมนุษย์ต่างจากคือรหัสเพศขึ้นแล้วนะฉันยิ่งใหญ่แล้วนะเลยอย่าไปหลงตัวหลงตนอย่างนั้นน่ะแต่โดยความจริงนะเราต่างกันแล้วต่างอย่างไรต่างอยู่อย่างเป็นคนมีคุณธรรมทรงไว้ซึ่งกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมมีสมณะสารูปเราเป็นคนสงบเราเป็นคนสงบจากกิเลสเราเป็นคนที่ไม่ดิ้นชาวโลกที่ดุลดิ้นรนมีกิเลสทำให้แล้วนะเราเป็นสมณะเป็นผู้ที่ห่างจากกิเลสเป็นผู้ผ่านพ้นจากภัยเป็นผู้สงบเป็นสมรรถนะสารรูปต่างๆ สยามกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมก็ต้องต่างกันนะเหมือนกันนั่นแหละก็มีเยี่ยวแขนไขว่ขาจับนู่นสร้างนี่กระดุกกระดิกอย่างโง้นอย่างนี้มีกิริยาเหมือนกันแต่มันไม่เหมือนกันนะมันเรียบร้อยกว่ากันนะมันเรียบร้อยหรือว่ามันควรเร็วก็เร็วอย่างเรียบร้อยก็ควรช้าก็ช้าอย่างเรียบร้อยใช้อย่างไม่ใช่ใช้อย่างเนยเฉื่อยเพราะลักษณะที่ซ้อนลงไปแล้วช้าอย่างเนยเฉิดเห็นเลยว่าไอ้นี่มันขี้เกียจสันหลังยาวมันทำเสียไม่ได้นี่ไม่ใช่ถึงช้าก็ช้าอย่างรู้เห็นได้ว่ามันเป็นช้ากันอย่างสุขผมมีสมควรต้องช้าต้องช้าช้าแล้วก็มีลักษณะสติสัมปชัญญะควบคุมมีปัญญารู้พร้อมประกอบอยู่นะอะไรเงี้ยเราเป็นคนมีสติสัมปชัญญะ เป็นคนทำอะไรรู้จักความมุ่งหมายรู้จักเจตนาทำอะไรก็มีเจตนารมณ์รู้ดีว่าเราทำไปไม่ใช่สักแต่ว่าทำตามใจอำเภอใจไม่ใช่คนทำตามอำเภอใจน่ะมันทำตามกิเลสมีเราทำรู้เราเข้าใจกำหนดกฎเกณฑ์อะไรอยู่มีปัญญามีธรรมะวิจัยทำหยั่งรู้อย่างเห็นอย่างมีสติสัมปชัญญะเราต่างอภินิหารปัจจะเวกเนี่ยแล้วต่างจากเขาจริงๆกินอยู่หลับนอนอะไรเราก็ต่างแต่ก็กินเหมือนเขานั่นแหละกินอาหารการกินแต่มันก็น้อยกว่าได้มันมีสาระก็ได้มันไม่หลงไปตามโลกโลกอย่างโล่งๆก็เป็นเฟ้อไปทุกร้อนไปมันไม่เหมือนแต่มันก็กินตอนก็นอนทำงานก็ทำ ก่อสร้างไม่ใช่ว่าเราเป็นคนเลวต่ำอะไรเลยแต่เราต่างเพราะเราเป็นคนมีคุณธรรมมีความดีออกมากกว่าเขานะที่จริงมีความดีมากกว่าเขามีประโยชน์มีคุณค่ามากกว่าเขานะไม่ใช่ให้คุณหลงตัวคุณดีก็ดีแล้วบอกว่าแม้แต่ดีแล้วก็ไม่ติดไม่หลงมาเป็นของเราจริงๆสร้างสรรค์ขึ้นมาก็ตายจากเขาแล้วก็เนื่องกันอยู่อยู่กับโลกนี้ไม่ใช่หนีโลกเราเนื่องเนื่องด้วยผู้อื่นผู้อื่นน่ะผู้ใดก็แล้วแต่ 2 คน 100 คน 1,000 คน 10,000 คนต่อเนื่องกับเขาได้สักพันเขาได้อย่างดีต่อเนื่องไม่เชื่อเราไปขอเขากินเอาแต่บอกว่าเราชีวิตเราเนื่องด้วยผู้อื่นเราจะกินอาหารจากเขาต้องเป็นคนเลี้ยงง่ายเนี่ยเขาก็แปลกันแค่ จุนโจอยู่แถวนี้เข้าใจแล้วล่ะเราทำตัวนี้เป็นคนเลี้ยงง่ายเลี้ยงง่ายมีความหมายอย่างไรเดี๋ยวนี้เราก็โดนโจมตีมากในการเลี้ยงง่ายแม้เรามันไม่กินเนื้อสัตว์ที่เขาก็หาว่าเราเลี้ยงยากซึ่งเราก็เข้าใจเข้าใจอยู่เราไม่ได้จะเลี้ยงยากเลี้ยงยากอะไรข้าวเปล่าแล้วก็ฝึกตนเข้าไปกินให้ได้ครับกินข้าวสุกก็ขนมสดก็กินได้เออสำนวนของพระไตรปิฎกได้กินข้าวสุกขนมสดก็สบายๆไม่ได้ยากได้เย็นอะไรเลยอยากกินข้าวกับผักผลไม้จะผัดพริกแกงมาก็ไม่ใช่ต้องไปทำบาปไปทำเชื้อไปทำเหตุปัจจัยอะไรให้มันเกาะบาปก่อเวรอะไรเราก็ไม่อะไรงี้แล้วก็เข้าใจไอ้ที่จะไปยื่นไปวุ่นเอาอะไรต่ออะไรแพงๆไปเอาอะไรที่มันต้องไปขายตะแกรงกันมาต้องไปเสี่ยงศีลละเมิดศีลไปโยงใยต่อบาป ทำอะไรถึงถกเถียงกันไม่รู้จักจบอยู่เนี่ยทั้งๆที่เถียงอยู่นั่นก็มีเหตุผลก็รู้เหตุรู้ผลอยู่เหมือนกันแต่ก็เถียงก็เลิกไปเลยไม่ได้หรือทั้งๆที่เราไม่กินเนื้อสัตว์แล้วเราก็ไม่จำเป็นที่จะตกต่ำอะไรมันก็พิสูจน์กันแล้วว่ามันตลอดชีวิตมันก็ยิ่งดีด้วยซ้ำแข็งแรงมีประโยชน์เหลือหลายเป็นของดีด้วยซ้ำก็ต่างคนก็ตามที่สูตรกันอยู่เนี่ยแล้วทำไมไม่ทำอย่างนี้เป็นต้นเมื่อมีเหตุผลอะไรก็ใช้ปัญญาของตัวเองทุกคนที่มันจะตัดสินว่าจะมาเลือกเป็นว่าเราทำแล้วเราแน่ใจวันนี้เราไม่ได้ทำผิดอะไรหรอกเราก็ทำไปชีวิตเราเนื่องด้วยผู้อื่นแค่สัมพันธ์เขาให้เรามากินมันไม่ยากอะไรแต่เรานี่ที่จะสัมพันธ์ให้แก่เขาเนื่องให้แก่เขาสร้างสรรค์ให้แก่เขา พิรุณควรจะสัมพันธ์สร้างกัลยาณมิตรสร้างกัลยาณธรรมสร้างให้เกิดมวลมิตรมวลญาติติธรรมอย่างนี้เป็นการเนื่องเป็นการเนื่องด้วยผู้อื่นที่มีความหมายที่เหนือกว่าเพราะเป็นความหมายขั้นโลกุตระเป็นความหมายขั้นที่เสียสละขั้นจาคะขั้นประโยชน์เกื้อกูลเป็นพหูชนะหินตายะเพื่อให้ผู้อื่นได้เป็นสุขด้วยพหูชนะสุขายะมันเป็นแก่นสารยิ่งกว่าความเนื่องกันด้วยคุณขอเข้ามากินเท่านั้นเองเออนี่ก็เป็นความหมายที่เกี่ยวพันความหมายที่อธิบายให้เข้าใจเห็นชัดแต่คุณเถียงได้ที่ไหนชีวิตเราเนื่องด้วยผู้อื่นสิ่งที่ กายกรรมวจีกรรมที่ดีกว่านี้ยังมีอีกข้อที่ 3 เราก็พิจารณาเสมอโดยใจเรานี่แหละเป็นตัวรู้ใจเราเป็นตัวการใจเรารู้ขณะที่กายกรรมวจีกรรมของเรามันน่าปรับขึ้นไปแล้วนะปรับตอนนี้เราเป็นยังไงมันหยาบคายยังไงมันไม่ดียังไงปั๊บมีสติรู้ตัวเสมอกายกรรมวจีกรรมกายกรรมวจีกรรมก็จิตเรานี่แหละสติก็จิตปัญญาก็จิตตัวรู้ก็จิตตัวไตร่ตรองก็จิตจิตทั้งนั้นแหละทำงานอยู่กับเราเนี่ยปรับปรุงอยู่เรื่อยๆแล้วคุณจะไม่ไม่ดีขึ้นได้ไงสอดส่องมากไปน้อยไปทำขนาดให้ได้ทุกขณะทุกขณะเราปรับปรุงและปรับปรุงปรับปรุงปรับปรุงอะไรปรับปรุงกลายปรับปรุงบัญชีปรับปรุงกลายปรับปรุงว่าจีนนั้นจิตคุณก็ปรับอยู่ เพราะคุณต้องวิจัยคนมีสติคนมีวิจัยคุณมีรู้ดีรู้ชั่วที่ชัดแจ้งตามจริงมันดีนี่มันดีกว่าอันนี้ไม่ดีอันนี้มันดีใจคนรู้ใจคุณเห็นแล้วมันก็จิตของเราบางทีมันฝืนนะแม่มันตายอย่างนี้มันถนัดทำอย่างนี้มันฝืนมันก็ถูกขัดเกลาเองจิตเราจิตเราก็ถูกขัดถูกต้องสูงขึ้นมันอยู่ในตัวตายก็ไม่ดีมันจะไม่มีตัวเองที่ไหนขาดคำว่าจีนก็มีตัวจิตเป็นประธานพระพุทธเจ้าก็ยืนยันมโนปุพพังเขามาทำมามโนเสฏฐามโนมยาไอ้ที่เป็นเราทั้งหมดในกายกรรมวจีกรรมมันเป็นเราทำมันมาจากจิตเป็นประธานทั้งสิ้นก็พิจารณาตรวจสอบพบว่ากลายว่าจีนมันจับได้ง่ายมันให้รู้ตัวรู้เสมอดีกว่านี้ยังมีอีกเป็นอย่าง ประพฤติปฏิบัติไปเสมอตรวจก็มาหาหลักการเราติเตียนเราเองด้วยศีลได้หรือไม่แม้ละเอียดละออลงไปข้อที่ 4 อภินิหารปัญจเวทตีเตียนตัวเองเราด้วยศีลได้หรือไม่เราเองเราได้ทำศีลสะอาดบริสุทธิ์ติเตียนเราไม่ได้เลยเราก็จะร่าเริงเบิกบานพอใจภาคภูมิใจเพราะเราทำด้วยหลักการของพระพุทธเจ้าศีลนี้หลักนี้เราทำเราตั้งขึ้นมาแล้วรู้ว่าพระพุทธเจ้าต่างก็ตามหลักการของพระพุทธเจ้าศีลของพระพุทธเจ้าละเอียดละออมีเอามาใช้ประกอบเราไม่ด่างไม่พร้อยทะลุสะอาดบริสุทธิ์เราไม่ต้องถูกติดเรียนเราจะรู้ตัวว่ายังติดเตียงเราได้นะเรายังมีด่างมีพลอยนะเรายังมีตกมีเราก็ติเตียนตัวเราเองไปจะต้องให้มันเข้มงวดกวด จำเป็นจริงๆก็รู้ว่าเรื่องจำเป็นจริงๆเรื่องไม่จำเป็นต้องให้ผุดผ่องผุดผ่องผุดผ่องอยู่เสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเสมอเป็นประโยชน์ทาทาผุดผ่องผุดผ่องเรื่อยเลยนะเราทำเศร้าๆเราให้บริสุทธิ์ให้ผุดผ่องให้งดงามให้ดีอยู่เสมออย่างนี้เอี่ยมอ่องอยู่เสมออย่างเงี้ยลืมแม้ผู้อื่นที่เป็นผู้รู้กว่าเราเราก็ศึกษาปริยัติไปเราก็รู้หลักศีลหลักธรรมที่สูงขึ้นสูงขึ้นเราก็ทำขึ้นไปเรื่อยๆอันไหนที่เราควรจะเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นแต่จะได้ให้ผู้รู้ท่านไม่ต้องมาติดเตือนเราถ้าเราทำขึ้นไปเรื่อยๆท่านมาติดเตียงเราอยู่ขณะนี้แล้วก็บอกเรายอม นี่เราขออันนี้เราทำยังไม่ได้ผู้รู้ติดเตียงเราเราก็ขอผู้รู้เองถ้าจะไปว่าอะไรคุณทำยังไม่ได้อันนี้เราทำยังไม่ถึงหรอกเขาก็รู้ว่าเราถือศีลเท่านี้แต่สิ่งนี้สูงไปแล้วบอกว่าเราทำสีคนนี้เราก็ต้องด้วย 4 คนนี้เราก็ทำแล้วทำไม่ได้เองผมรู้สึกสติคุณจะทำขนาดนี้แล้วถ้าคุณทำไม่ได้นะเนี่ยยังทำไม่ได้นะผู้รู้ท่านไตร่ตรองให้ก็ช่วยเป็นกัลยาณมิตรจะชี้ขุมทรัพย์นี่มันบกพร่องอย่างนี้มันไม่ดีอย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้หมายถึงว่านี่มันตกหล่นหลักการนี้ผู้รู้ไตร่ตรองแล้วจะติเตียนเราด้วยศีลได้หรือไม่เราก็จะสอดส่องตัวเองรู้สูงขึ้นสูงขึ้นสูงขึ้นผู้รู้ก็ผู้ที่ท่านรู้กว่าสูงกว่าท่านดีกว่าเราเก่งกว่าเราใครก็จะคอยสอดส่องให้แก่เรา ออกสีน้ำมาเราก็รับเราก็ประพฤติตามแล้วเราก็ทำไปท่านก็จะสอดส่องติเตียนเราได้ผู้รู้ท่านผิดเพียงเราด้วยศีลได้หรือไม่อยากไปกอดที่ 5 ข้อที่ 6 ทุกอย่างจะต้องพรากจากกันไม่มีอะไรที่จะไม่พรากจากกันข้อนี้สำคัญมากเลยทุกอย่างจะสลายจะไม่เหลือนี่มันต้องพาแม่ได้จิตวิญญาณอันของเป็นที่เราอาศัยใช้อยู่เดี๋ยวนี้และสุดท้ายมันก็จะแยกจากกันคนสุดท้ายพอถึงการอนุบาลที่เสียหายขาดไม่เหลือแล้วมันก็จะแยกอนุบาลที่เสียสันนิษฐานแย่หมดเวลาไม่มีอะไรเหลือพรากแม่เดี๋ยวนี้คุณก็ไปสวดสิว่ามันพรากจากกันอยู่ในนี้คุณได้ของอร่อยคุณได้ของเสวยมันไม่เห็นที่มันไม่เห็นอยู่ด้วยกันได้สักอย่างมันไม่เห็น จะต้องคลองนี้อยู่ตลอดนิรันดร์ที่ไหนไม่มีแม้แต่กูนึกว่าสิ่งนี้เป็นของเป็นจริงเหลือเกินแล้วคุณจะต้องเอร็ดอร่อยคุณจะต้องเป็นสวรรค์เป็นนรกอะไรของคุณไปเที่ยวแต่นรกน่ะมันชอบลงสวรรค์คุณก็จะต้องติดแช่จะได้อย่างนี้ไปสวรรค์สุขอย่างนี้ตลอดกาลนานสุขด้วยความปรุงด้วยความเป็นด้วยความมีไม่จริงถ้าหยุดอยู่หมดศูนย์ดับไม่มีอะไรเหลือมันได้อันนั้นมันจะเป็นที่สุดของอนุบาลที่แสนนิพพานธาตุมันไม่มีอะไรเหลือตอนโน้นแต่ตอนนี้เราก็รู้ลำลองเป็นซาอุปฏิเสธสักยังเหลืออยู่รูปน้ำขันธ์ 5 ก็รู้ลงไปจิตก็วางว่าเป็นอุเบกขากลางเป็นอากาศรู้ๆอารมณ์คุณจะรู้รูปนามรูปนามของอากาศ ยังไงอาคารสาธารณะรูปนามของอุเบกขาเป็นยังไงมันเหมือนกันคล้ายกันคลึงกันมากอุเ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน