สื่อธรรมะพ่อครู(วรรณะ 9) ตอน ตรวจความเป็นอาริยะด้วยวรรณะ 9.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.79 KB
วันที่แก้ไข8 ตุลาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(วรรณะ 9) ตอน ตรวจความเป็นอาริยะด้วยวรรณะ 9 อาตมาพาทำอย่างนี้และยืนยันว่าของพระพุทธเจ้ายังทำได้ ยืนยันกันได้โดย เอาหลักธรรมของพระพุทธเจ้า โคตมีสูตร 8 มาจับ ก็ขอยืนยันว่ามี เอาวรรณะ 9 ที่ท่านตรัสไว้มาตรวจ 1. เลี้ยงง่าย (สุภระ) 2. บำรุงง่าย, ปรับให้เจริญได้ง่าย (สุโปสะ) 3. มักน้อย, กล้าจน (อัปปิจฉะ) 4. ใจพอ สันโดษ (สันตุฏฐิ) 5. ขัดเกลากิเลส (สัลเลขะ) 6. เพ่งทำลายกิเลส มีศีลสูงอยู่ปกติ (ธูตะ, ธุดงค์) 7. มีอาการน่าเลื่อมใส (ปาสาทิกะ) 8. ไม่สะสม ไม่กักเก็บออม (อปจยะ) ตรงข้าม อวรรณะ 9 9. ขยันเสมอ, ระดมความเพียร (วิริยารัมภะ) สุภระ เลี้ยงง่าย ไปมาง่าย กินอยู่ง่าย คนที่กินเนื้อสัตว์นี่แหละเลี้ยงยาก กว่าจะไปจับมา กว่าจะฆ่า กว่าจะทำให้หายคาว กว่าจะปรุงอีกก็ยากมาก แต่เอาพืชผักมากินนี่ง่ายสะดวกกว่ามาก สุโปสะ บำรุงง่าย พัฒนาให้มาเป็นคนอาริยะ บรรลุนิพพานไม่เป็นโทษภัยแก่สังคม อัปปิจฉะ มักน้อยกล้าจน มามีน้อยลงจนไม่ต้องมี เศรษฐกิจพอเพียงแบบคนจนตามพระเจ้าอยู่หัวตรัส ก้าวหน้าอย่างมาก คือการถอยหลังอย่างน่ากลัว ผู้บริหารสังคมตีให้แตกแล้วทำตามที่ในหลวงตรัส จะยากอย่างไร เราเป็นเมืองพุทธต้องเข้าใจให้ได้ ตอนนี้ผู้ได้ดาบอาญาสิทธิ์ต้องใช้ ไม่เช่นนั้นจะฆ่าไม่ยอมตายเหมือนพระพุทธเจ้าว่า คนที่ยอมตายหรือยอมรับคือคนมีสำนึก เช่น พระโมคคัลลานะ ท่านฟื้นชีพได้ ใครฆ่าก็ไม่ตาย จนสุดท้ายท่านยอมตายเอง เพราะฉะนั้น จะตรวจด้วยโคตมีสูตร สิ่งที่ตรวจธรรมตรวจวินัย 8 ข้อก็ได้ ตรวจด้วยวรรณะ 9 ก็ได้ ธูตะ ศีลเคร่ง แต่ได้โดยไม่ยากไม่ลำบากแล้ว เช่น ไม่ใช้เงินแล้ว สบายไม่ลำบาก มีศีลเคร่งเป็นปกติแล้ว ปาสาทิกะ มีกายกรรม วจีกรรม มโนกรรมน่าเลื่อมใส เป็นผู้หลุดพ้นจริง อปจยะ ไม่สะสม ไม

อ่านต่อ

่สะสมวัตถุรถหรู ได้มาก็สะพัดออก อยู่อย่างสาธารณโภคี พวกเราชาวอโศกได้ปฏิบัติมาจนเป็นสิ่งที่ยืนยันพิสูจน์ได้เป็นเอหิปัสสิโก มาดูได้ ฆราวาสไม่ใช้เงินทองก็อยู่รอด อย่างเช่น อาจารย์เป็นต้น ตาบอด ได้เงินมาใช้เหลือก็เข้ากองกลาง ไม่สะสมไว้ ชีวิตแบบพระพุทธเจ้าตรวจด้วยวรรณะ 9 ตรวจด้วยคถาวัตถุ 10 อัปปิจฉะ สันตุฏฐิ ปวิเวกะ อสังสัคคะ วิริยารัมภะ อยู่อย่างกล้าจน เป็นคนมี 0 ก็พอ ไม่อยากได้ จิตสงบ ไม่ดิ้นรน ไม่เอาสวรรค์โลกีย์ ยอดขยัน สุจริต สร้างสรรแบ่งกันกินกันใช้ ถ้าชัดเจนในสิ่งเหล่านี้แล้ว ได้ปฏิบัติตามมูลสูตร 10 เป๊ะเลย 1. ยินดีในศาสนา คำสอน ยินดีในหลักปฏิบัติ เช่นว่า มาจนสิดี มาขาดทุนสิดีกว่า มาเป็นคนแพ้ เป็นคนเสียสละ เป็นคนให้เขา ชาตินี้ได้แต่ให้ๆ เขาไม่ไปเอาของใคร ดีกว่าไปเอาของเขา เป็นคนมีจิตฉันทะ ในข้อต้นมูลสูตร 10 แล้วเอามาทำใจในใจได้เป็นมนสิการ แล้วทำที่ใจที่ทหยรูป ทำให้กิเลสดับ ไม่สงสัย ทำได้จริงเพราะปฏิบัติมีปัจจุบันธรรม ผัสสะเป็นสมุทัยของการปฏิบัติ แล้วกิเลสเป็นสมุทัย ก็จับกิเลสได้ล้างได้ จนกิเลสดับสนิทเป็นอุเบกขา ไม่มีหวั่นไหวตลอดกาล เที่ยงแท้ยั่งยืน เป็นฐานนิพพานเป็นวิมุติ เป็นแก่นแท้ของศาสนาพุทธ พอเราได้จบวิมุติก็เป็นอมตบุคคล ยุคพระพุทธเจ้าท่านมีองค์ประกอบที่จะทำให้คนบรรลุธรรม ไม่ต้องขึ้นรถเลย ไม่ต้องมีอะไรมากเลย แต่อาตมาไม่เก่งเท่าพระพุทธเจ้าและคนไม่ได้บรรลุได้ง่ายๆ มันยาก ก็เลยต้องมีอะไรเป็นองค์ประกอบต้องขึ้นรถขึ้นเครื่องบิน มีปัจฉาคอยช่วยเรื่องไอที แต่ใจอาตมาไม่ได้ติดยึดสิ่งเหล่านี้

590228_วิถีอาริยธรรม สันติอโศก สิ่งยืนยันความเป็นพุทธ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน