สื่อธรรมะพ่อครู(จรณะ 15 วิชชา 8) ตอน ศีลกับปัญญา.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(จรณะ 15 วิชชา 8) ตอน ศีลกับปัญญา 5.พ่อครูตีความว่า มาตา หมายถึงศีล ปิตาก็คือปัญญา ทำให้เกิดวลีขึ้นใหม่ว่าศีลเป็นแม่ปัญญาเป็นพ่อ พุทธพจน์ที่ว่า ฌานยังไม่มีกับผู้ที่ไม่มีปัญญา ปัญญายังไม่มีกับผู้ที่ไม่มี ฌาน พุทธพจน์อันไหนทำให้ชัดเจนกว่ากัน พ่อครูว่า...ก็อยู่ที่เราจะชัดเจนไม่ต้องไปเทียบกันหรอก มาตาเทียบเป็นแม่ ก็ชัดเจน ศีลเป็นแม่ ปัญญาเป็นพ่อ ที่อาตมาเทียบนั้น อาตมาลองนึกดูว่ามีคำตรัสของพระพุทธเจ้าไหม ว่า ศีลเป็นแม่ ปัญญาเป็นพ่อ … ปัญญาอันศีลชำระให้บริสุทธิ์ (โสณทัณฑสูตร ศีลอันปัญญาชำระให้บริสุทธิ์ ล.9 ข.193) ศีลมีในบุคคลใด ปัญญาก็มีในบุคคลนั้น ปัญญามีในบุคคลใด ศีลก็มีในบุคคลนั้น ปัญญาเป็นของบุคคลผู้มีศีล และศีลก็เป็นของผู้มีปัญญา นักปราชญ์ย่อมกล่าวศีลกับปัญญาว่าเป็นยอดในโลก เหมือนบุคคลล้างมือด้วยมือ หรือล้างเท้าด้วยเท้า ฉะนั้น
พ่อครูว่า...มาตาคืออิตถีภาวะ ปิตาคือปุริสภาวะ ทำให้สัตว์โอปปาติกะ ทำให้จิตวิญญาณที่เกิดโดยใช้ศีลกับปัญญา ผู้ใดปฏิบัติธรรมโดยไม่ใช้ปัญญา มีแต่ศีลก็ไม่ได้ ปฏิบัติศีลก็ไม่เกิดสัมมาทิฏฐิ ปฏิบัติได้แค่กายกับวาจา การทำให้เกิดสมาธิก็ไปนั่งหลับตาเอา เมื่อไม่ปฏิบัติศีลมีแต่ปัญญา ก็ไม่เกิดสมาธิที่เป็นอาริยะ จะกลายเป็นสมาธิ ที่ผิดเพี้ยนเป็นโลกียะอย่างที่มันเป็นอยู่ทุกวันนี้ เพราะว่าไม่ได้ปฏิบัติศีล ให้เกิดสมาธิ ปัญญา ปฏิบัติศีลข้อที่ 1 2 3 ก็ต้องเกี่ยวข้องกับสัตว์ เกี่ยวข้องกับข้าวของ มาเกี่ยวข้องกับสัตว์แล้วมีจิตไปในทางโทสมูล หยาบ กลาง ละเอียด ก็ต้องรู้ตัวแล้วลดละอย่าให้มันเกิด ศีลข้อ 2 อทินนาทาน คุณก็ต้องลด โลภะ เมื่อสัมผัสกับสิ่งของ ศีลข้อที่ 3 เมื่อเกิดสัมผัสแล้วมีอาการ กาม การสัมผัสเสียดสี กามคุณ 5 ก็ต้องปฏิบัติต
อ่านต่อ
นลดละกาม ต้องรู้สมุทัย มีศีลพรต ในการปฏิบัติที่จะกำจัด กิเลส ปหาน 5 แล้วปฏิบัติลดละได้ ปฏิบัติศีล 5 แล้วก็เจริญเป็นศีล 8 เป็นอธิศีล แล้วศีล10 ตามลำดับ จุลศีล 26 ข้อ เมื่อปฏิบัติ 26 อย่างนี้ได้บริบูรณ์หมดตามที่ท่านเลือกเฟ้นมา สามารถขัดเกลากิเลสจนเป็นพระอรหันต์ได้ ครบ 26 นี้เป็นพระอรหันต์ บางคนไม่ถึง 26 ก็เป็นพระอรหันต์ก่อนได้ สูงสุด 26 ข้อนี้ก็ต้องเป็นพระอรหันต์ ขอให้ปฏิบัติอย่างสัมมาทิฏฐิ สัมมาปฏิบัติ จะเกิดสัมมาปฏิเวธอย่างแท้จริงเลย เพราะฉะนั้นเรื่องของศีล สมาธิ ปัญญา จึงเป็นไตรสิกขาของพระพุทธเจ้าตลอดกาลนาน ถ้าปฏิบัติศีลจนไม่เกิดพลังงานปัญญาที่ไปกำจัด ไฟราคะโทสะโมหะได้ก็ไม่ได้บรรลุธรรม ถ้าสามารถกำจัดได้เป็นส่วนๆ ก็เป็นส่วนแห่งบุญ เมื่อกำจัดกิเลสจนหมดสิ้นอาสวะ บุญก็หมดหน้าที่ กิเลสก็หมด เป็นผู้สิ้นบุญสิ้นบาป ปุญญปาปปริกขีโณ แต่เดี๋ยวนี้ไปเข้าใจคำว่าบุญเป็นสมบัติ ทำให้เกิดส่วนบุญขึ้นได้สมบัติด้วย ทั้งที่ส่วนบุญคือส่วนวิบัติเพื่อกำจัดกิเลสได้ก็ทำให้วิบัติกิเลสในส่วนนั้น การได้บุญก็คือการได้เสียกิเลสไป อย่างที่ในหลวงได้ตรัสเราเสียนี่แหละคือเราได้ เมื่อไม่เข้าใจในสัมมาทิฏฐิก็เลยปฏิบัติไม่เกิดสภาวะแท้ 601006_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ไขปัญหาให้ถึงปัญญาโลกุตระ