210521 จนแต่สุข-ทุกข์แต่รวย-พ่อท่าน-สันติอโศก-R060.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอาทิตย์ที่ 21 พฤษภาคมพุทธศักราช 2521 จะไปเป็นการบรรยายปาฐกถาธรรมในหัวข้อเรื่องจนแต่สุขทุกข์แต่รวยซึ่งบรรยายโดยพ่อท่านพระโพธิรักษ์ที่พุทธสถานสันติอโศกความเจริญธรรมญาติโยมถ้าวันนี้ที่จริงก็เป็นวันที่สมควรอย่างยิ่งที่เราจะให้ชีวิตสักวันหนึ่งมันเป็นวันสำคัญ อยู่ในนักษัตรต่างๆที่มันหมุนเวียนอยู่ในโลกเราเนี่ยตอนนี้เป็นวันที่เรากำหนดสัญญาตามหมู่ศาสนาพุทธเราก็รู้ดีว่าเป็นวันสำคัญเป็นวันวิสา Color เป็นวันที่เราต่างก็ได้รู้ได้เข้าใจกันแม้ผู้ใดจะได้อธิบายกันว่าวันวิสาขบูชานั้นน่ะเป็นวันที่ให้ความหมายทางธรรมโดยใช้ความหมายว่าการประสูติตรัสรู้และปรินิพพานนั้นตีความหมายเป็นธรรมาธิการว่าเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งเดียวกันเป็นวันเดียวกันไม่ใช่หมายความว่าเป็นแยกเป็นเรื่องของบุคคลว่า ผู้ชายคนหนึ่งเกิดประสูติขึ้นมามีเด็กชายคนนั้นเกิดในวัน 15 ค่ำเดือน 6 นี้แล้วต่อมาอีก 35 ปีแล้วก็มีผู้ชายคนนั้นเด็กชายคนนั้นโตเป็นหนุ่มจนกระทั่งได้ตรัสรู้มีครูมาทำแทนที่แจ้งอะไรขึ้นมาในวัน 15 ค่ำเดือน 6 นี้อีกตรงกันวันเดียวกันและสุดท้ายผู้ชายคนนั้นแหละจับขันปรินิพพานไปหรือตายเรียกภาษาไทยๆง่ายๆว่าตายจากโลกนี้ไปก็วัน 15 ค่ำเดือน 6 ปีซึ่งเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อเป็นเรื่องที่เติมเชื่อมันบังเอิญอะไรเสียอย่างนั้น ดูมันเหมือนลิเกละครไม่เกินจับสมมติมาทำไมจะต้องมาวันเดียวกันอะไรอย่างนี้นะซึ่งเขาไปตั้งข้อสังเกตขึ้นมาแล้วก็ไปแย่งเอาเรื่องของบุคลากรที่ฐานนั้นเสียเอ้าก็เอาหลักสำหรับอาตมานั้นไม่มีอะไรไม่มีสิ่งที่สงสัยไม่มีสิ่งที่จะต้องโต้แย้งโต้เถียงแม่ผู้ใดจะบอกว่าเรื่องนี้ไม่เอาอุปทานมาเกี่ยวข้องไม่เชื่อก็ไปเป็นคนคนนึงเกิดวันนี้ตรัสรู้กับวันนี้ตายก็วันเดียวกันตรงกันเป๊ะๆเป็นประการบังเอิญเหลือเกินอย่างนี้เขาไม่เชื่อก็ไม่เป็นไรอาตมาเองอา
อ่านต่อ
ตมาไม่มีปัญหาจะอธิบายกันแต่เพียงว่าเป็นธรรม ฐานลักษณะของการเกิดตรัสรู้และปรินิพพานมันเกิดขึ้นจุดเดียวในขณะเดียวเขาอธิบายเป็นธรรมะเลยพอมันเป็นลักษณะเกิดอะไรเกิดความตรัสรู้เป็นพุทธะเกิดฟังดูดีๆนะความตัดสะดือเป็นพุทธเกิดที่ไหนเกิดที่จิตขององค์เจ้าชายสิทธัตถะที่จริงมันวันเดียวนั่นแหละมันวันเพ็ญเดือน 6 วันเดียวนั่นแหละไม่ใช่เป็นวันเพ็ญเดือน 6 เอาเมื่อเดือนเกิดแล้วก็อีก 35 ปีมาอีกวันนึงแล้วก็ไปอีก 80 ปีอีกวันนึงแล้วก็บังเอิญตรงกัน 15 ค่ำเดือน 6 วันหมายเลขนี้เดียวกันหมดเลยต้องบอกว่ามันน่าไม่น่าเชื่อมันไกลเกินเชื่อมันไม่ไหวก็ช่างเขาเขาจะ บายกันเป็นคำอธิษฐานว่าเป็นวันที่หลงกันเลยเป็นสภาพเดียววันเพ็ญเดือน 6 นี่แหละวันเดียวเนี่ยมีอาการ 3 ลักษณะอาการนี้เรียกว่าเกิดอะไรเกิดพระพุทธเจ้าเกิดไงความเป็นพระพุทธเจ้าเกิดจิตที่บรรลุๆบรรลุถ้วนเป็นสัมมาสัมโพธิญาณจิตที่บรรลุเป็นสัมมาสัมโพธิญาณเกิดในตัวเจ้าชายสิทธัตถะนั่นแหละได้บำเพ็ญมาจนกระทั่งมันเกิดเกิดจิตเป็นสมาธิปัญญามันรู้แจ้งแทงทะลุนรกเป็นอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณดังกล่าวแล้วรู้แล้วว่าพุทธะเกิดพระพุทธเจ้าเกิดแต่ก่อนมีแต่เจ้าชายสิทธัตถะเท่านั้นเกิดเป็นลูกเจ้าชายสุทโธทนะเขาว่ากันนะมันไม่ พระพุทธเจ้าได้เกิดเป็นจุดนั้นน่ะจิตนั้นขนาดนั้นและการเกิดอย่างนี้แหละเรียกว่าการตรัสรู้การเกิดอย่างนี้เรียกว่าการตรัสรู้ไม่ใช่การเกิดจากท้องพ่อท้องแม่เกิดจากนำคำนำใครเกิดจากแบบอะไรไม่ใช่ไม่ใช่ไม่ใช่การเกิดอย่างนั้นจิตมันเกิดสิ่งเดียวที่คนเกิดเป็นสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงได้บังเกิดตรัสรู้มันรู้แจ้งรู้จริงรู้ท่วมรู้รอบขึ้นมานี่เขาเรียกว่าเกิดแล้วไอ้สิ่งที่เกิดนั้นเรียกว่าความตรัสรู้ ความตรัสรู้พร้อมกันนั้นก็ตายตายในตัวเลย 30 นี่ตายหมดแล้วอะไรตายความเป็นปุถุชนความเป็นคนอย่างลูกโลกตายดับสนิทยิ่งไม่เกิดอีกแต่เกิดเป็นพระพุทธเจ้ามีอาการ 3 อย่างที่เกิดในตัวเดียวกันในวาระเดียวกันวันเดียวกันในขณะเดียวกันแท้ๆเลยขณะเดียวกันนั่นแหละพระพุทธเจ้าเกิดและก็รู้แล้วก็ความเป็นผู้ชุมชนตายไปขายต่อขอให้คุณประชาชนหายไปเลยเอออย่างนี้มันก็ไม่บังเอิญอะไรแล้วมันก็แน่ๆด้วยชัดๆด้วยแล้วใครก็ฟังดูแล้วถ้าเข้าใจในธรรมนี้ ก็ไม่มีปัญหาแต่ฟังด้วยธรรมาธิการนี้ถ้าเข้าใจแล้วไม่มีปัญหานี่เป็นสิ่งที่เกิดจริงๆเกิดในขณะเดียวดวงจิตนั้นจิตของเจ้าชายสิทธัตถะนั้นเกิดแล้วต่อไปนี้อีกก็ไม่ใช่เป็นปุถุชนเป็นฆราวาสหรือเป็นคนอย่างโลกๆอะไรอีกจิตเปลี่ยนใหม่เป็นคนผู้ใหม่เกิดใหม่มีปัญญาตอบฉันรู้อย่างแท้จริงแต่วันนั้นไปจนกระทั่งวันดับขันอีกจนอายุ 80 ท่านก็มีอารมณ์เป็นพระพุทธเจ้าอยู่อย่างนั้นแหละเป็นคนใหม่ซึ่งไม่มีอารมณ์อย่างโลกอีกแล้วคนอย่างโลกน่ะตายไปจริงๆปิดตรงนี้มันเปลี่ยนจิตเปลี่ยนจิตมันเป็นพระพุทธเจ้าจริงๆจึงเรียกว่าตายเกิดตรัสรู้ตายอยู่เนี่ยอยู่ในอันเดียวกันตอนนี้ก็อธิบายเป็นธรรมดา อาตมาก็โอเค Nero ด้วยโอเคเมโลไม่มีปัญหาแน่นอนนี่มันชื่อของกษัตริย์นะที่เขาประสาทที่เขาก็ตัดกรุงโรมเขาเหมือนเดิมเขาก็โอเคเราก็เป็นชื่อหนังที่จริงอาตมาก็พูดเรื่อยเปื่อยไปโอเคเดี๋ยวมันชื่อหนังเรื่องนึงก็โอเคอาตมาไม่มีปัญหาและเข้าใจอาตมาเข้าใจแล้วอาตมาก็ร่วมรู้ด้วยและแม้จะให้อาตมาไปเข้าใจเอาว่าวันนี้ 6 เดือน 6 15 ค่ำเดือน 6 วันนี้ลักษณะอย่างนี้นี่แหละมันเคยเรียนมาตั้งแต่ 2,500 กว่าปี เรียนมาจนกระทั่งมีเด็กชายคนหนึ่งเกิดในวันเลิกอย่างนี้แหละวันที่หมุนเวียนเป็นนักกษัตริย์ที่หมุนไปหมุนไปมันก็เหมือนกับปีนึงคืนนึงแต่ปีนึงแล้วก็หมุนมีลักษณะอย่างนั้นน่ะในรูปร่างเดิมเวียนรอบโลกปี 1 รอบพระอาทิตย์ปีนึงอ่าหมุนรอบตัวไปวันนึงแล้วมันก็เดินเบียร์มันไปอยู่มุมไหนใกล้ชิดอะไรเส้นทางโคจรของมันมันก็เปลี่ยนฤดูการไปแล้วฤดูเดือน 6 วันเพ็ญมันก็ดูใกล้ใกล้พระอาทิตย์พอดูแล้วก็เอาพริกเต็มที่เต็มแต่ว่าอาทิตย์ที่สาขาเนี่ยเต็มจะไม่เหมือนหมาคะเต็มเปี่ยมเต็มตรงที่สุดส่วนวิสาขานี้ก็เต็มแต่เราไม่มีส่วนที่จะไปวัดเท่านั้นเองว่ามาฆบูชา ไม่เต็มประกันแค่ไหนแต่ก็ว่าพระจันทร์เต็มดวงก็แล้วกัน 15 ค่ำของทุกๆเดือนนี้มาเกิดขึ้นมีเด็กชายคนหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าชายสิทธัตถะเกิดแล้วก็พออีก 35 ปีต่อมาก็มาเกิดลักษณะหนึ่งวันเดียวกันนี่แหละเป็นวันที่เราควรนั่งใต้ต้นโพธิ์ทบทวนธรรมะอะไรก็ได้แล้วเสร็จแล้วก็โอ้โหรู้แจ้งแทงทะลุสว่างตัดสินเออตัดสินตกลงใจของตัวเองว่าตัวเองได้เกิดเป็นพระพุทธเจ้าบรรลุแน่แท้อายุ 35 ต่อจาก 35 ไปอีก 45 ปีร่างกายนั้นในวันเดียวกันอีกเป็นฤกษ์เดียวกันวาระที่บอกว่าเรียนมาถึงเดือน 6 นี้ โรงเรียนมาถึงวันเพ็ญนี้เหมือนกันอีกตายอาตมาก็ไม่สงสัยเลยไม่สงสัยเลยว่าและอาตมาก็ไม่สงสัยยิ่งกว่าด้วยว่า 3 วันที่ตรงกันนี้ไม่ใช่ความบังเอิญแต่เป็นความลงตัวแห่งสิ่งที่จะลงตัวเช่นเดียวกันกับมีหม้อใบนึงมีฝาหม้อฝาหม้อกับหม้ออบ 2 อันมี 2 ชิ้นนี้เป็นของอันเดียวกันสวมกันได้ลงตัวแม้ใครจะจับไปที่ไหนที่ไหนที่ไหนที่ไหนจะบังเอิญหายหรือบังเอิญที่ศูนย์ไปยังไงมันมาถึงกันมันก็จะต้องมาถึงกันมันก็ลงตัวกันมันจะต้องมาลงตัวกันแล้วมันก็เป๊ะเลยอย่างนี้อย่างนี้ทุกสิ่งทุกอย่างตรงกันเหมือนความเป็นจริงที่จะต้องตกอย่างนี้ลงอย่างนี้ ตัวอาตมาเองเนี่ยมีญาณมีความรู้มีญาณที่มันรู้มันเข้าใจถึงเรื่องที่ความต้องลงตัวด้วยบุคลิกฐานและธรรมาธิการมันจะต้องลงกันเป๊ะๆๆทำไมอาตมาจะต้องเกิดมาเป็นนายกรัฐมนตรีทำไมจะต้องมาชื่อนี้ทำไมจะต้องมารู้จักกับคนนี้ทำไมจะอะไรต่ออะไรต่างๆนานาคนนี้ทำไมจะต้องเป็นอย่างนี้คนที่จะต้องเป็นอย่างนี้อาตมาเองอาตมาได้รับรู้อาตมารู้คนก็อาตมาอาตมารู้ว่าคนนี้เป็นอย่างนี้คนนี้มีอย่างนี้คนนี้ลักษณะอย่างนี้คนนี้ชื่อว่าแขนคนที่ชื่อว่าขาคนนี้ชื่อว่าตาคนที่ชื่อว่าแตงโมคนที่ชื่อว่าตับไตคนที่ชื่อว่าหัวใจคนที่ชื่อว่าปอดอาตมารู้คนที่ชื่อว่าปอด 5 ส่วนนั้นเป็นปอดของอาตมาอาตมาจะรู้ว่านี่ปอดคนนี้เป็นหัวใจอาตมาอาตมาจะรู้คนที่เป็นตาอาตมาจะรู้คนนี้เป็นจมูกก็อาตมาอาตมาจะรู้ว่าเป็นอย่างนี้แต่สัดส่วนนั้นเป็นอุปาทานแยกเป็นตัวตนบุคคลอันนี้อาตมามีญาณและสมาธิได้รับอาตมารู้อาตมาเข้าใจอาตมามีอยู่จริงอาตมามีอยู่จริงชั้นเดียวกันกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพราะท่านเห็นพระสารีบุตรกับพระโมคคัลลาตอนนั้นเป็นอุปสรรคกับการเดินมาแต่ไกลเข้ามาท่านก็บอกสาวว่านั่นไงเธอทั้งหลายยังไม่ทันได้เข้ามานั่งเลยนะเดินเข้ามา พระพุทธเจ้าเดาเหรอไม่เดาพระพุทธเจ้าย่อมรู้ในฐานะของพระพุทธเจ้าอันนี้เป็นเรื่องของความเป็นจริงเรื่องของความลงตัวหรือความมีอยู่คนในโลกโลกคิดคำนวณคะแนนเอาเฉยๆคิดคำนวนค่าคนนึงไปมันก็ดาวแต่นี่ไม่ใช่เรื่องราวในเรื่องที่รู้จริงเห็นจริงเป็นจริงและยืนหยัดเป็นอย่างนั้นพระพุทธเจ้าก็มีญาณของพระพุทธเจ้าญาณของพระพุทธเจ้าเป็นอย่างนั้นพระพุทธเจ้าแจ้งชัดพระพุทธเจ้าพร้อมที่จะเปิดเผยพระเจ้าพร้อมที่จะทำอะไรอย่างตรงอย่างเอกท่านก็ทำ เปล่าถ้าจะประกาศมันก็ยังท่านประกาศเรานี่แหละเป็น Siam Pool เป็นผู้ตรัสรู้เองชอบด้วยตนเองไม่มีใครที่ยิ่งกว่าโลกนี้จะเกิดพระพุทธเจ้าขึ้นมาได้องค์หนึ่งก็แสนยากในเวลาไล่เลี่ยกันจะมีพระพุทธเจ้าคนที่เก่งยอดโลกนี้เกิดมาพร้อมๆกัน 2 องค์เป็นไปไม่ได้แม้เวลาระยะรายเดือนกันก็จะมีพระพุทธเจ้าคนอย่างเราเกิดมา 2 คนคล้ายๆเก่งอย่างเราในวัยของเธอเป็นอย่างเรานี่ 2 องค์เกิดมาคล้ายๆกันในเวลาไล่เลี่ยกันก็ย่อมเป็นไปไม่ได้เพราะพระพุทธเจ้าท่านตรัสอย่างนั้นแหละไม่อายไม่มีใครจะบอกว่าขี้คุยพระพุทธเจ้าใช้เฉยๆไม่มีสะดุ้งสะเทือนใครจะบอกว่าไม่เกี่ยว จับได้พระโพธิรักษ์เอามั่งจะเอาอย่างพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้เสร็จปั๊บพอพิจารณาอะไรไปจนกระทั่งวิมุตติสุข 49 วันเสร็จแล้วตัดสินใจเอาแล้วออกโปรดผอ. ออกจากนี่ไปพักเดินทางออกไปก็ไปเจออุปการะชีวกคนแรกเลยเพราะว่าการคิดว่ากะเห็นเข้าพรรคก็แค่คนนี้ผ่องใสสะดุดตาเธอก็ท่านก็เทวดาคุณเป็นเทวดาแล้วเป็นยังไงทำไมมันผ่องใสนักเป็นใครอ่ะเราไปพระพุทธเจ้าและรุ่นหลอกเลยไม่เชื่อผมก็กลายเป็นว่ากากไม่เชื่อก็อย่าไปเชื่อแล้วก็โทรมาก็มาถึงกันจะคุยโม้ อยู่ในไทยไม่มีใครเหนือเท่าเรานี่แหละเป็นผู้ที่ตรัสรู้ด้วยตนเองสามารถเป็นสารถีสอนคนสอนเทวดามารพรหมไม่มีใครยิ่งกว่าเขาก็แลกเหรียญหยอดเข้าให้ก็เดินหนีกันไปตัดขนาดพระพุทธเจ้านะแสดงว่าพระพุทธเจ้ายังเดินก็เดินเข้าไปหนึ่งลูกเลยนะตอนแรกก็มาจริงๆอ่ะถ้าใครอ่านประวัติพระพุทธเจ้ามาดีๆจะเจอขนาดนั้นและต่อต่อไปท่านก็พยายามที่จะทำงานจนกระทั่งเป็นที่ยอมรับกันมันก็ไม่มีปัญหาจนกระทั่งสุดท้ายถ้าจะคุยโม้ยังไงถ้าจะยืนหยัดยังไงก็ไม่มีปัญหาเช่นเดียวกันก็อาจจะมาเนี่ยจะคุยโม้กับพวกเราฝ่ายนายๆที่ติดเชื้อ ที่เข้าใจไว้ใจแล้วดีๆอาตมาจะคุยโม้คุยโตเคืองยังไงอะไรยังไงเขาก็จะมากับพวกฝ่ายใดๆที่ก็ไม่มีการเขม่นไม่มีการหมั่นไส้ไม่มีการให้มันอะไรเพราะรู้ว่าอาตมาเองไม่ได้คุยเพื่ออยากโด่งอยากดังอยากโตอยากใหญ่อยากโตอะไรแล้วมันโตแล้วเขาให้ยกให้แล้วนี่พวกนายๆเนี่ยเขายกให้อาตมาใหญ่แล้วจะเป็นเด่นเข้าไปอีกทำไมแตกเปล่าๆเป็นอีกก็แตกไม่ได้ดูอะไรของหน่วยเปล่าๆเขาเข้าใจแล้วเพราะฉะนั้นชั้นเดียวกันได้อาตมาจะคุยอย่างนี้ก็ได้แต่ถ้าอาตมาจะไปทำคุยโตคล้ายๆพระพุทธเจ้าไม่เอาใหญ่ยิ่งเหมือนอย่างพระพุทธเจ้าออกไปบ้างมันก็ยังไม่ได้เท่าไหร่เพราะฉะนั้นอาตมาจึงไม่ทำในบางสิ่งที่ไม่ทำแต่ก็ทำในบางสิ่งที่คล้ายพระพุทธเจ้าอยู่บ้าง จนหลายๆคนเขม่นจนกระทั่งออกหนังสือพวกหนังสือพิมพ์ไงแต่ศาสดาโพธิรัตน์เสนอเถรสมาคมขอให้ตัดไฟแต่ต้นลมจัดการศาสดาโพธิรักษ์หน่อยหนังสือพิมพ์ก็เคยจ่าหัวแล้วก็ออกเรื่องทางด้านเรื่องในหาว่าอย่างนู้นอย่างนี้อะไรต่างๆแต่วันหลังขึ้นมาแล้วก็มีใครเขียนอะไรต่ออะไรไปแก้ไปขายไปอะไรๆแล้วก็แล้วไปแล้วล่ะมันไม่มีอะไรทีใครจะมีอะไรอยู่ก็ช่างอย่างนี้เป็นต้นแต่ขนาดอาตมาทำอย่างนี้ยังมีคนว่าคนนั้นอาตมาก็เข้าใจไม่มีอะไรแล้วอาตมาก็เข้าใจหลายๆอย่างที่มันลงตัวกันมันไม่ใช่ความบังเอิญมันจะต้องเป็นอย่างนั้นจะต้องลงอย่างนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นอาตมายก ให้ฟังนิดนึงก็ได้วะอาตมาเองนี่นาไม่เคยนึกคิดจะมาทางศาสนาเลยนี่ก็เคยเล่าหลายครั้งไม่เคยคิดไม่เคยตั้งใจไม่เคยใส่ใจเรื่องศาสนาเคยอยู่วัดก่อนจะออกจากวัดก็บอกถ้าคุณบอกไม่บอกก็คุณบอกเพื่อนไปแล้วเว้ยเดี๋ยวออกจากวัดขนของออกทีละชิ้นทีละชิ้นทีละชิ้นไม่ได้ชอบใจกับคุณเลยที่อยู่ไทยไปเป็นลูกศิษย์เจ้าคุณอยู่ที่วัดนั้นไม่รู้อะไรแล้วไม่ได้เกี่ยวอะไรเลยที่ไปอยู่วัดก็ไม่เคยวุ่นวายอะไรกับวัดเป็นแต่เพียงเป็นอาศัยกินหนังสือซึ่งคุณลุงเป็นคนจับยัดเข้าไปในวัดนั้นเท่านั้นตัวเองก็ไม่ได้สมัครใจจะไปอยู่อะไรหรอกแต่เห็นว่าอาตมาตัวหลัก มันไม่มีที่อยู่ที่พักอะไรก็เลยจับยัดเข้าไปวัดเอ้าท่านรู้จักเจ้าคุณตรงนี้ดีท่านก็เลยจับยัดเข้าวัดแต่ยัดเข้าวัดไปแล้วอาตมาไม่เห็นเจ้าคุณคนนี้ปัดโธ่อาตมาไม่เอาจิตอย่างนี้ไม่เคารพไม่นับถือก็ไม่ถูกใจในจิตใจก็ออกไปเท่านั้นแหละที่อยู่วัดไม่ได้ใส่ใจเรื่องบัตรเรื่องบ้านเรื่องธรรมะธรรมโมอะไรไม่เกี่ยวมันก็เป็นคนทำมาหากินธรรมดาแต่ก็รู้ตัวเองว่าตัวเองไม่เคยเป็นคนเหลวแหลกก็ได้ไม่จำเป็นต้องเป็นคนเละเทะไฟไหม้เป็นคนทำมาหากินขยันหมั่นเพียรเป็นคนไม่ติดเดือดร้อนอะไร แล้วไม่ได้คิดข้อสำคัญคือไม่ได้เคยระแวงระแวงเลยว่าเราจะต้องชีวิตของเรานี่จะต้องมาเป็นอย่างนี้มีแต่ไปดูหมอเจ้าไหนเจ้าไหนก็ดูไว้ตรงกันที่จุดหนึ่งว่าคุณมีจะสบายเมื่อแก่อาตมาจำได้ดูหมอกีฬากีฬาไอ้ที่มันไม่ตรงกันก็ไม่ตรงกันเยอะแยะแต่ไอ้ที่ตรงกันที่อาตมาสังเกตได้จำได้อยู่จุดเดียวอ่ะเพราะว่าคุณจะสบายเมื่อแก่เออจุดนี้ทำไมไอ้เจ้านั้นมันลงตรงกันหมดเลยแต่จุดอื่นมันก็ว่าไปนะคนนั้นมันจะบอกว่าจะรวยเมื่ออายุเท่านั้นจะเจ็บป่วยอายุเท่านี้จะเจอผู้หญิงอกหักออกที่จะเดินไปแล้วหมอดูเยอะแยะที่เขาดูให้ก็ต่างกันไปแตกกันไปแต่จุดนี้จุดเดียว ป้องกันว่าสบายเมื่อใจอาตมาก็จำได้แล้วก็ไม่เคยนึกว่าจะสบายยังไงจะเป็นยังไงก็นึกว่าเอาละอันนี้หมอดูหลายๆเจ้าตรงกันนี่มันท่าดีเราคงจะสบายเมื่อแกก็ขยันหมั่นเพียรอย่างนี้มันก็คงพอรู้เหมือนกันแหละว่าเราก็คงสบายเมื่อแก่เหมือนกันแหละพอทำงานทำการสร้างหลักสร้างฐานขึ้นมาจะเด็ดจะเหนื่อยในตอนหนุ่มๆนี่มันก็อย่างนี้แหละแต่มันก็สบายแน่นะแต่ก็ยังเห็นตัวเองว่าทำไมเราเองทำงานจังเลยถามๆๆแล้วก็ยังอย่างนั้นแหละแล้วมันก็มองเรื่อยไปแม้แต่ขยับฐานะขึ้นมาแล้วมันก็มองฐานะที่ใหญ่ๆก็คนมันรวยเยอะกันในเมืองไทยเมืองนอกก็ตามมันร่ำรวยมันโออ่ามันมีอะไรต่ออะไรต่างๆแล้วก็มองเรื่อยไปแต่ก่อนเราไม่มีบ้านอยู่อยู่บ้านเช่าก็มองคนที่เขาไม่มีบ้านเช่าหลังเล็กหน่อยก็ มันก็อยากได้ขนาดนั้นพอได้ขนาดไม่ต้องอยู่บ้านเจ้าไปอยู่บ้านตัวหลังเล็กหน่อยก็ไปมองหลังใหญ่กว่ามันต้องได้ใหญ่กว่านั้นมันก็มองเรื่อยไปพอไปได้บ้านใหญ่มันยังไม่งานก็ตกแต่งให้งามสร้างเสริมเติมต่อไปก็เอาให้มันเติมต่อเข้าไปเติมต่อเข้าไปตอนนี้ไปมองอยู่บ้านอื่นเข้าใจกันเราต้องรู้ว่าเราก็ต้องรู้เท่านั้นเองให้มันไม่เห็นหยุดสักทีแต่ไม่เข้าใจหรอกแต่ก่อนไม่หยิบไม่เข้าใจแต่ก่อนก็ได้แต่มองไปจริงๆถูกครอบงำจะต้องเป็นอย่างนั้นแล้วใจเอาอย่างนั้นเลยสู้ทำงานทำการสร้างฐานะไม่ยันเลยว่าไปเรื่อยเลยว่างั้นเถอะเขาใหญ่ท่าไหนก็ได้รับคำชมเชยถ้าในลาภยศสรรเสริญที่เขาได้ยังไงเอ้าเป็นอย่างนั้นก็เข้าใจอยู่ว่าถ้าเราจะสบาย ไม่สู้อีกแล้วเราก็คงจะอยู่ขนาดใหญ่ๆพอสมควรมันก็คงสบายแน่ๆล่ะก็เป็นอย่างนั้นก็คิดอย่างนั้นจนกระทั่งมาเดี๋ยวนี้ความคิดที่ว่าจะสบายเมื่อแก่อาตมาถึงไม่เห็นชัดเห็นชัดชัดเดี๋ยวนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่เห็นเมื่อก่อนก็คิดว่าตัวจะสบายเมื่อแก่เหมือนกันนะอย่างที่เล่าสู่ฟังคิดว่าเราเองมีหลักมีฐานมีบ้านมีเรือนมีเงินมีทองมีอะไรแล้วแม่เราคงจะสบายเมื่อแก่อย่างนั้นเข้าใจเหมือนกันและคิดว่าจะสบายเมื่อแก่แต่ยิ่งเดี๋ยวนี้แล้วชีวิตจนกระทั่งเปลี่ยนแปลงมาเป็นอย่างนี้แล้วเสร็จโอ้โหสบายมันคือเหี้ยเหรอฟังดีๆนะแต่ก่อนอาตมาก็นึกว่าอาจจะอาตมาจะสบายนะ เดี๋ยวนี้ยิ่งเดี๋ยวนี้อาตมายิ่งเห็นว่าอาตมาจะสบายอย่าว่าแต่จะสบายเลยเดี๋ยวนี้ก็สบายกว่าเมื่อก่อนเยอะแยะยังไม่ทันแก่เท่าไหร่แล้วยังหนุ่มฟ้ออ้าวต้องยิ้มอาตมายังไม่แก่นะทำเป็นยิ้มไปเออคุณยิ้มอะไรคุณเองก็อาตมาก็จริงแต่อาตมาก็ยังไม่แก่นะอย่าเข้าใจว่าอาตมาแก่นี่ยังหนุ่มฝรั่งเขาว่าอาตมากำลังเริ่มต้นนะฝรั่งก็ว่าเนี่ยคนเริ่มต้นเมื่ออายุ 40 แล้วอาตมาเพิ่งเริ่มต้นมาได้ไม่กี่ปีเลยผู้เริ่มต้นว่าได้แค่ 4 ปี จะย่างเข้าปี 5 อะไรนี่หน่อยๆเท่านั้นเองยังไม่แก่เกิดอะไรแต่เห็นแล้วสบายสบายแม้จะไม่อยากทำงานกับพวกคุณเนี่ยบางทีต้องนั่งบรรยายธรรมะตั้งแต่โมงนึงไปจนยัน 5 โมงอะไรอยู่เนี่ย 1 2 3 4 บางที 1 2 3 4 ชั่วโมงอะไรทำต่อๆกันมาอยู่นี่ก็ไม่เดือดร้อนอะไรก็สบายแล้วก็รู้ว่าความสบายอันนี้มันเป็นความสบายที่อาตมาเองอาตมาเห็นเป็นปัจจัตตังเห็นได้ด้วยตนเห็นได้ทุกจิตเป็นสบายเห็นจริงๆแล้วก็รู้รู้ว่าความสบายอันนี้คือแม้เราทำงานอันนี้เราก็แสนที่จะสบายใจว่าอาตมาทำงานกับพวกคุณไม่ได้ทรุดว่าอาตมาไม่ได้ทำเพื่อที่จะมาหวังแรกล่าจากคุณอาต มีจิตที่นั่นเลยเพราะฉะนั้นจะได้ล่ามาหรือไม่นอนไม่ได้มีทุกข์ไม่ได้ลำบากใจอาตมาจะทำกับพวกคุณอย่างนี้แสดงธรรมหรือว่ามีงานการกับพวกคุณเนี่ยจะได้มีอารมณ์โกรธในใจสักนิดนึงก็สบายเหงื่อแตกสบายนะเนี่ยอีกหน่อยพูดไปไม่ได้พูดมากๆก็ได้เหงื่อออกก็เดี๋ยวก็เหงื่อแตกก็สบายสบายใจเพราะเราเองเราไม่มีกังวลเราไม่มีเดือดร้อนเราไม่ต้องห่วงว่าเราจะได้มาหรือเสียไปหรือยังไงเรารู้อยู่แล้วว่าเราเสียแหงๆเรารู้อยู่แล้วว่าเราเสียเงินไงคือเสียสละเสียกำลังกาย แต่ไม่ใช่พูดให้คุณหากัณฑ์เทศน์มาให้นะเดี๋ยวพูดไปเดี๋ยวก็ออกไม่ได้ดังนั้นวันนี้มันวิสาขาด้วยพวกเราอยู่ร่วมกันช่วยกันไม่ใช่นะไม่ใช่ไม่มีอย่างนั้นเด็ดขาดเพราะมันไม่มีอะไรเลยจะเป็นสิ่งที่เป็นอามิสตอบแทนมาคืนด้วยประการใดๆไม่มีสบายความสบายอย่างนี้ไม่มีโรคอะไรต้องการล่าต้องการยศอาตมาก็ไม่ต้องการยกชั้นอะไรจริงๆที่พูดไปซื้อใครเชื่อไม่เชื่อไม่รู้ได้อาตมาไม่มีสิทธิ์บังคับให้ใครเชื่อมีสิทธิ์จะพูดความจริงใจจริงๆรู้สึกและเป็นอย่างนั้นจะให้คุณมาสรรเสริญเยินยอไม่ต้องอาตมาชมตัวเองให้คุณฟังบ่อยๆด้วยซ้ำคุณไม่ต้องมาเซ็นสัญญาด้วยซ้ำไป ถ้าว่าไปจริงแล้วนะอาตมาจริงๆก็ไม่ได้ยกย่องตัวเองหรอกพูดมามันไม่รู้จะทำยังไงถ้าพูดแล้วอาตมาเห็นใจเห็นใจพระพุทธเจ้าและต่อมาก็ว่ากันจริงๆถ้าจะบอกว่าริษยาอาตมาริษยาริษยาพระพุทธเจ้าแม้ที่พระพุทธเจ้าคุยได้คุยเอาเรานี่แหละตรัสรู้ชอบเองด้วยตนเองอยู่เนื้อเทวดามารผมไม่มีใครยิ่งกว่าสอนเทวดามนุษย์พวกท่านพูดแล้วไม่ไปมันไส้ท่านไหนเราพูดดิพูดหน่อยแล้วมันได้เราอยู่ได้ว่าไปแล้วคล้ายๆว่าเราอาตมาริษยาพระพุทธเจ้าจริงแต่คุยได้ไม่มีใครหมั่นไส้ที่เราคุยนิดกับหมั่นใส่เราที่จริงไม่ได้คุยหรอกมันเป็นสัจจะอาตมาก็ต้องพูดบ้างแล้วก็ทำบ้างแล้วใครสนิทใจใครเห็นจริงแล้วก็ไม่ แต่คนที่ไม่สนิทใจไม่เห็นจริงแล้วไม่เห็นความจำเป็นของอาตมาว่าอาตมาจำเป็นต้องยกอ้างตัวเองเอาเป็นหลักฐานอ้างอิงว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของบุคคลและบุคคลทำได้บุคคลเป็นจริงไม่ใช่เรื่องนี้เป็นปรัชญาปากเปล่าที่เขาเคยเล่าลือกันมาแต่พิสูจน์อุดมการณ์นี้ไม่ได้ไม่ใช่อาตมาทำได้อ้างตัวเองได้มากที่สุดแล้วก็ยกตัวอย่างคนอื่นประกอบบ้างก็อ้างคนอื่นประกอบบ้างเป็นเอหิปัสสิโกเป็นการท้าทายให้มากที่สุดเป็นการยืนยันว่าบุคคลปฏิบัติได้แม้สมัยนี้เป็นปากกานิคมไม่ใช่สมัยพระพุทธเจ้าปฏิบัติได้บรรลุได้สมัยนี้ปฏิบัติไม่ได้บรรลุไม่ได้ไม่ใช่นะเพราะจุดนี้ต่างหากที่อาตมาต้องกระทำและที่ต้องยกเพราะฉะนั้นเราจะมาจึงรู้ ผู้ว่าสิ่งที่มันลงตัวเมื่ออาตมาเองอาตมาไม่ได้เคยนึกคิดว่าอาตมาจะต้องมาบวชมันก็ต้องมาบวชจะต้องมาทำงานทางศาสนาอาตมาไม่ได้เตรียมการอาตมาไม่รู้เลยว่าทำไมมันลงตัวง่ายๆอาตมาปฏิบัติธรรมอย่างโน้นอย่างนี้มันเหมือนกับหมาก็จับตัวอย่างที่ว่าหมอหม้อครับฝาอยู่กันคนละที่จะมาใส่ทำไมมันง่ายๆมันถูกฝาถูกตัวจับไอ้นี่มันใส่ปิดฝาปิดตัวเสร็จจาก Facebook อยู่ไม่ถึง 2 ปีปีกว่าๆพอตั้งใจปฏิบัติธรรมไม่เอาแล้วเรื่องไสยศาสตร์เรื่อง ใครไม่เข้าทางศึกษาธรรมศึกษาดูเอ้อ่านตำราอ่านหนังสืออะไรต่ออะไรดีเช็คดูสภาวะโลกแล้วความรู้ทั้งหลายแหล่ของศาสนาขนาดนั้นอาตมาเองไม่ได้เคยอ่านแล้วก็พระไตรปิฎกเป็นแบบอะไรนี่อาจจะเกจิอาจารย์คนนั้นคนนี้เขาเขียนเขียนรูปแล้วเขาก็บอกว่าตัดกิเลสไม่เห็นยากเลยเขาก็บอกว่าตัดกิเลสที่อะไรที่มันชั่วๆต่างๆให้มันเร็วๆก็ตัดมาเลิกรักชั่วประพฤติดีที่ปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้า วันนี้เข้าไปสิมันไม่เห็นยากตรงไหนก็ทำทุกๆมีแฟนอยู่แท้ๆก็บอกเลิกแฟนแต่ก็ไม่ได้บอกเลยทันทีอย่างนี้หรอกนะแต่ก็เลิกใจเราบอกเราเลิกเรารู้อะไรก็ยึดๆมันเหมือนกับมีฝาหม้อนี่ตัวหม้อเพราะคิดจะจับกับความปั๊บมันมาเร็วลมในอากาศแล้วก็แล้วเลยทำไมมันร้องไห้หนักอ่ะมันก็เป๊ะๆหลุดไปง่ายๆงั้นน่ะมันเป็นอย่างนี้จริงๆอาตมาถึงเห็นว่าไอ้ความพอดีหรือความลงตัวหรือความเป็นแล้วอุปลักษณ์อธิษฐานก็ตามธรรมชาติลงตัวอาตมาจึงเห็นว่าสิ่งนี้เป็นอย่างนี้หนออาตมาอธิบายเป็นภาษาทีเดียวไม่ได้นะอาตมาต้องเล่าอย่างนี้ให้สู่ฟังมันจึงเห็นน่ะมันโทรมัน บังเอิญหรอกแต่บังเอิญอย่างนั้นจะต้องมาอย่างนั้นไม่บังเอิญเป็นเรื่องจริงและเป็นเรื่องที่จะต้องเป็นอย่างนั้นน่ะยิ่งฟังยิ่งจะดูพิลึกพิลั่นดูพิลึกเอ๋มันไม่น่าเป็นหรอกแต่มันเป็นของอาตมาเจอมามากกว่ามากเป็นหลักฐานข้อมูลที่อาตมาเข้าใจเรื่องความลงตัวของบุคลิกฐานและธรรมชาติอาตมาจึงไม่สงสัยไม่ต้องใช้เลยและแม้จะอาตมาจะอ่านธรรมะที่เป็นบุคลิกฐานเพราะเงินเดือนอากาศมีนู่นมีนี่จะต้องมีเงินเล่าพระพุทธเจ้าเป็นจังหวะจากคนเรื่องอย่างนั้นอย่างนี้คืออาตมาก็ไม่สงสัยเพราะมันลงตัวกันกระทำอธิษฐานจริงๆเห็นลูกก็เห็นนามเห็นอุปาทานก็เห็นธรรมอธิษฐานเห็นธรรมอธิษฐานก็เห็น อธิษฐานแจ๋วๆเลยมันไม่สงสัยเพราะฉะนั้นจะบอกว่าพระพุทธเจ้าเกิดวัน 15 ค่ำเดือน 6 และไปตรัสรู้เอาวัน 15 ค่ำเดือน 6 อีกแล้วไปตายเอาวัน 15 ค่ำเดือน 6 อีกเป็น 3 ขยักอาตมาก็โอเคบอกแล้วโอเคไม่รู้ไม่มีปัญหาเพราะว่าอาตมามีข้อมูลมีข้อพิสูจน์สิ่งที่มันจะต้องลงตัวกันแล้วอาตมารู้ความลงตัวกันอีกเยอะอธิบายไว้วันนี้ไม่หมดหรอกก็จึงไม่มีปัญหาอะไรในเรื่องที่ว่า Google Assistant ต้องลงตัวกันอาตมาจึงมาอธิบายบุคลิกฐานเป็นสมาชิกฐานอื่นๆให้พวกคุณฟังได้เขาอาจจะมามีญาณมีเรื่องรู้อย่างนี้พี่ก็ย้ายผมกรณีที่ขายเป็นสมาชิก ปังมากมายได้อยู่เดี๋ยวนี้ก็เพราะการเกิดประสบการณ์การเกิดข้อมูลการเกิดญาณทัศนะการมีทฤษฎีมีฤทธิ์ทฤษฎีต่างๆที่จะไขข้อที่สุดต่างๆเหมือนคุณเรียนเรขาคณิตครูมีทฤษฎีบทแม่เป็นเลขาคณิตทฤษฎีบทแม่ต่างๆหลายทฤษฎีเพราะฉะนั้นคุณไปเจอโจทย์เจอปัญหาเจอโจทย์ข้อนั้นข้อนี้คุณก็เอาบทแม่ต่างๆนี้มาไว้ใช้สำหรับพิษทฤษฎีเป็นพิษสู่โจรต่างๆได้เยอะแยะชั้นใดก็ฉันนั้นอาตมาก็มีทฤษฎีบทแม่มันมีข้อมูลบทแม่ที่ระบุเวลาที่ฐานและธรรมาธิการแค่ 10 อธิบายอะไรต่างๆให้คุณฟังได้จริง อาตมาอธิบายแล้วหลายคนมากมายเข้าใจแล้วก็เห็นเหตุเห็นผลมันเป็นอย่างนั้นจริงๆแล้วก็ไขความที่ไม่เข้าใจแม้ในด้านธรรมอธิษฐานต่างๆซึ่งก็อธิบายเป็นบุคลิกฐานเป็นรูปเป็นร่างเป็นตัวเป็นตนพระพุทธเจ้าเกิดมาก็ต้องเดิน 7 ก้าวพระพุทธเจ้าเกิดมารดาจะต้องยืนเกิดพระพุทธเจ้าเกิดมารดา 7 วันจะต้องตายไม่ตายไม่ได้พระพุทธเจ้าเกิดแผ่นดินจะต้องไหวอะไรต่างๆนานาอีกเยอะมากมายอาตมาเห็นเข้าใจเป็นธรรมดาที่ขายเข้าใจเลยจะอธิบายเป็นอธิษฐานอย่างนั้นก็ไม่ใช่เรื่องประหลาดและไม่ใช่เรื่องบังเอิญเป็นเรื่องจริงธรรมาธิการเป็นอย่างไรอาตมาก็อธิบายได้อย่างที่อธิบาย ไปแล้วและเป็นเรื่องแน่นอนเป็นเรื่องจริงๆอย่างนี้เป็นต้นจึงเป็นเรื่องที่พวกคุณก็จะต้องศึกษาเหมือนกันน้ำผู้ใดจะอธิบายแต่ทำอธิษฐานหรือผู้ใดจะอธิบายสุขขาอธิษฐานก็ไม่เป็นไรได้ทั้ง 2 อย่างอาตมาเองที่ว่าพ้นสงสัยไม่มีปัญหาในเรื่องปกติทานวันนี้วนเวียนมาอีกวันหนึ่ง 15 ค่ำเดือน 6 ซึ่งเป็นวันที่จะต้องระลึกถึงคนคนหนึ่งเกิดคนคนหนึ่งตรัสรู้คนคนหนึ่งตายไปแล้วแต่ความไม่ตายเรียกว่าอมตะธรรมยังอยู่ความเป็นพุทธะยังไม่ตายคนๆนั้นตายแล้วก็จริง จะไปความเป็นอมตะธรรมนี้ยังจะต้องเป็นประโยชน์อยู่แก่บุคคลใครสามารถเห็นธรรมนั้นเห็นอมตะธรรมนั้นผู้นั้นยังจะเห็นพระพุทธเจ้าอยู่อ้าวผู้นั้นยังเห็นพระพุทธเจ้าอยู่แล้วทำมันปกติสมังปกติที่พระเจ้าจัดเป็นภาษาบาลีและก็แปลกันว่าผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเราตถาคตเพื่อเป็นภาษาง่ายๆสมัยนี้ทุกคนก็ฟังออกแปลว่าแหงๆผู้ใดเห็นธรรมเห็นธรรมอันใดเห็นธรรมอันเป็นอมตะธรรมเห็นธรรมมันเป็นพุทธที่สัจจะแท้ๆเมื่อไหร่เมื่อไหร่ก็เห็นอันนี้แน่ๆ รูปแทงทะลุ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive