210701 สาระที่ทำให้ชีวิตมีคุณค่า-พ่อท่าน-ศิริราชพยาบาล-R062.txt
เนื้อหาในไฟล์
ต่อจากนี้ไปประพจน์ที่รักแสดงธรรมในหัวข้อเรื่องสาระที่ทำให้ชีวิตมีคุณค่าที่หอพักนักศึกษาแพทย์คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาลเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมพุทธศักราช 2521 ตอนในวาระนี้จะมาได้รับนิมนต์มาเพื่อที่จะมาทำประโยชน์กับหมู่พวกคุณไปฐานะของพระโดยจริงพวกคุณก็จะต้องการความประเสริฐที่นี่มนต์พระมานั้น ก็เพื่อที่จะให้พระมาทำความเป็นประโยชน์ให้แก่เราเองประโยชน์ที่พึงเป็นพึงได้ถือว่าพระเป็นผู้รู้ว่าเป็นผู้เข้าใจก็อยากจะทำอย่างไรจึงจะได้ประโยชน์สูงสุดเราก็นิมนต์พระมาถ้ามีเหตุมีเรื่องในกาลวันนี้ที่นิมนต์มาก็มีเหตุมีอานิสงส์จากจะทำบุญเผื่อเพื่อนที่ตายไปแล้วแล้วเราก็เอาอันนี้เป็นเขาเป็นเหตุว่าเราจะทำอย่างไรดีๆที่สุดเกี่ยวกับเพื่อนพระผู้รู้ก็จะบอกก็จะจัดการหลักการที่จะทำให้เจริญที่สุด ก็คือ 1 เรื่องแรกถ้าเผื่อว่าเราเองเรามีเพื่อนตายเราก็จะระลึกถึงเพื่อนอย่างเศร้าโศกการเศร้าโศกเป็นทุกข์พระก็จะต้องมาบำบัดความเศร้าโศกนั้นโดยมาทำความเข้าใจให้เข้าใจและจนหายโศกเศร้าได้เขาเรียกว่ามาช่วยให้คลายทุกข์มาช่วยให้หายทุกข์ตรงนั้นถ้าผู้ใดในที่นี้ขณะนี้ยังเฝ้าศพยังอาลัยอาวรณ์ถึงเพื่อนอยู่พูดกันง่ายๆก็ประยุทธ์พระพุทธเจ้าสอนในหลักคำว่าหยุดก็หยุดก้าวจิตตก ทุกคนก็เข้าใจดีว่าใครเฝ้าไฮโซใครบ่นใครมองก็เป็นทุกข์เพราะฉะนั้นเราจะต้องเข้าใจอย่างปัญญาให้กว้างเลยว่าคนฉลาดแล้วเขาไม่เอาความเศร้าโศกเข้ามาใส่ใจไม่มีความเศร้าโศกอยู่ในจิตใจจิตใจพุทธะแปลว่าผู้เบิกบานแจ่มใสตรงกันข้ามกันกับคำว่าเศร้าหม่นหมองมีแต่เบิกบานมีแต่ผ่องใสแจ่มใสอยู่ไม่ต้องส่งเพราะผู้ใดยังเศร้าตกอยู่ยังไม่ใช่ลูกพุทธยังไม่ใช่พุทธะยังเป็นผู้ที่ยังโง่อย่าไปพูดที่ยังมีอวิชชายังไม่รู้จริงโดยการปรับเปลี่ยนจิตเนี่ยเป็นกลไกเป็นกลไกที่จะต้องฉลาดถ้า ฉลาดกลับได้เรารู้ว่าสิ
อ่านต่อ
่งนี้ไม่ดีอย่าเอามาใส่จิตการโศกเศร้าเป็นการทุกข์เป็นความไม่ดีอะไรเลยไม่ทำให้จิตใจสูงขึ้นด้วยตกประการใดเลยในขณะที่มันโศกเศร้ามันหมดของแล้วถ้าผู้ใดรู้อาการของจิตอย่างนี้ถ้ามันเข้ามาในจิตใจเมื่อไหร่เราจะต้องเอาออกทันทีตัดออกสลับออกโยนออกขับออกทำยังไงก็ตามแต่ที่สามารถจะไม่มีอารมณ์หรือจะไม่มีรูปร่างลักษณะการอย่างนี้อยู่ในจิตของเราจะต้องบอกตายตัวตรงนู้นเป็นอย่างเด็ดขาดเลยว่าไม่เอาอารมณ์นี้ไม่มีผู้ฉลาดแล้วไม่มีอารมณ์นี้อารมณ์โศกเศร้าหม่นหมองไม่มีไม่ต้อง อย่าไปถูกหลอกอย่าไปโง่ให้เขาหลอกว่าถ้ามีคนตายแล้วเราจะต้องโศกเศร้ามีการหลอกกันอย่างนี้มามากมีบางประเทศบางกลุ่มจะต้องมานั่งร้องไห้ต่อหน้าศพถ้าไม่มีญาติที่โคโยตี้การหรือแม่ญาติที่โกยโชติการ้องไห้แล้วยังไม่พอต้องไปจ้างคนมาร้องไห้ที่หน้าศพต้องทำเป็นโศกเศร้าต้องเสแสร้งให้โศกเศร้านั่นเป็นสิ่งที่เกิดจริงมีจริงอยู่ในสังคมในโลกเราอย่าไปถูกหลอกโดยลักษณะการแบบนั้นเป็นอันขาดและอีกอย่างหนึ่งอาตมาเห็นโง่ก็คือการแต่งดับเวลาที่ไปงานศพเป็นความโง่ ประเทศไทยไม่มีจารีตประเพณีนี้ไปเอาจากตะวันตกเข้ามาเอาไปเอาแกนนำในงานศพสีดำเป็นสีเศร้าหมองสีดำเป็นสีที่ไม่สดใสเป็นสีที่จะทำให้ยิ่งหนักเข้าไปในทางทุกข์เมื่อคนตายคนไม่รู้อวิชชาก็โศกเศร้าคนที่รักที่ชอบกันก็โหยหาอาวรณ์อยู่แล้วมันส่งมันเศร้าอยู่แล้วยิ่งเอาทั้งรูปทั้งสีทั้งแบบตรงๆเศร้าๆมาทับถมไปอีกก็ตายกันก็เท่ากับเราไปอบไม่เข้าใจในจิตวิทยาที่ดีก็เท่ากับเราไปเสริมไปทำให้เขาทุกข์จากเข้าไปอีกอาตมาไม่เคยเห็นดีว่าทำไมจะต้องทำอย่างนั้นในส่วนที่ไปแต่งดำไปในงานศพก็แต่งธรรมดาไม่ธรรมดา เรียบๆธรรมดาแต่ไปในเชิงที่เรียกว่าก็ธรรมดาใสๆสดๆปกติไม่ต้องไปเสริมหมอเสริมสร้างเสริมสุขอะไรให้มันเข้าไปอีกเป็นการทุบทับถมทุกข์อย่างนี้ไม่ใช่หลักจิตวิทยาน่ะแต่เป็นหลักเอาใจเป็นหลักอันนึงเป็นหลักเอาใจคนเป็นการเรียกว่าเลียใช้ภาษาหยาบๆกะหรี่กะหรี่เลียเจ้าภาพถ้าเจ้าภาพก็โศกเศร้าเราก็เลยจะต้องโศกเศร้าตามเขาไม่เช่นนั้นเราไม่เป็นคนพวกเดียวกันเอาใจเขาหน่อยเขาเศร้าก็เศร้าเค้าด้วยเค้าทุกๆก็เขาด้วยเราควรจะแก้ทุกข์เขาไม่ใช่ว่าเขาทุกข์แล้วเราก็ไปทุบตามเขาเลยไม่มีใครช่วยใครอย่างนี้เป็นหลัก วิทยาที่เสียเพราะเราจะต้องแก้ไขเมื่อเจ้าภาพเขาทุกข์เราก็จะต้องเป็นผู้ที่แข็งแรงไม่ทุกข์ไม่โศกเศร้าแต่ก็ไม่เพลิดจนกระทั่งตรงกันข้ามเมื่อเราก็น่าเป็นอะไรอย่างนี้ไปอันนี้มันก็เป็นการมันเป็นสภาพดีที่ย้อนมันไม่ดีหรอกแต่เราก็จะต้องไปพูดที่อยู่ในจังหวะหรืออยู่ในลักษณะที่เรียบร้อยพอที่จะเป็นหลักให้แก่เขาก็โศกเศร้าเราก็เป็นที่พึ่งแห่งตนได้เราไม่ใช่เราเขาโศกเศร้าเรายิ่งไปเขาร้องไห้หน่อยนึงเรายิ่งไปโคนันกับเขาอีกเลยอย่างนั้นมันยิ่งโง่ใหญ่เลยไม่มีใครจะพึ่งใครกันได้เพราะฉะนั้นในการที่จะไปช่วยกันในงานศพจารีตประเพณีใดๆถ้ามันไม่ถูกต้องเราจะแก้ไขจะทำให้มันดีขึ้นบ้างแล้วก็ทำ แล้วงานนี้จะเรียกว่างานเกี่ยวข้องกับงานสบายก็จะพูดในแกนนี้นะเพราะการที่พูดได้ยังโศกเศร้าอยู่ก็ขอบอกโดยตรงว่าผู้นั้นยังจะโง่คนเราเอาทุกข์ใส่ตนเองการโศกเศร้าเป็นทุกข์อย่าโง่ทั้งนั้นเพราะอันที่ 1 ถ้าเราไม่สบายใจนี่เป็นแกนไม่สบายใจหรือโศกเศร้าอึดอัดกังวลหม่นหมองพวกนี้เอาออกจากจิตเลยถ้าเกิดคุณน้องมีศักดิ์อยู่คำหนึ่งท่านสอนคนท่านบอกว่าความไม่สบายใจถ้ารู้เข้ามาในจิตแม้เล็กน้อยถ้าใช้ภาษาอังกฤษท่านสอนท่านใส่คำสั้นๆไม่ว่าจะกินข้าวแต่ถ้ามันเป็นความไม่สบายถ้ารู้อารมณ์นี้ในจิตเมื่อไหร่จะกินข้าวเอาออกเลยอยากให้มีมันเป็นคำพูด บอกให้ทำแต่สิ่งที่คุณจะทำได้อย่างไรต้องทำถ้าไม่ทำคุณก็ทุกข์อยู่นั่นถ้าไม่เท่าคุณก็สวยๆอยู่นั่นเองโง่นั่นเองก็ของเรานะจิตใจที่เราจะทำให้สะอาดทำให้มันเบิกบานแจ่มใสก็ทำให้มันเศร้าหมองเหมือนของเราไม่ใช่ของคนอื่นคนอื่นมาทำให้เราไม่ได้พระพุทธเจ้าเองยังไม่สามารถทำให้ใครจิตใจนั้นเบิกบานเองไม่ได้จิตเป็นของบุคคลจิตวิญญาณเป็นของส่วนตัวของใครของมันเพราะเราต้องทำของของเราเองต้องไม่เอาไม่โศกเศร้าเป็นผู้ที่แข็งแรงเบิกบานแจ่มใสจึงจะเป็นพุทธะเพราะฉะนั้นตายเราก็จะต้องพิจารณาท่านบอกว่าพิจารณาเป็นเรื่องธรรมดาเป็นอริยสัจคนเกิดคนแก่คนเจ็บคนตายเป็นธรรมดาใครๆก็ตายต้องตายทุกคนตายช้าตายเร็วและกำหนดไม่ได้ไม่ว่าจะตายอายุน้อยอายุมากกำหนดไม่ได้ ถ้าบ่มีเหตุปัจจัยอะไรมักเกี่ยวข้องอย่างนั้นถึงเวลานั้นแก้ไขกันไม่ได้เปลี่ยนให้มันเหลือเชื้ออยู่ไม่ได้มันก็ต้องตายเมื่อตายแล้วก็เป็นเรื่องธรรมดาตายแล้วไม่ใช่จะต้องไปโหยหาอาวรณ์ก็เรียกว่าโง่ตายแล้วแก้กลับฟื้นก็ไม่ได้ทำยังไงก็ไม่ได้ยังไม่โหยหาอาวรณ์อยู่อีกเรียกว่าแล้วแล้วไม่รู้แล้วว่าแล้วไม่ดูแล้วเราจึงทุกข์เพราะฉะนั้นเราจะต้องทำความแล้วให้มันเสร็จสิ้นทำความร้อนก็ตายไปเมื่อจบก็จบไปเราก็ต้องรู้ความสิ้นสุดผู้ที่ไม่รู้ความสิ้นสุดนั่นแหละผู้ที่ไม่รู้ความจบในรอบในขั้นในขอบเขตในความเป็นจริงของมันมันเกินนี้ไม่ได้อีกแล้วอย่างไรก็ไม่ได้เมื่อไม่ได้และก็ต้องรู้ว่าไม่ เบอร์ใหม่แล้วก็ต้องไม่สุดแล้วเราก็ตั้งหลักใหม่ที่จะดีกว่านั้นการตายแล้วอะไรเหลือคุณความดีในเรื่องลูกวัตถุในเรื่องกระดูกเสื้อผ้าหน้าแพรเข้าของอะไรนี่ก็ไปตามรูปร่างของเรื่องของวัตถุส่วนสิ่งที่มนุษย์จะกระทำไว้นั้นมันคือความคือความความดีความประเสริฐด้วยความที่น่าเอาอย่างที่มนุษย์ควรจะเป็นตั้งแต่มีชีวิตอยู่เขามีอย่างไรเป็นอย่างไรบ้างสิ่งใดเป็นสิ่งดีเอามาครองเอาเพราะฉะนั้นเราจะระลึกถึงเพื่อนก็ระลึกถึงส่วนหนึ่งไม่ใช่ระลึกอย่างโศกเศร้าอาวรณ์ให้ขอให้กลับคืนมาอาลัยกันไม่ได้อยู่ใกล้ชิดกันก็เอาอะไรก็ไม่ใช่แต่เราได้ระลึกถึงความดีและการ บุญถึงกันเนี่ยไม่ได้ทำถึงอะไรบุญแปลว่าความดีบุญแปลว่าการชำระกิเลสเพราะฉะนั้นนัยยะหนึ่งก็คือเจตนามาช่วยให้พวกคุณหายนี่ก็คือมาให้ได้บุญบุญคืออะไรบุญคือหายจากกิเลสกิเลสก็คือความโง่ความชั่วความไม่เข้าใจไม่เข้าใจว่าเราจะต้องไปทำใจโศกเศร้านี่มันไม่ใช่ว่าจะไม่เข้าใจก็มาบอกก็บอกคุณถ้าคุณเข้าใจแล้วคุณหายเศร้าได้ต้องเป็นคุณเป็นความประเสริฐสว่างเบิกบานแจ่มใสเป็นผู้พ้นทุกข์นี่เรียกว่าบุญถ้ายิ่งมาให้พระมาทำบุญกับพระและให้พระมาช่วยให้เป็นบุญขึ้นมาก็มาทำให้คุณหนักเข้าไปใหญ่โศกเศร้าเข้าไปใหญ่แต่ถ้ามาให้บาปถ้ามาทำให้เราไม่ได้ชำระกิเลสไม่ได้ชำระความโง่งมงาย ไม่ได้มาแก้สิ่งที่มันทุกข์ออกจากจิตเลยงั้นยิ่งเย็ดยิ่งไม่ถูกหรือไม่ถูกเรื่องต่อให้เราก็จะต้องแก้กลับทำให้ดีขึ้นเป็นบุญเป็นผู้ประเสริฐเป็นผู้ที่พ้นทุกข์โดยการชำระกิเลสช้ำรักความสงสัยหรือชำระความไม่เข้าใจแท้ออกให้ได้และเราก็จะเป็นผู้ที่เจริญเมื่อเราไม่ต้องโศกเศร้าอาดุลเราก็ไม่มีส่วนนิดนึงที่จะไปลี้ไปเวฟไปรั่วไปซึมไปศูนย์เปล่าออกไปเหมือนเราจะไม่ส่งศูนย์ไปแม้แต่ 1 พลังงานแม้แต่ 1 แคลอรี่เราจะไม่สูญถ้าพอเรายังมีอยู่มันมีเพราะฉะนั้น concentrate ของเราก็จะไม่ดีเพราะเราถูกรั่วไปแม้แต่นิดนึงมันมีละเอียด มันยังมีอยู่ในจิตมันก็มีแต่เราไม่เห็นตัวตนมันง่ายๆเพราะเราตัดความอาลัยอาวรณ์ความโหยหาอะไรออกเสียเราก็จะมีพลังงานจิตมารวมอยู่ที่เราทีนี้เมื่อพลังงานจิตมีรวมอยู่ที่เราเราก็พยายามใช้พลังงานไปยังเชิงปัญญามากไปในเชิงสร้างสรรค์ผลักดันบ้างแต่เชิงกระแสหรือเป็นเชิงแรงเคลื่อนก็แล้วแต่ถ้าเป็นเชิงแรงเคลื่อนก็ขับกันได้เป็นเชิงกระแสก็เป็นเชิงปัญญามีทั้งหมดเราก็จะได้ประสิทธิภาพของมันตามจริงจิตของเราก็จะไม่สูญหายแล้วเราก็จะมาสร้างสรรค์อยู่ในโลกนี้เราจะใช้เชิงปัญญาก็เชิงปัญญาถ้าเพื่อนคนนี้เป็นส่วนเขาที่จริงเขาตายไปแล้วล่ะเขาจะมาทำกรรมที่เป็นกรรมดีกรรมชั่วอะไรที่ไม่มีบุคคลไม่มีลูกไม่มีกายไม่มี ยานอยู่ในโลกที่จะรวมพร้อมครบขันธ์ 5 ที่จะมาทำอะไรแล้วเราก็เอาแต่สิ่งที่เขาได้ทำแล้วเป็นอดีตหมดกรองเอาส่วนดีดีอะไรล่ะที่เขาเหลือไว้ที่เราควรทำตามแล้วก็เอาสิ่งดีอันนั้นเรามาทำตามถ้าส่วนดีก็มีเขาดีกว่าเราในส่วนนี้มากเราก็ทำส่วนดีนี้ให้ได้ตามที่ส่วนดีที่เขาทำเอาไว้นั่นแหละเป็นสิ่งที่เหลือไว้เป็นสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ในโลกแต่สิ่งใดชั่วอย่าไประลึกเอามาโยนทิ้งของใครก็ตามโยนทิ้งหมดเพราะฉะนั้นเวลาคนตายเพราะยิ่งพยายามสรรหาความดีมาทำเป็นบันทึกในหนังสือเป็นอะไรไปเก็บเข้ามาส่วนดีส่วนไหนถ้าไม่นิยมเอาความชั่วมาบันทึกในหนังสืออนุสรณ์คนตาย จะกล่าวถึงประวัติก็จะต้องกล่าวถึงประวัติที่ดีที่ประเสริฐเอามาบันทึกไว้เพื่อให้คนเอายาหนังสืออนุสรณ์จึงมีแต่ส่วนดีส่วนชั่วนั้นทิ้งไปแล้วเราก็ถ้าจะรู้ได้ก็รู้รู้ว่าส่วนตัวก็มีแล้วเราอย่าไปทำตามแล้วไม่ต้องระลึกถึงให้มากส่วนดีที่ควรระลึกถึงและเราเป็นหรือยังถ้าเราไม่เป็นไม่ดีอย่างที่เขาเป็นเราต้องเป็นให้ได้เพราะผู้ใดที่ตายไปตายไปอยู่ก็คือผู้ที่ทิ้งส่วนดีไว้เสมอๆและคนก็จะต้องเก็บเอาส่วนดีนั้นเข้ามาพัฒนาต่อต่อต่อต่อต่อต่อต่อเสมอโลกจึงจะเป็นโรคพัฒนามนุษย์ถึงจะเป็นมนุษย์พัฒนาส่วนใดไม่ดีแล้วทิ้งทิ้งวางวางเลิกบัตรปล่อยนี่เราจะต้องใช้ปัญญาอย่างนี้รู้อย่างนี้เพราะในเพื่อนคนนึงเราจะทำแรกลงไปในเพื่อนคน แล้วจะเอาอะไรขณะนี้ร่างกายดินน้ำไฟลมเนื้อหนังมังสากระดูกประโยชน์อะไรไม่ได้แล้วถ้าคุณเองคุณจะเอามาเป็นครูคุณก็คงจะใช้เป็นครูไปแล้วพอเสร็จแล้วเสร็จก็คงจะเผาไปแล้วนั่นก็เป็นประโยชน์ส่วนเหลือของซากวัตถุคนเนี่ยที่จริงมันไม่มีประโยชน์อะไรเลยไม่มีประโยชน์ที่สุดเลยสู้กันไม้ก็ยังมีประโยชน์กว่าคงทนสู้กันโลหะก็ยังมีประโยชน์คงทนกว่าคนนี้พอได้ตายแล้วนะแหมประโยชน์น้อยที่สุดแล้วก็ไม่กินกันด้วยถ้าเป็นสัตว์บางทีกินนะถ้าเป็นคนไม่กินประโยชน์น้อยที่สุดเพราะประโยชน์ที่เหลืออาตมาก็เห็นด้วยว่าจะต้องเอาไว้ใช้เป็นครูนี่แหละก็เป็นจะวัตถุที่จะให้นักศึกษา แพทย์ทางหมอศึกษาเป็นประโยชน์ที่สุดจริงๆเพราะนอกนั้นไม่เห็นมีอะไรจะไปดองเค็มดองเปรี้ยวไปทำโน่นทำนี่อะไรก็ไม่เข้าท่าจะเอากระดูกนี้มาตัดออกไปไปทำดำพระก็ไม่ค่อยนิยมกันคนไร้ค่ามากคนเนี้ยจะได้ค่าหรือว่าจะเอากะโหลกศีรษะเอาไปขัดไปอะไรประดับประดามันก็ยังกระโดดขึ้นไปอยู่ไกลกะโหลกเสือเอามาประดับบ้านคนก็จะไม่เข้าบ้านเอามันไร้ค่ามากคนเนี่ยในด้านรูปประธรรมในด้านส่วนวัตถุในด้านดินน้ำไฟลมร้อนตัวนี้เมื่อเราทำประโยชน์ได้แค่นี้ก็แล้วไปจบเท่าที่จะได้ค่าส่วนนามธรรมหรือคุณธรรมของบุคคลผู้นั้นได้พึงประกอบจริงเป็นจริงนี่สิมันไม่บันทึกหรือมันไม่ตก มันไม่เป็นก้อนเป็นกำอะไรเอาไว้เหมือนอย่างกับก้อนดินธาตุดินธาตุน้ำธาตุไฟธาตุลมหรือว่าวัตถุเราจะต้องพยายามรู้พยายามเข้าใจกันไม่ได้ว่าคนคนนี้มีคุณงามความดีอันนี้อย่างนี้อย่างนี้ยิ่งและต้องมีปัญญาวิเคราะห์ลงไปด้วยว่าดีจริงๆนะไม่ใช่ดีปลอมปลอมไม่ใช่ดีแค่ขั้นต้นๆแต่ดีขั้นลึกซึ้งเชียวถ้าอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอาตมาจะขอยกตัวอย่างน่าจะได้ชัดเจนพระพุทธเจ้าปรินิพพานหรือตายตายไปแล้วตั้ง 2,500 กว่าปีเขาวิเคราะห์แล้ววิเคราะห์อีกซึ่งคุณงามความดีบันทึกไว้ตั้งแต่ไม่บันทึกไว้ช่วยกันจำเป็นภาษาช่วยกันบอกสืบทอดกันมาว่าพระพุทธเจ้าเป็นคนอย่างนี้มีกรรมกิริยาอย่างนี้เริ่มตั้งแต่ท่านตรัสรู้ดีรู้ชอบด้วยพระองค์เองและท่านก็ทำ นี่มาตลอด 45 พรรษาเป็นผู้ที่สั่งสอนอย่างนี้เป็นผู้ที่บอกว่าทำอย่างนี้นะเป็นดีแม้จะเป็นฆราวาสแม่จะเป็นคนชั้นนั้นชั้นนี้ก็ปฏิบัติคำกิริยาอย่างนี้ทางกายทางวจีทางมโนอย่างนี้นะดีสอนคนให้ถูกระบบขั้นตอนทุกระดับทุกชั้นและคนทำตามก็สบายจริงเจริญจริงวิเศษจริงแล้วพระพุทธองค์ท่านก็เป็นตัวอย่างจริงท่านพูดได้แต่ทำได้คุณงามความดีของท่านก็จะเสียสละหมดไม่กลับไม่สมไม่แบกไม่หาไม่หลงหอบหวงไม่หลงในลาภยศสรรเสริญไม่หลงในโลกียสุขโลกียสุขนี่แหละคำนี้แหละซ้ายที่สุดเป็นผีเป็นตาบานตัวร้ายมากคำว่าโลกียทุกคนหลงมันหัวปรับหัวปรับถ้าไม่ได้มัน ยังไม่ได้มาเจ็บไม่ได้มาเป็นผู้เสพสมไม่มีโลกียสุขแล้วดูมันเหมือนไร้ค่าชีวิตแท้จริงแล้วกลับตรงกันข้ามถ้าเราไม่ต้องไปหลงในโลกียสุขเราจะเป็นคนที่มีค่าเพราะเราจะไม่ต้องไปบอกแล้วว่าจะไปรู้ว่าไปตรึมแต่แค่จะต้องไปเก็บตรงหัวใจจะลงทะเบียนเราจะเป็นคนอิสระมีแรงเต็มมีพลังงานครบไม่ต้องเอาพลังงานนั้นเป็นลูกของแม่นิดนึงเลยพลังงานนั้นเราก็เอามาฝากกันมาเป็นแรงผลิตแรงกล้าสร้างอะไรก็ได้ที่เรารู้แต่มันยาวว่าสิ่งนี้ควรเติมสร้างเราจะได้แรงแต่ไม่ต้องไปมัวแต่สูงสุดสมควรจะเสร็จสมบูรณ์เมื่อไหร่คุณก็จะต้องเอาส่วนเอาเวลาเอาแรงงานเอาแคลอรี่อะไรของตัวเองเข้า ถ้าใครกู้กลับคืนมาได้ไม่ต้องไปหลงบริการจะต้องให้เกิดอารมณ์โรงเรียนสุขคนนั้นยิ่งกลับเป็นผู้มีแรงมากจนกลับกันเป็นที่เราคิดแล้วถ้าผู้ใดเห็นได้ชัดว่าเราไม่เอาเราไม่สะสมโลกีย์จะตกที่เขาสร้างมาอย่างนี้ต้องฝึกอย่างนี้สบายอารมณ์อย่างนี้ก็ต้องเป็นอย่างนี้ไม่ต้องมีอย่างนี้อย่างโลกผู้ใดรู้ได้คนนั้นเลิกมาได้มากมากมากมากมากมากมากมากมากมากมากเข้าใจผู้นั้นยิ่งเป็นผู้ที่แข็งแรงและมีค่าที่สุดเป็นชีวิตที่มีคุณค่ามากในชีวิตที่มีคุณค่าจริงๆเพราะฉะนั้นอย่าพัฒนาและพระพุทธเจ้าท่านไม่ติดโลกีย์สุดเลยถ้ามีเวลาวันหนึ่ง 24 ชั่วโมงพักผ่อนกี่ชั่วโมง แม่นอนพักผ่อนกี่ชั่วโมงก็ยังถอนเทวดาถอดทิ้งคำว่าสอนเทวดาไว้อย่าเพิ่งอธิบายกันช่วงนี้นะใครจะซักในโอกาสหน้าก็ค่อยกลับคือถ้ายังทำงานหมายความว่างั้นก็แล้วกันแม้แต่ 4 ชั่วโมงที่พักผ่อนก็ยังทำงานนอนหลับพักผ่อนไปเสียหายใจยาก 4 ชั่วโมงตื่นมาตั้งแต่ต้นตื่นก็เริ่มทำงานไปเรื่อยๆตามเหตุปัจจัยตามส่วนที่มันจะอยู่แวดล้อมที่จะกระทำงานได้เขายังไม่ตื่นกำลังจะไปส่งเขามาทำงานไม่ได้เวลาต้องตื่นยามสามมันก็ยังดึก 02:00 น ก็ตื่นแล้วเนี่ยคนก็ยังนอนอยู่เป็นสุขก็มาทำงานอยู่บริเวณกันใหญ่ท่านก็ทำงานส่วนที่ท่านจะทำคนเดียวก่อนหรือกับผู้ที่ตื่นขึ้นมาทำงานร่วมกันได้แล้วก็ทำด้วยกันร่วมกัน อย่างนี้เป็นต้นท่านทำงานอยู่อย่างนี้เป็นกิจวัตรวันหนึ่ง 24 ชั่วโมงถ้าทำงานตั้ง 21 ชั่วโมงแม้แต่นอนกี่ชั่วโมงยังทำงานอีกคือตอนเทวดาถ้าเรื่องอย่างนี้ฟังโดยคิดเพลิดเพลินแล้วก็รู้สึกกับพระพุทธเจ้านี่แทบเป็นไปไม่ได้แต่ถ้าใครรู้ความจริงแล้วจะเห็นว่าเป็นไปได้เพราะว่าการทำงานของพระพุทธเจ้าเป็นการทำงานที่มีพรรคและมีเพียรในตัวซึ่งเป็นความลึกซึ้งผู้ที่ทำได้ก็มีนี่แหละในตัวมีพักผ่อนอยู่ในตัวเพราะถ้าไม่ได้ทำอย่างเคร่งถ้าไม่มีจะทำอย่างโลกถ้าไม่ได้ทำอย่างถูกต้องอย่างที่เรียกว่าจะต้องรักษาท่านทำไปรษณีย์ผู้โดยสารแต่โดยสัจธรรมและ ทำแล้วไม่ยึดเอาเป็นของเราเลยทำตัวได้เสร็จปล่อยเลยปล่อยเลยไม่เจ็บสักตัวไม่เสพสักตัวทำแล้วปล่อยทำแล้วปล่อยทำเสร็จก็จบจบรู้จบจบแล้วเลิกจบจบแล้วเลิกท่านจึงเป็นผู้ที่มีพลังงานไม่วนเวียนเป็นพลังงานพรรคอยู่ในตัวจึงไม่เมื่อยอาตมาพูดอย่างนี้ก็อาจจะเข้าใจได้บ้างแต่อย่างอาตมาแน่ใจว่ายังไม่เข้าใจละเอียดนะยังไม่เข้าใจอะไรดีและต้องมีของสิ่งที่เราเองและที่สุดจริงเราจึงจะเข้าใจแล้วเอี๊ยมๆมันยังมีการผ่อนอยู่ในตัวจึงไม่จำเป็นที่จะต้องไปผ่อนไปพักผ่อนโดยที่คุณคิดว่าคุณพักผ่อนเราทำงานเครียดมาให้มาแล้วเราก็นึกว่าเราจะไปพักแต่เปล่านะถูกโลก คุณไม่ค่อยได้พักผ่อนหรอกคุณทำงานอยู่เต็มที่ในขณะนี้นะอยู่ที่ในบอร์ดในไหนก็แล้วแต่พอเสร็จแล้วบอกว่าจะพักผ่อนพอลงจากหมดไปหมดชนิดอยู่นู้นไม่ใช่พ่อนะเพิ่มเพิ่มนะเงินปากเลยแคลอรี่จ่ายหนักกว่าเก่าเพราะเดี๋ยวก็เปลี่ยนเลยจะโง่นะไม่ใช่ฉลามหรอกไม่ได้ฉลาดเลยอาตมาพูดอย่างนี้อาจจะไปขัดใจบางคนบอกหมายของคนชั้นชอบคุณคุณไปหลงไปอัตตาไปแล้วว่าคุณจะต้องเสพอย่างนี้ก็คนก็ไม่ดีกว่านี้เลยก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรในชีวิตในโลกเค้าสร้างกันได้แต่อันนี้เป็นสิ่งมีชีวิตที่สร้างขึ้นมาในโลกและคนก็ไปหลงโรงงานแล้วก็ไปติดแล้วก็เอาเวลาส่วนหนึ่งไปทำอย่างนั้นแล้วก็จ่ายแคลอรี่มันมาจ่ายมากนะไม่ใช่จ่ายน้อยน่าเสียดายเพราะแคลอรี่เหล่านี้เราจะเอามาเป็นประโยชน์อื่นก็ได้ถ้าท่านที่ตัวเองบอกว่าจะพัก จะผ่อนจากที่มันหนักงานหนักกลับไปทำงานที่หนักยิ่งกว่านี้ไม่เรียกว่าโง่ก็ไม่รู้จะเรียกว่าไงฟังดีๆนะเนี่ยไม่อยากจะมาว่าแดกดันหรือว่าประชดประชันจะมาพูดสัจธรรมความจริงที่คนเดี๋ยวนี้มันไม่เข้าใจอย่างผู้ชายบอกว่าจะพักผ่อนทำงานอยู่ดีๆมันก็ไม่เอาไปได้เลยทำดีก็ยังพอไปได้นะจะพาเราก็บอกจะพักผ่อนก็โดนลงสนามบอลเตะวิ่งวิ่งวิ่งวิ่งวิ่งวิ่งวิ่งวิ่งพร้อมให้ก็แค่ลูกบอลมานี่นะขนาดที่ลูกบอลมากำลังแข่งกันอยู่นี่นะคุณก็อาจจะมาก็เคยเตะบอลมันจะตายถ้ามันแรงมันจะไม่ไหวแล้วขามันจะยกเว้นถ้าเป็นงานแล้วถ้าคุณเหนื่อยขนาดนั้นจริงๆอยากจะมาเขาบอกให้เลยถ้ามีการทำงานมันก็เมื่อยขนาดนั้นน่ะคุณหยุดตั้งนานแล้วคุณไม่นั่งฝืนใจทำหรอกแต่คุณ คุณหลอกว่ามันต้องเอามันต้องชนะมันต้องซัดเข้าไปให้ได้มันบ้ากันนะกำลังภายในมีเท่าไหร่ก็พยายามดันออกมาใช้กันออกมาใช้กันออกมาใช้เพราะฉะนั้นบางคนเสร็จแล้วถามถามจริงๆบางคนแก้แทบไม่ฟื้นแล้วบางคนถึงตายได้ก็เพราะว่ามันหมดกำลังมันหมดจริงๆนะนี่คือการหลงทางนั้นคือการที่ไม่รู้ความเป็นจริงในโลกและเราถูกหลอกมาอย่างนี้มากการละเล่นของพระพุทธเจ้าท่านเรียกว่าอบายมุขเป็นทางการชิบหายเดี๋ยวนี้กำลังครองโลกมากอาตมากำลังสู้ไม่ไหวแต่อาตมาต้องสู้เพราะว่าเป็นสัจจะที่เลวจริงๆพระพุทธเจ้าตรัสเป็นคำจริงพระพุทธเจ้าไม่เคยหลอกใครมีความบริสุทธิ์ใจและอาตมาก็เห็นความจริงและอาตมาก็เห็นอยู่เดี๋ยวนี้ก็เห็นเดี๋ยวนี้กำลังครองบ้านครองเมือง เกมเลิกการละเล่นเลวที่สุดคือมวยเพราะว่ามันทำให้เห็นที่สุดเป็นการสร้างจิตวิทยาที่เหนียวที่สุดทำให้คนอำมหิตคนมันควรจะปราณีกันควรจะใครล้มควรจะเอาลุกขึ้นเพื่อที่ไหนควรปรับช่วยกันนี่เอาเข้าไปโชว์บนกลางที่เลยแล้วก็ขึ้นแรงๆไล่ลงเวทีด้วยที่อยู่ที่ว่าน้ำจิตน้ำใจเป็นยังไงมันเสริมความอำมหิตความโหดร้ายที่จะเห็นคนฆ่าคนที่จะเห็นคนทำร้ายต่อกันและกันชินชาได้ชาเพราะฉะนั้นการฆ่าคนทุกวันนี้มันกลายเป็นการได้เป็นเรื่องของการเดินทางไปคือพวกเราไปเรียนก็ไม่รู้เรื่องการต่อสู้กันด้วยกายนั้นไม่ใช่มนุษย์ปัญญาเดี๋ยวนี้ จะทำอย่างนั้นอยู่จึงเหลือเชื้อของมีเวทีชกที่ไหนคนไปติดตามดูคนอย่างนั้นจงดูแต่พวกนั้นน่ะคือพวกมันไปเรียนที่หลงหลงเหลืออยู่ในสังคมของประเทศไทยวิธีการในใจของเขาเหมือนกันช่วยเหรียญหรือว่ามงกุฎอะไรก็แล้วแต่แล้วก็เอาเงินมาพนันพนันกันทั้งบ้านทั้งเมืองพนันกันอย่างผิดกฎหมายถ้ามีมวยแล้วก็ตำรวจเฉยๆใครจะพนันนอกบ้านนอกเมืองนอกที่นอกทางพนันกันได้โดยไม่ผิดกฎหมายที่ดูดีแม้แต่กฎหมายก็ยังถูกละเมิดไม่ได้ด้วยความหลงระเริงหลงไปหมดแล้วเดี๋ยวมีข้อความส่งไปทางโทรศัพท์แรงงานสูญเสียหมดเลยคุณรู้ไหมว่าเดือนนี้มวยตู้นี้ส่งไปต่างจังหวัดเป็นไง คนหยุดทำงานแรงงานของพวกสันหลังของชาติต้องมาเกาะตู้ดูโทรทัศน์สูญเสียเท่าไหร่และพนันนะไม่ใช่ในพนันเป็นความเลวที่สุดเลยในสังคมเพราะการละเล่นอื่นๆก็เหมือนกันการละเล่นอาตมาชี้ว่าเรื่องมวยนี่มันอำมหิตทางด้านจิตวิทยาถ้ามีทุกอย่างแล้วมันเลวทุกอย่างทั้งก่อการพนันทั้งโหดร้ายไม่ดีทั้งนั้นแหละและอื่นๆก็เป็นการละเล่นกินเร็วตามตามกันมาอีกเยอะถ้าอาตมาจะพูดถึงเรื่องนี้ก็จะต้องไปพูดที่กรมพละศึกษาและความรักศึกษาศาสนาก็จะต้องสัญญากันก่อนว่าจะฆ่ากันมานะกว่าอาตมาจะพูดถ้าไม่สัญญาอย่างนั้นแล้วก็ส่งผลการศึกษาอาจจะรำคาญก็คือไปพัฒนาอบายมุข หมายความว่าสร้างพละกำลังไม่ใช่เอาความหลังไปทิ้งสัมภาระศึกษาหมายความว่ากำลังภาระศึกษาเรื่องกำลังเรื่องอนามัยพลานามัยแต่กลับที่จะเอาพลังไปทิ้งจึงกล่าวด้วยนะที่ตีด้วยทิ้งไปโดยการพนันด้วยยิ่งไกลทิ้งไปโดยการที่สูญเสียเป็นประธานอย่างนี้ไม่ใช่พัฒนาเราอย่างนี้เราโง่เราโง่ลงนะที่พัฒนายิ่งสารวัตรเตี้ยลงจึงใช้ไม่ได้เพราะทุกวันนี้ความเข้าใจของเรามันเลยเถิดความเข้าใจมันมันไม่ฉลาดมันเลยเกิดไปอีกโดยเป็นหลงเหยื่อล่อไปหลงโลกความมันความอร่อยความเป็นอันตรายนี่แหละมันทำให้ทุกอย่าง คนสูญเสียได้อย่างนี้เยอะอย่างมากก็มากแต่เราจะต้องมากู้กลับให้หมดผู้กลับมาการกู้กลับเอาสิ่งที่จริงแล้วสิ่งที่ฉลาดนี่กลับคืนมาเราจึงจะเป็นผู้ที่มีแรงเต็มมีภาระพรรณาไม่ดีคนไม่ต้องเล่นกีฬาอย่างพระเนี่ยพระพุทธเจ้าได้สร้างวินัยได้สร้างกฎระเบียบอะไรไว้แล้วไม่จำเป็นจะต้องไปทำอย่างนั้นหรอกก็แข็งแรงทำงานได้สมส่วนส่วนการที่จะทำงานได้แข็งแรงตามสภาพของเขาก็จะเป็นผู้ที่จะต้องแบบต้องฝึกต้องหาต้องหาเขาก็ทำไปเดี๋ยวมันก็ชินเดี๋ยวมันก็จะต้องรู้มันมีทักษะมันมีเอวมันมีอะไรต่างๆที่มันจะต้องรู้เองอ่ะแล้วมันก็เกิดการชำนาญเกิดการใช้พลังงานได้ถูกกับส่วนถูกเหลี่ยมมุมมันก็จะได้แข็งแรงมันก็จะ รูปที่สมส่วนไม่เปลืองมันจะทำของมันเองไปตามหน้าที่ตามการงานของแต่ละบุคคลเพราะผู้ใดไม่ต้องก็ไม่ต้องแต่เราก็ไม่ดูดายเสียทีเดียวว่างๆก็ฝึกตั้งเล็กน้อยไอ้นี่ไม่ฝึกบ้างเล็กน้อยเลยทำกันเป็นประจำเลยเอาเป็นส่วนมากแล้วทำอะไรติดรถทั้งๆที่อาชีพไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลยต้องไปออกกำลังต้องไปฝึกไอ้สิ่งอย่างนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นแล้วก็ไปพัฒนาสิ่งที่ไม่ศรัทธาคนที่คิดหาทางค้าของครับลุงไปเรื่อยแต่ก่อนการตีเส้นนี้ไม่ต้องแต่งชุดหรอกลูกก็ถุงลงก็ได้เดี๋ยวนี้ต้องมีชุดเพราะมันสร้างกันเป็นแฟชั่นโชว์กันแล้วก็ขายของแล้วก็ขายแล้วก็รอกันซื้ออย่างนี้ถึงจะเท่ที่จะประสานดูกันไปก็เปลืองเปล่ามีเป็นต้น อันอื่นเหมือนกันมีนัยยะสืบโยงต่อเชื่อมไปในทางเปลืองเปล่ามีทั้งหมดเพราะถ้าเรามาเรียนรู้เราก็จะรู้สงวนเอาแรงคืนมาเอาทุนรอนคืนมาเอาเวลาคืนมาอาตมาได้พยายามวิเคราะห์แล้วก็สรุปลงแล้วว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เราเองเสียหายมากที่สุดโดยที่ไม่รู้เป้าก็คือ 1 เวลาของคุณ 3 แรงแรงกายตีแรงสมองที่เราจะต้องกู้กลับคืนมาเป็นความสูญเสียมหาศาลคนไปเสียเวลาก็เอาเวลาไปบำบัดเอาเวลาไปบริการตนเองอย่าไปพูดถึงว่าเป็นบริการคนอื่นเลยเป็นภาพใช้คนอื่นแต่อย่างนั้นน่ะยิ่งยิ่งสวยหนักเข้าไปใหญ่ ตอนนั้นเราก็ยังบริการตัวเองด้วยเวลาเราเสียทุนทุนที่จะต้องไปประกอบกับสิ่งที่มันจะต้องใช้ทุนอะไรก็ตามแต่ทุนที่เป็นวัตถุทุนที่เป็นเงินทองส่วนที่เป็นของต้องแลกต้องเปลี่ยนอะไรก็ตามใจแม้กระทั่งทุนที่เป็นแรงจริงๆแรงกายและแรงสมองที่จะต้องใช้เราเอาไปสูญเสียเปล่าๆเยอะกว่าเยอะเพราะถ้าผู้ใดวิเคราะห์ถึงจุดอย่างนี้ได้แล้วก็อย่าเอาความสูญเสียต่างๆตรงนี้คืนมาเราจะเป็นคนเจริญเป็นชีวิตที่มีคุณค่าเป็นผู้ที่จะได้ค่ามากที่สุดเลยจะเป็นผู้สร้างสรรค์ไม่เสียหายอย่าไปพูดที่เอาแรงงานมาใช้ผลิตมาใช้กระทำตามหน้าที่ตามความชำนาญของเราที่จะเป็นประโยชน์ในโลกถ้าเราเป็นหมอเราก็จะได้ทำงานบ้านหมอ อย่างมากแทนที่จะเอาเวลาไปเข้าท่านะเราจะเป็นผู้ที่ทำได้ผู้ใดรู้การงานที่พักผ่อนไปในตัวผู้นั้นก็จะทำงานได้มากไปได้เรื่อยๆถ้าไม่โหมแรงกันมากๆมันก็ทำได้น้อยยิ่งเอาแรงไปจ่ายอื่นที่ไม่เข้าท่ามันก็ยิ่งไม่เข้าท่าใหญ่สูญเสียใหญ่ชีวิตก็ไร้ค่าใหญ่อาตมาเ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive