571108_เอื้อไออุ่นศิษย์เก่าสัมมาสิกขาปฐมอโศก งานมหาปวารณา ๕๗.doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
571108_รายการเอื้อไออุ่นศิษย์เก่าสัมมาสิกขาปฐมอโศก ในงานมหาปวารณา 57 โดย พ่อครูโพธิรักษ์
พ่อครูว่า… อาตมาเป็นพระ มีหน้าที่เทศน์ ถ้าพวกเราบอกว่าวันนี้เฮงชะมัดโดนแม่เทศน์ให้ ก็แปลว่าโดนด่า โดยความหมายแล้ว การเทศน์คือการสอน แม่ด่าคือแม่สอน แม่จะด่าไปทำไม พ่อแม่ก็ต้องการให้ลูกดี ด่าเพื่อใช้ลีลาเพื่อให้ลูกรู้สึกตัวว่าไม่ดีต้องแก้ไข ไม่ว่าชาติไหน พ่อแม่ เวลาไม่ได้ดังใจก็ด่าหรือดุแรงๆ ดุเพื่อจะให้ดี คนคือสัตว์สังคม สัตว์โขลงแล้วมีจิตที่สัมพันธ์กันแล้ว เมื่อมีความสัมพันธ์ยิ่งผูกพันธ์เมื่อเจอกันแล้วก็มีภาวะดูดดึงชื่นใจ เป็นธรรมชาติของคน คนมีสัญชาติญาณเลยไม่ใช่วัฒนธรรม เดรัจฉานมีสัญชาตญาณแต่ไม่มีวัฒนธรรม แต่คนมีวัฒนธรรม ทั้งสัญชาติญาณที่เป็นวัฒนธรรม เมื่อคนเรารู้จักกัน ผูกพันกันมาก ห่างกันไปนานๆจะรู้สึกยินดีปรีดา แต่ซ้อนลึกกว่านั้น การมีพลังรวมของมวลชน รวมเป็นคณะทำงานสร้างสรรเกิดประโยชน์ก็เกิดมวล เกิดพลังงานร่วมรวมกันมาก คนก็ยิ่งมีค่ามีประสิทธิภาพมาก การได้ชื่มชมยินดีก็ธรรมดา ยิ่งร่วมกัน อย่างชุมชนชาวอโศกก็อยู่ร่วมกันตรงนี้ สมาชิกก็อยู่ร่วมกัน ดูง่าย เพราะอโศกมีวัฒนธรรมสาธารณโภคีเป็นครอบครัวใหญ่ เลี้ยงดูกัน มีแต่ต้องการให้เจริญ แล้วอยู่ร่วมกันพัฒนากันด้วยวิธีใดก็แล้วแต่ ที่เราจะให้เกิดการเจริญ มีสัมมาอาชีพร่วมกันก็เกิดหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด ประเทศ ไปตามลำดับ ยิ่งพวกเรามีระบบสาธารณโภคี ก็อยู่รวมสร้างสรร พึ่งเกิด แก่ เจ็บตายกันได้ เป็นวัฒนธรรม พฤติกรรมสังคม ซึ่งอาตมามั่นใจว่าสังคมทุกแห่งของโลกต้องการสาธารณโภคี แต่ความเห็นแก่ตัวเขามาก เขาไม่กล้าจะเสียสละให้กองกลางเพราะเห็นแก่ตัว ส่วนสาธารณโภคีมีทิฏฐิสามัญตาว่าจะร่วมกันทำเช่นนี้ เราไม่ได้บังคับใครมาทำแบบนี้ ถ้าใครอยู่แล้วไม่เต
อ่านต่อ
็มใจพอใจก็ลาออกไปอยู่กับสังคมอื่นก็ไม่มีปัญหา หรือถ้าคุณเอง องค์รวมเขาเห็นว่าไม่ให้อยู่แล้ว เขาก็ให้ออกไปเป็นธรรมดาธรรมชาติ จนตั้งเป็นกฎหมายของประเทศ คนนี่เป็นสัตว์สังคม ให้อยู่ดูกันแล้วมีพฤติกรรม ปัญญา เข้าใจ ให้รู้ว่านี่สุดยอดแล้ว เสียภาษี 100 % ตนเองทำได้ก็ไม่เอาไว้กับตัวเลย ให้กองกลางไปหมด เสียภาษี 100 % ซึ่งยังไม่มีสังคมไหนทำได้ มีแต่ประเทศอโศกเท่านั้นทำได้ เราก็พึ่งแก่พึ่งเจ็บพึ่งตายกันได้ เกิดจากเหตุคือจิตวิญญาณ และลดกิเลสได้จริง ถ้าลดไม่ได้ก็อยู่ไม่นาน ฝืนข่มเดี๋ยวก็ระเบิด แม้นานไม่แตกก็จะรวนเรวุ่นวายในสังคม แต่ของเราอาตมามั่นใจว่าจะไม่รวนไม่วุ่นวายเพราะจิตวิญญาณเราลดความเห็นแก่ตัวมักได้ จนเป็นอาริยบุคคล ไม่หลงในโลภ โกรธ อยู่ช่วยสร้างสรรกันไป ตายก็เผาช่วยกันไป ไม่ต้องห่วง พวกเรานี่อยู่ไปใครได้มากหรือน้อยก็แล้วแต่ อยู่กับโลกก็แย่งชิงลาภยศสรรเสริญสุขในโลกหรือผลิตเองก็หมุนเวียนในระบบโลกเขา แต่ในสาธารณโภคีก็ทำงาน ทางโลกก็ทำงาน แต่ว่าไม่เหมือนกัน ชาวอโศกมีมานานแล้วหลายสิบปีแต่เขาก็ดูไม่ออก เขาก็สงสัยว่าคนพวกนี้อยู่ได้อย่างไร? เขาอยู่กันอย่างญาติธรรมเป็นพี่น้องกัน รู้จักคำว่า กงสีไหม? แต่กงสีเขายังแยกออกไป แบ่งสมบัติส่วนกลางออกไปได้ แต่ของสาธารณโภคียอดกว่านั้นที่ไม่มีใครแบ่งเอาไปได้เหมือนกงสี ทรัพย์สินของระบบสาธารณโภคีจึงไม่มีสลายเลย สมาชิกของชาวสาธารณโภคีจะมีที่ดินก็เพ ิ่ มขึ้นๆ จะมีอสังหาริมทรัพย์ สังหาริมทรัพย์ก็จะเพิ่มขึ้น คนทั้งโลกก็ต้องการ และมีคนทำสำเร็จแล้วเป็นหมู่กลุ่มอโศก ทุกวันนี้เขาไม่รู้ว่าอโศกเป็นอย่างไร แต่เขาก็ไม่กล้าทำลาย ลึกๆเขาก็รู้ว่าดี ไม่รบกวนใคร ช่วยสังคมด้วย เราออกไปทำงานกับสังคมหลายงวดแล้ว การมารวมกันแล้วก็ถามไถ่กัน ใครเดือดร้อนก็ช่วยกันหรือใครพอช่วยกันได้ก็มีน้ำใจช่วยกัน อาตมาพยายามให้สร้างให้เป็นญาติธรรมกัน ไม่ใช่แค่มิตรหรือเพื่อน ให้พึ่งแก่ เจ็บตายกันได้ ถ้าได้ขนาดนั้นก็เข้าเป้า เข้าโกลด์เลยนะ อยู่อโศกได้มีหลักพื้นฐานอะไรตอบกันได้ไหม? ละอบายมุข กินมังสวิรัติ ถือศีล 5 ยิ่งได้อาริยคุณ เป็นอาริยบุคคล โสดาฯ สกิทาฯ อนาคาฯ อรหันต์ได้ยิ่งดี พวกเราออกไปจากอโศกแล้วก็ชำเลืองแลกลับมามองอโศกบ้าง? ว่าอโศกเจริญหรือเสื่อมลง ...อโศกเจริญล้ำหน้าไปอีกอย่างAdvance ด้วย ของโลกเขาสมบัติผลัดกันชม เขามุ่งไปรวยพยายามให้ยั่งยืนแต่ก็ได้ชั่วคราว แต่ของอโศกใครจะรวยหรือจน แต่อโศกมันจนท่าเดียว ใครเคยสะดุดใจไหมว่าทำไมในหลวงต้องตรัสว่าประเทศเราบริหารแบบคนจน พวกเราจนนี่แหละจะไปช่วยพวกคนจนกันได้ แต่คนรวยเขาก็ไม่ช่วยใครหรอก ไม่ใช่แค่ความคิดเพ้อฝันด้วย เป็นเรื่องจริง และเป็นไปได้แล้ว สังคมโลกยุคนี้เป็นยุคปัญญาสูงสุดแล้ว เขาหาทางออกมานานแล้ว แต่ยังไม่เจอทางออก ที่เราทำนี่ชาวอโศกทำสาธารณโภคี มัน Advance ปราชญ์ในโลกเขาก็ยังรู้ไม่ถึงอันนี้ เขางงๆ เพราะลึกๆเขาว่าคนจนจะมาช่วยคนได้อย่างไร? สามัญสำนึกธรรมดาคนก็คิดไม่ออก แล้วคนจนจะมาช่วยคน คนจนก็ให้เลี้ยงตนเองให้ได้ก่อนเถอะ แต่เขานึกไม่ออกว่าเราคือคนจนมหัศจรรย์ เรามักน้อย เรากินน้อยใช้น้อย ลดกิเลส แต่แรงงานสร้างสรรเราทำได้เกินกว่ากินกว่าใช้อยู่แล้ว และเราไม่เปลืองไปกับการละเล่นบันเทิง ชาวอโศกที่เป็นอาริยะแล้ว ก็ไม่ตื่นเต้นกับเขา ไม่ไปเสพขี้หมาพวกนี้หรอก มันรู้ว่าอารมณ์โลกีย์ มันจะจัดจ้านไปเรื่อยๆ สักวันจะมีคนเตะบอลโลกที่ช็อคตายคาสนาม เป็นพลังงานที่สปาร์คมาก จนหมุนเวียนไม่ทันก็ตาย ตอนนี้ไม่ถึงขั้นนั้น มีแต่ตีลังกาตกคอหักตายเมื่อมันเตะเข้าโกล ์ แล้ว อย่างคนเชียร์ก็ช็อคตายคาสนามมาแล้ว และย ิ่ งคนเตะเข้าเองก็จะยิ่งช็อคมาก เป็นปฏิกิริยาของจิต จิตเป็นพลังงาน มีไคลแมกซ์ จะสปาร์ค ไคลแมกซ์ก็จะดูดดึงพลังงานไปใช้มากทันทีทันใด พลังงานก็จะตกฮวบทันที พลังงานจะไปสูบฉีดไปถึงหัวใจไม่ทันก็ตาย ซึ่งมันไร้สาระ มาล้างรสโลกีย์ให้ได้ ทำได้แล้วก็ไม่ห่อเหี่ยวเบิกบานร่าเริง อาตมาไม่เห็นว่าอาตมาจะห่อเหี่ยวอะไร มันเบิกบานโดยสัจจะด้วย ไม่เบิกบ้านโดยร่าเริงที่ได้บำเรออารมณ์อยากเลย แต่นี่มันสดชื่นโดยถาวร ไม่ต้องเหนื่อยอีก ตัดฉาก....ตั้งต้นใหม่ คน จะเกิดอีกกี่กัปป์ อีกกี่กัลป์ก็ตาม ชื่อว่าคน สุดท้ายจริงๆแล้วก็จะมาได้คุณธรรมอันนี้ มาเป็นอรหันต์ ผู้ที่เป็นอรหันต์แล้วคือคนประเสริฐที่สุด อรหันต์นั้นไม่ใช่ตายแล้วสูญ จะไม่สูญก็ได้ แต่จะมีแต่ทำกุศลไม่ทำบาปอีกแล้ว จะเกิดอีกเมื่อไหร่ก็ได้ ถ้าใครไม่หันมาทิศนี้ก็ต้องตกนรกขึ้นสวรรค์ปลอมอีกนานเท่านาน ไม่เข้าใจว่าทางออกของมนุษย์คืออันนี้ดีที่สุด ใครยังอยากวนเวียนในนรกและสวรรค์ลวงก็เอาเวลาไปอยู่ทางโน้นเถอะ แต่ถ้าอยากใฝ่ธรรมก็มาทางนี้ได้สัก 5 วันก็เชิญหรือถ้าสนใจจะมาสัก 100 วัน 200 วัน อาตมาว่าคุณเจริญจริงๆจึงมีความคิดเช่นนั้น ดีไม่ดี คนจบแล้วก็มาอยู่ที่นี่ ที่นี่ไม่ได้จ้าง ก็มีข้าวให้กิน ดินมีเดิน พี่น้องมีเสร็จ เห็ดมีเก็บ ป่วยเจ็บมีคนรักษา ขี้หมามีคนช่วยกวาด ผ้าขาดมีคนช่วยชุน บุญก็ต่างคนต่างทำเอา มากันมากก็ฟังไว้ พวกเราอายุสูงสุดเท่าไหร?... 37 ปี ยังไม่ 40 ปี อาตมาจะอยู่ไป 151 คืออีก 71 ปี คนอายุมากที่สุดก็อายุบวกไปอีก 71 ก็ 108 ปี อาตมาจะฉลองครบ 36 ครบ 3 รอบ อาตมาอยู่ทางโลกมา 36 ปี ตอนนี้เข้าครบรอบ 2 แล้ว ตอนนี้ย่างเข้า 36 รอบที่ 3 แล้ว จะอายุ 108 ปี พวกเราก็บวกอายุไปอีกนะ สูงสุดพวกเราก็ 108 ปี ถ้ามาอยู่ในนี้ทันอยู่ได้ แต่ถ้าไปอยู่ข้างนอก ตายก่อน ไม่ได้แช่งนะ ใครคิดว่าตนเองจะอยู่ได้ 108 ปี ข้างนอกน่ะ … แต่คนอยู่ในชุมชนอโศกหลายคนเชื่อว่าจะอยู่ได้ มันมีเหตุผลนะ นี่ไม่ใช่มาเล่านิทานนะ เป็นสัจจะ ขอย้ำสุดท้ายพวกเราต้องรู้ว่ามนุษย์เป็นสัตว์โขลง ยิ่งเรารู้ว่าทิฏฐิของพระพุทธเจ้า นิพพานคืออะไร เป็นต้น คนเราจะมุ่งหมายนิพพานต้องทำอย่างไร ในสังคมที่เป็นสังคมคนสุดยอด เมื่อเช้าใครฟังเทศน์อาตมาบ้าง ในโลกเขาต้องการสังคมแบบนี้แหละ ในหลวงว่าเราไม่ต้องเอาก้าวหน้าแบบเขา ก้าวหน้าอย่างเขานี้เป็นการถอยหลังอย่างน่ากลัว ในหลวงเป็นโพธิสัตว์ท่านตรัสมาคนฟังไม่รู้เรื่องหรอก คนเขาไม่กล้าพูดว่าไม่รู้เรื่อง ไม่พอท่านยังตรัสอีกว่า ขาดทุนคือกำไร Our loss is our gain เจตนาใช้ภาษาอังกฤษให้รู้กันทั่วโลกด้วย เขาฟังกันไม่เข้าใจ ในหลวงท่านไม่ได้พูดเล่นนะตรัสกับมหาประชาชนด้วย อย่างโลกีย์อย่างเก่งก็ได้แค่รำ่รวยมีอำนาจมากแต่ไม่ได้ช่วยใคร แต่พวกเรานี่ผ่านมาเป็นลูกหลานด้วย อย่าใกล้เกลือกินขี้ ถ้าเราไม่เคยผ่านไม่เคยรับรู้สัมผัสเลยก็แล้วไป แต่นี่สัมผัสอยู่ร่วมกันหลายปี แต่ก็ใกล้เกลือกินขี้ ...เจ็บบ้างไหมนี่ พูดให้สะดุ้งสะเทือนหากไม่สะเทือนก็เกินไป จะด้านจะแข็งเกินไปแล้ว หมัดนี้หมัดฮุกแล้ว สุดท้ายแล้ว อัปเปอร์คัทแล้ว ถ้าไม่รู้สึกก็พอแล้ว อาตมาหมดแรงแล้ว ก็ไปคิดดีๆ อายุพวกเราก็พอเป็นไปได้ยังไม่แก่เกินแกงหรอก อย่างน้อยที่สุดอย่าทิ้งธรรม ศีล 5 เป็นต้น เลี้ยงตนให้รอดในศีล 5 แม้ใจเรายังไม่ได้หมดก็ตาม มันเป็นวิบากจริง ถ้าเราได้โลกุตรธรรมนี้ไปบ้าง อย่างน้อยถือศีล 5 ได้ก็ไม่สั่งสมวิบากบาปให้แก่ตนก็ดีที่สุดแล้ว ศีล 5 นี้ไม่มีทุจริตนะ อย่าทุจริตใดๆ นั่นคือคำรวมของศีล ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่เอาของใคร ผัวเดียวเมียเดียว ไม่พูดปด ต้องรู้ว่าอันไหนมอมเมาระดับหยาบก็ต้องเลิก โลกีย์นั้นเราไม่ควรสั่งสมใส่จิต เราต้องสะสมอาริยทรัพย์ ซึ่งโลกียทรัพย์ไม่ไปกับเราหรอกแม้เราได้เงินห้าล้านๆมันก็เอาไปไม่ได้ ต่อให้ได้มาอย่างสุจริตหรอก ให้ลูกให้หลาน ไม่ต้องเอากงเต็กหรอก เผาธนบัตรแท้ให้ปู่ไปเลย มีตั้ง ห้าร้อยล้านบาทมันไปไหมล่ะ ก็ไม่โง่เผากันสักคน มันไม่ใช่ทรัพย์ติดตัวเรานอกจากวิบากกรรม แม้แต่อารมณ์สุขก็ตามอย่าไปหลงให้มันหลอกกันมาก
ใครอยากจะถามอะไรส่งท้าย _ พวกเราถูกปลูกฝังชิบคุณธรรมไป แต่บางอย่างก็อ่านชิปไม่ออก…บางคนรู้ว่า เรื่องบุญกุศลแบ่งกันไม่ได้แต่หลายคนก็ไปกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลอีก ก็เลยต้องค้นพระไตรฯ แต่ก็ไม่รู้ว่าในพระไตรฯ เชื่อได้หรือไม่? แล้วมีในพระไตรฯก็พูดถึงเรื่องอุทิศส่วนกุศลได้ แล้วมันย้อนแย้งกัน? พ่อครูว่า… มันมีแต่พวกเทวนิยมติดยึดมา เช่น พระเจ้าปเสนทิโกศลว่าเจอเปรต แล้วก็ต้องอุทิศส่วนกุศลให้เปรต ซึ่งพระเจ้าปเสนธิโกศลเป็นพระเจ้าแผ่นดินนะ พระพุทธเจ้าจะไปสอนขณะนั้นก็สอนยาก ก็ต้องอนุโลมไปตามเหตุปัจจัย การอ่านพระไตรฯต้องหาหลักฐาน _ตอน 5 ธ.ค. ชาวอโศกติดป้ายว่า ทำเพื่อถวายแก่ในหลวง อุทิศแก่ในหลวง อย่างนี้เป็นการขัดแย้งกับในคำสอนไหม? พ่อครูว่า… การแปลไตรปิฎก นั้น เขาแปลผิด ความเป็นเปรตไม่ใช ่ ตัวบุคคล แต่เปรตมีในจิตปัจจุบัน อุทิศแปลว่าจงใจเจตนา แล้วโรงบุญเราสอนให้ลดกิเลส เราก็ทำโรงบุญ เรามีหลักมากมายให้เกิดการลดกิเลส เพื่อให้เกิดวิธีการขัดเกลากิเลส เรียกว่าโรงบุญ เราใช้โอกาสตามวันที่ควรทำ เพื่อทำพิธีกรรม พระพุทธเจ้าก็มีพิธีกรรม และทุกพิธีกรรมของพุทธเพื่อลดกิเลสไม่ใช่ว่าทำเพื่อให้เพิ่มกิเลส ในพระไตรปิฎกนั้นคนแปลไม่มีภูมิธรรม คนแปลมีคนเป็นปราชญ์แห่งแผ่นดินที่เขานับถือกัน ท่านยังไปแปลคำว่าอภิสังขาร เช่น ปุญญาภิสังขาร ซึ่งคือการจัดการจิตให้ลดกิเลสได้ แต่ท่านก็แปลว่าสังขารเป็นบุญ ก็ไม่เป็นปัญหา แต่อปุญญาภิสังขาร ท่านก็ไปตีความอุปญญะว่า เป็นการปรุงชนิดที่ไม่ใช่บุญ ก็คือบาป มันก็เลยวนไปวนมา แต่ความจริงแล้วอปุญญะคือไม่เป็นบุญอีก ก็คือไม่ต้องทำบุญอีก ก็มีชั้นใหม่ที่ต้องทำบุญอีก ชั้นโสดาบันไม่ต้องทำบุญอีก ก็ไปทำบุญชั้นสกิทาคามีอีกต่อไป แต่ระดับปราชญ์เมืองไทยแปลได้แค่นี้จะให้ทำอย่างไร? บุญเป็นเครื่องมือกำจัดกิเลส ปุญญะมีรากศัพท์เดิมคือ สันตานัง ปุนาติ วิโสเทติ แปลว่าชำระกิเลสในสันดานให้หมดจด บุญไม่ได้แปลว่ากุศลหรือความดีงาม บุญนี่เป็นวิธีชำระกิเลส เมื่อชำระกิเลสหมดก็ไม่ต้องใช้บุญอีก ผู้ปฏิบัติบุญเป็นก็จะได้บุญไปตามลำดับ แม้เป็นสาสวะก็ได้ส่วนบุญ ส่วนบุญไม่ใช่ว่าได้แต่ส่วนบุญคือการฆ่ากิเลสตั้งแ ต่ โสดาบันก็ฆ่ากิเลสในระดับโสดาบันก็ได้ส่วนบุญ แล้วก็ฆ่ากิเลสระดับสกิทาคามีอีก เป็นส่วนบุญต่อไป คือการเสียนี่คือการได้ ได้สิ่งที่ไม่ได้ คือได้สูญ สนามแม่เหล็กโลกใหญ่กว่าสนามแม่เหล็กอโศกนะ แทนที่เราจะไปอยู่ในสนามแม่เหล็กใหญ่ คุณก็จะถูกแปรไปเป็นโลกีย์ แต่ถ้ามาอยู่กับหมู่กลุ่มมิตรดี สหายดี สังคมส ิ่ งแวดล้อมดี เป็นทั้งหมดทั้งสิ้นของพรหมจรรย์นะ แต่ใครจะมีพลังสนามแม่เหล็กแรงพอจะอยู่กับโลกีย์ได้ก็เชิญ แต่อย่างอาตมานี่มีพลังแม่เหล็กเพียงพอ ภาวะจิตเรามีสภาพเป็นกลางเพียงพอ เราก็อยู่กับโลกีย์ได้ เขาเอาเราไปเป็นโลกีย์ไม่ได้แต่เราจะช่วยโลกีย์ได้อีก คนโลกุตระไปอยู่กับโลกียะได้แต่คนโลกียะมาอยู่กับโลกุตระไม่ได้ _กบแดนไท · ในฐานะศิษย์เก่า มีความเชื่อมโยงกันระหว่างแต่ละรุ่นศิษย์เก่า แต่แบบใหญ่ๆนี้ก็นานๆที ทำอย่างไรจะเชื่อมโยงระหว่างวัดกับพวกศิษย์เก่าเพ ิ่ มขึ้น พ่อครูว่า… วัดไม่ได้มีความเรียกร้อง ถ้าคุณมาก็ต้องการ แต่ไม่เรียกร้อง ถ้าคุณเองจะมาสัมพันธ์กับวัด คุณก็มาด้วยอิสรเสรีภาพ ไม่ได้เรียกร้อง แต่วัดต้องการพวกคุณไหม? ….ตอบแทนอาตมาหน่อย...ต้องการ วัดต้องการแต่ไม่กล้าเรียกร้อง แต่ถ้าจะมาสัมพันธ์กับวัด ก็ยินดีมาก มาสิ แต่จะให้วัดเรียกร้องมากดดันพวกคุณ อาตมาไม่พาทำ อาตมาเคารพอิสรเสรีภาพของคน จะอยู่นานเท่าไหร่ก็ได้ อย่างเอกนี่ก็อยู่ได้ก็อยู่ไปสิ กำลังจะยกฐานะให้เป็นผอ.โรงเรียน จะให้ต่อปริญญเอกนี่ ที่นี่อิสรเสรีภาพใครจะมาสัมพันธ์กับวัดต้องการอย่างยิ่งแต่ไม่กล้าเรียกร้องอยู่ที่น้ำใจและความสมัครใจพวกคุณ ดีไหม? แม้รู้ว่าดีแต่ไม่ฝืนใจตนเองบ้าง การไม่มีธรรมะฝืนใจ ทมะ ขันติ คือฝึกฝน อดทน ต้องมา แต่ถ้ากลัวอดทนฝึกฝน คุณก็ไม่ได้มา แต่ถ้าคุณเป็นอรหันต์ไม่ต้องเรียกพวกคุณก็มา เพราะน้ำต้องไหลไปหาน้ำ น้ำมันต้องไหลไปหาน้ำมันโดยสัจจะ ก็ให้วัดเป็นศูนย์กลางจะไลน์จะเฟสก็ติดต่อกันได้เร็ว ก็ส่งข่าว จะมีวิธีการอย่างไรก็ทำสร้างสรร อาตมาอนุโมทนาสาธุเลย ไม่อยากเรียกร้อง แต่ต้องการอย่างยิ่ง _จำเป็นหรือไม่ที่ศิษย์เก่าต้องมาทำประโยชน์ในอโศกเท่านั้น พ่อครูว่า… ส่วนตัวแล้ว อาตมาว่าจำเป็นมาก ไม่เกี่ยวกับคุณนะ ส่วนคุณจะเห็นว่าจำเป็นหรือไม่ก็แล้วแต่คุณ แม้แต่เรียกร้องก็ไม่เรียกร้อง แต่ต้องการไหม? หยุดไม่ต้องบอกอีก แล้วถ้าพวกเรามาร่วมกันอยู่ในชุมชนอโศก มานี่ก็วันนี้ 190 กว่าคน มันก็จะไปได้เร็วเลย อาตมาเรียกร้องไม่ได้ ต้องการแน่นอน และจำเป็นไหม?จำเป็น ถ้าคุณมาช่วยอาตมาแล้วจะได้ผลงาน ได้แรงงาน ได้มีผู้ช่วยทำงานศาสนาเพ ิ่ มไหม? ก็ได้เพ ิ่ ม ถามได้ว่าจำเป็นไหม? แต่ทุกวันนี้แต่ละคนในวัดทำงานไม่รู้จักกี่หน้าที่ ไม่ใช่ว่าเราไม่มีงาน ที่นี่งานตกคน เป็นเมืองเจริญ สังคมไหนที่คนตกงานเป็นสังคมเสื่อม _หากปฏิบัติในสังคมแล้วให้ตนเองลดละกิเลสโดยไม่ทุกข์ จะได้ไหม? พ่อครูว่า… คุณไม่รู้จักทุกข์ คุณอยู่ข้างนอกแล้วตีความเองว่าไม่ทุกข์ ที่จริงคุณบำเรอกิเลสนี่กิเลสก็อ้วนสิ แล้วคุณบอกว่าลดกิเลสได้อย่างไร? เอาภาษามาตีกินไม่ได้ แต่ถ้าคุณเข้าใจดีในเรื่องลดละกิเลสแยกแยะทำมโนปวิจาร 18 ให้เป็นเนกขัมมสิตะได้ ก็อยู่ข้างนอกแล้วลดกิเลสได้ คำถามนี้จึงเอาคารมมาเล่น อาตมาไม่หลงหรอก อยู่ทางโน้นยาก อาตมาไม่เชื่อหรอกว่าพวกคุณอยู่ข้างนอกแล้วกิเลสไม่เพ ิ่ ม อาตมาหวังไว้ว่าเวลาในการอยู่ในโลกีย์ของพวกคุณจะนานพอที่อาตมาติดชิปให้คุณ อาตมาขอใช้ศัพท์แรงหน่อยว่า คุณจะถูกโลกถีบเข้ามา เพราะทางโลกมันต้องแรงต้องหยาบกว่าเขาจึงอยู่ได้ หากคุณมีภูมิปัญญาที่ไม่ทำแบบโลกเขาแล้ว คุณจะระลึกถึงอโศก พวกเราก็ยินดีต้อ น รับ แต่ว่าอย่ามาตอนแก่ เป็นพากินสัน เป็นอัมพฤกต์ก็อย่ามาเลยเป็นภาระ ถ้าจะมาอีกก็มาเผาเลย _ผมเรียนจบแล้ว และช่วยงานวัดตลอด ไม่ค่อยได้กลับไปบ้านดูแลแม่ที่อายุมากเลย พ่อครูว่า… พ่อแม่ต้องการให้คนเป็นคนดีไหม? ก็เมื่อมาอยู่วัดแล้วเป็นคนดี คุณตอบแทนพ่อแม่หรือยัง? ถ้ามาอยู่นี่ก็มีกรรมดี เช่น ทำงานฟรี เป็นต้น คุณทำดีก็ได้ช่วยแม่โดยสัจจะ แต่ถ้าไม่อยู่วัด คุณไปทำงานให้แม่ คุณไปหาเงินให้แม่ คุณก็ได้เอารายได้จากสังคมให้แม่ อย่างสุจริตก็เป็นโลกียะ แต่ถ้าอยู่นี่ได้ได้ช่วยแม่แล้ว เป็นอาริยบุคคลแล้วราคาแพงกว่าสามัญด้วย สูงกว่ากันหลายชั้น สรุปคุณได้ช่วยแม่แล้วสูงกว่าสามัญ เป็นวิสามัญแล้ว พระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า ผู้ที่ได้ชื่อว่าได้ตอบแทนบุญคุณพ่อแม่แล้ว คือผู้ได้ทำให้พ่อแม่เกิดภูมิปัญญาได้พัฒนามี ศรัทธา ศีล จาคะ ปัญญา ให้พ่อแม่มีอาริยธรรม เป็นโสดาฯ สกิทาฯ อนาคาฯ อรหันต์ หรือต่อให้เอาบ้านเอาเมืองมาให้พ่อแม่และดูแลบนบ้าให้ขี้เยี่ยวบนบ่าก็ยังไม่ได้ชื่อว่าได้ตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ แต่ถ้าได้ทำให้พ่อแม่เกิดอาริยธรรมก็ถือว่าได้ตอบแทนบุญคุณและคุณได้ดีเกินสามัญอีกก็ย ิ่ งดี ถ้าลูกได้ตอบแทนบุญคุณพ่อแม่โดยตนเป็นอาริยบุคคลก็ถือว่าได้ตอบแทนบุญคุณ _ตั้งแต่จบไป 10 กว่าปี กินมังฯได้ตลอด แต่ยังไม่กล้ า จนพอ พ่อท่านมีเทคนิคกล้าจนไหม พ่อครูว่า… อาตมาเก่งเท่านี้มีวิธีเท่านี้ ถ้ามีมากกว่านี้มาช่วยอาตมาหน่อยเถอะ แม้ไม่มีวิธีแต่แค่แรงงานจิตใจที่มาช่วยก็เป็นการช่วยเพ ิ่ มวิธีแล้ว เช่น ถ้าพวกคุณ 100 หรือ 200 คนไม่มาช่วย นะ อโศกจะมีการเผยแพร่ศาสนาได้เพ ิ่ มขึ้นไหม? อย่างน้อยก็หลายคนมาช่วยสื่อสาร หรือไม่ช่วยโดยตรงก็มาช่วยทำขยะก็ได้ พระพุทธเจ้าท่านศึกษาความเป็นคนกับสังคมเท่านั้น ท่านเรียนจบ 18 สาขาวิชาในสมัยนั้น แต่ท่านก็ทิ้งหมดมาเอาพุทธธรรม ส่วนเรื่องความรู้เทคนิคนั้นเป็นส่วนประกอบเพื่อทำให้ประโยชน์สังคม คุณเก่งด้านไหนก็มาช่วยสิ ใครจะสมัครใจก็มาสิ คนที่ตั้งจิตทำเช่นนี้ก็ถือว่าดี แต่ถ้าทำได้ก็ยิ่งดีสิ แม้พวกเราไม่เชื่อว่าจะทำได้เต็มร้อยแต่เอาว่าเชื่อว่าทำได้ สามสิบเปอร์เซ็นต์ก็ดีแล้ว พวกคุณเข้าใจแล้วอาตมาว่า แต่ยังเหลือจะกล้าสู้ไหมล่ะ อาตมาไม่เรียกร้องหรือบังคับ แต่ต้องการไหม? อย่าถาม สุดท้าย รหัสสสฐ. 001 คือนายคมธรรม ยัพราษฎร์ (กอล์ฟ) เป็นผู้มอบทำเนียบศิษย์เก่าสสฐ. 540 คนเพื่อให้พ่อครูเรียกใช้งานได้ตลอดเวลา ขอให้พ่อครูอายุยืนไม่มีแก่ พ่อครูขอบคุณมากที่ตั้งใจดีร่วมกันมา ก็อนุโมทนาจริงๆ