200319-056 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน056-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ008.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน 1-202 (ปี 19-20-21)MP3 ถอดเสียงแล้ว รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์169 KB
วันที่แก้ไข7 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

เช้าวันเสาร์ที่ 19 มีนาคมพุทธศักราช 2520 พ่อท่านพระปฏิวัตินำหมู่ทำวัตรเช้าณพุทธสถานสันติอโศกวันนี้เราก็มาทำวัดกันต่อหน้าที่เราได้ฟังมาแล้วเมื่อวานนี้ก็ว่าได้เรื่องของสุดยอดหลักสุดยอดของศาสนาคริสต์สุดยอดของพรหมจรรย์ที่เราจะหมายถึงแล้วเราก็พยายามทำความเข้าใจทำความหมายของ ให้แจ้งให้ชัดว่ามันหมายความว่ายังไงทำความเข้าใจทำความเห็นให้ออกถ้าเราทำความเห็นออกทำความแจ้งได้มันก็เกิดเป็นจับคู่เกิดเป็นยานเกิดเป็นปัญญาหรือเกิดเป็นวิชาเกิดเป็นแสงสว่างแล้วแต่ว่าเราจะใช้คำไหนแทนพระพุทธองค์ถึงได้ตัดเอาไว้ว่าภิกษุทั้งหลายจะถูกยานปัญญาวิชชาแสงสว่างของเราได้เกิดขึ้นแล้วในธรรมที่เราไม่เคยได้ฟัง กอดว่านี่เป็นความจริงอันประเสริฐคือทุกข์ความจริงอันประเสริฐคือทุกข์นี่นั้นเป็นสิ่งที่ควรกำหนดรอบรู้ความจริงอันประเสริฐคือทุกข์นี่นั้นเราได้กำหนดรอบรู้แล้วมีแต่อันที่ 1 ข้อสำคัญอันหนึ่งก็คือคำชี้ลงไปว่าอันนี้คือทุกข์เป็นความจริงมันไม่ใช่ความแกมันไม่ใช่ความรู้มันเป็นสัจจะถ้าไม่เห็นว่าไอ้นี่คือทุกข์อันนี้คือสิ่งที่น่าพลาดงานเลิกงาน หน้าปลดปล่อยไม่น่ายึดมั่นถือมั่นไม่น่าเอาไม่น่าเป็นอีกถ้าเผื่อว่าเราไม่รู้อย่างนั้นเราก็ไม่รู้จริงๆแล้วเราก็อยากจะติดมันคำว่าติดที่เด่นเน้นแล้วเมื่อวานนี้ว่ามันปิดมันไม่ได้ติดที่ไหนมันติดที่ใจใจมันติดใจมันยังจะต้องเป็นต้องมีต้องเอามันไม่ใช่ภาษาพูดมันเป็นความเป็นจริงของใจถ้าเราไม่เกิดความรู้ความเห็นแจ้งที่แจ้งจริงความเข้าใจที่เข้าใจจริงความที่ชัดจริงๆในใจของเราเราเห็นใจของเราเราไม่ได้ไปเห็นอื่นเราไม่ได้ไปเห็นอื่นเราไม่ได้ไปเห็นจากที่คนนั้นคนนี้ของคนนั้นคน แต่เราต้องเห็นของเราเห็นใจของเรานี่แหละมันติดใจพวกเราติดหัวใจของเราติดก็ต้องแสวงหาหัวใจของเราติดก็เรียกว่าอุปทานหัวใจของเราติดก็ต้

อ่านต่อ

องวนเวียนมาให้มันเป็นอยู่มีอยู่ตลอดเวลาไม่ว่านานอาจจะติดแต่ว่าไม่ต้องเร็วก็ได้อีกสัก 200 ปีค่อยเวียนมาเสพอีกทีนึงก็ได้อีกสัก 100 ปีก็เวียนมาแจกทีมก็ได้มันติดน่ะมันไม่ปล่อยมันไม่จ้างคลายมันไม่เบื่อหน่ายและอีกสัก 50 ปีก็เวียนมาเสร็จพิธีก็ได้ 20 ปีเรียนพิเศษทีปีนึงเรียนพิเศษที หรือวันหนึ่งเรียนมาเสพทิ้งหรือชั่วโมงนึงเรียนมาเสียทีก็ได้อย่างไรก็ได้มันยังมีการเวียนกลับเวียนมาเซฟมันติดเพราะเราจะต้องเอาให้ชาร์จแบตหรือปัญญาปัญญาเราเท่านั้นที่จะล้างคลายที่จะทำความสะอาดปัญญาเราเท่านั้นที่จะล้างแผลหรือว่าขับขาดเลยอันอื่นอันใดก็ไม่แจ้งเท่ากันยาเราจะรู้ว่ามันหมดสิ้นมันจะไม่เวียนกลับอีก 500 ปี 10,000 ปี 100,000 ปีมันจะไม่เรียนกลับเพราะมันรู้แจ้งด้วยปัญญา ฟังเพลงตดๆไปก่อนว่ามีทุกข์แล้วท่านก็บอกว่ายืนยันว่านี่แล้วมันเป็นตัวทุกข์มันเป็นตัวที่จะต้องให้มันต้องเหน็ดเหนื่อยหนักหนาเพราะมันจะต้องเอามาเซฟเวียนกลับมาเปิดเป็นเวียนวนอีกจะต้องมาอยู่อย่างนี้อีกเป็นอย่างนี้อีกจึงเรียกว่าเกิดอีกเหน็ดเหนื่อยกับมันอีกแล้วมันไม่เข้ายาอะไรไม่เข้ายาอะไรมันเป็นแต่เพียงเกิดแต่มันเป็นแต่เพียงเป็นถ้าเราไม่เห็นชัดอย่างนี้เราจะเวียนมาเกิดอีกเป็นอีกจริงๆแสบอีกคนที่หมดเสพหรือสิ้นความเสพนั้นก็เพราะว่าเรารู้ ว่าเราไม่ได้เสพหรือว่าเราไม่ได้มีอะไรสัมผัสเขาแล้วแล้วเราก็เป็นสุขหรือเป็นทุกข์มันหมดภาษามันรู้ว่านี่เป็นอย่างนั้นไม่ใช่สุขไม่ใช่ทุกข์เป็นอย่างนั้นแม้เดี๋ยวนี้ก็รู้ชัดแจ้งแล้วมันก็เป็นอย่างนั้นแหละแต่เรารู้ว่าดีหรือชั่วแต่รู้ว่าเราจะอยู่ก็เพื่อสร้างสิ่งนี้ขึ้นมาดีเวลาสร้างไว้แล้วก่อนเวลาทำมันก็เหนื่อยหรือว่ามันก็ต้องใช้เวลาใช้พลังงานใช้อะไรต่ออะไรกรอบกรอบขึ้นมาเรียกว่ากรรมมันก็จะต้องเป็นกรรมเป็นการงานที่สุดในที่สุดอยู่ที่การงานเรียกว่ากรรมมันต่างหรือกรรมมันโตกรรมนั่นแหละเป็นที่สุดเมื่อ เรายังจะต้องกระทำเมื่อมันยังมีส่วนที่จะกระทำได้ก็กระทำสิ่งที่เป็นกรรมก็กรรมหักไม่ใช่อกุศลต้องเป็นกุศลกรรมไปตามที่ดีเป็นที่สุดเราไม่เรียกว่าทุกข์เราไม่เรียกว่าสุขเราเรียกว่าอันนั้นตามความเป็นจริงของอันนั้นแล้วเราทำก็ทำเกิดทำให้มันเกิดไปเมื่อมันควรสิ่งใดที่ไม่ควรเกิดสิ่งใดที่ควรทำลายแล้วก็ทำลายให้ด้วยเราทำลายให้ด้วยให้เขาลดลงเขาจางลงหรือว่าเขาผลาญออกเสียรับช่วยด้วยนี่เรียกว่าเราช่วยโลกเราช่วยอุ้มชูโลกเราช่วยก่อโรคเราจึงยิ่งกว่าพระเจ้า เราจะยิ่งกว่าพระเจ้าเราเป็นพระเจ้าด้วยแต่ความเหนือกว่าพระเจ้านั้นคือเราไม่เป็นไม่เป็นพระเจ้าไม่ยึดความเป็นพระเจ้าเราไม่ยึดความเป็นพระเจ้ามีปัญญาสอนรู้ลงไปอีกว่าไม่ใช่ยิ่งใหญ่ที่สุดพระเจ้ายิ่งใหญ่ที่สุดจะต้องเป็นต้องมีไม่ใช่ไม่ต้องเป็นไม่ต้องมีพระพุทธเจ้าท่านไม่ยืนยันที่สุดว่าท่านไม่ได้เป็นพรหมแม้พระพรหมสุดท้ายว่าขั้นสุดท่านบอกว่าท่านไม่เคยทาลงเป็นพุทธแล้วไม่เป็นพรหมถ้าลงเป็นพรหมแล้วก็ยังเหลือเชื่อยังไม่ใช่พุทธที่สุดพระพุทธเจ้าแล้วพระพุทธเจ้าแล้วไม่เป็นพรมไม่เหลือเชื้อของพระพรหมไม่เป็นพุทธ ยังไม่ใช่พุทธเจ้าแต่ในพุทธเจ้านั้นมีคำกิริยาของพรหมอยู่ในพร้อมเสร็จว่าผมดีที่สุดอย่างไรพุทธมีอย่างนั้นหมดผมมีที่สุดดีที่สุดอย่างไรพุทธมีอย่างนั้นหมดแต่พุทธไม่ได้เป็นอย่างนั้นไม่ได้ติดอย่างนั้นไม่ได้เกิดเวียนอีกอยู่อย่างนั้นหรือไม่ใช่นิรันดรอยู่อย่างนั้นไม่เที่ยงอยู่อย่างนั้นพจน์ไม่เที่ยงหรือยังมีเวลาหยุดเวลาพักมีเวลาไม่มีและมีเวลามีตามกาละอันควรจึงเรียกว่าพุทธ เมื่อเรารู้ว่าไอ้นี่เป็นทุกข์แล้วเราก็รู้ต่อไปว่าและนี่เป็นความจริงอันประเสริฐคือเหตุให้เกิดทุกข์ความจริงคือเหตุให้เกิดทุกข์นี่นั้นควรละเสียความจริงอันประเสริฐคือเหตุให้เกิดทุกข์นี่นั้นเราละเสียได้แล้วที่ว่าเหตุต่อมาเมื่อกี้นี้ว่าเป็นทุกข์เหตุอยู่ที่ไหนเหตุอยู่ที่ใจเหตุอยู่ที่ปัญญาเหตุอยู่ที่ตรวจจ่ายเองตัวเองโตเอง เขตอยู่ที่นี่เหตุที่ว่าใจของเรายังติดเจโตยังมีจิตมีจิตติจริง 1 2 เหตุเพราะปัญญาของเรายังไม่รู้จะจับเห็นไอ้ธุรกิจที่ติดนี่ไม่ได้ของเราเพราะใจของเราหรือปัญญาของเราจับรู้เห็นจิตที่จิตของเราได้เราก็จะรู้ว่าเจโตของเรายังติดอยู่แฮะแล้วเราก็ต้องลดการคลายปฏิบัติให้อ่อนลงอ่อนลงจับจิตไม่ได้จับเจโตให้ได้อ่อมันติดมันยึดมันปรุงมันมีก็จับได้แล้วก็รู้ว่ามันเรามีมาตรการเรารู้วิธีวิธีนี้มันบอกใครไม่ได้วิธี แต่มันก็มีตัวตนตามที่เราเห็นเห็นมันได้เป็นอาการเป็นนามเป็นรูปของเรานี่แหละอยู่ในตัวเราแล้วเราก็เห็นมันจริงจับมันได้จริงมันมีรสชาติหนักมีหนักนะนี่แรงนะต่างกว่าเบาๆอย่างไรแรงมากแรงน้อยแรงมากต่างก็แรงน้อยอย่างไรมีอาการรุนแรงนะมีอาการมากกว่านะอย่างน้อยกว่ามันรู้มันเห็นมีอาการรู้อาการรู้รินคะรู้นิมิตรรู้รู้อาการรู้นิมิตต่างๆรู้ลิงฆ่าลูกการแตกต่างของมันรู้ชัดๆเลยนี่เรียกว่าการรู้นาม อาการลิ้นคันนิมิตกรุงเทพฯรู้เลยว่ามันแตกต่างมันต่างกันยังไงรู้ซ้อนลงไปเองว่ามันต่างและต่างยังไงมันมากมันน้อยมันสูงมันต่ำมันดำมันขาวมันยาวมันสั้นมันดีไม่ดีมันจัดไม่จัดมันยังไงมีลักษณะอยู่ในตัวมันเสร็จรู้เรื่องว่ารู้ความแตกต่างของมันแล้วเราก็ทำความแตกต่างกันที่ทางทิศทางคลายลดลงน้อยลงสนิทลงสูงลงไม่มีอาการอย่างนั้นให้มันแน่นิ่งเฉยอยู่สนิทอยู่สงบอยู่ให้ได้อย่าให้มีอาการอย่างนั้นเราจับจิตของเราได้จริงๆแล้วก็ลดได้จริงๆจึงจะเรียก ได้ปลดปล่อยและทำให้จิตของเราสงบสนิทเป็นแต่เพียงภาพรู้เฉยๆเพราะจิตของเราแท้ๆเป็นเหตุเป็นสมุทัยไม่มีอื่นเพราะเหตุให้เกิดทุกข์ก็คือจิตที่มันยังติดเชื้อหวัดใหญ่โตที่มันยังจับไม่ได้เลยว่าปัญญามีปัญญารู้แล้วเข้าใจด้วยเหตุผลเข้าใจด้วยหลักทฤษฎีเข้าใจในหลักวิชาการแล้วก็ตามถ้าจับจิตยังไม่ได้ตามคลายยังไม่ได้ก็ไม่ได้บางคนจิตไม่มีเนื้อแท้ของจิตไม่ติดแต่ว่าถูกโลกมามองเข้ามาว่า ไม่ต้องติดนะใจแกต้องไปเห็นอย่างนี้สิแล้วก็ต้องยึดเอาไว้นะเสพนะอร่อยนะเพลิดเพลินนะสุขนะเป็นชีวิตชีวาของมนุษย์เป็นของประเสริฐที่ควรได้ควรมีคนเป็นนะเราก็ไปปิดมันไว้เพราะอะไรเพราะว่าโลกเนี่ยต่างๆในอนาคตเกิดมามีแต่จะไปแสวงหาความสุขซึ่งความสุขมันไม่มีอริยสัจไม่ใช่ความสุขไม่มีความสุขสุขมันคือสิ่งที่พาให้ไปแสวงหาปลาให้ไปเกิดติดต่อพาให้ไปเอามาเป็นเอามามีเอามาเกิดเอามายุ่งสืบสานอยู่ยุงกระทั่งเราเองจิตใจของเราก็ไม่มีปัญญาอันสูงสุดที่จะสักแต่ว่ารู้รู้ก็รู้ดีชั่วต่ำสูงอะไรรู้หมดแต่อย่าไปติด จะไปเอาใจไปติดอย่าไปติดใจไว้อย่าไปจะต้องมีจะต้องเป็นจะต้องเกิดอีกไม่ต้องแต่มันจะมีมันจะเป็นเพราะเหตุปัจจัยมันยังเหลืออยู่เรายังไม่ตายเราก็รู้ด้วยความจำเรามีสัญญาผูกพันตามขันมันยังเหลือเป็นอันสุดท้ายรู้แสนรู้แล้วก็แน่ใจแสนแน่ใจว่าแม้จะดีแสนดีมาหาดีแค่ไหนสูงสุดแค่ไหนเราก็ไม่หลงไหลดีในโลกเค้าบอกว่านี่เป็นยอดลาบสูงสุดมหาศาลยอดยอดยอดสรรเสริญยอดสุดๆที่สุดขนาดไหนก็ตามเราก็ไม่ได้ยินดีปรีดาว่าจะต้องคุยแล้วต้องเอาให้ได้ฉันจะต้องมีให้ได้ ไม่ได้ไม่เลยไม่จริงๆต้องอ่านที่ของเราให้ออกชัดๆว่าเราไม่ไม่หวั่นไหวไม่รู้ไม่เปลืองไม่ฟูไม่เสือกไม่ห่อเหี่ยวมีก็มีไม่มีก็ไม่มีไม่มีปัญหาอะไรสำหรับเราอยากแท้จริงนี่มันเป็นเหตุอยู่ที่จิตเท่านั้นเองแล้วว่าเหตุที่ให้เกิดทุกข์พระพุทธเจ้าท่านยืนยันว่าควรละเสียและเราก็รักเสียได้แล้วเมื่อละเสียแล้วละได้แล้วและก็ว่าอีกว่านี่เป็นความจริงอันประเสริฐคำว่าความจริงอันประเสริฐแปลมาจากคำว่าอริยสัจและภาษาบาลีว่าอริยสัจมีแต่พุทธทาสแปลเอาไว้ในเนี่ยออกมาเนี่ยว่าความจริงอันประเสริฐ อริยสัจและว่านี่เป็นความจริงอันประเสริฐคือความดับทุกข์คือความดับทุกข์เพราะเราจะดับทุกข์ได้เพราะอะไรดับทุกข์ได้เพราะว่าละเสียซึ่งเหตุแห่งทุกข์พละเหตุแห่งทุกข์คือจิตของเรานั่นเองใจของเราที่ติดกันเองคนละที่ได้แล้วปล่อยวางซะได้แล้วรู้จักแต่ว่ารู้อยู่เสียดายแล้วมันก็ดับทุกข์ได้แล้วเร็วๆวันนี้โลดความดับทุกข์นี้ควรทำให้แจ้งอาการที่ดับทุกข์ได้แล้วหรือว่าวางปล่อยได้แล้วหยุดติดหยุดถือมั่นได้แล้วหยุดจริงๆไม่ติดใจแล้วแม้แต่จะเห็นอยู่เดี๋ยวนี้รู้อยู่ในนี้ร่วมทำอยู่ได้ ร่วมปรุงด้วยการด้วยบัญชีอยู่เดี๋ยวนี้ใจของเรารับรู้ได้เลยว่านี่ดีแย่กว่านี้ดีนี่ไม่ดีจะปรุงให้มันดีเป็นยังไงก็ปลงได้ตามสมมุติโลกทำได้ตามสมุดโลกและเราก็แน่ใจอยู่ไหมเดี๋ยวนี้ว่าเราไม่ได้ติดไม่ได้ติดทำได้ตามสมุดโลกกับโลกเขาเราไม่ได้ติดจริงๆเราทำดีนี่อยู่ดีแสนดีแต่เราก็ไม่ได้ติดดีนี้เป็นของเราปีนี้เราจะต้องได้อีกนะจะต้องมีอีกนะตลอดมานับกับกันแต่ถ้ามันจะเกิดดีที่เกิดอยู่เราก็รู้ดีแล้วก็ ก็ดีนี่ก็ควรเกิดอยู่ควรมีอยู่ถ้าสิ่งที่จะเกิดสิ่งที่ไม่ดีมันไม่ควรเกิดรู้ดีเห็นดีเข้าใจดีและดีควรมีก็มีเหมือนใครจะทำดีนี่ล่ะคนดีก็อนุโมทนาเราทำก็ต้องทำดีอย่างนี้เหมือนกันเมื่อหมดเหตุปัจจัยที่เราจะต้องทำแล้วตายแล้วก็เลิกกันแล้วก็ไม่ได้ทำดีนี้เพราะมันตายหรือแม้ไม่ตายบางทีบางครั้งเราไม่มีอยู่ในฐานะที่จะต้องทำหรืออยู่ในฐานะที่เราทำไม่ได้เราป่วยเราไม่มีแรงเราไม่มีเวลาเราไม่มีเหตุปัจจัยจะทำได้เราไม่สามารถก็แล้วแต่เราก็ไม่ได้ทำแต่ใครทำก็อนุโมธนาดีก็เกิดและเราถ้าเกิดว่าเราอยู่กับเขาด้วยเราก็ควรจะได้ทำ เขาด้วยแล้วก็ควรทำให้ได้จิตของเรารู้ว่าสภาพที่มันไม่ได้เดือดร้อนมันไม่ได้ดิ้นรนมันไม่ได้อะไรแต่ก็ไม่ดุร้ายจนเกินไปรู้ดีแล้วก็ควรจะประสานดีนี้ไปถ้าเรามีโอกาสมีเวลามีความควรแล้วก็ทำสิ่งนั้นไปสภาพดับทุกข์ที่เรียกว่านิโรธจึงอยู่ที่สภาพรู้เหตุแห่งทุกข์ก็คือจิตละๆแล้วแล้วเราก็ยังทำเสียได้ด้วยละแล้วปล่อยแล้ววางแล้วแล้วเราก็ยังทำร่วมด้วยทำร่วมด้วยอยู่เราทำร่วมแต่เราแน่ใจรู้แก่ใจว่าเราไม่ผิด จริงๆไม่ได้ยึดถือว่าจะต้องเป็นต้องมีต้องอะไรได้อีกมีก็มีก็ดีไม่มีเพราะเหตุปัจจัยว่าไม่สมควรจะมีหรือมีไม่ได้เหตุปัจจัยไม่ครบถ้วนไม่บริบูรณ์ก็ไม่มีก็ไม่เสียใจไม่มีเสียใจไม่มีดีใจหมดเสียใจหมดดีใจอย่างแท้จริงสภาพอย่างนี้เรียกว่าฮีโร่ทำให้แจ้งทำให้เห็นจริงความดับทุกข์นี้เราทำให้แจ้งได้แล้วให้เห็นจริงเห็นที่ความดับทุกข์นั้นหรือความเป็นนิโรธนั้นอยู่ที่จิตเราอีกหรือว่าอ๋อเราวางเป็นอย่างนี้แล้วปลดปล่อยเป็นอย่างนี้ปลดปล่อยไปแล้วทั้งๆที่เราร่วมทำอยู่กับสิ่งที่เราว่าเราปลดปล่อยเราไม่ติดนี่แหละเราก็ทำด้วยมิติเราก็มีอย่าง เห็นยังไม่ติดรู้ยังไม่ติดได้กลิ่นได้รถได้เสียได้สัมผัสอยู่ทำอยู่สังขารอยู่ในโลกเพราะเราทำโลกแต่เราไม่ได้ทำจิตของเราไม่ได้เป็นโรคจิตของเราไม่ได้ติดไม่ได้พัวพันเหมือนน้ำกับใบบอนดังกล่าวแล้วจะร่วมหุ้นรวมห่อกันอยู่ยังไงก็ไม่ติดกันพอถึงเวลาพรากเมื่อไหร่ก็พรากด้วยลักษณะใดก็ตามลักษณะตายจากลักษณะที่หมดลงด้วยเหตุปัจจัยอย่างไรก็ตามก็พรากไม่มีเหลือเชื้ออะไรที่จะซึมกันติดกันมีเหลือเยื่อแก่กันและกันอยู่เลยนี่เรียกว่าความดับทุกข์สนิทเห็นเข้าใจในจิตของเราจริงๆชัดๆเทียบดูตั้งแต่ คณะต่ำๆแล้วติดอบายมุขอย่างไรและเดี๋ยวนี้เราร่อนเหมือนน้ำกับไอ้บอลหรือเปล่าแม้เราจะเห็นเราจะสัมผัสในตาอบายมุขเหล่านั้นจะได้ยินด้วยหูจะได้สัมผัสด้วยกายเด็กกลิ่นในรถอะไรก็ตามบางทีเอาเหล้ามาแตะที่นี่บางทีเอาฝิ่นทำพิธีเอานี่เป็นกลิ่นมันก็ตามแม้ถ้าเผื่อว่าจะต้องเป็นอย่างนี้บางทีก็ฉีดวัคซีนให้กับเราเราก็รู้ว่าเอ่อการนี้สภาพสัมผัสและปฏิกิริยานี้เป็นอย่างนี้ เราอาจจะป่วยมากปวดมากเขาก็ต้องใช้มอร์ฟีนฉีดแล้วก็รู้อันนี้เป็นอย่างนี้เพื่อจะทำประโยชน์ของอันนั้นเท่านั้นแล้วเราก็รู้ว่าใจของเราไม่ได้ติดยิ่งเราเคยติดแล้วกับในขณะที่เราไม่ติดเนี่ยมันจะเห็นชัดเลยถ้าเราเคยติดมาจะเห็นชัดเพราะว่ามันมันเคยจำได้อยู่ว่าเราเคยติดบุหรี่อย่างเงี้ยพอดอกตอนนี้เราไม่ติดแล้วแม้จะเอามาสูบอยู่ที่ปากเดี๋ยวนี้เราก็รู้ว่ามันไม่ติดมันไม่ได้ติดอะไรไม่ได้ชื่นใจชอบใจอะไรจะรู้รถมันชัดด้วยอ๋อรถมันฉุนๆเหม็นๆรถมันคุ้มๆอย่างนี้เองหรือมันยังงั้นแหละ มันก็อย่างนั้นมันไม่ได้ติดใจที่จะต้องโหยหาอีกจะต้องเออดีเหมือนกันแฮะไม่มีเห็นแม้แต่อบายมุขต่างๆเราก็รู้ได้ถ้าเราตรวจสอบแล้วเราเคยติดเคยมีแล้วเดี๋ยวนี้เรารักนายจางไปแล้วจิตมันฮีโร่จิตมันดับสนิทแล้วจะอ่านสภาวะนั้นที่จิตของเราก็ดับสนิทเป็นอย่างไรจิตมันไม่มีแล้วเราทำได้แล้วแล้วเราก็แจ้งสภาวะนั้นชัดๆเราไปสะพานนี้โลดแจ้งใจเห็นจริงเห็นจริงเห็นชัดๆอยู่ในตัวเราเป็นปัจจัตตังมันจะไปเห็นของคนอื่นเป็นปัจจัยเป็นของเราเองเป็นแต่ใจของเราเอง สว่างอยู่ในใจของเราเองเพราะสภาพอย่างนี้เองมันว่างมันโล่งมันปลอดโปร่งมันไม่หนักหนามันไม่มันไม่มีแปะไว้แล้วก็ยังแตะอยู่ยังมีเชื้ออยู่มันอาลัยอาวรณ์อยู่ไม่มีจะต้องผลักก็ไม่มีจะต้องดูดก็ไม่มีจะต้องชอบก็ไม่มีจะต้องช้ำก็ไม่มีอย่างเดียววันนี้รอดเป็นความจริงสุดประเสริฐไอ้สัตว์จะทำที่ลึกซึ้งเป็นอริยสัจที่จะต้องเห็นให้ได้แจ้งให้ได้เกิดจากเกิดญาณเกิดปัญญาเกิดวิชาเกิดแสงสว่างจะใช้ภาษาเรียกยิ่งกว่านี้เป็นคำที่จะยกมานี่ 4-5 คำเกิดจากคุกก็เรียกก็ทำมาจากเกิดยางเกิดปัญญา วิชาเกิดแสงสว่างเกิดการบรรลุเกิดการรู้เห็นเกิดการเข้าถึงอะไรก็ตามแต่จะเอาใช้เกิดภาษาอะไรที่เอาภาษามาเรียกเข้าไปว่ามันเป็นการรู้แจ้งรู้จริงรู้สึกมันมีสภาพนั้นอยู่ที่ตนแล้วจริงๆมันๆนิโรธก็ต้องแจ้งใจเห็นจริงมีจริงอยู่จริงจึงจะเป็นผู้ที่เรียกว่าเราทำให้แจ้งได้แล้วและว่านี่เป็นความจริงอันประเสริฐคือทางให้ถึงความดับทุกข์น่ะคือท้าให้ถึงความดับทุกข์ทางให้ถึงความดับทุกข์นี้ควรทำให้เจริญทางให้ถึงความดับทุกข์นี้เราทำให้แจ้งได้แล้ว อันนี้คงจะแปลมาทับศัพท์เอาตามความเข้าใจเลยไม่ใช่ทับศัพท์แปลเอาตามอัดตามอัดก็คือว่าทุกคนก็เข้าใจอยู่แล้วว่าอันที่หมายความว่าที่แปลว่าทางแห่งความดับทุกข์ถ้าแปลมาจากภาษาคำว่าทุกข์นิโรธคามินีปฏิปทาปฏิปทาเป็นปัจจุบันหรือเป็นปฏิปฐานบางทีบทก็เรียกว่าทางปัจจุบันไม่มีปฏิปทาภาษาบาลีว่างั้น ทีนี้แปลเลยเป็นภาษาไทยเลยว่าคือทางแห่งความดับทุกข์แต่นิโรธคามินีทุมนิโรธะธัมมันติ ขนาดนี้ท่านแปลเอาอัดเอาความหมายก็เข้าใจพอได้แล้วฟังกันมามากแล้วทางแห่งความดับทุกข์ทางให้ถึงความดับทุกข์ถ้าพูดแล้วมันก็ย้อนหนึ่งเรารู้ทุกข์สองเรารู้สมุทัย 3 เรารู้ทุกข์นิโรธมาถึงพรุ่งนี้รอดเราสุดแล้วนะฟังดีๆนะทุกคนแจ้งใจแล้วนะแจ้งในความที่เป็นนิโรธหลับสนิทซึ่งไม่มีความทุกข์อะไรอีกแล้วส่วนทุกข์นิโรธทักทายไม่มีปฏิปทานั้นน่ะไม่ใช่กลับไปปฏิบัติอีกเออถ้าเอาขั้นเอาอาหารฟังดูให้ดีว่าถ้าเอาขัดอะไรเป็นพระอรหันต์สุดยอดแล้วไม่ใช่ปกติ แต่ทุกข์นิโรธราคาไม่มีปฏิปทานั้นหมายความว่ามันรู้ความรู้ซ้อนขึ้นไปอีกถึงปฏิบัติในโลกที่ทวนกันไปทวนกันมาที่ย้อนกลับไปย้อนกันมาเป็นบทวนเวียนอยู่ในโลกรู้ระดับของโลกทุกอย่างทุกข์ทุกข์นิโรธดับได้ก็รู้หรือยังเป็นสิ่งที่ยังอยู่ในโลกเป็นคามินีเป็นเรื่องของคนธรรมะคามินีเป็นเรื่องของคนก็รู้เพราะฉะนั้นมันจะเวียนวนอยู่บอกว่าดาบก็ดับได้มีก็มีได้จะเป็นคนอยู่ก็เป็นคนได้จะเวียนวนอยู่อย่างโลกิยะก็รู้อย่างโลกียะมีบทแห่งความเป็นคน มีบทความเป็นพระอริยะทุกข์นิโรธหมายความว่าดับสุดแล้วในอันสุดท้ายอันที่ 4 นี้มีทุกข์นิโรธคามินีปฏิปทาเพราะฉะนั้นทุกข์นิโรธอริยสัจข้อที่ 3 ซ้ำกันอันเดียวกันก็ยกทุกข์ในโลกซะเลยเพราะฉะนั้นจบก็คือพระอรหันต์นอกจากพระอรหันต์เกิดรู้แจ้งถึงทุกข์นิโรธอันดับสนิทได้แล้วซึ่งความทุกข์แล้วและก็ยังมารู้ซ้อมลงไปอีกว่าอ๋อขาไม่มีเขาก็มีและเรายังไม่ตายแล้วก็คือคนเราก็คือคนจะถูก ได้แล้วแจ้งได้แล้วทำที่ใจเราได้แล้วแต่เราก็ยังเป็นคนเพราะฉะนั้นเราก็จะต้องมีปฏิบัติร่วมด้วยกับคนที่ปฏิบัติมีบทบาทบทที่แปลง่ายๆก็ได้มีบทบาทมีอาการมีกิริยามีกรรมร่วมด้วยกับคนกลับย้อนคืนเราเลิกเป็นคนแต่เราก็กลับมาเป็นคนเราเริ่มเป็นอย่างคนก็เป็นแต่เราก็มากลับมาเป็นคนอย่างที่เขาเป็นแม้เราจะกลับมาเป็นคนอย่างที่เขาเป็นเราก็หมดทุกข์ได้ทีนี้เราจะกลับมายังไงย้อนกลับมาอย่างสูงสูงสุดแล้วเราไม่ทำอย่างที่คนทำหมดแล้ว แล้วก็กลับมาทำอย่างที่คนทำจากสูงมาถึงเราจะอนุโลมสัจจานนท์ย้ายมาได้เท่าใดทวนทวนทวนได้แล้วหลุดแล้วจริงๆไม่มีติดเหมือนน้ำก็ไปบ่อนแล้วเราก็มาร่วมกับเขาได้ถ้าน้ำไม่เหมือนไม่เหมือนน้ำกับใบบอนยังแตกยังดูดอยู่แตะเข้าปั๊บสัมผัสก็เกิดรถเกิดชาติเกิดรักเกิดชังแล้วก็มาแตะก็ติดในเมื่อเราไม่ติดแล้วอย่างจริงเราก็กลับมาแตะได้แล้วเราก็พยายามเข้าใจถามของบุคคลเข้าใจบทบาทของบุคคลคนนี้ก็ยังมีอย่างนี้คนนี้เขายังมีอย่างนี้คนนี้ก็ยังมีอย่างนี้คนนี้เขาจะต้องอาศัยอันนี้เป็นพวกแพ้เราจะอนุโลมให้คนนี้คนนี้แม้แต่รูปรถเป็นเสียงสัมผัสก็ยังติดอยู่นะ วันนี้ลาภยศสรรเสริญพระเจ้าติดอยู่นะอ้าวชั้นต้นไหนก็ตามสบายมาก่อนปิดอบายมุขมาให้ได้ปิดมาได้ศีล 5 ได้ศีล 5 ศีล 8 อย่าพึ่งใครมีบทขนาดนี้สำหรับเขาคนนี้อ่านให้ชัดคนนี้สำหรับวันนี้คนนี้สำหรับคนนี้คนนี้ได้สูงกว่าคนนี้คนนี้อันนี้ได้แล้วเอาแรงขึ้นมาแล้วก็สูงบทปฏิบัติกับปฏิบัติมันไม่ใช่อันเดียวกันเพราะในบทปฏิบัติต้องมีบทของเขาต้องมีบทบาทต้องมีอาการต้องมีฐานให้แก่เขาจึงจะต้องเป็นผู้ที่เกิดปัญญาญาณนั่นเองอันที่ 4 นี่มันมีปัญญาญาณที่ลึกละเอียดขึ้นไปกว่าของเรามันจบตั้งแต่นิโรธแล้วทุกนิโรธมันได้แล้ว เพราะฉะนั้นเขาแปลอันสุดท้ายนี่นอกจากแปลว่าทุกข์นิโรธทักทายไม่มีปฏิปทาเขาเมาแล้วว่านี่แหละเป็นมรรคอริยมรรคองค์ 8 ถูกด้วยเพราะฉะนั้นผลแล้วเป็นแล้วเป็นจริงๆด้วยมีผลแล้วมีมากองแปลกและเป็นตัวปลายแล้วมีเพราะว่าเขาไม่มีแล้วศูนย์แล้วแต่เขากลับมามีมีอย่างดีเพราะฉะนั้นพระอริยะพระอรหันต์พอถึงขั้นพระอรหันต์แล้วท่านจะมีสัมมาทิฏฐิอย่างไรถ้าจะมีทิฐิหมายความว่าไม่ต้องสมัครถ้ามีวิธีอย่างไรก็ตามครับถ้ามีทรัพย์กับปะอย่างไรก็ตามท่านถ้ามีวาจาอย่างไรก็ตามท่านมีกรรมการอย่าง ถ้ามีอาชีวะอย่างไรเอา 3 ท่านก็แล้วกันนัดท่านมีแต่สัมมาพันธ์พยายามอย่างไรพยายามอย่างทันตามทันถ้ามีสติอย่างไรสติอย่างท่านจิตของท่านเป็นที่สุดท่านทำได้ถึงขนาดไหนพยายามไล่ไปทำให้ได้อย่างท่านเป็นสัมมาสมาธิทำจิตตามไปแล้วเพราะท่านอรหันต์แล้วจะลดลงมาก็จะต้องมีปัญญาลดถ้าอย่างนี้เราลดลงมาไม่ได้ถ้าเราหย่อนลงมาจัดการอนุโลมอนุโลมลงมาขนาดนี้ไม่ได้เราเองเราไม่มีกำลังพอหมดแล้วมือเราไปช่วยคนอยู่ในหมอกคนตกบ่อถ้าเราเลือกลงไปซื้อขนาดนี้แล้วทางนี้หลุดแล้วไม่มีอะไรเกาะไว้ที่ปาก ทีนี้เราไม่เอาเราจะเอื้อมลงไปฉุดเขาปากฟังความเหนียวแน่นของเราแน่นอนอยู่ที่ปากฟังเราต้องมีฐานเกาะอย่างแน่นและเอื้อไปได้สุดขนาดไหนเอาขนาดนั้นถ้ายิ่งไม่สุดจะมีปากฝั่งที่เรามีฐานรองรับฐานที่เราจะเกี่ยวเกาะไว้อย่างแน่นมากก็ยิ่งดีแล้วก็เอื้อมไปน้อยนั่นแหละดีแล้วเราก็ไม่มีทางจะช่วยเขาเอื้อมไปถึงมือคนมีคนจะให้เราช่วยได้เราก็เอื้อมไปถึงคนขนาดนั้นก่อนอย่าตัดคนที่ลงไปอยู่ยิ่งลึกยิ่งลึกยิ่งมีอยู่เยอะให้จบอยู่ในคนบอกคนหิวเยอะๆลงไปต่ำเท่าไหร่ยิ่งมีเยอะเลยที่เขาจะมาเกาะเรายิ่งเกาะมากยิ่งเรายิ่งมีที่ฐานที่ ฐานที่เกาะไว้ยิ่งน้อยลงน้อยลงแล้วคนยิ่งจะมาเกาะเราเพื่อจะขึ้นมาจากเหวยิ่งมากเพราะฉะนั้นที่ประมาทไม่ได้ประมาทไม่ได้ต้องระวังเมื่อเราจะสอนเขาหรือเราจะช่วยรื้อขนสัตว์เนี่ยจะช่วยรื้อขนสัตว์นี่เราจะต้องระวังระวังมากที่สุดว่าเราเองเนี่ยมีแรงพอไหมอย่าลืมว่ายื่นต่ำลงไปเท่าใดยิ่งมีสัตว์ร้ายปริมาณเยอะเท่านั้นยิ่งเอื้อมลงไปตามที่มีสัตว์ร้ายปริมาณเยอะมากที่จะตามเข้าไปเยอะเลยคลองใหญ่คลองเตยเลยน้ำหนักยิ่งมากน้องยิ่งจะลดลงมันต้อง นอนให้ดีเลยเอาล่ะเรารู้เราเห็นพวกเหล่านี้เรายังไม่มีแรงพอเรารู้อัตราประมาณตนดูต้นต้นมีแรงเท่านี้อย่าพึ่งมีเราเห็นก็เห็นอยู่แล้วเนี่ยเหมือนบวชใต้น้ำหรือว่าเราเห็นอยู่ว่าเขาตายไปตายไปเขายังทนทุกข์ทรมานแล้วก็อะไรก็ต้องใจเฉยพระอรหันต์ก็รู้ความจริงกรรมใครกรรมมันทุกข์อยู่เราก็รู้เขาทุกข์เพราะเขาทำของเขาเองทั้งนั้นแหละเราเองมีแต่เราจะช่วยเขาได้เท่าใดแล้วก็เป็นเป็นการช่วยไม่ฟูฟองไม่ห่อเหี่ยวไม่เศร้าหมองเห็นสัตว์โลกนานาที่กำลังเดือดร้อนอยู่ก็เห็นเราช่วยแล้วก็พยายามช่วยมีเมตตาอยู่พยายามยกจิตเมตตามีเมตตา เป็นอัปปมัญญาแท้ๆเข้าไปช่วยเท่าที่เราจะมีกำลังถ้าไม่มีอัตตัรยุบตาอยากจะช่วยอยากจะช่วยเราตายด้วยกันเลยอย่างนี้ไม่ใช่พระอรหันต์พระอรหันต์จะต้องรู้การอนุโลมสัจจานนท์ความปล่อยไปแล้วเป็นสังขารแล้วมันไม่ตรงไม่แต่งแล้วเป็นนิโรธแล้วเราก็รู้การที่จะอนุโลมไปช่วยคนอีกสัจจานนท์ยานต้องรู้ปัญญาต้องมีปัญญามีญาณที่จะรู้ว่าจะอนุโลมได้เท่าไหร่สัจจานนท์ยานแล้วจึงจะตัดโฆษณา จึงจะเรียกว่าอรหันต์ต้องตัดโฆษณายานจึงเรียกว่ามัสยาผลไม้ยานเกิดคือรู้ทางเนี่ยรู้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาต้องรู้อันนี้ด้วยเลยว่ารู้ เห็นมันจะเห็นธรรมดามีแล้วมีที่เราแล้วมีทุกข์นิโรธทักหาไม่มีปฏิปทาที่เราแล้วมีจริงๆทุกข์นิโรธก็มีแล้วนอกจากนิโรธแล้วยังรู้ข่าวไม่มีไม่รู้ปฏิปทาของกามินีต่างๆและเราก็ได้สัจจานนท์รวมญาณได้อนุโลมกับเขาได้ช่วยเขาได้เป็นไปไม่ดูดายเข้าใจขั้นตอนแล้วเราก็ทำอยู่ศาสนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงไม่เสื่อมสูญง่ายๆไม่เสื่อมสูญง่ายๆเพราะมีหลักเกณฑ์ที่รอบรัฐมีทฤษฎีที่เชื่อมโยงมีทฤษฎีประโยชน์ตนประโยชน์ท่านชัดที่สุดในทฤษฎีประโยชน์ตนประโยชน์ท่านชาติที่สุด ไม่ใช่สอนอย่างเดียวหรือผีอ้าวเธอได้ไปเลยอยู่ป่าอยู่เขาอยู่ถ้ำขุดรูอยู่คนเดียวเองมาถึงเวลาตายก็ตายไปหรือบางคนไปตายก่อนไม่ใช่ศาสนาพุทธไม่ควรตรวจอย่างนั้นศาสนาพุทธไม่ใช่เชิงที่เห็นแก่ตัวออกป่านนั้นไม่ใช่จนได้แล้วตนก็ช่วยเขาตามแรงเราเรามีแรงเท่าไรก็ช่วยเขาเท่านั้นและเป็นความรู้มันจะรู้เท่าที่เรามีปัญญาเราจะเป็นพระอรหันต์ท่านที่มีปฏิสัมภิทาญาณเท่าใดก็เท่าเราไม่แกล้งอ่ะมันแกล้งไม่ได้แกล้งฉลาดได้สักคนถ้าแกล้งโง่ก็ได้แรกๆฉลาดไม่ได้ฉลาดมันคือความจริงที่มันจะต้องเฉลียวฉลาดมันจะต้องรู้มันจะต้องเห็นมันจะต้องเข้าใจอย่างลึก แกล้งฉลาดไม่ได้หรอกคนทำทีเป็นแกล้งฉลาดนั่นแหละคือคนโง่คนแกล้งฉลาดทำเป็นแกล้งฉลาดจริงๆตัวไม่ฉลาดเลยนะแหมทำแอ๊กซ์เหมือนตัวเองเป็นฉลาดนั่นแหละคนโง่แล้วเขาจะไม่ได้อะไรเลยแต่ถ้าคนฉลาดแล้วทำตัวเป็นโง่เขาจะได้อะไรจากสิ่งที่เขาสำคัญเพราะเราแสดงเป็นคนโง่คนอื่นก็จะแอดขึ้นมาเพื่อจะแสดงโดยแสดงนี่ให้เราดูได้แล้วเราจะเกิดรู้เพราะคนฉลาดแกล้งโง่ได้แต่คนโง่แกล้งฉลาดนั่นคือคนที่โง่ยกกำลังคนที่โง่ยิ่งขึ้นมันเป็นไม่ได้นี่มันก็ฉลาดได้ยังไงในโลกมันแกล้งไม่ได้ฉลาดกูฉลาดจริงๆต้องเป็น มันถึงจะมีตัวฉลาดมันไปแกล้งทำทีเป็นตัวฉลาดยิ่งขึ้นมันสุดที่ของมนุษย์ในมนุษย์คนไหนก็จะต้องใช้ความฉลาดที่ตัวมีในตัวสุดที่ของเราเองไปแกล้งให้ฉลาดยิ่งกว่าที่ตัวมีไม่มีใครคิดถึงตัวเองไม่มีไปแกล้งฉลากว่าฉันจะแกล้งฉลากเองไม่มีแรงที่ไหนเพราะฉะนั้นคนเราทำยังไงทำยังไงมันก็ทำได้ฉลาดสุดของตัวเองเท่านั้นแหละเป็นอย่างแก่เพราะอันนี้ก็หมดขี

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน