200214-038 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน038-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ007.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน 1-202 (ปี 19-20-21)MP3 ถอดเสียงแล้ว รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์115 KB
วันที่แก้ไข6 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันนี้เป็นเช้าวันที่ 14 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2520 ไปรษณีย์พวกเราทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกและวันนี้ยังคงต่อพุทธประวัติจากพระโอษฐ์ภาคที่ 1 ตอนสิ่งที่ตรัสรู้มาทำวัตรกันต่อถ้าเราได้อธิบายสิ่งที่ตรัสรู้ที่พระพุทธเจ้าท่านใดยกเลิกขึ้นมาเป็นเรื่องต้นคือเรื่องสุด 2 ฝ่าย แล้วแต่จะยืนยันว่าไอ้เรื่องสุดโต่งสองฝ่ายนี้ต้องทำความเห็นให้แจ้งแล้วจะต้องดำเนินทางสายกลางข้อปฏิบัติเป็นทางสายกลางที่ไม่ไปหาสิ่งสุดโต่ง 2 อย่างนั้นอย่างที่เราอธิบายกันไปแล้วเป็นข้อปฏิบัติที่ตถาคตรู้เฉพาะแล้วเป็นข้อปฏิบัติทำให้เกิดจากสุขเป็นข้อปฏิบัติทำให้เกิดญาณเป็นฝ่ายเพื่อความสงบเพื่อความรู้อันยิ่งเพื่อความตรัสรู้พร้อมเพื่อนิพพานนะเอากลางเพราะเราจะเห็นได้แม้แต่อุปกิเลสต่างๆที่เราเรียนลึกซึ้งขึ้นแม้แต่เพียงจับหย่อนเพียรก็ไม่ได้ รถขยับเข้ามาหากลางแม้แต่ว่าตื่นเต้นดีใจหรือว่าหดหู่ใจเป็นฉันผิดตลอดมาหาจนกระทั่งหูใจมากเกินไปก็ไม่เอามากางหรือจะดีใจจนเกินไปเป็นเป็นผู้พิทักษ์ไปดีใจไปภูมิใจปองใจขึ้นไปก็ไม่ต้องมาหาครางให้ฟังเชิญปลานิ่งเป็นสภาพที่จัดเข้ามาหาส่วนอย่างนั้นแล้วเราก็เข้าใจว่าถ้าเผื่อว่ามันเป็นสภาพของสายเศร้าหมองโทรศัพท์มันเป็นทุกข์แท้ก็กลับมาเปลี่ยนมาเป็นรุ่นเดิมก็ยังดียังเป็นสวรรค์ร่าเริงเบิกบานยินดีก็ยังเป็นสวรรค์ จากสวรรค์ชั้นก็เป็นฐานมหากาฬมหาว่านจืดสนิทสงบสนิทหรือปล่อยกลางหรือคอยลดลงมาอันนี้จะเห็นได้ว่าเป็นแนวทางไปทิศทางอานาปานสตินี่บอกชัดเมื่อผู้ได้จับจิตรู้ชัดถึงจิตสังขารที่แท้จริงแล้วพระพุทธเจ้าก็รวมเรื่องจิตย่อลงเป็นตามมาถ่ายรูปกายและสังขารซึ่งหยาบคายและการเรียนรู้จากการเปลี่ยนต้องมาเป็นประมูลที่ยังทำให้มันมั่นคงตั้งมั่นเป็นสมาชิกปล่อยไปปล่อยเครื่องปล่อยอยู่ เรื่อยไปจนกระทั่งรู้จิตของเรามีรสชาติเห็นชั

อ่านต่อ

ดในจิตว่าเป็นอนิจจังเป็นจริงๆเห็นชัดๆในสิ่งอื่นก็ไม่ว่าเราเห็นว่าทุกอย่างมันไม่เที่ยงในโลกข้างนอกมันก็เป็นการเห็นแต่มันยังไม่เห็นอัตตาถ้าเห็นอัตตาก็ไม่เที่ยงอัตตาก็ไม่ใช่ของเที่ยงจะปล่อยอาสาได้แล้วก็เราก็สามารถที่จะสามารถกางคลายให้ทำจิตของเราให้มันแล้วมันเกิดรถแรงอย่างนี้แล้วเราก็ทำให้เบาบางคลานไปได้เป็นที่รักค่ะจนกระทั่งจิตสนิทเป็นนิโรธหรือเราอยู่เหนือมันที่ใช้คำว่านิโรธที่ว่าอยู่เหนือมันมีก็เพราะว่าแม้มันจะไม่จ้างใครแม้เรา อยู่เห็นอยู่เข้าใจอยู่ชัดกับจิตขณะนี้ว่าจิตเป็นอย่างนี้อารมณ์ดีหรือไม่ยินดีก็ตามเราก็รู้อยู่แต่เราก็อยู่เหนือมันไม่ให้มันเหมือนเสือแม้มันจะเป็นเสือเราก็ไม่ให้มันมากินมากัดเราได้เราจะอยู่เหนือมนุษย์ใช้ภาษาว่าอยู่เหนือมันก็ดีหรือว่าเราจะดับแต่ใช้ภาษาคำว่าดับก็ดีดับโลภะโทสะโมหะโมหะคือรู้ชัดอยู่เหนือมันเป็นยางทัศนะเป็นยถาโพธิญาณเป็นการรู้จริงตามความเป็นจริงแล้วเราก็ไม่ได้หลงเป็นแบบโลกๆเขาไม่ได้หลงผิดไอ้อย่างนี้ก็เป็นของโลกอย่างนี้ไม่ได้สิ่งที่น่าติดใจไม่ใช่หน้า จิตใจอะไรต่างๆนานาไม่ใช่เป็นสิ่งที่เกิดเป็นอย่างนั้นแหละแล้วเราก็ใช้สิ่งเหล่านั้นกับโอกาสกับมวลชนกับกลุ่มหมู่กับกาลเทศะกับการกระทำงานไปตามระยะเท่านั้นเองไม่ใช่หน้าติดใจน่าหลงใหลหน้าใครอยากหน้าอะไรไม่ใช่แต่มันก็เป็นเครื่องรองรับอันนี้รองรับง่ายอันนี้รองรับยากบางอย่างรองรับ 1 อย่างมันร้อนจัดมันเย็นจัดมันอ่อนจัดมันแข็งกัดสีจัดมันแสบมันร้อนมันรวนมันอะไรแล้วแต่เป็นสภาพที่มันจัดๆเราก็รู้ว่าจัดนี่มันยากถ้ายิ่งเจอก็ยิ่งพลางบางทีจึงมากเกินไปมันก็ไม่ดีฟางนะอ่อนมากเกินไปก็ไม่ดี ไม่มีต้นเลยลำบากอย่าบรรยากาศที่มันหนาแน่นน้อยไปเราจะเราเคยชินในการจะต้องเดินให้ได้อย่างนี้จะต้องเคลื่อนไหวมีความควบแน่นขนาดนี้เราไปเดินในอวกาศที่มีความครอบแน่นของอากาศน้อยกว่าเราไปเดินเขาจะต้องไปอะไรในความรู้สึกของเราเราจะต้องไปได้ไวกว่านี้มันจะต้องมีแรงสัมผัสที่แรงดันขับดันความแน่นที่จะต้องสัมผัสกันที่จะดันได้มากกว่านี้อะไรไปกว่านี้มันไม่ได้ดั่งใจมันจะทุกข์มันจะรู้สึกเราช้ามันจะรู้สึกว่าเราไม่ทำใจจะรู้สึกเป็นอะไรต่ออะไรก็ได้แต่ถ้าเกิดว่าบรรยากาศตอนนั้นความก็แน่นเท่านั้นสามารถใช้แรงดันสามารถที่จะต้องผลักดันจะเดินไปจะลอยจะเบาใจอะไรจะอะไรก็ทำขึ้นทำลงอะไรได้อย่างนั้น มึงก็เป็นอย่างนั้นมันไม่ใช่เรื่องประหลาดอะไรมันก็เป็นอย่างนั้นตามจริงของวัตถุหรือว่าของสิ่งที่สำคัญการสัมผัสกันมันไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าผู้ใดเข้าใจอย่างนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรเพราะเราเป็นอยู่เนี่ยเราก็ไปได้ช้าขนาดนี้เราก็ไปได้เร็วขนาดนี้เราทำงานได้เดินคืบหน้าไปอย่างนี้มันมีเหตุปัจจัยครบอย่างนี้มีความควบแน่นมากมีความดึงถ่วงที่มากหรือว่ามีความสนับสนุนแรงดันดันมากแต่มันก็ไปได้เร็วไม่มีแรงดันมีความถ่วงมากมันก็ไปได้ช้าอะไรอย่างเงี้ยมีแรงต้านแรงแรงส่งเป็นธรรมดาในโลกแล้วมันก็เดินไปตามจริง เหตุปัจจัยเดินไปตามจริงกับองค์ประกอบที่มันสนับสนุนหรือถ่วงกันมันเป็นเรื่องธรรมดาธรรมดาแล้วถ้าใครเข้าใจแล้วก็ไม่มีปัญหาต่ออะไรเราไม่ได้อยากเกินไปแต่เราแต่เราก็เป็นผู้ที่เข้าใจหรือผู้ที่รู้รู้ชัดเจนถ้ามันเดินได้เร็วสิ่งนี้มันควรเดินได้เร็วควรก้าวหน้าก้าวหน้าแล้วก็ทำให้มันเร็วได้เราก็ทำมันก็ควรไม่เยาะแยะไม่ช้าช้าถ้าเราทำได้และมีองค์ประกอบไม่มีเหตุผลเพียงพอเรามีความสามารถด้วยแล้วก็ไม่ยอมหย่อนแล้วก็ไม่ยอมอยากดูได้ถ้าเผื่อว่าเป็นไปไม่ได้เราทำอยู่แต่ยังมีสิ่งถ่วงมีสิ่งหนึ่งมันช้าเพราะเหตุนั้นเพราะเหตุนี้แล้วเราก็จะทำก็ทำไม่ได้บางทีเราต้องรอหรือเข้าไป อยากรู้ว่าเราทำมันจะเจริญแต่ด้วยอำนาจของสิ่งแวดล้อมขององค์ประกอบมันทำให้เราต้องรอต้องรอเราก็ต้องรู้ว่านี่ต้องรอถ้าใครไม่รู้จักคำว่ารอมีแต่กิเลสล้ำหน้ามีแต่ความต้องการมีแต่อะไรต้องเดินทางต้องเดินทางต้องเดินต้องไปต้องวิ่งทั้งๆที่มันมันมีเหตุปัจจัยว่ามันยังต้องรอไปไม่ได้ไปไม่ได้ต้องรอถ้าเราถ้าเราไม่เข้าใจจุดนี้เราจะปรึกษาและความคิดอ่านแล้วคิดอ่านได้ถ้ามีอะไรที่จะพอแหวกการรอนี้ซึ่งมันก็เป็นการพักโดยที่ไม่ควรจะพักเราเห็นอยู่ว่าไม่ควรแต่มันต้องรอมันต้องพัก ก็มีเหตุปัจจัยของมันและมีองค์ประกอบของมันเหมือนกันถ้าเราสามารถมองช่องทางออกเป็นไปได้ด้วยดีว่าเออมีช่องที่จะแหวกไปโดยไม่ต้องรอไม่ต้องพักมีช่องมีโอกาสหรือว่ามีความสามารถที่เราจะสามารถเป็นไปได้โดยไม่ไปขัดแย้งไม่ไปทะเลาะเบาะแว้งไม่ไปทำลายไม่ไปทำความเดือดร้อนเบียดเบียนให้แก่ผู้อื่นมากเกินไปนักแล้วก็เป็นการดีกว่าแม้เราจะเสียสละอำนาจมันจะเสียบ้างแต่การไปได้เกิดขึ้นได้เพราะไม่ต้องรอให้ก้าวหน้าไปในส่วนปีนี้ก็ไม่เสียหายส่วนดีมากกว่าส่วนที่จะเราจะเบิกออกไปอาจจะเบียดเสียดๆไปบ้างแต่มันก็เป็นผลที่ดีกว่าแล้วประมาณแล้วไม่ได้ ต้นไม่ได้เข้าข้างใครแล้วมันก็อาจจะทำได้แต่นั่นแหละถึงแม้ว่าเราไม่มีเสียงขึ้นไปเรารู้ดีว่าองค์ประกอบต่างๆผสมเป็นสีขึ้นมาแล้วร่วมกันแล้วด้วยเหตุปัจจัยว่ามันต้องรอมันก็ต้องรอเพราะว่าจิตใจผู้ใดรูปภาพรู้อยู่รู้ไปตามธรรมดาแล้วไม่ได้เดือดร้อนดิ้นรนไปก็ได้หยุดก็ได้ก็ไม่มีความเดือดร้อนไม่มีทุกข์ไม่ลำบากกังวลอะไรไม่รู้แล้วว่าเราเดินทางอยู่เดินทางไปทุกวันก้าวหน้าทุกวันอย่างที่ถามกันจนพอเมื่อวานนี้เลยว่ะเป็นไงท่านมีส่วนได้หรือถ้ามีความก้าวหน้าเจริญในธรรมเป็นไปอยู่ดีจริงหรือพูดรู้ตัวเองโดยอยากตอบในชีวิตต่อไปพิจารณาจริงๆเห็นจริงๆว่าในวันหนึ่งคืนหนึ่งของเรา มันเป็นการเพิ่มภูมิเดินทางขึ้นสู่จุดนี้ขึ้นมีความรู้มีญาณมีวิมุตขึ้นมีกายภาพจะได้ทำงานทำงานทั้งที่เป็นของโลกเราก็มีงานประกอบอยู่ทั้งทำงานที่เป็นกิจของจิตมีสิทธิ์ติดขาจิตของเราเกิดวิมุตจิตของเราเกิดยามจิตของเราละหน่ายคลายได้อยู่รู้ความได้รู้ความที่ยังไม่ควรยังบกพร่องอะไรจะทำให้ดีก็มีอยู่เราก็รู้ของเราอยู่ตลอดเวลาและเราก้าวหน้าอยู่เราไม่ได้ไปพยายามส่งเสริมมีจิตระแวกระวังเอาไว้ไม่พยายามที่จะให้มันมีกิเลสของโลกหรืออุปกิเลสมันเข้ามาแสนเข้ามาดึงถ่วง เรามากหลวงมากลงไปในวันหนึ่งคืนหนึ่งเรารู้อยู่ว่าเราเจริญในธรรมอยู่มีคำว่าสปายะได้เพราะในสถานที่นี้เรียกว่าเสนาสนะส่งเสริมให้สปายะเพราะบุคคลที่ร่วมอยู่นี้ส่งเสริมกันให้เกิดสภาวะให้เกิดความเจริญเป็นธรรมกายอยู่ทั้งสิ้นไม่ว่าเสนาสนะก็ส่งเสริมธรรมะบุคคลก็ส่งเสริมธรรมะแม้แต่เครื่องยังให้อยู่เรียกว่าอาหารไม่ว่าอาหารกินก็ไปทางกายแต่อยากๆว่าอาหารก็กินเข้าไปทางปากเลยก็ได้อาหารนี้ก็เป็นไปได้อยู่ยังขันได้หรืออาหารละอาหารจะเป็นเครื่องทำให้ยังอยู่ได้อยู่ด้วยลูก อยู่ได้นานขันที่เป็นธรรมะจิตของเรามีเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณเราเรียนรู้เกิดการเกิดปรมัตถ์รู้ในจิตรู้ในรูปรูปที่เป็นรูปเป็นจิตรู้ในนรกในสวรรค์รู้ในผีในเทวดาของเราเราได้ปรับปรุงเราเป็นเทวดาและปรับปรุงตัวเราขึ้นเป็นพระอริยะหรือเป็นพระแท้ๆขึ้นไปสู่นิพพานใกล้นิพพานเข้าไปจริงๆเดินทางจริงๆเรารู้เราแจ้งถ้าเราเข้าใจอยู่อย่างนี้มันก็ไม่มีปัญหาอะไรเราจะหยุดก็ได้หรือแม้ที่นี่จะเจริญเป็นเสนาชนะที่ทำให้เราเจริญในธรรมมีบุคคลก็บุคคลทำให้เจริญในธรรมมีอาหารก็อาหารทำให้เจริญในธรรม มีเป็นธรรมดาอยู่แม้เราจะจำเป็นจะต้องออกจากที่นี่โดยความผลักดันโดยอำนาจอะไรก็ตามที่เป็นอำนาจได้จะต้องให้เราอยู่ไม่ให้อยู่ที่นี่เราจะต้องเคลื่อนย้ายเราก็ไม่แปลกอะไรหาใหม่ก็ได้ในโลกนี้มีอีกล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านล้านจุดที่เราจะสามารถดำเนินให้เป็นสิ่งที่จะเกิดสปาอย่างได้ไม่ว่าเสนาชนะนี้หรือบุคคลนี้หรือว่าอาหารจะทำให้เราดำเนินขึ้นไปด้วยธรรมะสปายะได้ก็ไม่แปลกอะไรที่อื่นก็พอได้ถ้าจำเป็นเรารู้ล่ะว่าที่นี่ดีพร้อมแล้วแต่ว่ามันจำเป็นก็ไปไม่ยึดอะไรที่อื่นอาจจะน้อยกว่าบางสมัยต่างๆอะไรเกินไป สัปปายะที่เจริญน้อยกว่าก็ไม่เป็นไรไม่แน่อนิจจังที่อื่นอาจจะเจริญยิ่งกว่านี้ก็ได้แต่เราไม่รู้บางโอกาสบางที่บางแห่งบางเสนอาสนะปางบุคคลหรือบางอาหารก็อาจจะเป็นได้เพราะงั้นเมื่อเราเองเราแน่ใจในบุคคลก็อยู่กับหมู่บุคคลนั้นๆเป็นสหายเป็นธรรมชาติหรือเป็นบัณฑิตหรือเป็นครอบครัวเป็นสหธรรมิกเป็นเรื่องความรักเป็นบริวารของพระพุทธเจ้าที่เราเอาพระพุทธเจ้าเป็นชื่อรวมมีมาเป็นบริวารของพระพุทธเจ้าแล้วก็ทำจริงเราก็ได้หมู่กลุ่มนั้นเป็นบุคคลเป็นบุคคล แท้เรามีอยู่วงกลมอยู่ที่นี่แหละไม่ใช่มาร่วมกันอยู่ที่เดียวจะรวมกันอยู่ที่อื่นแล้วก็เป็นไปได้แต่กว้างขวางขึ้นเราก็มีหมู่กลุ่มอันกว้างขวางแล้วก็ส่งเสริมสวนอาหารที่จะหามาให้แก่กันและกันได้นะเราแบ่งอาหารแก่กันเสมอบางคนคนนี้ยิงคนนี้บางคนคนนี้ยิงคนนี้ขัดเกลาคนนี้อาหารทั้งนั้นแหละเราอยู่ด้วยกันในฐานะอยู่สูงเรามีสิ่งที่อ่าสุขุมประณีเราก็มีอาหารที่สุดของประณีตบางทีให้อาหารกันบางทีก็จัดเหมือนกันนะพวกเราให้อาหารแก่กันและกันคนนี้ให้คนนี้บางทีก็ให้เป็นเชิงดีหรอกเป็นเชิงผสมประเสริฐเล่มที่เล่ม บางคนไม่ทีเล่นทีจริงแล้วเอาที่จริงเลยไม่ทีเล่นไม่มีทีเล่นเลยให้อาหารอย่างแข็งเป๊กเลยแก่กันและกันก็มีอยู่ฟังให้ดีว่าอาหารอันนี้ไม่ใช่อาหารกินที่เข้าปากอาหารในการขัดเกลากิเลสเป็นอาหารชั้นสูงเป็นสิ่งที่จะรับขึ้นไปปรุงรักขึ้นไปสังเคราะห์อ่าอันนี้คือเครื่องรวมเข้าไปสังเคราะห์แต่สังเคราะห์อะไรก็สังเคราะห์ตัดเหล็กเราให้มันสังเคราะห์จิตของเราให้สะอาดมันไปร่วมกลุ่มร่วมกันการปรุงจิตของเราให้ลดโลภะโทสะให้รถอุปกรณ์กิเลสอาหารอย่างนี้ เราก็จะต้องร่วมกันช่วยกันจะเกิดจากอะไรเมื่อเราเกิดเป็นคนอาหารที่จะเกิดก็เกิดมาจากคนนี่แหละเกิดมาจากรูปลบกลิ่นเสียงสัมผัสโดยธรรมชาติที่ไม่มีคนป่าเขาลำเนาไพรมันจะไม่มีอะไรมากพอมาอยู่ในกลุ่มนี้มาหาที่เค้าปรุงเค้าแต่งรูปรสจัดกลิ่นรสจัดเสียงรสจัดมีความมีความมอมเมามีรูปแบบมีวิมานมีอะไรต่ออะไรก็ตามแต่พี่ก็จะสร้างเป็นลำดับขึ้นไปมอมเมาคนในโลกจัดขึ้นไปเราก็มารู้ได้ถ้าเราไม่รู้เท่าทันเราก็เสร็จเสร็จสิ่งเหล่านั้นเพราะเรามาอยู่กับหมู่ในเช้ากลุ่มเนี่ย [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ละอ่อนคนที่ไม่มีปัญญารู้จึงต้องไปเป็นทาสมันมันมองถูกมอมเมาเพราะมันทำปฏิกิริยาได้จัดจ้านมันกระทบสัมผัสเข้าแล้วมันมีแรงดูดแรงดึงแรงผลักแรงนักคนถึงอยู่สู้ต่อต้านมันไม่ได้เพราะเราอยู่ต่อกันได้เพราะเรามีอินทรีย์พละกล้าเรามีปัญญาแล้วรู้เท่าทันได้เราก็อยู่กับโลกได้เห็นหน้าพระอริยะหรือพระอรหันต์ของพระพุทธเจ้านี้อยู่ป่าอยู่เขาก็อย่างนั้นน่ะง่ายเพราะธรรมชาติมันปรุงเองโดยรถของโลกมันน้อยธรรมชาติสีมันก็จะมีรูปนกเป็นเสียงสัมผัสอะไรต่างๆนานาที่เค้าสมมุติบางทีเป็นรูปร่างเป็นรูป เป็นรูปแล้วก็ไปหลงตามไปเข้าใจผิดไปยึดถือว่าเป็นของคนได้ควรมีคนเป็นมากมายมีทั้งสภาพที่ไม่มีตัวไม่มีตนมีทั้งสภาพที่มีตัวมีตนจี๋จ๋าชัดเจนจัดจ้านเลยเรามารู้เท่าทันทีเราก็แข็งแกร่งเป็นพระอริยะชั้นสูงเป็นอรหันต์ที่มีบารมีมากมีอินทรีย์พละกล้าอีกแล้วเราก็จะทำประโยชน์กับคนนี่แหละได้มากคนที่ตกไปอยู่ในห้วงลึกเท่าใด YouTube อำนาจของกิเลสตัณหาหรือว่าของอบายมุขหรือของโลกเป็นรูปโรคจิตเสียสัมผัสลงไปเท่าใดเท่าใดเป็นการวันสำคัญ จัดจ้านชัดเท่าไรเมื่อผู้ใดถูกมมจัดผู้ที่จะลงไปช่วยเป็นพระมาลัยจะลงไปช่วยพวกที่ลงนรกลงนรกลึกลงไปอย่างนั้นคือพวกที่ตกไปในการจัดๆนี่ก็เรียกวันนั้นนรกไปอีกผู้ที่จะลงไปช่วยได้ผู้นั้นจะต้องมีอินทรีย์พละกล้าเป็นพระมาลัยชั้นหนึ่งที่จะลงอย่างลงไปหาเมืองนรกนั้นไปช่วยเขาไม่งั้นทนความยั่วยวนของนรกนั้นไม่ได้ไม่รู้เท่าทันไม่มีปัญญาก็จะลงไปช่วยเขาไม่ได้เพราะพระอรหันต์ใหญ่ที่มีปัญญามากมีกำลังต่อต้านอำนาจโลกได้มากจึงจะลงไปช่วยเขาได้มากตามวัน ลูกค้าตามมาสู่การจัดการมากสุดโต่งไปมากไกลเรียกว่าการสุขาภิบาลอันลึกก็จะลงไปช่วยเขาได้มาส่วนฐานะอัปเดตมาตะก็เป็นผู้ที่รู้ในอัตตาอันลึกซึ้งเป็นเดียรถีย์เป็นฤาษีติดสงบติดป่าติดเขาผู้ที่จะไปช่วยคนพวกนี้ได้มากก็จะไปพระพุทธเจ้าเองเป็นผู้ที่ไปช่วยคนพวกนี้มากเพราะเขาแสวงหาธรรมและหลงธรรมะอย่างฤาษีมากเกินป่าเลยสมัยพระพุทธเจ้ามากเกินไปเกินถ้ำเกินเขาพระพุทธเจ้าจึงสอนคนพวกนี้เยอะแล้วก็สอนในรุ่นแปลกๆสอนหรือว่าภิกษุทั้งหลายคือนักบวชทั้งหลายเข้าไปติดกดติดอย่างนี้อยู่ ปิดสงบจิตนึกถึงแล้วนั่งอยู่เป็นนานๆหลบไม่ต้องพูดต้องคุยกับใครไม่ต้องมีประโยชน์อะไรกับใครได้บ้างมีแต่ตัวหยุดนี่แหละตัวสงบแล้วก็ติดสงบอร่อยและรังเกียจคนที่เขาพูดจาคนที่เขาคบหากับมนุษย์คนที่เขาสังสรรค์กับมนุษย์แต่รังเกียจคนที่เขาสังสรรค์กับมนุษย์รังเกียจว่าไปยกตัวข่มเขาข่มพระหรือข่มนักบวชที่เขาแล้วแล้วเขาเป็นพระมาลัยจะไปช่วยมนุษย์ในเมืองในกลุ่มในเมืองนรกนั่นแหละนรกอย่างโลกอันนั้นเป็นนรกอย่างโรคมันก็โลกียะเหมือนกันที่ไปติดอึดอัดตาคนนั้นก็เป็นนรกเหมือนกันแต่นรกชั้นสูงหน่อยมันละเอียดสุดคุ้มที่เรียกว่าชั้นสูงเข้ามาละเอียดสุขุมมันเป็นเรื่องของจิตที่ไม่มีตัวไม่มีตน แปลเป็นอัตรามันไม่ใช่ตัวที่ตนหรอกอัตรามันไม่ใช่ตัวที่ตนมันไม่มีตัวไม่มีตนแต่มันก็ไปลงเกาะอารมณ์หรือจิตเข้าไปเป็นอย่างนั้นจริงได้มันหลงจริงเป็นจริงติดจริงนะรอให้ตาจะไปช่วยคนที่หลงสิ่งที่ละเอียดอย่างนี้ได้ก็เป็นพระมารร้ายอีกชั้นหนึ่งถ้ามาลาอีกลักษณะหนึ่งสุดตรงฝ่ายอัตราเป็นอันตรายคนที่มีปัญญาลึกแหลมละเอียดสุขุมจริงจึงจะไปช่วยคนเหล่านี้ได้อีกยาวๆไม่มีปัญหาคนที่ไปทรมานกายจะอยากเป็นที่ว่ามันไม่มีปัญหาทีนี้แม่ละเอียดเป็นอัตราอันละเอียดที่จะไปลำบากลำบนไปทำตนให้ตกหนักที่จริงเขาก็ไม่เขาไม่ลำบากหรอก ปฏิเสธความสงบเขาไม่ลำบากแต่เขาก็ก่อความลำบากให้แก่ตัวตรงที่มันเหลือเชื้ออัตตาเขาก็จะต้องมาล้างมันหรอกมันปล่อยถ้าไม่รู้ไปจิตไม่มีทางได้ล้างให้แล้วนี่มันก็แค่อิ่มมันก็ไม่ใช่ๆมันจะเสพติดซ้ำเสริมขึ้นไปอีกมันมีเสพติดซ้ำเข้าไปเสริมเข้าไปมากเข้าไปสะสมเข้าไปอีกแล้วคนที่จะไปช่วยทางนู้นได้ก็ช่วยอย่างพระพุทธเจ้าไปช่วยคนทางในป่าเนี่ยช่วยพวกที่ติดสิ่งละเอียดเพราะท่านเป็นผู้ที่สุดคุ้มเป็นหนี้แล้วก็ท่านก็มีอะไรหลายๆอย่างที่คนจะต้องยอมรับนับถือเสมอ ส่วนมากพรุ่งนี้ละกิเลสอยากไปแล้วส่วนมากก็คลายใจแล้วพิจารณาให้ดีถึงอัตตาอัตภาพต่างๆบุพเพนิวาสานุสติญาณระลึกถึงโลกโลกมันน่ามันหลอกอะไรกลัวอะไรโลกไปสอนพวกอัตรานี้ไม่ให้กลัวโรคให้เข้าใจรู้เท่าทันโลกหาพิจารณาบุพเพสันนิวาสว่าเราเกิดอยู่ในโลกตั้งเท่าไหร่เรามาจมดิ่งไม่ต้องมีอะไรรู้แล้วแดดดินน้ำไฟลมก็เท่านี้อากาศท้องฟ้าอะไรก็เท่านี้แล้วก็จมดิ่งเฉยๆอะไรแล้วไปติดอยู่อะไรรู้โลกรู้เท่าทันโลกแล้วคุณจะได้อ่านหาครับโลกคุณจะรู้ว่าอ๋อจิตอย่างนี้เองเราหลงผิดอย่างนี้เองเราเป็นทาสโรคเพราะเข้าใจแล้วเราจะเป็นเนื้ออะไรมันหลอกเราอย่างนี้เองเพราะพิจารณาย้อน ไปที่ปลูกสาธารณะของโลกก็เข้ามาสู่คนในโลกได้อยู่กับคนในโลกธรรมดาๆแล้วเราก็จะคอยรู้ว่ามิน่าอย่างนี้เป็นอาหารของโลกชาวโลกเขาถึงไม่หลงรักนี่ไม่ใช่อาหารเป็นโอฬารไม่ใช่อาหารที่เป็นอะไรกับวารินกะลาอาหารแล้วนะมันจะอาหารจะทำข้าวแล้วนะอันนี้เป็นอาหารที่เป็นภาษาอาหารเป็นวิญญาณอาหารให้เรียนรู้จนกระทั่งถึงมโนสังเกต ขัดขวางทวาร 5 รู้แม้วิญญาณอาหารรู้แม้แต่อาหารทางจิตเองเกิดเองเกิดอยู่ในจิตเนี่ยแม้แต่เป็นความคิดของเราก็เป็นอาหารเพราะฉะนั้นเมื่อเป็นความคิดของเราแล้วเราก็เสพความคิดของเราหรือเปล่าเป็นวิญญาณอาหารเราไม่เสียความคิดของเราอยู่ที่ไหนมันก็มีความคิดอยู่ในป่าก็เป็นความคิดอยู่ในกับบุคคลก็มีความคิดเพราะเราเข้าใจถึงวิญญาณอันแท้ไม่ใช่อาหารอันที่ต้องเสี่ยงต้องติดเป็นสิ่งที่จะรับรู้เมื่อเกิดวิญญาณก็คือมีความรู้เมื่อเป็นหลงเอาความไม่รู้เป็นอาหารเป็นอสัญญีสัตว์มันก็ไปตกอยู่ในป่าแล้วหยุดๆๆดับไม่ให้มีจิตไม่ให้มีความรับรู้ก็หมดวิญญาณข้าก็วิญญาณธาตุเป็นดาบวิญญาณธาตุเราเองเรายังมีวิญญาณก่อนเป็นวิญญาณ แสนเก่งเป็นวิญญาณที่เป็นแสนฉลาดจะเกิดประโยชน์ไปดับอยู่ก็ดูอย่างนั้นแหละประโยชน์อะไรความดับไม่ได้ทำไปอาศัยมีสัตว์อยู่อย่างนั้นแล้วเมื่อเราเข้าใจนี้แล้ววิญญาณอาหารของเราก็ให้มันเป็นวิญญาณเป็นอาหารที่จะรับรู้รับรู้ให้เป็นวิญญาณวิญญาณทัศนะเป็นอนามัยระยะญาณทัศนะวิเศษให้เป็นอุตริมนุษยธรรมและเป็นปัญญาเป็นสัพพัญญูเป็นโพธิญาณวิญญาณอันลึกซึ้งให้มันเกิดสิเพราะเราก็จะไม่กลัวคนไม่กลัวสภาพที่ปรุงแต่งอยู่ในโลกเราก็จะมาสัมผัสมีผัสสะอาหารและเราก็จะเรียนรู้โดยภาษาอาหารและก็เรียนรู้ที่ของตนที่จะมีมโนสังเกตกันมา ที่จะสร้างกุศลเจตนาขึ้นได้กำหนดหมายเจตนาของเรานี่เป็นเจตนาดีเจตนาดีเจตนาดีแล้วก็สร้างก่อนหรือกระทำประโยชน์ไปในโลกได้แต่ทำได้เก่งก็ต้องมีปัญญาญาณที่จะมีมโนสัญเจตนาหาร รัฐวิริยะเพียรจัดเกินไปจนกระทั่งมันเกิดไม่ได้เป็นไม่ได้ก็ไม่รู้ตัวก็แสดงว่าเรามีปัญญาที่จะรุ่งเป็นแม่ครัวพ่อครัวที่สามารถรู้ว่าอ๋อเรานี้เรามีผักกาดเรามีน้ำมันเรามีซีอิ๊วเรามีอะไรที่จะทำขึ้นมาประกอบได้เท่าที่เราจะมีเราเป็นคนรวยเท่านี้มีความสามารถทางนี้เราก็จะปรุงได้อาหารแถวนี้แหละแล้วก็ได้ของที่ต้องการได้เป็นไปได้จริงเราเองเรามีแต่เพียงผักกาด 3 ต้นมีน้ำมันอยู่หน่อยนึงมีชีวิตอยู่อันนึงแล้วจะอยากได้เป็นผัดเผ็ดอยากพริกเม็ดนึงก็ไม่มีอยากได้เป็นผัดเผ็ดทรงเครื่องอยากได้อะไรต่ออะไรมันก็เป็นไปได้ยาก ไปได้ยากปรุงยังไงมันก็ไม่ไหวมีเจตนาอันใดอยากจะทำของดีให้คนกินคนใช้มันก็มีแต่อภิชาติป่ามีแต่ความปรารถนาล้ำหน้าไปแรงเปล่าเหน็ดเหนื่อยเปล่ามีแต่ความหวังลมๆแล้งๆเจตนาอันแรงเปล่าไม่สมจริงเพราะเราจะเกิดมโนชัดเจนนะอันดีก็ต้องรู้อาการที่ตามีพัฒนาการนี่แหละเป็นอาหารมีผัสสะเราจะกระทบสัมผัสกับชาวโลกจะเป็นอาหารอันขัดเกลาให้แก่เราไปอาหารไปเครื่องปรุงให้แก่เหล่าที่เราจะเก่งขึ้นเป็นพระอริยะชั้นสูงเป็นพระมหาโพธิสัตว์เป็นอรหันต์ที่ทำประโยชน์ได้มากมีค่ามากแต่จริงๆเลยแต่ได้จริงๆทรัพย์สมาธิ ทำไปพิจารณาอยู่ในป่าเหมือนกันกับพระพุทธเจ้าท่านสอนสาวกอยู่ป่าอยู่เขาจะทำให้พิจารณาให้พ้นอรหันต์และเรียนรู้จิตตัวเองจนกระทั่งผลกระทบผลส่วนพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นท่านสั่งสมความเป็นมหาโพธิสัตว์มาก็ไม่รู้กี่ชาติจนกระทั่งทรัพยากรอะไรหรอกไม่ยากจริงๆท่านก็รู้มุมนี้ท่านสอนคนอื่นๆในป่าสอนพระอรหันต์ที่อยู่ในป่าไม่ใช่พระอรหันต์สอนพระเสขะอยู่ในป่าจนบรรลุอรหันต์แล้วเสร็จท่านก็ให้พระอรหันต์ออกเพราะถ้าบรรลุโพธิญาณแล้วท่านจึงสอนอรหันต์ได้ท่านต้องรู้จุดสุด สองฝ่ายเพราะฉะนั้นพอท่านรู้แล้วท่านจึงวิ่งเข้าป่าไปหาเพชรสามัคคีก่อนสอนคนในป่าก่อนเพราะพวกนี้จิตสุขุมและจิตละเอียดแล้วให้รู้อยู่ป่าให้รู้บ้านเดี๋ยวถ้าถึงค่อยเข้าบ้านสอนคนในบ้านแล้วสอนสักคนในบ้านให้ออกป่าแล้วก็สอนคนที่ป่าให้เข้าบ้านไม่ดีกลับไปกลับมาในโลกก็ไม่มีอะไรในโลกก็มีแต่ออกสงบด้วยสิ่งแวดล้อมเป็นเครื่องประกอบกลับเข้าบ้านก็เป็นสิ่งป่าคนป่าคนนี่แหละเป็นป่าที่รกฉัตรเราจะเข้าป่าที่รสชาติได้เราก็ต้องมีความปรารถนาไม่หวั่นไหวเป็นอัน มั่นคงได้ไม่พรั่นพรึงไม่สะพรึงกลัวเพราะเราเองเข้าป่าที่เงียบสงบแล้วอยู่ได้มันไม่ยากหรอกไม่ยากพอออกป่าแล้วประเดี๋ยวก็เก่งแต่เขาไม่รู้ทิศทางถ้าไม่รู้ว่าโลกคืออะไรโลกคือการท่องป่าเย็นสงบสบายงี้หรือนั่นก็คือประโยชน์มันก็ไม่ใช่ประโยชน์แต่เป็นฤาษีเป็นคนชนิดหนึ่งที่จะเป็นตัวอย่างให้แก่โลกโลกก็บอกให้ดู 10 คนพวกนี้เขาไม่กังวลโลกเขาไม่กังวลตามมาคุณก็ไม่กังวลลาภยศสรรเสริญพระอยู่ป่าท่องเที่ยวไปเป็นผู้สงบระงับได้ก็เป็นตัวอย่างได้เพราะฉะนั้นในสมัยพระพุทธเจ้าจึงมีพระกษัตริย์นักท่องป่าเป็นตัวอย่างสูงสุดอย่างแค่ นักท่องป่าอยู่แต่ก็ไม่อยู่เปล่าถึงแม้อยู่ป่าพระมหากัสสปะก็มีสาวกมีผู้ไปเรียนตามเป็นร้อยเป็นพันเป็นจริงๆไม่ได้อยู่ปากอยู่เปล่าๆไม่ใช่ว่าอยู่ป่าไม่ให้ใครพบไม่ให้ใครเห็นไม่ใช่ต้องมีประโยชน์เป็นผู้สอนเป็นผู้อบรมเป็นผู้บ่มนิสัยผู้อื่นเป็นประโยชน์ต่อคนเป็นประโยชน์ตนประโยชน์ท่านตามไปได้ท่านเชี่ยวชาญป่าท่านเจ้าชายกลายอดทนมีตบะมีธุดงค์ธวัชอันเข้มงวดสุดท้ายเป็นตัวอย่างอันนึงก็ได้นี่ทีนี้ผมไม่ป่าส่วนมากก็เข้าบ้านสอนในบ้านมันส่วนใหญ่วันพระที่ออกป่ามีธุดงค์เข้าวัดยืนหยัด อาคารจริงมีแต่พระกัสสปะสาวกของพระพุทธเจ้ามีต้องเป็นร้อยเป็นพันเป็นหมื่นมีพระกัสสปะที่ยืนยันป่าแล้วก็เอาจริงเอาจังกันเป็นเวลาจนตายสมาทานนอกนั้นจะเห็นได้ว่าจำนวนเปอร์เซ็นต์ถ้าเทียบเปอร์เซ็นต์ก็หนึ่งในร้อยถ้าสมมุติว่าพระอริยะของพระพุทธเจ้าเอ่ออัศวินของพระเจ้ามีร้อยรูปก็หนึ่งในร้อยคือพระกัสสปะเท่านั้นที่อยู่ป่าที่อยู่ป่าเป็นตัวอย่างก็มีถ้ามีตัวอย่างหนึ่งยืนยันแล้วก็อยู่นอกนั้นเข้าบ้านเข้าบ้านเข้าน้อยอาจจะออกป่าบ้างอาจจะกลับเข้าบ้านบ้างอายุป๋ามากบางองค์แต่ก็ไม่ยืนหยัดเหมือนกับสัตว์ป่าไม่ยืน เข้าป่าบ้างออกเข้าเมืองแล้วก็เข้าเมืองนั่นแหละเยอะเพราะฉะนั้นเสนาบดีจึงไม่ใช่พระกัสสปะเสนาบดีไม่ใช่พระกัสสปะถ้าท่านที่พระพุทธเจ้าตรัสว่ากัสสปะไม่มีธรรมะเทียบเท่ากับเราฟังให้ดีนะพระพุทธเจ้าเคยตรัสว่าพระกัสสปะนี้มีธรรมะเทียบเท่าเราแต่พระกัสสปะไม่ได้บอกว่าพระกษัตริย์พระพุทธเจ้าไม่ได้บอกว่าไม่ได้ตรัสว่าพระกัสสปะเป็นเสนาบดีทำเป็นหัวหน้ากองทัพธรรมพระพุทธเจ้าไม่ได้ยกย่องพระกษัตริย์เป็นหัวหน้ากองทัพไทยพระพุทธเจ้ายกย่องสารีบุตรชาลีพุทโธเป็นหัวหน้ากองทัพธรรมเป็นผู้อยู่เมืองเป็นผู้สั่งสอนให้ลูกศิษย์ลูกหาอยู่ใน อยู่ในเมืองเยอะแยะมากมายทำประโยชน์ได้มากเผยแพร่ศาสนาช่วยคนอยู่ก็ในป่ามันจะมีคนสักกี่คนกันเชียวและสิ่งแวดล้อมมันก็ช่วยแล้วถ้าจะสอนก็ง่ายกว่าสอนคนในฝันง่ายกว่า 2 คนในเมืองยากกว่าเพราะฉะนั้นคนในเมืองก็ต้องคนเก่งกว่าต้องยกย่องว่าเป็นจริงการจะมาสอนบุคคลในเมืองหรือว่าสอนบุคคลนี่มันยากไปอยู่ในป่าไปสอนคนที่มันรักสงบแล้วไม่ติดกามคุณไม่ติดโรคแล้วไม่ลาภยศสรรเสริญไม่เอาแล้วมันจะพยายามอะไรมันก็ง่ายๆก็นิดหน่อยนิดหน่อยอย่าให้ล้มติดสายอีกทีนึงเท่านั้นเพราะว่ารัฐบาลดูๆกันคล้ายกันที่ป่ามันย้อนแย้งอยู่ในใจจิตท่านเท่านั้นที่ท่านรู้ว่าท่านไม่ได้ติดตาม แต่ถ้าจะทำเพื่อพระอนุชนรุ่นหลังทำเพื่ออนุชนรุ่นหลังเป็นตัวอย่างประกอบอันเข้มงวดกวดขันเป็นตบะทำอันนึงซึ่งจะต้องมีตบะธรรมในศาสนาพุทธไม่ใช่ไม่มีตบะอย่างที่เราเคยผ่านมาแล้วพระพุทธเจ้าจึงตรัสว่าเรามีตบะเราไม่ได้รังเกียจลำบากเรายังจะเข้าใจในเรื่องตบปากดีแต่ว่าจะมีแต่บาปเผื่ออะไรมีแต่บาปเพื่อประโยชน์ประโยชน์เราอย่างนั้นอย่างนี้แล้วมันก็ไม่มีปัญหาก็จบกันไปแต่ใครจะต้องอาศัยสบายอยู่ก็มีตัวอย่างกระบะเป็นต้นเพราะฉะนั้นทุกคนวัดต่างๆตบะทำต่างๆเราศึกษาที่เราเรียนเราต้องผ่านเราต้องเป็นต้องมีไม่เห็นเป็นไรเมื่อเรารู้แล้วจริงเราได้แล้วจริงก็ไม่มีปัญหาอะไรมากเราก็จะนำเขาเป็นตัวอย่างไปพอสมควร ผมเองผมไม่ต้องไปเดินจาริกก็ได้ผม

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน