200318-055 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน055-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ008.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน 1-202 (ปี 19-20-21)MP3 ถอดเสียงแล้ว รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์227 KB
วันที่แก้ไข7 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันนี้เป็นวันศุกร์ที่ 18 มีนาคมพุทธศักราช 2520 ราชินีไปพ่อท่านพระพุทธที่รักได้นำหมู่พวกเราทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกเราได้บรรยายถึงทิฐิ 62 ซึ่งเป็นที่จริงก็เป็นปัญญาเป็นความเข้าใจแท้ๆชัดๆผู้ใดมีได้เป็นได้เห็นได้แท้มันก็เป็นของแท้ผู้ใดไม่มีผู้ใดไม่เป็นผู้ใดไม่ได้สภาพนั้นมันก็ไม่เป็น มีในสภาพนั้นและสิ่งที่มันเป็นมันมีมันได้อยู่ในจิตวิญญาณทั้งหมดมีอยู่ 62 อย่างมีเท่านั้นเองพระพุทธเจ้าท่านยืนยันว่ามีในทั้งหมดมีอยู่ใน 62 อย่างนี้เท่านั้นสำหรับเราก็ดีเหล่าใดกำหนดขันส่วนอดีตก็ดีส่วนอนาคตและทั้งอดีตอนาคตก็ดีมีความเห็นดิ่งเป็นส่วนหนึ่งแล้วกล่าวคำแสดงทิฐิต่างๆประการทั้งหมดทุกเหล่าย่อมกล่าวเพราะอาศัยวัตถุใดวัตถุหนึ่งในวัตถุ 62 อย่างนี้ไม่นอกจากนี้ไปได้เลยสมมุติพระพุทธเจ้ายืนยันไม่นอกจากนี้ไปได้เลยอยู่ในนี้ จะเอาอะไรเปล่าจะกล่าวด้วยอาศัยอะไรก็ตามก็จะต้องกล่าวด้วยอาศัยสภาพหรือวัตถุท่านเรียกว่าวัตถุเลยเพราะท่านกล่าวได้อย่างเห็นแจ้งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านกล่าวอย่างเห็นแจ้งว่าแม้แต่ความคิดแม้แต่ความเข้าใจหรือแม้แต่ตัวปัญญานั้นท่านเรียกว่านี่แหละวัตถุเนี่ย 62 อาศัยสิ่งนี้เป็นเครื่องเป็นเครื่องนำแล้วผู้ใดจะเห็นอย่างไรผู้ใดจะเข้าใจอย่างไรก็ประมวลลงได้ใน 62 แนว 62 ในนี้ละเอียดละออมากเรายังจะพูดได้อีกมากและเรายังจะทำความเข้าใจได้อีกมากสำหรับผู้ที่ ความลึกซึ้งที่จะเข้าใจให้ตลอดให้ได้รู้ชัดรู้เจนซึ่งมันเป็นความรู้ขั้นพระอรหันต์ในอรหันต์ธรรมดาอะระหังขั้นปฏิสัมภิทาญาณจึงจะเป็นผู้ที่รู้ได้ละเอียดเข้าใจง่ายเหลี่ยมไล่เรียงอย่างทะลุปรุโปร่งสวดอรหันต์ธรรมดาที่เป็นอาหารที่มีธรรมชาติคือมีความเป็นผู้วางวางปล่อยวางเข้าใจได้โดยนัยยะข้างในในข้างในจิตของตัวเองบางอย่างก็ไม่เข้าใจบางอย่างก็ไม่รู้แต่เมื่อไม่รู้

อ่านต่อ

ตัวเองก็ไม่มีความ ติดถ้ำเกาะอะไรก็ไม่เป็นปัญหาแล้วไม่จำเป็นจะต้องไปรู้ทั้งหมดทั้ง 62 แน่เมื่อเราไม่รู้เมื่อเราไม่มีเมื่อเราไม่เป็นมันก็ไม่รู้ไม่มีไม่เป็นอยู่แล้วในตัวมันก็ไม่มีอะไรเกาะอะไรติดมันก็ไม่มีอะไรที่จะใส่ใจแต่ถ้าพูดได้มันเกิดมีอยู่ในใจเป็นเชื้อโดยเราไม่สำรองไม่พยายามที่จะอย่างให้มันถึงรายละเอียดที่มีอยู่ในใจของเราเองจริงๆปล่อยปละละเลยสิ่งนั้นก็เป็นเชื้อเหลือมันมีความสำคัญอยู่ว่าเราจะต้องอ่านจิตของเราให้ละเอียดทุกแง่ทุกเชิงทุกมุมแล้วก็รู้ตัวเองว่าเป็นว่ามีทิฐิอย่างนี้อย่างนี้แหละให้ชัดตัวเอง อันอื่นอ่านไม่เข้าใจอ่านไม่ออกไม่มีในจิตของเราแล้วเราเข้าใจแง่เชิงต่างๆนั้นไม่ได้หมดก็ไม่เป็นไรข้อสำคัญว่าเรามีในแง่ในเชิงใดหรือเปล่าแล้ว 12 เพราะว่าเราจะต้องตรวจทานเราถือเที่ยงคนเราก็ถือเที่ยงเที่ยงยังปากมั่นเที่ยงบางอย่างบางอย่างเราก็ไม่เที่ยงเพราะบางอย่างไม่เที่ยงก็หมายความปลอดภัยและบางอย่างที่ยังปากอยู่ในอันนั้นบางอย่างไม่เชื่ออย่าอายที่ไม่เชื่อนี่คือปล่อยแล้วหนักเข้าก็ไม่มีแล้วก็ไปยึดเอาความไม่มีนั่นแหละเป็นมี จักรวาลที่พูดไปแล้วประยุทธ์เอาความไม่มีนั่นน่ะมาเป็นหนี้เพราะอะไรเพราะความจริงเรามีแต่เราจะหลงตัวว่าเราไม่มีมันก็เป็นความไม่จริงเราเองยังมียังมีลูกขันน้ำขันแต่เราไม่รู้การปลดปล่อยในช่วงที่จิตของเราไม่ยึดมั่นถือมั่นมันมาแต่เราสามารถที่จะรู้ได้ด้วยเรามีจิตเราสามารถจะรู้ได้ด้วยเรามีจิตมีวิญญาณธาตุแต่เราไม่จำเป็นจะต้องเอาจิตเอาวิญญาณธาตุของเราไปผูกคำว่าไม่จำเป็นจะต้องเอาหรือว่าจิตไม่เอาจิตวิญญาณธาตุของเราเข้าไปผูกนี่แหละมันเป็นความ คำที่คนผู้นั้นจะต้องทำให้ได้ทำได้จริงๆจิตของเราไม่ถูกไม่ทันไม่ติดไม่ติดใจไม่ติดใจของเราไม่ติดยังหาภาษาอะไรดีคืนนี้ไม่ได้เดี๋ยวจะหาภาษาอะไรดีคืนนี้แม่มันไม่ติดเรารู้นี่รู้ใครจะบอกว่ายังไงก็รู้บอกว่ารู้ว่าราคาเป็นราคาของโลกเขารักกันทั้งบ้านทั้งเมืองนะเขาชอบกันทั้งบ้านทั้งเมืองนะเขายกให้เป็นราคาสูงสุดนะนี่ยอดเพชรยอดทองเลยนะทุกคนปรารถนาทุกคนสั่งสมนะทุกคนจะต้องยกให้เป็นเลิศแล้วเขาก็จะต้องติดใจภูมิใจอยู่ ถ้ามีถ้าเป็นแล้วถือว่าเลิกผู้นั้นก็รู้รู้ตามราคาโลกเป็นชาแต่รูปชาตะรูปะระชะตะรู้ตามราคาโลกเลยว่าโลกเค้าตีราคานี้สูงสุดและสังคมนี้คนกลุ่มนี้ถ้าเผื่อเขาได้สิ่งนี้สภาพนี้แล้วเราก็ถือว่าที่ 1 เขาให้ราคาเป็นยอดเยี่ยมที่สุดเราก็รู้กับเขาว่าเป็นชาติทะลุปะถ้าอีกอย่างหนึ่งมีราคารองลงมาในสังคมกลุ่มนี้ตีราคาสิ่งนี้รองลงมาเราก็รู้ว่าไม่เป็นราชการเป็นสิ่งที่ราคารองรู้ตามราคาโลก แต่เราไม่ติดเราไม่ติดใจเราไม่มีเสียก็ได้และไม่มีนั่นแหละแสดงให้เห็นเด่นชัดเลยได้ชัดๆจึงเรียกว่าเราไม่ได้เป็นทาสอะไรแม้แต่ราคาของโลกที่โลกเขายอดสูงสุดเขาเอาชีวิตเข้าแลกชีวิตคนแรกก็ได้มันสูงสุดจนชีวิตเขาก็ไม่เสียดายแต่เราก็เฉยๆไม่เห็นจะต้องแลกทำไมชีวิตกลับไม่ต้องแลกด้วยไม่เห็นมันยิ่งใหญ่ตรงไหนที่จะต้องไปแลกเหมือนใครยังมีถือราคาในโลกว่ายอดมหาสมบัติเงินทองในโลกนี้มีกองขนาดเท่านี้แหละ เอาชีวิตเข้าไปแลกได้คนนั้นก็ยังเป็นทาสสิ่งนั้นยศขนาดนี้แหละเราจะเอาชีวิตเข้าไปแลกได้คนนั้นก็เป็นทาสขนาดนั้นสรรเสริญมานะต่างๆแล้วเราก็จะเอาไปแลกกับมันเอาชีวิตเข้าไปแลกได้เราก็เป็นทาสทั้งนั้นสุขความสุขไม่ว่าประเภทใดๆอย่างโลกียสุขกามสุขต่างๆยิ่งเอาไปให้สุขในเพราะไปหลงสบายมันก็ยิ่งต่ำใหญ่เราก็ยังไปเป็นทาสของสุขต่างๆเหล่านั้นอยู่ไม่เหนือสุขไม่เหลือยศไม่เหนือราบไปได้เราจะเหนือโลกที่เป็นลาภโรคที่เป็นยศทุกโรคที่เป็นสรรเสริญยกพิษณุโลกที่เป็น ได้อย่างแท้จริงไม่เห็นจะต้องเข้าไปแลกเลยแล้วผู้ใดเป็นอนาคามีแล้วก็ไม่แรงโลกหรือการสุขเหล่านี้เป็นอนาคามีแค่นั้นแหละทีนี้เป็นอรหันต์ก็จะรู้รายละเอียดของจิตไม่เป็นทาสจิตไม่ว่ารูปประจักษ์ถือตัวถือตนถือสิ่งที่เป็นความดีขนาดไหนก็ไม่จำเป็นจะต้องเอาเมื่อขั้นสูงสุดถึงขั้นจิตร่วมเป็นจิตเอารูปไปจิตก็ไม่จำเป็นจะต้องเอาชีวิตเข้าไปแล่เราเห็นเราก็รู้ว่าข้ามีค่าสูงเราก็รู้ว่ารูปพระจิตอย่างนี้มีค่าสูงแม้ที่สุดเราได้ความสงบจิตเป็นความสงบ รถติดความสงบแล้วก็เอาชีวิตไปจมอยู่กับความสงบเอาชีวิตทั้งชีวิตที่จริงมันดิ้นด๊อกแด๊กได้มันมีฝีมือมันมีฝีปากมันมีกำลังงานมันมีความเก่งแล้วก็เอาความเก่งทั้งหมดเอาฝีมือฝีปากอะไรซึ่งเราเอามาใช้ธรรมดาในทางโลกนี้ได้ง่ายๆเพราะเราเชี่ยวชาญช่างทองบางอย่างบางงานแต่เอามันไปจมกับความหยุดเอามันไปจมกับความนิ่งความไม่กระดุกกระดิกกระดิกกระเดี้ยอะไรหยุดสนิทเฉยๆแล้วก็เป็นทาสความหยุดเป็นภาพจิตที่หลงจิตหยุดชดเชยจิตสงบตัวสงบตัวไม่ดิ้นอะไรอีกแล้วก็เป็นความหลงผิดไม่ใช่ความจริงฟังดีนะมันซ้อนซ้อนๆ เราไม่หลงโลกียะนั่นก็ดีแล้วชั้น 1 ล่ะแต่เราเป็นหลงสงบก็ยังเป็นทาสความสงบเรายังเอาชีวิตเข้าไปแลกชีวิตคือตัวที่ยังเป็นจริงมีชีวะภูฏานมีความสามารถตามเชิงสามารถพูดสามารถกระทำสามารถจับยกหยิบถือสามารถใช้ฝีไม้ลายมือทั้งฝีปากมีความสามารถแต่เราเอาไปจมให้กับความหยุดเอาไปจมให้กับความสงบเราก็ยังเป็นผู้ที่เอาชีวิตทิ้งไปเป็นแรกให้กับความสงบตายที่ได้เลยแรกกับความหยุดไปเลยได้ยิ่งดีและเป็นความคิดที่หลงผิดเพราะอะไรเพราะมันฝังใจไม่ชอบตัวหยุดตัวเลิก เห็นว่ามันเป็นทุกข์อะไรก็เป็นทุกข์ไปหมดที่จริงมันเป็นทุกข์ก็คือการทนอยู่เสื่อมสลายไปอยู่เรียกว่าทุกข์ทุกอย่างมีแต่ความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดาแม้ร่างกายรูปขันธ์สังขารไม่ว่าน้ำขันหรือรูปขันต่างๆมันก็เสื่อมสลายไปเป็นธรรมดาไม่ต้องไปลำบากใจอะไรมันต้องเสื่อมแล้วมันต้องสูญมันอันนั้นต่อไปมันต้องถึงที่สุดส่วนใหญ่โตไม่ต้องไปเร่งเร้าไม่ต้องไปทำอะไรมันสังเคราะห์มันไปตามเรื่องตามราวแล้วก็มันจะมีประโยชน์สูงสุดต่อเมื่อผู้นั้นมีปัญญายิ่งไม่เอาชีวิตไปเป็นทาสแม้ความสงบเพราะรู้เท่าทันนั้นผู้ใดมีปัญญารู้ต่อ ก็ไม่คิดจะติดสงบล่ะเพราะเราจะไปติดสงบจิตใจในความหยุดแล้วก็ปล่อยความผิดนั้นเมื่อปล่อยความผิดแล้วกลับมามีงานการกลับมาก็ทำผลประโยชน์ก็รู้ความเป็นผลประโยชน์ที่เราจะทำให้อีกมันเป็นผลดีและเป็นความดีประเดี๋ยวก็ตีกลับอีกพอมาทำดีหลงดีใส่ 10 ปีเอาดีมาปลูกเพื่อไปกิเลสอีกก็ไม่ได้ตอนนี้เราทำให้ซะแล้วทำไม่แลกลาภเพราะเราตัดลาบยศสรรเสริญมาแล้วตัดศุกร์เพราะรากเพราะรถเพราะฉะนั้นตัดสุดเพราะรูปรถติดเสียงสัมผัสมาอยู่เหนือรูปลักษณ์ที่เสียสละได้จริงแล้วเราก็มาทำสิ่งนี้ประกอบ ให้แก่โลกเป็นคนรังสรรค์เป็นพระเจ้าศาสนาหลายศาสนาก็มาตีกลับจิตหยุดไม่ติดและผียังเรียกว่าเดียรถีย์หยุดไปเลยแล้วก็ฝังจมชีวิตไปส่วนไม่ดีแล้วกลับมาเป็นประโยชน์ต่อโลกเป็นผู้ทำงานเป็นผู้ใช้ทั้งฝีมือฝีปากที่เรามีอยู่ในชีวิตของเราแล้วเราก็ประกอบการงานให้แก่โลกไม่แลกลาภไม่แลกยศไม่แลกสรรเสริญไม่ได้สุขเป็นขนาดสุดทาวาสสมมติให้เป็นขนาดสุดท้ายว่าแม้เป็นสุดท้ายว่าทำด้วยเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาเลยทำอย่างพรหมเลย พรุ่งนี้ออกมาทำแล้วก็หลงดีนี้ติดดีนี่ไว้คนนี้ก็ได้แค่เป็นพระเจ้าศาสนาอัตตาศาสนาพระเจ้าหลงดีติดดีจังมีเชื้อดีอยู่จิตใจในความดีถ้าเพราะว่าติดใจในความดีและติดมากๆมากๆครับมันก็จะเป็นมานะคือดีหลงดียึดดีแล้วก็หลงตัวหลงตนดีดีมันก็สั่ง 2 ตัวสั่งสมนึกว่าตัวมีความสามารถทางกายนึกว่าตัวมีความสามารถทางวจีทั้งฝีมือทั้งฝีปากนึกว่าตัวเองมีฝีมือนึกว่าตัวเองมีฝีปากก็ติดดีหลงดีในฝีมือฝีปากของตัวยายแดงทับถมต้นและก็จะลงตัวได้เรื่อยๆเข้าไปอีกลงตัว เลือดเข้าไปอีกที่สุดไม่ต้องไปตายแล้วพิสูจน์พิสูจน์ปัจจุบันนี้ก็ได้ไม่ต้องไปตายแล้วพิสูจน์หรอกไปสู่ปัจจุบันนี้ก็ได้เมื่อจิตของเราถึงขั้นนี้จริงมันจะเป็นจริงพอมาถึงเราเองเราไม่หลงตัวในฝีปากไม่หลงในฝีมือเราเราก็จะรู้ว่าเราประมาทเป็นรู้จักยับยั้งรู้จักเห็นใจเขาใจเรามานะก็รถมานักก็ลดๆทุกอย่างก็ต้องเป็นไปด้วยการสังเคราะห์ในการอนุเคราะห์ด้วยการช่วยผู้อื่นเราเป็นตัวเครื่องสังเคราะห์เท่านั้นเราเป็นตัวชิ้นนึงที่จะทำประโยชน์ให้คนอื่นเท่านั้นคนนี้เขาเอาพอเราเอาตัวเราเนี่ยเรามีดีส่วนไหนแล้วเราก็เอาเครื่องอันนี้ไปร่วมสังเคราะห์คนอื่นเป็นตัวสาร เป็นตัวสารประกอบที่จะไปประกอบให้คนอื่นได้ดีขึ้นมาหน่อยนึงเอาเสริมให้เขาหน่อยเรามีความรู้เราจะยัดเยียดอันนี้ตัวเราเนี่ยเราจะยัดเยียดไปทางฝีมือหรือฝีปากอย่างไรเข้าไปให้เขาเขาจะได้ได้รับส่วนประกอบด้วยสารประกอบของเรานี้เอาเข้าไปประกอบตัวเขาขึ้นมาให้ตัวเขาดีขึ้นมาหน่อยก็เท่านั้นเองเท่านั้นเองไม่ใช่ทำเพื่อฆ่าเพื่อไปข่มเขาแต่เพราะเสริมเขาต่างหากเพราะเอาไปทำเสริมให้กับเขาให้เขาได้หยิบดีขึ้นมามันก็ดีขึ้นมาก็เป็นประโยชน์ในประโยชน์แล้วและประโยชน์นั้นก็ไม่ใช่ว่าเราเราจะไม่ต้องไปถือสาเอามาไม่ใช่ของเราแต่เป็นของโลกอยู่ในโลก แล้วมันก็เป็นตัวดีในโลกเมื่อเรามีเมตตามีกรุณามุทิตาอุเบกขาเราได้ทำเพราะเมตตาของเราได้สังเคราะห์และอนุเคราะห์เขาร่วมเป็นสารประกอบให้เขาสังเคราะห์แล้วก็ได้อนุเคราะห์ก็ดีขึ้นแล้วก็จบเกมกันถ้าหลงตัวปุ๊บก็เป็นพรมทันทีแม้แค่ความสุขถาวรลงตัวปุ๊บเนี่ยก็เป็นพรหมทันทีแม้พรหมสุดทาวาสเป็นเลยพุทธย่อมไม่มีพรหมสุทธาวาสพระพุทธเจ้าอย่างนี้พระพุทธเจ้าไม่เคยไปเกิดเป็นพรหมพรหมไม่ใช่พระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าไม่ใช่พรหม ไม่ใช่เลยพระพุทธเจ้าเกิดเป็นพรหมไม่ได้พรหมเกิดเป็นพุทธไม่ได้เมื่อที่ใดณที่ใดมีพุทธที่นั้นไม่มีพรมที่ได้มีพรหมที่นั่นไม่มีพุทธฟังดีๆที่ได้มีพรหมที่ได้มีพระเจ้าที่ไม่มีพุทธที่ได้มีพุทธไม่มีพระเจ้ามดพูดจริงๆหมดเกลี้ยงจากจิตจิตไม่มีพรมจึงจะเป็นพุทธจิตมีพุทธไม่ใช่พรหมพิมพ์นิยมเท่านั้น 2 ไม่ได้เพราะมีอัตราไม่มีอนัตตาไม่มีมีอนัตตาไม่มีอัตรา พระพุทธเจ้าจึงตรัสยืนยันว่าท่านไม่เคยไปเกิดเลยในสุดท้ายว่าไม่เคยใครเคยได้ยินสูตรนี้มาแล้วก็จะจำได้ถ้าบอกถ้าไม่เคยไปเกิดสุทธาวาสพุทธไปเกิดในสุดทางว่าไม่ได้เกิดไม่ได้มีไม่ได้เป็นไม่ได้มันเป็นหนึ่งเท่านั้นถ้ามีพุทธไม่มีพร้อมถ้ามีพรหมไม่มีพุทธเมื่อใดเป็นพุทธเมื่อนั้นก็เป็นพุทธเมื่อใดเป็นพรหมก็เหมือนกับเป็นพรหมซ้อนกันไม่ได้พูดกับผมอัตราไปซ่อนอยู่ในอนัตตาอนัตตาไปซ่อนอยู่ในอัตราไม่ได้อัตราก็คือสิ่งต่างๆเมื่อหมดอัตราก็คืออนัตตาอนัตตาก็คืออนัตตาไม่มีอัตราเงินเท่านั้นเพราะคำสาปที่ท่านว่าท่านไม่เคยไปเกิดเลยในความสุดท้ายว่าฉัน ฟังแล้วมันน่าสงสัยแต่แท้จริงพระพุทธเจ้าท่านทำจึงได้ผมจึงได้อธิบายให้ฟังว่าพระพุทธเจ้าไม่มีเมตตาฟังแล้วตีลังกาพระพุทธเจ้าไม่มีเมตตาเหมือนผมเคยอธิบายสรพงษ์ผมไม่เคยรักน้องเลยผมเลี้ยงน้องมานี่อุ้มชูเลี้ยงให้ส่งเสริมเขากินเขาอยู่เขาใช้เขาเรียนหนังสือเขาตั้งชีวิตหลักฐานผมไม่เคยรักน้องไม่รู้รักมันเป็นยังไงไม่เคยรักน้องเลยแต่ทำร่วมเป็นหน้าที่รู้เข้าใจชัดๆมันเป็นหน้าที่ที่จะต้องทำเท่านั้นเองไม่เคยรักไม่เคยทำแม้จะต้องอย่างนั้นอย่างนี้มีรถมีชาติที่ต้อง แสดงว่าเป็นคุณงามความดีงวดนี้ไม่เคยเห็นมีแต่ว่าเป็นเรื่องถูกทำให้ดีที่สุดเท่านั้นเองเพราะพระพุทธเจ้าเหมือนกันพระพุทธเจ้าท่านไม่ไม่มีเมตตาแต่ท่านมีกรุณาเนี่ยเคยแยกให้ฟังเหมือนกันนะทำไมพระพุทธเจ้ามันถึงไม่เรียกเมตตาคุณแต่เรียกกรุณาที่คุณแยกศัพท์ให้ฟังแล้วมาตัดกรุณามะตะมันเป็นตัวรู้มันเป็นตัวจิตมตะดนตรีมันมีจิตอะไรผสมเข้าไปแล้วเรียกว่ามะตะแต่พระเจ้าไม่ต้องมีจิตประสมมีเป็นตัวจิตแท้อยู่แล้วเพราะฉะนั้นท่านทำอะไรเลยสักแต่ว่าเหมือนกับ หินดินปูนกาละเป็นกิจเหมือนเครื่องยนต์เครื่องจักรมันมีจิตเนี่ยสูบน้ำมันสูบมันมีกลิ่นสูบน้ำมันไม่มีจิตมันไม่รู้ว่ามันจะต้องสูบหรือไม่สูบมันไม่เกี่ยวมันมีแต่กระทำการนักธุรกิจคือการงานกรณีบอกว่ากรุณานี่เคยแยกศัพท์ให้ฟังมันมาจากรากศัพท์คำว่ากาละถ้าเป็นกรุณามันต่างกับรากศัพท์ของมาตราหรือมุทิตานี่ก็ตามมันต่างกันมุทิตามันก็มารากศัพท์มาจากรากศัพท์คำว่าถ้าเมาแล้วก็มาทำเมาก็เป็นการยินดีเมาในความดีถ้าไม่เมาซะก็เป็นมุทิตามันมีดี ในตัวของมันเองเท่านั้นเองได้เมาได้ง่ายเพราะระหว่างกลางระหว่างสรณะนี่คือจิตนั่นอย่างหนึ่งพระพุทธเจ้าจึงเรียกเอาว่ากรุณาธิคุณไม่เรียกมีดตาคุณไม่เรียกเมตตาที่คุณไม่เรียนเรียกกรุณาที่คุณพ่อไปปิดสักแต่ว่าจิตแล้วแล้วก็แล้วไปจบรู้ว่าจิตไม่ดีหรือไม่ดีท่านมีปัญญารู้เพราะท่านเป็นศัพท์ธรรมวิทยาท่านเป็นผู้ที่มียอดความรู้และก็ทำไปด้วยความรู้ดีนี่ดีนี่ไม่ดีอันนี้ไม่ควรทำนี่ทำอันนี้ก็ทำไปแล้วแล้วจบท่านจะอุ้มชูโลกได้กรุณาคุณไม่ใช่อุ้มชูโลกด้วยเมตตาที่คุณแต่พรหมมีเมตตา อุ้มชูลูกอยู่ด้วยกันอุ้มชูโลกอยู่ด้วยกันแค่เมตตาทุกคนแล้วมีเมตตาเห็นมันยังรับมันยังติดมีตัวติดตัวเป็นไม่มีตัวติดตกเป็นต่างกันตรงนี้สุดท้ายแม้แต่เรามาทำดีเราไม่ติดความหยุดเราไม่เอาชีวิตไปเป็นทาสความหยุดแล้วเราก็มาทำงานแม้ทำงานเราก็ไม่เป็นทาสงานรู้งานที่ควรจะทำได้เต็มที่เต็มที่ก็ดีที่สุดถ้ายังไม่เต็มที่มันก็ไม่ดีที่สุดถ้าทำได้เต็มที่แล้วเราก็ทำเต็มที่ทำจนกระทั่งเราโง่อีกไม่มีปัญญาทำจนกระทั่งชีวิต ร่างกายสุขภาพเสื่อมโทรมเสื่อมนะฟังให้ดีเสื่อมโทรมแตกต่างจากคำว่าเสื่อมเป็นธรรมดาทำงานชีวิตของเราจนกระทั่งมีความเสื่อมโทรมแล้วก็ไม่รู้ตัวไอ้นี่ก็โง่จัดถ้าเสื่อมไปเป็นธรรมดาแน่นอนทำงานมันต้องเสื่อมมันต้องบกพร่องจะให้มันทรงตัวอยู่อย่างเก่าไม่ได้มันต้องมีการถ่ายไปเมื่อให้มันก็ต้องมีออกเราก็ต้องเอาอะไรออกไปจากเราให้อยู่ดีๆให้โดยไม่ต้องหมดโดยไม่ต้องเปลืองมันให้ยังไงไม่ต้องมีอะไรผลอะไรเปลืองไม่ได้ให้โดยไม่มีอะไรปลดไม่มีอะไรเปลืองไม่ได้ให้มันก็ต้องมีให้เพราะฉะนั้นเสื่อมเป็นธรรมดาก็คือเสื่อมเป็นธรรมดา ถ้าเสื่อมโทรมก็หมายความว่ามันเสื่อมมากเกินกว่าธรรมดาเป็นอัดสักทีละปัญหาในโลกแล้วเสื่อมโทรมรุนแรงเกินไปกว่าปกติจนเกินไปทั้งกาละเวลาเพราะความหลงติดเมามันจ่ายจนเกินขอบเขตเพียงเธอไปในความจูงดึงให้เสื่อมเร็วยิ่งขึ้นดีไม่ดีตายซะเดี๋ยวนั้นน่ะดีแล้วว่าสุขภาพร่างกายไม่ล้านทรงตัวไม่ได้ไม่มีโอกาสที่จะทรงตัวอย่างนี้เรียกว่าทรมานอัตลักษณ์แต่ถ้าเผื่อว่าให้มันก็ไปเสื่อมไปเป็นธรรมดาทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากตั้งใจ เต็มที่เราก็ทำเต็มที่และข้อสำคัญเมื่อมีสิ่งนั้นเกิดแล้วสิ่งนั้นไม่ใช่เราสิ่งนั้นไม่ใช่ของเราสิ่งนั้นดีจริงแต่เราไปติดใจในดีนั้นอีกไม่ได้ถ้าใจไปติดติดใจไว้ว่านี่เป็นของเรานี่เป็นเราถือว่านี่เป็นส่วนที่จะต้องถูกต้องพันไว้เสร็จแต่เราก็ไม่โง่ปัญญาของผู้นั้นก็ไม่โง่จนกระทั่งจำไม่ได้ว่านี่เป็นของเราหรือก็ไม่ใช่หรือแม้ว่าจะจำไม่ได้ว่านี่เป็นของเราก็ไม่เสียหายเราทำสิ่งนี้แล้วพอพรุ่งนี้มาเจอนี่ของเราหรือเปล่าก็ไม่เห็นจะจำเป็นอะไรจำไม่ได้ก็ไม่เป็นไรแต่อันนี้เกิดแล้วดีแล้วอยู่ในโลกก็ใช้ไปถ้าเราจะใช้เพราะว่ามันอยู่ที่เราก็ใช้ อยู่ที่เราอยู่ที่คนอื่นเอ๊ะของเราหรือเปล่าหรือจะเป็นอทินนาทานขอเขาซะก็ไม่เห็นเป็นไรถ้าเขาให้ไม่ขอเขาหรือว่าคนที่ไม่เป็นปวารณาขอเข้าไม่ได้ก็ดูเออมันน่าจะได้ใช้แล้วเราก็มีสัดส่วนที่ควรจะเอามาใช้ถ้าคนนั้นก็เห็นว่าควรจะให้เขารู้ว่าของเราสร้างเองอ่ะเค้าก็รีบยัดเยียดให้เราเองแหละเขาก็จะไปจะมีทีมนี้เอาอะไรหรือแม้เขาจะโกงไปเลยเราทำเป็นอันนี้เราก็ทำใหม่เราจำได้อยู่หรือจำไม่ได้ก็ตามก็เราทำเองเพราะงั้นเราก็ทำเองเราก็ทำได้อยู่แล้วเราจะไปวันนี้ก็ทำขึ้นใหม่ของเราไม่เป็นไรมันแม้จะจำสิ่งที่เราทำแล้วนี่ได้หรือไม่ได้ก็ตาม ไม่มีปัญหาจำไม่ได้หรือไม่ได้ไม่มีปัญหาแม้มันจะจำได้มันก็ไม่ใช่ของเสียหายอะไรเรารู้เท่าทันอย่างแท้จริงอยู่แล้วว่ามันไม่ใช่ของของใครทุกอย่างมันเป็นสิ่งที่เกิดนั้นของมันเองอยู่ในตัวของมันเองเท่านั้นเองเราเข้าใจถึงป่านนี้แล้วเราก็ไม่หลงดีเราก็หมดมานะแต่ถ้ายังหลงดีอยู่จะเป็นมานะแล้วตีย้อนมาสู่โลกและตัวเองนั่นแหละจะรับทุกข์รับทุกข์เพราะไปติดเพราะเป็นของของเราที่ย้อนมาพระพุทธเจ้าท่านสอนสุดท้ายปลายสุดจริงๆก็เป็นผู้ที่รู้ในกรรมเป็นผู้ที่ถึงที่สุด กรรมเป็นกำเนิดกรรมเป็นเผ่าพันธุ์กรรมเป็นที่พึ่งอาศัยกรรมนั่นแหละเป็นตัวตนเพราะฉะนั้นผู้ใดมีกรรมก็ผู้นั้นก็ก่อเกิดพูดได้มีตัวก่อเกิดโดยรู้เท่าทันในความเกิดคือความเกิดแต่ไม่ใช่ความเกิดของเรากรรมกรมหิดลกรรมฐานโทผู้ได้สร้างอะไรผู้นั้นก็เป็นอันนั้นได้แต่คนนั้นไม่ยึดเอาว่าเราเป็นไม่ยึดเอาว่าเป็นเราหรือไม่ยึดว่าเราเป็นคนนั้นก็มีแต่กรรมไปอัตตาเท่านั้นเองและอัตตานั้นก็ทำได้สูงสุดเป็นผลสูงสุดเป็นอรหันต์ป่าเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุดอรหันต์ แปลว่าเหมาะสมไม่มีกิเลสก็ได้อะระหังอะระหังแปลว่าเป็นสิ่งที่เป็นการงานปลายสุดหรือว่าเป็นส่วนปลายสุดที่เกิดเกิดโดยไม่มีกิเลสเกิดโดยงามพร้อมเหมาะสมที่สุดเมื่อเกิดโดยไม่มีกิเลสเกิดโดยงามเพราะเหมาะสมที่สุดแล้วมันก็เป็นอันนั้นเองจบเป็นปลายเป็นกัมมัสก็มีเป็นการกระทำเป็นการเกิดที่เกิดเป็นอย่างนั้นแล้วกรรมฐานอย่าโทรแม้เราเองจะมีสิทธิ์รับวันนี้ก็มีสิทธิ์เป็นทายาทถ้ากรรมนั้นให้แก่เราเราก็รับกรรมนั้นถ้ากรรมนั้นไม่ให้แก่เราเราก็ไม่ได้กรรมนั้นเช่นเดียวกับพ่อแม่จะให้แก่ มีมรดกโลกมีเป็นทายาทของมรดกแต่พ่อแม่จะให้หรือไม่ให้ก็เรื่องของพ่อแม่โดยสิทธิเราก็มีสิทธิที่จะรับเอาเราสร้างอันนี้แล้วก็มีสิทธิ์จะแบ่งกินอันนี้ได้โดยจริงนะแต่อันนี้เองตัวมันเองมันหวงของมันเองมันไม่ให้เรามันไม่ให้เราเราก็ไม่รับเหมือนกับเมื่อกี้เราจำไม่ได้เป็นของเราเราก็ทำของเราใหม่ฟังแล้วมันย้อนแย้งเป็นกรรมฐานอย่าโทรเรามีสิทธิ์กินก็มีสิทธิ์เพราะฉะนั้นจะรับมรดกนี้มากินบ้างมาใช้บ้างก็รับไปเมื่อเราทำดีแล้วเราก็แบ่งกินในส่วนดีเราทำเราเป็นนักบวช แล้วเราทำงานทำการอยู่ทุกวันนี้แล้วก็แบ่งกินแบ่งใช้ในงานการเรียกว่ากลับมาทายาโทรแบ่งกินในกรรมเรากินหมดแล้วก็เป็นคนที่ไม่มีอะไรเหลือไว้ให้ลูกแล้วกินหมดแล้วยังไม่พอไปเอาของคนอื่นมากินก็คือเรามีหนี้เรากินไม่หมดเราทำวันนี้มาตอนนี้แล้วเรากินน้อยเดียวแล้วก็เหลือน้อยก็ให้คนอื่นไปอีกนั่นแหละคือเราเป็นผู้เลี้ยงโลกเราเป็นผู้มีประโยชน์อยู่ที่ไหนประโยชน์อยู่ที่ทำอะไรมาก็กินเองซะหมดเหรอเหลือประโยชน์ทำมาน้อยและแถมดันผมคนอื่นมากินได้อีกอ้าวนี่เหลือประโยชน์ เขมือบโลกเท่าไหร่อยู่กับโลกกับเปลืองโลกเป็นหนี้โลกเพราะแม้แต่เราทำขึ้นมาเองแล้วเราก็กินเองซะหมดมันก็ยังใช้ไม่ได้มันก็ไอ้เท่านั้นเองแต่ก็ดีหน่อยไม่เป็นตัวเชื้อโรคมันเป็นตัวใดพวกมันจะได้กำเมืองของคนอื่นไม่เป็นหนี้ในชีวิตแต่ก็สูญเปล่าเกิดมาสูญเปล่าไม่ได้ประโยชน์ต่อใครทำเองกินเองทำเองกินเองก็กลางๆของคนอื่นมันร้ายกาจกินเองก็ยังพอทำนองเพราะฉะนั้นทำและเองทำเองแล้วยังเหลือให้แก่เขามึงก็ประเสริฐสิมนุษย์ยิ่งเหลือได้มากเท่าไหร่เราเป็นผู้กระทำประโยชน์ให้แก่โลกได้มากเท่านั้นและเราก็เป็นผู้กินน้อยใช้น้อยประหยัด เป็นผู้มีประโยชน์สูงประหยัดสุดผู้นั้นก็ยอดประเสริฐถ้าตอบ 3 ก็เป็นประโยชน์สูงประหยัดสุดประเสริฐศรีไม่รู้จะทำยังไงไม่รู้จะว่ายังไงพูดเป็นภาษาให้ฟังเล่นๆเหมือนเชิงคีตะประโยชน์สูงประหยัดสุดประเสริฐศรีเป็นคนที่จุดสุดยอดดีและสุดศรีอริยเมตไตรยครับใครทำได้มากก็เป็นค่าของคนเรานั้นเองและผู้ใดเข้าใจแม้กระทั่งที่สุดจิตของเราไม่ยึดไม่ถือไม่ติดใจในแม้ความสงบเป็นทาสความสงบก็ไม่ติดทำความดี ไม่มีใจไปติดที่ความดีอีกก็สูงสุดและยืนยันและตามประสาพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าไม่ได้เคยอ่านไม่ได้เคยบอกว่าเราได้หยุดแล้วเป็นก็ตัวหยุดเป็นสูงสุดไม่ใช่ท่านบอกว่าตัวที่สูงสุดที่เป็นสันติที่แท้คือการงานปลายที่แท้คือมีเกิดสันตะสันติสัตว์โบราณต่างๆรายที่สงบที่สุดก็คือประกอบไปด้วยการมีอันติอันติการมีสภาพเกิดการงานนี้อยู่หรือแม้กระทั่งมาบวกกับ ธรรมะเป็นการงานนี่แหละเป็นที่สุดไม่ใช่ว่าสูญไปเลยศูนย์ยันตะสุนันท์ที่ไม่มีไม่เคยเจอในภาษาบาลีหลักฐานในรากเหง้าของภาษาสุริยุปราคาสุริยันก็ไม่เคยเห็นเขาว่าความสูงนี่เป็นปลายไม่เคยเห็นไม่เคยมีภาษาในยืนยันนอกจากกรรมมันต่างกันการงานธรรมะการกระทำ แล้วมันก็ไม่ขัดเขินกับคำสอนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ว่าผู้บรรลุอรหันต์นั้นบรรลุสุดยอดก็ไม่รู้ในร่างกายคนที่มีขันธ์ 5 ที่มีการงานที่ยังไม่ตายนี่แหละประเสริฐและเป็นไปได้มันบรรลุเพราะฉะนั้นเมื่อคนมันรู้แล้วก็มีการงานไม่ใช่คนเป็นแพทย์หญิงแท่งก่อนเป็นการงานเป็นการกระทำแล้วใจของเราไม่ติดดีนี้แล้วมันต้องตายแล้วมันต้องเดินไปทางไปสู่จุดศูนย์เป็นที่สุดอีกเหมือนกันลูกขันน้ำขันนี้จะสลายเป็นที่สุดเมื่อใจมันถึงจุดสุดเป็นนิพพานแล้วแล้วก็ไม่ติดนิพพานเหมือนเดิมสัญญาหมั้นหมายกำหนดได้แต่ไม่ ยาหมั้นหมายโดยไปติดไม่สำคัญมั่นหมายคือไม่ไปเห็นเป็นสำคัญเราได้ลาภเพราะว่าสำคัญเราได้ยศเราว่าสำคัญเราว่าได้สรรเสริญเราไม่สำคัญคนนั้นก็ติดอย่างนี้คนได้สุขว่าสุขเป็นสำคัญก็แสวงสุขคนเข้าใจแล้วว่าสุขไม่ต้องแสวงสุขมันอยู่ง่ายๆและสุดท้ายแม้ความหยุดหยุดเป็นแล้วก็ไม่สำคัญในหยุดก็ได้ไม่หยุดก็ได้หยุดก็ได้ไม่หยุดก็ได้ไม่เอาว่าหยุดต้องสำคัญคนนี้ก็มาทำงานได้ถ้าคนนั้นติดก็หยุดต้องสำคัญคนเราต้องเอาแต่จุดจุดยอดจุดนี้ หยุดนี่แหละควรเป็นคนมีคนได้คนเกิดอยู่ตลอดคนนั้นก็สำคัญมั่นหมายในยุดเพราะถ้านิพพานแปลว่าหยุดคนนี้ก็ไปติดหยุดขนิษฐาแปลว่าสงบสนิทไม่ต้องไปทำอะไรอีกมือไม้แข้งขาก็หยุดให้หมดคนนี้ก็ไปติดที่อยู่ถ้าคนนี้ไม่สำคัญที่หยุดรู้ว่าอ๋ออันนี้มันก็เป็นปกติธรรมดาธรรมดาจะทำก็ทำเป็นไปได้โดยง่ายเป็นไปได้โดยไม่อยากเป็นไปได้โดยไม่ยากเป็นไปได้โดยงานการที่เป็นประโยชน์นี่มันก็ไม่เหลือหลักก็แรงอะไรคนนี้ก็ไม่หยุดไม่ติดหยุดก็กลับมาทำงานและเมื่อทำงานก็ไม่ติดดีอีกไม่ติดผลของงานไม่มาติดผลของงาน เอาผลของงานเป็นเราไม่มายึดเอาผลของงานที่จะต้องผูกพันไว้คนนี้ก็บริบูรณ์ไม่สำคัญในงานจนเกินไปเพราะฉะนั้นนิทานคืออะไรคือการงานหรือก็ไม่ใช่แต่การงานมีประโยชน์ไหมนี่หยุดต้นไม้หยุดก็คือหยุดถ้าหยุดตายก็หยุดกายหยุดก็จีก็หยุดก็จี๊ดถวายทั้ง 5 ก็หยุดทวารทั้ง 5 ไม่รับสัมผัสไม่รับรู้เยอะเป็นอสัญญีก็หยุดเรารู้หมดทุกจุดเข้าใจทุกอันจะใช้อะไรฉลาดใช้ตามเหมาะตามควรตามกาละเทศะฐานะมีพรรคมีเพียรสบาย แล้วไม่ติดอะไรมดติดรถมาพูดสุดท้ายแล้วทีนี้ยังไม่มีภาษาอะไรดีกว่าว่าเราไม่ติดใจแม้ได้นิพพานแล้วก็ไม่เห็นว่านิพพานสำคัญสูงประยุทธ์สูงกว่าการงานอีกคำว่านิพพานนี้มีทั้งหมดมีทั้งงานนิภามีทั้งหยุดมีทั้งงานอยู่ในตัวเสร็จเพราะงั้นรับนิพพานนี้สูงกว่าเพื่อนแล้วแม้ในนิพพานเราก็ไม่เห็นว่านิพพานเป็นสำคัญไม่สำคัญมั่นหมายในนิพพานไม่เห็นว่านิพพานเป็นสำคัญไม่เป็นธาตุนิพพานไอ้ยอดหญิงยอดทรนงที่สุดไม่สำคัญมั่นหมายในนิพพาน ไม่เห็นพานเป็นของเราไม่ยินดีในนิพพานแหมแต่ก่อนนี้แค่เพชรอันนึงเห็นก็ยินดีเพชรเงินทองก้อนนึงก็ยินดีด้วยทองยศชั้นนึงก็ยินดีด้วยยศสรรเสริญหน่อยนึงยินดีด้วยสรรเสริญสุขนิดนึงยินดีด้วยสุขนิมหมดแล้วแม้ที่สุดมีที่ผ่านยังไม่มียินดีในนิพพานอีกหมดแล้วไ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน