200219-041 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน041-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ008.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน 1-202 (ปี 19-20-21)MP3 ถอดเสียงแล้ว รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์216 KB
วันที่แก้ไข6 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันนี้พื้นที่ 19 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2520 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำพวกเราทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกวันนี้ก็มาทำวัดกันต่อเราได้ต่อคือเรื่องสิ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ซึ่งเป็นจุดสำคัญเป็นความรอบถ้วนตั้งแต่ความสุขโตไกลออกไปไปตรงไปยาวไกลแค่ไหนทีเดียวกามสุขัลลิกานุโยค จนกระทั่งท่านยนต์ย่อเข้ามาว่าให้มันกลางอธิบายมาให้มันฟังแล้วท่านก็บอกจะกลางได้ก็เพราะว่ารู้ในสัมมารู้ในความพอประมาณพอเหมาะพอควรพอเป็นไปอย่างดีควรถูกต้องมันชอบแล้วพอดีแล้วขนาดพอดีแล้วซึ่งจะมีการประมาณด้วยเหตุปัจจัยประมาณด้วยปัญญาอย่างแท้จริงและถึงจะลงตัวได้เมื่อผู้ใดมีสภาพหักประมาณ ถึงแล้วเราก็จะเกิดผลเป็นที่สุดรู้ว่าความทนได้โดยยากที่เรียกว่าทุกข์นั้นน่ะมันคืออะไรพ้นทุกข์คือความทนได้โดยไม่ยากคืออะไรแล้วจะรู้สึกที่เดียวในโลกนี้ไม่มีสุขอะไรมีแต่ทุกข์เป็นอริยสัจและก็มีเหตุปัจจัยที่จิตของเรานี่เองเราเองไม่วางไม่ปล่อยเองแล้วก็ยังมีความแสวงหาหรือมีปัญหาก็ยังมีความยาวยังมีความกระตือรือร้นมาเป็นของตน เรายังแสบแม้แต่วิเศษของจิตเราพยายามที่จะทำอะไรก็จะต้องมีการเสพเสพให้มันสมใจเมื่อเราไม่เสพสมใจแล้วเรามีแต่การงานหรือมีแต่กิจกรรมรูปภาพรูปเทียนได้รับปฏิบัติธรรมไปตามที่ทำได้โดยทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากแล้วก็ทำได้จริงจิตที่เรามันผิดมันยึดจริงเราก็ได้เรียนรู้ปลดปล่อยข้าประหารทำอะไรลงไปได้จริงจนเห็นในจิตก็มีเป็นความความพอดีเป็นมิตรมดหรือว่าเป็นนิโรธเป็นสิ่งที่เราเป็นไปได้โดย โดยไม่ยากอยู่เหนือมันแล้วมันก็ไม่ทำให้เราต้องอึดอัดขัดเคืองอะไรเราจะเป็นผู้ที่รู้เราจะสังขารเราก็อยู่เหนือสังขารเราจะปรุงเราจะกระทำแล้วจะตกแต่งเราจะพัฒนาเราจะเป็นอะไรไปจะก่อความเกิดเราก็เกิดอย่างอยู่เหนือความเกิดและเราก็ไม่ได้ให้จิตขอ

อ่านต่อ

งเรานั้นมีเศษโลภะโทสะผสมลงไปด้วยไม่มีเพียงว่าหมดจึงหมายความว่าหมดเป็นนิโรธดับสนิทซึ่งโลภะโทสะโมหะแม้แต่อย่างละเอียดก็ไม่มีเรารู้สภาพของจิต ของจิตของเราจริงๆว่าโลภะยังอยากดังกล่าวอย่างละเอียดโทสะอย่างยาวอย่างกลางอย่างละเอียดแล้วก็ตรวจอะไรอยู่ยังให้ผิดหูผิดฐานอย่าให้หลงเหลือวันนี้เป็นสิ่งผิดสิ่งไม่ถูกต้องสิ่งไม่ดีและตรวจให้เห็นจริงจนแน่ใจแล้วก็เรียกว่าเราถึงพิษณุโลกแล้วเราก็เป็นผู้ที่เรียกได้ว่าเป็นผู้พ้นทุกข์อย่างชาวโลกก็พ้นชัดแจ้งเข้าใจอย่างดีเลยว่าเรามีมุนีปฏิปทาหากเรามีมูลหนี้ปฏิปทาเราไม่ใช่คามินีปฏิปทาที่เขายังต้องทุกข์เพราะความเป็นธรรมบุคคลหรือความไม่ ถ่ายรูปคนเราไม่ได้แสวงหาเศษลาภยศสรรเสริญได้ไหมเราไม่ได้เห็นว่าเป็นสุขอย่างที่โลกอย่างที่ชาวชาวบุคคลทั้งหลายชาวโลกทั้งหลายเขาว่าเป็นสุขเราไม่มีเราไม่เข้าใจเราเราไม่ได้ไปหวังแสวงหาทำเพื่อเสพสุขแต่เราทำก็ทำเพื่อทำเพราะรู้ทำเพราะเข้าใจไม่ใช่ทำฝรั่งเศสส่งอะไรอย่างแท้จริงอาจจะต้องเป็นผู้ที่เข้าใจและเห็นจริงๆเห็นจริงๆเข้าใจจริงๆจึงเรียกการเข้าใจการเห็นการรู้ การหยั่งถึงการเป็นไฟแท้ต่างๆเหล่านี้ว่าเกิดจักษุหรือเกิดญาณเกิดปัญญาเกิดวิชาเกิดแสงสว่างจะเรียกว่าอะไรเกิดก็ตามแต่ใช้ภาษาเรียกได้เยอะแต่ความจริงแล้วก็หมายเอาถึงที่ที่ได้รู้ได้เห็นและสัมผัสซึ่งมันเป็นสภาพจริงที่มีที่เราไม่ใช่เอาแต่เฉพาะว่ารู้ด้วยภาษาจีนฉะนั้นว่าพระพุทธศาสนาเกิดขึ้นแล้วญาณ เกิดขึ้นแล้วปัญญาเกิดขึ้นแล้ววิชาเกิดขึ้นแล้วแสงสว่างเกิดขึ้นแล้วเกิดขึ้นในสิ่งที่เราไม่เคยได้ยินได้ฟังมาแต่ก่อนเกิดขึ้นแก่เราว่านี้คือความจริงอันประเสริฐคือความทุกข์เกิดขึ้นแก่เราว่าก็ความจริงอันประเสริฐคือความทุกข์นี้เป็นสิ่งที่ควรกำหนดรู้เกิดขึ้นแก่เราว่าก็ความจริงอันประเสริฐคือความทุกข์นี้เราตถาคตกำหนดรู้รอบกำหนดรู้รอบแล้วที่จริงหรือว่าเราเองจะตรัสรู้หรือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะตรัสรู้ก็ตาม ไม่ได้ตรัสรู้อะไรอื่นตรัสรู้ว่าอ๋อนี่ทุกข์เหรอฟังให้ดีนะตลอดเวลาเราเห็นทุกข์ตลอดเวลาเราเห็นทุกข์แล้วมีแต่ทุกข์เท่านั้นแหละเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปทุกสิ่งทุกอย่างเราเรียกว่าทุกข์เราเรียกว่าความทนได้ความทนอยู่ถ้ามันทนอยู่ได้โดยใจของเรารู้จริงวันนี้ก็ไอ้นี่นี่นาจะเป็นไรไปแล้วก็ไอ้นี่แล้วมันมีไอ้ทุกข์เนี่ยเพราะเรามันเป็นทุกข์เรารู้จนกระทั่งเราเห็นว่าในโลก ไม่ใช่ความสุขอะไรฟังดูแล้วมันน่าอับเฉาหน้าห่อเหี่ยวแต่แท้จริงถ้าเราเข้าใจแล้วว่าทุกข์นี่คือสิ่งเกิดอยู่เป็นอยู่ตราบที่เรามีรูปขันธ์ก็ยังเกิดอยู่นามขันธ์เวทนาสัญญาสังขารวิญญาณก็ยังเกิดอยู่ก็ยังเป็นอยู่มันก็เป็นสิ่งที่มีอยู่เราก็ต้องรู้ความจริงว่าเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วมันก็รู้ว่าเราเองเราก็คงบูรณะมันอยู่เท่านั้นเองแล้วมันจะเป็นประโยชน์อะไรก็เป็นไปเพราะฉะนั้นตัวทุกข์นี้มันก็เป็นตัวธรรมดาที่ตัวเป็นตัวมีอยู่ในโลกเราเรียกมันว่าทุกข์ฟังแล้วน่ากลัวน่ากลัวแต่ถ้าจริงมันไม่น่ากลัวอะไรมันไม่น่ารักและไม่น่ากลัวเจ็บของเรา รังเกียจทุกข์แต่ไปรักสุขนี่เป็นความผิดความผิดที่เราไปรักสุขตามที่โลกเขาหลอกว่าต้องดิ้นรนไปเอาอย่างนั้นไปเอาอย่างนี้ไปมีอย่างนี้สิเป็นสุขแล้วก็ไปเกลียดทุกข์เกลียดสิ่งที่ไม่สมใจเกลียดสิ่งที่เราเองไปสร้างจิตอะไรขึ้นมาสักอย่างนึงแล้วก็ไอ้นี่ไม่ชอบไม่รักไม่ควรเป็นไม่ควรมีคนจะทำลายทำร้ายอะไรลงไปเนี่ยเราก็ไปผูกมัดกับอุปทานขึ้นไปกำหนดหมายเพลงไม่ให้ปลดปล่อยเราไปมีจิตไปผูกพันอยู่เท่านั้นเองเราจึงทุกข์แล้ว ได้รู้สาเหตุอันนี้แล้วก็ไม่ให้ไม่ให้กินเหล้าเป็นอย่างนั้นไม่ต้องแสวงหาสุขมันมีอยู่ความปลอดภัยเพราะปล่อยเมื่อไหร่สุขเมื่อนั้นเพราะว่างเมื่อไหร่สุขเมื่อนั้นถ้าจะเรียกเอาคำว่าสุขมันเรียกไม่ต้องไปแสวงหาที่ไหนเลยแต่คนโง่จะต้องไปแสวงหาสุขเพราะการต้องเป็นภาระต้องปรุงต้องแต่งต้องเดือดร้อนดิ้นรนมาให้ตนแผ่นดินโดยไม่ให้ตนมันจะได้เศษตังค์ที่ต้นไม้อย่างนั้นเรียกว่าดิ้นรนเหนื่อยเพราะยังมีตัวตนยังมีตัวเราอย่างเราจะต้องรับเราจะต้องเป็น เราจะต้องมีเราจะต้องเซฟถ้าไม่มีเราก็ไปรับไม่มีเราก็ไปเป็นต้นไม่มีเราก็ไปเสพแล้วจะเป็นอะไรมันก็เป็นแท่งทุกข์นั่นแหละเราเรียกภาษาว่าทุกข์ก็คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นมานี้เท่านั้นเองไม่มีอะไรเพราะฉะนั้นตัดสินนี้มันมีโดยเราไม่มีจิตแปลว่าต้องมันเกลียดไม่ต้องชอบมันก็มีเป็นธรรมดามันไม่มีสุขมันไม่มีทุกข์อะไรภาษานี่ไม่มีภาษาเรียกแล้วแต่ขอเรียกซ้ำแต่ว่าไม่มีสุขไม่มีทุกข์คือจะเรียกว่าทุกข์ก็ไม่ใช่จะเรียกว่าสุขก็ไม่ใช่ไม่ใช่สุขและไม่ใช่ทุกข์ไม่ใช่ทั้งสองสิ่งเราเรียกว่าพ้นทุกข์น่ะเอาภาษา ความหมายมันพ้นทุกข์ก็คือมันพ้นสุขพ้นทุกข์ฟังดีๆในธรรมะขั้นลึกละเอียดที่ไปแล้วนี่มันไม่มีภาษาเรียกแต่ขอยืมภาษาที่เขามีมาแล้วนี่มาพยายามอธิบายสภาพธรรมเราต้องนึกเข้าให้ออกนึกสภาพระหว่างที่หมายให้เห็นถึงจะเรียกว่าเกิดจากสุขหรือเกิดญาณเกิดปัญญาเกิดวิชาเกิดแสงสว่างมันเกิดรู้อันนั้นโดยที่เรียกว่าใช้ภาษาพวกนี้แทนถูกนี่เป็นภาษาโลกที่เขาหมายความว่าแม้เป็นสิ่งที่ทนได้ยากและสิ่งที่ทรมานเป็นสิ่งที่ชั่วเป็นสิ่งที่ไม่ดีสุขเป็นสิ่งที่ชอบใจ มีต้องเป็นต้องเที่ยงต้องได้เสมอน่ะเขากำหนดมาอย่างนี้ชาวโลกเขากำหนดหมายมีสุขมีทุกข์แต่ผู้ที่เกิดจากสุขเกิดญาณเกิดปัญญาเกิดวิชาเกิดความแสงสว่างเกิดความรู้อันชัดเจนในขณะนี้ไม่ได้เป็นกำหนดอย่างชาวโลกเขากำหนดมันรู้กำหนดรู้รู้ว่าอันนี้คืออันนี้แล้วก็ไม่สงสารชาวโลกเขามีทุกข์เพราะชาวโลกเขามีสุขเราเองไม่มีทุกข์เพราะเราเองไม่มีสุขไม่มีภาษาจะพูดแล้วนะไม่มีแต่ภาษาซ้ำนะภาษาของชาวโลกทั้งนั้นที่ผู้เรียนแต่ที่พูดเนี่ยจะให้เข้าใจความหมายที่ไม่มีในภาษา โรคเครียดไม่ใช่ภาษาของชาวโลกเรียกฟังดีๆให้จิตเต็มๆอย่าใช้จิตสะลึมสะลือฟังขนาดฟังเต็มๆยังเมาหมัดง่ายๆฟังด้วยอารมณ์รักเต็มที่ใช้ปัญญาใช้สติเต็มโพรงนี่มันยังเมาหมัดฟังเลยสะลึมสะลือไม่ใช่เมาแล้วหัวทิ่มเลยหัวทิ่มเลยไม่รู้เรื่องง่ายๆฟังดีๆเพราะตอนนี้พระพุทธเจ้าท่านเกิดญาณเกิดปัญญาแล้วนี่ท่านก็บอกว่าทุกข์ท่านได้กำหนดรู้แล้วจริงๆภาษาบาลีเรียกว่าปริญญาหรือเป็นพูดได้ก็ดีใจ ปริญญาหรือปริญญาตัวเดียวกันปริญญาปริญญาเป็นตัวที่เรียกว่ามันรู้รอดปริบอกอัญญะเป็นปริญญาปัญญามันรู้มันไม่ใช่รู้ตัวภาษาเขียนแทนอริยสัจภาษาบาลีคำนี้มันไม่ใช่รู้ตัวที่จะใช้อะไรอื่นแทนไม่ได้นอกจากจิตเท่านั้นเป็นจิตที่รู้และเป็นที่จิตของตัวมันซ้อนตัวรู้และตัวถูกรู้เป็นตัวเดียวกันอยู่ในจิตจึงเรียกว่าเกิดการเกิดปัญญาวัชรพลธัญญะมันเกิดที่จิตจริงๆเมื่อเกิดการรู้มันเกิดการกำหนด เกิดการหมายรู้มันเกิดการให้สภาวะนั้นมันสัมผัสเป็นจริงแล้วมันก็ได้รับรู้สภาพหรือสภาวะนั้นจริงแต่มันเกิดอย่างนั้นจริงๆเพราะตัวทุกข์นี่เราเข้าใจมันเข้าใจแต่ภาษาชาวโลกซึ่งเป็นแบบสมมติสัจจะในโลกเขาบอกว่าทุกข์คือตัวที่คู่กับความสุขเท่านั้นเองแล้วก็เพราะว่าถ้าอย่างหนึ่งเขาเป็นอย่างนั้นเขาก็จะต้องเป็นอย่างนั้นถ้าอย่างที่บอกว่านี่วันศุกร์ถ้าเขาไม่ได้สภาพไม่ได้สภาพที่เขาเรียกว่าสุขเขาก็มีสะพานอันหนึ่งเรียกว่ามันถูกเพราะถ้าเขาได้สภาพที่มันทุกข์อยู่ก็เลยต้องดิ้น เพื่อที่จะแสวงหาสภาพอีกสักพักหนึ่งเรียกว่ามันจะต้องเป็นสุขอยู่เท่านั้นเองทีนี้ถ้าผู้รู้เท่าทันแล้วก็โทรไอ้ทุกข์มันตัวดิ้นๆอยู่อย่างนี้เองอะไรคือทุกข์แต่ทุกข์ก็คือตัวดิ้นๆจิตใจของเรายังไม่เกิดบรรยายยังไม่เกิดจากสุขยังไม่เกิดญาณยังไม่เกิดวิชาไม่เกิดแสงสว่างอย่างนี้เองเรียกว่าทุกข์เพราะรู้ชัดแล้วไอ้สุขมันก็เข้าใจแล้วก็คือเศษ 2 ส่วนให้ได้มาตามที่เราไปมีภพมีชาติมีเอาอุปทานมีปัญหาสมญาเท่านั้นเองทีนี้ถ้าเรารู้แล้วว่าสุขเราก็ไม่แสวงหาเราอยู่เฉยๆก็ได้อยู่เฉยๆแล้วเราก็รู้ว่าอยู่เฉยๆมันก็สบายกว่าเบากว่าง่ายกว่า จะทำมันก็หนักกว่าก็รู้ความจริงทำก็หนักถ้าการกระทำนั้นเป็นประโยชน์เป็นสิ่งดีในโลกมันก็เป็นสิ่งดีเราจะทำให้เขาทำเราเมื่อยเราก็พักจะพักก็พักถ้ากูรู้ความจริงว่าการพักก็พักกันทำก็ทำการเป็นบุคคลอยู่ก็เป็นบุคคลที่มีอย่างนี้แหละมีประโยชน์ตนประโยชน์ท่านเมื่อพักก็เป็นประโยชน์ตนเมื่อทำก็เป็นประโยชน์ทำแม้การกำลังกระทำอยู่มันก็ยังเป็นประโยชน์ตนอยู่ในตัวเพราะเราเองเราทำแล้วเราก็ไม่ได้ไปมีทุกข์มีสุขอะไรแม้เราเองยังปฏิบัติยังวางใจไม่สนิทเราก็ได้หัดเป็นประโยชน์ตนอยู่สำหรับเทียนอยู่เป็นโยคะบุคคลก็ฝึกเพียรวาง ไปหัดอยู่ก็เป็นประโยชน์ตนแม้เรากำลังทำงานนี่แหละแล้วเราก็ได้วางใจนี่แหละกำลังมีอะไรที่กำลังต่อสู้กำลังสัมผัสอยู่แล้วเราก็ได้หัดวางอยู่ด้วยความจริงนี่แหละกำลังฝึกเพียรเพื่อประโยชน์ตนอันเป็นจิตเป็นภาระที่ยังไม่สิ้นผู้ได้ทำผิดทำภาระหนี้สิ้นสัมผัสอยู่รู้เย็นร้อนอ่อนแข็งรู้ทั้งตาหูจมูกลิ้นกายรู้แม้แต่จิตอยู่คนเดียวหรือว่าจิตตัวเองจริงๆก็รู้สภาพนี้กำหนดเข้าใจเลยว่าไปยอดย่นย่อลงที่จริงและจิตมันก็ไม่มีเศษศพอะไรสิ้นความเสกอย่าว่ากันหมดความอยากว่าจะหมดความยาวแล้วมันสิ้นความเสพเสพนี่เรา ภาษาร่มหมายเอาว่าเราได้เสวยเราได้รับรสมันไม่ได้มีรถมันไม่ได้รับรถนั้นแล้วมันรู้อยู่เท่านั้นไม่มีแต่รู้เป็นตัวรู้ตามจริงเป็นจริงไม่รู้ตามจริงเป็นจริงแล้วก็ไอ้นี่คือไอ้นี่ขนาดนี้กำลังอยู่หน้าเตาไฟกำลังต้มผ้าต้มน้ำย้อมผ้ามันก็ร้อนบางทีควันเข้าตาแสบมันก็เป็นเรื่องธรรมดาธรรมดาของการงานของการผัสสะของปฏิกิริยาสิ่งนั้นกับสิ่งนั้นเป็นเรื่องจริงเรื่องจริงอยู่นั้นเองแต่ทำการขุดจะทำการก่อจะทำการวาดการเขียนการขีดจะทำการแบบการถามจะทำการกินจะทำการเดินจะ การกระทบสัมผัสด้วยอะไรต่ออะไรมันก็เป็นอันนั้นธรรมดาธรรมดาซึ่งเราเห็นว่าเราควรทำหรือไม่อันนี้ควรทำบางอย่างควรทำที่จริงเราไม่มีประโยชน์หรอกแต่เราทำประโยชน์นี้เป็นรูปแบบเป็นสิ่งที่ทำไว้ให้ผู้อื่นผู้อื่นเห็นผู้อื่นเอาตามเพราะเราเป็นผู้ที่จะเป็นผู้นำเขาก็จะได้ทำตามที่เราเป็นฝ่ายเมื่อเด็กๆจะเห็นผู้ใหญ่ทำอะไรพูดยิ่งพูดไม่ได้ที่จะรักแกนับถือผู้ใหญ่แกทำอะไรแกก็จะล้อเลียนทำตามไปง่ายๆยิ่งเป็นคนที่แกชอบแกรักแล้วก็จะทำตามไปอย่างละเอียดลออทีเดียวแกจะให้เหมือนทีเดียวฉันใดก็ฉันนั้นถ้าเราเป็นที่ศรัทธาเลื่อมใส เป็นที่พึ่งเป็นที่นับถือพระทำอย่างไรดีเขาก็จะทำตามเราผู้ที่มานับถือผู้ที่มาศรัทธาก็จะทำตามที่เราเป็นเพราะเราจึงจะต้องทำดีๆสิ่งใดดีที่สุดที่เรามีเราก็ทำดีที่สุดที่เรามีให้ได้เป็นตัวอย่างท่านหนึ่งเป็นตัวของตัวนั่นแหละไม่ใช่ตัวเราหรอกแต่ตัวนั้นมันดีงามมันบริสุทธิ์ผุดผ่องมันบริบูรณ์บริสุทธิ์เท่าไหร่มันก็เป็นตัวของท่านนั้นซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่โลกอยู่ตัวแทนประโยชน์หรือตัวแทนที่เป็นสรณะอย่างนี้หายากหายากส่วนมากก็เป็น ตัวแท่งที่จะให้เอายางแบบชาวโลกเยอะเลยแบบชาวโลกตัวอย่างที่จะให้เอาอย่างแบบชาวโลกมีกันมากคนไม่รู้ก็ไปเอาอย่างชาวโลกเขาจะตามแบบนู้ดเขาก็ทำเราทำแบบนั้นเราก็บอกว่าคนก็ทำมากๆเขาทำอยู่ทั้งนั้นแหละจะไปเป็นอะไรไปถ้าอายก็อายด้วยกันหมดนั่นแหละแต่เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่น่าอายนะมีอย่างไรเขาก็เข้าใจอย่างชาวโลกอาจจะมีอารมณ์อย่างน้อยเพราะ Siri หรือการละอายต่อสิ่งที่ไม่น่าจะทำเนี่ยลึกซึ้งจนกว่าจะเกิดญาณเกิดจากการเกิดปัญญาเกิดวิชาเกิดแสงสว่างรู้ว่าอ๋อไอ้นี่เค้าชาวโลกก็ทำให้ ค้นหาแล้วเราก็วางแต่เราไม่ทำเราไม่เป็นอย่างนั้นรักมาแล้วเราก็มาทำให้ละเอียดซ้อนๆๆๆขึ้นไปอีกแล้วก็จะเป็นแท่งตัวอย่างเพราะเราไม่ได้ทำพิเศษเราทำเพื่อเป็นตัวอย่างแล้วทำก็เฉยๆเราก็รู้อยู่แล้วว่าความจริงอันนี้เป็นงานการก็เป็นความดีเมื่อเราทำงานการอย่างนี้เมื่อเราทำสภาพอย่างนี้กายกรรมอย่างนี้วจีกรรมอย่างนี้เป็นความดีแล้วก็ทำขึ้นโดยการดำเนินชีวิตขึ้นโดยการรู้อย่างจริงวันหนึ่งในกลางวันจะทำวันนั้นกลางคืนก่อนนอนพักแม้จะนอนก็นอนอย่างเป็นตัวอย่างถ้าใครจะไปซอกแซกแอบดูในขณะนอนก็ไม่เป็นไรถ้าเป็นตัว ฝันดีเห็นแม้ขณะที่เรานอนก็เป็นนอนที่เป็นตัวอย่างนั่งก็นั่งเป็นตัวอย่างยืนเป็นตัวอย่างเดินๆเป็นตัวอย่างทำงานทำงานเป็นตัวอย่างก็เป็นผู้ที่เป็นที่พึ่งอันจริงการกำหนดรู้เป็นปริญญาหรือเป็นปริญญาจะต้องรู้สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดาภาษาเรียกว่าทุกข์กำหนดรู้ทุกข์เท่านั้นแหละมันมีตัวจริงเรากำหนดรู้ในสุขในทางโลกชาวโลกเขามีความสุขเพราะมีความเสพเขามีความสนใจเราไม่ต้องสนใจอะไรแล้วเราก็รู้ตัวนี้เป็นธรรมดาของมนุษย์โลกและมนุษย์ทุกคนในโลกมีตัวนี้เป็นธรรมดาด้วยแต่เขาไม่รู้ เขาทำการดีดดิ้นหนีคำว่าดีดดิ้นหนีนั่นแหละคือเขาพยายามดิ้นออกแต่มันไม่พ้นฟังดีๆนะตีกลับแต่เขาดิ้นหนีไม่พ้นหรอกเขาจะต้องทุกข์เพราะเขาดิ้นหนีทุกข์เขาจึงไม่พ้นทุกข์ใครหยุดดิ้นหนีทุกข์ซะแล้วรู้ว่าทุกข์ยิ้มกับทุกข์ต่อแค่นี้แหละจบมันจบตรงที่ว่ารู้ทุกอย่างจริงๆเลยไม่ได้ไปดิ้นไปไหนไปดิ้นไปทำไมมันก็อยู่อย่างนี้แหงๆอยู่แล้วเพราะคำอธิบายว่าทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้นทุกวันนั้นตั้งอยู่ทุกข์เท่านั้นดับไปก็คือการอธิบายมันเกิดมันตั้งอยู่มันดับไปมันก็เป็นของมันเอง ไม่ต้องรีบหนีไปไหนมันรู้ชัดกำหนดรู้ชัดเจนจะแทบตายจะมีทุกข์แต่มันก็อยู่ที่ทุกข์นี่เองว่าอยู่ที่ทุกข์เท่านั้นเองพวกนั้นก็เลยจมอยู่กับทุกข์นี้เลยแล้วก็พ้นทุกข์ด้วยปัญญานะเพราะมันปัญญาและยิ้มออกเลยถ้าจะดิ้นหนีไปก็เป็นความแสวงสุขเท่านั้นเองมึงไม่แสวงสุขเสร็จยังไงก็เป็นไปตามเหมาะสมควรการงานและสิ่งใดที่เป็นไปก็เป็นไปอย่างนี้เรียกว่าเกิดจากศพเห็นทุกข์รู้ทุกข์กำหนดรู้ว่านี่ทุกข์ทุกข์โอเคไม่มีอะไรทุกคนถูกเท่านั้น เป็นอย่างนี้เรียกว่าผู้กำหนดรู้ปริญญาได้ปริญญาแล้วเป็นบัณฑิตแล้วภิกษุทั้งหลายจักษุเกิดขึ้นแล้วญาณเกิดขึ้นแล้วปัญญาเกิดขึ้นแล้ววิชาเกิดขึ้นแล้วแสงสว่างเกิดขึ้นแล้วเกิดขึ้นในสิ่งที่เราไม่เคยได้ยินได้ฟังมาแต่ก่อนเกิดขึ้นแก่เราว่านี่คือความจริงอันประเสริฐมันเป็นความจริงทุกในความจริงคือแดนเกิดของทุกข์เกิดขึ้นแก่เราว่าก็ความจริงอันประเสริฐคือแดนเกิดของทุกข์นี้เป็นสิ่งที่ควรละเสียฟังให้ดีนะแดงเกิด แดนเกิดของทุกทีนี้ขอยืมภาษาคำว่าทุกข์มาสอนลงไปอีกว่าที่จริงมันทุกข์เรารู้แล้วก็ตัวนี้แหละได้อยู่กับมันทีนี้มันรู้อยู่ตัวนี้แล้วก็ยังไม่พอเรายังไปสร้างอีกอันนึงว่าเป็นแดนเกิดของทุกข์เพราะฉะนั้นเราก็เป็นละแดนเกิดมันเสียเกิดขึ้นแก่เราว่าก็ความจริงอันประเสริฐคือแดนเกิดของทุกข์นี้เราตถาคตละได้แล้วแน่นเกิดขึ้นเป็นดิ้นต่อไปฟังกันดีนะนี่รู้ว่าตัวทุกข์อยู่นี่ทุกข์ก็อยู่กับทุกข์นี้จบไม่ต้องมีดินออกไปเมื่อไม่มีดิ้นออกไปมันก็หมดแดนเกิดหมดตัวออกไปนิ่ง หยุดอยู่ที่ไหนก็อยู่ที่นั่นเป็นอะไรก็เป็นอย่างนั้นอันนี้เป็นเรื่องของจิตโดยตรงตั้งนี้ก็อยู่เคลื่อนไปก็เคลื่อนไปจึงเข้าใจชัดแจ้งในจุดปัดเพราะฉะนั้นถ้าเรามีจุติมันจะเคลื่อนไปก็เป็นเรื่องธรรมดาจุติแปลว่าการเคลื่อนเครื่องก็เคลื่อนดับก็ดับตายก็ตายหยุดก็หยุดอยู่ก็อยู่มีตัวจุติตัวเดียวถ้าจะอุบัติก็เพราะจิตของเราอุบาทว์ 7 เราไปเกิดจิตเราเคลื่อนออกไปจิตเราไม่ต้องเคลื่อนจิตเราก็อยู่กับสิ่งเป็นๆอยู่อย่างนี้เป็นอะไรก็เป็นอย่างนี้เมื่อเราไม่มีอะไรออกไปอีกแล้วเราก็ไม่มีภาวะไม่มีพฤติกรรมที่มันมี พระหลวงพ่อสมพรไม่มีภูตะไม่มีตัวที่จะเป็นไปเกิดไปเป็นตัวเฉยนิ่งอยู่กับตัวแท่งนี้รู้ก็รู้อยู่กับอันนี้ฟังดีๆนะมันลึกละเอียดจนไม่รู้จะเอาอะไรพูดสู่กันฟังได้มากกว่านี้ในขณะนี้และในขณะนี้เพราะขณะนี้กำลังปูฐานมาเรื่อยๆผู้รายละเอียดถึงอริยสัจก็ไล่อธิบายยาวยืดยาดเพื่อที่จะให้เข้าใจไล่เข้ามาไล่เข้ามาขณะนี้ภาษาที่พูดทุกตัวเป็นแต่เพียงยืมทั้งนั้นไม่ใช่ความจริงสักตัวภาษาที่พูดอยู่เดี๋ยวนี้ไม่มีตัวความจริงของตัวนั้นเลยจะเป็นไม้เอาอย่างภาษาทางโลก ใช้แทนทุกตัวไม่ได้ที่พูดขนาดนี้พูดคำว่าทุกข์ก็ไม่ได้ใช่ตัวทุกข์พูดคำว่าสุขก็ไม่ใช่ตัวสุขถ้าใช่ก็ใช่เป็นของโลกสุขก็คือของโลกทุกข์ก็คือของโลกของสิ่งที่เป็นจริงที่เกิดรู้ด้วยตนเองจริงๆตัวที่รู้ในใจจริงๆนั่นน่ะมันไม่ใช่ถ้าคำว่าเรียกว่าสุขมันไม่ใช่สักคำมันเรียกว่าทุกข์เท่านั้นแหละไม่ใช่เป็นตัวที่รู้ด้วยว่าวิญญาณหรือตัวปัญญาอย่างยอดตัวยานตัววิญญาณตัวยานตัวปัญญาคือความรู้สึกแสงสว่างเกิดจากสุขอะไรก็แล้วแต่เป็นตัวนั้นน่ะเป็นตัวที่ขอยืมมาทั้งนั้นแต่ใช้ภาษาคำว่ารู้เกินกว่าที่พระเจ้า สาวจักษุวิญญาณบ้างปัญญาบ้างวิชาบ้างแสงสว่างบ้างนั่นหมายความว่ามันตัวยอดลูกมันตัวรู้จะถึงตัวรูนั้นๆจริงๆแล้วมันรู้แล้วมันก็มีอีกตัวนึงคือตัวจิตของเรานั่นแหละมันไปเพื่อนไปกระจายออกไปแล้วฟุ้งออกไปหรือว่าเผยอขึ้นไม่ไหวขึ้นมันไม่ต้องไหวอะไรมันเป็นธาตุรู้ก่อนแข่งเดียวนี่มันก็รู้แล้วก็รู้นี่ทุกข์เหรอเออแล้วมันก็ไม่มีอะไรละได้แล้วซึ่งจิตที่เป็นแดนเกิดจิตไปมีแดนเกิดจิตไม่มีพบแล้วมีภาวะเดียวกันพอเพียงพอผ่านหรือพอสำเภาแหวนวแหวนก็พอ มันเป็นตัวเดียวกันมันไม่มีอะไรไปอีกแล้วไม่มีอะไรโตอีกแล้วมันอยู่เท่าเดิมจิตของเราเท่าเดิมจึงเรียกว่าไม่มีเกิดจิตของเราเท่าเดิมจิตของเรารับรู้ก็เพียงรู้ความรู้คือความรู้ได้รับรู้โดยสัมผัสทางตาหูจมูกลิ้นกายใจก็ตามทวารไหนก็ตามพอสัมผัสแล้วได้รู้ก็รู้ฟังดีๆนะเดี๋ยวจะพูดพยายามที่จะใช้ปัญญาปั้นภาษาขึ้นมาให้คุณเข้าใจในสิ่งนั้นหมายเอาอะไรคิดเอาให้ดีว่าไม้อะไรภาษาอังกฤษเหล่านี้เป็นบัญญัติเป็นตัวแทนทั้งนั้นแหละไม่ใช่ความจริงความจริงคุณรู้ได้โดยตรงเพราะคุณเข้าใจว่าในส่วนของสภาพ อย่างงี้อย่างงี้อย่างงี้เคียงๆกันอยู่กับภาษานี่แหละไม่ใช่ภาษาทีเดียวพยากรณ์ใจผู้ใดถึงแล้วอะไรจริงแล้วมันไม่ใช่ทุกข์ไม่ใช่ทุกข์อะไรชาวโลกเขาหลงมาเป็นทุกข์แล้วจะดิ้นรนหนีออกจากตรงนี้ดิ้นรนหนีจากอันนี้แสวงหาอันอื่นที่ว่าดีกว่าไม่มี อะไรดีกว่าความเป็นตัวเราที่เราไม่ได้ยึดอะไรไม่ได้ยึดตัวเราเป็นของเราไม่ได้ล้มเป็นอัตตาอัตภาพอะไรไม่ใช่มันก็เป็นเนี่ยมันรู้ก็รู้อ๋ออันนี้อันนี้เหรออย่างนี้เหรอรู้ได้ขนาดด้วยว่าขนาดก็เปรียบเทียบเพราะอะไรรู้ตามเขาหมดเข้าใจหมดเราละสิ่งนี้ได้เราประหารสิ่งนี้ได้มาหาสภาหรือไปเห็นนักจิตเรียกว่าประหารหรือฆ่าความหลงผิดอันนี้ปรับความหลงผิดอันนี้ออกไปได้แล้วมือเปล่าความหลงผิดอันนี้ได้เข้าใจแจ้งก็สำเร็จลงความหลงผิดอันนี้ได้เข้าใจแจ้งว่าสำเร็จลง อย่างนี้เหรอเหตุแห่งทุกข์เหตุแห่งทุกข์มาจากจิตที่เข้าใจผิดจิตที่ไปเอาวิชาจิตที่เป็นอัปปัญญาจิตที่ไม่ใช่จักษุจิตที่ไม่ใช่ยานจิตที่ไม่ใช่ยาไม่ใช่จะสุดเท่านั้นแหละเป็นเหตุแห่งความเป็นสมุดไทยเป็นเหตุแห่งการยังเหลือทุกข์อยู่เพราะถ้าเข้าใจถูกเป๊ะและอ๋อโลกนี้ก็ไม่มีอะไรมีแต่ทุกข์เท่านั้นเกิดขึ้นทุกตัวนั้นตั้งอยู่ทุกข์เท่านั้นดับไปเป็นตรงดินไปไหนดิ้นไปไหนก็ไม่รอดเพราะฉะนั้นไม่ต้องรีบเมื่อไม่ต้องดินแล้วมันอยู่ที่ใจของเราเท่านั้นเองเรา อยู่ไปเป็นปกติมีการมีงานมีสิ่งที่ทำมีสิ่งที่เพี้ยนก็เพียรไปถึงเวลาพักก็พักถ้ารู้ข้ารู้ประโยชน์ทำประโยชน์ทำสิ่งที่ดีทำความเจริญแล้วกระทำความเจริญเป็นอย่างที่ท่านพุทธทาสท่านเรียกว่าอะไรเป็นงัวงานเป็นงวงงานหรือเป็นทาสเป็นทาสงานเป็นงวงงานพระพุทธศาสนาใช้คำกลอนอะไรไม่รู้อันนี้สุดท้ายใช่ว่าเป็นห่วงงานทำงานนะผมเคยใช้ที่เขียนไว้ที่แดนว่าเป็นเครื่องกลหาว่าเป็นเครื่องกลหรือจักรกลมันไปจับคนที่มันทำงานไปธรรมดาธรรมดา แต่มันปิดเครื่องจักรกลในโลกเพราะมันมีผู้คุมอยู่ในตัวและผู้คุมก็แสนฉลาดไม่ใช่ฉลาดแกมโกงฉลาดรู้ประโยชน์ฉลาดรู้ค่าของสิ่งที่เครื่องกลที่ควรจะทำดีที่สุดทำงานที่สูงทำงานที่มีค่ามากทำงานให้ได้ปริมาณทำงานให้ได้คุณภาพเป็นเครื่องกลที่มีตัวเองเป็นเจ้าของเครื่องกลและตัวเองเป็นผู้ควบคุมตัวเองไปพูดสั่งให้ผลิตผลงานอันมีค่าผลงานอันมีประโยชน์ออกมาที่สุดดีที่สุดเป็นงานที่ยากที่มนุษย์อื่นทำได้ยากจึงทำงานนี้ให้แก่เขาเครื่องคนนี้เป็นเครื่องคนเดียว อะไรนะแม่ขอยืมภาษาภาษีภาษามาใช้เป็นผู้รับใช้เป็นงัวงานในพระพุทธและงมงายได้มันเป็นทาสีตาสาเป็นธาตุโลภขึ้นได้รับใช้เขาอ่ะแหละรับใช้เขาว่าเราเป็นทาสลูกเป็นภาษีชาวโลกรับใช้เราเป็นเครื่องกลเครื่องกลทุกชนิดก็ยิ่งดีคือเป็นทาสกุศลกรรมเราไม่เป็นธาตุอกุศลอกุศลไม่มีอำนาจเราจะไม่รับใช้อกุศลเป็น รับใช้สิ่งที่เป็นกุศลพิมพ์ที่เป็นความดีเท่านั้นอันนี้ก็ดียิ่งชัดพูดอย่างนี้ยิ่งชัดอย่างที่หมายถูกแล้วถ้าเป็นเครื่องกลเป็นเครื่องจักรเป็นวัวงานแต่พุทธชาติใช้คำว่าวัวงานผมใช้คำว่าเครื่องกลอ้าวไม่ใช่ว่าเป็นภาพถ้าเป็นธาตุและภาษาโลกก็ฟังแล้วเอออะไรเราจะมาเป็นพระอย่างยอดกลับมาเป็นภาพซะอีกภาษามันไปซ้ำซะเราก็เลยเอาภาษาอื่นมาเอาภาษาถ้าอย่างนั้นพุทธทาสเป็นงวงงานฟังดูๆก็เหมือนกับเหมือนกับเหมือนกับสิ่งที่เป็นทาสเครื่องกลึงใหญ่เครื่องกลหรือว่าจับคนฟังแล้วนี่คือ แต่ทุกคนไม่รังเกียจเครื่องกลทุกคนไม่เบียดฉันเครื่องกลเหมือนกับว่าดูถูกไอ้โง่นี่มีวิญญาณแต่มันโง่เป็นทาสยิ่งเป็นคนเลยยิ่งโง่ใหญ่ผมก็ใช้ภาษานี้ไม่เก่งนะนี่จะว่ายกตัวเองนะแต่ที่จริงมันเป็นลักษณะเป็นเครื่องใช้ในเครื่องใช้เพราะถ้าเป็นเครื่องใช้อย่างเครื่องใช้ที่เป็นทาสทาสีภาษาคนก็เข้าใจได้ยากไหนว่าจะเกิดมาเป็นคนจะเป็นคนเหนือธาตุอิสระเสรีไม่เป็นทาสรับใช้ใครแล้วกลับมาเป็นทาสอย่างเก่ามันก็แบบว่าเป็นภาคอุตสาหกรรมอย่างคุณเข้าใจคนมีปัญญาคนรู้ของมันของคุณแต่ว่าคนอื่นเขาไม่เข้าใจนี่คุณพูดออกมาคุณก็พูดของคุณคุณรู้ใช่เป็น อกุศลกรรมเราไม่เป็นทาสใครหรอกที่จริงเรารู้ว่านี่เป็นความดีและเราก็ทำความดีนี้ตามที่เรารู้ด้วยปัญญาวันนี้เป็นความดีเท่านั้นความดีเท่านั้นนะบังคับให้เราใช้แล้วบังคับใช้เราทำดีเท่านั้นน่ะใช้เราไม่มีอันอื่นใช้หรอกนี่เรารู้ว่าดีเราทำเรารู้ว่าเป็นความดีเราทำตามความดีไม่ให้เกิดประโยชน์ซึ่งก็กล่าวได้เพราะเราเองเราหลงมาต้องรู้นานาชาติที่จะมาพัฒนาเพื่อคนนี้มาจนได้ขั้นนี้เครื่องนี้มันถูกพัฒนาพัฒนาพัฒนาพัฒนาพัฒนามาเป็นชาติใช้โลกเป็นธาตุโลภนะมาตั้งนานนับกับจนกระทั่งถึงป่านนี้แล้วถึงรู้ว่าเราจะไปตามแสวงหาสุขอยู่นี่ก็เป็นค่าโลกมันหลอกเราใช้ให้เราเป็นเศษแสวงอยู่ตลอดเวลาจนป่านนี้เราพ้นแล้วเรารู้เรา ไม่เห็นจะต้องไปแสวงสุขอะไรสุขมันก็คือของหลอกเราดีๆเป็นอาริกาเพราะรัฐบาลอย่างนี้ตลอดๆกับกันมึงก็ไอ้เท่านี้เองเกิดมาเพื่อรับแสวงหาสิ่งที่ถูกหลอกมาตลอดกาลเพราะฉะนั้นโง่อะไรเลิกแสวงหาสุขในโลกไม่เอาแล้วหยุดเมื่อไหร่จะบอกว่านี่เป็นสุขก็เท่านั้นแหละมันสุขสุดก็คือพรรคแต่ทีนี้ถ้าเราไม่พักเราก็ทำงานเพราะไหนๆเครื่องกลอันนี้มันก็จะแตกสลายไปครั้งนี้แล้วมันเกิดจากสุขเกิดญาณเกิดปัญญาเกิดวิชาการเกิดแสงสว่างชัดแจ้งที่เราแล้วก็ถูกแล้วมันก็ได้สร้างขึ้นมาแล้วอย่างผมคือยกตัวอย่างว่าเหมือนกับนักสร้างรถแข่งจำได้อยู่ว่าตัวอย่างนี้เคยพูดเหมือนนักสร้างรถแข่งประดิษฐ์รถแข่งคันนี้ขึ้นมา ประดิษฐ์ขึ้นมาให้มีคุณภาพมันมีความเก่งสุดยอดแห่งความเป็นรถแข่งประดิษฐ์ขึ้นมาทุกวันทุกวันทุกวันเหมือนกับทุกชาติทุ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน