200227-044 พุทธประวัติจากพระโอษฐ์ ตอน044-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ008.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้เป็นเช้าวันอาทิตย์ที่ 27 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2520 ต่อจากนี้ไปพ่อท่านพระโพธิรักษ์ได้นำหมู่พวกเราทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกอันนี้เราก็มาทำวัดกันสำหรับที่เราได้เคยทำวัตรกันไปแล้วให้บรรยายได้อธิบายถึงพุทธประวัติจนกระทั่งเราได้เข้าใจคำว่าเกิดแสงสว่างเนื่องด้วยการตรัสรู้กับแผ่นดินไหวเนื่องจากการตรัสรู้เราได้เข้าใจเป็นธรรมดาที่ฐานหรือเป็นธรรมในธรรมเข้าใจสภาพของที่แม้แต่จะอธิบาย อธิษฐานจะมีหรือไม่มีถ้าพูดเข้าใจธรรมในธรรมแล้วเข้าใจคำอธิษฐานเข้าใจถึงสภาพจริงยังไม่สงสัยแล้วจะไม่กังวลบุคลิกฐานจะมีจริงหรือไม่มีจริงไม่กังวลจะพ้นสงสัยพ้นการยึดถือปล่อยคลายได้เพราะแผ่นดินจะไหวจึงจะเกิดแสงสว่างวาบขึ้นมาจริงหรือไม่ในการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าก็ไม่เป็นปัญหาเช่นเดียวกันกำลังจะไม่สงสัยว่าเจ้าจะเดิน 7 ก้าวจริงหรือไม่เราก็ไม่สงสัยจะเดินจริงก็เดินไปจะมีดอกบัวรองรับอย่างที่เขาเขียนรูปด้วยก็ไม่ว่าให้มันฟิลิปปินส์ก็ไม่ได้สงสัยอะไรจะมีก็มีไปตลกดีเหมือนกันหรือว่ามันไม่ตลกหรอกมันก็คือดีเหมือนกันน่ะเกิดถอดออกมา เดินบนดอกบัวไปเลย 79 ก็ไม่ว่าแต่เราเข้าใจแล้วว่าคุณธรรมหรือว่าธรรมะที่บอกว่าเดิน 7 ก้าวคืออะไรมีความหมายอย่างไรรอบรับหรือว่าเกิดแสงสว่างเมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้จะเกิดแสงสว่างปัญหาประมาณไม่ได้อันโบราณจนหาประมาณไม่ได้มันหมายความว่าอย่างไรก็เข้าใจแผ่นดินไหวเนื่องในการตรัสรู้ว่าเข้าใจไม่ว่าจะไหวจริงหรือไม่ไหวจริงจะไหวอย่างแรงอย่างมากขนาดไหนแล้วก็ประมาณเอาได้เพราะเราจะรู้สภาพอันนั้นอันเดียวกันกับที่พระพุทธเจ้ารู้คนที่จะมีคนมีสภาวะจะเข้าใจสภาวะบอกว่าแสงสว่างเกิดเราก็รู้เกิดที่ เมื่อมันเกิดที่เราและเรามีแสงสว่างมีจริงแสงสว่างนี้ก็เป็นของจริงเป็นของจริงที่จะช่วยคนอื่นได้เป็นแสงสว่างที่จะช่วยค
อ่านต่อ
นอื่นได้เพราะว่ามันเป็นจริงมันเกิดจริงเป็นจริงแล้วแสงสว่างนี้จะทำให้ผู้อื่นได้รับประโยชน์เทวดาจะรู้เทวดาเทวดาจะรู้สัตว์นรกสัตว์นรกจะเห็นสัตว์นรกคือกันสัตว์นรกจะเห็นเทวดาอะไรก็ตามแต่มันจะเห็นได้แล้วเราก็เข้าใจด้วยว่าเทวดาหรือสัตว์นรกคืออะไรจะเห็นจะรู้กันอย่างไรมีอะไรเข้าใจแท้จริงเป็นสภาพธรรมเป็นธรรมในธรรมที่ไม่เกี่ยวกับตัวกับตนอะไรแต่เป็นธรรมถึงทำในธรรมแท้จริง เกิดแสงแผ่นดินไหวตัวเราเองเราไหวแผ่นดินที่ว่านี้เป็นปฐวีธาตุในตัวเราที่เคยเกาะแน่นสภาพของปฐวีเป็นสภาพเกาะเป็นสภาพแน่นเราก็รู้ว่าสภาพอากาศเกี่ยวยึดมั่นยึดแน่นแล้วมันได้ไหวมันได้ปล่อยคลายมันได้แตกแยกออกมันได้หยุดยึดแล้วมันคลายยึดคลายเกาะคลายติดเกาะกุมกันลงมาคลายเกาะกลุ่มกันลงมาออกมาแล้วก็เข้าใจเป็นสภาพธรรมชัดๆท่านใช้เป็นบุคลากรที่ถามพูดอย่างนั้นก็เป็นอย่างนั้นทีนี้เกิดแผ่นดินไหวแม้แต่ผู้อื่นเข้าใจได้ก็เข้าใจได้จริงๆแผ่นดินไหวอย่างแม้แต่ฆราวาสเราพวกปฏิบัติธรรมกับพวกเรามาเข้าใจว่าฟังธรรมแผ่นดินไหว เข้าใจโอ้ตัวเราเองก็มีอาการแผ่นดินไหวสั่นสะเทือนเคลื่อนขั้นออกมาเลยแยกอายกับคุณชายผู้กล้าอธิษฐานอธิบายว่าแผ่นดินไหวเลยจะมีแผ่นดินไหวข้างนอกหรือไม่นอกก็แล้วแต่เมื่อเราได้เกิดรู้เกิดตรัสรู้รู้ลึกรู้อย่างถึงมันจะเกิดการปล่อยคลายเกิดการหลุดละไอ้ที่เดือนละได้แล้วแผ่นดินไหวหรือแตกหลุดออกไปแล้วเราก็รู้แตกหลุดออกไปแล้วไอ้ที่ไม่ยังไม่แตกหลุดมันคลี่คลายทางออกที่ออกแยกออกไอ้ที่เคยออกก็หลวงปล่อยลงก็ไม่ได้ ล้างจางลงไปได้ทันทีเป็นสภาพทำอย่างนั้นเรียกว่าแผ่นดินย่อมหวั่นไหวย่อมสั่นสะเทือนเราเองเกิดเราเองเป็นตัวอย่างเราเองเกิดจริงมีแผ่นดินไหวในตัวจริงคนอื่นๆก็จะมีผลไปตามถ้าเข้าใจได้ละเอียดนะถ้าเราเองเกิดตรัสรู้เกิดบรรลุธรรมเราเองมีจริงมันจะมีผลสืบเนื่องไปต่อผู้อื่นจะทำให้คนอื่นไหวก็ตามเช่นยังแอดก็เข้าใจเขาก็เข้าใจว่าแผ่นดินไหวและเขาเองเขาก็รู้ตลอดออกไปอีกว่าเขาไม่ไหวแล้วเขาก็ไปถวายเอาคนอื่นคนอื่นไปมีผลกระเทือนต่อคนอื่นคนอื่นติดทำเข้ามาอีกได้รับทำเข้ามาอีกสืบเนื่องเข้ามา ต่อมาคือสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นอิทัปปัจจยตาเป็นการสืบโยงหรือเป็นปฏิกิริยาหรือเป็นการเชื่อมต่อเป็นภาษาสัจจะกิริยาเรื่องภาษาบาลีและภาษาสัจธรรมเป็นสภาพที่มันเชื่อมต่อไปอีกเป็นสันติในการติดติดต่อไปมันมีความติดต่อออกไปสะเทือนออกไปเรียกเป็นภาษาของภาษาไทยๆที่เขาตั้งแล้วหรือภาษาอังกฤษเรียกว่าสัมพันธภาพหรือเรียกว่าสัมพัทธภาพภาษาอังกฤษมีเลยชีวิตที่มันมีการสัมผัสต่อไปเพราะแม้เรา เย็นแล้วเราก็จะพักต่อไปอีกเรามีการสัมผัสสืบโยงไปอีกอย่างจริงมีจริงเมื่อมีสภาพจริงมันเป็นจริงๆนี่เรียกว่าแผ่นดินไหวและถ้าเราเข้าใจเพียงพอเราก็จะไม่สงสัยว่ามันแผ่นดินนี้มันจะแยกให้เห็นจนกระทั่งบ้านเรือนพังคนตายทับถมลงมาหรือเปล่าหรือไม่ถ้าไม่มีปัญหานี่ก็ได้ไม่มีก็ได้แต่ธรรมะอย่างนี้มีที่เราหรือไม่ถ้าเรายังไม่มีได้แต่เข้าใจก็เป็นยาก็เข้าใจในสัญญาบางคนมีความเก่งในการที่จะใช้ปัญญายกรับแม้จะยังไม่มีสภาวะจริงก็พอเข้าใจคร่าวๆได้แต่ยังไม่จริงทีเดียวจนกว่าจะมีจริงแล้วมันจะทราบซึ้งพอมีสภาพว่าทำอย่างนั้นจริงๆแล้วมันจะแหมมันแน่มันเข้าใจชัดๆยืนยันยืนยัน ได้ตรัสรู้หรือว่ารู้ถึงขั้นนี้เรียกว่าตรัสรู้เนี่ยในพวกเราก็เหมือนกันเรียกว่าโพธิเกิดในขั้นตรัสรู้จริงๆมันแน่ๆจริงๆมันมีสภาวะอย่างนั้นยืนยันจริงๆแสงสว่างเกิดแผ่นดินไหวอาทิตย์นี้ก็บทต่อไปก็ว่าการรู้สึกพระองค์ว่าได้ตรัสรู้แล้วการรู้สึกพระองค์ว่าได้ตรัสรู้แล้วภิกษุทั้งหลายก็เมื่อเราเป็นผู้มีความเกิดความแก่ความเจ็บความตายเป็นธรรมดามีความโศกเป็นธรรมดามีความเศร้าหมองเป็นธรรมดาด้วยตนก็รู้จักสิ่งที่มีความเกิด เกิดแก่เจ็บตายโศกเศร้าหมองเป็นธรรมดาครั้นรู้แล้วจึงได้แสวงหานิพพานอันไม่เกิดไม่แก่ไม่เจ็บไม่ตายไม่โศกไม่เศร้าหมองเป็นธรรมดาอันไม่มีสิ่งอื่นยิ่งไปกว่าอันเกษมจากโยคะธรรมเราก็ได้บรรลุพระนิพพานนั้นอนึ่งปัญญาเครื่องรู้เครื่องเห็นได้เกิดแก่เราว่าความหลุดพ้นของเราไม่กลับกำกับการเกิดครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายพบเป็นที่เกิดใหม่มิได้มีอีกดังนี้แต่พระพุทธเจ้าตัดสินตัวตรัสรู้ลงที่ว่าท่านเองท่านได้ รู้ในตัวพระองค์เองด้วยว่ารู้สึกพระองค์รู้ในตัวเองดีภาษาจะใช้คำว่ารู้สึกพระองค์นี้ว่ารู้ตัวรู้ตัวเองชัดๆว่าเราได้ตรัสรู้แล้วคือเราได้หมดสิ้นแล้วหมดสิ้นเพราะอะไรเพราะเข้าใจในความเกิดเราเป็นผู้มีความเกิดความแก่ความเจ็บความตายเป็นธรรมดามีความสุขเป็นธรรมดามีความเศร้าหมองเป็นธรรมดาด้วยตนเพราะเห็นตนเพราะเหตุแห่งตนที่มีอวิชชาเพราะเหตุแห่งตนไม่รู้ไม่เข้าใจความเกิดความแก่ความเจ็บความตายอันเป็นลักษณะของนามธรรมเกิดแก่เจ็บตายที่อยู่ในนามมาทำซึ่งเป็นรากเหง้าเป็นเชื้อง่ายเข้าใจแยกแยะออกมาชัดเด่น ไอ้ตัวแก่จะตายด้วยรูปประธรรมหรือวัดสุธรรมหรือว่าตัวตัวใหญ่ตัวอย่างเนี่ยมันไม่มีปัญหาอะไรเราเข้าใจชัดอยู่แล้วร่างกายจะตายร่างกายจะเกิดร่างกายจะแก่ร่างกายจะเจ็บร่างกายจะตายมันเป็นธรรมดาเราไม่มีตลาดอะไรโศกอย่างในโศกอย่างหยาบแล้วก็ชัดอยู่แล้วรู้อยู่แล้วความสุขความเศร้าหมองในต่างๆทีนี้ความสุขความเศร้าหมองในใจความยังคับแค้นในใจความยังเป็นมิตรภาพอยู่ในใจแล้วก็ไม่มีอาภาพไม่มีส่งไม่มีซ่อมหมอเป็นจิตที่เราทำได้อันไม่มีสิ่งอื่นยิ่งไปกว่าอันเกษมจากโยคะธรรมหมายความว่ามันหมด ขอบเขตที่จะต้องพึงเพียรทำกับมันอีกอันเกษมจากโยคะธรรมโยคะหมายความว่ายังมีสิ่งนั้นจะทำให้อยู่อนุภาคหรือว่าผู้ที่เป็นพระโยคาวจรหมายการกู้ยังเป็นไปในการพากเพียรทำสิ่งนั้นให้เกิดอยู่เกิดอะไรเกิดนิพพานเกิดสิ่งที่ไม่เกิดเกิดสิ่งที่ดับความเกิดภาษาจีนตัวสิ่งที่ดับความเกิดเกิดสิ่งที่รู้เท่าทันความเกิดเกิดสิ่งที่ทำความเกิดและทำให้เราติดเรายึดไม่ได้ถ้าเราจะทำความสะอาดให้เราเห็นความเกิดใดๆในโลกก็มามันมีอำนาจเหนือเราไม่ได้อยู่เหนือเราไม่ได้ไม่มีอะไรไม่มี ต่างๆพวกนี้เหลือเราได้อย่างนี้เรียกว่าอยู่ด้วยความเกิดเราอยู่เหนือความเกิดมีความเกิดรู้ความเกิดรู้เท่าทันความเกิดเกิดปัญญาสูงจนไม่ได้สงสัยในเรื่องความเกิดเป็นธรรมดาเธอก็เกิดเกิดแล้วมันก็ต้องแก่ต้องเจ็บต้องตายเป็นธรรมดาเสื่อมไปเป็นที่สุดเป็นธรรมดาเราเองเราตายเพราะเกิดเราก็รู้ว่าไอ้นี่ก็ไปตายเป็นธรรมดาแล้วมันก็จะเป็นไปตามเหตุปัจจัยและเราก็เป็นธรรมดาพูดได้บรรลุจะเห็นชัดเครื่องเป็นเครื่องรู้แล้วท่านก็บอกว่าถ้ามีปัญญาเครื่องรู้เครื่องเห็นก็คือตัวจิตของท่านเองอีกนั่นแหละเป็นตัวปัญญาที่สอนอยู่ในจิตทั้งหมดอธิบายไม่ถูกทั้งนั้น จิตเป็นตัวปัญญาเป็นเครื่องรู้เครื่องเห็นมันรู้มันเห็นความหลุดพ้นของเราไม่กลับทำเรื่องมันปล่อยวางใครมันเฉยมันสนิทมันไม่สงสัยมันแน่ใจมันสูงสุดจิตมันยอดเหลือความเกิดแก่เจ็บตายมันไม่กลัวเมตตามันไม่กลัวไม่เกิดมันไม่กลัวไม่เจ็บมันรู้ว่าเป็นความธรรมดามันจะแก่จะเจ็บจะตายจะยังไงก็เป็นธรรมดาอาการของใจเราจะบกพร่องอาการหัวใจเราจะฟูเฟื่องอาการหัวใจเราจะเป็นยังไงยังไงยังไงเราระงับมันได้อยู่สนิทไม่หวั่นไหวและก็รู้เท่าทันในอาการถ้ามันจะเกิดอย่างนี้เราก็รู้ว่ามันเกิดแล้วเราก็ระงับที่เราเอาตัวตายไว้เอาตัวตายว่าเอาตัวดับสนิทให้นิ่งสงบสงัดให้มันคงทำได้ด้วย ดูด้วยแล้วก็ทำได้โดยไม่ตกใจเมื่อไหร่เราก็ทำได้จะร่วมคิดร่วมปรุงร่วมรู้กับเขาก็ร่วมคิดร่วมปรุงร่วมด้วยกับเขาได้และเราก็แน่ใจด้วยว่าเราไม่ได้หลงสิ่งนี้แล้วเราก็ดับมันเป็นที่สุดได้ปล่อยจางคลายได้ไม่เหลือเชื้อค้างไว้ที่คิดเลยจึงเรียกว่าไม่มีจิตเกิดไม่มีจิตติดไม่มีอะไรเกาะติดเหมือนน้ำก็บ่อยๆเทราดกันแล้วหรือเอาใบบอนไปหุ้มน้ำไปอุ้มน้ำไปใส่น้ำไปตั้งร้อยวันเทออกก็ไม่มีอะไรดูดซึมน้ำเข้าบ่อยๆน้ำก็ร่อนออกไปหาไปสวนน้ำไปบอลก็แห้งกรอบอยู่อย่างเก่าไม่ได้ดูดซึมเอาน้ำที่เราเอามาขอมันไว้เลยสักนิดเดียวฉันใดก็ฉันนั้นแน่ใจว่าเป็นจริงด้วย แค่แน่ใจอย่างเดียวรู้จิตอ่านจิตถึงจิตเป็นมีปัญญาเครื่องรู้เครื่องเห็นอย่างแท้จริงถ้าพูดทำได้เป็นจริงอย่างนี้ชัดเจนแท้ๆไม่สงสัยจับจิตรู้จิตชัดจึงจะปฏิญาณตนได้ว่าความหลุดพ้นของเราไม่กลับกำเริบความเกิดครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายถ้าท่านใช้คำว่าความเกิดครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายก็หมายความว่าท่านยังมีความเกิดอยู่ถ้ายังมีตัวตนถ้าจะเป็นบุคคลถ้าจะมีจิตเกิดจิตรู้เกิดอยู่ถ้ายังมีขันธ์ 5 การเกิดครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้วท่านก็รู้ด้วยว่านี่แหละมันครั้งสุดท้ายแล้วมันเกิดก็เกิดมันมันรู้แต่ก่อนมันไม่รู้เท่าทันมันดับไม่เป็นมันดับไม่สนิท มันยังไงมันก็จะเกิดแล้วก็มันก็หลงให้เกิดต่ออยู่เรื่อยเดี๋ยวนี้ก็รู้แล้วเออเรายังไม่ตายเราก็ยังเกิดอยู่นี่เนื้อหนังมังสาก็ยังมีรูปขันก็ยังมีน้ำขันก็ยังมีรับรู้ได้เวทนาสัญญาสังขารวิญญาณมีครบเกิดอยู่การเกิดครั้งนี้ก็มีอยู่แต่การเกิดครั้งนี้ที่เกิดอยู่นี่นี่เป็นครั้งสุดท้ายเพราะเป็นที่เกิดใหม่สภาพที่จะต่อไปเพื่อที่จะให้เราไปเหลือสภาพที่เราจะไปติดที่ไปรับอีกสภาพที่เราจิตของเรายังไปเป็นไปอีกไม่มีบางทีเขาอาจจะเป็นปลายโดยรสชาติอย่างนั้นอย่างนี้อีกของโลกเป็นรสชาติที่เราติดเรายึดติดไม่มีไม่มีภพใหม่ที่จะให้เกิดหรือว่าเราไม่มีภพใหม่แต่สภาพวางโล่งปล่อย [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] โอ๊ยไม่เอาอ่ะต่ายคนไม่มีความหวังข้างหน้าไม่มีอะไรเลยก็ตายกันพอดีก็ตกโลกหมดที่จะไปเอาอะไรถ้าธรรมะอย่างนี้แล้วก็ไม่ไม่ทำให้คนติดแม่กลัวคนจะกลัวก่อนจะตกใจเลยทีเดียวโอ๊ยทำแล้วหมดความหวังเลยไม่มีอนาคตไม่มีอะไรอีกเลยแต่ถ้าเราเข้าใจแล้วว่าอนาคตก็เท่านั้นอนาคตก็คือสิ่งที่เดินทางไปยังไม่ถึงเท่านั้นเองอ่ามันถึงไหนก็ถึงกันอนาคตเพราะฉะนั้นผู้ที่มาเป็นพระผู้ที่เป็นอุปสรรควันแล้วจะเข้าใจได้ว่าในอนาคตมันมีความหมายอะไรมันก็เดินถึงมันยังไม่ถึงเท่านั้นเองมันถึงแล้วก็ถึงกันและถ้าเกิดว่าเราดีแล้วมาถึงแล้วมันก็ถึงดีแล้วก็ดีมันก็มีแต่ดียิ่งขึ้นมัน มันก็ดียิ่งขึ้นมันไม่มีปัญหาอะไรมันจะดีไปก้าวไปอีกเท่าไหร่ก็ก้าวไปดีที่สุดได้เท่าที่เราจะเป็นไปก็เป็นไปแล้วไม่ต้องหย่าไม่ต้องอยากเป็นอยากไปไม่ต้องอยากหรอกมันไปของมันเองมันจะถูกลาภถูกจูงด้วยเหตุปัจจัยเองมันจะพาเป็นพาไปเองแล้วมันจะเดินเรามีแนวโน้มแต่เพียงว่าถ้าเผื่อว่าโลกนี้เขาไม่เข้าใจเราก็จะดึงเข้าหน่อยโลกมันจะดึงไปให้เป็นไปสู่โลกแต่ทำจะต้องเป็นไปสู่ธรรมโดยเฉพาะผู้ที่เป็นหัวหัวแถวเป็นผู้นำจะต้องพยายามบุกเพราะผู้นำจะประสบกับอุปสรรคโลกก่อนโลกิยะขวางทางอยู่ทั้งหมดจะต้องพานำพาแหวกแล้วมันจำเป็นที่จะต้องว่าเราจะต้องไปหมายใจ ประกาศอัตราเมล็ดข้างหน้าไม่ต้องหรอกแล้วเราจะรู้เองว่าถ้าสมมุติว่าเราบวกเอาบวกคนหนึ่งมาบวกหนึ่งมันก็จะเป็น 2 เอา 2 + 2 ก็จะเป็น 4 ภาษามาบวก 3 มันก็จะเป็น 6 แล้วเข้าใจด้วยอันนากับสังขยาด้วยปัญญาล่วงหน้าฟังให้ดีนะปัญญาล่วงหน้ากับความหวังล่วงหน้ามันไม่เหมือนกันนะความหวังนี่มันชักต้องการว่าจะต้องได้ต้องมีต้องเป็นอย่างนั้นมันเป็นความต้องการความหวังแต่ความรู้ล่วงหน้ามันไม่ใช่ความหวังนะอนาคตตั้งแต่ยานยานที่เกิดประกอบขึ้นเกิดรู้ไปล่วงหน้าอนาคตอนาคตอนาคตอนาคตอนาคตอนาคตต่างธนาคารสยามปัญญาปัญญามันรู้ได้ล่วงหน้ามันเป็นความรู้มันไม่ใช่ความอยากเหมือนเรารู้ ถ้าเราจะโยนของชิ้นนี้ไปข้างหน้าขณะนี้แล้วก็คำนวณน้ำหนักเท่านี้ใช้แรงเท่านี้ความต้านทานมีชนิดบวกลบคูณหารและออกมาคราวนี้จะไปตกข้างหน้าระยะนั้นขนาดนั้นจะใช้แรงทางนี้น้ำหนักเท่านี้ถึงต้านทานเท่านี้มันก็จะไปตกข้างหน้าทั้งนั้นนี่เป็นความรู้ของเรารู้ได้เรียนได้รู้ได้จริงจังด้วยถ้าเราสามารถคำนวณมีเหตุปัจจัยผลนี้ออกแล้วก็สามารถจะรู้อันนี้มันจะไปตกตรงนั้นด้วยอำนาจแห่งการโยนด้วยอำนาจแห่งแรงด้วยความรู้รู้ว่ากะเป็นได้ถ้าเราทำอย่างนี้มันจะเป็นอย่างนั้นรู้นำหน้าได้เรียกว่ารู้นำหน้าไม่ใช่ความหวังแต่เราจะอยากโยนไปหรือไม่หรือไม่อยากโยนไปก็ไม่เห็นจำเป็นถ้าสมควรจะโยนก็โยนเช่นเดียวกันเรารู้อนาคตข้างหน้ารู้สามารถรู้ไอ้สิ่งข้างหน้าได้ แต่เราจะทำหรือไม่ทำถ้าเห็นควรแล้วก็ทำดำเนินไปถ้าไม่เห็นควรเราก็ไม่ดำเนินก็ไม่เป็นไรแล้วก็ไม่ต้องหยาบด้วยทำไปตามเหตุปัจจัยที่เรารู้ว่าความรู้มันจะเป็นอย่างนี้ก็เป็นไปบางทีอนาคอนดามันมันโยเยเสียด้วยมันไม่ตรงมันคำนวณล่วงหน้ากะว่าพอรู้ล่วงหน้าได้อย่างนี้เหมือนกันพอทำไปแล้วไม่ตรงด้วยไอ้ยาผิดผิดที่เรากะ 1 + 1 ไม่เป็น 2 เสร็จแล้ว 1 + 1 กลายเป็นหนึ่งเราอาจจะคำนวณผิดโดยปัญญายานของเราคำนวณไม่ถูกก็ได้หรือมันมีเหตุปัจจัยจอมที่เราไม่รู้ข้อมูลเข้ามาแทรกแซงแทรกทันแล้วมันก็ไม่เป็นไปตรงตามที่มันควรจะ รู้ว่ามันควรจะเป็นอย่างนี้ก็ได้เพราะเราก็จะต้องรู้เหตุปัจจัยต่างๆว่าอะไรเป็นเหตุที่ทำให้มันเป็นอย่างนั้นแล้วก็มารู้เหตุมันอีกคนพากับคนควายอีกแล้วเราก็ไม่เสียใจบางทีเราอาจจะตกหล่นข้อมูลพอเขาจริงมีข้อมูลมีเหตุปัจจัยมาพร้อมๆหรือมากกว่าดีกว่าที่เราคำนวณเอาไว้เพื่อเป็นยาปัญญาปัญญาเรารู้เรานำหน้าไปได้เท่านี้ผลออกมาดีกว่านั้นอีกก็ได้ถึงแม้ผลดีกว่าเราก็ไม่ดีใจตื่นเต้นมากมายหรือแม้ผลไม่ดีเท่าที่เราได้คำนวณแล้วเป็นอนาคตทางสยามผลมันลดหย่อนไปเราก็ไม่เสียใจและไม่เสียใจไม่ซ่อมหมองเราก็รู้เหตุมันจะควรจะปรับปรุง แม้แต่มันดีกว่าแล้วก็พยายามรู้เหตุปัจจัยมันเราก็จะเกิดปัญญาหรือมีปฏิภาณเพิ่มขึ้นอ๋อเราคิดว่ามันจะได้แค่นี้มันกลับได้มากกว่านี้เพราะเหตุอันนี้เองเพราะส่วนนี้เองมันมาเสริมพวกส่วนนี้เองเราตกหล่นข้อมูลในการสำนวนที่จริงมันมีอยู่แล้วล่ะในตัวแต่เราหลุดรอดไปแล้วดึงออกมาไม่ขึ้นเรามองไม่เห็นเราปัญญาของเราไม่รู้ข้อมูลที่ผสมผสานอยู่ในส่วนนี้ส่วนนี้มันจึงคำนวนสัญญาก็เลยไม่ตรงก็ได้เพราะฉะนั้นผู้ใดไม่มีความหวังผู้ใดไม่มีความอยากผู้ใดไม่มีจุดเป้าหมายต้องการศาสนาอย่างที่ว่านี้นะจึงไม่มีทุกข์จะได้สมดังที่เราคาดคะเนไว้ ได้ลดหย่อนก็ได้หรือมากกว่าก็ไม่เหลือใจไม่ลอยใจไม่พอใจไม่ตื่นเต้นมากเกินควรก็เป็นเป็นสภาพไม่มีพบข้างหน้าอย่างนี้เรียกว่าภพที่เกิดใหม่ไม่ได้มีแยกย้ายฝั่งแม้แต่อนาตะสัญญาไม่มีข้างหน้านะว่าทำไมพระพุทธเจ้าบอกว่าไม่มีพวกข้างหน้าแต่ถ้ามีอนันตราสยามไม่ได้พบหรือพยายามฟังให้ดีนะประเด็นตรงนี้เนื่องจากไม่แม่นนะถ้าจำไม่แม่นแล้วก็ความหวังข้างหน้ากระทบข้างหน้าหรือว่าความต้องการผักมั่นใจให้เป็นไปอย่างนั้นเอาเป็นเอาตายอยู่ครับคำนวณแล้วเห็นด้วยปัญญาเป็นอนาคตเป็นอนาคตทางปัญญามันไม่เหมือนกันนะอนาคต แต่ก็เป็นจิตที่สามารถรู้นำไปแต่ไม่ใช่จิตไปเกาะไว้ฟังดีๆสามารถรู้นำไปแต่ไม่ใช่จิตไปเกาะไว้ไปยึดเอาเป็นเอาตายไว้ถ้าไม่ได้จะเสียใจถ้าได้ก็ดีใจไม่ใช่ไม่มีถ้าได้ก็เป็นไปตามได้ไม่ได้รถหย่อนก็ต้องหาเหตุว่าทำไมมันลดหย่อนควรจะปรับปรุงเพราะว่าทุกอย่างเราควรปรับปรุงที่พูดซ้ำอีกถ้าได้ดีกว่าเก่าก็แล้วไปถ้าเราไม่คิดก็ได้ไม่เป็นไรแต่เราคิดอีกคนหาเหตุที่ว่าเออมันดีกว่าเก่าเพราะเหตุผลอันนี้เพราะข้อมูลอันนี้มันหล่นปัจจัยนี้มันตกไปเราก็หาเหตุผลได้เราก็ฉลาดเพิ่มขึ้นอีกมี 10 กันยายนไม่ เสียใจไม่มีดีใจไม่มีทุกข์ไม่มีสุขฟังดีๆชัดๆไม่มีเสียใจไม่มีดีใจไม่มีทุกข์ไม่มีสุขนิมนต์พบหมดชาติเป็นอย่างนี้เพราะการเกิดก็เกิดอยู่แล้วเกิดก็เกิดไปมันหลงมากี่ชาติกี่ชาติมาถึงมาเกิดเป็นอย่างนี้จนกว่าเราจะได้พบศาสนาเพราะพระพุทธศาสนาจนกว่าเราได้เรียนรู้จนเรามาได้เข้าใจจนกระทั่งภาวะปัจจัยทำเจโจทำจิตให้หลุดพ้นให้อ่อนเบาให้จางคลายให้หมดกิเลสหมดอาสวะออกไปได้มันเป็นจริงแล้วมันมารู้ได้จริงอย่างที่พระพุทธเจ้ายืนยันว่าเราตรัสรู้ก็เพราะเหตุว่าเราเข้าใจความเกิดไม่ใช่เกิดเนื้อหนังมังสาไม่ใช่เกิดจากท้องพ่อ เกิดเป็นแค่จิตแม้แต่จิตแค่อนาคคอาร์สยามเกิดรู้นำขึ้นไปแม้แต่จิตที่เกิดอยู่เป็นปัจจุบันเดี๋ยวนี้กำลังมีสภาพจิตเป็นอย่างไรจิตของเรามีโลภะโทสะโมหะขนาดไหนรู้อยู่เดี๋ยวนี้ชัดๆว่าจิตของเราไม่มีโลภะโทสะโมหะก็รู้อยู่ว่าเราไม่มีเดี๋ยวนี้แม้แต่ข้างหน้าก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปเกิดต่อเป็นภพอีกไปสร้างภพไว้ในข้างหน้าก็ไม่มีเพราะฉะนั้นเราจะให้จิตของเราเกิดโดยเจตนาเป็นมโนสัญเจตนาวันนี้เพื่อการช่วยเหลือเฟือภายนอกเพื่อการเป็นฝ่ายเพราะมันยังเป็นไปเรายังมีรูปขันธ์นำขันเราไม่ได้ยึดรูปขันนำขันเราไม่ได้แบกรูปขันนามขันมันเป็นเองมันมีของมันเองมัน ได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากมีรูปขันธ์ก็ทนได้โดยไม่ยากมีนามขันธ์ก็ทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากมีเวทนารับรู้แล้วก็รู้อยู่อย่างนี้เรียกว่าสบายหรือจะเรียกเป็นสุขอย่างนี้เรียกว่าทุกข์ไอ้ทุกข์ก็ไม่มีเลยถึงเรียกว่าคนพ้นทุกข์แท้ทุกข์ก็ไม่มีเลยจะเหลือเศษของสวรรค์บ้างหรือเหลือเศษของสุขบ้างก็รู้เท่าทันว่าเออไอ้นี่สบายนะมีสุขดีนะเกิดแล้วนะแล้วก็ตามรู้เท่าทันอีกว่าไอ้นี่ติดไม่ได้ไอ้นี่ลงไม่ได้นะตัดหัวตีตบหัวเข้าบ้านผมใช้ภาษาอย่างนี้มานานแล้วแล้วก็ฟังให้เข้าใจรู้เท่าทันครับอย่าเผลอไม่เผลอแล้วไม่ได้เผลอสั่งสมสั่งสมเข้ามากๆพอได้ขอบเขตนิดนึงแล้วทีนี้มันจะบงการคุณล่ะ ให้หามาให้มันเสร็จเมื่อนั้นแหละคุณภาพเพราะฉะนั้นเรารู้เท่าทันแม้แต่ความสบายเราก็ไม่เสพไม่ติดเรารู้ว่าสบายนี่แหละเป็นฐานพักแต่ว่าว่างก็ว่างอย่างสบายหรือยังไม่ได้อดทนก็ทนได้โดยไม่ยากฟังภาษานี้อีกจะเรียกว่าว่างก็ว่างโดยสบายแล้วก็ไม่มีสติสัมปชัญญะไม่หลงในความว่าหรือแม้จะทำงานจะปรุงจะแต่งจะมีอะไรความรู้รู้กับเขาทำกับเขามีการปรุงการคิดการอ่านมีการทำงานอะไรมีจิตมีงานของจิตมีงานของกายมีงานของวจีใช้ความรอบรู้ใช้ปัญญาใช้อะไรร่วมด้วยอยู่ทั้งหมดเลยตามรูปการทำงานไปด้วยกันเราก็รู้ว่าเราเองเราทำงานมัน ไม่ว่างตอนนี้กำลังคิดค้นกำลังเพ่งเพียรอยู่ที่เดียวกำลังปรุงแต่งอยู่ที่เดียวปรุงมาให้มันเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้กำลังทำบัญชีหัวร้อนก็รู้มันร้อนคุณทนได้ไหมล่ะถ้าคุณได้โดยไม่ยากคุณยังไม่ทุกข์อะไรหรอกยังไม่ปวดยังไม่เจ็บยังไม่ลำบากลำบนอะไรรู้วันนี้ควรเป็นไปมันควรจะต่อต่อไปก็ทำทำได้ทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากมันก็ไม่มีปัญหาอะไรมันก็ไม่ทุกข์ร้อนอะไรมันก็ไม่อะไรมันรู้ประโยชน์ในประโยคแล้วคุณก็ทำประโยชน์ในประโยชน์นั้นเธอรู้ชัดๆเนี่ยถ้าทนได้ยากทนได้ลำบากแล้วเราถือว่าถูกใจคุณต้องรู้ตัวเองว่า นี่มันไม่ไหวแล้วอ่อนเพลียแรงกายก็แย่พอดีก็แหบเงียบๆพยายามแย่แล้วไม่ค่อยออกมโนกับลุงซะร้อนจี๋เลยลำบากลำบนแล้วควรจะได้หยุดรู้สึกว่ามันเต้นแล้วมันใช้ประสาทก็ประสาทเต้นแล้วอ้าวนึกแล้วอะไรอย่างนี้แล้วแต่คุณก็กำลังของคุณเองคุณจะทนได้แค่ไหนคุณทนได้แค่นี้คุณดูในประโยชน์มันพอสมควรทนไหมอันนี้สมควรจะทนทำให้เขาเพราะว่าเป็นประโยชน์อันนี้ไม่สมควรทนทนก็หยุดมีปัญญาตัดสินทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากนี่ก็พ้นทุกข์ทั้งนั้นก็ได้ภาษาที่เรียกว่าว่างอยู่คุณก็ไม่ติดว่างก็เรียกว่าคนทุกข์ หรือแม้แต่ทนอยู่คุณก็ทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากก็เรียกว่าพ้นทุกข์ฟังดีๆไม่มีภาษาไทยชัดๆภาษาไทยชัดๆถ้าคุณรู้อาการนี้เพราะว่าคุณก็จะรู้ว่าทุกข์คืออะไรก็คือความปล่อยสดสบายอยู่ทีนี้ถ้าคุณเสพติดความว่าวางปล่อยสบายสบายเจ็บคุณก็จะติดมันนะไม่รู้จักคิดอ่านไม่รู้จักทำงานไม่รู้จักมีอะไรต่ออะไรขึ้นมาบ้างแต่จิตคิดก็ไม่คิดเธอไม่ว่างปลงปล่อยลอยๆลอยๆอยู่ชักไม่เข้าท่านะเพราะเราจะปล่อยว่างก็ว่างแล้วเราก็รู้แล้วว่าว่างเบาสบายพอสมควรแล้วร่างกายสุขภาพดีและพักพอสมควรแล้วตอนนี้เราควรจะทำงาน ควรจะทำงานอะไรณบัดนี้เรากำลังทำอะไรอยู่ถ้าปัญญาของเราเข้าใจแล้วว่าเราไม่มีอะไรนี่เราจะทบทวนกิเลสตัณหาทบทวนจิตอะไรต่ออะไรเราก็ทำมาพอสมควรแล้วควรจะทำอื่นบ้างสับเปลี่ยนก็ทำว่าเราจะทำอะไรที่เป็นประโยชน์เราก็ทำไปเมื่อไปใช้ความคิดอีกใช้ความดำริเป็นสัมมาสัมพุทโธใช้วาจาทำงานหรือไม่ใช้วาจาจะใช้กรรมมันต่างทำงานทางกายก็ทำไปก็นี่แหละคือเรามีสัมมาอาชีวะด้วยสัมมาวายามะสัมมาสติเป็นสมาธิทำล้อมอยู่ทำงานตลอดไปก็เป็นสภาพธรรมที่เต็มรอบธรรมดาธรรมดาเป็นคุณธรรมเป็นประโยค เป็นประโยชน์และทำงานและเราก็มีประโยชน์จะเห็นได้ว่าศาสนาพระพุทธเจ้าที่สร้างคนหรือว่าทำคนให้เป็นคนที่มีประโยชน์ถ้าเป็นคนที่พ้นทุกข์พ้นทุกข์ชัดๆแล้วก็เป็นประโยชน์ชัดๆว่าจะทำให้คนเสียคนไม่ใช่ทำให้คนกลายเป็นแท่งดินแท่งหินเพราะว่ารู้ธรรมแล้วก็เออไปนั่งหลับอยู่ที่ไหนก็เชิญเอาตัวไปทิ้งถึงเวลากินแล้วค่อยๆคลานออกมากินนะพอถึงขาดกินแล้วก็ค่อยคลานกลับเข้าไปมุดอยู่ที่ไหนก็เชิญเอาอย่างนี้ไม่ใช่ลัทธิพระพุทธเจ้าศาสนาพุทธไม่เป็นอย่างนี้ฟังให้ดีนะฟังให้เห็นชัดๆผมย้ำๆมากเพราะว่าเดี๋ยวนี้ก็ไม่เข้าใจกันใครบอกว่าเออสงบสงัดได้มีอะไรถือว่าผู้บรรลุแล้วก็จริงสงบสงัดได้แล้วก็เข้าใจที่สำคัญมั่นหมาย อ๋อสงบเป็นอย่างนี้ใจของเราเองวางถ้าอยู่กับบรรยากาศสงบมันก็บรรยากาศสงบแม้แต่มาอยู่ในสิ่งที่ไม่สงบบรรยากาศไม่สงบมีรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสแม้แต่อยู่ในกองสบายใจมุกต่างๆแล้วก็มาดูมาดูมาเห็นอย่างนั้นๆๆสรรเสริญต่างๆของโลกและเราก็อยู่เหมือนเต่าได้เหมือนก้อนน้ำแข็งกลางเตาหลอมเหล็กหรือเหมือนน้ำกับใบบอนพวกนี้แทรกซึมเข้าหาเราไม่ได้ไม่มีอำนาจที่จะมาแทรกซึมเราได้รูปเรารู้ทันรูปรถเรารู้ทันโรคจิตรู้ทันกลิ่นเสียงรู้ทันเสียงแล้วเราก็ช่วยเหลือโปรไฟล์คนอื่นได้เอออันนี้ๆๆคุณติดมากเราหาอุบายบอกเขาให้ลดลงมาเอางี้เลิกหน้าร้านน่ะเอามั้ยคนจัดการเลือกใช้ เดือนกันยายนก็เข้าใจแล้วเขาก็ยอมทำตามฝึกหัดรถลงมาตัดลงมากลายเป็นหมาลงมาแล้วก็ได้ช่วยเหลือเผื่อปลายเป็นประโยชน์แก่คนเรารู้แล้วเราพ้นแล้วเราไม่ปฏิเสธผิดความสงบแล้วเราก็ทำความสงบจนกระทั่งยืนยันอยู่ที่ใจไม่มีอะไรหยั่งลงนี่แหละประเสริฐสุดแล้วเราก็ได้ช่วยบุคคลทำการงานไปอะไรไปการเกิดครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายสิทธิ์ต่างๆไม่มีชาติสบายทีนี้คนที่จะมีอำนาจแข็งอย่างนี้ก็ต้องฝึกปรือเวียนไปเวียนกลับคนที่ยังไม่ทนก็จะหลบไปก่อนช่วงเวลาคราวมันก็ต้องหลบไปหลบไปแล้วก็มาทำให้แข็งแรงพอแข็งแรงและก็หลบไปหรือว่าผู้ใดมีปัญญามากปฏิบัติอยู่อย่างเงี้ยไม่ต้องหลบไปไหนปฏิบัติ [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] หน้าที่หน้าเขาเกิดต่อพรุ่งนี้ก็จะเกิดต่อเราจะกินข้าวไปอยู่มันก็เป็นการบำรุงให้เกิดอยู่ถ้ามีอิทธิบาทจะต่อไปพอสมควรก็ไปได้ตามเหตุปัจจัยมันก็ไม่มีปัญหาอะไรการเกิดกระดูกชัดๆไม่สงสัยมันตายแล้วเกิดแล้วตายแล้วไม่เกิดไม่มีปัญหาเพราะเรารู้แล้วว่ามันไม่เกิดเดี๋ยวนี้มันก็ไม่เกิดแล้วมันจะไปตายแล้วจะไปเกิดอีกหรือไม่เกิดมันจะมีปัญหาอะไรเดี๋ยวนี้เราไม่เกิดแล้วโดยเฉพาะมันไม่เกิดทุกข์อะไรมันจะเป็นไปก็เป็นไปเพื่อคนอื่นเป็นของเราเป็นตัวเราเราก็รู้ชัดๆว่าตัวเราไงเดี๋ยวนี้เราก็ไม่มีตัวไม่มีเราโดยที่เราก็ไม่มีตัวเราเราไม่มีตัวเร
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive