580913_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ต่อต้านคอรัปชั่นเร่ิมต้นที่ใคร.doc.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2558
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์1.27 MB
วันที่แก้ไข11 พฤศจิกายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

580913_ วิถีอาริยธรรม โดยพ่อครู บ้านราชฯ ต่อต้านคอรัปชั่นเร ิ่ มต้นที่ใคร

ส มณะ ฟ้าไท . .. วันนี้วันที่ 13 กันยายน 2558 ที่ราชธานีอโศก ตอนนี้เรื่องที่กำลังฮอต ก็คือเรื่องการแฉ ตม. (ตรวจคนเข้าเมือง) ดูแล้วคนเข้ามาในประเทศไทยง่ายมาก ขอให้มีเงิน ทำอย่างไรเราจะแก้ไขได้อย่างยั่งยืน

พ่อครูว่า...วันนี้เรามาพูดถึงปัญหาคอรัปชั่น พูดแล้วเหมือนตีทิ้ง โดยข้าราชการคือนักการเมืองเบอร์หนึ่ง คือผู้มาทำงานรับใช้ประชาชน อาสารับใช้ประชาชน การเมือง=อาสารับใช้ประชาชน คนจะมาทำการเมืองไม่ใช่มาหลอกล้วงตับกินไส้ป ระชาชน ก็เป็นคนบาป คนขี้หลอกแท้ๆ เลย ใครมาหาเสียงเลือกตั้งก็ว่าจะมารับใช้ แต่มาแล้วขูดรีดป ระชาชน สารพัด มันขบถชัดๆ มันไม่รู้จะไปอย่างไร มันเป็นคนไม่จริงเลย มีบทความของ คุณเปลว สีเงิน เกี่ยวกับต่อต้านคอรัปชั่น เรื่อง ทอง " อีกแผ่น " ที่ปิดหลังพระ

…..รู้กันหรือยัง..."พิพิธภัณฑ์กลโกงชาติ" มีขึ้นแล้วในเมืองไทยเป็นแห่งแรกของโลก!

เช้าวาน ตายังไม่ทันชินแสง คว้าไอแพดเปิดสำรวจ ว่าตอนหลับโลกมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง? …. มีจริงๆ ด้วย!

มีคลิปส่งมาจากที่ไหนต่อที่ไหนหลายอัน เปิดดู 2 - 3 อัน ปรากฏว่า ถึงต่างที่มา ต่างคนส่ง แต่ไม่ต่างเรื่อง

คือเป็น "คนละเรื่องเดียวกัน" ว่าด้วยการต่อต้านคอร์รัปชั่น ชนิดเดินหน้าเข้มข้นจากองค์กรภาคธุรกิจ ผนวกภาครัฐ ผมงัวเงียตายังไม่ตื่น

แต่พอเปิดปุ๊บ...โพลงเลย!

ก็แหม...แต่ละประเด็น มันกระทุ้ง กระแทกถึงจิตใต้สำนึกให้เลือดลมพลุ่งพล่าน ว่าต่อไปนี้ ....

การดูแลบ้านเมือง โดยเฉพาะด้านคอร์รัปชั่น โกง กิน ไม่ว่าในระบบรัฐ ระบบราษฎร์

เราทุกคน จะนิ่งดูดาย เกี่ยงกัน ผลักโยนให้เป็นภาระคนโน้น คนนี้ ต่อไปไม่ได้แล้ว เพราะบ้านเมืองไทย ประเทศไทย คือบ้านขอ

อ่านต่อ

งเราทุกคน

OUR HOME OUR COUNTRY ประมาณนั้น!

ฉะนั้น จะปล่อยให้ใครโกงบ้าน กินเมือง โดยเราไม่ผนึกกันเพื่อฟาดฟันมันไม่ได้แล้ว!

คลิปแรก "ไอ แอม ซอร์รี" ดูก็สะอึก!

สะท้อนตัวตนคนไทยวันนี้ รวมทั้งตัวผม ดูแล้วก็ละอายตัวเอง บอกว่ารักชาติ เกลียดคนโกง คนกิน ทั้งที่เห็นคาตา แต่ว่า...ธุระไม่ใช่

คลิปที่สอง ต้องบอกว่า น่าเอาฉายกลางแปลง!

"พิพิธภัณฑ์กลโกงชาติ" 3 - 4 เรื่อง แต่ละเรื่อง มันจี้ใจถึงขั้น "แค้นระคนอาฆาต" ไอ้ระยำพวกนั้น

ที่นำเสนอ มันคือประวัติศาสตร์ชาติชั่วแต่ละไอ้โคตรโกง ความโกงชาติและการตอดกินของมัน เหมือนไม้หน้าสามหวดแสกหน้าปลุกสำนึกให้ทะลึ่งตื่น

ผมดูแล้วก็ไถลไปชงกาแฟนั่งซด....!

คิดคำนึงไป ในชีวิตหนังสือพิมพ์ ผ่านการโกงกินหลายยุค แต่ละยุค ก็มีคนพูดแต่ว่าเกลียดโกง ต่อต้านโกง

แต่...ไม่มีใครทำ!

เพิ่ง 3 - 4 ปีมานี้ จากคุณดุสิต นนทะนาคร เห็นว่า ถ้าขืนปล่อยระบบรัฐ ระบบการเมือง ผนึกกินเมืองไปเรื่อยๆ โดยไม่ทำอะไรสักอย่าง เป็นการสกัดกั้น

ชาติไม่สิ้น แต่ประเทศถูกกินหมดแน่!

จึงชักชวนภาคธุรกิจก่อตั้งองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นขึ้น แต่ คุณดุสิตจากไปก่อน

คุณประมนต์ สุธีวงศ์ รับงานสานต่อ พอดี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นำคณะ คสช. เข้ายึดอำนาจปกครองประเทศ 22 พ.ค. 2557

แนวเจตนาตรงกัน

คือ "คอร์รัปชั่น" ต้องล้างให้สิ้น!

ก็เห็นองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ที่คุณประมนต์ ทนลูกปืนถล่มบ้านได้นี่แหละ ต้านคอร์รัปชั่นด้วยปาก ไม่มาก

แต่ทำมาก!

ทำต่อเนื่อง จริงจัง กระแทกตา กระแทกใจ จิกจิตสำนึกคนไทยให้ตระหนัก และออกมาผนึกร่วมกันมากขึ้นเรื่อยๆ

ก็เห็นผลทันตา ปี สองปีนี้ คอร์รัปชั่นถูกตัดยอด ตอนกิ่ง โค่นต้น ไปมากต่อมาก แต่ยังไม่ตาย ยังมีหัว "รองอก" ฝังอยู่ใต้ดิน

มาปีนี้ ผมเห็นความตื่นตัวตื่นใจของคนหลากหลายที่มีแนวคิดต้องฟาดฟันคอร์รัปชั่น ออกไปร่วมงาน ซึ่งตรง "วันตาย" ของคุณดุสิต

แต่เป็น "วันเกิด" องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น 6 กันยา!

ต้องบอกว่า ประเทศไทยมุ่งสู่ยุคใหม่ พอเห็นอนาคตสดใสรำไร เมื่อองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นกับรัฐบาล คสช. ผนึกล้างคอร์รัปชั่น จริงจังต่อเนื่อง

ความจริง งานเมื่อวันอาทิตย์ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ฮือฮากันไม่จบ กับพิพิธภัณฑ์กลโกงชาติ ที่นำเสนอเป็นตัว เป็นตน

ทั้งเรื่องจำนำข้าว เรื่องบางกอกฟิล์ม เรื่องนกน้อยในไร่ส้ม ฯลฯ

ผมไม่ได้ไป ได้ดูจากคลิปนี่แหละ ต้องขอบอก ทำได้ปวดหัวใจ และถึงใจจริงๆ

อยากรู้ว่าถึงยังไง คลิกไปที่ www.พิพิธภัณฑ์กลโกงชาติ.com ดูเองละกัน!

ก็อยากสรุปสั้นๆ.........

เป็นสัตยาบัน ภาคประชาสังคมร่วมกันว่า...ต่อไปนี้

"เห็นสองกำปั้นไขว้ใต้ ACT ที่ไหน คอร์รัปชั่นต้องบรรลัยที่นั่น!"

เพราะ ACT เอาจริง เดินหน้ากระแทกจริง

และผมก็เชื่อว่า การต่อต้านคอร์รัปชั่นครั้งนี้ จะสำเร็จระดับพอใจยิ่ง เหตุผลคือ ใจจริง ทุกคนเกลียดคอร์รัปชั่น แต่ลำพังตัว ไม่กล้าทำอะไร

มาครั้งนี้ มีตัวนำจริงจังให้จับต้องได้ คือ ACT

และนี่เหมือนหัว เมื่อมีหัวปรากฏ ยิ่งหัว คือคุณประมนต์ ซึ่งชีวิตมีต้นทุนสูง ยังไม่ระย่อต่อลูกปืนสกัด

ภาคประชาสังคมก็พร้อมต่อเป็นลำตัว เป็นแขน เป็นขา เป็นหาง ผนึกกันไปในทางเดียว

ACT เหนือสองกำปั้นไขว้ วันนี้....

รูปลักษณ์นี้ เห็นที่ไหน เหมือนยันต์ขับไล่ผีร้ายที่สิงสูบเลือดบ้านเมืองไทย ให้กระเจิดกระเจิงไป

คนไทยมีความหวัง "สว่างไสว" ใต้ยันต์ ACT และรัฐบาล คสช. บนการนำของ พลเอกประยุทธ์!

คนไทยนั้น..........

ทำดี ก็ทำได้ทุกอย่าง จะทำที่ไม่ดี ก็ทำได้ทุกอย่างเหมือนกัน ข้อสำคัญขึ้นอยู่กับ "ตัวนำ"

วันนี้ พลเอกประยุทธ์ กับ ACT เป็นตัวนำในด้านทำดี

เมื่อหัวนำดี ก็ไม่ต้องห่วงว่าหางจะไปทางไม่ดี!

ทำไม "องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น" นี้ จึงแรงไม่ตก ตรงข้าม นับวันจะแรงขึ้น..แรงขึ้น?

เมื่อศึกษาโครงสร้างองค์กร จึงทั้งเข้าใจและแอบปลื้มใจ คือองค์กรนี้เข้มแข็ง นำฟาดฟันคอร์รัปชั่นได้แรงไม่ตก เพราะอะไร...บอกไปท่านก็คงไม่อยากเชื่อ?

แต่ต้องเชื่อครับ เพราะประจักษ์มาแล้ว ACT คือศูนย์รวม ภาคธุรกิจเอกชน พูดกันชัดๆ กลุ่มคนระดับบน ฐานธุรกิจเป็นพัน เป็นหมื่นล้าน ภาคประชาสังคมที่มีความจริงใจ ภาควิชาการที่มุ่งมั่นเพื่อสังคมชาติ

ไม่ใช่แค่ในกรุงเทพฯ.....

หากแต่ คุณดุสิต วางรากฐานเป็นภาคีเครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่นไว้เกือบทุกจังหวัด

เหล่านี้ ทำงานในลักษณะ "ปิดทองหลังพระ" ผ่านคำว่า ACT เงียบๆ

ไม่มีใครเอาหน้ามาออก.......

แต่ทุกคน "ออกเงิน ออกความคิด" ไม่ใช่บาท สองบาท

3 - 4 ปีมานี้ ผมว่าแต่ละคน แต่ละองค์กร ต้องควักรวมกันน่าจะเป็นร้อยล้าน ด้วยเจตนาเดียว

ขับเคลื่อน ACT กระแทกพวกแทะแผ่นดินให้สิ้นพันธุ์!

ผมแอบปลื้มตรงนี้ ที่พูดกันว่า พวกรวยแล้ว เอาแต่ตัวรอด ไม่แยแส ไม่เสียสละเพื่อให้ชาติบ้านเมืองรอด

ก็อาจจะมีนะ....

แต่ที่ผมเห็น พวกรวยแล้ว แต่พร้อมใจ "ปิดทองหลังพระ" ผ่านองค์กร ACT มากองค์กร มากสถาบัน และมากบุคคล ชนิดคิดไม่ถึง!

สื่อเพื่อการต่อต้านคอร์รัปชั่นทั้งหลาย ทั้งไอเดีย และการจัดทำ นั่นมาจากการร่วมแรง ร่วมใจของคนหลากหลายร่วมแนวทาง

ลำพังเงิน........

ใช้ทำงานเพื่อสังคมชาติสะอาดอย่างนี้ไม่สำเร็จ ต้องใจ ต้องสละ ต้องปณิธาน ต้องเข้าใจ ต้องช่วยกันทำให้ชาติรอดก่อน

แล้วทุกคน ไม่ว่ารวย จน ธุรกิจเล็ก ธุรกิจใหญ่ จึงจะอยู่อย่างมีความหมายในเอกลักษณ์ชาติ

คือ...ให้คนทำเพื่อชาติ

อย่าให้ชาติเป็นสินค้าเพื่อคน!

หนังสือพิมพ์นั้น ด่าคน มันง่าย....แต่ช่วยชาติ ช่วยใครไม่ได้

ฉะนั้น วันนี้ ผมขอทำอะไรที่มันยากๆ ซักวันนะ

พ่อครูว่า … ขออภัยที่ต้องพูด อโศกนี่เป็นพวกปราบคอรัปชั่น เพราะอโศกไม่ได้ปราบด้วยเงินไม่ใช้วัตถุไม่ใช้รูปใหญ่ แต่เป็นนามธรรม ไม่ได้เอามหาภูตรูปไปใช้ฟาดฟันใคร ก็เลยเหมือนไม่มีบทบาท เขาเห็นยากที่พูดนี้ไม่ได้พูดเพื่อให้เขามาเห็นค่ารู้ค่านะ พูดเหมือนอวดดี ที่จริงอโศกเราปราบคอรัปชั่นมาแต่ไหนแต่ไร ตั้งใจปราบ โดยปราบคอรับชั่นตัวเองก่อน ตัวเองซื่อสัตย์ไม่คดโกงก่อนแล้วค่อยไปปราบคนอื่น ถ้าตัวเองไม่ได้ปราบคอรัปชั่นตนเองก่อน เมื่อไปปราบคนอื่นกิเลสก็จะพาเหลิง พอได้โอกาสกิเลสจะขึ้น เพราะว่าคนเขาเห็นดีว่ามาปราบคอรับชั่นก็จะมาช่วยให้วัตถุ ก็จะแฝง แต่ก็ดียังไง ช่วยกันปราบคอรัปชั่นแม้เล็กแม้น้อยก็ดี จะให้ดีจริงต้องลดละกิเลสด้วย

ที่อาตมาพาทำกับพวกนี้ใจไม่ได้เร่งร้อน แต่อุตสาหะพากเพียร เร่งเหมือนกัน ปางนี้อาตมามีวิบาก ถูกกระแสบันหลักศาสนา ประทับตราว่าพวกนี้เชื่อถือไม่ได้ เป็นพวกทำลายศาสนาเสียด้วย เขาตราไว้เช่นนี้ แต่ที่พูดนี้ไม่ได้ท้อแท้ ยิ่งจะต้องตั้งใจทำพิสูจน์ให้เห็นจริง อย่างที่อาตมาทำตั้งแต่เร ิ่ มต้นที่ตน ได้ก่อนแล้วไปสอนผู้อื่นจึงไม่มัวหมอง นี่คือคำตรัสของพระพุทธเจ้า

ประเทศไทยนี่หาที่ไหนไม่คอรัปชั่นไม่ได้ นะ พูดอย่างไม่มังกุไม่อุธัจเลยว่า ที่อโศกนี่ไม่คอรัปชั่น พูดอย่างจริงใจเลย ในคำสอนของพระพุทธเจ้า เมืองไทยเป็นเมืองพุทธ ศาสนาพุทธเสื่อมไปทั้งสถาบัน จนกลายเป็นแม้สถาบันศาสนาก็มีสมีอุ้มสมี แล้วตกอยู่ใต้อำนาจ สมีอีก แล้วจะไปรอดได้อย่างไร อาตมามั่นใจว่าพูดไม่ผิดด้วย เป็นความจริงเช่นนั้น

พล.อ.ประยุทธ พูดไม่เอาใจผ่าๆ เลย มันชัดดี จบๆ เลยง่าย อาตมามอง พล.อ.ประยุทธ ตั้งแต่เริ่มปฏิวัติมาถึงบัดนี้ อาตมาถึงได้บอกว่า นายกฯ ไทย 28 คน ผ่านมาไม่มีใครเหมือน คนนี้ทำได้ดีได้เหมาะสม กาลัญญุตา ประมาณได้ดี ไม่ได้แกล้งป้อยอนะ แต่จริงใจ อาตมาก็เป็นกองเชียร์และพากันทำตามประสา ซึ่งมีน้ำหนัก แต่สังคมยังไม่ยอมรับ แต่เรามีเนื้อแท้เนื้อจริง สะอาดดีด้วย

เรื่องของเรื่องของโลกนี่ อาตมาหยิบเอาคำว่า โลก กับ อัตตา สองคำนี้ ที่พระพุทธเจ้าสอนสั่งในอำนาจทั้งหลาย (อธิปไตย) มีอำนาจโลก กับอำนาจอัตตา เราก็ล้างกิเลสที่ติดมาในโลก ในอัตตา ต้องล้างจริงไม่ใช่หนีโลกนะ ล้างแล้วจิตก็เป็นโลกุตรจิต มีโลกวิทู เป็นจิตเหนือโลก ไม่เอาเปรียบไม่ทำลายโลก เราช่วยโลกด้วย เพราะมีฤทธิ์ของ ธัมโมหเวรักขติ ธัมมจาริง ธรรมย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม ช่วยได้ เป็นโลกุตระ (เหนือโลก) โลกวิทู (รู้ทันโลก) โลกานุกัมปายะ (เกื้อกูลอนุเคราะห์โลก) ยุคนี้ต้องพิสูจน์อันนี้

มาอีกบทความของ คุณกมลศักดิ์ ตั้งธรรมนิยม ในแนวหน้าว่าไว้ เรื่อง "โลกธรรม"

โลกธรรม เรื่อง " ปากกล้าชอบท้าทาย " และ " หลงตัวเองว่าเหนือกว่าใคร " นั้น คงไม่มีผู้ใด " หลุดโลก " เท่ากับเสี่ยบ้านไกลที่ " กร่าง " ได้ทุกเรื่องอย่างเหลือเชื่อ ล่าสุดออกมา " ท้าให้ถอดยศ " ที่สุดก็ถูกลุงตู่ " รับคำท้าด้วยการถอดยศแบบสายฟ้าแลบ " แม้เรื่อง " การถอดยศ " จะเป็นละครหลังข่าวที่ " จบบริบูรณ์ " ไปแล้ว แต่ดูเหมือนยังจะมี " ควันหลง " ตามมา นอกจากขี้ข้าเสี่ยบ้านไกลต่างออกมาโวยวายเพื่อ เช ี ยร์ นายใหญ่และ โกรธแค้นแทนนายทาสแล้ว ตัวเสี่ยบ้านไกลก็ออกมา " กัดฟันพูด " ราวกับผู้บรรลุอรหันต์โดยระบุว่า " ทุกอย่างเป็นโลกธรรม " " โลกธรรม " ที่เสี่ยบ้านไกลพูดถึงนั้น มีด้วยกัน 8 ประการคือ " มีลาภก็ย่อมมีเสื่อมลาภ มียศก็ย่อมมีเสื่อมยศ มีสรรเสริญก็ย่อมมีนินทา มีสุขก็ย่อมต้องมีทุกข์ " " โลกธรรม ทั้ง 8 ประการ " ดังกล่าว เสี่ยบ้านไกลล้วนได้ " จ๊ะเอ๋ " และ " ผจญภัย " มาแล้วอย่างเต็มสูบ " มีลาภ " เสี่ยเคยกระเด้งจากคนเป็นหนี้เป็นสิน กลายเป็นมหาเศรษฐีเบอร์หนึ่งของประเทศไทย เพราะได้สัมปทานดาวเทียมจาก รสช. อย่างเท่ๆ แถมยังผูกขาดกิจการสื่อสารของประเทศไทยอย่างยาวนาน จนได้ลาภก้อนโตนับไม่ถ้วนก้อน " เสื่อมลาภ " เสี่ยเคยถูกศาลฎีกาฯ พิพากษาริบทรัพย์กว่า 46,000 ล้าน ฐานเป็นนักการเมืองที่ " ร่ำรวยผิดปกติ " โดยแจกแจงที่มาของทรัพย์สินไม่ได้ " มียศ " เสี่ยบ้านไกลเคยได้ยศทางราชการเป็นถึง " พ.ต.ท. " และมีตำแหน่งทางการเมืองเป็น " ผู้นำ " ของประเทศ " เสื่อมยศ " ด้วยกรอบอันมากมายที่เสี่ยบ้านไกลได้สร้างขึ้น ชนิดนำมาแจกแจงได้ 10 วัน 20 คืนไม่รู้หมด ในที่สุดก็ " ถูกกรรมเช็คบิล " โดย " เสื่อมทั้งยศ " และ " หมดทั้งตำแหน่งทางการเมือง " อย่างน่าเศร้า " มีสรรเสริญ " เสี่ยได้รับการสรรเสริญจากคนเสื้อแดงให้เป็น " เทพเจ้า " ของพวกเขาและคนรากหญ้าที่เข้าไม่ถึงข้อมูล แล้วตกเป็นเหยื่อการตลาดของเล่าฮู จนชื่นชมเสี่ยอย่างหลงผิด " มีนินทา " คนกรุงเทพฯ และผู้อยู่ในเขตเมืองของทุกจังหวัดที่ได้รับการศึกษา รู้ข้อมูลทุกด้านในเชิงลึก ต่างเกลียดชัง เสี่ยบ้านไกลอย่างเข้ากระดูกดำ ต่างต่อต้านเผด็จการที่มาจากการเลือกตั้งอย่างเข้มข้น เป็นระยะเวลายาวนานถึง 10 กว่าปี " มีสุข " ช่วงที่เสี่ยมีอำนาจ เสี่ยมีความสุขอย่างเต็มตาชั่ง เพราะสามารถชี้เป็นชี้ตายกับใครก็ได้ " มีทุกข์ " ทันทีที่ถูกบิ๊กบังปฏิวัติ จนกลายเป็นสัมภเวสีมาถึงปัจจุบัน ต้องพเนจรไปในแผ่นดินอื่นๆ โดยกลับบ้านอย่างเท่ๆ ไม่ได้ คือ " ทุกข์อันยิ่งใหญ่ " ที่กระหน่ำจิตใจเล่าฮูทุกวัน เสี่ยบ้านไกลได้ " ประจักษ์แจ้งในโลกธรรมทั้ง 8 ประการ " อย่างทะลุปุโปร่ง แต่ก็น่าแปลกใจที่เสี่ย " ไม่ยอมบรรลุธรรม " สักที

กมลศักดิ์ ตั้งธรรมนิยม มาถึงบทความของ คุณผักกาดหอม เก็บอดีตไว้เป็นบทเรียนแล้วเดินหน้ากันต่อไป แม่น้ำ 2 สายที่หายไป จะต้องตั้งใหม่ขึ้นทดแทนนั่นคือ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปฯ 200 คน และกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ไม่เกิน 21 คน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยืนยันวันที่ 6 ตุลาคม ได้รายชื่อครบ แต่ช่วงนี้ฝุ่นยังไม่ตลบ!

เพราะความอยากของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) บางคนที่คว่ำร่างรัฐธรรมนูญไป ยังไม่กำเริบ เนื่องจากยังถูกจับตามองจากสังคมว่า เมื่อเขียนด้วยมือแล้วลบด้วยเท้า สมควรแล้วหรือจะกลับเข้าไปเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปฯ อีก ใครจะมากุมบังเหียนในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แทนที่ "บวรศักดิ์ อุวรรณโณ"

หน้าใหม่ยังมองไม่เห็น แต่หน้าเก่ามีให้เลือกอย่าง "มีชัย ฤชุพันธุ์" หลายคนอาจไม่ชอบ แต่ ณ เวลานี้หาคนมองกฎหมายทะลุและพร้อมทำงาน ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ

ผิดกับพวกจำอวด อ่านกฎหมายรู้ ดูกฎหมายเป็น แต่ไม่เอาอะไรสักอย่างมันมีเยอะครับ มือไม่พายแต่ชอบเอาเท้าราน้ำ

ครับ...พอชื่นใจได้บ้างที่ นายกฯ ลุงตู่ ท่านอ่านออก ท่านแยกเรื่องสืบทอดอำนาจ กับความจำเป็นที่ต้องทำให้การปฏิรูปเดินไปอย่างต่อเนื่องออกจากกัน

"ผมไม่ใช่นักการเมืองที่ต้องอยู่ให้นาน เพื่ออำนาจ ผมเคยบอกหลายครั้งแล้วเรื่องนี้ ผมชินกับการใช้อำนาจมาเยอะแล้ว เป็นผู้บังคับบัญชาทหาร ไม่งั้นมันสั่งคนไม่ได้ ต้องสั่งคนไปรบไปตายนะ ถ้าแพ้ก็ตาย นั่นแหละคือสิ่งที่เราต้องใคร่ครวญให้ดีก่อน ที่จะสั่งและใช้อำนาจ ผมถามว่า ฝ่ายการเมืองที่มาจากการเลือกตั้งเข้ามาบริหารราชการ เขาสนใจตรงนี้ไหม เขาถึงไขว่คว้าหาอำนาจไง เพราะเขาไม่เคยมีอำนาจ"

"อำนาจ" คือประเด็นหลักของการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ นักการเมือง ปลุกปั่นกัน จนเกิดกระแสกลัวความวุ่นวายในขั้นตอนการทำประชามติ

ที่ผ่านมานักการเมืองไม่ต้องการแบ่งอำนาจให้ใครแม้กระทั่งประชาชน ที่ลงคะแนนให้กับมือ อย่างที่เรียกกันว่าประชาธิปไตยวันเดียวคือวันเลือกตั้ง ที่เหลือประชาชนรอไปก่อน

ก็เป็นไปตามที่ นายกฯ ลุงตู่ พูดไว้ "เขาไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ในนั้นผมรู้ว่าใครเป็นอย่างมีทั้งเห็นชอบและไม่เห็นชอบ เห็นไหมเขากันเองยังไม่เห็นร่วมกัน อะไรก็ตามที่ไม่ตรงกับเขาก็ไม่เอาทั้งสิ้น ขอถามว่าคนทั้งประเทศจะยอมเขาอีกต่อไปหรืออย่างไร ยอมให้ เอากลไกประชาธิปไตยที่ท่านต้องการมาทำให้ประเทศเสียหายต่อไปอีกเหรอ"

รู้เช่นเห็นชาติสันดานนักการเมือง ว่านี่คืออุปสรรคใหญ่ของการปฏิรูปประเทศ แต่หนทางแก้ไขไม่ง่าย เพราะพรรคการเมืองมีมวลชนอยู่ในมือ

สุดท้ายอยู่ที่ประชาชนจะเว้นวรรคจากนักการเมืองชั่วคราวได้หรือไม่ หยุดบูชาพรรคที่ชอบแล้วมาร่วมกันผลักดันให้เกิดการปฏิรูป หวังว่าคงเกิดในการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังจะร่างขึ้นใหม่

พ่อครูว่า … ทุกวันนี้บ้านเมืองไทยเดือดร้อนเพราะคุณทักษิณไม่หยุด ถ้าเขาหยุด กลไกไม่ดีหลายอย่างเลวร้ายจะหยุด ระงับลงทันที บ้านเมืองจะดีทันตาเห็น แต่ทุกวันนี้แกไม่หยุด จะสร้างบาป สร้างนรกถึงไหน ทำไม แกจะทำกุศลก็ได้เยอะ มีเงินทอง มีมิตรสหายเยอะแยะ อาตมาก็ไม่คิดว่าคนไทยจะอาฆาตมาดร้าย จองเวรขนาดนี้ เชื่อว่าคนไทยจะไม่มุ่งมั่นจองเวรยาวยืด แต่ยิ่งไม่หยุดจะยิ่งหนัก อาตมาไม่ใช่ไปว่า แต่เรื่องจริงนะ ลูกหลานเขาก็ผยอง ไม่สำนึกอะไรกันเลย

บ้านเมืองทุกวันนี้อาตมาว่าดีขึ้นเยอะ มัน 83 ปีแล้ว การเมืองที่ว่าต้องรับใช้ประเทศ กลับใช้ประเทศเป็นแดนปู้ยี่ปู้ยำ ประเทศแย่เต็มทีต้องมาช่วยกันหน่อย อาตมาอาภัพ แต่ก็ไม่ท้อถอย เราตั้งใจช่วยประเทศชาติตามประสาเรา

ปฏิรูปการศึกษาที่เอาธรรมะไปใส่ในการศึกษาได้ไหม เพราะการศึกษาเป็นการสร้างชาติ ตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ก็มีการศึกษา จนทุกวันนี้คนเข้าใจว่าการศึกษาใช้พัฒนาตนเอง การศึกษาขึ้นหน้าทั้งโลก แต่ศึกษาแล้วยิ่งเอาเปรียบเอารัด สังคมประเทศเสียหาย เพราะการศึกษาที่ไม่ลดกิเลส กู้ประเทศไม่ได้ ขอยืนยันเลย แก้ปัญหาบ้านเมืองแก้ที่คนคือเป้าแท้

แก้ปัญหาการเมืองแก้ที่คนคือเป้าแท้

(๑) สัจจะนั้นต่างรู้ ทั่วทุกคน " คนไม่เห็นแก่ตน " ยอดแท้ แต่ไฉนไม่เชื่อผล ธรรมะเล่า คนหากลดกิเลสแล้ แค่น้อยก็ลดตน (๒) คนทำไมไม่น้อม ในธรรม ธรรมะเลิศสุดดีสำ- นึกได้ แต่คนก็บ่นำ- พาอยู่ นั่นแล เพราะบ่ศึกษาให้ ถ่องแท้พุทธธรรม ( 3 ) สัมมาทิฏฐิแล้ว จะชัด ธรรมะพุทธปฏิบัติ สะดวกแท้ ทุกกรรมทุกกิจวัตร ลดกิเลส ได้นา หากศึกษาแม่นแล้ จักรู้ความจริง ( 4 ) ยิ่งสังคมอยากได้ คนดี มาบริหารชาติที เถอะน้า แต่ก็ไม่เห็นมี คนใฝ่ ธรรมเลย ใฝ่แต่อื่นจึ่งช้า เพราะเพี้ยนเป้าจริง ( 5 ) ยิงเป้าให้เข้าสู่ จุดหมาย กู้ชาติมาหลากหลาย มากรู้ วันนี้ชาติเสียหาย ดังเก่า แลนา เพราะบ่แก้คนกู้ กลับให้มีธรรม ( 6 ) สำคัญยิ่งกว่าแก้ จุดใด จริงจริง แก้ประชาธิปไตย บ่แก้ คนให้ซื่อจริงใจ เป็นหลัก สำคัญแฮ แก้กฏได้ไป่แท้ ชั่วครั้งชั่วคราว ( 7 ) ดียาวต้องแก้ที่ ตัวคน คนจักซื่อสละตน ตลอดได้ เพราะบรรลุมรรคผล ทิฏฐิ สัมมาเฮย ปฏิรูปศาสนาให้ สะอาดบ้างพอหวัง.

“สไมย์ จำปาแพง” 6 ก.ย. 2558 [นัยปก " เราคิดอะไร " ฉบับ 303 ประจำเดือน ตุลาคม 2558 ] พ่อครูว่า … ที่พูดไปนี้อาจเหมือนสายลมพัดผ่าน แต่ก็ต้องพูด อาตมาหวังดีต่อประเทศชาติสังคม ที่พยายามไม่ตายง่ายๆ ไม่ได้อยู่เพื่อแย่งลาภ ยศ สรรเสริญ หรือเสพสุข แต่อยู่เพื่อนำธรรมะพระพุทธเจ้ามาประกาศเพื่อให้เห็นว่าดี น่าจะนำไปใช้บ้าง ก็พูดกันเข้าใจกันทุกคนไม่มีใครปฏิเสธ แต่ทำไมถึงเผิน ถึงมองผ่านมองข้ามไม่เอาจริงเอาจัง ถามจริงๆ เถอะ ศาสนาพระพุทธเจ้านี้ดีจริงยอดเยี่ยมไหม...แล้วจะเอาอะไร? มันโง่หรือฉลาดแน่

เมืองไทยเมืองพุทธ ก็ถามกันตรงๆ ว่า ศาสนาพระพุทธเจ้านี้ ดีจริงก็ดีจริง แล้วเลิศยอดไหม เลิศยอด แล้วจะเอาขี้หมาอะไร ขอถามหน่อย แต่เขาคงไม่ตอบนะ เพราะเขาไปเป็นคุณหญิงแล้ว อาตมาเคยตั้งชื่อว่า แพรฟ้าให้เขา อาตมาจบกวีนี้ด้วย คำว่า ปฏิรูปศาสนาให้ สะอาดบ้าง พอหวัง

ปฏิรูปอะไรก็ไม่มีหวัง แต่ถ้าปฏิรูปศาสนาได้นี้จะพอมีหวังนะ ไม่ใช่อาตมาหลงใหลศาสนานะ แต่เรื่องจริง เพราะคนนี่แหละคือตัวเป้า มนุษย์หรือคนนี่เป็นตัวการหลักของโลกทั้งใบ โลกทุกวันนี้จะฉิบหายก็ที่คนนี่แหละ ถ้าปล่อยให้มีแต่ธรรมชาติโดยไม่มีคน สภาพจะดีกว่านี้อีกเยอะ

จะช่วยสังคมได้เราต้องเป็นอิสรเสรี พระพุทธเจ้าทำตนให้เป็นอิสรเสรีได้อย่างแท้จริง โลกทำอะไรไม่ได้ ตั้งแต่เร ิ่ มเป็นโสดาบัน ยิ่งกว่าเอกราชทั่วทั้งแผ่นดิน ยิ่งกว่าสวรรคาลัย ยิ่งกว่าอธิปไตยใดในโลกทั้งปวง คือ พระโสดาปัตติผล

ผู้มีโสดาปัตติผลคือ จิตหลุดพ้นจากวงจรโลกีย์จากโลกหยาบๆ หลุดจากวงโคจร คือมันก็มีโลกอบาย หมุนรอบจัด ในสังคมอยู่เช่นเก่า แต่โสดาบัน เห็นกิเลสที่ตกเป็นทาส แล้วดับกิเลสสนิทพ้นอบาย เป็นโสดาบัน คนในโลกก็หมุนวนในโลกอบายเหมือนกันหมด ของพระพุทธเจ้าท่านสอนโลกอบาย ลด ล ะรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส รู้ความเป็นโลกอบาย เราก็ตกเป็นทาส เราก็ล้างกิเลสเด็ดขาด อิสรเสรีภาพ เป็นเอกราชทั่วทั้งแผ่นดิน ไปที่ไหนๆ อบายของโลกก็เหมือนกันหมด สนุกสนานด้วยแบบนี้ ไปติดรสอบาย มันหยาบ โกงนี่หยาบ โกงทีละห้าแสนล้าน นี่อภิมหาอบายก็หยุดโกงหยุดหลงร่าเริงสนุกสนานในไร้สาระ เกมส์กีฬา บันเทิง แย่งชิงเขา อาชีพไร้สาระมีอยู่ทั่วโลก เป็นเอกราชทั่วทั้งแผ่นดิน ไปไหนในโลกก็มีอบาย แต่เราอิสระ มันจึงยิ่งกว่าขึ้นสวรรคาลัย

สวรรค์มีสองแบบ สวรรค์โลกีย์คุณได้เสพก็สุข ได้เล่นไพ่ ได้บันเทิง ได้เต้น ได้ร้องสนุกแบบนี้สัมผัสแบบนี้สนุกสุข คุณได้เสพก็สุข โลกีย์ ตื้นๆ ดูกีฬาแข่งขัน ได้แย่งชิงโลกธรรม ได้กามคุณก็นึกว่า สุขนักหนาตามอุปาทาน แล้วสั่งสมใส่จิต คือสวรรค์ แต่ถ้าหลุดจากสวรรค์เหล่านี้เป็นอุบัติเทพ มันยิ่งกว่าสุขโลกีย์ เป็นวูปสโมสุข สุขเป็นไปเพื่อความรำงับ มันตรงกันข้ามกัน นี่คือสุขแท้ที่พิสูจน์ได้

ยิ่งกว่าอธิปไตยใดในโลก คำว่าอำนาจ พระพุทธเจ้าสอนอยู่ 3 อำนาจ คือ โลกธิปไตย อัตตาธิปไตย โลกาธิปไตย คนตกอยู่ภายใต้อำนาจโลก อำนาจอัตตาที่เป็นอธรรม เราต้องมาเรียนรู้ โลก กับ อัตตา

โลก คือ ความวนเวียนระหว่างจิตไปเกี่ยวข้องกับอะไร แล้วไปหลงยึดว่าเป็นเราเป็นของเรา หลงได้สวรรค์สมมุติเทพ ได้มาก็ยินดีเป็นเราเป็นของเรา คนอวิชชาตกเป็นเหยื่อพวกนี้ ตกใต้อำนาจโลกกับอัตตา

โลกคือองค์ประกอบทั้งนอกและใน อะไรก็แล้วแต่ทั้งหมดทั้งนอก ทุกสรรพสิ่ง เสร็จแล้วคุณไปกำหนดว่าอันนี้น่าได้น่ามีน่าเป็น ทั้งๆ ที่ไม่เป็นประโยชน์อะไร ตั้งแต่ มหาภูตรูป แท่งก้อนที่จับต้องสัมผัสได้ จนถึงอาการ อารมณ์ กาย วจี มโนกรรม จิตมันไปยึดมาเป็นรสชาติหมด ได้รำ ได้ร้อง ได้กระดุกกระดิก ได้สัมผัสเสียดสีก็สุข ติดไปหมด หลงยึดไปหมด หลงสมมุติ จนกระทั่งแม้ได้คิดฝันเพ้อก็สบายสุข หลงติดเช่นนั้น ถ้าไม่ได้คิด ใครมาปลุกก็เอาเรื่องเลยนะ มันเป็นไปได้

พระพุทธเจ้าสอนเรื่องเหล่านี้ ที่จริงเรื่องที่ไปหลงติดก็คืออัตตาทั้งนั้น ท่านก็มาแยกโลกกาม โลกรูป โลกอรูป ต้องเรียนรู้ของหยาบก่อน เพราะจิตเป็นตัวใน เราต้องเหนือความหยาบก่อน แล้วก็อยู่เหนือของหยาบได้ที่มันแรงก็เบาบางลง เหลือรูป กับอรูป เราก็จะเข้าใจภายในได้ดีมากขึ้นเป็นลำดับ เข้าไปศึกษารูป กับอรูปได้ แม้มันจะมีก็เป็นเอกราชทั่วทั้งแผ่นดินแล้ว มีอบายเต็มแผ่นดิน เราก็สัมผัสมันได้แต่เราไม่มีอาการอะไร แตะต้องสัมผัสอยู่มันทำอะไรเราไม่ได้ เป็นธรรมฤทธิ์

ผู้เป็นนักการเมือง หรือข้าราชการที่ทำงานเพื่อป ระชาชน ถ้าใจอยู่เหนืออบาย เหนือกามเหนือโลกธรรม จะเป็นผู้รับใช้ปกครองหรือบริหารทำงานแก่คนอื่น เพื่อป ระชาชน เพื่อชาติที่ดี จึงเป็นความจำเป็นให้คนไปทำงานแก่ชาติ ที่อาสาเข้าไป ต้องมีคุณสมบัติเช่นนี้ ถ้าไม่มีแล้วไปอาสาทำก็ล้มเหลวสิ ก็หลอกล่อปู้ยี่ปู้ยำชาติ ยิ่งสร้างกลไกสืบทอดกัน เลวร้ายยิ่งขึ้น 83 ปีมา ประเทศไทยตกต่ำมาก เพราะค่ายกลเลวร้ายพวกนี้

ต้องมาเรียนรู้องค์ประกอบของโลกที่เราจะอยากได้มาเป็นเราเป็นของเราอยู่ พระพุทธเจ้าให้รู้ตั้งแต่หยาบก่อน ตัดกรอบศีล 5 ก่อนเป็นลำดับ แล้วค่อยเป็นศีล 8 หรือ ศีล 10 ศีลโอวาทปาติโมกข์ จะบริบูรณ์ แล้วอยู่กับโลกอย่างเข้าใจ สมัครใจช่วยโลกด้วย อย่างอาตมาก็ยินดีช่วยเขาแต่เขาอาจไม่ชอบ เพราะไปแคะกิเลสเขาออก ขัดกิเลสเขา แต่อาตมาต้องทำเพราะเห็นแก่ประเทศชาติ เป็นโพธิสัตว์ตั้งใจช่วยให้คนเป็นคนดี ช่วยชาติ

คุณว่า พล.อ.ประยุทธนี้เหนื่อยไหม เหนื่อย ในเวลาวาระแค่นี้ทำได้ขนาดนี้ ทั้งที่ 83 ปี ก็ปู้ยี่ปู้ยำกันมา ก็เพ ิ่ งเห็นหน้าเห็นหลังกันไม่กี่วันนี้ ถ้าไม่เรียนรู้คำสอนพระพุทธเจ้าแล้วปฏิบัติ ก็ไม่มีทางรอด มาเรียนรู้ล้างโลกกับอัตตา ซึ่งเป็นสัญชาตญาณสัตว์โลกให้หมดไป หมดไปเป็นรอบ

โสดาบันก็หมดภัยหมดโทษระดับหนึ่ง พอมาเป็นสกิทาฯ ก็หลุดพ้นเพิ่มขึ้น หลุดพ้นเห็นๆ อย่างมีของจริง ไม่ใช่ว่าหลุดพ้นอย่างไรไม่รู้อีก ก็เลยถ่ายทอดสอนกันไม่ได้ แต่ของพระพุทธเจ้าให้อธิบายได้ อย่างน้อย อาตมาก็จำแนกแจกทุกวันนี้ ถ้าไม่มีอคติฟังก็จะรู้ว่าเข้าท่า

อัตตาคือ ตัวเรา คือองค์ประชุมของรูปนาม เป็นกาย ซึ่งกายขาดนามธรรมไม่ได้ พระพุทธเจ้าเรียก กาย ว่า จิต มโน

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน