590425_พุทธศาสนาตามภูมิ ปฐมอโศก มหัศจรรย์คนจนที่เสียสละ.docx
เนื้อหาในไฟล์
590425 พุทธศาสนาตามภูมิ ปฐมอโศก มหัศจรรย์คนจนที่เสียสละ _อ.กฤษฎา ว่า...วันนี้วันจันทร์ที่ 25 เมษายน 2559 ที่ปฐมอโศก วันนี้ตรงกับวันแรม 4 ค่ำเดือน 5 ปีวอกปีนี้จะร้อนมากเป็นพิเศษทั้งภายในและภายนอกศาสนาน่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยจรรโลงจิตใจสภาวะภายในของเรา สิ่งสำคัญที่ต้องการคือความ หลุดพ้นคือพระนิพพานนั่นเอง ในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมากิจกรรมทางชาวอโศกมีมากมายปลุกเสกตั้งแต่งานปลุกเสกพระแท้ๆ ของพุทธครั้งที่ 40 จากนั้นก็เป็นงานตลาดอาริยะ นึกถึงสมัยเรียนอยู่ แต่ละโรงเรียนจะมีพุทธวจนะ รร.ผมก็มี สุขาสัง คัสสสามัคคี วันนี้อยากจะซักถามเรื่องที่พ่อครูให้พวกเราปฏิบัติ ให้พวกเราเป็นบ้านวัดโรงเรียนภายใต้ความสามัคคี มาทบทวนแล้วทำให้ได้เห็นการฝึกฝนตนเอง ตามหลักธรรม เช่นโพชฌงค์7 เป็นต้น หลายคนอาจท่องรู้จำได้ ไปสอบหลักสูตรต่างๆ ผมก็ไปร่วมปฏิญาณตนในงานปลุกเสกฯ แล้วผมเห็นอะไร ต่อเนื่องเชื่อมโยงถึงตลาดอาริยะ กระบวนการธรรมะที่ได้ฝึกฝนทำให้เกิดกิจกรรมต่างๆ ต่อเนื่องมาหรือไม่ พ่อครูได้แจกเพชรมากมายแล้วเราได้หรือไม่? สิ่งที่พ่อครูบรรยายและพาทำคือตัวสัจธรรมแท้ๆ ใช่หรือไม่ แล้วสิ่งที่พ่อครูสอน บางคนดูในทีวี สอนผ่านสื่อก็เพื่อให้เอาธรรมะไปพัฒนาใช้ใช่หรือไม่? พ่อครูว่า...พูดมาแล้วเราก็มาดูผลของการพยายามเผยแพร่ธรรมะของพระพุทธเจ้าโดยวิธีการที่อาตมาคิดว่าควรทำเช่นนี้ เมื่อกี้นำเอาคำว่า ตลาดอาริยะ อันนี้ก็เป็นผลงานที่ได้พาทำมา 37 ปีมาแล้ว ไม่น้อย ก็อยู่ในกระบวนการในเหตุปัจจัยที่อาตมาใช้ปฏิบัติอบรมเผยแพร่ มันกลายเป็นวัฒนธรรมไปแล้ว เป็นประเพณีไปแล้ว ถ้ามองอย่างเผินๆ ว่าพวกเราเป็นพวกที่ลงทุนเหมือนโชว์ออฟเหมือนแสดงอวดอ้างว่าเราทำดี ให้ปชช. แล้วก็อาจเป็นการเพิ่มกิเลสให้ปชช. ทำให้เขาโลภมากขึ
อ่านต่อ
้น มองเผินๆ ก็อาจเป็นตรรกะอย่างว่าได้ แต่อาตมาเห็นผลมันสูงขึ้น มันมีสนามแม่เหล็กที่ทำให้พฤติกรรมของคนเปลี่ยนแปลงได้ จะมาทำแสดงอะไรไม่ดีมันก็ไม่ค่อยได้ เราไม่ได้ตั้งกฏระเบียบแต่เป็นสำนึกของเขา ผู้เป็นนายทุนอยากเวียนเทียนซื้อของไปเข้าร้านเขาก็มีสำนึก ปชช.เขาก็รู้ ไม่ได้มาขี้โลภมากขึ้น แต่ถ้ามันเสื่อมลงก็จะต้องมีก ารหาเลศเลห์ มากขึ้นโลภมากขึ้นแต่นี่ไม่ใช่เลย เขารู้จักการเข้าคิว ความสะอาดก็ดีขึ้นมาก ไม่โลภมาก
_อ.กฤษฎาว่า...ตัวชัดคือสังคหวัตถุ 4 คือเรื่องทาน พ่อครูว่า…ชัดเจนแน่นอน ศาสนาพระพุทธเจ้านี้จบที่ทาน ในบารมี 10 ทัศ คือเป้าหมายคือให้มนุษย์เป็นคนจิตเป็นทาน เป็นผู้ให้ ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา ปัญญาให้รู้ว่าเราเป็นผู้ให้ เนกขัมมะคือสละกิเลสโลภ เห็นแก่ได้ออกไป ศีลคือหลักเกณฑ์ไปตามลำดับ ให้ปริตตังเหมาะกับเราไปก่อน ศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 ไปตามลำดับ เพิ่มหลักเกณฑ์เป็นอธิศีล มันเป็นสัจจะ อิทธิบาททำให้เกิดวิริยะ ได้ผลก็จะยิ่งเกิดอธิษฐาน เพิ่มเติมคุณสมบัติ เป็นอธิศีล อธิจิต อธิปัญญา ไปเรื่อยๆ สิ่งเหล่านี้ก็เกิดขึ้นในจิต จนกระทั่งล้างความเห็นแก่ตัวหมดไป ทานศีลเนกขัมมะ ปัญญา แล้วมีวิริยะ ขันติ สัจจะ อธิษฐาน กิเลสลดลงได้จริง ตั้งจิตเสริมขึ้นพัฒนาจากหลักทานศีลเนกขัมมะ ปัญญา จนจบเป็นเมตตากับอุเบกขา เป็นสองบารมีท้าย ผู้ปฏิบัติได้มีจิตพรหมจรรย์ มีอัปปมัญญา 4 ทำงานรับใช้ โลกานุกัมปา หรือสังคหะ มีพลัง 4 ปัญญา วิริยะ อนวัชชะ สังคหะ มีพลังงานทางจิตวิญญาณ ให้เกิดการวาจาใจทำงานรับใช้ผู้อื่น เป็นพรหมจรรย์ จะเกิดจิตเป็น พุทธพจน์ 7 (ปิยกรณะ คุรุกรณะ สาราณียะ สังคหะ อวิวาทะ สามัคคียะ เอกีภาวะ) ทำให้เกิดสาราณียธรรม 6 ได้ มีเมตตากายวจีมโน มีลาภธัมมิกา (สาธารณโภคี) ชีวิตอยู่อย่างศีลสามัญตาทิฏฐิสามัญตา ผลที่เกิดนี้ตามที่พระพุทธเจ้าบอกทุกประการ ผลงานตลาดอาริยะเกิดจากจิตที่เป็นจิตจริงไม่ใช่งานอวดอ้างไม่ใช้งานที่ทำให้คนเสีย แต่เป็นงานที่ทำอย่างบริสุทธิ์ใจ ตั้งใจเสียสละให้แก่มวลมนุษชาติจริง เราไม่ใช่แค่ทำปีละครั้ง ยังมีครั้งย่อยๆ อีก แม้เราไปชุมนุมเรายังไปทำกลางถนนราชดำเนินเลย บางปี
_อ.กฤษฎาว่า… สังคมโลกมี CSR เป็นธุรกิจที่ตอบสนองต่อสังคมชุมชน แต่ที่ตลาดอาริยะนี้เป็นการตอบสนองต่อสังคมแท้จริง พ่อครูว่า...เราไม่ได้ทำเพื่อหาเสียง หรือทำเพื่อให้ได้อะไรกลับมาเลยไม่ได้ทำแบบนักการเมืองทั่วไป แต่เป็นการให้ปชช.เพื่อเกื้อกูลช่วยเหลือปชช.จริงๆ ยกตัวอย่างนี่มีกองผักบุ้งนี่ เราขายกำละบาทเดียว หรือแจกเลย ปีก่อนนี้ฟักทองมีมากแจกเลย หรือขายลูกละบาทเลย เราไม่ได้ทำเพื่อชื่อเสียง แต่ทำเพื่อตัวเราเองได้สละออกและทำเพื่อให้คนข้างนอกได้รับทาน และให้เขาได้สำนึกมีประพฤติที่ดีขึ้นได้ด้วยซึ่งเป็นเรื่องไม่ง่าย
_อ.กฤษฎาว่า..หลายคนไปชุมนุมได้เห็นความมีวินัยของกองทัพธรรม มีระบบกินแล้วล้าง เป็นต้น คนหลายคนก็จะได้รู้ว่าเป็นไปได้จริง ชาวพุทธอยากเจอโลกพระศรีอาริย์ ผมเห็นการอยู่ของหมู่นี้อย่างสามัคคี มีสุข กระบวนการเหล่านี้มิใช่หรือที่เราอยากเห็นเมืองพระศรีอาริย์ ตั้งแต่การปลุกเสกฯ เพื่อให้จิตวิญญาณผู้ฟังธรรมเกิดวัฒนธรรมสังคมพระศรีอาริย์ พ่อครูว่า...ใช่ แต่คนไปติดชื่อ แต่เดี๋ยวนี้ ของพระสมณโคดมก็มีลักษณะเป็นอาริยะได้เราทำได้แม้จะไม่ยิ่งใหญ่ แต่เป็นคุณสมบัติของพุทธที่เป็นได้จริง เราขายของไม่ได้ขายเหมือนนักธุรกิจการเมืองเลย _อ.กฤษฎาว่า… ที่ทำนี้เหมือน CSR ที่ตอบสนองต่อสังคม ที่ไม่ใช่ เหมือนโลกๆ เป็นสิ่งที่เหนือกว่าปกติธรรมดา คนส่วนใหญ่บอกว่าทำ CSR ก็จะรวบรวมเงินมาบริจาค แต่คนอโศกบอกว่าไม่ใช่ การทำ CSR มันต้องทำด้วยใจ จากภายใน คนรับคนให้ก็ต้องบริสุทธิ์ใจแก่กัน ที่ญี่ปุ่น เช้ามาเขาทำการเก็บขยะด้วยใจ มีระบบระเบียบ เกิดสึนามิ คนก็เข้าแถวกันไม่แย่งกัน เอาไปเฉพาะจำเป็นมองเห็นคนท้ายอยู่ ตอนนี้คนมาซื้อของตลาดอาริยะ ก็มองหาคนที่ไปด้วย ไม่เอามากเกิน ให้คนอื่นได้ด้วย ผมตามรายการมีทั้ง sms มีทั้งความเห็นที่ย้อนแย้ง ก่อนหน้านี้ผมอยากย้อนแย้ง sms แต่วันนี้ผมอยากฟังพ่อครูอธิบาย การเตรียมงานตลาดอาริยะก็ต้องใช้หลักธรรมของการประชุม มีการถกเถียงกันให้ได้ข้อสรุป กระบวนการเหล่านี้เป็นการปฏิบัติธรรมที่พ่อครูได้วางนามธรรมไปสู่รูปธรรมแล้วย้อนสู่นามธรรมด้วย ต้องไปทบทวน ผมเรียกว่าถอดรหัส พ่อครูว่า...ถ้าอาตมาพูดไปมากก็เหมือนยกตัวเอง แต่คุณพูดบ้างก็ดีแล้ว ตอนนี้ที่ทำนี้ผ่านมาชาวอโศกเรามีพฤติกรรมสังคม และก็มีแนวร่วมชาวอโศกด้วย เช่นเราไปประท้วงหลายที เราก็ออกไปเป็นหลักแต่ก็มีคนนอกมาช่วยด้วยแม้แต่ต่างชาติก็ยังมาร่วมด้วยเลย เราทำอย่างจริงๆ ใจ คนไม่เข้าใจแต่แรก แต่มาถึงวันนี้คนมีปัญญาพอควรก็เข้าใจแล้ว ที่เขาพูดว่าอโศกเล่นการเมือง ก็เป็นแค่โวหาร แต่เนื้อแท้แล้วการเมืองเป็นเรื่องของทุกๆ คน อาตมาก็เห็นว่า มันถึงครั้งคราวที่ต้องออกไปช่วยกันก็ไปแล้ว เริ่มตั้งแต่ตัดสินใจ พ.ศ. 2549 ตอนนี้ก็ 10 ปีพอดี ตั้งแต่ไปช่วยขับทักษิณออกไปจากบัลลังก์ จนมาอีกหลายนายกฯ ก็ขับออกไป พวกเราก็ไปร่วมทำทั้งนั้นเลย นายกฯ ทักษิณ สมชาย สมัคร ยิ่งลักษณ์ อภิสิทธ์ เราไม่ได้ไปเล่นการเมืองแต่เราไปทำการเมืองจริงๆ คนเขาว่านักธรรมะไปเล่นการเมือง แต่ว่าเราบอกว่าธรรมะกับการเมืองคืออันเดียวกัน การเมืองคือการทำเพื่อปชช. นักการเมืองเดี๋ยวนี้เป็นอาชีพฉวยโอกาสหาอำนาจทางรัฐ เอาเงินก้อนมาเล่น แต่ฉิบหายจริง บรรลัยไปหมด แต่ชาวอโศกเราตั้งใจจริงไม่ได้ไปแย่งอำนาจเลย พรรคการเมืองก็พยายามโปรโมทหาเสียงจะได้อำนาจรัฐ แต่เราไม่ทำ เรามีพรรคการเมืองแต่ไม่เคยหาเสียง เอาไปโชว์ เราก็คือพรรคการเมือง ทำการเมืองช่วยเหลือปชช.อยู่แล้ว เราพรรคปชช.ไทยจริงๆ แม้ทุกวันนี้เราก็ทำตลอดเวลา เราไม่ได้หยุดหย่อนเลย ช่วยเหลือปชช.ทำงานกับปชช.แม้ตลาดอาริยะคือทำการเมือง ช่วยเหลือปชช. เป็นวิธีการอย่างหนึ่ง จะทำธงฟ้าแบบเขาก็เอาทำสิ คล้ายกัน ให้เป็นกิจลักษณะมีงบประมาณ แต่พวกเรานี้กระเบียดกระเสียนเป็นการทำการเมืองแบบคนจนด้วย มีเงินน้อย เงินที่จะเข้ามาหาเราก็มีเป็นจำนวนน้อย เราไม่ไปเอาเปรียบเอารัด ไม่ไปค้าอย่างทุนนิยม มีแต่ขาดทุนให้ ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา เราไม่มีเงินก้อนมากเหมือนทุนนิยม ตลาดอาริยะเราทำนี่ก็สะสมไว้ทำนะ ปีๆ หนึ่งก็ทำทีหนึ่ง ที่จริงรัฐบาลน่าจะทำได้งบประมาณไม่ถึงเส้นขนเขาหรอก แต่ของเรานี่เราคิดว่าเราจะขาดทุนให้ปชช.ปีละเท่าไหร่ ยังไม่ก้าวหน้าถึงปีละ10 ล้านเลย
_อ.กฤษฎาว่า..ทั่วประเทศนี้ ถ้าก้าวเข้าไปวัด ก็จะเห็นตู้รับบริจาคสารพัด มีพระพุทธรูปก็มีตู้รับบริจาค ซื้อธูปเทียน ดอกไม้ แต่ที่นี่ไม่มีอย่างนั้น แต่กลับเป็นว่าสามารถเอาเงินคือแก่สังคมเป็นหลักล้าน แต่วัดที่ทำการปิดทองฝังลูกนิมิต ขึ้นป้ายว่าได้กี่ล้านๆ แต่สิ่งที่คืนกลับสู่สังคมไม่เห็นเลย ผมเคยเป็นกรรมการวัด แต่มาที่นี่เห็นถึงความมหัศจรรย์ อาทิวเมฆว่า เขาถามว่าขนาดเขารับบริจาค เขายังไม่สามารถจัดได้ เขาถามว่า เราเอาเงินมาจากไหน? พ่อครูว่า...ไม่ได้เรี่ยไร ไม่ขายดอกไม่ธูปเทียนไม่รับบริจาคด้วย เรื่องนี้เป็นเรื่องมหัศจรรย์จริงๆ อาตมาภูมิใจที่ได้ทำงานศาสนามา 46 ปีไม่เคยพาเรี่ยไรเลยในชีวิตมีแต่น้ำพักน้ำแรงสร้างสังคม มาเป็นสมาชิกชาวอโศก คนอื่นจะมาร่วมก็ต้องมีเกณฑ์ อย่างเราตั้งกติกาว่า ถ้าไม่มาร่วมเราอย่างน้อย 7 ครั้ง บริจาคไม่ได้ จนกว่าจะมีสิทธิ์ ก็จะบริจาคในกิจการของเราได้ เราทำมาแต่ไหนแต่ไร และการไม่รับเรี่ยไร เราเอาเลือดเนื้อของสมาชิกเราไปทำงานกับสังคม สร้างตนเองเลี้ยงตนเองด้วยแล้วเสียสละแก่สังคมด้วย ในกิจกรรมที่เราทำมา 40 กว่าปี เราใช้หลักธรรมของพระพุทธเจ้าไม่เหมือนกันกับที่ชาววัดอื่นๆ องค์กรอื่นทำอย่างทำกฐินทอดผ่าป่า เราไม่ทำ เป็นการลบล้างธรรมวินัย แต่มันผิดเพี้ยนไปวิบัติไปแล้วเราไม่ทำ เราพยายามทำแบบพึ่งตนเอง อัตตาหิอัตตโนนาโถ สร้างตนให้เหลือไปเผื่อแผ่คนอื่นได้ คำว่ามหัศจรรย์นี้ไม่เกินจริงเลย ชาวอโศกนี้เป็นคนจนมหัศจรรย์ อยู่กับสังคม แต่คนยังมองไม่ออกเพราะอคติ ถ้าคนถอดอคติ แล้วมองว่าอโศกนี้น่าศึกษา ทำตามหลักพระพุทธเจ้าแล้วมีคุณค่าคุณวิเศษ เป็นไปเพื่อหมดเห็นแก่ตัว ช่วยคนอื่นจริงจัง หรือไม่ มันน่ามาตรวจสอบศึกษาส่งเสริม พูดไปก็เหมือนเรียกร้อง แต่เราไม่มีปัญหาเราก็ทำอยู่ มาต้านเราเราก็ไม่หยุดหรอก เราเห็นว่าเป็นสิ่งดีจริง เรามีปัญญารู้ว่าไม่ได้หลงผิด ธรรมะพระพุทธเจ้าสร้างให้คนมีพฤติ จรรยา ให้มี เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา มีพรหมจรรย์ ไม่เห็นแก่ตัวเป็นชีวิตที่อยู่กับสังคมอย่างมี อัปปมัญญานี้ไม่เอาเปรียบใครไม่ต้องพูดถึงทุจริตคอรัปชั่นเลยเราทิ้งไปแต่ปากทางเลย เราเสียสละช่วยคนอื่น ตนเองช่วยตนเองรอด แล้วสร้างสรรให้เกินกินใช้ เอาไปขาดทุนแก่สังคม เราทำได้จนเป็นวัฒนธรรมเป็นหมู่บ้านชุมชน วัฒนธรรม ตั้งแต่เด็กเลย เรามีรร.อนุบาล จนเราจะทำมหาวิทยาลัยเลย เรามีเด็กเยาวชน อบรมสร้างให้แก่สังคม ไม่ได้หาเงินเลยเรียนฟรีกินฟรีอยู่ฟรี เลี้ยงเยาวชนฟูมฟักสั่งสอนเขาจริงๆ
_อ.กฤษฎาว่า...อ.คมสันต์ โพธิ์คง บอกว่าล่าสุด สมส.มาตรวจ เขาก็บอกว่าอะไรที่ที่อื่นทำไม่ได้อโศกทำได้หมด อาชีวะก็ทำได้ ก่อนหน้านี้คะแนนการประเมินเต็ม เขาก็บอกว่าเต็มได้อย่างไรก็เลยมีคณะมาตรวจก็ไม่รู้ว่าจะหาอะไรมาตัดคะแนน พอดีลูกชายผมมาด้วย ลูกว่า อโศกเป็นหมู่บ้านศีล5 พ่อครูว่า...เป็นมาแต่ไหนแต่ไรเลย ประชากรอโศกนี่ ไม่ใช่แค่ศีล 5นะ แต่ปฏิบัติมีมรรคผลของศีล ให้ขัดเกลากิเลส เป็นอวิปฏิสาร ปีติ ปราโมทย์ สุข สมาธิ ใครเข้ามาในหมู่บ้านอโศกมาถือศีลจริง มานั่งตบยุงไม่ได้ มากินมังฯ แม้ตั้งตนเป็นคนโสดก็ได้ มีถือศีล 10 ทำได้แม้ฆราวาส เป็นเมืองที่คนมีศีลเป็นพรหมจรรย์จริง เป็นพฤติกรรมพรหมจริงๆ เป็นเมืองพระศรีอาริย์จริงๆ
_อ.กฤษฎาว่า...เป็นคำตอบว่าทำตลาดอาริยะได้อย่างไร ทฤษฎีหนึ่งคือการไม่จ่ายคือการเพิ่มรายได้ คนอโศกมีศีล อยู่อย่างสาธารณโภคี พอไม่จ่ายมาก ทุกคนเอากำลังมาใช้ไม่ได้คิดค่าแรงเลย ไม่มีค่าความคิดไม่บวกค่าตำแหน่งไม่ต้องจ่าย ตัวเงินก็คงอยู่ มันก็อยู่ในเศรษฐกิจพอเพียง มีส่วนเหลือให้แก่สังคม ฉากหลังคือกุฏิสมณะก็อยู่อย่างนี้ไม่ต้องสร้างห้องแอร์ที่ต้องจ่ายเพิ่ม พ่อครูว่า..ศาสนาพุทธตอนนี้เหมือนกองอานกะแล้ว เรียกชื่อพุทธเช่นเดิมแต่หลักเกณฑ์หลักการที่แท้หมดไปแล้ว น่าจะตรวจสอบหลักฐานในพระไตรฯ มีอยู่ คนเราถ้าไม่แก้ที่ศาสนาที่ธรรมะให้คนมีจริงแล้วก็แก้ปัญหาประเทศได้ยาก ไม่ได้หรอก แม้คนสอนศาสนาก็เพี้ยนเละเทะ ศาสนาแต่ละสำนักที่ดังๆ เป็นอย่างไร อาตมาก็ต้องปักหลักยืนยัน ตำหนิ ทักท้วง ไม่หยุดตายเป็นตาย เขาตีพวกเราเป็นพวกสุดโต่ง บอกว่าพระพุทธเจ้าสอนมัชฌิมา แล้วมัชฌิมาคุณคืออะไร? คำว่ามัชฌิมานี้สูงส่งลึกซึ้ง ทุกวันนี้ไม่เข้าใจ มัชฌิมาปฏิปทา คือข้อปฏิบัติเพื่อไปสู่ความเป็นกลางหรือมัชฌิมา ไม่ใช่ทางสายกลาง เนื้อแท้ของมัชฌิมาคือให้เรียนรู้กาม และอัตตาที่เป็นกิเลสใหญ่สองขั้ว แล้วลดกิเลสกามกิเลสอัตตา ให้หมดเลย เฉลี่ยการลดกามลดอัตตาให้ดี กิเลสกามกับอัตตาเป็นสองข้าง สองฝ่าย หมดกามหมดอัตตาก็เลยเป็นกลาง มัชฌิมา เนื้อแท้ของศาสนาพุทธจบลงที่ความเป็นกลาง ไม่ใช่กลางคือ 80 กับ 70 ก็รวมกันหารสองทำกันคนละ 75 มันไม่ใช่อย่างนั้น แต่มันทำเหมาะสมตัว อย่างขั้นอบายคุณหมดก็คือเป็นกลาง ให้เลิกอบายมุขนั้นจนจิตไม่บวกไม่ลบเป็นกลาง ไม่ดูดไม่ผลัก แม้กระแทกอย่างไรก็ยังไม่ดูดไม่ผลักเป็นกลางไม่หวั่นไหว เป็นจิตถาวรตั้งมั่น เรียกว่าสมาธิก็ได้ มีนิจจัง (เที่ยงแท้) ธุวัง (ถาวร) สัสตัง(ยืนนานตลอดกาล) อวิปริณามธัมมัง(ไม่แปรเปลี่ยน) อสังหิรัง (ไม่มีอะไรหักล้างได้) อสังกุปปัง(ไม่กลับกำเริบ) อยู่กับสังคมก็ลดกิเลสไปไม่ใช่หนีเข้าป่าเขาถ้ำหรือนั่งสมาธิ hypnosis สะกดจิต แต่ของพุทธเป็น analysis มี โพธิปักขิยธรรม 37 แต่ทุกวันนี้เพี้ยนไปแล้ว ทำสมาธิเป็นแบบฤาษีเก่าๆ ดั้งเดิมที่พาผิด แบบที่พระพุทธเจ้าทำผิดมา 6 ปีเข้าป่า ไปใช้หนี้วิบากกรรมที่ท่านเล่าไว้แล้ว ไปทำทุกรกิริยา แม้ในพระไตรฯ จะมีเล่าถึงผู้จะมานั่งกายตรงดำรงสติคงมั่นในป่า ในถ้ำในที่แจ้งลอมฟาง มีคำว่า วา เป็นคำสร้อยว่า ปฏิบัติอย่างนี้ก็ได้นะ แท้จริงแล้วไม่ต้องออกป่า ปฏิบัติในเมืองก็บรรลุธรรมได้แต่ในอุบาลิสูตร พระพุทธเจ้าว่า ดูกรอุบาลี เสนาสนะ คือ ป่าและราวป่าอันสงัด อยู่ลำบาก ทำความวิเวกได้ยาก ยากที่จะอภิรมย์ในการอยู่ผู้เดียวป่าทั้งหลายเห็นจะนำใจของภิกษุผู้ไม่ได้สมาธิไปเสีย แม้ในอัมพัฏฐสูตรก็ว่าด้วย การปฏิบัติที่ผิดคือไปหาอาจารย์ในป่าเสียนี่แต่ก็ไม่เข้าใจกัน
_อ.กฤษฎาว่า...คนที่มาอยู่ที่นี่ต้องอดทนต่อแรงเสียดทาน มีครอบครัวที่มาคุยกับผม เป็นเพื่อนสนิทด้วยกัน แล้วมีเพื่อนอีกคนที่ไปทางธรรมอีกทาง มาบอกเราว่าไปอย่างเรานั้นไม่ใช่ทางหรอก ให้ไปแบบเขาสิ มันถึงถูกต้องกว่า ผมก็บอกว่า ผมอายุเกินครึ่งร้อยแล้วก็เห็น คนที่ไปตามเส้นทางนั้นๆ แบบที่ไปทุกรกิริยานี้ไม่ใช่ทาง แต่ทำไมสังคมก็ยังบอกว่าใช่อีก ทั้งที่ขัดแย้งกับคำว่าวิปัสสนา ทำให้เราเหมือนต้องอดทนต่อสิ่งที่ไม่ใช่ แล้วที่นี่ทำให้เราต้องพัฒนาตนเองต่อสิ่งที่ไม่ใช่ พ่อครูว่า...ก็ขอย้ำยืนยันว่า ท่านตื่นบ้าง ตรวจสอบความเป็นจริงบ้างโดยเฉพาะยอมรับความจริงว่า ส่วนใหญ่ท่านมิจฉาทิฏฐิ เพี้ยนไปแล้ว มีผู้เอากลอนของท่านพุทธทาสมา
เราถือศาสนาอะไรกันแน่
ศาสนา โบสถ์วิหาร การวัดวา ศาสนา คือพระธรรม คำสั่งสอน ศาสนา ประพฤติธรรม ตามขั้นตอน ศาสนา พาสัตว์จร จวบนิพพาน
ศาสนา เนื้องอก พอกพระธรรม ศาสนา น้ำครำ ของเป็ดห่าน ศาสนา ภูตผี พานิชการ ศาสนา วิตถาร กวนบ้านเมือง
ศาสนา ใหม่ใหม่ ร้ายกว่าเก่า ศาสนา ของพวกเจ้า โจรผ้าเหลือง ศาสนา ปัจจุบัน พันการเมือง ศาสนา มลังเมลือง เมืองคนเย็นฯ
พุทธทาสภิกขุ
เขาจะยอมรับอาตมาหรือไม่ไม่มีปัญหา อาตมาไม่ได้ทำอย่างไม่ตรวจสอบ ที่เขาว่ามาว่าอาตมาผิดก็ตรวจสอบ แต่ว่าพวกท่านทั้งหลาย ตรวจสอบตามที่อาตมาบอกหรือไม่? แม่แต่เรื่องสมาธิไม่ใช่ไปนั่งสะกดจิตhypnotize เป็นเจโตสมถะ ไม่ใช่ analysis แบบของพุทธ พระพุทธเจ้าว่าไว้ในพรหมชาลสูตรที่ว่าถึงมิจฉาทิฏฐิ 62 อย่าง ทั้งอดีต อนาคต แล้วท่านก็ว่าเพราะเข้าใจผิดใน 62 ทฤษฎีนี้แหละ ศาสนาพุทธนั่งหลับตามีแต่อดีตกับปัจจุบัน มีแต่ภพชาติ ปิดทวารทั้ง 5 แม้ปัจจุบันก็ไปหลงปัจจุบันซ้อนในอนาคต แม้ทิฏฐธรรนิพพานทิฏฐิก็รวมไว้ใน อนาคต 44 นี้ สูตรแรกก็ชัดเจนว่า ศาสนาหลงทาง แม้สามัญผลสูตรก็บอกว่าให้ลืมตาปฏิบัติ ศีล สมาธิ ปัญญา เช่นนี้ มีศีลอันเป็นอาริยะ สำรวมอินทรีย์อันเป็นอาริยะ มีสติอันเป็นอาริยะ อัมพัฏฐสูตรบอกว่าอย่าออกป่า ออกป่ามันเสื่อมมันผิด ซึ่งทุกวันนี้ครูบาอาจารย์ที่สอนศาสนากันมาสอนผิดๆ หมด ไปตรวจสอบในพระไตรฯ เล่ม 9 เลย แม้แต่ว่าผู้บรรลุแล้วบอกใครไม่ได้อีก นี่ก็สอนผิดๆ อีกในโลหิจสูตรก็ว่าไว้ เลย ยิ่งเกวัฏสูตร ก็ว่าด้วยเครื่องรางของขลังทำผิดๆ โฆษณาพระเครื่องในหนังสือพิมพ์กันมากมาย ค้ากำไรเกินควรเอาดินทีไหนมาปั้นแล้วหลอกขายกันเป็นล้าน อวัยวะเครื่องเพศก็เอามาบูชาอีก ในศาสนาพุทธมีที่ไหน? คนที่เขายึดมั่นถือมั่นเป็นทิฏฐุปาทาน อัตตาทุปาทาน สีลลัพพตุปาทาน เขาก็ต้องแย้ง แต่เราก็ต้องยืนยันสิ่งถูกต้อง ไม่ว่ากี่วันกี่เดือนกี่ปี เราไม่ต้องอดทนอะไรเลย เรามีศีลระดับนี้ๆ ศีลเราเป็นปกติ ปฏิบัติได้แล้ว เราพิสูจน์ธรรมพระพุทธเจ้ามาได้จริง ยืนหยัดยืนยันจริง ก็ตั้งใจอยู่ว่าไม่ขอตายง่ายๆ ดันทุรังก็ได้
_อ.กฤษฎาว่า...การอธิบายธรรมของพ่อครู ปัจจุบันนี้ ลึกซึ้ง และรวดเร็ว ซ้ำให้หน่อยก็ขยับแล้ว ต้องตามอย่างไร พ่อครูว่า...จริง ต้องตามให้ทัน อาตมาพยายามต่อจิ๊กซอว์โดยมุ่งหน้า ถ้าไม่พยายามติดตามก็ถูกทิ้งแน่นอน ใครฟังธรรมอาตมาตอนนี้จะเห็นว่าละเอียดขึ้น ซอยให้เห็นและต่อเชื่อมไปในแนวลึกขึ้นเรื่อยๆ เพราะธรรมะพระพุทธเจ้านั้นลึกซึ้งมากเห็นตามได้ยากรู้ตามได้ยาก ไม่ใช้ตรรกะเดาได้ สงบอย่างสันตา ต้องศึกษาเอาจริงเพราะเป็นความรู้ของบัณฑิตที่แท้ บัณฑิตเวทนียา
_อ.กฤษฎาว่า… คนที่มีฐานอ่อนด้อยนั้นต้องเตรียมตัวอย่างไรจะมาฟังธรรมพ่อครูได้...บางทีฟังยังไม่เข้าใจก็ฟังไปก่อน แล้วหาตำราอ่านทำความเข้าใจประกอบกันไป พ่อครูว่า...ไม่ใช่แค่ติดตามฟังอาตมาเท่านั้น อาตมาบุกเบิกลึกไปเรื่อย แต่คนที่ปฏิบัติได้ผ่านมามีเนื้อหาภูมิธรรม มีบรรลุธรรมแล้วก็จะมาเชื่อมต่อให้อาตมา อาตมาอายุ 80 กว่าแล้วก็ไม่มีเวลามาบรรยายขั้นต่ำพื้นฐาน แต่ผู้ที่จะบรรยายเบื้องต้นท่ามกลางบั้นปลายมีในนี้ แม้แต่เด็กนร.ชาวอโศกมีบรรยายมีเนื้อหาธรรมะได้นะ ไม่ต้องมีหลักวิชาแต่ก็พาอยู่อย่างไรทำอย่างไร ผู้มีปัญญาจะรู้ ไม่ใช่แค่นั่งสมาธิย่างหนอก้าวหนอแบบนั้นมันนอกพุทธ มันเป็นศาสนาแบบเก่า แต่พระพุทธเจ้าอนุโลมให้ทำบ้าง คำว่ากายก็เพี้ยนไปแล้ว มีแต่ภายนอก แต่พระพุทธเจ้าว่า กายนี้หมายถึงจิต มโน วิญญาณ เป็นต้น