210827 ผู้มีเสรีภาพแท้ในสังคม-พ่อท่าน-สันติอโศก-R063.txt

โฟลเดอร์2521 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์336 KB
วันที่แก้ไข18 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันอาทิตย์ที่ 27 สิงหาคมพุทธศักราช 2521 ต่อจากนี้ไปจะเป็นป่าและคาถาธรรมเรื่องผู้มีเสรีภาพแท้ในสังคมซึ่งแสดงโดยท่านพระโพธิรักษ์ที่พุทธสถานสันติอโศกหากเจริญธรรมญาติโยมทั้งหลายถ้าวันนี้เราก็มาฟังอีกฟังกันก็ไม่ใช่ว่ารอเฉพาะแต่ฟังถ้าพูดได้ที่ฟังด้วยดี ฟังแล้วก็เกิดปัญญาเกิดการเห็นแจ้งถึงเกิดผลอานิสงส์ 5 ประการเกิดอย่างเข้าไปถึงความรู้สึกที่ถึงที่เป็นปัญญาอันยิ่งแล้วก็สามารถบรรลุธรรมได้ดังที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ยืนยันว่าเราฟังธรรมแล้วก็บรรลุได้และตัวอย่างมีเยอะแยะในประวัติในพระไตรปิฎกในหลักฐานตำนานต่างๆเพราะผู้นั่งฟังธรรมนี่นั่งฟังธรรมไปแล้วก็บรรลุธรรมกันอยู่ที่นี่มากมายถ้าบรรลุเป็นโสดาสกิทานาคาอะไรก็ตามมนุษย์ได้เพราะการฟังธรรมนั้นจึงไม่ใช่ว่าเราจะได้จะปัญญาเพียงรู้เราสามารถที่จะ ใกล้ถึงปัญญาอันยิ่งปัญญาแทงทะลุและปัญญาที่เรียกว่าการบรรลุเกิดขึ้นและสามารถจะได้ถึงปานนั้นเพราะการมาฟังเทียวไปเทียวมามาฟังไม่ใช่จะฟังแต่ว่าเป็นเรื่องราวที่เราเฉพาะที่กำลังมานั่งรวมนี่เป็นการฟังพระคาถาเป็นการแสดงธรรมเทศนามาฟังในเวลาอื่นคุยโอภาปราศรัยกันเป็นกิจกรรมย่อยไม่ใช่ว่าจะต้องมาเอาแต่ตอนนี้ก็ได้อีกเสริมไปให้เกิดความรู้ยิ่งมุมนั้นเหลี่ยมนี้มันได้ทั้งตัวสภาวะธรรมตัวความรู้และมันก็ได้ทั้งหลักการที่จะเอาไปประพฤติปฏิบัติสำหรับสิ่งที่เรายังไม่ได้ยังไม่หลุดร่อนยังไม่ลงตัวเราก็จะต้องเอาไปพูดให้มันตรงจริง สภาพจริงตามที่เราเข้าใจมันจะได้จริงๆอาการตั้งชื่อเรื่องก็ดีการที่จะเอาพระธรรมเอาพระสูตรเอาหัวข้ออะไรต่ออะไรต่างๆก็ดีมาตั้งชื่อตั้งเสียงมันนำเพื่อที่จะมีการบรรยายให้เกิดธรรมะต่างๆก็เป็นแง่เป็นเงื่อนไขเป็นขอบเขตที่เราควรจะได้ก็ทำให้เกิดการรู้ขึ้นในประเด็นเป็นประเด็นเป็นประเด็นระบบฟังวันนั้นวันนี้เข้าหลายประเด็

อ่านต่อ

นรวมๆกันเข้ามันก็ทำให้เราเห็นความจริงรอบซัดด้วยเหตุผลนานาประการเข้าแล้วมันก็จะถึงจุดบริบูรณ์ได้ ใครอาจจะต้องเพิ่มอีกนิดหน่อยบริบูรณ์ก็เป็นได้บางคนบางคนอาจจะเพิ่มมากหน่อยมันถึงจะบริบูรณ์บางคนเพิ่มพอมันกลางก็บริบูรณ์ได้ก็แล้วแต่มันก็จะมีอย่างนั้นเช่นนั้นจริงๆแล้วสำหรับวันนี้อาตมาใช้ชื่อภาษาง่ายๆภาษาไทยๆชอบพูดที่มีเสรีภาพแท้ในสังคมเราก็ควรจะมายืนยันว่าเราเองเราปฏิบัติธรรมหรือว่าธรรมะของพระพุทธเจ้ามันเป็นธรรมะที่ร่วมสมัยอกาลิโกเป็นธรรมะที่เป็นไปตามยุคตามการให้ผลประโยชน์ต่อสังคมไม่ผลประโยชน์ ร่วมกับสังคมทุกยุคทุกการะเก่าก็เหมือนกันโบราณก็เหมือนกันสมัยนี้ก็เหมือนกันไม่ได้หมายความว่าธรรมะนี้เป็นของคร่ำครึธรรมะนี่เป็นของโบราณมีแต่เรื่องอะไรก็ไม่รู้ที่เป็นไปเพื่อไอ้ไม่รู้เรื่องเหมือนกันสมัยใหม่ก็ไม่รู้มีแต่ภาษาอะไรเพราะๆแล้วก็มีแต่เรื่องอะไรที่หมายไปในเรื่องจะไปนั่งหลับหูหลับตางุมๆข้างบนสวดมนต์อะไรไปซึ่งเขาไม่เห็นหรอกมันเกี่ยวอะไรกับสมัยนี้สมัยนี้เขาที่ทำกันอยู่ส่วนใหญ่เขาไม่ได้ทำอย่างนั้นกลับไปทำกันอย่างนั้นที่ทำให้เกิดการเป็นคนเฉื่อยชาเป็นคนไม่รู้เท่าทันเหตุการณ์สังคมเป็นคนไม่รู้ฟาโรห์ดินไม่รู้ว่าเขาไปยังไงมาไงบ้านเมืองเป็นยังไงอะไรยังไงเป็นคนไม่รู้เรื่องรู้ราวเขาเห็นกับกับกลายมาเป็นอย่าง แท้จริงแล้วศาสนานั้นหรือว่าเรียนพระธรรมของพระพุทธเจ้านั้นมันเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ที่จะอยู่ในสังคมทุกยุคทุกสมัยเหมือนกันเป็นไปเพื่อการช่วยสังคมจะเรียกว่าสังคมหรือคำว่ามวลมหาชนปวงชนทั้งหลายที่เคยยืนยันให้ฟังว่าจุดหมายปลายทางของศาสนาเป็นผู้ชนะที่ตายะปฏิปันโนโหติผู้ชนะสุขายะเป็นเรื่องที่จะทำให้ประโยชน์เกิดประโยชน์แก่มวลมนุษยชาติทั้งหลายแหล่ใช้ภาษาสายเพื่อมวลมหาชนภาษาฝ่ายชายเป็นประโยชน์ข้างบนมหาชนมวลมหาชนเป็นใหญ่ในแผ่นดินเป็นภาษา ตายไปว่างั้นที่จริงน่ะพระพุทธเจ้าเรียนมาหมดแล้วรู้มาหมดแล้วจะเป้าหมายที่สูงเป้าหมายที่ดีก็โอเคฉันก็ไม่ว่าแต่ถ้ามีเป้าหมายที่สูงกว่านั้นนี่เป็นข้อหนึ่งในจุดหมายจุดหมาย 4 อย่างข้อที่ 1 ต้องชนะอีตายักษ์ปฏิปันโนโหติพระอุจจาระสุดาเนี่ยที่อาตมาว่าข้อที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 เพื่อการบรรลุหลุดพ้นเพื่อเราจะต้องมีสาระธรรมนั้นจริง 3 อันหลังนี่แหละเป็นเสรีภาพบรรลุหลุดพ้นคำว่าบรรลุหลุดพ้นลอยตัวนี่แหละคือคำว่าเสรีภาพอันสัมบูรณ์เป็นเสรีภาพอันสุดยอดไม่มีอะไรจะสุดอีก มีอะไรเหนือกว่านั้นอีกในความเป็นคนถ้าได้เสรีภาพได้เสรีภาพอย่างนี้บริบูรณ์สุดยอดสมุนไพรทีนี้คำว่าเสรีภาพทุกวันนี้ก็ได้แต่คํานึงคำนวณวาดภาพเอาวาดภาพเอาว่าเราจะได้เสรีภาพอย่างพวกฮิปปี้การเสรีภาพอยู่ใต้กฎใต้ระเบียงใต้ข้อบังคับใต้นู่นใต้นี่เขาไม่เอาเขาสลากออกจากสังคมก็สลัดออกจากกฎจากแขกจากอะไรก็ได้ฉันอยากกินฉันก็กินฉันอยากแก้ผ้าแก้ผ้าฉันอยากร้องเพลงก็ร้องเพลงฉันจะสูบสูบชื่อเสพๆเลิกกันใหญ่เลยเห็นมั้ยฮิปปี้อ่ะสูบกัญชาจะร้องเพลงร้องการอยากจะเต้นต้น แก้ผ้าแก้อยากจะเอาหนักเข้าสมสู่มันเมื่อไหร่ก็สมสู่กันทั้งนั้นน่ะทางถนนหนทางทำอะไรก็ได้ไปตามเรื่องตามราวเลอะเทอะสกปรกมันตามใจเขานะที่แพ้อะไรรู้ไหมไอ้ตัวกิเลสมันดิ้นออกมามันอยากทำอะไรตามกิเลสมันไม่รู้เรื่องรู้ราวไอ้ชั่วอะไรต่ำอะไรตามอะไรมนุษย์อายหน้าอะไรไม่เข้าใจทั้งนั้นแหละขอให้ทำได้ตามใจฉันเสรีภาพไม่ได้แปลว่าตามใจเสรีภาพแปลว่าตามใจฉันถ้าผู้ใดเข้าใจอย่างหมิ่นเหม่เข้าใจคำว่าเสรีภาพคือความตามใจฉันผิดถนัดผิดถนัดเลยตามใจฉันไม่ได้และผู้ที่ ทำอะไรได้โดยไม่มีอะไรที่จะมานั่งครอบงำอยู่ได้ไม่มีอะไรที่จะมานั่งกดขี่ข่มเหงอยู่ได้ก็มีผู้เดียวเท่านั้นแหละคือพระอรหันต์พระอรหันต์เป็นผู้ที่อยู่เหนือที่เรียกว่าเหนือโลกคือไม่มีใครที่จะมาอยู่เหนือกว่าเป็นผู้ที่อิสระเสรีไม่มีอะไรมาบังคับข่มเหงไม่มีอะไรที่จะต้องมาอยู่เหนือมาทำอะไรยิ่งกว่าได้ถ้าเป็นผู้ที่อยู่เหนือและการอยู่เหนือของท่านมันกลับกันอีกท่านอยู่เหนือถ้าไปพูดอยู่เหนือที่ท่านจะสามารถไม่มีใครมาเป็นเจ้าเป็นนายมาบังคับผูกแขน แต่ท่านก็กลับกันท่านเคารพคนทุกคนให้เคารพสังคมเคารพกติกาเคารพกฎระเบียบเคารพไปโน่นไอ้นี่อะไรๆต่างๆที่เป็นกฎระเบียบที่เป็นสัจธรรมที่เป็นไปเพื่อความดีงามแต่กติกาของไอ้โจรท่านก็ไม่เอาด้วยเหมือนกันนะกติกาของไอ้โจรหรือกติกาที่มันเป็นอัศจรรย์เป็นกติกาเฉพาะบทเฉพาะหมู่ที่เป็นกติกาที่ตั้งขึ้นเพื่อเอาเปรียบเอารัฐกติกาตั้งขึ้นด้วยความเห็นแก่ตัวกติกาที่ไม่ได้ไม่เป็นสัจจะไม่เป็นธรรมกติกาที่ไม่เป็นธรรมท่านก็ไม่เอาด้วยแต่ถ้ากติกาใดที่เป็นไปเพื่อทำเป็นไปด้วยความยุติธรรมท่านก็เอาเพราะร้านกลับเป็นผู้ที่ ไม่ไม่ขัดแย้งในสัจธรรมในธรรมะในความยุติธรรมใดเพราะว่าท่านเองท่านเป็นยังไงท่านก็เป็นได้ถ้าเป็นยังไงฉันก็เป็นได้ถ้าจะไปโน่นเป็นนี่เธอก็เป็นได้ทีนี้ท่านเห็นอะไรดีเธอก็เป็นด้วยอะไรไม่ดีท่านก็ไม่เอาแล้วอันนั้นอันนั้นอะไรๆจะไปเอาถ้าท่านไม่เอาด้วยแล้วคนอื่นจะไปเอาเรื่องท่านก็ไม่ได้ที่สุดจะเอาได้อีกก็เอาชีวิตเธอไปเลยท่านก็ไม่เคยเสียเลยแต่จะให้ท่านไปยอมตามสภาพสัจธรรมหรือไปยอมตามกับไอ้เรื่องที่เลวๆหลายๆทั้งนั้นไม่ได้ไม่เอาถ้าไม่เอาไม่เอาจะบอกว่าเขามีอำนาจเหนือในทางโลกแล้วเขาก็จะบอกจะขุดคอเหมือนอย่างพระเยซูอย่างนี้จะเอาไปฆ่าเอาไปถึงกางเขน ตายก็ตายเป็นเรื่องเล็กเกินไปแต่จะให้อธรรมนั่นมาไปเป็นใหญ่อิสระแม้แต่ความกลัวที่จะเกรงกลัวเพราะว่าเอาอำนาจแห่งความขู่เข็ญเอานะตายนะไม่เห็นเรื่องเล็กถ้าเผื่อว่าเป็นสัจธรรมแล้วท่านก็ดำเนินไปเท่าที่จะมีกุศโลบายหรือว่ามีความฉลาดที่พอจะจัดการไปให้มันเรียบร้อยได้สูงสุดมาให้แตกร้าวไม่เป็นบาปเป็นภัยถ้าท่านปล่อยให้เขาฆ่าเขาคนเขาฆ่ากันหรือคนทำร้ายฉันก็เป็นบาปอยู่นั่นแหละแต่สุดท้ายถ้าไม่ต้องการก็ทำบาปกันหรอกแต่สุดท้ายก็ทำก็เรื่องของเขาแล้วก่อนอื่นเรามาเข้าใจคำว่าเสรีภาพไปซะก่อนเสรีภาพมันมีความหมายอย่างไร อธิบายทำไมจะยกตัวอย่างให้เข้าใจว่ามันเนี่ยเสรีภาพแล้วหลุดลอยแล้วอิสระหรือเสรีและไม่ถูกผูกแล้วอ้าวมาว่ากันไปแต่ต้นซะก่อนหาเรื่องของความหลุดพ้นทุกคนก็เข้าใจแต่เรื่องของความหลุดพ้นง่ายๆเช่นบางคนถูกผูกมัดเอาไว้เอาโซ่มาล่ามครั้งเข้าไว้ในห้องหาในห้องขังฮ่องกงทำโครงรับรอบได้เลยตีปลอกสีชวนตีทวนอะไรก็แล้วแต่ไว้อย่างนี้เรียกว่าเราไม่อิสระเสรี โดยเฉพาะเห็นชัดๆโดยรูปโดยตัวตนโดยตัวแท่งตัวก้อนแบบนี้ไม่มีอิสระเสรีใครๆก็เข้าใจง่ายๆถูกกักถูกขังถูกล่ามถูกๆไม่มีอิสระเสรีก็ตกลงอันนี้เข้าใจกันอยู่ใครไม่เข้าใจมีไหมมีไม่ได้เสรีภาพไม่ได้มีอิสระเพราะว่าถูกผูกล่ามโซ่เลยถังใส่กุญแจล็อคไว้ในห้องในที่เลยไม่เข้าใจมีไหมวันนี้ไม่ใช่นี่มันไม่มีเสรีภาพก็จริงอยู่นี่ต้นเบื้องต้นง่ายที่สุดนะเอาล่ะตกลงเราจะไม่ต้องถูกๆๆเพื่อที่จะมีเสรีภาพก็ต้องพ้นในความถูกกักขังถูกล่ามถูกๆ อาทิตย์นี้ต่อมาต่อมาเราไม่ถูกล่ามถูกผูกไว้ด้วยวัตถุแท้ๆแต่เราไปถูกล่ามถูกผูกไว้ด้วยอำนาจชั้นต่ำเป็นทาสอำนาจที่ฉันต่ำหรืออำนาจอะไรก็ตามเราถูกผูกไว้ด้วยอำนาจสิ่งที่เรียกว่าเป็นอำนาจเอาอำนาจก่อนกลางๆอำนาจอะไรที่เขาสามารถจะสั่งอยู่ในใต้ข้อบังคับอยู่ในใต้กฎอย่าออกไปจากเขตขอบเขตอย่างนี้นะนี่ก็เรียกว่าถูกปลูกไม่ได้อำนาจถูกล่ามไม่ได้กดระเบียบถูกล่างไม่ได้อะไรก็แล้วแต่ตามแต่สิทธิของเจ้าเหนืออำนาจนั้นจะควบคุม นี่ก็เรียกว่าเป็นขั้นนำมาทำขึ้นมาเมื่อกี้เป็นเรื่องของรูปประธรรมชัดๆเอาโซ่ล่ามเอาของใส่กุญแจถังตอนนี้เป็นนามธรรมขึ้นมาแล้วถูกล่ามไว้ด้วยอำนาจถูกล่ามไว้ด้วยอิทธิฤทธิ์อิทธิเดชอะไรก็แล้วแต่อันนั้นถูกๆวัดจะต้องเป็นอย่างนี้ทั้งๆที่เราแหมทุกข์ทรมานขัดใจเหลือเกินลำบากใจเหลือเกินไม่อยากเป็นไม่อยากมีไม่อยากอยู่ไม่อยากจะทำอย่างนี้เราถูกผูกมัดมันไปไหนไม่รอดไปก็ตายหรือว่าไปไม่ได้ด้วยก็ถูกควบคุมใบนี้นี่เป็นความหมายเป็นกลางที่นี่ก็วิเคราะห์ออกเป็น 2 ในง่ายๆถ้าเราถูกควบคุมไม่ได้กดกติกาหรือถูก กูไม่ได้อำนาจแห่งความดีถ้าเราอยู่กับอันมากแห่งความดีนี้กฎระเบียบหลักเกณฑ์อะไรควบคุมเราไว้แล้วอย่าไปทำนอกขอบเขตนี้นะอย่าไปเป็นโน่นเป็นไปเป็นหนี้จะต้องมาทำอย่างที่พูดให้ฟังเป็นอย่างนี้แต่ผู้ที่สั่งนี้สั่งไปดีให้กระทำความดีการถูกผูกมัดไว้อย่างนี้อยู่ในขอบเขตนี้อยู่ในกติกานี้กับอีกอันนึงอยู่ในขอบเขตอยู่ในกติกาอยู่ในอำนาจนี้ต้องสั่งมาทำอย่างนี้ต้องเป็นอย่างนี้ตามที่ฉันสั่งไปอย่างนี้ต้องเป็นอย่างนี้ตลอดแต่การสั่งนี่เป็นเรื่องสั่งที่เลวร้ายเป็นไปเพื่อความเบียดเบียนเป็นไปเพื่อความทุจริตเป็นไปเพื่อความตกต่ำการถูกคุมขังหรือว่าอะไรอิสระเสรีภาพในลักษณะ 2 อย่างนี้คุณก็แยกออก ไม่ต้องตัดสินไม่ต้องบอกคุณก็ได้ว่าอะไรดีกว่าอะไรเทียบกันลงไปใช่ป่ะอะไรดีกว่าอะไรเพราะถูกควบคุมขังไว้หรือว่าจะทำตามอำนาจที่มันพาไปดีไปสู่กฎกติกาที่ว่านี้สวัสดีนี่มันทำอย่างนี้แล้วดีเราก็ถูกควบคุมแล้วก็ถูกขังกับอันนั้นน่ะจะดีกว่าเพราะว่าค้างไว้แล้วถึงยังไงเราก็ยังเจริญถึงยังไงเราก็ก้าวหน้าถึงยังไงเราก็ได้ดิบได้ดีขึ้นมาอะไรอย่างนั้นดีกว่าอาจจะไม่ถูกผูกพันเอาไว้ในประเภทที่เสร็จแล้วไม่เข้าท่าไปในทางเร็วทางชั่วทางสามหญิงอยู่ในอำนาจโจรอย่างนี้ต้องปฏิบัติตามกติกาโจรกับอยู่ในอำนาจ ศรีวิไลของพระพุทธเจ้ายกตัวอย่างเราก็อยู่ในอำนาจของศีลวินัยพระพุทธเจ้าตามสั่งเนี่ยตามพระพุทธเจ้าสั่งนี้อยู่ตามสีตามวินัยเนี่ยก็ดีกว่าถ้าอยู่กับโจรตำหนักของโจรเลวแน่เร็วแน่ไม่ดีกว่าแน่คนทีนี้จะต้องอยู่ในระบบอย่างนี้แหละส่วนใหญ่เมื่ออิสระโดยการไม่ถูกผูกมัดไว้ด้วยห้องคุมขังไม่ถูกล่ามโซ่ที่ชวนอะไรแล้วก็ตามเราก็จะต้องอยู่ภายใต้กฎของกลุ่มกฎของสังคมกฎของหมู่อยู่ในประเทศก็ต้องอยู่ในกฎของประเทศอยู่ในกลุ่ม ที่ซ้อนอยู่ในประเทศซึ่งเป็นกลุ่มที่ผู้ที่อยู่ควบคุมประเทศก็รับรองว่ากฎนี้ใช้ได้หมู่นี้เอาตกลงกดอย่างนี้ไม่ได้ทำให้เกิดการเดือดร้อนอะไรเป็นการพัฒนาตามแง่ตามประเด็นมีกฎระเบียบของแต่ละแห่งวินัยกติกาของแต่ละแห่งเพื่อความเรียบร้อยของเขาในนั้นเองเป็นสิทธิซ้อนมีสิทธิที่จะใช้กฎระเบียบอย่างนี้ตามอันนี้นี่ขัดกับความเป็นอยู่ดีของกฎของส่วนรวมใหญ่ไหมไม่ขาดแต่ว่าเป็นเรื่องที่จะจำเป็นทำไปตามลำดับตกลงพาประเทศชาติหรือว่ากฎใหญ่ก็โอเคแล้วกดนั้นก็สอนออกไปอีกคนก็จะอยู่ใต้ภายใต้กฎอยู่นั่นเอง เขาก็ต้องอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์อย่างนั้นไม่ใช่พึ่งมีกฎอย่างนี้ขึ้นในสมัยยุคนี้ว่าเป็นกฎหมายเป็นระเบียบเป็นวินัยพึ่งมีในสมัยยุคนี้แต่สมัยโบร่ำโบราณไม่มีไม่ใช่คนตั้งหมื่นปีมาแล้วก็มีกฎมีจารีตประเพณีมีกติกาของสังคมจะต้องอยู่ตามระบบนี้จะต้องอยู่ตามความเห็นอย่างนี้ถืออย่างนี้ถ้าผิดจารีตประเพณีผิดการถืออย่างนี้ออกไปนอกรีตนอกประเพณีนอกการกระทำของหมู่กลุ่มตั้งแต่เป็นกฎอย่างที่เรียกว่าแอนตี้การประท้วงกันโดยท่าทีจนกระทั่งถึงไม่ใช่ประท้วงกันในท่าทีเลยประชาชนฆ่าตายก็ทันทีเลย มาแล้วแต่โบราณแม่เดี๋ยวนี้ยังมีเรื่องป่าเถื่อนอย่างนี้อยู่เหมือนกันไม่ชอบใจถึงที่ปั๊บสุดท้ายป่าเถื่อนลงทัณฑ์แบบประชาทัณฑ์เลยคนเข้ารุมฆ่าคนนี้ทิ้งเลยแม้เดี๋ยวนี้ก็ยังได้ฟังข่าวอยู่เนี่ยสมัยนี้มันผ่านสมัยป่าเถื่อนมาตั้งนานแล้วเดี๋ยวนี้ยังมีเรื่องอย่างนี้อยู่เลยเพราะอะไรเพราะไม่รู้กฎของสังคมเพราะไม่รู้กติกาแล้วถ้าผู้ใดที่ได้รู้ธาตุแท้หรือรู้สิ่งที่เป็นอันนี้ของมนุษย์เพราะมันต้องมีสิ่งนี้แล้วผู้นั้นก็จะเข้าใจว่าอ่ออยู่ในโลกนี้ต้องมีกติกาอยู่ในโลกนี้ต้องมีกฎต้องมีจารีตประเพณีต้องมีระบบต้องมีระเบียบต้องมี ถ้าคุณเข้าใจนี้ก็หมายความว่าคนแทงทะลุสัจธรรมข้อ 1 เป็นคนรู้สัจธรรมข้อที่สำคัญว่าต้องมีที่ไหนก็มีแม้แต่เดี๋ยวนี้จะเป็นคนชาวป่าในที่คุณตามไปเลยยุคเดี๋ยวนี้ไม่ต้องเอายุคไหนคุณออกไปเลยไปที่ภูเขาภูถ้ำไปไหนที่จะออกไปชายป่าที่เห็นว่าเขาไม่ใช่พวกศรีวิไลแล้วไปถามดูซิแล้วไปอยู่กับเขาดูซิเขามีกฎไหมเขามีระเบียบไหมถ้ามีจานที่ประเพณีไหมเขามีกติกาที่เขาอยู่ด้วยกันอย่างนั้นอย่างนั้นก็มีไหมมีแน่นอนที่สุดมียาว่าแต่คนต้องมีกฎเลยสัตว์เดรัจฉานยังมีกฎมีระเบียบมีแบบแผน มีมันมีแล้วมันจะต้องเป็นอย่างนี้อย่างนี้ไอ้ตัวไหนไม่มีกฎไม่มีระเบียบไม่มีแบบแผนไม่ทำไม่เหมือนหมู่ถูกไล่ออกจากฝูงหรือถูกทำร้ายลงไปในฝูงนั้นเองก็มีให้เห็นอยู่ไม่ใช่เราไม่มีถ้าใครศึกษาชีวิตสัตว์ก็จะเห็นจะรู้เป็นเรื่องธรรมดาของสัตว์โลกมันต้องพูดได้เองเข้าใจว่าเสรีภาพคือตามใจตัวเองไม่ต้องยืนยันตามกฎตามระเบียบตามจารีตประเพณีตามอะไรต่ออะไรเป็นหลักเป็นวินัยไม่เลยคนนั้นผิดสัจธรรมมาตั้งแต่ข้อที่ 1 แล้วขั้นมูลฐานไม่รู้จักอะไรที่เป็นความจริงต้องไปหลักยืนอันนี้เป็นหลักยืนต้องมีสำหรับคนใดไม่ใส่ใจหลักกฎ ไปเลยในโลกจะทำตามใจตัวเองคนนั้นก็หมายความว่าแม้แต่สัตว์จะทำข้อที่ 1 พื้นฐานเขาก็ไม่มีมันไม่มีคนนี้ก็เสรีภาพของเขาก็คือทำอะไรตามใจฉันอะไรก็ได้ก็เบาๆไปที่ไหนไปเจอกฎที่เขาไม่เอาด้วยมันก็ทะเลาะเบาะแว้งกันเขาก็ต้องทำตามไปตามกฎระเบียบที่เขาบังบดบังหมดเขาก็ต้องลงโทษกันก็ต้องทำลงจากลงโทษกันซะก่อนมันจะไปมีอิสระอะไรไปท้าทายกฎอย่างนี้ได้เหรอไปทำอะไรตามใจของเราเราก็เข้าประเทศนี้เขามีกฎของประเทศนี้เราไปทำตามใจเราประเทศนี้ก็บอกเฮ้ยอย่างนี้ไม่ได้หรอกต้องจับเข้าคุกก็เข้าคุกไปตอนนี้เราเจอเลยทีนี้เสรีภาพของเขาก็คือกรงขัง หนีไม่พ้นหนีไม่พ้นคุณก็ต้องหาขอบเขตของคนอยู่อยู่หาแผ่นดินอยู่แผ่นดินไหนของเขาที่มีคนกลุ่มมีสังคมอยู่แล้วเขาก็ต้องมีกฎของสังคมเขาทุกแห่งวัฒนธรรมไม่รู้จักสังคมของเขาแล้วเราทำตามใจของเรากิเลสหยาบๆในโลกนี้มนุษย์นี่เป็นผู้ที่มีปัญญารู้ว่ากิเลสหยาบๆนั้นไม่ควรจะปล่อยโอกาสให้ทำขึ้นมากิเลสหยาบๆเนี่ยจะทำอะไรขึ้นมาตามใจตัวเองแต่มันเป็นเรื่องกิเลสหยาบเขาจะต้องมีกฎนั้นมีกฎมีระเบียบนะไอ้นั่นเอาไว้สำหรับกิเลสหยาบไม่ให้มันเกิดคุมวัดเขาจะมีทุกประเทศตามความเข้าใจของแต่ละประเทศหรือสังคมแต่ละกลุ่มเขาจะมีเป็นระดับๆ ประกันสังคมกลุ่มที่คนระดับหนึ่งเขาจะต้องทำได้แค่นี้แค่นี้แค่นี้เขาก็มีกฎของเขาลงไปศาสนาวางกฎระเบียบโดยเฉพาะศาสนาพุทธในธรรมกฎระเบียบเอาไว้ไม่ได้ทำหรอกอธิบายใครจะทำแค่ไหนก็ไม่ไม่ปฏิเสธอย่างน้อยทางโลกเขาก็มีกฎระเบียบของเขาอยู่แล้วประเทศอินเดียเขาก็มีกฎระเบียบของพระเจ้าแผ่นดินหรือแต่ก่อนปกครองกันแบบสมบูรณ์และอาญาศิริราชพระเจ้าแผ่นดินมีกฎมีระเบียบเขาก็ปฏิบัติตามกฎระเบียบนั้นอยู่แล้วเกินกว่านั้นเข้าไปอีกพระจะวางกฎซ้อนขึ้นมาว่าอย่างนี้สูงสูงขึ้นมาถ้าจะเป็นพระโสดาถ้าจะดีนะต้องมีกฎต้องทำตามกฎมีสิทธิ์ดำเนินการอย่างนี้สิมีทำให้ได้ตามรูปรอยลักษณะนี้แล้วก็ทำให้ปลดปล่อย เมื่อทำได้นี่ตามกฎนี้คุณสบายคุณทำคุณไม่ต้องไปฝืนกฎเนี่ยแล้วคุณก็สบายจิตใจของคุณสบายหลุดร่อนไม่ต้องไปลำบากลำบนอะไรกับกฎนี้ระเบียบนี้คุณตามกฎนี้ระเบียบนี้สบายเลยและกดนี้ระเบียบนี้แล้วทำให้คุณดีขึ้นด้วยกฎนี้ระเบียบนี้ทำให้คุณเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลถูกสัจธรรมด้วยครูพิสูจน์สิขนาดนี้พระพุทธเจ้าก็ทำกฎมีไว้เป็นขั้นตอนเหมือนใครผ่านกฎระดับแรกได้มีสีหน้าบริสุทธิ์บริบูรณ์ไม่ใช่บริสุทธิ์ธรรมดาบริสุทธิ์จนกระทั่งจิตนี้หลุดพ้นเลยหลุดลอยตัวเป็นเสรีภาพ สมบูรณ์เสียเสรีภาพอันสมบูรณ์บริบูรณ์ถ้าคุณทำได้ทั้งนอกก็ได้นอกก็ไม่ดังปรากฏนี้ไม่ละเมิดและในใจก็ไม่ฝืนไม่ทนไม่ลำบากเป็นสุขสบายง่ายสะดวกเป็นไปดีนั้นเรียกว่าเราหลุดลอยทั้งนอกนอกก็ไม่ต้องไปทำงี้ไม่ต้องไปทำอย่างที่เขาห้ามกันสังคมนี้เขาก็ไม่เอาแล้วเราก็เห็นดีด้วยก็จริงไม่เอาอย่างนี้เราก็ไม่เอาใจเราก็ทำจนกระทั่งสบายไม่ฝืนเลยไม่อยากมีใครไม่ต้องการเป็นไปตามที่เขาห้ามทำได้สบายเลยนี่เรียกว่าหลุดพ้นเสรีภาพเกิดหลุดลอยแล้วในตัวขอบเขตในระดับหนึ่ง ศาสนาบอกเป็นระดับโดยเฉพาะของพุทธของศาสนาอื่นไม่อธิบายเสรีภาพแบบนี้น่าจะไม่อธิบายความรอดความอดทนแบบนี้ไม่ต้องขอบเขตเป็นระดับชั้น 1 2 3 4 5 ยังไม่ได้ยินข่าวตามที่ศึกษามาแม้แต่ศาสนาโน้นศาสนานี้ก็ยังไม่ได้บอกว่านี่นานี่ก็นี่เป็นความหลุดพ้นชั้นที่ 1 อันนี้เป็นความหลุดพ้นแล้วก็ความรอดชั้นที่ 1 ความเสรีภาพเสรีภาพชั้นที่ 2 นี่เป็นเสรีภาพชั้นที่ 3 ชั้นไม่เห็นแต่ศาสนาพุทธมีเสรีภาพระดับหนึ่งเรียกว่าโสดาบันเสรีภาพระดับ 2 เรียกว่าเศรษฐกิจภาพระดับ 3 เสรีภาพระดับ 4 เรียกว่าอรหันต์เป็นเสรีภาพที่สมบูรณ์อยู่ในสังคมไหนเขาก็ได้สบายเลย และเมื่อเป็นพระอรหันต์แล้วจะเป็นเขาเรียกว่าสัตบุรุษต้องเป็นสัตบุรุษหรือว่าเป็นปุริสเป็นผู้มีบุคลิกทำ 7 ประการเป็นผู้ที่มีปัญญาเป็นผู้ที่รู้รู้หนึ่งรู้ในอัตถะ 2 รู้ในธรรมะ 3 รู้ในอัตตะอัตราอัตรา 5 รู้ในกาละ 6 รุ่นไอ้บริษัทหรือกลุ่ม 7 รู้ในบุคคลพูดภาษาบาลี อัดทันอยู่ตาทำมันอยู่ตาอัตตัญญุตามะตันยุตาการันยุดาปะริสัจจาปุระปโรปรัญญุตาเป็นสัตบุรุษเจ็บต้องมีความรู้อย่างนี้พอมีความรู้งี้แล้วก็ใช้ความรู้แบบนี้อยู่กับสังคมหนึ่งรู้สาระแก่นแท้ของอันนี้คืออะไรเรียกว่าอัดขันอยู่ตาสองรู้ถึงชั้นเชิงเหตุผลต่างๆของมันมีระดับมีชั้นจากโน้นอย่างนี้อันโน้นถูกดีเป็นธรรมเป็นตอนเรียกว่ารู้ธรรมมันยึดตารู้ธรรมะธรรมะนี่คือตัวปัญญาต้องมีปัญญาและมีตัวอย่างนี้เป็นอย่างนี้ตรงถูกตรงนี่มีชั้นเชิงมีเหตุมีผลมีระดับมีขั้นมีตอนมีทำวันหยุดตา 3 รู้ตัวเองอัญญิกาอัตรารู้ตัวเราเองว่าเราเองอยู่ในขนาดไหนอยู่ในอย่างไรแล้วเราจะทำตัวของเรานี่เป็นขนาดไหนแปลงตัวได้แต่เราขณะนี้เราก็เราสูงนะคนที่เขาต่ำไม่เป็นไรหรอกน้องตัวเรามันหน่อยแปลงตัวมาลงมาใกล้ๆเขาเหมือนเราก็ต่ำๆคล้ายๆคล้ายๆเขาแต่ถ้าเราตามเราก็รู้ว่าเราต่ำคนที่เขาสูงเราก็รู้ว่าเราต่ำเขาสูงไอ้ต่ำนี่เราจะทำเผยอขึ้นไปเท่าเขาน่ะมันแอ๊กทั้งนั้นน่ะมันไม่จริงอ่ะแต่คนสูงลงมาหาคนต่ำได้ได้เรียกว่าคนไม่ถือตัวไม่มีกิเลสมานะลงได้แต่ถ้าคนต่ำจะแอดไปสูงนะไม่ขึ้นหลักสูบลมไม่ตายก็ไม่ขึ้นเอากำลังอะไรมาดันก็ไม่ ไปขี้เหล่แท้ไม่ขึ้นไม่ขึ้นอ่ะ Rabbit ด้วยแต่แอดแล้วก็ไปโม้ด้วยโกหกทำไม่ขึ้นแต่คนสูงมีสิทธิ์โน้มลงมาหาคนต่ำคนต่ำไม่มีสิทธิ์ที่จะทำแอดขึ้นไปหาคนสูงแอ๊คไม่ขึ้นแต่ถ้าเราเสมอกันก็เสมอกันใกล้เคียงกันนี่เป็นไปได้อันนี้เรียกว่ารู้ตนรู้ตนอาจารย์ยุทธตาและทำตัวให้เป็นสมานัตตาทำตนให้อยู่เสมอพอสมควรถ้าเราทำให้รู้เราต่ำอย่าไปตีเสมออันนี้ถ้าตีเสมอเป็นกิเลสเป็นความผิดถ้าเราสูงให้โน้มตัวลงมาหาต่ำลงมาให้ใกล้เคียงกันและก็อย่าไปทำตนเป็นตัวว่าต่ำกว่าเขาล่ะลงมาหาใกล้เคียงกันหมายความว่าเราก็สูงกว่าเขาอยู่นั่นแหละพยายามนำเขาช่วยเขาหรือว่าเขาเองเขาถือ ทำเป็นทีแต่เราก็ต้องมีแนวโน้มที่จะนำเขาจะทำอย่าไปให้ตามเขาตามก็ไม่ได้คนสูงไปต่างคนต่างไม่ได้ต้องนำคนต่ำขึ้นมาหาสูงส่วนสูงต้องนำคนต่ำขึ้นมาหาสูงเขายังไม่รู้แล้วเขาจะเป็นไปไม่ได้แล้วต้องพยายามจูงขึ้นมามันถึงจะเป็นการพัฒนาคนสูงจะรู้ตัวแต่ถ้าไปแอดสูงกว่าเขาเก่งไกลเกินไปมันถือตัวเขาก็ไปไม่ไหวอย่างนึงอีกอย่างนึงเขาก็บอกว่าแหมไอ้นี่ข่มเราจังเลยนี่เราไม่คมแล้วเข้าไปใกล้ๆเขาไปเขามันก็เป็นเพื่อนเป็นฝูงกันบ้างเรียกได้ว่าตัวเองนี่ตัวอัตลักษณ์เสมอ เอาเวลาบางเวลาเนี่ยเราจะทำอย่างไรจึงจะเหมาะสมที่สุดเวลาบางเวลาเราทำอย่างนี้ไม่ได้เวลาบางเวลาเราทำได้ไม่เสมอไปต้องรู้จักกาละเวลาที่เหมาะสมให้ดีที่สุดถ้าไม่มีปัญญารู้กาละทำอะไรผิดกาลแล้วบางทีทำอย่างนี้นะในการรับบังกาลีแหมดีงามได้ผลดีบังกาลีเรียกว่าไม่มีปัญญารู้กาละไม่มีการันต์ยึดตามเราต้องมี บัณฑิตามีบริษัทอยู่ตารู้จักหมู่กลุ่มชุมชนอย่างนี้เนี่ยแล้วเอาทำอย่างนี้ได้และทำได้ประมาณขนาดนี้หมู่กลุ่มนี้มีภูมิปัญญามีเพศมีรสนิยมมีอะไรแล้วแต่ในขณะนี้ทำกับกลุ่มนี้ได้บางกลุ่มทำอย่างนี้ไม่ได้ต้องทำอีกอย่างนึงเราต้องรู้และบางกลุ่มทำมากกว่านี้ไม่ได้ต้องทำขนาดนี้บางกลุ่มทำน้อยกว่านี้ไม่ได้ต้องทำขนาดนี้ต้องรู้หมู่กลุ่มคณะบริษัทให้ถูกหมู่กลุ่มแล้วเราจะกระทำด้วยในการกระทำขนาดไหนต้องรู้จำเพาะลงไปถึงแต่ละบุคคลเลยมีบุคลากรโลกรัมยุทธศาสตร์แต่ละบุคคลแต่ละบุคคลแต่ละบุคคลลงไปยิ่งละเอียด เพราะฉะนั้นแต่ละคนมาอ๋อคนนี้ต้องเอาอย่างนี้เลยทำอย่างนี้แหละเหมาะสมกันกับคนนี้ได้ประโยชน์มากถามว่าคนนี้ทำอย่างนี้ไม่ได้ต้องทำอีกอย่างนึงทำคนนี้จะเป็นคนที่มีประโยชน์ตลอดโลกจะมีอยู่ที่ไหนก็มีประโยชน์อยู่ที่ไหนก็ไม่เดือดร้อนไม่ทะเลาะเบาะแว้งไม่ว่าไม่ทำอะไรขัดเขินไม่ทำอะไรเป็นไปด้วยร้ายจะเป็นดีไปเสมอและทำได้ด้วยจิตใจเราไม่ลำบากจิตใจเราไม่ลำบากจึงเรียกว่าเราอิสระเสรีเรามีเหตุผลเพียงพอแล้วเราก็เข้าใจด้วยว่าทำไมต้องทำอย่างนี้เพราะว่าเราจะต้องรู้ว่าของคนทุกคนก็ต้องเป็นจริงคนนี้ก็มีจิตอย่างนี้นี่คนนี้ก็มีฐานอย่างนี้นี่คนนี้ก็เป็นอย่างนี้นี่หมู่กลุ่มนี้เป็นอย่างนี้นี่เราต้องรู้เวลานี้ต้องทำอย่างนี้เช่นหน้า ฝนจะต้องทำอย่างนี้ลงไปเราจะไปทำอะไรบางสิ่งบางอย่างมันก็ทำอยู่ที่หน้าร้อนไม่ได้แต่มันคนละกาละถ้ากาละนี้เป็นหน้าร้อนเราก็ทำอย่างอันนี้เป็นหน้าร้อนต้องทำอย่างนี้เป็นหน้าหนาวนี้เราจะไปทำเป็นอย่างหน้าร้อนก็ไม่ได้อะไรอย่างนี้ยกตัวอย่างง่ายๆอย่างนี้เป็นต้นเพราะเราจะต้องรู้ถึงกาลถึงหมู่ชนถึงบุคคลอะไรอย่างนี้จริงๆเราจึงจะเป็นผู้ที่อยู่ด้วยกันอยู่ด้วยการกระทำอยู่ด้วยการที่จะเป็นไปกับสิ่งแวดล้อมเหตุปัจจัยองค์ประกอบพระโลกนี้มีเราคนเดียวนะไม่ต้องศึกษาอะไรได้หมดอิสระเสรีแน่เสรีภาพแน่ถ้าโลกนี้มีเราคนเดียวคุณจะเอาหัวเดินต่างตีนเขาก็ไม่ว่า ไม่ว่าไม่มีใครก็ว่าเพราะไม่มีใครแต่เดี๋ยวนี้คุณไปเอาหัวเดินที่เดี๋ยวนี้คุณไปเดินทางถนนเดี๋ยวนี้เขาก็เดินตามจีนเดี๋ยวนี้หรือไม่ต้องเอาอะไรมากๆแล้วเดี๋ยวนี้คุณทำอะไรผิดเองก็ไปทางถนนเดี๋ยวนี้นอกถนนเดี๋ยวนี้คุณทำดูสิตลกตายเออแล้วยิ่งไม่เป็นสัจจะด้วยนะทำไปแล้วมันไม่มีเหตุผลทำไปแล้วมันไม่ได้อุ้มชูหรือมาทำไปแล้วมันไม่เข้าหาสัจจะหรือทำไปแล้วจะเป็นทางที่จะนำพาเข้ามาหาทางทิศทางนี้ดีมันไม่เป็นเหตุผลเลยว่าเนี่ยมาอย่างนี้มาเป็นอย่างที่ฉันเป็นนี่มันไม่มีเหตุผลอย่างนั้นเลยเขาก็เล่นงานคุณเท่านั้นน่ะดีไม่ดีผิดกฎหมายด้วยเขาก็เอาเข้าคุกเขาจะวางไปไม่ได้คุณต้อง ความจริงสัจจะอีกข้อหนึ่งในโลกนี้มันมีมนุษย์มันมีมนุษย์มันมีกลุ่มมันมีหมู่มันมีสังคมมันมีกติกานอกจากมีกติกาและหมู่นั้นมันมีมนุษย์โลกนี้มีสิ่งแวดล้อมโลกนี้มีจิตใจโลกนี้มีความถือสาตรงนี้มีความยึดถือเพราะเราก็จะต้องเข้าใจว่าเขายึดถืออันนี้ขนาดนี้อย่างนี้อย่างนี้สำหรับวันนี้ถ้าเราเห็นว่าถ้าเราจะไปตามหมู่นี้เข้าไปในหมู่นี้เห็นว่าแม่หมู่นี้นี่มันพิลึกเราจะเข้าไปแก้ไขทำไงเราก็จะต้องไปแสดงอีกแบบหนึ่งไปขึ้นเตือน ว่าจะกระโดดเข้าไปขัดแย้งคุณมีกำลังพอไหมถ้าไม่พอก็ประชาทัณฑ์คุณนะถ้าคุณมีกำลังพอเข้าไปก็ไม่ประชาทัณฑ์คุณนะแถมคุณจะพยายามแสดงได้ด้วยเป็นมิตรอย่างหนึ่งแสดงพอเข้าไปแล้วเขาสนใจเขามีแง่รู้บ้างเหมือนกันว่าเอ๊ะมันดียั

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน