บทที่ 5.docx

โฟลเดอร์วิทยานิพนธ์
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์114 KB
วันที่แก้ไข18 ตุลาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 5 สภาพปัจจุบัน พื้นฐาน พฤติกรรมและ ความ คิด ของเยาวชนในความดูแลของภูผาฟ้าน้ำ การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยเพื่อนำเสนอรูปแบบการพัฒนาศีลธรรมให้กับเยาวชน จนสามารถทำให้จิตใจเข้มแข็งที่จะตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวไปกับ ค่านิยมส่วนที่ไม่เหมาะสม ที่มากับกระแสโลกา ภิวัตน์ ในบทนี้เป็นการนำเสนอ สภาพปัจจุบัน พื้นฐาน พฤติกรรม และ ความคิดทางศีลธรรม ของเยาวชนในความดูแลของภูผาฟ้าน้ำ เพื่อจะได้ทราบถึง ที่ม า ความเป็นอยู่ พื้นฐานพฤติกรรม และพื้นฐานความคิดของเยาวชนในขณะทำการวิจัย ซึ่งจะทำให้เห็นถึง การใช้ชีวิต ในการศึกษาพัฒนาศีลธรรม ตามแนวทางภูผาฟ้าน้ำ ผู้วิจัย ได้แบ่งการนำเสนอ ออกเป็น 4 ส่วน ดังนี้ สภาพปัจจุบัน ในปัจจุบันขณะทำการวิจัย ประกอบด้วย ที่มา และ ข้อมูลพื้นฐานของเยาวชน การแบ่งกลุ่ม สภาพแวดล้อม ถิ่นที่อยู่ สภาพ พฤติกรรมของเยาวชน ในปัจจุบันขณะทำการวิจัย พฤติกรรมทั่วไปของเยาวชน พฤติกรรมตามกรอบศีล 5 และ กฎ ระเบียบที่กำหนด สภาพ ความคิดของเยาวชน ในปัจจุบันขณะทำการวิจัย ความคิดทั่วไปของเยาวชน ความคิดในเชิงศีลธรรม เหตุแห่งปัญหาเชิงพฤติกรรม และ ความคิด ของเยาวชน ในปัจจุบัน จากตัวเยาวชนเอง จากผู้ปกครอง และสังคมรอบบ้าน จากคุรุที่ยังมีความสามารถไม่เพียงพอ สภาพปัจจุบัน ในปัจจุบันขณะทำการวิจัย สภาพปัจจุบัน หมายถึง พื้นฐานความเป็นอยู่ของเยาวชน อันได้แก่ ที่มา เพศ อายุ ระดับชั้นเรียน จำนวน การแบ่งกลุ่มและที่อยู่อาศัย ตลอดจนสภาพแวดล้อมในปัจจุบันขณะทำการวิจัย ซึ่งมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้ ที่มา และ ข้อมูลพื้นฐานของเยาวชน เพื่อให้ทราบถึง พื้นฐานของเยาวชนก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการของการพัฒนาศีลธรรม จากข้อมูลพบว่า เยาวชนที่จะเข้าสู่กระบวนการในปัจจุบัน มาจ

อ่านต่อ

าก โรงเรียนสัมมาสิกขาต่างๆ เท่านั้น ดังเห็นได้จากแผนภาพที่ 5.1 ดังนี้ เงื่อนไขการเข้าสู่กระบวนการ คือความ ยินดีในการฝึกฝนตนเอง รับเงื่อนไขในใบสมัคร : เป็นคนว่าง่าย สอนง่าย (สังวรศีล) ไม่แสดงกิริยา วาจาหยาบคาย (สำรวมอินทรีย์) ไม่กินจุบจิบ (โภช เนมัตตัญญุ ตา) ไม่นอนกลางวัน ( ชาคริ ยานุโยคะ) ไม่พูดคุยกับเพศตรงข้าม ยกเว้นแม่ไก่อนุญาต (อธิศีลข้อ๓ อพรหม จริยาเวรมณี) ติดตามแม่ไก่ตลอดเวลา เป็นการปฏิบัติขัดเกลาตนเอง อีกทั้งคุรุแม่ไก่ จะเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติตัว และ การ จัดการกับเรื่องต ่างๆที่เข้ามา ตั้งแต่ตื่นนอน พบสมณะ ทำงาน ทำกิจวัตร กิจกรรม กิจการทุกอย่าง ทุกเหตุการณ์ในแต่ละวัน โรงเรียนสัมมาสิกขา ปฐมอโศก เ ยาวชน ที่สมัครใจเข้าสู่ระบบ แม่ไก่ลูกไก่ โรงเรียนสัมมาสิกขา สันติอโศก โรงเรียนสัมมาสิกขาศีรษะอโศก โรงเรียนสัมมาสิกขา ศา ลีอโศก โรงเรียนสัมมาสิกขา ราชธานี อโศก แผนภาพที่ 5.1 เงื่อนไข เยาวชนเข้าสู่กระบวนการพัฒนาศีลธรรม (ที่มา ผู้วิจัย) หากจำแนกเยาวชนตามชั้นเรียน และที่มาของโรงเรียน ขณะทำการวิจัย(ภาคการศึกษา 2/2555 ) พบว่า มีเยาวชนในความดูแลของภูผาฟ้าน้ำในระบบแม่ไก่ลูกไก่ อยู่ 23 คน เป็นชาย 11 คน เป็นหญิง 12 คน มาจาก โรงเรียนสัมมา สิกขาศา ลีอโศก จำนวน 17 คน แบ่งเป็น เยาวชนชาย รวม 7 คน ประกอบด้วย ชั้น เรียน ม. 2 จำนวน 2 คน ม. 3 จำนวน 2 คน ม. 5 จำนวน 1 คน และ ม. 6 จำนวน 2 คน เยาวชนหญิง รวม 10 คน ประกอบด้วย ชั้นเรียน ม. 1 จำนวน 1 คน ม. 2 จำนวน 3 คน ม. 3 จำนวน 4 คน ม. 5 จำนวน 1 คน และม. 6 จำนวน 1 คน โรงเรียนสัมมาสิกขาสันติอโศก จำนวน 3 คนแบ่งเป็น เยาวชนชาย จำนวน 1 คน เป็นนักเรียน ชั้นเรียน ม. 5 เยาวชนหญิง 2 คน ประกอบด้วย ชั้นเรียน ม. 2 จำนวน 1 คน และ ม. 3 จำนวน 1 คน โรงเรียนสัมมาสิกขาปฐมอโศก จำนวน 3 คน แบ่งเป็น เยาวชนชาย ชั้นเรียน ม. 2 จำนวน 1 คน ม. 3 จำนวน 2 คน ผู้วิจัยได้สรุปเป็น แผนภาพที่ 5.2 ตารางจำแนกเยาวชนลูกไก่ ดังนี้ โรงเรียนสัมมาสิกขา ชั้นเรียน (จำนวน) (ชาย) ชั้นมัธยมที่ (หญิง) ชั้นมัธยมที่ 1 2 3 4 5 6 1 2 3 4 5 6 ศา ลีอโศก รวม 17 คน (2) (2) (1) (2) (1) (3) (4) (1) (1) สันติอโศก รวม 3 คน (1) (1) (1) ปฐมอโศก รวม 3 คน (1) (2) รวม ทั้งสิ้น = (23) คน (0) (3) (4) (0) (2) (2) (1) (4) (5) (0) (1) (1) แผน ภาพที่ 5.2 ตาราง จำแนก จำนวน ชั้นเรียน และเพศ ของเยาวชน (ที่มา ผู้วิจัย) การแบ่งกลุ่ม ผู้ วิจัยได้ทำวิจัยภาคสนามตลอดภาคการศึกษาที่ 2/2555 ของโรงเรียนสัมมาสิกขาภูผาฟ้าน้ำ ซึ่งมี เยาวชนที่อยู่ในความดูแลของภูผาฟ้าน้ำ อยู่ร่วมกับคุรุแม่ไก่ แยกเป็น 6 กลุ่ม ประกอบด้วยคุรุแม่ไก่แ ละลูกไก่ในความดูแล ดังนี้ กลุ่มคุรุแม่ไก่ใจจริง ชาวหินฟ้า มีคุรุแม่ไก่ผู้ช่วย 2 คน คือ คุรุแม่ไก่ตั้งใจ วงษ์สมศรี และคุรุแม่ไก่ เยาว ภา โคตรบรม มีลูกไก่ รวม 10 คน ได้แก่ 1. เพียงขวัญ ขันธนเดช (ปอ) 2. พาขวัญ กิตติธรรมคุณ ( มิ้น ) 3. พิชญา ลุน สำโรง (ผักกาด) 4. พรป ภา กระจ่างโพธิ์ ( บูม ) 5. ณัฐณิ ชา กิตติธรรมคุณ (แพน) 6. เกร็ดรุ้งฟ้า คำโสกเชือก (ฟ้า) 7. เจนจิรา เรือง ฉิม (โบ) 8. ชุติ กาญจน์ อินทศรี ( เมย์ ) 9. พนาไพร สุขสงวน ( บิ๋ม ) 10. ปวีณรัตน์ สิทธิธรรม รัชต์ (ซี) ฝึกฝนตนเอง อยู่ที่ พุทธ สถานศา ลีอโศก กลุ่มคุรุแม่ไก่สุวภาพ เพชรสุข มีลูกไก่ รวม 2 คน ได้แก่ 1. ดวงดาว คำ หน้อย (ดาว) 2. พบบุญ อโศกตระกูล(นุช) ฝึกฝนอยู่ที่ ลานนาอโศก เชียงใหม่ กลุ่มคุรุแม่ไก่วิชัย เจียมวิจิตรกุล มีลูกไก่ รวม 5 คน ได้แก่ 1. มงคล พิ ลาชัย (ยอด) 2. พิรุฬห์ รักธงชัย ( ติ๊ก ) 3. นัฐ กานต์ บรรจงทรัพย์ (ฮื้อ) 4. ภูมิผา เพ็ชรพรหม ( มิ ๊ ก ) 5. คธา เวชอินทร์ (นัด) ฝึกฝนอยู่ที่ ลานนาอโศก เชียงใหม่ กลุ่มคุรุแม่ไก่อรุณ แสนมหามงคล มีลูกไก่ รวม 1 คน ได้แก่ นายธีรศักดิ์ อินทร ศรี ( บอย ) ฝึกฝนอยู่ที่ ชุมชนเพชรผาภูมิ กำแพงเพชร กลุ่มคุรุแม่ไก่ทนสู้ อุปชาใต้ มีลูกไก่ รวม 1 คน ได้แก่ นาย พิเชษฐ์ ฉิม วิเศษ (แมค) ฝึกฝนอยู่ที่ ชมรมมังสวิรัติ เชียงใหม่ กลุ่มคุรุแม่ไก่ นิวัช ตัน ติวัฒน ไพศาล มีลูกไก่ รวม 4 คน ได้แก่ 1. มาร์ค อัปม ทัง (มาร์ค) 2. อนุชิต กุลกนก ( เกอร์ ) 3. อนุพงศ์ บัวประดิษฐ์(นุ) 4. อรชุน ไตรอุดม(ชุน) ฝึกฝนอยู่ที่ ธุลีฟ้ารี สอร์ต เชียงใหม่ และที่ บริษัท ธุลีฟ้า จำกัด กรุงเทพฯ 10170 กลุ่มแม่ไก่ที่มีความแตกต่างจากกลุ่มอื่นๆ ก็คือ กลุ่มที่ 6 เพราะสิ่งแวดล้อม กิจการงาน บุคคลที่เกี่ยวข้อง ล้วนอยู่ห่างไกลวัด งานบุญ และสมณะ แต่อย่างไรก็ตาม สภาพแวดล้อมทางกายภาพ ก็อยู่ในเงื่อนไขของระบบแม่ไก่ลูกไก่ คือ ให้เยาวชนอยู่ในความดูแลของคุรุแม่ไก่ และ สภาพแวดล้อมต้องห่างไกลจากแหล่งอบายมุขด้วย การเกิดขึ้นของกลุ่มนี้ เกิดจากการที่แม่ไก่นิวัชมีความปรารถนายินดีที่จะพัฒนาเยาวชน อีกทั้งตัวคุรุก็มีคุณสมบัติของความเป็นแม่ไก่ คือ มีศีล 5 ละอบายมุข ฝึกฝนตน ปฏิบัติธรรมกับชาวอโศกมานานกว่า 30 ปี เป็นผู้รับใช้ของกลุ่มรามบูชาธรรมรุ่นแรก ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของพ่อครูสมณะ โพธิ รัก ษ์ โพธิรักขิ โต และ จากการสัมภาษณ์ท่านอาจารย์หนึ่งสมณะบินบน ถิ รจิตโต ท่านให้ความเห็นว่า “ ...ถ้าเราสามารถพัฒนาบุคลากรที่มีความเข้าใจจริงแล้ว ไปอยู่ที่ไหนเขาสามารถก็ทำได้... ดังเช่น พระบาลีที่ปรากฏใน ปุพพังค สูตร ความว่า ‘ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สิ่งที่เริ่มต้นเป็นนิมิตเบื้องต้นแห่งดวงอาทิตย์เมื่อจะอุทัย คือ แสงเงินแสงทอง ฉันใด ดูก่อน ภิกษุทั้งหลาย สิ่งที่เริ่มต้นเป็นนิมิตเบื้องต้น แห่งกุศลธรรมทั้งหลาย คือ สัมมาทิฏฐิ ฉันนั้น ’… " จากข้อมูลข้างต้น สรุปให้เห็นเป็นแผนภาพที่ 5.3 ได้ดังนี้ โครงสร้างของ กลุ่ม แม่ไก่ลูกไก่ ภาคการศึกษา 2/2555 อาจารย์หนึ่ง ภูผาฟ้าน้ำ สมณะบินบน ถิ รจิตโต กลุ่มที่ 6 คุรุนิวัช ตัน ติวัฒน ไพศาล ลูกไก่ ได้แก่ 1 . มารค์ อัปม ทัง ( มารค์ ) 2. อนุชิต กุลกนก ( เกอร์ ) 3. อนุพงศ์ บัวประดิษฐ์ ( นุ ) 4. อรชุน ไตรอุดม (ชุน) กลุ่มที่ 3 คุรุวิชัย เจียมวิจิตรกุล(น้ำมิตร) ลูกไก่ ได้แก่ 1. มงคล พิ ลาชัย (ยอด) 2. พิรุฬห์ รักธงชัย ( ติ๊ก ) 3. นัฐ กานต์บรรจงทรัพย์( ฮื้อ) 4 . ภูมิผา เพ็ชรพรหม ( มิ๊ก ) 5 . คธา เวชอินทร์ ( นัด ) กลุ่มที่ 1 คุรุแม่ไก่ 1. ใจจริง ชาวหินฟ้า 2. ตั้งใจ วงษ์สมศรี 3. เยาว ภา โคตรบรม ลูกไก่ ได้แก่ 1. เพียงขวัญ ขันธนเดช ( ปอ ) 2. พาขวัญ กิตติธรรมคุณ ( มิ้น ) 3. พิชญา ลุน สำโรง ( ผักกาด ) 4. พรป ภา กระจ่างโพธิ์ ( บูม ) 5. ณัฐณิ ชา กิตติธรรมคุณ ( แพน ) 6. เกร็ดรุ้งฟ้า คำโสกเชือก ( ฟ้า ) 7. เจนจิรา เรือง ฉิม ( โบ ) 8. ชุติ กาญจน์ อินทศรี ( เมย์ ) 9. พนาไพร สุขสงวน ( บิ๋ม ) 10. ปวีณรัตน์ สิทธิธรรม รัชต์ ( ซี ) กลุ่มที่ 2 คุรุสุวภาพ เพชรสุข ลูกไก่ ได้แก่ 1. ดวงดาว คำ หน้อย (ดาว) 2. พบบุญ อโศกตระกูล(นุช) กลุ่มที่ 4 คุรุอรุณ แสนมหามงคล ลูกไก่ ได้แก่ 1. ธีรศักดิ์ อินทร ศรี ( บอย ) กลุ่มที่ 5 คุรุทนสู้ อุปชาใต้ ลูกไก่ ได้แก่ 1. พิเชษฐ์ ฉิม วิเศษ ( แม็ก ) แผนภาพที่ 5.3 โครงสร้างของ กลุ่ม แม่ไก่ลูกไก่ ภาคการศึกษา 2/2555 (ที่มา ผู้วิจัย) สภาพแวดล้อม ถิ่นที่อยู่ พบว่า เยาวชนจะอยู่ร่วมกับคุรุแม่ไก่ ตามแต่คุรุแม่ไก่จะอยู่ที่ใด และ จะทำหน้าที่การงานตามที่แม่ไก่มอบหมาย เห็นได้จากการให้คำสัมภาษณ์ของ คุรุแม่ไก่ เช่น คุรุแม่ไก่ทนสู้ “ การดำเนินชีวิตตามแบบวิถีของ ช . ม . ร . ชม . โดยพ่อไก่ดูแลอย่างใกล้ชิด ” คุรุ เยาว ภา “...กลุ่มแม่ไก่มีการโยกย้ายหรือเคลื่อนตัวบ่อย มีการเปลี่ยนแปลงสูง อยู่กับความไม่แน่นอน ทำให้เด็กๆพร้อมเสมอเมื่อมีเหตุการณ์หรือมีเหตุปัจจัยให้ไป เช่น ไปร่วมงานของหมู่กลุ่มประจำปี การออกรบไปชุมนุม การไปช่วยเหลือสังคม น้ำท่วม เก็บขยะ แจกอาหาร เยี่ยมบ้านนักเรียน ฯลฯ ทำให้ทุกคนได้ฝึกฝนความอดทนจนเกิดความแข็งแกร่ง พร้อมรับได้กับทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ...” คุรุสุวภาพ ว่า “ ...การอยู่ร่วมกันของลูกไก่ อยู่ด้วยกันในพุทธสถานภูผาฟ้าน้ำ ลานนาอโศก ภูผาฟ้าน้ำ พักอาศัยอยู่ร่วมกับคุรุแม่ไก่ กิน อยู่ หลับนอนในบ้านเดียวกัน โดยมีสภาพแวดล้อม เป็นชุมชนเล็กๆ แวดล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่บนพื้นที่ประมาณ 3 ไร่ มีสระบัวล้อมรอบ... ” ซ ึ่ งสอดคล้องกับข้อมูลที่ได้จาก เยาวชนลูกไก่ของคุรุสุวภาพ คือ ดาว กับ นุช บรรยา ยว่า “ เป็นชุมชนเล็กๆ ในพื้นที่ 3 ไร่ มีต้นไม้ใหญ่มีสะบัวล้อมรอบ... ” กล่าวโดยภาพรวม สภาพแวดล้อมถิ่นที่อยู่ของเยาวชน ในความดูแลของภูผาฟ้าน้ำนั้น จะเคลื่อนย้ายไปตามแต่แม่ไก่ที่จะนำพาไป และทุกกลุ่มก็จะใช้วิถีชีวิตตามตารางเวลาชีวิตปกติของชาวอโศก และ เรียนรู้จาก กับกิจกรรมที่แม่ไก่พาทำ จากข้อมูลที่กล่าวมาแล้ว จะพบว่า สภาพปัจจุบันของเยาวชนในความดูแลของภูผาฟ้าน้ำในปัจจุบันขณะทำการวิจัย เป็นนักเรียนที่มาจาก โรงเรียนสัมมาสิกขาต่างๆ ในเครือแหชาวอโศก ทั้งหมด และปัจจุบันแบ่งกลุ่มเป็น 6 กลุ่ม มีถิ่นที่อยู่ตามแต่ที่แม่ไก่จะพาไป เพื่อทำกิจกรรมที่แม่ไก่รับผิดชอบ สภาพ พฤติกรรมของเยาวชน ในปัจจุบันขณะทำการวิจั ย สภาพ พฤติกรรมของเยาวชนในปัจจุบันขณะทำการวิจัย เป็นการศึกษาสภาพของพฤติกรรมประจำวันในการใช้ชีวิตตามปกติของเยาวชนขณะทำการวิจัย จากการศึกษาพบว่า เยาวชนในความดูแลของภูผาฟ้าน้ำ เคยอาศัยอยู่ประจำ เรียนรู้ในระบบการศึกษาของโรงเรียนสัมมาสิกขาอื่นๆของชาวอโศกมา ก่อนที่จะสมัครใจมาอยู่ในความดูแลของภูผาฟ้าน้ำ ทำให้เยาวชนเป้าหมาย ไม่มีพฤติกรรมหยาบที่ร้ายแรง หรือพฤติกรรมอย่างเยาวชนทั่วไป ในปัญหาของการอยู่ ร่วมกัน หรือปัญหาเชิงพฤติกรรมอื่นๆ เพราะมีพื้นฐานการปฏิบัติศีลมาแล้ว โดยมีการกำหนดรู้ว่า ตนเองมีเรื่องอะไรที่ยังทำไม่ได้ดี หรือมักจะละเมิดอยู่บ้าง จากการวิเคราะห์แบ่งได้เป็น พฤติกรรมทั่วไปของเยาวชน พฤติกรรมทั่วไป หมายถึง การแสดงออกในการใช้ชีวิตประจำวัน ในลักษณะทั่วๆไป พบว่า ส่ วนใหญ่แล้ว เยาวชนมีพฤติกรรมที่ดีระดับหนึ่ง แต่ก็ยังมี เด็ก ที่ มีอาการ ต้องการเล่นเกมบ้าง นอนขี้เกียจบ้าง ไม่มีพลังบ้างในตอนต้นของภาคการเรียน หลังจากเข้าสู่กระบวนการ ก็พัฒนาพฤติกรรมขึ้นเห็นได้จาก การข ว นขวายมากขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป และ ทั้งสมณะ คุรุ และตัวเยาวชน เอง ก็ให้ความเห็นในทำนองเดียวกัน ดังนี้ สมณะ โพธิ สิทธิ์ “... จะมีการผิดระเบียบ ผิดกฎของโรงเรียนบ้าง เช่น ที่นี่กำหนดว่า เด็กนักเรียนไม่ควรที่จะใช้เงิน ไม่ให้มีเครื่องโทรศัพท์มือถือ เครื่องเล่นอินเตอร์เน็ต จะเห็นได้ว่าบางคนเขาก็ยังมีโทรศัพท์มือถือ ...เขาได้พัฒนาในเรื่องปริยัติ เรื่องปฏิบัติ และพัฒนามโนกรรม วจีกรรม กายกรรมของเขา เด็กในชั้นเรียนที่สูงขึ้น ก็เห็นได้ชัด น้องกับพี่อยู่กันได้ แต่ก็ยังมีแหย่กันบ้าง เกเรกันบ้าง แต่ไม่ใช่เรื่องหนักหนา ” คุรุใจจริง “ เด็กบางคนไม่สามารถจะทนได้กับความต้องการ เพราะกลับบ้านไปเสพ เน็ต มา แล้วความอยากยังค้าง เอาไม่ออก สภาพที่แสดงออกคือ เขาไม่มีแรงที่จะทำอะไร หมดแรง ซึมกะทือ อยากนอน ไม่อยากทำอะไรเลย อยากพักอย่างเดียว แค่ให้ทำตามระบบไปก่อน ก็ยังไม่ได้ ทำไม่ไหว ” คุรุตั้งใจ “ ขี้เกียจ(น้อง โบว์ ) ติดมาจากบ้าน ไม่ทำอะไร บอกให้ทำอะไร ก็ทำสักแต่ว่าทำให้พ้นๆ กระบวนการเพื่อนช่วยได้มาก เช่นให้ซี (ซึ่งขยันมากขึ้นแล้ว ทุกวันนี้เปลี่ยนหลังจากได้ สัมมาทิฎฐิ ) ช่วยคุย ทำด้วยกัน เขาเห็นเพื่อนทำ เขาก็อดไม่ได้ ทนไม่ได้ที่จะไม่ช่วยทำ คะแนนแม่ฐานก็ช่วยได้ส่วนหนึ่ง ” คุรุสุวภาพ “ ... เรื่องขี้เกียจ ก็ขี้เกียจแบบอ่อนๆ เช่นเมื่อให้ไปหุงข้าว เดินมา ก็บอกว่า หนูไม่อยากหุงข้าว ถามเหตุผล ก็บอกตรงๆ ว่าไม่อยากทำ ขี้เกียจ เขาก็บอกตรงๆ พูดคุยทำความเข้าใจกับเขา ก็ให้เวลา ให้ความเข้าใจ ให้เขาไปทำงานอื่นก่อน แต่คะแนนก็จะต้องถูกหักนะ ก็พูดคุยกติกากับเขา พอสรุปงานก็ย้ำพูดในวงใหญ่อีกที ให้คนอื่นๆรับรู้ร่วมกัน ” ส่วนปัญหาของ การอยู่ร่วมกัน พบว่า เยาวชนส่วนใหญ่ไม่มีปัญหา เช่น ดาว กับ นุช ต่างกล่าวว่า “... ไม่มีปัญหาในการอยู่ร่วมกัน ...” แต่ ก็มีบ้างที่ยัง ต้องปรับตัวและเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกั น และ ก็สามารถปรับตัวเองให้เข้ากับหมู่กลุ่มได้ในที่สุด ดังคำให้สัมภาษณ์ของเยาวชนบางส่วน เช่น ( เมย์ ) “ มีความไม่เข้าใจกันบ้าง ก็มาพูดคุยกันปรับความเข้าใจให้แต่ละคนรู้ว่ารู้สึกอย่างไร อึดอัดตรงไหน อะไรบ้าง ก็บอกกันได้ ” (ฮื้อ) “ มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกันนานๆที ” ( ติ๊ก ) “ ปัญหาขัดแย้งเพราะต่างคนต่างอยู่ ไม่เข้าใจกัน เห็นแก่ตัว รู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่า คนอื่นได้ดีกว่า ” ( บอย ) “ อยู่ร่วมกันก็ขัดแย้งในเรื่องอารมณ์ เพราะไม่เข้าขา ต่างคนต่างมีความคิดของตัวเอง ” (นัด) “ ขัดแย้งในเรื่องที่ไม่พอใจเพราะมีกิเลสของตนเอง ” ( มิ๊ก ) “ ขัดแย้งกันบ้าง บางเรื่องก็โมโหกันนานอยู่ ” (ชุน) “ แต่ละคนก็มีความคิดของตัวเอง ต้องแก้ที่ตัวเอง เพราะสั่งคนอื่นไม่ได้ ” พฤติกรรมตามกรอบศีล 5 เยาวชนมีปัญหาพฤติกรรม ในกรอบของศีล 5 อยู่บ้าง และ แม้จะทำผิดศีล 5 ตามกรอบของชาวอโศก บ้าง ก็เป็นเรื่องที่เล็กน้อย มาก เมื่อเทียบกับเยาวชน ใน สังคมทั่วไปภายนอก เห็นได้จาก การให้สัมภาษณ์ของผู้เกี่ยวข้อง ดังนี้ สมณะ โพธิ สิทธิ ์ “...เมื่อดูจากเรื่องศีล ข้อ 1 อยู่วัดไม่มีปัญหา ควบคุมได้ดีอยู่ จะมีก็เรื่องมังสวิรัติเมื่อปิดเทอมกลับบ้าน ขึ้นอยู่กับที่บ้านว่าทานมังสวิรัติหรือไม่ ถ้าไม่เขาก็จะทำผิดศีลข้อนี้ ข้อ 2 เรื่องขโมยหยาบๆไม่มี จะมีบ้างก็เรื่องขี้เกียจบ้าง การทำงานขยันขันแข็งตามกำลังของเด็ก ปัญหาใหญ่ๆไม่มี ข้อ 3 อยู่ที่นี่จะดีมาก เพราะ มีการแยกหญิงชาย แบ่งเขตชายเขตหญิง ถ้าไม่มีเรื่องราวที่จำเป็นก็ต่างคนต่างอยู่ ไม่มีการมัวสุมกัน และแม้แต่เรื่องจดหมายน้อยที่เคยมีมา ตอนนี้ก็ไม่มี ข้อ 4 ที่อยู่ในสายหูสายตา การพูดการจาก็ไม่พูดคำหยาบ แต่พฤติกรรมเมื่อทำผิดแล้ว ถามว่าพูดไม่ตรงกับความเป็นจริงไหม ก็อาจจะมีบ้าง ถือว่ายังไม่มีปัญหาอะไรใหญ่โต ข้อ 5 จะไม่หยาบๆเหมือนกับข้างนอก เพราะเด็กจะไม่มีเรื่องสิ่งมอมเมา การดื่มเหล้า เรื่องยาเสพติด แม้แต่น้ำอัดลมก็ตาม ก็ไม่เห็นมีปัญหา ” คุรุ เยาว ภา “ ...การพูดเพ้อ เจ้อ นินทา ศีลข้อ 4 จะพบว่าเด็กอยู่ในวัยสนุกสนาน จะพูดคุยกัน จิตฟุ้งซ่าน แต่ก็สามารถแก้ไขปรับให้ลดน้อยลง โดยการให้พบสมณะหรือให้ทำกิจกรรมกลุ่มที่มีพี่เลี้ยงหรือแม่ไก่อยู่ใกล้ชิด แล้วชี้ให้เห็นถึงโทษภัยของพฤติกรรมนั้นๆ เช่น การพูดเพ้อ เจ้อ ไร้สาระก็จะไม่มีความน่าเชื่อถือ ” คุรุ สุวภาพ “ ข้อบกพร่องของเด็กๆ เช่น ศีลข้อ 1 มีการแสดงกริยาเบียดเบียนกันอยู่บ้าง เช่น การถกเถียงของรุ่นน้องที่แสดงต่อพี่ อาจทำให้เกิดการไม่พอใจกัน ศีลข้อ 3 การพูดคุยกับเพศตรงข้ามลืมขออนุญาตคุรุแม่ไก่ที่ดูแล เพราะความเคยชินเห็นว่าเป็นเพื่อนกัน ศีลข้อ 4 การพูดเพ้อ เจ้อ ถกเถียงด้วยอารมณ์ มีบ้าง ศีลข้อ 5 การกินจุบจิบ มีอยู่ เช่น ทำครัว ชิม แล้วอยากกินจึงหยิบกิน / การร้องเพลงไม่ผ่านการตรวจสอบด้วยความเคยชิน.. . ” คุรุ ทนสู้ “ ผิดศีลข้อ 4 ติดเทคโนโลยี ” คุรุสู้จริง “ ... ปัญหาที่เจอ เรื่องติด อิเล็คทรอนิกส์ ” และ ความเห็นของผู้ปกครอง เช่น ผู้ปกครองธงไท “ ลูกสาวจะมีปัญหาศีลข้อ 3 บ้าง ต่างจากเพื่อนรุ่นเดียวกันที่ไม่ค่อยแสดงออกในเรื่องนี้เท่าใดนัก ” (ศีลข้อ 3 ในความหมายของชาวอโศก คือ การถูกเนื้อต้องตัวเพศตรงข้าม ไม่ได้หมายถึงการมีเพศสัมพันธ์แบบที่เข้าใจ และ ใช้กัน โดย ทั่วไป...ผู้วิจัย) สำหรับ ตัวเยาวชนเอง ก็ได้มองตนเองในเรื่องศีลของตน และให้สัมภาษณ์ไว้ ดังนี้ (ปอ) “ โดยส่วนตัวน่าจะเป็นข้อ 4 และพวกเรามักจะผิดข้อ 4 เพราะการพูดไม่เป็นสาระ คิดว่าเป็นรายละเอียดของศีล ถ้าเป็นแถวบ้าน การผิดศีลข้อ 4 จะเป็นการตะโกนด่ากัน รุนแรง คำหยาบจนเป็นปกติ แต่การมีของพวกเราเป็นรายละเอียดไม่หยาบขนาดนั้น ” ( มิ้น ) “ ข้อ 4 บางครั้งก็เพ้อ เจ้อ ... ส่วนมากไม่มี สาระประโยชน์ เท่าไหร่ เราก็ไม่ค่อยได้มีสติในการม้วนหางสรุป... แต่ก็เหมือนพี่ปอพูด ... ข้างนอก ข้อ 4 หมายถึงพูดกันรุนแรง ด่ากัน ” ( โบ ว์ ) “ ข้อ 5 นอนกลางวัน กินจุบจิบเมื่อเข้าครัว ” ( บี๋ม ) “ ข้อ 5 นอนเวลาว่าง เข้าครัวจุบจิบ ” (ซี) “ ข้อ 4 พูดเพ้อ เจ้อ การอยู่ด้วยกันต้องมีสีสันอะไรบ้าง การผิดศีลข้อ 4 เป็นสีสันในการอยู่ด้วยกัน ” ( เมย์ ) “ สมมติทำงานด้วยกัน มีการพูดเพ้อ เจ้อ และเมื่อใส่อารมณ์ลงไปบางครั้งอารมณ์ก็หลุดออกไป ” ( บูม ) “ ข้อ 4 และข้อ 5 จะผิดเสียส่วนใหญ่ มันเป็นปกติของพวกเราไปเลย เพราะเราไม่มีทางออกอื่นเหมือนข้างนอก มีทางออก เช่นการเล่นเกม เล่นเฟส บุค ... แต่เราไม่มี เราทำไม่ได้ ก็พยายามที่อยู่ในศีล เราก็หลุด ออกทางจุบจิบบ้าง ทางวาจาเพ้อ เจ้อบ้าง ” (ผักกาด) “ ข้อ 4 ข้อ 5 พูดเพ้อ เจ้อ กินจุบจิบ ” (ฟ้า) “ ข้อ 4 กับข้อ 5 พูดเพ้อเจอ กินจุบจิบ ไม่มีทางออกเลยกิน ...” ( ดาว ) “ร้องเพลงไร้สาระ จุบจิบ ตบยุง ขาดสติ ทั้งตัวเองและเพื่อน” (ฮื้อ) “ ส่วนมากผิดศีลข้อ 1 ” ( ติ๊ก ) “ ผิดศีลข้อ 5 กินจุบจิบ นอนกลางวัน ตามใจตัวเอง มาช่วงหลังๆเริ่มเบาลง เพราะเริ่มเห็นโทษเห็นภัย เป็นเรื่องไร้สาระ ” ( บอย ) “ ผิดศีลข้อ 5 กินจุบจิบ นอนกลางวัน ข้อ 1 ยังมีอารมณ์ไม่ค่อยดี แต่ก็ดีขึ้น ” (นัด) “ ผิดศีลข้อ 5 กินจุบจิบ นอนกลางวัน รู้ว่าไม่ดี แต่ก็แพ้กิเลส ” ( มิ๊ก ) “ ผิดศีลข้อ 5 นอนกลางวัน ข้อ 4 เพ้อ เจ้อ คำหยาบก็มีบ้างเหมือนกัน ” (ชุน) “ ผิดข้อ 4 แบ่งเป็น 2 อย่าง พูดคำหยาบ โกหก เพราะย่อยเข้ามาอีกก็เป็นกติกา ผิดเพราะแอบมีเครื่องสื่อสารไม่ได้บอกแล้วต่อมาก็ต้องโกหก ” เยาวชนในความดูแลของภูผาฟ้าน้ำ ยังมีพฤติกรรมที่ละเมิดศีล 5 อยู่บ้าง ตามความหมายของชาวอโศกที่แตกต่างกว่า ละเอียดกว่าที่สังคมทั่วไปหมาย เข้าใจ และใช้กัน และเป็นพฤติกรรมที่ แต่ละปัจเจกส่วนใหญ่มี ติด มาแต่เดิม ประพฤติมาตั้งแต่ก่อนมาฝึกฝนปฏิบัติในโรงเรียนสัมมาสิกขา เป็นพฤติกรรมที่ตกค้างเมื่อกลับไปอยู่บ้านระยะเวลาหนึ่งตอนปิดภาคเรียน แต่พฤติกรรมดังกล่าวก็จะเบาบางลง จนหายไปเมื่อเวลาผ่านไปเมื่อเขาได้อยู่ในระบบแม่ไก่ลูกไก่ สภาพ ความคิดของเยาวชน ในปัจจุบันขณะทำการวิจัย เยาวชนมีความคิดหลากหลาย มีบ้างยังไม่เห็นโทษภัยของการผิดศีล แต่ส่วนใหญ่ มีความสังวร ระมัดระวังความคิดที่เกิดขึ้น ไม่ให้เป็นไป ในทางอกุศล และฝึกคิดให้เป็นไปในทิศทางที่มุ่งเสียสละ ลดละเลิก กิเลส ที่ตนเองติดอยู่ โดยมีศีล 5 และ สัมมาทิฏฐิ ที่ได้เรียนรู้ เป็นตัว ขัดเกลาตนเอง การวิเคราะห์ผล แบ่งเป็น ความคิดทั่วไปของเยาวชน ความคิด โดยทั่วไป ของเยาวชน พบว่า เนื่องจากการได้มีพื้นฐานการปฏิบัติศีลของเยาวชนเป้าหมาย ทำให้ความคิดของเยาวชนจะเป็นไปในทิศทางมุ่งที่จะ ลดละเลิก พฤติกรรมที่ไม่ถูก เหมาะ ด้วยความรู้ความเข้าใจในเรื่องของ กรรม ว่า ส่งผลให้ กับ ชีวิตต่อไปในอนาคต และมีความคิดความเข้าใจว่า สิ่งไหนดีสิ่งไหนไม่ดี มี สัมมาทิฏฐิ เบื้องต้นมาบ้างแล้วดังความเห็นของผู้เกี่ยวข้อง ดังนี้ ท่าน สมณะแสนดิน “ เท่าที่ได้สัมผัสเด็กที่เข้ามาเรียนในสัมมาสิกขาซึ่งถูกคัดเลือกมาในระดับหนึ่ง ส่วนใหญ่ยังมีทัศนคติที่ดีต่อศีลธรรม ส่วนใหญ่ยังให้คุณค่าต่อศีลธรรม แต่ส่วนใหญ่จะขาดอินทรีย์พละในการอดทนต่อสิ่งยั่วยุให้เสื่อมต่ำในศีลธรรมไม่ได้ อีกทั้งความเข้าใจหรือ ทิฎฐิ ในเรื่องศีลธรรมยังไม่มากและไม่เข้มแข็งพอที่จะต่อต้านกับกระแสโลกทุนนิยม , บริโภคนิยม , วัตถุนิยม , หรูหรานิยม , เลือดลามกนิยม , วิตถารนิยม , รวมทั้งการสื่อสารที่ไร้พรมแดน ที่มักพาเสื่อมต่ำทางศีลธรรม ” คุรุทนสู้ “... มีความรู้ดี รู้ชั่ว แยกแยะถูกผิดได้ ... ” แต่ยังต่างใน ความเห็นของผู้ปกครอง ธงไท เมื่อพูดถึงลูกของตนเองว่า “ รู้ภาคทฤษฎี แต่ภาคปฏิบัติยังทำไม่ได้เท่าที่ควร ต่างจากเพื่อนรุ่นเดียวกันที่ไม่ค่อยแสดงภูมิ แต่ทำได้ไปเรื่อยๆ ” สำหรับความเห็นของเยาวชน ในเรื่องเดียวกัน เช่น ( มิ้น ) “ เรารู้แล้วละค่ะเมื่อก่อน ก็รู้ว่า ทำอย่างนี้ดี อย่าง งี้ ไม่ดี แต่มันก็จะมีบางครั้งที่หลุดออกไปบ้าง ” ( ติ๊ก ) “ เห็นด้วยกับอโศก คนในสังคมเห็นแก่ตัวสูง อยู่ข้างนอกทรัพย์สินของเราก็เป็นของเรา อยู่ที่นี่ ทรัพย์สินเป็นของส่วนกลางมีน้อยก็ใช้น้อย มีมากก็ต่างคนต่างแบ่งกันไป ... ” ( ฮื้อ) “ คิดเหมือนชาวอโศก คนสมัยนี้แก่งแย่งชิงดีกัน ไม่มีใครยอมกัน ก็เลยเกิดปัญหา ” ( นัด) “ ในสิ่งที่อโศกทำดีต่อชุมชน คนที่ไม่เคยเข้ามาอยู่จะไม่เข้าใจ แล้วแต่คนคิดด้วย วิบากใครวิบากมัน ” ความคิดในเชิงศีลธรรม เยาวชนส่วนใหญ่ จะมีความเข้าใจเรื่องของศีลดี เข้าใจในเรื่อง สัมมาทิฏฐิ และ มีความ คิดเกรงกลัวต่อบาป แต่ก็ มีบ้างที่ยังไม่เห็นโทษภัยอย่างแท้จริง ดังความเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง ดังนี ้ สมณะ โพธิ สิทธิ์ “... อย่างน้อย วันนี้ได้พูดคุยกับเด็กที่อยู่ลานนา ... อย่างน้อย แต่ก่อนเขาไม่รู้เรื่องศีล 5 เดี๋ยวนี้ก็จำปริยัติศีล 5 ได้ชัดเจน และเขาก็นำไปปฏิบัติ แต่ถามว่าปฏิบัติได้สมบูรณ์ไหม เขาก็ยังไม่สมบูรณ์ มีบ้างครั้งที่เผลอ ... ” คุรุสุวภาพ “ คุณค่าและความเข้าใจต่อศีลธรรม เยาวชนมีความเข้าใจค่อนข้างดี เพราะมีนักบวชคอยชี้แนะอยู่เสมอๆ วันละ 3 เวลา แต่การปรับเชิงพฤติกรรม ยังต้องอาศัยเวลา ” คุรุ เยาว ภา “ เด็กที่ดูแลอยู่ บางส่วนยังไม่ค่อยเห็นถึงโทษภัยของการผิดศีลอย่างจริงจัง หรือเห็นว่าการที่ตนเข้ามาเรียนอยู่ในระบบนี้ดีอยู่แล้ว หรือมองไม่ออกว่าตนโชคดีกว่าเด็กส่วนมากที่ไม่ได้มาเรียนเช่นตน เช่น ยังเป็นการฝึกแบบตามๆ กัน ไม่กินเนื้อสัตว์เพราะเป็นกฎระเบียบของโรงเรียน พอปิดเทอมก็กินเนื้อสัตว์ปกติ ยังไม่คิดจะเลิกกินเนื้อสัตว์เพราะสำนึกถึงบาปบุญที่แท้จริง จนอยากเลิกกินเนื้อสัตว์ เป็นต้น ” คุรุนิวัช “ ... นักเรียนมีความเข้าใจต่อศีลธรรม ... ” ผู้ปกครอง ดวงพร “ ... ต่างจากเพื่อนรุ่นเดียวกันตรงที่เพื่อนไม่มีศีล บุตรมีศีล ... ความคิดด้านศีลธรรมของบุตรดูดีขึ้น เคารพผู้ปกครองมากขึ้น ทำตัวสมวัยได้มากขึ้น ” ผู้ปกครอง อุทัย “... คิดว่าเขามีความรู้ความเข้าใจในเรื่องศีล

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน