บทที่ 7.docx

โฟลเดอร์วิทยานิพนธ์
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์108 KB
วันที่แก้ไข18 ตุลาคม 2561

เนื้อหาในไฟล์

บทที่ 7 ผลของการพัฒนาศีลธรรม ตามแนวทางภูผาฟ้าน้ำ ที่มีต่อ พฤติกรรม และความคิดของ เยาวชน จากการศึกษาข้อมูล พบว่า ความต้องการของ ผู้ปกครอง คุรุแม่ไก่ ท่านสมณะ ต่างก็มุ่งหมายความสำเร็จของการพัฒนาศีลธรรมของเยาวชน เช่นเดียวกัน คือ เน้นให้เยาวชนมีศีล 5 ละอบายมุขได้ ซึ่งจะแสดงออกในการพึ่งพาตนเองได้ เป็นอิสระจากสิ่งยั่วยุจากภายนอก ไม่เป็นภาระให้ครอบครัวและสังคม และ ผลที่ปรากฏ จากการ ทำงานภาคสนาม พบว่า การพัฒนาของเยาวชน เปลี่ยนแปลงดีขึ้นทั้งด้านพฤติกรรม และความคิดเชิงศีลธรรม ซึ่งตรงกับที่ ท่านอา จารย์หนึ่ง สมณะบินบน ถิ รจิตโต ได้ กล่าวว่า “ อาตมาก็ว่าพัฒนาขึ้นอย่างเห็นๆ นะ อย่างเขาเคยทำตามใจตัวเองก็มาฝึกไม่ตามใจตัวเอง ต้องมาเชื่อฟังแม่ไก่... ” สอดคล้องกับ ท่านสมณะแสนดิน ที่ ว่า “ เท่าที่ได้เก็บข้อมูลก็เห็นว่านักเรียนทุกคนที่เข้ามาอยู่กับกระบวนการนี้ สามารถเปลี่ยนตัวเองได้ มากหรือน้อยก็แล้วแต่บุคคล แต่ทุกคนเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น เป็นคนที่มีศีล บริบูรณ์มากขั้น ว่าง่ายสอนง่ายเพิ่มขึ้น รับฟังคำตำหนิได้มากขึ้น มีความสุขแบบสงบจากสิ่งยั่วยุมอมเมาทางศีลธร รมเพิ่มข ึ้ น .. .” ในบทนี้ ผู้วิจัยขอนำเสนอ การวิเคราะห์ผลข้อมูล ออก เป็น 4 ส่วน ดังนี้ เหตุแห่งการเปลี่ยนแป ลงพฤติกรรม และ ความคิด ของเยาวชนเป้าหมาย ความสัมพันธ์ระหว่าง พฤติกรรมและ ความคิด เหตุแห่งการเปลี่ยนแ ปลงพฤติกรรม และความคิด ของเยาวช นเป้าหมาย ผลของการพัฒนาศีลธรรม ตามแนวทางภูผาฟ้าน้ำ ที่มีต่อพฤติกรรมของเยาวชน ตัวอย่าง เรื่องราวของพฤติกรรมที่มีการเปลี่ยนแปลง ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ ผลการประเมิน พัฒนาการพฤติกรรมเชิงศีลธรร มของเยาวชน ผล จาก การประเมินพัฒนาการด้านพฤติกรรมของเยาวชน โดยตนเอง ผล จาก การประเมินพัฒน

อ่านต่อ

าการด้านพฤติกรรมของเยาวชน โดยคุรุแม่ไก่ ผลของการพัฒนาศีลธรรม ตามแนวทางภูผาฟ้าน้ำ ที่มีต่อความคิดของเยาวชน ผลลัพธ์ ความยั่งยืน และการติดตัวนำไปใช้ในอนาคต ความยั่งยืนของผลการพัฒนาต่อเยาวชน ในความเห็นของสมณะ และคุรุการศึกษา ความยั่งยืนในความ รู้สึกนึกคิด ของเยาวชน เหตุแห่งการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และ ความคิด ของเยาวชนเป้าหมาย ก่อนที่จะได้นำเสนอการวิเคราะห์ผลเรื่อง ผลของการการพัฒนาศีลธรรมตามแน วทางภูผาฟ้าน้ำ ที่มีต่อพฤติกรรม และความคิดของเยาวชน ดังคำกล่าวนำข้างต้น จากการให้สัมภาษณ์ของผู้เกี่ยวข้องทำให้ผู้วิจัยพบว่า ระหว่างพฤติกรรม และความคิด มีความสัมพันธ์กัน และการเปลี่ยนแปลงไม่แน ่ว่า จะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมหรือ เปลี่ยนความคิดก่อน อีกทั้งเหตุผลของการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรม และความคิดของเยาวชน ก็มีหลากหลาย และน่าฟังอย่างยิ่ง ดังข้อมูลที่จะได้นำเสนอ ดังนี้ ความสัมพันธ์ระหว่าง พฤติกรรมและ ความคิด หลายๆคน อาจยังไม่ทราบว่า ระหว่างพฤติกรรมกับ ความคิด อะไรเกิดก่อนเกิดหลัง และ เพราะ เรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับวิธีการเปลี่ย นแปลงพฤติกรรมของเยาวชน จึงทำให้เป็นข้อมูลที่น่าสนใจ เรื่องนี้ จากการสัมภาษณ์ ท่านสมณะ โพธิ สิทธิ์ ได้ไข ความ ไว้ ดังนี้ “ ต้องมีการกระทบก่อน เช่น เห็นก่อน แล้วปรุงเป็นความคิด การพูด การกระทำ ถ้าปฏิบัติ เราเมื่อเห็นก็จะอ่านจิตของเราว่าเป็นกุศลหรืออกุศล แล้วเราก็พยายามปรับเปลี่ยนมิจฉาให้เป็นสัมมา จนกระทั่งแสดงออกเป็นพฤติกรรม สรุปว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมขึ้นอยู่กับต้นทุนเดิมของเด็ก คือไม่มีเชื้อ ติดโลกมามากเกินไป ความจริงแม้ติดมามากในชาตินี้ ก็ทิ้งได้ถ้ามีบารมีเก่า” และ เมื่อกล่าวถึงความสัมพันธ์ของ การเปลี่ยนแปลง ระหว่าง พฤติกรรมกับ ความคิดว่า อะไรจะเปลี่ยนก่อน กลับพบว่า เยาวชนแต่ละคนมีค วามแตกต่างกัน บางคนมีความเข้าใจ ว่าอะไรดีอะไรไม่ดี แต่อินทรีย์พละอ่อน (ไม่สามารถฝืนใจตนเองได้) บางคนทำไปก่อนคือปฏิบัติตามกรอบได้ แต่ว่ามาเข้าใจทีหลัง บางครั้งพฤติกรรมก็เปลี่ยนก่อน แต่บางครั้งความคิดก็เปลี่ยนก่อน ท่านอาจารย์หนึ่ง ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับ การเปลี่ยนแปลงระหว่างพฤติกรรมและความคิดไว้ จากการให้สัมภาษณ์ว่า “ ...ก็ให้ สัมมาทิฏฐิ บางทีเขาความคิดยังไม่เปลี่ยนแปลงหรอก แต่ว่า … เขาอยู่ในกรอบที่ดี พอทำๆ ไปเขาบอก ‘ โอ๊ ...อย่างนี้ก็สบายนะ ’ ...แล้วเขาเกิดปัญญาทีหลัง แต่บางคนเขามีความคิดที่ดีอยู่แล้ว แต่ว่าอินทรีย์พละเขาไม่เข้มแข็ง ถ้าเขาอยู่คนเดียวนี่ เขาจะไปละเมิดศีล เขาทำตามใจตัวเอง แล้วพออยู่กับแม่ไก่ก็ทำให้เขาปฏิบัติได้ แล้วเขาก็มีความยินดีที่จะปฏิบัติเพราะเขาเข้าใจอยู่แล้ว ” เหตุแห่งการเปลี่ยนแ ปลงพฤติกรรม และความคิด ของเยาวชน เป้าหมาย มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน ในการทำให้เยาวชนเกิดการเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมและความคิด ก็คือ การ เกิด สัมมาทิฏฐิ ของเยาวชน ซึ่งเป็นผล ที่เกิดขึ้น ในขณะอยู่ร่วมกัน ปฏิบัติเช่นเดียวกัน ของสมาชิกกลุ่ม เรื่องนี้ ท่านสมณะหลายรูป ได้ ให้สัมภาษณ์ ไว้ ดังนี้ ท่านอาจารย์หนึ่ง “.. .มนุษย์เราเป็นสัตว์ประเสริฐ เป็นสัตว์ที่มีสติปัญญาที่เกิดมาพร้อมกับความเป็นมนุษย์ การเกิดมาเป็นมนุษย์นี่ไม่ใช่ของง่ายต้องสั่งสมบุญมาพอสมควรเลย ทีเดียว ยิ่งมีอาการครบ 32 ด้วย แล้วก็ได้มาเป็นพุทธศาสนิกชน เป็นชาวพุทธ แล้วก็ได้พบกับผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบอย่างนี้ ก็ถือว่าเป็นผู้มีบุญในระดับหนึ่ง แต่ทีนี้ว่า จะไปได้ขนาดไหน ก็ขึ้นกับว่าบุญบารมีของเขาอีกนั่นแหละ ก็เป็นการให้โอกาส ไม่ดูถูกว่าเขาไม่มีภูมิไม่มีความรู้ความสามรถ ดังที่ว่าเขาทุกคนมีภูมิ ถ้ามี ความ เข้าใจ เขารู้ แต่ตอนนี้เขายังไม่รู้ จากนี้เราก็พัฒนาองค์ประกอบภายในของเราให้มากขึ้น เราจะถ่ายทอดความรู้ของเราให้กับเขาได้อย่างไรเมื่อเขาไม่รู้ เราจะมีวิธีการถ่ายทอดหรือมีศิลปะในการถ่ายทอดความรู้ให้กับเขาได้อย่างไร ความรู้ที่เป็น สัมมาทิฏฐิ ... เขาก็ไปรับกับบทเรียนของชีวิตจากของจริง เราให้ทฤษฎีไป แต่บางคนเขารู้อยู่แล้ว เขาเดินเข้าไปเขารู้อยู่ว่ามันร้อน เขาก็ไม่เข้าไปอีก แต่บางคนมันหนังหนาไง เข้าไปมันไม่เห็นร้อนเลย... เดินเข้าไปเรื่อยๆ ถือว่าเขาดื้อ เขาไม่เชื่อฟัง อยากทำตามใจอยากความอยากของเขา นี่ทำให้เขาไม่สามารถสัมผัสความร้อนของโลกีย์ได้ก็มี ...แม้เรื่องการคิด การเปลี่ยนแปลงวิธีคิดก็เกิดจากการให้ สัมมาทิฏฐิ ที่ นี่ เราจะให้ สัมมาทิฏฐิ ทุกวัน เพราะว่าที่นี่เขาจะมาพบสมณะหรือพบผู้ที่มี สัมมาทิฏฐิ ต้องมาสรุปกันทุกวันๆ แค่วันหนึ่งก็เห็นความเปลี่ยนแปลงแล้ว ด้านวิธีคิดของเขา เปลี่ยนทุกวัน พอพรุ่งนี้เขาก็เปลี่ยนไปอีกวัน เปลี่ยนทุกวันเลยอยู่กับเขาอย่างต่อเนื่อง วิธีคิดเขาจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ยิ่งเดือนหนึ่งยิ่งเห็นชัดเลยว่า เขาก็เปลี่ยนไปเด็กที่เคยกระด้างว่ายากสอนยาก ก็รู้สึกบอกง่ายขึ้นสอนง่ายขึ้น ซึ่งส่วนนี้ ก็จะให้อา(คุรุแม่ไก่)เป็นคนประเมิน เพราะเราจะดูว่าการพัฒนาของเด็กเป็นอย่างไร เขามีความอ่อนโยนขึ้นเชื่อฟังมากขึ้น ” สอดคล้องกับ ท่านสมณะ โพธิ สิทธิ์ ที่ว่า “ เพียงแต่เขาได้มาอยู่ตามข้อตกลง เขาก็กดข่ม และจัดการกับกิเลสได้ขนาดนี้ก็ถือว่าดีแล้ว อุปมา ว่าน้ำตกลงหินทุกวัน หินมันก็ยังกร่อน ...พอสรุปได้ว่า เขาจะเปลี่ยนแปลงได ้ จากตัวอย่างที่เป็นพฤติกรรม ซึ่ง ผู้ใหญ่ที่เข้าใจ ก็จะไม่เอาแต่ใจ เมื่อไม่เอาแต่ใจ เขาก็จะซับทราบไม่เอาแต่ใจ ไม่ทำตามใจตัวเอง เช่นเดียวกัน ...ซึ่ง ตัวที่ทำให้เปลี่ยนแปลง ภาษาธรรมะเรียกว่า องค์ประกอบของ มิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี มีตั้งแต่ มีตั้งแต่สมณะ ผู้ใหญ่ที่มีสัมมาทิฐิ ดูแลและพูดคุย เข้าใจกัน ตกลงกัน ใน ทิศ ทางเดียวกัน และเมื่อเด็กมีปัญหาอะไร ผู้ใหญ่ก็ไม่ใช้อารมณ์ ชี้แจงด้วยเหตุผลว่า จากอันนี้ก็จะนำไปสู่อันนี้ ๆ เราไม่ได้ไปเอาเรื่องเอาราวเขา เราเข้าใจเรื่องของกิเลสมนุษย์ เพราะเด็กยังไม่ได้มีภูมิที่จะไปสู่อริยะชั้นสูง หรือว่า ไม่ได้ตั้งประเด็นว่าจะต้องลดละกิเลสจนหมด เพียงแต่เขาได้มาอยู่ตามข้อตกลง เขาก็กดข่ม และจัดการกับกิเลสได้ขนาดนี้ก็ถือว่าดีแล้ว อุปมา ว่าน้ำตกลงหินทุกวัน หินมันก็ยังกร่อน เมื่อเขาได้มาอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี เห็นแบบอย่างที่ดี เขาก็จะดีในที่สุด มีนิทานหลายเรื่อง นกแขกเต้าตกอยู่ในหมู่โจรก็เป็นโจร ตกในหมู่ฤษีก็จะมีเป็นเหมือนฤษี คนเลี้ยงม้าขาเป๋ เดินพาม้า ม้าก็เดินขาเป๋เหมือนคน เลี้ยง ฯลฯ ผู้ที่มีศีล 5 เป็นครูที่โลกต้องการ การแก้ปัญหาของนักเรียน จะอยู่ที่แบบอย่าง ครูสอนบอกนักเรียนว่าอย่าสูบบุหรี่นะ แต่ครูก็ยังสูบบุหรี่ บอกว่าอย่ากินเหล้านะ แต่ก็ยังกินเหล้า ครูบอกเด็กว่าต้องตรงต่อเวลานะ แต่ครูเองก็มาสายเป็นประจำ ตรงเวลาก็โกงเวลา อันนี้ก็จะกลายเป็นทรัพย์ไป อย่างนี้เป็นต้น พอสรุปได้ว่า เขาจะเปลี่ยนแปลงได้ จากตัวอย่างที่เป็ นพฤติกรรม ที่ผู้ใหญ่ที่เข้าใจ จะไม่เอาแต่ใจ เมื่อไม่เอาแต่ใจ เขาก็จะซับทราบไม่เอาแต่ใจ ไม่ทำตามใจตัวเอง ” เช่นเดียวกับท่าน สมณะแสนดิน ว่า “ คนจะสามารถเปลี่ยน แปลงทิฏฐ ิตน ให้สัมมาขึ้นได้ก็ด้วยการ คบสั ป บุรุษ จนเกิดความศรัทธา ได้เข้าใกล้ได้ เงี่ย โสตสดับฟังธรรมจากท่าน ได้ซึมซับ ซับ ทร าบจริย วัตรและจรณะของท่าน จนสามารถน้อมนำมาปฏิบัติในตนให้เกิดมรรคผล จึงจะเปลี่ยนตัวเองได้ ” เรื่องเดียวกันนี้ คุรุนิวัช ได้ให้ความเห็นไว้ ดังนี ้ “ เมื่อมี สัมมาทิฎฐิ เข้า ใจ ในสิ่งที่ผู้ใหญ่สอน(ประมาณอย่างเหมาะสม) จึงมีการ เปลี่ยนพัฒนาดีขึ้น มีความกล้ารับผิดชอบ ยินดี ที่จะพัฒนาตน มีสำนึกดี มีการอดทน ยอม และเรียนรู้ ในการดำเนินชีวิต ในขอบเขตของศีลจนสามารถพัฒนาตนให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ” กับ เยาวชน เอง ส่วนหนึ่ง ได้ตอบคำถาม ที่ ว ่า ทำไมถึงเปลี่ยนพฤติกรรมและ ความ คิด ไว้ ดังนี้ (ปอ) “ หนูว่าเป็นเพราะตัวหนูเองมากกว่าคะ เขาไม่ได้ทำโทษอะไร แต่เหมือนหนูรู้สึกว่าอยู่กับหมู่กลุ่มไม่ค่อยได้ ถ้าหนูไม่เชื่อฟัง เหมือนอาสั่งให้ไปกวาดใบไม้ แต่หนูไม่อยากกวาดใบไม้ หนูเลยต้องไปขัดห้องน้ำ คนอื่นเขาไปกวาดใบไม้ แต่หนูต้องอยู่คนเดียวขัดห้องน้ำ ทำให้รู้สึกว่าว้าเหว่ โลกนี้เหมือนมีแต่หนู ทำให้หนูต้องฝึกไปตามเพื่อน ปรับเข้าในหมู่กลุ่ม ” ( บูม ) “ เพราะเชื่อกรรมมากขึ้น เชื่อมั่นในตัวเอง เชื่อมั่นในสิ่งที่เรากำหนด ทุกอย่างคือเรากำหนดอนาคต กำหนดปัจจุบัน เพราะว่าที่ตรงนี้สอนให้เราเชื่อในกรรม กรรมที ่ เราลิขิตมันขึ้นมา จะกรรมดีกรรมชั่วกรรมอะไรก็แล้วแต่ มันเป็นของเรา เป็นสิ่งที่เราสร้าง เราสั่งสมมันขึ้นมา เปลี่ยนตรงนี้ เปลี่ยนที่ทำให้เราพยายามทำให้ดีขึ้นกว่าแต่ก่อน ทำให้เราได้สะสมบุญที่ดีขึ้น เก็บสะสมบารมี ” (ชุน) “ อยู่ที่ตัวเรา อยากพัฒนาที่สูงขึ้นกว่าเดิม ถ้าไม่อยากพัฒนาก็ทำเหมือนเดิม เมื่อใจต้องการ ยอมฝึก ก็จะทำเต็มที่อยู่แล้ว เมื่อใจไม่เอาก็จะไม่เอา เมื่อใจยอมก็จะทำได้ ” ( ติ๊ก ) “... สิ่งแวดล้อมใกล้ๆตัวเรา เช่น คุรุ ท่านสมณะ ที่นี่แทบจะไม่มีสิ่งมอมเมาให้เราเห็น เช่นร้านเกม บุหรี่ เหล้า อบายมุขต่างๆ แม้แต่ทีวี ช่องละครหนังทีวี ก็ไม่มีให้ดู มีแต่ให้ดูทีวีธรรมะ ทำให้ซึมซับเข้าไปมากกว่า แม้จะไม่ค่อยตั้งใจฟัง แต่เราจะรู้สึกว่าถ้าอยู่ที่นี่แล้วไม่เอาแล้วเราจะเอาอะไรจากที่นี่ อีกอย่างถ้าเราไม่ดูแต่คนอื่น ดู กันหมด เราก็ต้องดูตามเพื่อน เมื่อดูเราก็ ฟัง ก็จะ เข้าใจว่า พ่อท่านบอก แม้คุรุ สอน ก็เป็นสิ่งที่ถูกต้องไม่ได้พาให้เราตกต่ำ ส่วนใหญ่ การเปลี่ยนแปลงได้ก็เพราะใจของเรา เพราะถ้าใจไม่พร้อมแม้ใครจะยื่นอะไรให้เราก็ไม่สามารถจะรับไว้ได้ ” ( บอย ) “ เกิดจากมีสมณะบอกคอยสอนทำให้เราเปลี่ยนแปลง และจากตัวของเราที่คิดจะเปลี่ยนแปล ง ตัวเองอยู่แล้ว ” (นัด) “ ใจอย่างเดี ยวไม่พอที่จะเปลี่ยนแปลง นอกจากใจ แล้วต้องลึกถึงจิตใต้สำนึก ถ้าไม่มีจิตที่ดี ใจจะไม่สู้ การปฏิบัติที่ดีก็จะไม่เกิดขึ้น ถ้าเราไม่รักดี ” ( มิ๊ก ) “ เป็นที่ความคิดกับการขวนขวายมากกว่า ถ้าในเรื่องสถานที่ และงาน เป็นตัวรองทำให้เราฝึกขึ้นมาได้ สำคัญที่สุด ขึ้นอยู่กับการขวนขวายด้วย ” จาก ข้อมูล ข้างต้นจะ พบว่า การเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมและความคิดของเยาวชน มีความเห็นที่หลากหลาย แต่ล้วนเกิดจากการมี สัมมาทิฏฐิ เกิดขึ้นทั้งสิ้น เยาวชนเองหลายคน เข้าใจว่า เขาเป็นคนตัดสินใจเปลี่ยนแปลงเอง ซึ่งก็ถูกต้องในแง่ที่ว่า สัมมาทิฏฐิ ที่เป็นของผู้ปฏิบัติเอง คนอ ื่นจะเอาให้ไม่ได้ การ ที่คุรุแม่ไก่และสมณะ ให้แง่คิด คว ามเห็น ในเรื่องต่างๆ ก็โดยฐานะที่สร้างเหตุปัจจัย ทำ ให้เยาวชนเกิด สัมมาทิฏฐ ิ ขึ้นมาเท่านั้น และ วิธีการ ก็คือ การแสดง สัมมาทิฏฐิ ในเรื่องแต่ละเรื่อง โดยตรง ส่วนเยาวชนจะนำไปพิจารณา จะปรับเปลี่ยนความคิด พฤติกรรมหรือไม่ ก็เป็นเรื่องของตัวเยาวชนเอง ผลของการพัฒนาศีลธรรม ตามแนวทางภูผาฟ้าน้ำ ที่มีต่อพฤติกรรมของเยาวชน พฤติกรรม หมายถึง การพูด การกระทำ และการแสดงออก ภายนอก เฉพาะตัวของบุคคล รวมทั้งการตอบสนองต่อเหตุการณ์ เรื่องราว และบุคคล ที่พบในแต่ละเหตุการณ์ ซึ่งโดยทั่วไป จะเป็นไปโดยไม่รู้ตัว อันเนื่องมาจากความเคยชิน ที่กระทำสั่งสมจนเป็นนิสัยของบุคคล และการพัฒนาศีลธรรมก็มีเป้าหมายเพื่อ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะควร ให้กลายเป็นพฤติกรรมที่เหมาะควร สั่งสมจนกลายเ ป็นนิสัยใหม่ที่ตั้งมั่น หรือที่ เรียกว่า สัมมาสมาธิ จากการสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องและการประเมินการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเยาวชน โดยคุรุแม่ไก่ และตัวเยาวชนเอง จะพบว่า พฤติกรรมของเยาวชนมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นทุกตัวอย่าง ผู้วิจัยขอนำเสนอการวิเคราะห์ผลในเรื่องนี้ เป็น 2 หัวข้อย่อย ดังนี้ กรณีศึกษา เรื่องราวของ พฤติกรรมที่ มีการเปลี่ยนแปลง ข้อมูลจากการ สัมภาษณ์ ผู้วิจัยได้ สัมภาษณ์ ผู้เกี่ยวข้อง ในเรื่องเกี่ยวกับ การเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรม ของเยาวชน ที่เป็นรูปธรรม พบว่า เยาวชนเป้าหมายมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้จริง เห็นได้จากการให้สัมภาษณ์ของทั้งท่านสมณะ คุรุแม่ไก่ ผู้ปกครอง และตัวเยาวชน หลายรูป/คน ดังต่อไปนี้ ท่านสมณะการศึกษา สมณะ โพธิ สิทธิ์ และ สมณะแสนดิน เล่าเกี่ยวกับการเปลี่ย นแปลงพฤติกรรมของเยาวชนลูกไก่ไว้ ดังนี้ ท่านสมณะ โพธิ สิทธิ์ เล่าว่า “... เอาตัวเองเป็นตัวเครื่องชี้วัด ถ้าเป็นเรื่องการเปลี่ยนแปลง ถ้าวัดจากตัวอาตมารู้สึกได้ว่า อย่างน้อย รู้สึกเบากว่าแต่ก่อน บอกเขาได้ รู้สึกเป็นลูกเป็นหลาน บอกง่ายว่าง่ายมากขึ้น เป็นตัวชี้วัด อย่างน้อย แม้แต่กับหนังสือสารอโศก ดอกบัวน้อย ดอกหญ้า แต่ก่อนบอกให้เขาอ่านก็ยังยาก แต่เดี๋ยวนี้พอบอกเขาก็จะอ่านทันทีเขาเปลี่ยนจิตได้ง่ายขึ้น ชัดเจนว่าผิดศีลที่หนักๆก็ไม่มี ถ้าไม่มีผิดศีลหนักก็เป็นเครื่องวัดที่ชัดเจน พอขอให้เขาช่วย ไม่มี ใครช่วย เขาก็ไปทำให้ มีความรับผิดชอบที่ดี นี่ก็คือการงาน ส่วนเรื่องวิชาการ ตั้งเป้าไว้ชัดเจน ปีนี้ เทอมนี้จะสอนหมวดธรรมหมวดนี้ ซึ่งเป็นหมวดธรรมที่ใหญ่พอสมควร เขาก็ยินดีที่จะเรียน ...” ท่านสมณะแสนดิน เล่าว่า “... มีกรณีศึกษาที่เห็นได้ชัดเจนว่ากระบวนการนี้ได้จะสามารถสร้างจิตสำนึกที่ดีให้แก่นักเรียนได้ ยกตัวอย่างมีเด็กนักเรียนหญิงรายหนึ่งย้ายมาจากพุทธสถานอื่น มาเข้าเรียนชั้ นม. 2 ที่สัมมาสิกขาภูผาฟ้าน้ำ และมีพฤติกรรมบกพร่องเรื่องศีลข ้อ 2 มาก่อน พอมาอยู่ที่ห้องเรียน 3 สส.ภ. (สัมมาสิกขาภูผาฟ้าน้ำ) ไม่นานก็มีข่าวว่าของหลายอย่างของคุรุหายไป ไม่นานเลยคุรุก็รู้ว่าเด็กคนนี้เป็นคนขโมยไป เพราะคุรุจับได้และมีพยานเห็นว่าเด็กหญิงคนนี้ขโมย แต่เนื่องจากเป็นความผิดไม่มาก จึงให้สารภาพ คืนของ และทำความดีชดเชย ซึ่งอยู่ต่อ มาอีกไม่นานก็มีเรื่องผิดศีลข้อ 2 อีก คราวนี้ก็สามารถจับได้อีกว่าเป็นเด็กหญิงคนนี้ขโมยอีก คราวนี้ก็ให้สารภาพ คืนของ และทำความดีชดเชยอีก ผ่านไปอีกไม่นานนักตอนปิดเทอม เด็กคนนี้ก็กล้ามาสารภาพกับสมณะว่าตนเองได้ทำผิด ไปขโมยของคนอื่นอีก โดยไม่ต้องมีใครไปจับผิดเขาเลย ซึ่งสมณะก็ให้ทำความดีชดเชยเช่นกัน แต่ครั้งสุดท้ายนี้เขามาสารภาพเองเลย หลังจากนั้นก็ไม่มีข่าวว่าเด็กคนนี้ไปขโมยของอีกเลย ตัวอย่างดังกล่าว เป็นเครื่องยืนยันว่า กระบวนการเรียนรู้แบบซึมซับ ให้ สัมมาทิฏฐิ ตามอินทรีย์พละของเด็กแต่ละคน ถ้าทำอย่างต่อเนื่องไม่นานเลยก็สามารถเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมทางศีลธรรมของเด็กนักเรียนได้ จากคนไม่มีศีลหรือบกพร่องศีล มาเป็นคนที่มีศีลได้ เด็กบางคนใช้เวลาไม่นานก็สามารถเปลี่ยนได้ บางคนก็ต้องใช้เวลานานมากกว่าจะเปลี่ยนแปลง รวมทั้งเด็กบางคนทั้งชีวิตอาจไม่สามารถเป ลี่ยนแปลงได้ เขาอาจออกไปก่อนจบม . 6 ด้วยเหตุใดๆก็ตาม แต่เขาจะไม่ซึมซับความรู้สึกถือสา โกรธ โมโห จากที่นี่ แต่เขาจะรู้สึกว่าตนเองไม่ดีพอจะอยู่ที่นี่ หรือจะกลับมาที่นี่อีกเมื่อมีโอกาส ” เช่นเดียวกัน คุรุแม่ไก่หลายท่านได้พูดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของลูกไก่ในความดูแล ดังนี้ คุรุสุวภาพ เล่า ว่า “ วิธีสัมมาอริยมรรคส่งผลต่อพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลง เช่น การทำสัมมาอาชีวะ ทำเต้าหู้ส่งชุมชนบ้านพืชผัก และชุมชนภูผาฟ้าน้ำ สัปดาห์ละ 10 + 10 กิโลกรัม พูดคุยให้เขาเข้าใจว่า การที่เราทำเป็น ทำได้ ทำกินเอง และมีมากพอทั้งแรงกายและแรงใจ พอที่จะทำส่งให้พี่ๆ น้องๆ นั่นเป็นความสำเร็จของการศึกษาพึ่งตนเองได้ ด้านพฤติกรรมที่เห็น เขาทำได้ต่อเนื่อง ไม่บ่น ไม่ท้อ แม้จะเหนื่อย เพราะทำแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง จึงจะออกมาเป็นเต้าหู้ก้อน เห็นความนิ่งและความต่อเนื่อง ไม่เรียกร้อง ไม่ร้องขอสิ่งแลกเปลี่ยน เสียสละมาทำตั้งแต่เช้า ก่อนเวลาเข้างาน ...ผลสำเร็จที่เห็นสูงสุดของเด็กอโศก ก็คือ เปลี่ยนจาก มิจฉาทิ ฏ ฐิ เป็น สัมมาทิ ฏ ฐิ คืออยู่วัดได้ เขาก็จะมีตัวอย่างว่า มีศิษย์เก่า ที่สามารถอยู่วัดได้ ช่วยงานวัด เสียสละ ช่วยการงานทุกอย่าง แต่ในส่วนย่อยๆที่อยู่กับเด็กๆ ที่เห็นเป็นรูปธรรมชัด เช่น เด็กม. 1 - ม. 6 อยู่คละกัน เด็กโตเขาฝึกมาก่อน เด็กใหม่เขายังไม่ได้ฝึก เด็กโตเขาจะรู้ อย่างเช่น วันนี้อาหารไม่พอทาน เพราะสมาชิกมาใหม่เพิ่มขึ้น ตาบุญนำ มาแล้วอาหารหมด พี่ดาว ม. 6 รู้ได้เร็วขึ้น นี่คือจุดที่เขาพัฒนา เห็นว่าสิ่งใดต้องรีบทำก่อน เขาก็จะมาปรึกษา เราก็จะให้เขาทำ และแนะนำว่าเดี๋ยวไปส่งให้ตาที่บ้านพัก เพราะตาต้องทำงาน เกษตร ทำอะไรต่อ แม้จะเป็นเรื่อง ดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่เรื่องโต แต่เรื่องค่าของจิตวิญญาณ เราก็มีความประทับใจ เมื่อเขาเริ่มรู้จักที่จะให้ คิดที่จะให้ ให้ที่ไม่ใช่การให้เพื่อเอาเข ้ าตัวเอง ให้คนอื่นบ้างจากที่เขาได้รับมาเยอะแล้ว เขาเริ่มเข้าใจว่า เมื่อเราอยู่ในสังคมที่มีการเสียสละ เขาก็เริ่มจะเรียนรู้ที่จะให้ ทำอะไรอย่างอื่น หรือเหตุการณ์อย่างอื่นก็เหมือนกัน ช่วยกันเสียสละเรื่องงาน เป็นพี่ เหมือนคุรุต้องเสียสละมากที่สุด รุ่นพี่ก็รองลงมา ควรจะให้มากขึ้น ต้องให้ความเข้าใจน้อง บางทีน้องก็ดื้อ ไม่เบื่อน้อง ข้อสำคัญเรื่องของศีล ข้อ 1 ความเมตตามากขึ้น ศีลข้อ 2 จะให้มากขึ้น ข้อ 3 ถ้าอยู่ใกล้ชิดกับเรา เราก็จะเห็นจุดพัฒนาได้เลยว่าไม่มีปัญหา ศีลข้อ 4 ปรับพูดในสิ่งที่ถูกที่ตรง แต่ก่อนจะพากันร้องเพลงหรือพาน้องพูดคุยเพ้อ เจ้อ ก็จะเปลี่ยนเป็นบอกว่า น้องเริ่มพูดเพ้อเจอแล้ว เริ่มไม่เข้าท่า ก็มีการเตือนกัน ศีลข้อ 5 ที่เห็นที่ชัด เขาก็จะมีขยันหมั่นเพียร ต่างกับเด็กที่มาใหม่มาฝึก ซึ่งที่เขาจะทำตามกฎระเบียบเพื่อเอาคะแนน แต่พี่เขาจะทำด้วยจิตสำนึก ทำด้วยความเข้าใจ ว่าอีกหน่อยเขาต้องทำอยู่ทำกิน เหมือนกันทำน้ำผลไม้ ทำน้ำสมุนไพร โดยที่เราไม่ต้องพึ ่ งรัฐ เราก็สามารถอยู่รอดได้ ที่สำคัญ เด็กเขารู้ในเรื่องของการให้ และการทำกิน ทำเป็นในเรื่องของการงาน จนเลี้ยงตนเองได้ ดูแลน้องๆได้ เลี้ยงดูชุมชนได้ จนที่สุดเขาก็จะกลับไปดูแลบ้าน ช่วยเหลือพ่อแม่ได้ เลี้ยงดูพ่อแม่ได้ จุดสำคัญ เริ่มที ่กรอบภายในก่อน ถ้ากรอบใหญ่ต่อไปเขาก็จะช่วยเหลือสังคมข้างนอก เรื่องของประเทศ ถ้าระบบของเราให้ความมั่นคง ให้ความชัดเจนกับเด็ก ต่อไปเขาจะรับผิดชอบชุมชนเป็นหลัก เขาจะช่วยเราสร้างชุมชน ก็จะรับผิดชอบประเทศ เขาจะช่วยเราสร้างโดยที่เราเองก็ไม่รู้ ไม่ทราบว่าเมื่อไร แต่ตรงส่วนนี้มันเป็นการสร้าง สัมมาทิฏฐิ ที่เราปลูกฝังให้เขา และเขาก็ได้รับ ที่มันจะปรากฏผลในอนาคต ” คุรุ เยาว ภา เล่าว่า “ พฤติกรรมที่เห็นเปลี่ยนแปลงได้ คือ การปรับตัวเป็นผู้เลี้ยงง่าย มีวรรณะ 9 อยู่ง่าย กินง่าย ไม่เรียกร้อง ไม่สะบัดใส่ผู้ใหญ่เมื่อถูกขัดเกลาหรือไม่ได้ อย่างที่ต้องการ เช่น ต้องย้าย หรือเดินทางบ่อย อยู่ไม่เป็นหลักแหล่ง หรือการไม่รู้กำหนดล่วงหน้า ถามอะไรก็ไม่มีคำตอบ เช่น จะไปวันที่เท่าไหร่ ‘ ไม่รู้ ’ ให้นักเรียนเตรียมพร้อมอยู่เสมอ ไม่ยึดติดที่อยู่สะดวกสบาย การพึ่งตนเอง ไม่เป็นภาระผู้อื่น เตรียมเครื่องนอน ภาชนะส่วนตัว อาหารการกิน กินตามสภาพ ไม่มี การขอร้อง ไม่มีนั่น โน่น นี่ ... ” คุรุสู้จริง เล่าว่า “... อย่างศีลข้อ2 เขาเก็บโทรศัพท์ได้ เขาก็จะมาให้คุรุ เพื่อจะคืนเจ้าของ เขาไม่เก็บไว้เข้ากระเป๋าตัวเอง เขาจะคิดถึงคนอื่นมากขึ้น อีกคนอื่นก็จากที่เคยแกล้งสัตว์ แกล้งเพื่อน เขาจะไม่แกล้งสัตว์ เลิกแกล้งเพื่อน ที่เห็นได้ชัด ” คุรุทนสู้ เล่าว่า “ เด็กมีความสุขขึ้น ว่าง่ายขึ้น เช่น รับผิดชอบงานได้มากขึ้น อดทน สงบ สุภาพ มากขึ้น ” คุรุนิวัช เล่าว่า “ การมีศีล 5 ที่มั่นคงขึ้นในชีวิตประจำวัน ทั้งต่อหน้าและลับหลัง มีจิตสำนึกกล้ารับผิดในสิ่งที่ตนทำ แล้วมีการทำผิดซ้ำลดลง ” สำหรับตัวแทนผู้ปกครอง ทั้ง 3 คน ก็พูดถึงลูกของตนเอง ไว้ดังนี้ ผู้ปกครอง ดวงพร พูดถึงลูกชายว่า “ แตกต่างกันมากคือ แต่ก่อนจะมีความโกรธแรง เอาแต่ใจตัว เคร่งเครียด กดดัน ปัจจุบันมีความโกรธน้อยลง เสียสละมากขึ้น ไม่เคร่งเครียดผ่อนคลายได้มากขึ้น สนุกสนานมากขึ้น ไม่กดดันเหมือนเดิม รับฟังเหตุผลมากขึ้น ... แต่ก่อนจะเป็นคนขี้อาย ไม่กล้าพูด ไม่กล้าแสดงออกตามวัย ปัจจุบันแสดงออกตามวัยได้ดีขึ้น ตัวอย่างคือบุตรจะผลักไสแม่ไม่ชอบให้แม่อยู่ใกล้ ปัจจุบันให้แม่อยู่ใกล้ได้ดีขึ้น ” ผู้ปกครอง อุทัย พูดถึงลูกสาวทั้งสองคนว่า “ พฤติกรรมแตกต่างกับก่อนเข้ามา คนเรียน ม.5 ไม่ทานเนื้อสัตว์จากเดิมที่ทานเนื้อสัตว์มากกว่าผัก แต่เดี๋ยวนี้แม้ไปร่วมงานเลี้ยงหรือไปเที่ยวกับครอบครัว ญาติพี่น้อง มีอาหารเนื้อสัตว์ให้เลือกกินมาก แต่ก็เลือกที่จะกินอาหารที่ไม่มีเนื้อสัตว์ ส่วนคนที่เรียน ม.3 ก็จะทานเนื้อสัตว์น้อยลงจากเดิม ทำกับข้าวไม่ค่อยเป็น ทั้งสองคนก็ทำอาหารมังสวิรัติทานเวลาต้องกลับมาอยู่บ้านช่วงปิดเทอม ” ผู้ปกครอง ธงไท พูดถึงลูกสาวของตนว่า “ เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เช่น มีความรับผิดชอบมากขึ้น ” และ สอดคล้องกับ ตัวเยาวชน เอง ที่ยืนยันถึงการพัฒนาการของพฤติกรรม ในชีวิตประจำวัน และการ ปฏิบัติ ศีลได้ดียิ่งขึ้น เช่นดังคำให้สัมภาษณ์ ต่อไป นี้ (ดาว) “ สังวรในศีลเช่น ร้องเพลงไร้สาระ จุบจิบ ตบยุง ขาดสติ ทั้งตัวเองและเพื่อนเพิ่มขึ้น ” (นุช) “... ลดลงแต่ก็ยังผิดศีลอยู่ เช่น ร้องเพลงไร้สาระ กินอาหารนอกมื้อ ตบยุง ” (ปอ) “ ...ส่วนในเรื่องพฤติกรรม รู้สึกว่ามีความอ่อนน้อมขึ้น อย่างเรื่องการทักทาย โดยปกติ มันไม่ใช่ว่าเดี่ยวเขาจะซื้อขนมมาให้ เดี่ยวเขาจะเอ็นดู แต่เป็นความรู้สึกว่า จริงๆแล้ว ผู้ใหญ่เป็นบุคคลที่เราควรเคารพ” ( มิ้น ) “ ... การเปลี่ยนแปลงตัวหนูแต่ก่อนทำอะไรไม่ค่อยเป็น ตั้งแต่การทำอาหาร การกวาดบ้าน ถูบ้าน ทำเป็นแต่ไม่ใช่หลักการของมันจริงๆค่ะ ได้ฝึกทั้งความประพฤติของตัวเอง และฝึกในสิ่งที่ตัวเองไม่เคยทำค่ะ ... แต่ก่อนถูกเลี้ยงแบบไม่ต้องทำอะไรเลยมีพี่เลี้ยงทำให้หมดทุกอย่าง มีหน้าที่ไปเรียน ทำการบ้าน นอน ชีวิตก็ผ่านไปแต่ละวันเรื่อยๆค่ะ แต่พอเรามาอยู่นี้ ทำให้เราประสบการณ์ในการทำงานมากขึ้น จากที่จับจอบไม่เป็น ทำโน่นทำนี่ไม่เป็น ทำอาหารไม่เป็น ทำให้เราเป็นมากขึ้น ทำให้เราผู้เป็นคนมากขึ้นค่ะพูดง่ายๆ ” ( บิ๋ม ) “ มีความเปลี่ยนแปลง ในเรื่องความอดทน และการทำงาน อยู่ข้างนอก หนูไม่ค่อยละเอียด กวาดบ้านถูบ้านตรงซอกมุมนี้ ซอกมุมนั้น หนูไม่ค่อยสะอาด พอมาอยู่ที่นี่ ต้องฝึกความละเอียดในตัวเรา แล้วก็ทำให้เราใจเย็น แล้วก็ ความอดทนในการทำงาน เช่นเหนื่อยก็ฝืน ทำแค่นี้มันไม่ตายหรอก และความอดทน ทนต่อผัสสะค่ะ อยู่ในสัมมาสิกขาไม่ถึง๒ปี เจออะไรมากมายแล้ว ก็ต้องใช้ความอดทนค่ะ ” ( โบว์ ) “.. ก็ลดลงมาเรื่องจุบจิบ ” (ซี) “... การเปลี่ยนแปลงตัวหนูแต่ก่อนทำอะไรไม่ค่อยเป็นตั้งแต่การทำอาหาร การกวาดบ้าน ถูบ้าน ทำเป็นแต่ไม่ใช่หลักการของมันจริงๆค่ะ ได้ฝึกทั้งความประพฤติของตัวเอง และฝึกในสิ่งท

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน