250915-585 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-อ031.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2525 อภิณหปัจจเวกขณ์ (86 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์19 KB
วันที่แก้ไข11 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันพุธที่ 15 กันยายนพุทธศักราช 2525 พ่อท่านพาปฏิเวชขวัญชัยที่พุทธสถานปฐมอโศกเปิดหลักการปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนานั้นเรารู้กันดีว่าเราจะต้องมีสติเป็นสติปัฏฐานและเราก็จะต้องเรียนรู้โดยหลักว่ารู้ความประชุมองค์ประชุมต่างๆที่เรียกว่ากายและก็ยังรู้ซ้อนลงไปถึงเวทนาซึ่งเป็นตัวจิตเป็นตัวละเอียดจนกระทั่งถึงสภาพแรกของการรับรถ การรู้เวทนาตั้งแต่จะแปรเวทนาเป็นสุขแปลเป็นทุกข์ซึ่งเป็นแนวโน้มของการรับรสรับรู้หรือแม้ไม่สุขไม่ทุกข์เป็นการรับรถรับรู้เราเข้าใจกันมาแล้วว่าอุเบกขาเวทนาหรือไม่ทุกข์ไม่สุขเป็นรถรางที่เราจะพึงกระทำให้เกิดให้เป็นในตนเพราะฉะนั้นองค์ประชุมต่างๆเราจะรู้เท่าทันกายต่างๆจะเรียกว่าสังขารกายเมื่อมันสงบระงับเรียบร้อยกายสังขารอันสงบระงับนั้นเป็นที่พักพิงดังที่เราได้รู้ในรายละเอียดของ สูตรต่างๆที่เราได้ศึกษามาแล้วเพราะเมื่อเรารู้จักกายสังขารและทำให้มันสงบระงับเป็นไปเพียงราบรื่นพอดีเราก็ถือว่านั่นคือความสมบูรณ์หรือความพอดีความเหมาะแล้วจิตของเราได้อยู่ในฐานของอุเบกขาหรือสุขเวทนาอสุขมุทุกขเวทนาก็เป็นฐานอาศัยอันพอดีแล้วร่วมกันไปถึงจิตเดี๋ยวเราก็จะรู้รายละเอียดของจิตที่เป็นกิเลสในนัยยะต่างๆอย่างละเอียดสุขุมวิทซับซ้อนลงไปในความสงบระงับพร้อมกันนั้นในจิตมันก็มีเวทนาเป็นเจตสิกเช่นเดียวกันเพราะฉะนั้นถ้าเราศึกษากายเวทนา กรงหมาที่อุเบกขาเวทนานั่นเองแม้ในจิตเพลินจิตต่างๆก็เหมือนการประชุมคือกายแต่เป็นกายในการประชุมกายในกายก็คือจิตสุดท้ายเศรษฐกิจที่มันเป็นอารมณ์ของจิตก็อุเบกขาเวทนานั้นเองคนเราจะทรงไว้ซึ่งอารมณ์อย่างไรเรียกว่าธรรมารมณ์หรือธรรมะเราจะทรงไว้ซึ่งอารมณ์อย่างไรพระพุทธเจ้าท่านก็ตรัสสอนให้เรารู้ว่าเป็นอารมณ์อันทรงไว้เป็นที่พักเพียงเท่านั้นไม่ใช่ตัวไม่ใช่ต้นไม่ใช่ของเราเราจะเจียนจิตของเราไ

อ่านต่อ

ปจนกระทั่งละเอียดละออถึงขั้นเป็นเทพยดากันสูงสุดเป็นพรหมเป็นผู้ เป็นผู้ประทานเป็นผู้ให้อยู่แก่โลกจิตนั้นสะอาดบริสุทธิ์ซื่อสัตย์เป็นจิตบริสุทธิ์สูงสุดปานใดก็เป็นเพียงฐานอาศัยไม่ใช่ตัวตนบุคคลเราเขาที่เราจะต้องรู้อารมณ์ที่เป็นกิเลสก็ต้องประหารออกเป็นสมาทาน 4 เรายังทำไม่ได้ก็ต้องมีอิทธิบาทที่จะต้องพักพิงก็ทำให้จริงเมื่อเรารู้ว่าเราเองเราทำได้ก็ต้องรู้อย่าผิดพลาดรู้ว่าทำไม่ได้ก็ต้องทำให้มันละเอียดละออให้มันได้ไปจนกระทั่งถึงที่สุดอินทรีย์โดยจะกล้าขึ้นภาระเราจะกล้าขึ้นโทษธงเราจะเต็มบริบูรณ์ขึ้นมักองค์ 8 เราจะเต็มสมบูรณ์เหมาะสมถนัดและทำความถนัดชำนาญ จริงรู้ความทรงไว้รู้ความเสพติดที่เรารักความเสพความคิดรู้ความเป็นไปตามอิริยาบถของปกติมนุษย์ยืนเดินนั่งนอนทำการทำงานรู้พักรู้เพียรรู้ควรพักหรือพักสมควรแล้วก็รู้เพียงคนจึงสมบูรณ์ด้วยการเป็นผู้เพียรสร้างสรรค์ให้แก่โลกเป็นโรคกำปังอนุกรรมปายะเป็นผู้อนุเคราะห์โลกส่วนตนนั้นไม่ได้ไม่เสียตอนนั้นจะดีเพราะคนอื่นเขายกขาให้ถ้าเรามีงานมีการมีคุณค่าเราก็เป็นคนมีคุณค่าสมกับที่เกิดมาเป็นคนไม่บอกบุรุษมีความขยันหมั่นเพียรแสดงถึงความเป็นสมณะอันสูงเลิศเป็นผู้ที่ทำ คำที่หลักเกณฑ์พระพุทธเจ้าท่านวางไว้เรามีอิทธิบาท 4 เป็นสมณะผู้สงบเป็นคนพูดสงบและเป็นผู้มีอายุคือยังไม่ตายก็มีอิทธิบาทเป็นเครื่องแสดงเป็นผู้มีวรรณะเป็นผู้ที่เป็นสมณะชั้นสูงก็เพราะมีศีลเป็นเครื่องแสดงเรามีศีลเราไม่บริสุทธิ์ด้วยเราไม่ละเมิดเราบริสุทธิ์ซึ่งศีลทำอะไรอยู่ตามกฎตามหลักตามแนวตามระเบียบทุกอย่างพร้อมพรั่งเราเป็นผู้มีสุขเพราะเราอาศัยฌานแล้วเข้าใจฌานอย่างถูกต้องผู้ใดมีฌานลืมตายังแก้วกรองทุกเวลาเราไม่มีนิวรณ์ 5 เราอาศัยฌานสบายทำการทำงานก็มีฌานอยู่แข็งแรง มีพละกำลังเพราะเรามีวิมุตแข็งแรงเรามีโภคทรัพย์เพราะเรามีเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาสร้างอยู่ในโลกแต่ไม่เป็นของเราเราเป็นพระเจ้าที่แข็งแรงและเป็นพระเจ้าที่มีโภคทรัพย์แยกเพราะเรามีเมตตากรุณามุทิตาสร้างสรรค์ให้แก่โลกได้มากเท่าใดเราก็เป็นเจ้าเป็นเทพเจ้าใหญ่เท่านั้นมีอริยทรัพย์มากเท่านั้นมีบุญมากที่สุดเพราะเราเป็นผู้ที่สร้างสรรค์ได้มากที่สุดเราจึงเป็นเทพเจ้าพระผู้สร้างพระผู้ให้พระผู้ประทานเป็นผู้มีจิตอันบริสุทธิ์เพราะจิตของเราได้สร้างความบริสุทธิ์มาอย่างเป็นผู้รู้ยิ่งรู้จริงมาแล้วเราสุขสบายแม้เราจะทำงานหนักหนา เราก็สุขเราก็สบายเพราะเราไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นเมื่อยเพลียเพลียสมควรจะพักเราก็พักถ้าไม่เมื่อยไม่เปลี่ยนไม่เพลียมีกำลังวังชามีสมรรถภาพมีความสามารถเราก็ยิ่งทำยิ่งแข็งแรงยิ่งแคล่วคล่องยิ่งทำได้ยิ่งแนบเนียนดีประเสริฐสูงสิ่งเหล่านี้ขอให้ฟังให้ดีแล้วก็ทำให้สมส่วนสมศักดิ์เราทำได้เราก็เป็นจริงตามพระพุทธเจ้าที่สอนและไว้วางหลักไว้ดีแล้วมากแล้วพิสูจน์ได้เดี๋ยวนี้ก็พิสูจน์ได้เราจึงเป็นผู้ที่มีโพธิปักขิยธรรมอันดำเนินดำเนินถูกเรื่องถูกราวถูกหลักถูกเกณฑ์เป็นผู้สร้างสรรค์เป็นผู้เจริญเป็นผู้ร่ำรวยไม่ใช่เป็นผู้เสพติดไม่ใช่เป็นผู้ที่เอาเปรียบ เขตผู้ที่ทำอะไรก็ไม่ค่อยได้น้อยๆมีแต่ติดตัวติดตนมีแต่คำหลบหลบดีๆมีแต่สภาพเลี่ยงๆเว้นเว้นห่างๆพักๆไม่ใช่แต่มีเพียรมากก็พักไม่ใช่มีพรรคมากก็เพียงเพราะคนเรานั้นพักไม่เท่าไหร่หรอกทุกอย่างมันก็หมุนเวียนไปเดินตามสภาพความเกิดความเป็นความมีเพราะฉะนั้นเหมือนเครื่องยนต์ที่จะติดเครื่องได้ทั้งวันทั้งคืนอย่างเป็นสัมมาสัมพุทธเจ้าแม้แต่นอนหลับท่านก็สอนเทวดาติดเครื่องได้ทั้งวันทั้งคืนไม่ใช่เป็นผู้ที่หยุดอยู่ไม่ใช่ผู้ที่เสพติดการนอนการเอนการหลับไม่ใช่เลยท่านไม่ได้ติดในการนอนการเอนการหลับนั่นเป็นความเสื่อมของภิกษุ ชนิดหนึ่งแต่ถ้าผู้ใดพ้นการนอนการเอนการหลับอยู่มาเป็นผู้ที่ติดเครื่องแม้นอนหลับก็ยังทำงานดังที่มีหลักฐานอย่างพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเราก็จะเป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้าที่ทำถูกที่ถูกทางเข้าแนวเข้าทางของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างถูกต้องผู้ใดยังมีส่วนใดบกพร่องก็ปรับปรุงแก้ไขพยายามกระทำให้ลงร่องลงช่องและเราจะรู้ที่จบที่พักพิงแล้วจะรู้ที่พอที่พอดีที่ผมเหมาะของเราเองจะเป็นคนที่มีทั้งปัญญาอันถูกต้องตามธรรมของพระพุทธเจ้าและมีทั้งเจโตรที่มีกำลังอินทรีย์พละอย่างถูกต้องตามพระพุทธเจ้าเราก็ได้อาศัยสิ่งนี้เป็นไปตลอดชีวิต เมื่อผู้ใดรู้สภาพลงตัวของความเป็นอรหัตตผลคือผลอันพอเหมาะพอดีแล้วเราก็อาศัยไปเจริญยิ่งเจริญยิ่งอยู่พระอรหันต์เจ้าของพระพุทธเจ้าก็เป็นผู้เจริญยิ่งเจริญยิ่งอยู่ตลอดเวลาไปทีเดียวไม่ใช่เป็นผู้ที่หยุดซึมเศร้ามึนชาเป็นผู้ที่งงๆงวยๆเป็นผู้ที่ท้อแท้อยู่อย่างนี้ตรงกันข้ามผู้มีวิริยะไม่ใช่ภูท้อแท้มึนงงอย่างที่คุณวิริยะเป็นตัวอย่างให้เราเห็นอยู่เดี๋ยวนี้ชื่อจริงและชื่อวิริยะแต่ลักษณะนั้นไม่ใช่วิริยะเลยเป็นสุริยะปัด 3 มิติทางเพราะฉะนั้นอันนี้ยังไม่ใช่ความสมบูรณ์ยังเป็นความบกพร่องยังไม่ลงตัวยังไม่สอดคล้องวิริยะคือผู้เพียรมีความขยันหมั่นเพียร ตื่นแต่ผู้ที่รู้เป็นผู้จับวัยแววไวแคล้วค้องไม่ใช่พูดเซ่อๆซ่าๆทึมๆทื่อๆอยู่อย่างนี้นี่คือรูปแบบตัวอย่างที่เราเห็นความไม่ลงตัวของความจริงจริงคือวิริยะจริงไม่ใช่มึนชาจริงคือแคล่วคล่องว่องไวปราดเปรียวเป็นผู้ที่สร้างสรรค์เป็นผู้ที่รู้พักธูปเทียนขอให้สังเกตความจริงตัวอย่างทุกอย่างมีได้ให้เราเห็นให้เรารู้ให้เราศึกษาเพราะฉะนั้นแม้ผู้ที่ไม่ตกถึงขั้นนี้เป็นผู้ที่ยังอยู่ข้างๆเคียงๆเอียงๆแอ๊บๆคล้ายๆก็ระมัดระวังปรับปรุงของตนอย่างเป็นผู้บัญชาอย่าเป็นผู้ที่คล้ายๆอย่างนี้หลบๆเลี่ยงๆข้างๆเคียงๆเป็นผู้ที่หนีเป็นผู้ที่ ไม่ปราดเปรียวแคล่วคล่องสร้างสรรค์ดังที่เป็นเทพเจ้าอย่างสูงสุดที่เขานิยมกันทั้งโลกมาเป็นผู้สร้างเป็นพระผู้ให้เป็นพระผู้ประทานและพิจิตรบริสุทธิ์โดยเฉพาะเป็นพุทธคือเป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานแจ่มใสความนี้อาจจะสั้นอาจจะวนแต่ก็พิจารณาให้ดีและเราจะเข้าใจทำให้ถูกตรงแล้วเราก็จะเป็นคนสมบูรณ์ในชีวิต [ไม่สามารถถอดข้อความได้]

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน