250911-584 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ฬ032.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันเสาร์ที่ 11 กันยายนพุทธศักราช 2525 พ่อท่านพระที่รักและอบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานปฐมอโศกเพื่อความเพียรเท่านั้นที่จะทำให้ผู้ปฏิบัติสามารถที่จะก้าวหน้าถ้าไม่ใช้ความเพียรไม่ใช่ฉันทะวิริยะจิตตะวิมังสาไม่ใช้อิทธิบาท 4 ที่จะเห็นดีเห็นชอบและเราก็จะต้องรู้จุดที่เราจะพยายามหรือเพียรที่ ก้าวไปสู่จุดที่ยิ่งขึ้นถ้าเผื่อว่าเราไม่เพี้ยนแล้วปฏิบัติธรรมมาในจุดที่สบายในระดับใดระดับหนึ่งมันก็จะติดมันก็จะพอใจที่จะทำให้ตนสบายโดยเฉพาะปฏิบัติธรรมนั้นคือมารับรถวันละเมื่อรถมันน้อยลงมาได้ระดับนึงมันก็จะอยู่ในความน้อยนั้นได้ง่ายๆน้อยลงไปยิ่งกว่านั้นอีกมันจะยากมันจะยากจนกว่าเก่าจึงต้องใช้ความอุตสาหะวิริยะเรียนคำว่าน้อยลงไปนั้นโดยความหมายง่ายๆแต่การน้อยลงไปเพื่อที่จะทำตัวเองนี่ออก สละความเห็นแก่ตัวสระความอิสระความเสพสละความที่จะยึดเอาไว้ให้แก่ตนเองรื่นรมย์แบบเสพสมยิ่งเป็นนามธรรมเข้าไปแล้วเรายิ่งจะเสพจะติดอย่างซ้อนซ่อนซ้อนจะต้องทั้งไตร่ตรองรู้ความจริงพิจารณาเห็นความจริงพากเพียรเพื่อที่จะแก้กลับเพื่อที่จะทำออกอย่างอุตสาหะวิริยะยิ่งไม่เช่นนั้นมันก็อยู่ได้ง่ายๆอยู่ได้ง่ายๆเพราะอยู่ในวงของมิตรดีสหายดีเพื่อนดีนั้นเรามีความเกื้อกูลกันเลี้ยงดูกันเอื้อเฟื้อกันอยู่เพราะฉะนั้น ถ้าผู้ไม่พรากเพียรทำตนละความเห็นแก่ตัวออกแล้วเราก็จะติดแชร์อยู่ที่ตรงนั้นเพื่อนเขาก็เลี้ยงเราไว้ได้หรือเราเองเราก็ไม่ได้หนักหนาอะไรนักคนผู้ปฏิบัติธรรมถ้าไม่ไตร่ตรองประมาทจะจมแช่อยู่นะที่เท่านั้นเท่านั้นนิรันดร์เอามาศึกษากันต่อถ้าเมื่อวานนี้เราได้พูดถึงพระสูตรนะซึ่งเป็นสูตรที่ท่านหมายถึงว่าบุคคลผู้ควรและไม่ควรที่จริงน่ะมันหมายถึงไม่ควรถ้าควรก็คือผู้ที่ไม่มีสิ่งเหล่านี้ผู้ไม่ควรทำให้แจ้งพระอรหันต์ พับพระในที่จริงแปลโดยเนื้อความก็แปลว่าควรแต่ว
อ่านต่อ
่าควรพับผ้าก็แปลว่าไม่ควรพับผ้านั้นแปลว่าควรควรมีควรเป็นผับๆแปลว่าควรมีควรเป็นพระก็แปลว่าไม่ควรมีไม่ควรเป็นอันนี้ก็อาภัพพระที่ต้นไม้นี่ก็คือบุคคลใดที่ยังมีสภาพมีลักษณะทำธรรมะที่ว่านี้มันไม่ใช่กุศลธรรมมันเป็นอกุศลธรรมมันเป็นอกุศลซึ่งตั้งแต่ราคาโทสะโมหะโกธะอุปนาถฐิสามัชชะ มานะทั้ง 10 ตัวเนี่ยมันเป็นอกุศลธรรมเป็นสิ่งที่ไม่ดีเป็นสิ่งที่มันมีอยู่ในจิตแล้วก็ห้ามกั้นซึ่งอรหัตตผลแน่นอนไม่ควรจะมีได้ทีนี้กลับกันในที่นี้พอดูแล้วเราจะเห็นว่าตัวฉันทะหรือตัวประทับปราโมทย์ตัวยินดีไม่มีไม่มีลักษณะตัวยินดีตัวปลาหมดตัวที่มันเป็นไปในทางที่ว่าเราจะต้องอาศัยที่เคยยกตัวอย่างแล้วก็ยกย้ำไม่ฟังว่าอาการที่ มันเป็นกุศลฝ่ายกุศลฝ่ายที่อาศัยฝ่ายที่สร้างสรรค์อยู่มีความยินดีมีความพอใจมีความมีไปในทางกุศลน่ะพอใจในกุศลยินดีในกุศลอยู่มันเป็นเรื่องมันเป็นสภาพที่อาศัยได้และก็ต้องอาศัยเพราะว่าคนเรานี่จะต้องอาศัยสิ่งใดสิ่งใดอยู่เรายังไม่ได้ดับรูปนามขันธ์ 5 ยังมียังมีอุปธิยังมีรูปนามขันธ์ 5 เหลืออุปาทิสระแม้เราจะได้สภาพรู้สภาพเกิดวิมุตติญาณทัสสนะเข้าใจสภาพวิมุตแล้วอย่างไรอย่างไรปานใดปานใดทำตั้ง มีแล้วขนาดใดก็ตามถ้าเรายังไม่ตายอยู่เราก็ต้องอาศัยเราต้องอาศัยอาศัยสิ่งเหล่านั้นอยู่แล้วผู้ที่เป็นพระอรหันต์แล้วท่านจะไม่มีหรอกจิตแม้แต่มานะใน หวงแหนแรงกายหวงแหนความสามารถมองเห็นฝีมือแรงกายน่ะฝีมือการกระทำอะไรของเราเนี่ยที่หวงแหนก็ไม่อยากจะทำให้ก็มีจิตไม่อยากจะทำให้อย่างนึงอีกอย่างหนึ่งไม่ใช่มีจิตไม่อยากจะทำให้ขี้เกียจหวงแหนอันนี้ก็กลายเป็นว่าตัวไม่อยากทำงานไม่อยากทำอะไรก็เป็นอัตราตัวนึงซึ่งอัตราตัวนี้ร้ายกาจด้วยขี้เกียจเพราะว่าตัวขี้เกียจเนี่ยเป็นอัตตาเลอะเป็นอกุศลธรรมที่มันถึงขั้นอบายมุขคำว่าขี้เกียจเนี่ยมันมันแรงมันเป็นการหวงแหนเหมือนกันหวงแหนความสามารถก็มีนะฝีมือก็มีแรงงานก็มีเวลาก็มีซ้ำทุนร้อน มีด้วยอีกทรัพย์แต่ไม่ทำอ่ะไม่ทำสมควรจะทำสมควรจะเป็นแต่เราไม่เป็นเนี่ยเราไม่รู้ได้ง่ายๆในความขี้เกียจเนี่ยยังเคยพูดกันวันนั้นบอกว่าบางทีผมยังรู้สึกนะรู้สึกเราขี้เกียจหรือเปล่านะเราเองเรากายกรรมวจีกรรมที่ดีกว่านี้ยังมีอีกเวลาก็มีแรงงานก็มีไม่ได้เมื่อยไม่ได้เพลียอะไรซ้ำวัตถุวัตถุสมบัติทุนรอนสิ่งของอะไรบางอย่างบางอันก็มีที่จะทำที่จะได้กระทำแล้วเราทำไมไม่ทำเพราะอะไรเนี่ยเราพิจารณาจริงๆแล้วนะพยายามทบทวนพิจารณาดูดีๆและจะเห็นได้ว่ามันคืออะไรถ้าสมควร พักจะผ่อนจะทำอะไรที่มันไม่ต้องเป็นงานเป็นการอะไรนักเราก็ควรแล้วก็ทำถ้าสมควรจะทำสิ่งที่เป็นชิ้นเป็นอันเป็นสิ่งที่เป็นโล้เป็นพายเป็นกิจจะลักษณะเป็นประโยชน์มันก็น่าจะทำถ้าคนที่มีความสำนึกอย่างที่กล่าวนี้มันก็จะไม่ไม่มีความตกต่ำหรือว่าไม่มีความขาดแคลนไม่มีความจนถ้าคนจากที่ว่านี่นะไม่มีความจนไม่มีความขาดแคลนกับผู้ใดเข้าใจสภาพทำอย่างนี้ แก้ไขตนเองที่รู้สึกว่าเราขี้เกียจหรือเปล่าเวลามีอยู่บัดนี้เวลาผ่านไปผ่านไปเราทำอะไรอยู่เนี่ยพระพุทธเจ้าท่านเตือนเอาไว้ให้เราพิจารณาตนเองเสมอๆถามถามตนเองอภินิหารปัจจัย 10 ข้อนี้สำคัญที่สุดเลยผู้ที่ยิ่งมีจิตแยบคายจิตละเอียดรู้อารมณ์รู้อะไรต่ออะไรแล้วเมื่อมันไม่มีตัวตนและสิ่งเหล่านี้เป็นข้อที่ทำให้เราปรับปรุงตนเป็นข้อที่ทำให้เราเองจะเป็นผู้ที่ดีเป็นผู้ที่ประเสริฐถ้าเป็นความจริงแล้วพระอร ผู้ที่ไม่มีตัวกิเลสกิเลสละเอียดบางทีถ้าเราไม่รู้สึกตัวเราไม่เข้าใจเราก็ไม่แก้ไม่แก้มันก็จะกลายเป็นสภาพเหมือนกับฤาษีล่องๆแรงๆแล้วเราก็ไม่รู้ว่าเราเสพเราติดนะมันเป็นตัวตนเป็นอัตราขี้เหนียวตัวตนคือตัวตนเมาแล้วว่างแล้วง่ายแล้วสบายแล้วก็ลอยไปลอยมาอยู่เฉยๆแนวพระพุทธเจ้าท่านแก้มเป็นอยู่เฉยๆไม่มีอะไรจะพัฒนาแล้วก็ไม่รู้ว่านั่นเป็นอารมณ์ชนิดหนึ่งจิตชนิดนึงที่เราวาดดีก็สบายดีเฉยๆกินแล้วก็นั่งขี้นั่งเยี่ยวกินไปวันๆก็นั่งผ่านไป เคยไปอยู่เฉยๆนั่งหลับหูหลับตาทำว่างๆอะไรไปเฉยๆถ้าเกิดมาพิจารณาเห็นว่าอย่างนี้มันไม่ใช่ความประเสริฐเป็นไปเพื่อความเกียจคร้านแน่เป็นไปเพื่อความหยุดอยู่มันหยุดอยู่ถ้าจะเรียกว่าหยุดอยู่ก็หยุดอยู่พระพุทธเจ้าท่านไม่สรรเสริญการหยุดอยู่เช่นการเจริญเจริญอะไรเจริญมันก็ควรมีความเกิดความเจริญคือมีความเกิดอยู่เมื่อมีความจริงว่าเรามีจะสัจจะรูปนามขันธ์ 5 เรามีกรรมกิริยาเรามีความสามารถเรามีเราจะให้ร่างกายนี้มีการงานมีถ้าเกิดถึงไม่เห็นการงานเป็นที่สุดแห่งมนุษย์เป็นกรรมพันธุ์ต่างๆการงานนี่เป็นที่สุดของมนุษย์มนุษย์นี่จะช่วยดีที่กรรม มนุษย์จะมีคุณค่าที่กรรมศาสนาพุทธจึงเป็นศาสนาแห่งกรรมมันนิยมเป็นกรรมการเห็นการงานหรือเห็นการกระทำเนี่ยเพราะฉะนั้นท่านจึงบอกองค์กุศลกรรมยังกุศลกรรมไม่ถึงพร้อมเมื่อเราไม่ทำชั่วไม่ทำบาปทั้งปวงสัพพะปาปัสสะอะกะระณังแล้วก็ไม่เห็นอ๋อกุศลรับกุศลสูปสัมปทาเพราะฉะนั้นต้องมีบทสัมปทานต้องมีพฤติกรรมสัมปทามีพฤติกรรมของกุศลอยู่ที่กุศลจะขนาดไหนก็ตามแล้วก็ต้องมาสร้างกุศลกรรมนั้นหรือจงมีกุศลกรรมนั้นสุดท้ายจึงบอกว่าทำประโยชน์เถิดสร้างกุศลและประโยชน์เถิดเมื่อเราเองเราเป็นผู้ที่ ตัวนี้ก็จะแก้ประเด็นกลายเป็นคนเฉื่อยๆชายๆฉันเป็นคนเฉยๆก็มาแก้เป็นคนขยันเป็นคนเพียรทีถ้ากิเลสเราไม่มีจริงๆจะได้ปฏิบัติตามมรรคองค์ 8 มาแล้วมันจะหยุดยากด้วยซ้ำไปถ้าเดินทางมาแบบว่าองค์ 8 ที่เคยพูดให้ฟังแล้วว่าแล้วทำงานไปปฏิบัติธรรมไปทำงานไปปฏิบัติธรรมไปแล้วจะหยุดยากแม้แต่คิดแต่เพราะว่ามันจะต้องมีสัมมาสังกัปปะมันจะต้องมีการคิดนึกที่ควรไม่เป็นมิจฉาเรียนรู้มาในตัวแล้วเราก็ไม่ได้คิดนึกเป็นมิจฉาแต่เราคิดนึกเป็นการงานจะสร้างสรรค์อะไรคิดไปขนาดไหนถ้าจิตเป็นอัปปนาเป็นสมาธิที่แน่แท้เป็นอัปปนาสมาธิเป็นพยัพปานาสมาธิเป็นเกียรติในโลกนาสมาธิที่จริง ถอนอนาสวะจริงๆแล้วนะมันก็คิดได้เรื่อยๆอยากจะพักก็หยุดก็เฉยในเกาะกลางที่ตอนที่พักที่นอนเนี่ยแล้วพักเรานอนนะตอนพักตอนนอนนี่เราพักเรานอนจิตมันก็จะแม้แต่พระอรหันต์เจ้าที่ปฏิบัติมาในสัมมาสัมมาสายสัมมารามองค์ 8 จริงแล้วแน่นอนจิตก็จะไม่ค่อยหยุดพักมันจะมีเรื่องที่จะเป็นเรื่องเป็นราวทำงานอยู่เหมือนสายพระพุทธเจ้าทรงเป๊ะเลยพระพุทธเจ้าท่านนอนหลับพักผ่อนก็สอนเทวดาจิตไม่ได้หยุดสอนเทวดาคือจิตจะสร้างจะมีบทบาทการงานอยู่การงานนั้นเราเรียกว่าสอนเทวดาไม่ใช่การงานชั่วสำหรับพระอริย สูงและไม่เป็นการงานชั่วไม่คุณไม่ต้องถึงขนาดเป็นพระอรหันต์จิตคุณขนาดเป็นพระอนาคามีนี่คุณจะรู้ตัวเลยว่าแหวนแต่คุณนั่งคุณนอนคุณอะไรอกุศลมันผลักออกเวลาคิดนึกมันก็ไม่เป็นอกุศลเวลาที่จะใช้จิตจะคิดจะนึกจะอะไรแต่มันรู้อกุศลกับกุศลที่เราฝึกเพียรมีธรรมะวิจัยมาตลอดเวลาฝึกเปลี่ยนมาเรารู้นี่วิจัยอันนี้อกุศลเราไม่ๆๆตั้งไว้ไม่ตั้งไว้แม้แต่เป็นเศษเสี้ยวยังไงก็แล้วแต่โกธะอุปมามัคปราสาทมัจฉริยะมานะในรายละเอียดของมาณที่นี้แยกแยะฟังแล้วมันผลักออกมันไม่ตั้งไว้แม้แต่ในจิตเราก็จะรู้อาการของจิตอารมณ์ของจิตเออนี่มันเป็นกรรมกิริยาของอกุศลกรรมเราไม่เอาไว้อ่ะเป็นพระอนาคามีนี่ก็ ออกหรอกไม่ได้สกิทาคามีก็ฝึกจิตแล้วละอกุศลแล้วยิ่งอนาคามีเป็นโอปปาติกะกำเนิดเป็นจิตวิญญาณมันเกิดขึ้นเกิดขึ้นจริงๆเนี่ยมันเกิดขึ้นก็รู้อารมณ์จิตเกิดขึ้นแล้วมันก็ตั้งอยู่แล้วมันมีบทบาทของมันเมื่อเรามีปัญญาชำร่วยรู้เป็นญาณทัศนะเป็นปัญญาอธิปัญญาธรรมวิจัยของเรามันรู้ว่าเออนี่มีจิตอกุศลเราเอาออกเอาออกเพราะฉะนั้นจิตที่มันจะเหลือก็เหลือแต่จิตที่เป็นกุศลปล่อยให้มันเกิดปล่อยให้มันเกิดปล่อยให้มันทำงานปล่อยให้มันเป็นไปโดยมากอง 8 จะเป็นอย่างนั้นเพราะสายปัญญาธิกะสายพระพุทธเจ้าที่ปฏิบัติมรรคองค์ 8 โดยตรงเลยนะเป็นบุคคลที่มีโลกุตระแต่ไม่มีเจโตรสมถะนั้นแน่ๆได้แน่ๆ คุณฟังดีๆแล้วคุณจะเข้าใจจะรู้คือไม่ได้ไปฝึกหยุดจิตน่ะจิตไม่ต้องหยุดน่ะแต่จิตเป็นงานแต่งงานเหล่านั้นไม่มีอกุศลเลยงานเหล่านั้นจะไม่มีกิเลสเลยเมื่อเป็นพระอรหันต์แล้วไม่มีกิเลสเลยจะเป็นจิตที่ทำงานไปได้จะซักกัปปะจะวาจาจะกัมมันตะก็รู้เลยยิ่งฝึกยิ่งเพี้ยนยิ่งดีใจรู้แม้บดหยาบมันก็รู้ง่ายกว่าหมดละเอียดรู้แต่จิตแม้คิดว่าอันนี้เป็นกุศลหรืออกุศลมันจะรู้มันจะรู้จริงๆควรหรือไม่ควรดีหรือไม่ดีมันจะรู้เพราะฉะนั้นอันเป็นกุศลเหล่านี้เราก็มาเหลืออีกเมื่อเราสร้างดีได้บอกแล้วมัจฉริยะตัวปลายเป็นความรู้อัจฉริยะเป็นความสามารถเป็นความเก่งอับภูมิธรรมเป็นธรรม สูงเลยอัจฉริยะดียังไงยังไงคุณก็สร้างความดีทำความดีเป็นความรู้ดีทำดีเสร็จแล้วเราจะติดดีมีไหมนี่สุดท้ายเราจะเป็นอัตตาสุดท้ายจะหลงเป็นตัวเป็นตนจะหลงเป็นสิ่งที่เป็นตัวเราตัวของเราเป็นของของเราแล้วเราก็หลงภาคภูมิหลงดีใจดีใจหนักเข้าไปยึดมั่นถือมั่นสูงสูงไปเรื่อยเป็นอาการกิริยาที่ไปฟาดไปฟันผู้อื่นไปเบียดเบียนผู้อื่นก็จะต้องรู้แม้แต่จิตของเรานี่เริ่มมีเบียดเบียนแล้วหรือยังเป็นผู้หญิงสาววิตกเป็นผู้หญิงสาววิตกไปเบียดเบียนเขาเกินไปแล้วนะเนี่ยจริงเราต้องการให้เขาดีถ้าเบียดเบียนเกินไปบางทีก็อึดอัด เรื่องเมื่อกี้ก็เป็นไปไม่รอดโดยเฉพาะเขายังไม่ได้มาสมัครเป็นลูกศิษย์ลูกหาเขาไม่ได้มาเลื่อมใสศรัทธาแล้วเราก็ไปข่มเขาไปอะไรต่ออะไรก็เกินกันตีเฉพาะตัวลงไปอีกด้วยไม่ได้เพราะฉะนั้นผู้ที่จะทำงานในพระอรหันต์ก็จะรู้พระอรหันต์มันเกินบ้างก็มีจะบอกว่าพระอรหันต์ไม่มีความผิดนั้นไม่ได้พระอรหันต์มีความผิดได้พระอรหันต์ทำแรงเกินไปเอออันนี้มากไปแล้วนะอันนี้น้อยเกินไปแล้วนะด้วยกรรมที่ท่านเจตนาดีเป็นกุศลเจตนาแต่ว่ามันมันแรงไปมันมากไปแล้วอันนี้น้อยไปน้อยไปก็ขาดน้อยไปก็ไม่สมส่วนน้อยไปก็ไม่พอดีนะอันนี้ประมาณว่าเออน้อยหน่อยมันก็ไม่เกิดผลสูงไม่เกิดคุณค่า เกิดคุณค่ามันก็ไม่ดีกิเลสเขาแรงกว่าไอ้คุณค่าที่เราให้มันก็แรงกว่าก็สู้กิเลสเขาไม่ได้เพราะฉะนั้นต้องให้แรงขนาดนี้เรานึกว่าพอแล้วมันน้อยไปจริงๆกิเลสเค้าแรงกว่าก็ไม่เกิดผลดีอีกก็ผิดพลาดเพราะฉะนั้นถ้าปล่อยให้มากไปไม่มากไปก็ไม่เป็นผลดีอีกแล้วผิดพลาดเพราะฉะนั้นการงานคนเราทำการงานจะเป็นใครก็ตามเป็นพระอรหันต์ก็ทำตามการงานผิดพลาดได้เพราะทุกอย่างมันไม่ได้มีเสมอเหมือนมันไม่เท่าเทียมมันไม่เท่าเทียมกันทุกอย่างเราช่วยเหลือโปรไฟล์ทำกับคนโดยเฉพาะทำกับคนในผิดพลาดได้แม้แต่การงานที่ไม่ใช่คนอย่างนั้นอย่างนี้เราทำไม้ทำไร่ทำนั่นทำนี่เออไอ้นี่มากไปหน่อยนึงนะไอ้นี่น้อยไปหน่อยนึงใช่ไหมมันก็ทำได้บรรยากาศแล้วนึกว่าพอดี อ่าวน้อยไปหน่อยผิดอีกแล้วเสียมันน้อยไปวัดไม่พอดีอะไรอย่างนี้เป็นได้เลยบางคนเข้าใจผิดว่าพระอรหันต์เมื่อเป็นอรหันต์แล้วจะไม่มีความผิดเลยทำความผิดอะไรไม่ได้เลยไม่จริงบอกว่าทำความผิดหรือว่ามีความผิดอะไรไม่ได้เลยนั้นไม่ใช่พระอรหันต์มีความผิดได้ทำผิดได้เอออย่าเข้าใจผิดอันนี้มีคนเข้าใจผิดโดยเฉพาะบอกคุณได้เลยท่านโกวิทโทรเลยบรรยายที่สันติอโศกนั่นเลยบอกพระอรหันต์จะต้องไม่มีผิดผิดอะไรไม่ได้ไม่ได้ได้ยังไงซึ่งไม่เข้าใจในรายละเอียดกรรมละเอียด มันไม่เข้าใจรายละเอียดแห่งกรรมท่านไม่ทำอกุศลกรรมด้วยเจตนาที่มีอกุศลเจตนานั่นใช่ท่านไม่ทำกรรมที่เป็นอกุศลโดยจิตก็อกุศลอกุศลเจตนาด้วยท่านจะไม่ทำเพราะท่านจะมีเจตนาที่เป็นกุศลเสมอแต่กุศลเจตนานั้นไปทำแล้วมันก็ผิดได้กรรมที่ทำนั้นเป็นอกุศลกรรมได้โดยที่ไม่ได้เจตนาฟังดีๆนะซ้อนเพราะเราไม่เรานึกว่าเข้าใจของเขามันยาวของเรามีเท่านี้แล้วก็กะเท่านี้เก่งเท่านี้แล้วก็ทำเท่านี้มากไปน้อยไปมันก็เป็นกุศลอกุศลได้แล้วมันผิดพลาดได้เพราะอรหันต์ทำอะไรผิดทำอะไร พลาดได้ยิ่งทำมากยิ่งผิดมากยิ่งทำมากยิ่งผิดมากเพราะเราจะไปประมาณได้อย่างดีอย่างเยี่ยมเลยจึงไม่ใช่เรื่องเล่นเลยมาตามยุทธตานี่ไม่ได้ตายตัวง่ายๆต้องฝึกเพียรสัตบุรุษให้ฝึกเพียรไปเรื่อยๆมีมัตตัญญุตามีประมาณมีรู้สาระสารรู้ธรรมะรู้อัฏฐะรู้อัตตาหรืออัตตัญญูรู้ตนรู้การประมาณลูกกาลรู้บริษัทรู้บุคคลอื่นรู้บุคคลหรือตารู้คนอื่นๆทั้งปวงทั้งหลายจะประมาณไปเรื่อยๆฝึกตนไปเรื่อยๆการฝึกการทำงานนี่แหละมันถึงจะทำให้ตัวเราชำนาญตัวเราสามารถตัวเราทำอะไรถูกต้องขึ้นไปเรื่อยๆเก่งขึ้นเรื่อยๆไม่ได้หมายความว่าทำผิด ไม่ได้ถ้าเข้าใจเพี้ยนอันนี้แล้วเราจะไม่พบพระอริยะโดยเฉพาะพระอรหันต์จะเข้าใจพระอรหันต์ไม่ถูกเพราะความที่ไปกำหนดหมายสเปคของเราว่าอย่างนั้นนี่มีความเข้าใจสเปคของเราว่าพระอรหันต์ผิดไม่ได้ก็เลยเข้าใจว่าอาหารไม่ได้เพราะพระอรหันต์ก็ไม่รู้จักเพราะอรหันต์ไม่รู้เหมือนกับคนที่เขาไม่รู้ไม่รู้สเปคของพระโสดาที่จริงอย่างทุกวันนี้เขาไม่รู้ว่าพระโสดาบันขนาดไหนนึกว่าโอ้โหเลิศลอยสูงคุณก็ไม่พบรีบไปเอาคุณธรรมของพระอรหันต์มาตราเป็นพระโสดาด้วยเขาก็ไม่พบเพราะโซดามีตั้งเยอะตั้งแยะมีมีจริงๆเลยเพราะโซดาพระสกิทาพระอนาคาเรามาเรียนรู้กันขนาดนี้แล้วเราก็จะเข้า ญาติโยมที่เป็นพระโสดาได้พระสกิทาได้แล้วคนที่ไม่เข้าใจว่าอ๋อคุณธรรมพระโสดามีหลักวัดมีมาตรการขนาดนี้นี่เหรอสักกายะเท่านี้สักระยะเท่านี้เองศักยะขนาดศีล 5 เราเอามาตรวจวัดซิเพราะสินค้าที่สุดให้ได้สิสังวรระวังมีแต่ดอกตลอดต่อเนื่องอยู่นะเป็นพระโสดาไม่ใช่เป็นชั่วเดี๋ยวนี้แล้วประเดี๋ยวก็เดี๋ยวอื่นไม่เป็นแล้วมันต้องทุกข์เดี๋ยวนี้ก็เป็นเดี๋ยวอื่นก็เป็นทุกข์เดี๋ยวเราก็ต้องมีคุณธรรมอันนั้นอยู่ทุกข์เดี๋ยวทุกข์เดี๋ยวส่งติดต่อทรงเนื่องกันอยู่ตลอดเวลาทุกเดี๋ยวทุกเดี๋ยวมันจึงจะเรียกว่าเป็นการ เป็นแม้ในคุณภาพน้อยๆเราระมัดระวังมีสติสัมปชัญญะประคองตนรู้ตัวทั่วพร้อมอันนี้เป็นความหยาบแปลว่าฆ่าสัตว์เนี่ยเป็นศีลข้อที่ 1 เนี่ยเรารู้ตัวทั่วพร้อมหรือยังไปฆ่าระมัดระวังแต่พลาดพลั้งก็มีได้ละมันพลาดพลั้งไม่ได้เจตนาเป็นอกุศลเจตนาหรือเป็นกุศลและเจตนาอ่าเรารู้เลยว่าเป็นกุศลเจตนาเราไม่ได้มีอกุศลเจตนาเลยเอ้าพลาดพลั้งไปเอามือรูปแบบเออนี่รู้สึกจริงๆนิดหน่อยเอ้าตายเอากุศลและเจตนาความผิดพลาดอย่างนี้ผิดพลาดได้ง่ายๆและเดินไปไปมาทำโน่นทำนี่อะไรอย่างที่ว่ามียิ่งมีการงานก็เป็นได้อยู่ในขอบเขตนี้เอาถูกสัตว์ตายแล้วโดยที่ เจตนาไม่ได้อยากให้เป็นท่านถึงได้แปลเอาไว้ว่าพระอรหันต์จะไม่แกล้งฆ่าสัตว์พระอรหันต์จะไม่แกล้งลักทรัพย์ตอนแรกผมยังสงสัยแล้วเอ๊ะทำไมต้องใช้คำว่าแกล้งด้วยในพระไตรปิฎกเรียกว่าพระอรหันต์จะไม่มีจะไม่แกล้งฆ่าสัตว์จะไม่แกล้งลักทรัพย์จะไม่แกล้งพูดผิดจะไม่แกล้งเรื่องข้อ 3 ด้วยจะไม่แกล้งไม่ใช่ผิดปกติจะไม่แกล้งละเมิดพรหมจรรย์อะไรเนี่ยยังไม่แกล้งละเมิดพรหมจรรย์ทหารจะไม่แกล้ง 4 เท่านั้นน่ะเห็นท่านตัดไป 4 ข้อจะไม่แกล้งซีคอนไม่ใช่ 5 ข้อ ฉันไม่ได้ตัดเลยแล้วก็เอาหลานจะไม่มีแก้ม 4 ข้อเนี่ยมีอยู่ในสูตรจะจำไม่ได้แล้วสูตรไหนเคยอ่านเจอแล้วก็บอกเอ๊ะทำไมต้องใช้คำว่าแกล้งด้วยถ้าเผื่อว่าเราพินิจพิเคราะห์ละเอียดละออไม่ถึงแล้วก็จะไม่รู้เลยไม่กล้าจริงๆเพราะอาหารไม่กล้าหรอกแต่ท่านก็เป็นได้นะถ้าจะไปทำให้สัตว์ตายก็ต้องเป็นได้โดยไม่เจตนาจริงๆไม่มีอกุศลและเจตนาอะไรเลยนะเป็นกุศลเจตนาด้วยซ้ำบางทีนี้ยังไปทำให้สัตว์ตายได้หรือบางทีช่วยเอาเข้าเอาของไปให้เขาเป็นอย่างโน้นอย่างนี้อ้าวกลายเป็นกุศลและเจตนากับกลายเป็นผิดได้อีกเหมือนกันอะไรนี่เป็นได้นะส่วนเหล่านี้เพราะฉะนั้นเราเข้าใจไม่ละเอียดละออไม่เรียบร้อยไม่ชัดเจนทั้งหมดแล้วเมื่อเราไปเจอผิดที่พระอรหันต์เป็น แล้วเราจะไปบอกว่าฉันไม่ใช่พระอรหันต์น่ะไม่จริงพูดก็ผิดได้สับสนได้เหมือนกันแต่ไม่มีก็ไม่มีอกุศลเจตนาไม่มีการเจตนาจะให้แกล้งให้ผิดแกล้งไม่ได้แต่เป็นได้เหมือนกันน่ะเป็นผิดเป็นพลาดได้เหมือนกันมันจะพูดผิดก็ไม่ได้ทำการงานผิดก็ไม่ได้ไม่จริงจะต้องมีสติและจะต้องทำให้ผิดไม่จริงอ่ะทำอะไรมากๆบางทีมันมากมันก็ต้องตกต้องหล่นขาดตกหล่นมีสภาพขาดตกหล่นได้ว่าสภาพปาดังปลาต่างๆเนี่ยมันตกมันหล่นบ้างในภาษาของทางอังกฤษเขาเรียก Error มีขาดตกยกเว้นต้องยกต้องเว้นขาดจิตตกเป็นอะไรพวกนี้ มีบ้างมีได้นะถ้าเราเข้าใจละเอียดลอออย่างนี้ซะแล้วเราก็จะไม่มีปัญหาในเรื่องที่เราจะรู้พระอริยะบ้างหรือเราจะทำงานเราก็ทำงานเป็นไปได้แล้วก็จะไม่ประมาทพระพุทธเจ้าถึงเรียกตรัสว่าสุดท้ายว่าสังขารทั้งหลายไม่เที่ยงจงยังประโยชน์ตนประโยชน์ท่านให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิดนี่ท่านท่านตรัสบอกพระอรหันต์เลยนะพระอรหันต์นี่จะเห็นเลยว่าสังขารทุกอย่างไม่เที่ยงอะไรเราไม่เที่ยงที่สุดศาสนานี่แหนะไม่เที่ยงคล้ายๆก็บอกว่านี่ศาสนาพุทธที่เราสร้างไว้นี่แหละมันเสื่อมไปเป็นธรรมดานะเพราะเราจะต้องมาช่วยบูรณะมาช่วยดูแลมาช่วยรักษาสร้างสรรค์ไว้ มันไม่เที่ยงอ่ะเราต้องมาเติมเพราะว่าพระอรหันต์มีหน้าที่อะไรมีหน้าที่ที่จะรักษาศาสนาไว้มีหน้าที่ที่รักษาไม่ใช่นั่งดูทำสร้างสรรค์เติมเติมเติมเติมความรู้เติมบุคคลที่จะมีอารยะคุณต่างๆให้ต้องพากเพียรเติมบุคคลถ้าไม่มีบุคคลมีคุณธรรมของศาสนาอะไรคือศาสนาศาสนาคืออะไรศาสนาคือคำสอนกันขึ้นมาย่อๆขึ้นมาว่าศาสนาคือคำสอนใช่แน่ถ้าเพราะอรหันต์ไม่สอนไม่พยายามที่จะใช้คำสอนให้คนอื่นเขาฟังเขารู้เขาเข้าใจแล้วเขาปฏิบัติตามฝึกเพียรจนกระทั่งเขาถึงความเป็น ถึงความเป็นความมีความเกิดเกิดอะไรเกิดอรหัตตผลเกิดคุณอริยคุณาธาร ฟังดีๆศูนย์โยแน่แต่ที่จริงไม่ใช่พระพุทธเจ้ามาแก้ไขประเด็นนี้จริงๆฟังดีๆคุณฟังไปเรื่อยๆแล้วคุณจะเติมวันเติมวันคุณจะระลึกลึกได้เห็นชัดเจนแนวมาแก้สัมมารามองค์ 8 นี่ถึงบอกว่าเป็นสัมมาเป็นเป็นเป็นเป็นเป็นคดีแห่งการงานทฤษฎีแห่งการงานแต่ไม่ใช่การงานธรรมดาการงานและปฏิบัติธรรมไปด้วยอย่างที่ได้อธิบายไปเสมอๆเนี่ยการงานและปฏิบัติธรรมไปด้วยจึงได้ตั้งข้อสังเกตได้ว่าคุณเห็นไหมว่าตัวไหนมีมีอันตะตัวเดียวเป็นอันตรายมีอันกัมมะตัวเดียวเป็นอันตะสัมมากัมมันตะกัมมะแปลว่าการงานใครก็รู้การงานหรือการกระทำทั้งปวงการกระทำอะไรก็ตามใจบทบาทอะไรก็ แต่เป็นกรรมแล้วมันเป็นกรรมเป็นที่สุดดีหรือชั่วกุศลกรรมอกุศลกรรมคุณก็วิเคราะห์ลงมาตรงนี้อภิธรรมจึงมาเอาตรงกุศลธรรมหรืออกุศลธรรมทำแล้วก็มันก็ส่งส่งมากจึงจะเป็นธรรมเพิ่งเริ่มทำก็เป็นกำสั่งสมกันก็เป็นธรรมธรรมะตั้งมั่นทรงไว้เพราะฉะนั้นเราจะต้องมาทำให้ตั้งมั่นทรงไว้ในกรรมสั่งสมกันก็เป็นธรรมสั่งสมคำที่เป็นกุศลกรรมก็เป็นกุศลธรรมสั่งสมแล้วมันก็เกิดก็ตั้งขนาดนั้นทำว่ามันทรงไว้มันก็ยังเสื่อมไปเป็นธรรมดาแม้กุศลธรรมก็เสื่อมกุศลธรรมก็เสื่อมกุศลธรรมก็เสื่อมทีนี้แล้วแต่ว่ามันจะเติมอะไรคนมันชอบเติมอกุศล มันไม่ชอบเติมกุศลธรรมมันโง่ทีนี้คนฉลาดก็ไม่เติมอกุศลธรรมแต่เติมกุศลธรรมไว้ขนาดเติมไว้เติมไว้มันก็ยังเสื่อมเป็นธรรมดาพระพุทธเจ้าถึงได้สอนว่าจงยังประโยชน์ตนประโยชน์ท่านหรือยังกุศลดังประโยชน์หรือยังกุศลให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทคำว่าไม่ประมาทเป็นตัวสำคัญไขสุดท้ายเลยมันผิดได้นาแม่เป็นพระอรหันต์แล้วก็ผิดได้นะอย่าประมาทนะอย่าประมาทนะแม้เป็นพระอรหันต์ก็ผิดได้นะไม่ใช่คำว่าประมาทจึงไม่ได้หมายความว่าคนที่ยังไม่เป็นพระอรหันต์เท่านั้นที่ใช้ไม่จริงเลยเป็นพระอรหันต์นี่แหละยิ่งใจสำคัญเลยกับตัวประมาณโทรที่เป็นอุปกิเลสตัวสุดท้าย มะทะแม่ไม่เมาแล้วไม่เพี้ยนไม่เบลอไม่พร่าแล้วก็ยังจะต้องกระทำกรรมทุกกรรมด้วยความไม่ประมาทประมาทโทไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นอกุศลจะกลายเป็นจะกลายเป็นอุปกิเลสนะระวังนะจะกลายเป็นอุปกิเลสนะเพราะถ้าเราใจซื้อทุกอย่างเราได้ทำด้วยความไม่ประมาทแล้วได้ดีเท่าใดแม้เรานึกว่ามันดีแล้วคนอื่นมาหมู่มาเฮ้ยนี่ผิดพลาดนี่นี่ไม่ดีนี่หมู่ 9 หมู่ 2 แล้วทำผิดอย่างพระอานนท์นี่เป็นพระอรหันต์แล้วยกตัวอย่างให้ฟังพระอานนท์เป็นพระอรหันต์แล้วแล้วก็เข้ามาทำการสังคายนา สั้นจริงต้องทำที่ตอนที่ท่านเองท่านไม่ขอพระพุทธเจ้าท่านก็ทำตั้งแต่ยังไม่เป็นพระยังไม่เป็นพระอรหันต์ล่ะไม่ขอไว้ไม่อะไรต่ออะไรและมีข้อหลายๆข้อแม้ไม่ได้ตรวจละเอียดดูอีกทีว่าข้อไหนที่ท่านทำตอนนั้นในขณะนั้นที่หมู่ก็เอาผิดตั้งหลายข้อนะเยอะแยะนะพระอานนท์ที่ท่านเองท่านโดนท่านโดนให้ผมอาบัติถ้ายอดเลยพ่อนนท์เนี่ยทำข้อเหล่านั้นแล้วบอกว่าไม่ใช่อย่างนี้มันเอาบัตรใช้ไม่ได้ต้องปลงอาบัติท่านก็ปลงอาบัติคือพระอรหันต์นี่หมดตัวหมดตนแล้วปลงอาบัติก็ลงได้ลงสบายๆเลยไม่มีปัญหาอะไรนิ สติวินัยนั่นหมูยกให้ไอ้คำว่าสตรีวินัยนี่มันเป็นเรื่องของความไม่เข้าใจของหมู่ความไม่เข้าใจของคนบางคนแล้วไม่สบายใจเอ๊ะทำไมพระอรหันต์องค์นี้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ที่จริงท่านทำดีด้วยซ้ำไปนะแต่คนที่เข้าใจไม่ได้มันตีกลับมันรอบอะไรพวกนี้อย่าไปนั่งเพลงโทษนะที่เป็นพระอรหันต์หรือยกไว้เป็นพระอรหันต์แล้วจะไปนั่งเป็นตัวนั่นแหละซวยเพราะฉะนั้นสตรีวินัยนี่คือว่าจงคิดว่าท่านมีสติอย่างลึกซึ้งนัยยะแปลว่านัยยะอันลึกซึ้งจงเห็นได้ชัดเลยว่าท่านเองนี่ท่านเป็นผู้ที่เป็นพระอรหันต์จริงแล้วท่านย่อมมีสติท่านต้องมีวินัยท่านทำอะไรด้วยกุศลเจตนาแน่นอนเพราะฉะนั้นอย่าไปเพ่งโทษท่านเราไม่สามารถรู้ได้บางสิ่งบางอย่างเกินภูมิ ตัวอย่างเป็นเรื่องที่เราเป็นมนุษย์สัมพันธ์ฟังท่านไม่รู้เรื่องเพราะฉะนั้นเมื่อเราไม่รู้ถ้าคนนี้เป็นพระอรหันต์รู้แล้วตัดปล่อยเลยหรือยกไว้ถ้าสมมุติไว้แล้วว่านี่เป็นพระอรหันต์ก็คือต้องประกาศในหมู่ว่านี่ยกสมุดไว้นะประกาศในหมู่ก็คือตกลงให้รู้ร่วมกันสมมุติแปลว่ารู้ร่วมกันรู้ร่วมกันแล้วนะว่านี่อย่าไปตั้งข้อผิดข้อถูกอะไรกับท่านปล่อยท่านเลยท่านทำอะไรก็ยกไว้ท่านมีบริสุทธิ์ใจมีอะไรก็ยกไว้แล้วเลิกกันถ้าใครยังไม่แพงไปถูกไปผิดไปอะไรต่ออะไรอยู่แต่ว่ามันจะทุกข์หรือมันจะอะไรก็แล้วแต่อีกหลายอย่างเพราะฉะนั้นผู้นั้นแม้สติวินัยที่ว่านี้เราเอามาใช้แม้แต่สมมติโลกสมมุติพวกนี้เป็นประธานยกให้ท่านท่านทำผิดทำถูกยกให้ท่านก็ยังได้ แต่ว่าทำแล้วบางทีมันก็จะอัตตาเพราะพรุ่งนี้ไม่ใช่พระอริยเจ้าท่านพระอรหันต์ไม่รู้จะเป็นอัตราอรหันต์แล้วยกให้ท่านเลยผิดก็เป็นของท่านบ่าวก็เป็นของท่านเป็นวิบากของท่านเองถ้าท่านจะต่อมาเป็นพุทธภูมิอีกมันก็วิบากของท่านอันใดเป็นกุศลก็เป็นวิบากของท่านเองแต่ว่าเจตนาไม่มีฟังให้ดีนะมันซ้อนลึกอกุศลเจตนาท่านไม่มีพระอรหันต์ท่านจะไม่แก้ท่านเห็นได้แต่อาจจะทำนั้นประโยชน์ของพระอรหันต์จะไม่แกล้งไม่แกล้งจริงๆยกตัวอย่างได้แต่ศีลข้อ 1 ไม่แกล้งฆ่าสัตว์ไม่แกล้งลักทรัพย์ไม่แกล้งจริงๆไม่มีอกุศลเจตนาเลยแต่มันอาจจะผิดพลาดได้ไม่ได้ขาดสติวินัยแล้วไม่ได้ค้าน แต่ถ้ารู้ละเอียดเข้าใจแล้วเพราะอรหันต์หนึ่งไม่มีตัวที่เรียกว่าเจตนาที่เป็นอกุศล 2 ไม่มีตัวตนเมื่อไม่มีตัวตนแล้วก็จะต้องสำเนียงสังวรเวลาล่วงไปล่วงไปบัดนี้เราทำอะไรอยู่เราจะต้องเนื่องผู้อื่นคือมันจะผิดเหมือนผิดเกิดจากคฤหัสถ์ตั้งแต่อภินิหารย์ข้อที่ 1 เนี่ยอาจจะก็จะไล่ล่าให้ฟังจะได้รู้ละเอียดลึกซึ้งขึ้นไปอรหันต์ท่านรู้ว่าท่านไม่เหมือนบุคคลอื่นแต่ท่านก็เหมือนมนุษย์อื่นถ้าไม่เหมือนคฤหัสถ์แล้วท่านทำงานเหมือนคฤหัสถ์แต่ความไม่เหมือนในทางจิตวิญญาณไม่เหมือนกันเพราะท่านทำด้วยจิตว่าทำด้วยจิตที่เป็นกุศลทำด้วยจิตที่ไม่หวงแหนทำด้วยจิตที่ไม่แลก
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive