250820-578 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ฬ031.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันศุกร์ที่ 20 สิงหาคมพุทธศักราช 2525 พ่อท่านคล้ายปัจจัยที่พุทธสถานปฐมอโศกถ้าเราเรียนรู้สติปัฏฐานสติปัฏฐานท่านแยกแยะมุมเหลี่ยมไว้เป็นหัวข้อง่ายๆว่าเราจะต้องพิจารณากายกายที่ว่านี้มันครอบคลุมไปจนกระทั่งถึงความประชุมของวัตถุนอกที่เราไปสัมพันธ์ไปเอามาประชุมเกี่ยวข้องยิ่งใหญ่ยิ่งมากกายยิ่งโตเป็นสัตว์กายะก็ยิ่งหนักยิ่งหนาใจของเรานี่มันกว้างมันใหญ่มันเป็นที่ได้รอบรัดรวม [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] เรารักลงไปได้มากแล้วเราแม้จะย่นย่อก็มาจนกระทั่งถึงผัสสะถึงลาบถึงยศเราก็จะต้องเรียนรู้ลาภยศและผัสสะเหล่านั้นว่ามันก็ยังประชุมเราก็ยังดูดดึงเราก็ยังผลักไสพิจารณาอย่าให้มันหยาบคายอีกเป็นกายนอกอยู่อีกใกล้ชิดเข้ามาในที่สุดในตัวเนื้อตัวล่างตัวกายของเราเราหลงประคบประหงมมันมันก็เป็นความเป็นชุมชนเป็นความจริงของธาตุตั้งแต่ผิวหนังไปจนกระทั่งถึงใส่น้อยไส้ใหญ่ถึงกระทั่งทุกอวัยวะมันก็เป็นเพียงความประชุมดังนี้ก็ให้พิจารณาเราจะได้ไม่หลงใหลร่างกายไม่ประสบความล้ม Microsoft บำรุงบำเรอมันมากนักเราก็จะค่อยยังชั่วขึ้นร่างกายเช่นนี้กายนอกถึงกายตนกายตัวที่ถึงขั้นพิจารณาร่างกายแล้วเราก็พิจารณาถึงกายในภายในนี้เรียกว่าเป็นนามธรรมเป็นนามธรรมหรือเป็นรูปในจิตแล้วก็พิจารณาเราหลงรูปลงรถลงอะไรในจิตฝรั่งเสพปั้นสร้างอะไรไปหรือตัวอาการของจิตเองแล้วก็พยายามพิจารณาในความรู้สึกเป็นหลงเป็นสุขเป็นทุกข์ต่างๆเขาเรียกว่าเวทนาสอนลงไปในเวทนามันมีอาการต่างๆที่มันเป็นเวทนาในเวทนาลึกซึ้งซับซ้อนกับพี่อีก แม่หยาบแม่กลางแม่ละเอียดแม้อาการที่ต่างกันตั้งแต่สุขตั้งแต่ทุกข์จนกระทั่งสุขจนกระทั่งถึงความละเอียดละออเป็นขั้นโสมนัสโทมนัสต่างๆพรุ่งนี้และเราก็ให้มันน้อยลงให้มันวางเฉยให้มันน้อยลงไม่ลงสุขลงทุกข์ของ
อ่านต่อ
โลกในพิจารณาเวทนาแท้แท้จริงนั้นเวทนาก็คือจิตเราก็จะได้รู้จิตที่ชัดเจนจิตบริสุทธิ์จิตประภัสสรจิตที่ไม่มีกิเลสเป็นอย่างไรจิตที่มีอาคารถูกแกมีแขกจอนเข้าไปร่วมผสมโรงตีตัวตีตนเป็นเหมือนอย่างกับเป็นจิตเป็นใจครอบงำบังคับจิตใจของเราอยู่เหลือเกินเรายังเป็นทาสอยู่ก็ไม่รู้ว่าเราเอง ยังมีเจ้านายที่เป็นกิเลสหยาบลานละเอียดบังคับให้จิตเราเป็นทาสไม่ใช่จิตอิสระเสรีไม่ใช่จิตบริสุทธิ์ผุดผ่องแล้วก็เรียนรู้ไปแล้วก็ล้างออกจากจิตไปเรื่อยจนสุดท้ายเรารู้อารมณ์ที่ทรงอยู่ในจิตอย่างละเอียดละออลึกซึ้งทั้งหมดจะกระทบสัมผัสนอกจะปลดปล่อยได้หรือแม้จะอยู่กับโลกกระทบสัมผัสอย่างอ่อนอย่างแรงอย่างกลางก็พิสูจน์อ่านอารมณ์ของจิตที่ทรงอยู่แม้กระทั่งจะถูกกระแทกกระทั้นหรือแม้แต่จิตอันสงบเราไม่ได้กลัวและเราก็ไม่ได้ถดถอยแม้แต่อารมณ์แม้แต่อารมณ์ที่ได้ถูกกระแทกกระทั้นจากกายนอกจากวัดนอกจาก โลกข้างนอกจะเป็นโรคกระทำหยาบใหญ่ขนาดไหนก็ตามเราก็ไม่กระเทือนอารมณ์ของเรามั่นคงพุทธสโรกะทะมีเหตุคิดตังยัดสัจธรรมปฏิแม้แต่ในใจอย่างละเอียดถึงขั้นทุลีหมองธุลีเริงเราก็กำหนดรู้ได้ว่าอารมณ์ของจิตของเรามั่นคงละเอียดและออไม่มีแม้ทะเลหมอกทะเลเพลิงหรือแม้แต่ที่สุดจิตของเราสงบเราก็ไม่แสบสงบได้ขั้นตอนต้นๆตื่นๆแล้วก็ไปลงติดแป้นหลงว่าเป็นเจ้าประจำศาลเทพประจำศาลแค่นั้นมันยังศาลเตี้ยๆให้รู้หรือสูงขึ้นมาอีกสงบได้อีกสูงขึ้นก็ตามแล้วก็จะแช่อิ่มอยู่ที่ศาลเตี้ยๆนี่ไม่เอาภาระไม่เอาการงาน มีบทบาทเป็นมนุษย์ธรรมดาสัมผัสๆอยู่กับโลกเขาเราก็จะไม่รู้ได้เลยว่าเราหมดกมานใสหรือเปล่าการที่เรานึกว่าเราเองเรากดข่มจิตได้ไม่มีอะไรสัมผัสแล้วเรานึกว่าเราหมดนั้นยังไม่ใช่ข้อพิสูจน์ที่ยืนยันพระพุทธเจ้าจึงไม่รับรองแม้จะเป็นโสดาบันแต่ถ้าผู้ใดปฏิบัติธรรมะองค์ 8 มีผัสสะเป็นปัจจัยจิตของเราไม่หวั่นไหวเพราะเรารู้นี่อันนี้ขนาดนี้กระทบสัมผัสเราก็อยู่เหนือไม่มีเศษไม่มีเสี้ยวจริงๆดูเด็กตนกำหนดด้วยตนและผู้อื่นที่รู้ที่มีปัญญาก็สามารถรู้ได้ด้วยเราไม่ติดสงบแม้ได้สงบเราก็ไม่ติดสงบเราจะสลัดคืนเราจะปฏิบัติเราจะอยู่กันอย่างธรรมชาติสร้างสรรค์ จีบไม่ติดไม่จะเป็นของเราถ้าผมว่าเราไปหลงติดจิตสงบเราก็จะเป็นส่วนหนึ่งของผู้ที่สร้างอัตราชนิดนั้นเหมือนกันเพราะแม้แต่จิตสงบแม้แต่จิตที่ยังมีเศษกามเราก็จะต้องรู้ความเป็นกามสุขัลลิกานุโยคและการปฏิบัติกรรมฐานในโยกทั้งสองฝ่ายนี้อย่างชัดเจนและเราก็จะเป็นคนที่อยู่กลางๆไม่แสบไม่ติดอะไรเป็นแต่เพียงอาศัยเราจะมีชีวิตอยู่อย่างอาศัยสิ่งเหล่านี้พิจารณาแล้วก็อาศัยหรือพักพิงพักพิงไปอันนี้สมควรก็พอเป็นไปเมื่อยเราก็พักไม่เมื่อยเราก็เพียรเราจะรู้ว่าอารมณ์ของเรานั้นเป็นอารมณ์ที่ไม่มีกิเลสอย่างละเอียดและเราก็ไม่ติดอารมณ์ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์สงบถึง ได้ปานใดเราทำความสงบได้แล้วเรายินดีในความสงบสูงสุดแต่ว่าเราจะต้องรู้ความติดความยังแสวงหาความยังไม่ละยังไม่พลาดยังไม่ปราศจากแม้แต่ความยินดีพอใจเราต้องปราศจากถ้าไม่ปราศจากแม้แต่ว่าเป็นยินดีพอใจนั่นก็คือจิตที่ละเอียดซับซ้อนที่เราจะรู้เราจะไม่ยินดีไม่พอรักโดยเฉพาะไม่ประหารและไม่เราหรอกไม่อยากแต่มันเป็นไปตามธรรมที่อาศัยแม้จะไม่ใช่ความสงบไม่สงบเพราะว่าเราเองเราสัมผัสสัมผัสต้องปรุงต้องสร้างต้องสรรค์ บอลโลกเราก็อยู่ได้แต่จิตสงบนั้นเรายินดีแน่และเราทำได้อย่างมั่นคงเด็ดขาดเมื่อใดเมื่อใดจิตสงบนั้นก็ทำได้เรายังพิสูจน์จิตสงบนั้นอยู่ทุกวันผู้ที่ได้จิตสงบแล้วจะมีจิตสงบให้เราพิสูจน์อยู่ทุกวันเมื่อใดเมื่อใดเราก็แน่ใจว่าเราได้จิตสงบแต่เราไม่จำเป็นต้องแชร์อยู่ที่จิตสงบนั้นเราจะคิดอ่านเดี๋ยวจะทำงานทำการทำอะไรต่ออะไรก็ได้เราแม้แต่ขณะที่ทำงานทำการอยู่เราจะตรวจอ่านด้วยฌานอันเก่งของเราว่าเรามีจิตสงบอยู่กับตัวเราซึ่งเป็นสันตะวิหารของเราก็มีอยู่แน่แท้ส่วนเราจะวางไม่ต้องไปหมกมุ่นแต่เรามาทำงานทำการสร้างสรรค์ไปเมื่อยก็พักไม่เมื่อยก็เพียรพระพุทธเจ้าจึงได้ยืนยันว่าผู้ รักผู้ไม่เพี้ยนนั่นแหละคือผู้ได้ข้ามอกก็สงสารได้แล้วท่านตอบเทวดาองค์ที่เคยติดแป้นแล้วก็มาถามพระพุทธเจ้าว่าเป็นเทวดานิกายหนึ่งติดแป้นอยู่บอกว่านิพพานคืออย่างไรนิพพานคือเราไม่พักเราไม่เพียรเราข้ามอกก็สงสารได้แล้วเทพนิกายหรือว่าฤาษีตนที่มีจิตแล้วก็ติดจุดอยู่ตรงนั้นก็ได้คิดจากคำตอบของพระพุทธเจ้านั้นไปเพื่อที่จะเรียนรู้ปฏิบัติตนให้เป็นคนขยันสร้างสรรค์เป็นคนที่ไม่ขี้เกียจไม่เสพไม่ติดนิกายหรือไม่เสพไม่ติดศาลที่จนได้หรือว่าแป้นผิดจนได้หรือว่าอารมณ์ที่ตนหลงแช่อยู่ในสงบนั้นนี่เป็นหลักฐานต่างๆและเป็นคำอธิบาย จะพยายามจะชี้แนะชี้ให้เห็นถึงความละเอียดละออเพราะเราปฏิบัติสติปัฏฐาน 4 ตั้งแต่หยาบไล่เข้าไปจนถึงจิตละเอียดดังที่กล่าวนี้มันก็เป็นความจริงที่เราจะพิสูจน์ได้ขอให้พวกเราได้พยายามทำหยาบมาหาละเอียดยางซับซ้อนที่ดีจริงๆเราจะเห็นว่าสติปัฏฐานนั้นเป็นทางเอกอย่างเยี่ยมจริงๆที่เราจะไปสู่นิพพานอันสูงสุดแม้กระทั่งที่สุดถึงอนัตตาทำหรือหมดอัตราไม่ติดไม่ยึดไม่เสพในสิ่งที่แม้จะเป็นสภาพสงบก็ไม่ใช่ไม่ติดแต่เราก็ยินดีได้ดังกล่าวแล้วนี่คือหลักสังเกตให้พวกเราได้พบทวนและ พิจารณาทุกคนก็จะประสบผลตามบารมีของแต่ละคนทุกๆคน