230618-409 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ023.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2523 อภิณหปัจจเวกขณ์ (84 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์22 KB
วันที่แก้ไข8 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันพุธที่ 18 มิถุนายนพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์นำพิจารณาธรรมปฏิเวธก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศก 577 กำชับกัมพูชาถึงจุดสำคัญของความหมายที่รอบรับความหมายที่เป็นเงื่อนไขของคำว่าฌานถ้าจิตที่คลั่งพร้อมจิตที่เป็นฌานหรือว่าจิตที่จะทำงานจิตที่จะเป็นฐานแห่งการปฏิบัติธรรมสติปัฏฐานไปได้อย่างดีสร้างวิชาการ ก็คือจิตจะต้องเป็นฌานตามสามัญญผลตามหลักฐานที่แน่นอนเพราะสภาพที่คิดเป็นฐานนั้นจะเป็นอย่างไรในเว็บใดก็ดีในขณะใดก็ตามแต่จิตของเราไม่ได้อยู่ในองค์ประกอบดังกล่าวจิตนั้นไม่เป็นฌานมันก็จะขาดการปฏิบัติหรือปฏิบัติสติปัฏฐานก็จะย่อหย่อนวิชาก็จะไม่เกิดจึงขอใครและไม่สำคัญว่าเราจะต้องพยายามระมัดระวังจิตตนให้จิตตนเป็นทานมีองค์ประกอบของฌานอยู่อย่างแน่แท้อธิบายถึงลักษณะของวิตกวิจารณ์ปิติสุขนั้นก็เป็นเป็นความเจริญในความเจริญของบทบาทแห่งชาติชนิดว่า ตกวิจารณ์กำลังควบคุมกระทำอยู่อย่างเอาใจใส่ก่อนจะวิตกวิจารนั้นก่อนจะเป็นปฐมฌานก่อนจะทำงานสร้างวิชาจะสร้างอภิญญาต่างๆนั้นน่ะเราจะต้องเข้าใจเงื่อนไขที่ท่านขายเอาไว้ว่าจิตอ่อนควรแก่การงานตั้งมั่นไม่หวั่นไหวนี่คือคำคำศัพท์ง่ายๆแต่นี่แหละคือการไขคำว่าวิญญาณได้คำว่าฌาน 4 คำว่าฌานฉันทำไขในเงื่อนไข 4 ประเด็นที่จะบอกว่าจิตของชานั้นมีองค์ประกอบอย่างไรเขาแปลว่าอ่อนควรแก่การงานตั้งมั่นไม่หวั่นไหวแต่อย่างนี้มันดูง่ายๆแล้วมันก็เฉยๆ อ่านในภาษาบาลีก็คือพุทธภูมิ 4 ตัวนี้เป็นสิ่งที่ขายคำว่าฌานจิตของเราในขณะใดที่มันไม่มีมุทุตาคือไม่แววไวบอกแล้วว่าไอ้อ่อนนี่มันไม่ได้เรื่องจิตที่เหมาะควรแก่การงานและจิตอ่อนมันจะได้เรื่องอะไรคำว่าอ่อนในความภาษาไทยมันไม่ให้ประโยชน์ไม่ให้ผลอะไรมันไม่ให้เรื่องราวอะไรแววไวเป็นจิตที่ละเอียดนั่นเองไม่ใช่อ่อนมุทุแจ้งหมดทุกข์แล้วก็อ่อนก็จริงแต่ว่ามันไ

อ่านต่อ

ม่ใช่อ่อนอย่างที่กล่าวนั้นมันเป็นกิจที่น่ากินดีมันเป็นจิตที่ละเอียดละออ ไปกินที่น่ายินดีเป็นจิตที่มันทำงานอย่างสุขุมกันนี่เป็นจิตแทบตายข้อสำคัญก็คือเป็นกิจที่มันละเอียดมันมีอารมณ์อันละเอียดด้วยปัญญามันประกอบด้วยปัญญาอยู่ทีเดียวแววไวมีสติสัมปชัญญะปัญญาอย่าลืมว่ามันมีสตินะถ้าจิตใจที่ไม่มีสติไม่ใช่มนุษย์แต่จิตไม่มีสติไม่ใช่ทานเพราะฉะนั้นจะรีๆสั้นๆอยู่กับเรื่องอื่นๆไม่อยู่ในจุดที่เราโยนิโสมนสิการมาอยู่ในสิ่งที่สัมผัสและเอามานึกคิดสิ่งนั้นไม่เกิดสติปัฏฐาน มีสติสัมปชัญญะและปัญญาฉลาดอยู่ละเอียดอยู่สุขุมอยู่เขาจะแปลว่าอ่อนก็ตามแปลว่าละเอียดก็มันก็ยังไม่กินความชัดทีเดียวละเอียดอ่อนแววไวฉลาดเฉลียวคล่องแคล่วอยู่ที่เดียวเรียกว่าหมดแต่พยายามเข้าใจความหมายลักษณะนี้ให้ดีแล้วก็พยายามเอามาอ่านผิดตนจิตตนมีลักษณะมุทุแต่มีลักษณะแววไวไหมขนาดใดไม่มีตัวไขเงื่อนไขแรกเนี่ยไม่มีสติไม่มีสัมปชัญญะไม่มีปัญญาไม่มีความคล่องแคล่วเป็นกิ๊กๆเป็นจิตฟุ้งซ่านไปไม่ได้ไม่มีเอกสารอะไรขจรกระจายไปถ้าอย่างนี้แล้วมันไม่ใช่องค์ฌานพระองค์ฌานแล้วจิตจะต้องอยู่ที่อะไรสัมผัส อะไรจับอะไรแม่นเป็นหลักเป็นฐานไปทีเดียวไม่มีอะไรเป๋ๆไปๆมีหลักยึดจับมั่นและละเอียดสุขุมสอดแทรกมีปัญญาแคล้วพร่องอ่านชัดอยู่อย่างนี้แล้วว่าหมดทุกข์พูดแต่ว่าจิตแววไวที่ได้ให้คำจำกัดความหรือให้คำชื่อภาษาไทยๆพูดภาษาไทยๆไว้เนี่ยถ้าจิตใจที่มีลักษณะแววไวติดนั่นแหละเป็นองค์ประกอบของเป็นคุณลักษณะของความเป็นทานอยู่ในตัวจุดหนึ่งแล้วเงื่อนไขหนึ่งแล้วเงื่อนไขต่อไปก็กำไรจิตนี้เราจะรู้เลยว่ามันเป็นกิจที่มีประสิทธิภาพท่านแปลว่าเหมาะควรแก่การงานก็ดีแล้วอันนี้ไม่ค่อยไม่ค่อยยากไม่ค่อยไปอะไรนักภาษาไทยที่ท่านบัญญัติไว้ [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] เพลินจิตของเราอยู่ในขณะนี้มันอยู่ในฐานะที่อยู่กับครอบครัวมีท่าทีที่ครบหรือว่ามีองค์ประกอบที่สมบูรณ์เหมาะที่จะได้ตัดกิเลสมันแข็งแรงมันมีทั้งความจำวัยในการจะรู้จะรู้ก็จะรู้อย่างดีแรงแล้วก็มีกำลังที่ว่าจะหันลงไปได้มันมีองค์ประกอบมันมีลักษณะอย่างที่กล่าวนี่แหละการดูไม่รู้จะใช้ภาษาอะไรดีมันเหมาะควรที่จะทำหน้าที่มันจะทำงานนี่มันจะทำกิจเนี่ยมันเหมาะที่เดียวมันพร้อมเหมือนเราจะไปป่าเรามีมีดอยู่พร้อมเรามีเครื่องไม้เครื่องมือถือครบครันไปทีเดียวเราจะเข้าป่าและมีอาวุธพร้อมมีสิ่งที่ประกอบไปพร้อม หรือเราจะทำงานครัวแล้วก็มีเครื่องไม้เครื่องมือในครัวเรามีอุปกรณ์เรามีของที่จะทำและมีอะไรพร้อมทั้งแจ้งเลยทีเดียวอย่างนี้ก็เป็นสิ่งที่เหมาะแก่จะทำการงานนั้นๆส่วนการจะทำงานปฏิบัติธรรมก็เหมือนกันเราจะมีจิตนี่แหละเป็นสำคัญเป็นตัวใหญ่แล้วเราพร้อมที่จะดักรู้ที่จะเข้าใจตามสัมผัสเราจะมีทำมาวิจัยแยกแยะออกทีเดียวจะเกิดผลรู้ผลัดจะทำเพ่งทำเผาเพ่งรู้และเผาละออกไปได้เพ่งรู้เผาละมีแพ่งก็จะมีการตรวจจิตที่จะทำงานเคร่งรู้อ่านรู้แล้วก็จะเผาให้มันละลายไปในปัจจุบันทีเดียวอย่างเร็วรวดนี่เป็นกิจที่เหมาะแก่การงานเหมาะจะทำงาน เรามีเงื่อนไขนี้อยู่ประกอบด้วยไหมถ้าจิตไม่มีเงื่อนไขนี้ประกอบอยู่ก็ไม่ใช่ลักษณะช้างแต่ถ้ามีเป็นกรรมไม่ดีเยเป็นลักษณะดังกล่าวนี้เหมาะควรแก่การงานเหมาะควรแก่การปฏิบัติธรรมอยู่พร้อมนี่เป็นเงื่อนไขที่ 2 เงื่อนไขที่ 3 ธิติฤทธิเทพตั้งมั่นจิตนี้มันมั่นคงแข็งแรงเด็ดเดี่ยวมันไม่บอกเหลวไหลจิตนี้มันมั่นคงเด็ดเดี่ยวไม่วอกแบกเหลวไหลอยู่กับอะไรก็ที่เราจะมุ่งหมายมันอยู่กับสิ่งนั้นอยู่กับสิ่งนั้นคือการอะไรก็อยู่กับสิ่งนั้นเที่ยงแท้ยืนหยัดอยู่เราจะปฏิบัติธรรมอย่างนี้เป็นต้นเราเป็นนักปฏิบัติธรรมแล้วก็เที่ยงแท้เกี่ยวกับ ปฏิบัติธรรมแล้วจะขาดซึ่งฌานไม่ดีขาดซึ่งชานไม่ใช่ฐานปฏิบัติที่จะเจริญเราก็จะต้องรู้ว่าเราจะต้องมีฌานเป็นของตั้งมั่นเราจะต้องมีองค์ฌานเราจะต้องมีสภาพที่เป็นฌานที่เป็นฐานที่จะเหมาะแก่การทำงานนี่จะต้องหมั้นอยู่กับฌานถ้าเราพูดแล้วก็บอกว่าจะต้องมีฌานนี้เป็นที่ติดจะมีฌานเป็นความตั้งมั่นอย่างนี้เป็นต้นหรือเราจะต้องมีสภาพจิตเราไว้อยู่เป็นทิติมีสภาพลักษณะนี้อยู่กับตัวให้มากมีสภาพที่เรารู้เลยว่านี่เป็นกรรมกรแล้วที่จะเริ่มทำงานแล้วจะทำงานเหมาะและมีกรรมมันดีเลย์ด้วยอย่างนี้เป็นต้นสอดร้อยลงไปเราจะต้องมีอะไรเป็นพิเศษเพราะฉะนั้นแม้แต่จะมีเหตุปัจจัยอะไรที่จะประกอบแม้จะเป็นวัตถุ ไปสัมผัสเป็นอะไรอยู่เราก็จะมีจิตของเราที่เป็นตัวจิตที่มันเป็นฌานนี่แหละตัวจิตที่มันมีลักษณะที่เป็นฐิตินี่แหละมันรู้แล้วก็มันก็พยายามแตะอ่านแล้วก็มีคำว่าวิจัยมีโพชฌงค์เป็นผีติอยู่ด้วยมันตั้งมั่นอย่างนี้มีคุณธรรมมีลักษณะทำอะไรตั้งมั่นอยู่อย่างจริงการสุดท้ายคะแนนชอบปัจจัยมันเป็นจิตที่องค์อาจแคล้วคลาดมันไม่ย่อหย่อนมันไม่ท้อถอยแต่จิตที่ไม่ย่อย้อนไม่ชอบถอยไม่หวั่นไหวอาจหาญอดีตเหมือนกับช้างศึกช้างที่ได้รับการฝึกปรืออย่างมั่นคงแล้วนำเข้าออกศึก วันนี้ไม่มีการแปลงตัวขยะย่นย่ออะไรเลยไม่หวั่นไหวอะไรเลยทะลวงหน้าด้วยไปสู้ปะเตเป็นจิตที่องอาจแกล้วกล้าพอตัวอยู่อย่างพอตัวหน้าที่แปลว่าเป็นจิตที่องอาจเจ้ากล้าแข็งขันพอตัวทีเดียวไม่มีหวั่นไหวย่านเพลงอะไรเลยไม่หวั่นไหวไม่ย่านไม่แพงสู้องค์ประกอบ 4 อย่างนี้เป็นเงื่อนไขในการที่จะรู้จิตว่าเป็นฌานพยายามอ่านพยายามรู้สึกตัวพยายามมีฌานได้โดยไม่ยากได้โดยไม่ลำบากในฌานไม่ต้องถึงกับว่าฌานทั้ง 4 แม้แต่ชาญเริ่มต้นมันก็จะเริ่มต้นเป็นวิตกวิจารณ์แล้วมันก็จะเริ่มต้นได้ เป็นปิติแล้วมันก็เริ่มต้นเริ่มต้นจะเบาว่างเป็นสุขและสุดท้ายมันก็จะแข็งแรงเป็นอุเบกขายอดเยี่ยมเป็นอุเบกขาลงไปได้ฌานทั้ง 4 ก็เป็นลักษณะที่จะบอกลักษณะที่เราปฏิบัติไปแล้วมันก็จะดีขึ้นดีขึ้นอย่างนั้นแต่ในลักษณะ 4 ที่พูดไปเมื่อกี้นี้ว่ามันมีมุทุแต่หมดทุกตัวเองชอบปัจจัย 4 ลักษณะนี้มันก็เป็นลักษณะที่จะต้องรู้ว่าเราเองมีฌานเมื่อไหร่หรือไม่หรือยังถ้าไม่เช่นนั้นเราก็ปฏิบัติธรรมอย่างหลวมๆอย่างไม่เข้าใจถ้าเรารู้ว่าลักษณะนี้อยู่พร้อมพรั่งทุกขณะหรือว่าหลายขณะถ้ามันไม่มีก็ทำให้มันเป็นให้จิตของเราเป็นจิต อยู่ในลักษณะที่พร้อมที่จะทำศึกที่จะออกทำงานให้พร้อมทั้งสิ่งประกอบนอกประกอบในเรียกว่ากรรมไม่ได้แย่คิดแต่ตั้งมั่นแข็งแรงอยู่ตั้งมั่นแข็งแรงพร้อมกับสิ่งต่างๆนี้อยู่ครบครันคิดแต่และสู้ไม่ถอยหรือเพียรอยู่อย่างแรงถ้าจะแปลก็คล้ายๆกันกับว่าเราขนขวายเราเพี้ยนอยู่อย่างแรงและไม่มีการย่อยอดไม่มีการย่อย่านไม่ใช่คนๆลบๆดีๆไม่ใช่อย่างนั้นลักษณะของ ที่เตกับปัดเตมันคล้ายๆกันตั้งมั่นกับไม่หวั่นไหวมันมีลักษณะคล้ายๆกันแต่ก็ไม่ใช่อันเดียวกันพยายามทำความเข้าใจให้ดีอันนี้จะไม่หวั่นไหวเลยไม่ย่นย่อไม่ได้ย่อนคือย่อส่วนที่เป็นทุกอย่างมั่นคงยืนยงตามหลักการตามหลักเกณฑ์ตามความตั้งใจตามอะไรของเราอยู่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไม่ได้ล้มเหลวที่แต่ส่วนอันนี้ชอบปัจจัยนั้นมีแต่ทิศทางที่จะพุ่งที่จะมุ่งมั่นที่จะกระทำเดินหน้าเรื่อยไปไม่ย่นย่อไม่หวั่นไหวไม่ไหวเพลงลักษณะมันต่างกันอยู่อย่างนี้ก็ขออธิบายซ้ำไม่ชัดเจนอีกทีนึงลักษณะสีนี้ขอให้พวกเราอ่านจิตของเราแล้วให้มีฌานปฏิบัติลืม ยืนนั่งนอนทำงานทำการอะไรตรวจจิตคิดว่าเป็นชาญอยู่หรือไม่หรือว่าฟุ้งซ่านหรือว่าหดหู่ดีแล้วถดถอยแล้วไม่ค่อยได้เรื่องได้ราวแล้วความไวสดใสเปล่งปลั่งมีสติสัมปชัญญะอันอื่นเพราะเป็นผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานอยู่ไม่มีอันนั้นก็ไม่ใช่ชาญเพราะจิตชาญจึงมีองค์ประกอบหรือมีเงื่อนไขที่ได้เตือนและได้ชี้แนะฝั่งนี้ขอให้พวกเราได้เข้าใจให้จริงและก็ทำให้เกิดผลสูงให้ได้

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน