230617-408 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ023.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอังคารที่ 17 มิถุนายนพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์นำพิจารณาธรรมะปัจจะเวกก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกและบุคคลผู้ได้ชื่อว่าปฏิบัติธรรมก็คือผู้ที่จะต้องมีความสำรวมอินทรีย์อยู่ระลึกรู้ตัวมีสติสัมปชัญญะเข้าใจทวารเข้าคืออินทรีย์ทั้ง 6 เข้าใจทวารออกที่เราจะกระทำออกมาเพื่อเป็นที่เปิดเผยคือทวารกายวจีมโนแต่ทวารกายกรรมก็ดีไม่มีกรรมก็ดีมโนกรรม จะไม่ใช่ทวารที่มันจะออกมาทีเดียวแต่มันก็เป็นทวารอีกทางหนึ่งที่เราจะรู้ในสภาพของทวารทั้ง 9 มีผู้ปฏิบัติธรรมเมื่อจะรับเข้าก็จะเข้าด้วยทวารทั้ง 6 ตาก็ดีหูก็ดีจมูกก็ดีลิ้นก็ดีกายก็ดีทั้ง 6 ทวารนี้เรารับสัมผัสแล้วเราจะรับมาร่วมปฏิบัติมาประพฤติหรือว่ามาเป็นประโยชน์สังขารในการจะกระทำสังขารร่วมปรุงร่วมสร้างร่วมกอให้มันเป็นประโยชน์อยู่หรือเป็นกุศลอยู่เป็นสุจริตเราจะต้องใช้ปัญญากันครองและใช้ปัญญาพินิจพิเคราะห์กระทำโดย มันเคยชินเอาตามความเคยชินทีเดียวแล้วก็กระทำไปตามความเคยชินซะทั้งหมดนั้นไม่เอาโดยเฉพาะนักปฏิบัติใหม่ๆแรกๆหรือว่ายังไม่มั่นใจยังไม่เป็นผู้ที่เก่งแท้เก่งจริงเราจะต้องเป็นผู้ที่ช้าหน่อยสังวรสำรวมโดยเฉพาะอินทรีย์ทั้ง 6 ให้แก่ตัวเองนั่นแหละและแม้แต่เราจะกระทำตนด้วยกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมซึ่งเป็นการกระทำเหมือนกันกระทำด้วยกายด้วยว่าจีหรือแม้แต่ในมันโง่ที่เรากระทำขึ้นกำลังคิดขึ้นกำลังดำริเพียงดำริซึ่งเท่านั้นก็ตามเราก็จะต้องระมัดระวัง ให้มันเป็นสุจริตให้เป็นกุศลให้มันเป็นสิ่งที่ถูกที่ดีที่งามเสมอๆผู้ใดระมัดระวังได้อย่างนี้ตลอดเวลาเข้าใจในกรรมกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมแล้วก็พยายามกลั่นกรองสิ่งที่สำคัญและรับเข้ามาหาตนพิจารณาออกว่าธรรมะอย่างนี้ไม่ควรร่วมไม่ควรสร้างไม่ควรกระทำและหยุดให้ได้หยุดให้ได้เมื่อสิ่งที่ไม่ดีเราอยู่ให้ได้ถ้าสิ่งใดดีแล้วพิจารณาอย่างร
อ่านต่อ
อบถ้วนสวัสดีเราเราค่อยลงมือทำสร้างสรรค์ไปผู้ประมาณอยู่อย่างนี้โดยแท้จริงคอยสอดส่องด้วยสติสัมปชัญญะระมัดระวังตลอดเวลาเราเรียกว่านี่คือ ฐานเป็นผู้ที่ปฏิบัติเป็นผู้ที่ได้กระทำให้แก่ตนเป็นผู้ที่ฝึกปรือจะทำให้แก่ตนได้จริงเราจะมีความรู้เพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นแม้แต่ทฤษฎีต่างๆโดยคำสอนที่พระพุทธเจ้าจึงตรัสเป็นขั้นตอนสอดคล้องกันสูงขึ้นสูงขึ้นก็มีอยู่แล้วที่เราจะเรียนรู้จากผู้รู้ผู้ที่ท่านได้รู้มาก่อนหรือเราศึกษาค้นคว้าเองมีตำราคัมภีร์ต่างๆก็ได้แล้วเราก็พึงปฏิบัติให้เป็นต้นกลางปลายไปตามลำดับนี่คือบทปฏิบัติที่เราพูดกันง่ายๆเข้าใจง่ายๆเสร็จแล้วเราก็จะต้องมาพยายามรู้ต่อตาหูจมูกลิ้นกายใจจริงๆความรู้มันจะเป็น ตอนเข้าไปตั้งแต่เราเห็นว่าไอ้กายอย่างนี้วจีอย่างนี้มโนอย่างนี้หรือสัมผัสแล้วทั้งตาหูจมูกลิ้นกายใจที่เราจะรับเข้ามานี่เราจะเริ่มรู้ไปตีระดับว่าอันนี้เราไม่เอาล่ะอันนี้มันเป็นของหลวงอันนี้มันไม่ใช่ของดีทั้งๆที่เคยหลงเราก็จะรู้ด้วยปัญญาไปเรื่อยๆเรียกว่าเกิดสัมมาทิฏฐิเห็นว่ามันเป็นของไม่จริงไม่จังเป็นของที่ไม่แน่ไม่นอนแล้วก็เป็นของที่ไม่เป็นสาระอะไรเราจะรู้เป็นอนิจจังอย่างนั้นจริงๆเมื่อรู้แล้วทีนี้เราก็จะพากเพียรตั้งใจมากขึ้นจดจ่อหรือรู้เรื่องใดที่เรามีมากมีจริงเรื่องใดที่เป็นเรื่องสำคัญเราเรียกว่าศักยภาพ เป็นตัวการใหญ่เป็นตัวสำคัญที่เราจะเพ่งที่เราจะเผาที่เราจะกระทำกับมันให้ราบคาบให้เลิกไปละไปหลุดไปได้แล้วก็ทำจริงๆนั้นเรียกว่ารถสกายผู้ใดเริ่มต้นได้กระทำจริงก็เริ่มต้นลดสักกายะหรือรถรถไอ้สิ่งที่มันไม่ดีนี่นั่นคือการภาคเรียนปฏิบัติธรรมไม่ว่าจะเข้ามาทางตาหูจมูกลิ้นกายใจแม้แต่เราจะกระทำออกไปทางกายวาจีมโนแล้วก็ระมัดระวังไม่ให้มันไปเกิดเหมือนอย่างที่เราหมายนี้เมื่อเราทำไปเรื่อยๆลดลงไปได้มากๆๆแล้วก็ลดสกายยักษ์ไปได้เรื่อยๆจริงมันต้องมีของจริงอย่างนี้ที่เรียกว่าการปฏิบัติธรรมไม่ใช่เรียนรู้แต่ภาษาและความหมายเหตุผลนึกคิดเอาเองทั้งนั้นจนที่สุดมันเล็ก เล็กลงเล็กลงเขาเรียกว่าตัวตนนะเล็กลงหรือศักยะอันนั้นก็เบาลงนกเล็กลงจนกระทั่งถึงละเอียดขั้นจิตข้างนอกไม่มีแล้วพฤติกรรมกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมไม่เป็นปฏิปักษ์กันไม่แสดงออกทนได้เก่งขึ้นเราจะรับมาเราก็ไม่รับแม้แต่กระทบข้างนอกเราก็มีภาวะต้านได้เก่งขึ้นจะเกิดบทข้างในอยู่ในจิตนั่นแหละเป็นเรื่องใหญ่ตรงนี้เรียกว่าผมอัตราแท้อัตราที่เหลือเป็นโรคขาดน้ำมันฐานก็สูงขึ้นไปจนถึงฐานธนาคารเลยทีเดียวถ้าเราเรียกโดยขั้นตอนเรียกโดยเขตที่เขาวัดเป็นธนาคารที่จิตข้างนอกเราบริสุทธิ์แล้วเนี่ยพบกามมาพบเราไม่เกิดเหตุการณ์มาพบอีกคนนั้นจะมั่นใจคนนั้นจะเห็นสิ่งของ เหลือเศษแม้แต่ในอัตภาพในเขตของตัวเองเราก็จะต้องไปล้างอีกลดลงลดลงจนมันน้อยลงตามรู้ตามเห็นละเอียดลึกซึ้งเข้าแล้วก็รถมันไม่มีขึ้นไปเรื่อยๆแล้วก็อ่านนะอัตตานั้นก็ลดเป็นหม้ายอะนะแปลว่าไม่ไม่มีอัตราหรือไม่เป็นตัวเป็นตนที่มันเป็นเรื่องเป็นราวนั้นได้เรื่อยๆจริงๆจนพ้นอัตตานุทิฏฐิเป็นอนัตตาคือไม่มีตัวตนนั้นแล้วไม่มีอารมณ์ไม่มีความต้องทนได้หรือว่าต้องกระทำโดยต้องระมัดระวังอีกมันเป็นไปโดยอัตโนมัติเป็นเองเลยไม่เกิดผลอย่างก่อนนี้แล้วมันกลับกันทีเดียวปล่อยวางหรือว่าไม่ติดไม่ยึดสิ่งอย่างนี้เป็นสูตรเป็นทฤษฎีที่ ท่านตรัสเอาไว้ที่เราได้พยายามค้นคว้าหยิบจับเอามาศึกษาประพฤติทดสอบทดลองเรียกว่าสติปัฏฐานที่มีขั้นตอนมีความรับรู้นี่สำคัญเราจะเห็นอนิจจังก็พึงรู้ว่าอะไรเป็นอนิจจังเราจะเห็นว่าอะไรเป็นทุกข์เราก็รู้ว่าไอ้สิ่งนั้นเป็นทุกข์เป็นเหตุแห่งทุกข์เราเห็นในทางที่สำคัญในตาหูจมูกลิ้นกายด้วยความหลงในความที่ไปยึดมั่นถือมั่นไปปรุงพิซซ่าไม่พาให้ทุกข์มันเป็นตัวเหตุแห่งทุกข์เราลดลงไปลดตัวเหตุแห่งทุกข์ลดตัวทุกข์นั้นได้จริงและเหลือน้อยก็ทุกข์น้อยจนกระทั่งเกลี้ยงเป็นอนัตตาดังกล่าวแล้วเราจะมีสภาพรู้อนัตตาเห็นอนัตตาไม่ใช่นึกคิดเข้าใจว่าอนัตตาคือความไม่มีตัวตนเท่านั้นไม่ใช่เท่านั้นแต่เราจะมีสภาวะธรรมที่จะเรียนรู้ เป็นสักกายะถ้าสัตยายังไม่รู้ยังจับไม่ได้เข้าใจความหมายว่าสักกายะกับอัตตาก็ผิดเพี้ยนทำความหมายเบื้องต้นท่ามกลางบั้นปลายก็ไม่ถูกแปลเป็นภาษาไทยว่าตัวตนตัวตนเหมือนกันพ้นตัวตนพ้นตัวตนเหมือนกันแต่เสร็จแล้วก็แยกไม่ออกรู้สภาวะธรรมไม่ได้ผู้นั้นก็ปฏิบัติธรรมไม่ถูกก็ขอให้พวกเราได้เข้าใจเรียนรู้ให้ดีแล้วก็รู้ทั้งภาษารู้ทั้งตัวสภาวะธรรมและมีผลในการปฏิบัติไปจริงๆเราจึงจำเป็นนักปฏิบัติธรรมที่ไม่ใช่ศึกษารู้แต่ทฤษฎีเป็นคณะวิชาการแต่เราจะเป็นตัวการใหญ่เป็นตัวการที่ปฏิบัติธรรมจริงๆจนพ้นผิดพ้นการหรือว่าพ้นสิ่งที่เรากระทำ เพื่อที่จะให้ดับสูญดับสิ้นเราก็ได้ทำให้ดับสูญดับสิ้นได้จริงสนิทไม่มีเรื่องหรือมีตัวเหตุปัจจัยเป็นตัวอย่างให้แก่เราได้เริ่มมีแล้วก็มีมากขึ้นมีมากขึ้นเราก็ยิ่งจะเห็นความจริงเป็นสัจธรรมที่แน่จริงเมื่อมีผลเรารู้ผลเข้าใจผลผลนั้นมันยิ่งจะมั่นใจมั่นใจยิ่งทำมันก็ยิ่งมั่นก็ยิ่งแน่ก็อยากจะเห็นคุณเห็นค่ามันจะไม่มีทางถอยหลังมันไม่มีทางปรับเปลี่ยนไม่มีเวียนบนมันยิ่งเด็ดขาดมันยิ่งแน่แท้จริงๆอันใดที่ไม่แน่ไม่แท้อันนั้นไม่ใช่ทำสัจธรรมแน่แท้จริงจังและยิ่งมั่นคงยิ่งแน่นอนยิ่งเห็นว่ามันสอดคล้องกันไปหมดมัน เบาหวานมันเจริญงอกงามมันสร้างมันสั่นมันไม่ใช่เรื่องเสียหายมันเป็นความประเสริฐของมนุษย์จริงๆแล้วเราก็สุขสบายจริงๆต้องพิสูจน์กันจริงๆนะนี่ก็พยายามแยกแยะเอามาพูดมารวบรวมกันด้วยจะแยกแยะให้เห็นง่ายๆเข้าใจง่ายๆไม่เข้าใจทฤษฎีนี้แล้วภาคปฏิบัติที่เราได้เรียนรู้ก็เรียบเรียงให้ดีแล้วปฏิบัติของแต่ละบุคคลเพราะสักกายะก็ต่างกันอัตราก็ต่างกันแม้แต่ที่สุดเราจะเห็นเป็นสมาธิหรือว่าเรายังมีมิจฉาทิฏฐิอยู่ก็ต่างกันแต่ละคนบางคนยังเห็นสิ่งนี้เป็นเที่ยงยังเห็นสิ่งนี้เป็นหน้าสิ่งที่น่าได้น่ามีหน้าเป็นอย่างรักยังห่วงอยู่อีกก็เยอะแยะเพราะแต่ละบุคคลก็แบ่งทำทำโดยหักโหมเกินไปเราทำไม่ไหวเราแบ่งทำอันไหนสำคัญ เอาก่อนไปเป็นสำคัญเป็นตอนแล้วเราก็จะปราบเรียบได้ถ้าพูดได้ปฏิบัติอย่างมีปัญญาปฏิบัติถูกอย่างแท้จริงในชีวิตนี้เป็นไปได้นอกจากผู้ร้ายบารมีผู้ก็ไม่รู้เรื่องเลยอินทรีย์พละก็อ่อนแอเกินการผู้นั้นก็ต้องพยายามเหมือนกันแหละแต่อาจจะไม่พ้นในชาตินี้ก็แล้วแต่แต่ก็ต้องเสริมบารมีไว้เราทุกคนจึงประมาทไม่ได้ขอให้พวกเราได้ปฏิบัติได้ผลได้ธรรมะสมควรแก่ธรรมตลอดส่วนตัวทุกคนเทอญ