230701-414 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ023.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2523 อภิณหปัจจเวกขณ์ (84 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์12 KB
วันที่แก้ไข8 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันอังคารที่ 1 กรกฎาคมพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์นำพิจารณาธรรมปฏิเวธก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกเรื่องการเป็นนักปฏิบัติธรรมที่รู้วิธีการปฏิบัติตามที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าวางแบบแผนหรือวางระเบียบวางวิธีการไว้แล้วที่เรียกว่าสติปัฏฐานอันเป็นทางเอกถ้าผู้ใดเข้าใจได้แน่แท้จะเห็นได้ว่าการปฏิบัติธรรมในระบบของสติปัฏฐาน เจ้านั้นเป็นระบบที่เอกจริงๆเยี่ยมจริงๆเพราะว่าเป็นระบบที่เรียนรู้ทุกอิริยาบถตลอดเวลาทุกขณะจิตเราจะต้องมีสติแล้วก็จะต้องรู้เท่าทันในทวารทั้ง 6 ควบคุมอินทรีย์ในทวารทั้ง 6 มีปัญญามีจิตอันแยบคายเมื่อเรามีจิตอันแยบคายมีสติสัมปชัญญะควบคุมยอดรวมทั้งหมดในทวารทั้ง 6 และก็มีปัญญาเข้าใจในกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมเข้าใจว่าอย่างนี้ลักษณะอาการกิริยาอย่างนี้เป็นทุจริตอย่างนี้เป็นสุจริตแล้วเข้าใจแล้วเราก็จะฝึกหัดปรับปรุง ควบคุมหมดในจิตของเราถึงจิตก็ตามแม้จะออกมาถึงข้างนอกเป็นกายกรรมวจีกรรมก็ตามทุกๆทวารทุกๆคำกิริยาที่จะรับรับเข้าไปถึงจิตและจะจากจิตออกมาหาไกลกรรมวจีกรรมเราได้ควบคุมได้ควบคุมถึงจะสามารถที่จะกระทำได้แม้จะส่งผลบ้างสำหรับคนที่ยังไม่เก่งยังไม่ชำนาญก็จะรู้ว่าเราเองทำได้ทำได้มันยังไม่ดียังคงตกหล่นบ้าผู้ใดที่ทำได้มากตกหล่นได้มากมีอินทรีย์กล้าแข็งขึ้นก็ยิ่ง ชัดกว่าเราปฏิบัติได้มากขณะจิตที่เรารับรู้รู้ตนรู้ตัวมากขึ้นนั่นคือสติสัมปชัญญะดีพยายามจับทั้งกิริยาอาการต่างๆทั้งนอกกายทั้งสิ่งที่สัมผัสแล้วก็จะเชื่อมโยงเข้าไปถึงจิตไม่ว่าจะเข้ามาทางตาหูจมูกลิ้นกายหรือแม้กรุงอยู่ในจิตเองการได้ปรับปรุงการได้แยกกิริยาอาการออกกรรมการกระทำออกว่าอันใดทุจริตสุจริตอันใดกุศลอกุศลและเราก็มีวิธีการหาวิธีการที่จะปรับเปลี่ยนของตัวของตนยิ่งละเอียดยิ่งเป็นเรื่องลึกซึ้งเข้าไปหาจิตมันยิ่งเป็น จับได้ยากและปรับเ

อ่านต่อ

ปลี่ยนได้ยากเราก็จะต้องเรียนรู้เข้าไปจริงๆสำหรับเปลี่ยนกันจริงๆดัดแปลงจริงๆโดยอาศัยสภาพสัมผัสตามธรรมดาธรรมชาติโหเราก็จะได้ยินเสียงไม่มีเจตนาว่าจะได้รับหรอกยังไงก็ได้เราไม่ต้องได้ไปตั้งใจไว้คอยทีเดียวมันจะมาโดยเราไม่ได้ตั้งใจเรามีสติดีรู้เท่าทันได้มากเราก็เป็นผู้ที่ไม่เผลอกลายเป็นผู้ที่ได้กำไรมากถ้าเราเองเราเป็นผู้เผยขาดทุนทั้งราคะขาดทุนทั้งโทรศัพท์ไอ้ที่กระทบสัมผัสแล้วเราไม่ชอบเราก็เป็นโทรศัพท์เราชอบเราก็หลงตัวหลงมันก็เป็นราคะแต่ไป เก็บตกไฟเกินไปก็ได้ถ้าไม่ชอบก็คุณฝังใจพยาบาทอาฆาตหมองหม่นก็เป็นทุกข์แล้วก็เป็นกิเลสสั่งสมจิตรเหมือนกันเพราะเราจะไม่โมโหด้วยคือว่าจะต้องถูกต้องหลงบ้านไม่หลงใหลจับสัมผัสแล้วก็รู้ถึงการปรุงการเป็นเราก็จะได้สภาพที่มันปรุงมันเป็นเหล่านั้นแล้วก็มาปรับเปลี่ยนตนการปฏิบัติธรรมสติปัฏฐาน 4 จึงเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมจริงๆถ้าเราเข้าใจโดยองค์ประกอบโดยวิธีการโดยอะไรจริงๆของสติปัฏฐาน 4 ที่ถูกต้องแล้วเราจะเห็นว่ายอดเยี่ยมจริงๆและมีผลต่อการปฏิบัติจริงๆ เร็วและแน่แท้ไม่ใช่นั่งนึกนั่งคิดแต่มีของจริงมีสภาพจริงทำให้เราได้หัดปรับปรุงเปลี่ยนใจแล้วก็รู้ต่อความจริงว่าอย่างนี้เป็นกิเลสอย่างนี้ไม่ใช่กิเลสอย่างนี้เป็นรถของโลกอย่างนี้ไม่ใช่ดับรถของโลกออกแล้วอย่างนี้ว่างลงเราจะเห็นสภาพความเป็นจริงอย่างแท้ๆที่เรามีสิ่งปฏิบัตินั้นๆและแม้จะไปนึกทบทวนจำได้สิ่งที่ผ่านไปเราก็พยายามเรียนรู้ลึกซึ้งเข้าไปอีกมันก็จะมีสภาพที่ตกหล่นมีสภาพที่เก็บไอ้ที่มันพลาดมันพลั้งมาได้อีกจะทำความเข้าใจได้ลึกซึ้งละเอียดเติมขึ้นไปอีกแล้วเราก็ฝึกใหม่ตั้งใจใหม่ทุกวันทุกคืนการปฏิบัติสติปัฏฐาน เป็นเรื่องที่ลึกซึ้งเป็นเรื่องที่รอบถ้วนละเอียดละออและเป็นของจริงมีของจริงดังกล่าวนี้ขอให้พวกเราสังเกตมีทั้งอะไรต่ออะไรที่เราปฏิบัติอยู่เนี่ยจะบอกว่าจุ้นจ้านเกินไปก็ไม่จริงจะบอกว่าไม่สิ้นชาติก็ยังมีสิ่งที่เกี่ยวกับเข้ามาหาเรามีสิ่งมาสัมผัสมีสิ่งที่มาทำให้เราได้ปฏิบัติมีแบบฝึกหัดให้เราโดยที่เราไม่จำเป็นจะต้องไปจ้างทำโจทย์ไม่ต้องไปสร้างอกตั้งใจไว้ก่อนมันจึงจะเป็นเรื่องจริงเราจะแข็งแรงเราจะมีสติสัมปชัญญะรู้เท่าทันแค่ได้แค่ใดเราก็จะมีจริงเป็นจริงผู้ที่ทำได้มากขึ้นเก่งขึ้นก็จะเห็นผลจะเห็นจริงว่าเราดีจริงขึ้นมาจริงๆระวังอย่างเดียวแต่ว่าอย่าหลงตน อาการไม่รู้ตัวรู้ตอนนั้นมีอยู่มากไม่ต้องพยายามฉลาดละเอียดลออจับรู้ไม่ได้รักมันไม่อยู่ที่อื่นมันอยู่ที่อินทรีย์ 6 ตาหูจมูกลิ้นกายใจทวารต่างๆเข้าไปถึงอายตนะก็ไปถึงในใจในใจไม่ต้องรู้รถก็จะต้องรู้อารมณ์รู้อาการของจิตของสัมผัสนอกสัมผัสในทุกอย่างแล้วเราจะเป็นผู้ที่รับสิ่งที่น้อยลงน้อยลงอะไรอะไรก็รับน้อยลงเพื่อที่จะมาสังเคราะห์ยังมีชีวิตส่วนเราจะสร้างสรรค์และเราจะสร้างสรรค์ได้มากขึ้นมากขึ้นเราจะเป็นผู้รู้จักอนุโลมปัจจุบันรู้จักทำแรงทำเบารู้จักฐานะบุคคลรู้จักกาล รู้จักประมาณเราก็จะทำได้ดีขึ้นการปฏิบัติธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงเป็นประโยชน์ตนคือละกิเลสให้ออกและเป็นประโยชน์ท่านคือสร้างสรรค์ให้แก่ผู้อื่นได้อย่างจริงจังโดยนัยประการดังนี้

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน