240903-514 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-ปฐมอโศก.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2524 อภิณหปัจจเวกขณ์ (96 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นตัวหนังสือ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์20 KB
วันที่แก้ไข19 กรกฎาคม 2569

เนื้อหาในไฟล์

ต่อไปนี้พ่อท่านปัจจะเวกก่อนฉันประจำวันที่ 3 กันยายน 2524 เมื่อเราได้มาศึกษาธรรมะกันแล้วได้พยายามเอาชีวิตทั้งชีวิตมาก็ให้มันได้ประโยชน์คุณค่าเป็นการศึกษาไม่ได้บังคับไม่ได้มีการสอบเอาปริญญาอะไรแต่เราจะปฏิบัติมาศึกษาเพื่อที่จะให้เกิดความเจริญที่แท้จริงชีวิตหนึ่งชีวิตหนึ่งถ้าเราปล่อยมันไปเรื่อยๆมันก็อยู่ได้มันก็สบายๆไปทะเลาะกับแหล่งไปนั้นเองเดินทางไปสู่ตายก็ไม่ได้อะไรมากมายนักพระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสเรียกว่าเป็นโมฆะบุรุษไอ้ถ้ามันไม่สั่งสมบาปลงไป ก็ยังค่อยยังชั่วมันก็ต้องแหลงกล้องไปแล้วก็ตายแต่เกรงมันจะได้แต่บาปได้แต่สิ่งที่มันเป็นเศษเป็นกากหรือว่าเป็นกิเลสตัณหาอะไรสั่งสมลงไปอีกเพิ่มเติมน่ะสิมันจะไม่โมฆะเปล่าๆโมฆะเพราะว่าไม่มีคุณไม่มีค่าอะไรให้แก่โลกให้แก่สังคมเขาแล้วเปล่าคุณเปล่าข้าเอ็งแถมได้ของตัวเองเหมือนกันแต่ได้อกุศลได้กิเลสตัณหาอุปทานออกทับถมตัวมากหลายแต่อย่างนี้มันจะซวยเปล่าเพราะงั้นเมื่อเราได้ตั้งอกตั้งใจว่ายังไงเราก็มีปัญญาเวลาเราเอาชีวิตของเราเข้ามาศึกษาธรรมะเอาชีวิตของเราเข้ามาทุ่มเทให้ทางนี้ก็ แม่มันเป็นหมันหรือว่าอยากให้มันผิดมันเพี้ยนมันเบี้ยวไปเราพยายามอ่านให้สุขุมประณีตแทบตายก็บอกกันอยู่ก็แนะกันอยู่ก็อบรมกันเสมอๆขนาดปานฉะนี้แล้วยังไม่ได้อะไรอะไรอีกมันก็น่าเสียดายเกินการผู้ทำผู้ช่วยกันก็เสียแรงเปล่าผูกมาตั้งใจอุตส่าห์มาก็เหมือนกับมาหลอกมึงก็มาเล่นลิเกอะไรเปล่าๆมันก็ไม่เข้าท่ามันไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มาบวชแล้วก็ดีหรือผู้ที่ตั้งใจก็มาศึกษาภาคเรียนพระพุทธปฏิบัติก็ดีขอให้ใส่ใจขอให้กระทำให้ถึงจริงให้มีบทประพฤติจริงสังวรสำรวมหลักการของพระพุทธเจ้าสอนไว้หลากหลายนั่นหลักใหญ่ก็บอกอยู่แล้วสำรวมศีลเสมอ บอลศรีสำโรงอินทรีย์โอชิเนมัสยิดตาชาคริยานุโยคนี่เป็นหลักใหญ่ๆเลยเป็นอัตนัยกระทำเป็น

อ่านต่อ

ธรรมะที่ปฏิบัติไม่ผิดเป็นหลักของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเมื่อเรารู้ตัวว่าเราจะต้องควบคุมสิ่งเหล่านี้และหลักศีลปฏิบัติยังไงยังไงบ้างก็เอามาสำรวจอินทรีย์ทั้ง 6 ตาหูจมูกลิ้นกายไม่ใช่สัมผัสมันจะแตะต้องอย่างไรก็สังวรพิจารณาอ่านรู้เท่าทันเสมอหรือสิ่งเกี่ยวข้องเรียกว่าเครื่องอุปโภคเครื่องบริโภคมันเกี่ยวข้องสัมผัสสัมพันธ์กับชีวิตของเรานี่แหละแล้วมันจะพาให้เราเกิดกิเลสอย่างไรมันจะเข้าไปในทวารทั้ง 6 เป็นอย่างไรอย่างไรก็พยายามอ่านแก้ไขแล้วก็พยายามทำจิตของเราให้มีเป็นผู้มีสติสัมปชัญญะรู้ลึกซึ้งในจิตทว จิตเป็นผู้ตื่นคำว่าตื่นนี่ต้องลึกซึ้งถึงจิตเป็นผู้ตื่นอยู่เป็นผู้ที่มีจิตใจระลึกรู้ตัวทั่วพร้อมเป็นสติปัฏฐานไปมีเอกลักษณ์มีการปฏิบัติวิปัสสนาตามหลักการของพระพุทธเจ้าจงอธิบายไว้หลายอย่างหลายวิธีหลายแบบหลายตัวอย่างหลายหลักการเมื่อปฏิบัติและมันก็สอดร้อยมันก็ส่งเสริมจีนให้เราเองเป็นผู้ลดละเป็นผู้ร้ายกลายไปได้จริงๆปฏิบัติจนเป็นผู้ตื่นแท้หรือผู้มีชาตินี้โยกไอ้พวกมิจฉาชีพผู้ตื่นตื่นจากอวิชชาทั้งสิ้นเป็นตัวจบการเป็นผู้ที่เบิกบานแล้วเป็นผู้ที่ตื่นแล้วผู้ที่รู้แจ้งเห็นจริงก็จะต้องพยายามศึกษาทุกบทคำสอนก็เอาพิจารณา อะไรจะทำได้เพิ่มก็เพิ่มเข้าเราทำอะไรที่ได้ผลอยู่ก็ทำต่อไปมันไม่ได้ผลก็ศึกษาอะไรเพิ่มเติมแล้วก็มาปรับปรุงตนเองเรียนรู้ไปเรื่อยๆอาการพิจารณาเป็นตัวหลักใหญ่เป็นตัวที่จะต้องรู้ตัวทั่วพร้อมแล้วก็พิจารณาธรรมประกอบไปพร้อมแยกดีแยกชั่วเรียกว่าอภิธรรมอย่างกุศลธรรมอกุศลธรรมให้ได้ชัดเจนและยังกุศลกุศลให้ถึงพร้อมกุศลที่สูงส่งก็คือกุศลที่ชำระกิเลสชำระกิเลสตัณหาอุปทานและเรียกว่ากุศลนี้ถึงพร้อมมะระนายพรายจากลาภยศสรรเสริญสุขเป็นไปค้านแย้งกันกับกระแสโลกแต่เป็นกระแสธรรมที่แท้เป็นโลกุตระต้องให้เกียรติออกมาได้อย่างนั้นอย่างนั้นแม้จะมีทางโลกผสมอยู่สำหรับผู้ที่ยังปฏิบัติธรรมเป็น อยู่คนดียังมีส่วนที่ได้มายังมีส่วนนั้นส่วนนี้ก็จะต้องพึงละเอียดยอดขายทำให้มันถูกส่วนได้ที่เป็นสาระสัจจะตามที่ได้อธิบายอย่างลึกซึ้งซับซ้อนพยายามอธิบายให้ฟังแล้วก็ทำให้มันเป็นกุศลสูงเป็นกุศลแก่ตนแก่ท่านอย่างสอดคล้องให้เป็นไปด้วยดีเหมือนกับผู้ใดไม่มีวิจารณญาณหรือไม่มีการพิจารณาในการปฏิบัติธรรมอะไรแล้วโง่งมงายไม่ได้เรื่องหรอกยิ่งมีหมู่กลุ่มที่ยังไม่เป็นหมู่กลุ่มใหญ่ไม่เป็นมงคลที่มีฤทธิ์มีแรงแท้จริงแล้วยิ่งแย่ถ้าไม่มีกลุ่มใหญ่และมีฤทธิ์มีแรงตรงทางเป็นไปได้ดีถ้าอย่างนั้นจะมีฤทธิ์มีอำนาจสามารถที่จะไปอบรมดึงผู้อื่นได้เดี๋ยวนี้พวกเราทำถ้าเราแน่ใจว่าพวกเราเป็นคณะที่ถูกต้องเป็นสมาธิ มันก็ยังหมูน้อยเหลือเกินงูใหญ่ของเขาใหญ่เหลือเกินก็สามารถโน้มน้าวจูงดึงกันไปได้แล้วก็ไปในทิศทางที่มันออกนอกลู่นอกทางส่วนเรานั้นพยายามกระทำมาอยู่แม้จะเป็นหมู่มันก็จะหมูน้อยฤทธิ์น้อยว่าเราต้องพยายามช่วยตัวเองให้มากทำตัวเองให้มีฤทธิ์มีแรงเสริมหนุนขึ้นมันก็จะได้ขยายที่ขยายแรงมีหมู่มีกลุ่มโตขึ้นโตขึ้นต่อไปถ้ามีกลุ่มอยู่ในประเทศไทยไปพูดถูกแต่สัมมาทิฏฐิเป็นส่วนกว้างส่วนใหญ่ส่วนมากเป็นอย่างจริงแล้วมันจะมีฤทธิ์แรงมันโน้มน้าวให้ผู้อื่นนั้นเป็นไปได้แต่เราจะไปหวังถึงปานฉะนั้นไม่ไหวหรอกเราต้องทำไปแทนที่เล็กในส่วนตัวส่วนตนโรคจะหวังได้ว่าจะอยู่อย่างเป็นสุขมีสันติก็เพราะว่าอาศัยผู้ที่ทำถูกต้องผู้ที่มีสัจธรรม แล้วก็ขยายขอบเขตของผู้ที่มีสัจธรรมนี้ไปได้เรื่อยๆมากขึ้นโลกจึงจะอยู่สุขเย็นเราก็จะต้องเร่งรัดเราเป็นประโยชน์ตนของเราได้เราก็พ้นทุกข์เราก็ได้สุขเราก็เจริญงอกงามเราก็สบายดีของเราก็จริงและมันเป็นผลสืบโยงไปถึงสังคมด้วยเพราะเราได้ดีเพราะเรามีฤทธิ์มีแรงที่จะช่วยเกื้อหนุนผู้อื่นคนเดียวเป็นหลายคนก็ได้เราเป็นคนเดียวเราก็แสดงวิธีวิธีสามารถทำให้คนอื่นก่อเกิดคนอื่นให้คนอื่นเปลี่ยนจิตเปลี่ยนโอปปาติกะเปลี่ยนวิญญาณมาเป็นคนดีคนดีคนดีลดละลดลดโรคลดตัวลดลงได้จริงมาเรื่อยๆอีกเราเอาอย่างนี้เราทำอย่างนี้อยู่โลกก็มีหวังจะสุขเย็นสันติสุขจะเกิดในสังคมได้เพราะพวกเรารู้และเข้าใจอย่างนี้ ไปกับเพลงเพี้ยนทำกันจริงๆมันจึงจะมีฤทธิ์มีแรงไปช่วยเหลือโปรไฟล์ให้สังคมนั้นเป็นไปได้ถ้าเผื่อว่าเราต่างคนต่างเห็นแก่ตัวได้เล็กๆน้อยๆแล้วก็นึกว่าได้แล้วแล้วก็พอใจแล้วแค่นั้นแค่นั้นมันก็ไม่มีทางที่จะเจริญงอกงามไปสู่สังคมใหญ่กว้างได้สังคมใหญ่กว้างเดือดร้อนกันเหลือเกินทุกวันนี้ถ้าสดับรับข่าวอยู่ก็จะรู้มันเดือดร้อนขึ้นจะเป็นคดีอยู่กันขึ้นทุกวันทุกวันแล้วจริงๆถ้าเผื่อว่าผู้ใดเห็นแล้วรู้แล้วก็น่าจะได้เร่งรัดพัฒนาตนเพราะตนได้ตนก็ไม่แดงถ้าถูกต้องตามหลักของพระพุทธเจ้าแล้วเป็นพระอริยเจ้าอย่างพระพุทธเจ้าเราจะเป็นประโยชน์ตนประโยชน์ท่านจริงๆจะไม่ง้อถ้าปฏิบัติถูกหลักถูกทำของพระพุทธเจ้าที่แท้จริงแล้วเราจะเป็นผู้ที่เป็นประโยชน์ตนประโยชน์ท่านที่แท้จริงเราจะไม่งอมืองอเท้าเพราะมันหมดตัวหมด จริงมันเสียสละทั้งตัวตัวเองเราเสียสละที่จะทำงานทำการทำอะไรต่ออะไรให้แก่โลกได้มีแต่งานกาญจนาบทบาทที่มันเกิดอยู่สักแต่ว่าเป็นงานเป็นการน่ะมันไม่มีอื่นเลยมันจะทำไปเมื่อยก็พักไม่เมื่อยก็เพี้ยนเรื่อยไปไม่มีใครมาบังคับไม่มีอะไรไว้ล่อมาหลอกไม่มีอามิสสินจ้างอะไรจริงๆมันเกิดการหมดตัวหมดตนที่ชัดแจ้งมันไม่เห็นแก่ตัวมันไม่เสร็จมันไม่ติดอะไรแม้แต่ติดความสงบมันก็ไม่ติดมันรู้แล้วความสงบทำได้อย่างเนียนสนิทที่ในจิตในใจเป็นอยู่ไม่อาศัยเวลาไม่อาศัยสถานที่ไม่อาศัยโอกาสไม่อาศัยอะไรมันเป็นได้จริงๆไม่มีที่สิ้นไม่มีที่สุดเป็นอนันตังเราก็ไม่จำเป็นจะต้องไปยึดเราก็ทำได้เป็นความสงบอยู่ทุกที่ทุกถิ่นทุกแห่งทุกหนทุกงานทุกการเป็นความสงบอยู่ตรงนั้น แล้วเราก็จะไปทำงานเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นได้สำหรับตัวเองนั้นไม่ต้องเสพก็ได้แล้วไม่ต้องเสวยก็ได้แล้วมันสงบอยู่มันสบายอยู่เพราะเรารู้วิธีทำแล้วเราต้องการเป็นการรู้ธรรมใจในใจของเราอย่างถูกต้องแล้วเราจะเป็นตัวประโยชน์เป็นตัวที่สร้างสรรค์ให้แก่สังคมอยู่อย่างตลอดกาลนี่เป็นหลักการของพระพุทธเจ้าขอให้พวกเราได้พิสูจน์แล้วก็ขอให้พวกเราได้พบสัจจะความจริงที่กล่าวไปอยู่ทุกวี่ทุกวันนี้ให้ถึงที่สุดด้วยกันถ้าใครอยากได้เร็วก็ต้องเพียรจะได้เร็วโดยไม่เพียงไม่ได้เพราะเราจะได้เร็วนั้นจะต้องมีความเพียรทางกล่าวแล้วแม้แต่พระพุทธเจ้าท่านก็กล่าวแต่ก็จัดเอาไว้ว่าเราจะสำเร็จอะไรก็ได้ด้วยความเพียรขาดความเพียรนั้นจะพบความสำเร็จไม่ได้เลย

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน