190501 เกวัฏฏสูตร-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt
เนื้อหาในไฟล์
เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมพุทธศักราช 2519 ต่อจากนี้ไปท่านจะได้รับฟังการบรรยายธรรมะอันเป็นการทำวัตรเช้าซึ่งพ่อท่านก็พอที่รักได้แสดงที่ธรรมสถาน Dino แสดงธรรมวันนี้ได้แสดงเกี่ยวกับเรื่องธรรมะทั่วๆไปและเข้าใจว่าคงจะเป็นธรรมะที่สืบต่อจากเมื่อวันวานคือเรื่องของการจัดเรื่องมหาอุดมมหาภูตมาอย่างลงณที่ไหนซึ่งข้อเท็จจริงอันนี้จะเป็นอย่างไรก็เชิญรับฟังได้ต่อไปนี้จะ อธิบาย 001 ให้ฟังกันตั้งใจฟังดีๆตัวนี้สำคัญผมเองผมมาได้อ่านสูตรนี้เข้าตั้งแต่สุดใจสภาพธรรมแล้วแล้วก็มาอ่านเจอภาษาอังกฤษดอกแล้วมาอ่านเจอสูตรนี้เข้าก็จับคำจับความได้มาเป็นส่วนสำคัญยิ่งและเป็นเรื่องความบริบูรณ์ของมันทีเดียวท่านพุทธทาสท่านจับประโยคที่ว่าสัพเพธัมมานาลังอภินิเวสายะ ที่ว่าธรรมทั้งหลายไม่ควรยึดมั่นถือมั่นเป็นประโยคที่ท่านเห็นว่าสำคัญที่สุดแต่ถ้าคิดเอาว่าไม่ยึดมั่นถือมั่นเป็นตัวตัดสดเป็นความรู้เป็นมรรคเข้าไปที่ไม่ควรยึดมั่นถือมั่นอะไรก็จริงก็จริงท่านเห็นอันนั้นผมเห็นผมเข้าใจด้วยสัพเพธัมมานาลังอภินิเวสายะทำทั้งหลายทั้งปวงนาหลังไม่ควรอภินิเวสายะยึดปักหลักลงมันลงที่นั่นเลยเอาเป็นแดนเกิดก็เป็นแดนอยู่ อภินิเวสายะหมายความว่าเป็นแดนเกิดพระเป็นแดนอยู่ก็จริงในสภาพของบุคคลผู้ที่กำลังพากเพียรปฏิบัติอยู่ต้องใช้มรรคต้องใช้มัสยาหรือใช้ปัญญาที่จะต้องมีสภาพกระทํา ปาล์มเกิดเข้าใจความเกาะเข้าใจความเอาเป็นตัวอยู่เอาเป็นตัวเป็นตนหรือยึดเป็นแดนเกิดอยู่ตลอดไปเนี่ยเห็นแบบนี้แล้วอย่าไปพึงยึดเอาเป็นแดนเกิดอย่าไปฝืนยึดเอาเป็นแดนเกิดต้องมีใจต้องมีจิตต้องมีปัญญาต้องมีความเข้าใจและมีความเห็นจริงอย่างนั้นและก็ทำอย่างนั้นให้ได้แต่มันก็ยังไม่สิ้นสุดมันยังไม่สิ้นสุดมันยังไม่มีไม่พ้นความจริงอีกอย่างหนึ่งความจริงอีกอย่างหนึ่งก็คือว่าเมื่อจิตของเราพ้นอย่างนั้
อ่านต่อ
นได้แล้วไม่ยึดได้แล้วแต่แล้วเราก็ยังเป็นผู้ยึดยังเป็นผู้เกิดอยู่ยังไม่ใช่ผู้ตายจึงเรียกว่าอรหันต์ ถ้าการกระทำอย่างไม่ยึดไม่ถืออะไรเลยนั่นน่ะจบแล้วก็คนตายเมื่อไม่ยึดติดถืออะไรแล้วเราก็ต้องตายรูปขันน้ำขันรูปนามขันธ์ 5 ต้องตายดับดิ้นลงไปก็เป็นอันว่าไม่มีสมมติใดๆไม่มีปรมัตถใดๆจบสุดเป็นสัจจะสิ้นระมัดขึ้นสมมุติหมายความว่าไม่ยึดอะไรเลยร่างกายก็ไม่ต้องยึดกันแม้แต่ดินน้ำไฟลมก็ไม่ต้องยึดต้องเกาะกันเลยละลายไปเลย 10 ขันน้ำขันและรูปขันแยกแตกออกไปจากกันโดยไม่ต้องยึดไม่ต้องเกาะไม่ต้องอยู่ไม่มีแดดไม่มีพบไม่มีตัวตนจริงๆไม่ก็เรียกว่าจะต้องเป็นอย่างนั้นถ้าเผื่อว่า ไม่ต้องยึดธรรมะทั้งหลายไม่ต้องทรงไว้สัพเพธัมมาธรรมะทั้งหลายรูปขันนามขันก็เป็นธรรมะไม่ต้องทรงไว้ธรรมะถึงที่สุดแล้วมันแปลว่าไม่ตรงมันแปลว่าส่งไปก็ไม่ต้องส่งไว้รูปดินน้ำไปลงก็ไม่ตรงๆว่าแย่ส่วนออกไปหมดเลยละลายไปหมดเลยถึงได้ว่าหมดจริงๆแต่แท้จริงมันไม่ใช่อย่างนั้นมันเป็นแต่เพียงทำจิตอาสาทำจิตไม่ให้ยึดเอาเป็นแดนเกิดไม่ใช่อภินิเวสายะอภินิเวสายะหมายความว่าที่อยู่ที่ยาจิตของเรานั้นละเอียดเพราะฉะนั้นจิตของเราเท่านั้นที่ไม่ยึดเอาไปติดแล้วให้ประณีตแต่ในรูป หยาบไม่ได้น้ำไฟลมที่หยาบก็ยังต้องมีอภินิเวสายะยังมีสภาพที่ยังเป็นอยู่อย่างยิ่งตายะเนี่ยมันแปลว่าที่อยู่วาตะเวสสันแปลว่าที่ที่อยู่ที่จะเป็นไปอยู่ที่ยังดำเนินสิ่งนั้นอยู่หรือที่จะทรงครองกันอยู่มันยังอยู่อย่างยิ่งลูกค้านำรูปขันนี่มันก็ยังอยู่แนะนำขันติสอนอยู่ในจิตมันก็ยังมีอยู่ตามสันติยาที่ยืนอยู่ในจิตมันก็ยังมีอยู่นะผันต่างๆเรายังมีเวทนาสัญญาสังขารวิญญาณอยู่ยังไม่ได้พลาดไปไหนดอกแต่ ว่าเรามีปัญญารู้และมีปัญญาทำตนทำจิตของตนให้รู้ว่าอะไรต่ออะไรเนี่ยมันไม่เที่ยงยึดเอาเป็นเอาตายไม่ได้ยึดได้ทั่วปัจจุบันมิได้ชั่วปัจจุบันเราจะไปยึดเอาเป็นเอาตายไม่ได้เพราะฉะนั้นเราจะต้องมาเรียนรู้ธาตุรู้มาเรียนรู้ธาตุรู้นี้เข้าไปให้ลึกซึ้งอีกยิ่งกว่านั้นและทำให้มันเป็นได้แล้วเราก็รู้ความจริงเพราะเมื่อเราตัดสินแล้วเราไม่ยึดก็ตามหรือเราจะรู้ยึดก็ตามเราจะรู้ทั้งยึดและรู้ทั้งไม่ยึดเราต้องรู้เกิดและรู้จักส่วนใดที่จะดับให้ได้สนิทก็สนิทให้ได้ส่วนใดที่จะเหลือไว้ให้เกิดอยู่ ก็ให้มันเกิดอยู่ผิดฐานให้มันเกิดอยู่หรือนามขันธ์เวทนาสัญญาสังขารวิญญาณให้มันเกิดอยู่เป็นธรรมดาไม่มีแขกจรไม่มีตัวผีร้ายผสมลงไปในจิตขันธ์นั้นไม่มีอกุศลและจิตผสมอยู่ไม่มีโลภะไม่มีโทสะไม่มีโมหะเข้าใจแจ่มแจ้งเป็นทาสติดที่แจ่มแจ้งเป็นวิญญาณที่แจ่มแจ้งชัดเจนให้ได้จริงๆจึงจะเรียกว่ามันไม่เกาะกลุ่มธาตุละเอียดที่เรียกว่าธาตุปฐวีธาตุปะทะวิธีตั้งลงอย่างลงเพราะกันเรียกว่าธาตุดินมันจะเกาะเป็นขนาดไหนก็ตามแต่เป็นกาละขนาดไหนก็ตามแต่แล้วก็มันก็จะมีสภาพ หลายเออหรือว่าร่วมอยู่ที่ยังไม่เกาะแน่นเหมือนดินเป็นอาโปเธอมันยังลงไม่เป็นปะปะยังไม่ปะยังไม่ตั้งแน่นยังไม่อย่างแน่นยังไม่ปะยังไม่ปักแล้วล่ะมันอย่างลงแล้วก่อนตั้งลงหรือยังลงแล้วก่อนแต่ยังไม่ผ่านยังไม่แน่นยังไม่มีพลาสติกแน่นแข็งอันนั้นมันอาโปมันอาจจะเปลี่ยนไปก็ได้แค่นี้ก็ไม่ถึงแข็งแล้วมันก็ละลายทิ้งก็ได้กลับไปกลับมาอ้าปากมันจะเป็นธาตุอยู่ก็ตามหรือแม้แค่ยังเป็นสภาวะแคบไปแค่ลมแค่มีชีวิตแค่รอบ 3 เตโชเตชะมีชีวิตแค่รอบ 3 หรือมีพฤติแค่อายุวาโยวัดหมดอายุบอกอายะวายุวายุแปลว่าลมมันจะมีแค่พฤติแค่เป็นเพียงว่ามันมีอายุยืนอายุของมันแค่นั้นเท่านั้นก็ตามเป็นทาสที่ร้อยน้อยเป็นชาติที่ยังไม่อย่างหนึ่งแม้แต่รอบนึงของไตรรัตน์เป็นชีวิตรอบนึงสักรอบนึงมันก็ยังไม่มีคำว่าชีวะชีวิตอะไรหรือว่าไม่มีพฤติการณ์อะไรอยู่ในนั้นครบทั้ง 3 3 เชิงเตชะหรือแม้ ขึ้นน้อยๆก็แค่ที่จะนับเอาเป็นอายุเป็นวายุหรือวาโยเป็นลมนับเอาไปอายุหรือเป็นวายะวายุนี้ไม่ได้เราก็ยังไม่เอาเพราะฉะนั้นธาตุที่มันจะยาวลงพรุ่งนี้เราต้องมาเรียนรู้ให้ชัดเจนจริงๆจนแม่ที่สุดเราเรียกว่านามเราเรียกว่ารูปเราก็รู้นามดูรูปแล้วเราก็ไม่เกาะนามไว้ก่อนลูกหรือไม่ให้น้ำให้ลูกยางตั้งลงเป็นนามรูปเป็นตัวตนลงเป็นอีกอย่างนี้เราจะมาเรียนรู้ให้ชัดเจนอีกอันนึง มาจับได้แล้วผมมาเห็นเป็นหลักฐานในพระไตรปิฎกผมเห็นว่าอันนี้เป็นจุดสำคัญมากเพราะว่ายอดที่สุดถ้าลองฟังดูจะอธิบายให้ฟังชัดๆนี่เองเทวดาเรื่องเคยมีมาแล้วท่านเล่าให้แกวัดต่างๆภิกษุรูปหนึ่งในหมู่ภิกษุนี้เองเกิดความสงสัยขึ้นในใจว่ามหาโพธิ์มหาภูติคือดินน้ำไฟลมเหล่านี้ย่อมดับสนิทไม่มีเศษเหลือในที่ไหนหนอดังนี้ ฟังดูดีๆนะคำพูดหรือว่าคำศัพท์พวกนี้ละเอียดอ่อนเราเป็นคนประณีตแล้วสุขุมแล้วเราต้องเข้าใจทั้งภาษาความหมายและตัวอย่างรวมไปถึงสภาวะธรรมให้ละเอียดมหาภูต 4 ดินสภาพปฐวีธาตุน้ำอาโปธาตุไปเตโชธาตุลมวาโยธาตุสิ่งที่หยาบละเอียดและอธิบายเมื่อกี้นี้บอกว่าย่อมดับสนิทไม่มีเศษเหลือในที่ไหนหนอสิ่งเหล่านี้ดับไม่มีเหลือในที่ไหนเหมือนกันกับที่สุดในโลกคนมาถามมีนัยยะคล้ายกันไปหาที่สุดในโลกมันไม่มีที่สุดโลก ที่สุดแห่งความหมุนเวียนมันไม่มีไม่มีมันมีแต่จุดๆจุดจบได้นะที่ติดจบจริงได้อยู่ที่ 10 ของเราเพราะจิตจบแล้วทุกอย่างก็จบด้วยแต่นี่เป็นที่สุดในพระพุทธเจ้าแต่ค้นพบเพราะว่ามโนภาพทางอื่นอย่าไปมุ่งหวังเพราะอันอื่นไม่มีสมรรถภาพดินน้ำไฟเราไม่มีสมรรถภาพที่จะห้ามที่จะผลักหรือว่าดูดมันจะห้ามไม่เกินจะห้ามให้ดับจะทำให้ดับจะทำให้เกิดโดยสมรรถภาพในตัวมันเองนั้นดินน้ำไฟลมทำให้ตัวเองไม่ได้คนมีจิต เป็นเอกภาพจิตที่เรียกว่าวิญญาณธาตุเนี่ยสามารถที่จะไม่ให้ดินน้ำไฟลมหยั่งลงได้แต่ยืนยันนะถ้าไม่สามารถที่จะห้ามไม่ให้ดินน้ำไฟลมในโลกนี้หรือในไหนก็ตามไม่เกิดให้เป็นไปไม่ได้เป็นไปไม่ได้ไม่ให้ดินน้ำไฟลมมันเกิดเป็นไปไม่ได้เพราะอรหันต์ไม่ใช่ผู้ที่เรียกว่าละลายทำให้โลกแตกทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างสูญหายหมดถ้าทหารไม่ใช่อย่างนั้นพระทหารเป็นผู้ชนะตนเป็นผู้ชนะตนเป็นผู้ห้ามสิ่งที่ละเอียดที่สุดเรียกว่าธาตุละเอียดที่สุด รู้ความละเอียดของธาตุใดๆในโลกที่พระพุทธเจ้าท่านตั้งชื่อไว้ 4 ผ้าหรือว่าไม่ใช่พระพุทธเจ้าตั้งคนอื่นก็ตั้งมาก่อนพระพุทธเจ้าเกิดอีกไหนๆคนอื่นก็ตั้งเขารู้มาก่อนพระพุทธเจ้าด้วยซ้ำไปแล้วเขาก็ใช้มาแล้วแล้วก็เป็นอาหารกันมาแล้วจนพระพุทธเจ้ามาเกิดอีกก็มารู้สิ่งจริงอันเดียวกันนี้อีกแล้วผมมาเห็นมารู้อันนี้ผมก็ไม่รู้จริงๆอันนี้อันเดียวกันกับที่พระพุทธเจ้าท่านเห็นอันเดียวกันมันมารู้ชัดมันมารู้เจนกันในอันนี้แล้วขึ้นมาเหมือนกันมันมีความรู้ชัดเหมือนกันอันนี้ก็เล่าความว่าอย่างคุณธรรมไม่ได้เอาสูตรนี้มาอธิบายทั้งหมดเล่าความว่าภิกษุรูปนั้นได้เข้าสมาธิใช้คำว่าเข้าสมาธิเข้าสมาธิ นี่ก็คือคิดอย่างเข้าไปถึง 10 แล้วก็จิตทำงานในจิตเรียกว่าสมาธิคือจิตอันยิ่งนั่นเองอันอาจนำไปสู่เทวโลกที่เป็นภาษาโบราณที่ฐานหมายความว่าทำผิดแล้วให้มันจิตมันละเอียดสุขุมเข้าไปนี่คือเข้าไปสู่เทวโลกให้จิตมันทำงานละเอียดสุขุมวิทก็ไปจิตให้สูงขึ้นยิ่งขึ้นให้มีตัวรู้ให้มีธาตุรู้ที่ละเอียดยิ่งขึ้นเร็วๆว่าทำจิตให้มันสูงขึ้นอากาศนำไปสู่เทวโลกได้นำเอาปัญหาข้อที่ตนสงสัยนั้นไปเที่ยวถามเทวดาพวกจาตุมหาราชิกาพระสงฆ์ขึ้นไปนึกว่าจิตที่สูงขนาดชั้นเทวดานึกว่าติดขนาดนี้เก่งก็ไปถามคันนี้ดูก็คือเอาปัญหาเนี่ยปัญหาตั้งปัญหาใส่ใจแล้วก็ตัวเองก็ไปขอคิดอยู่ในใจ ไปจนกระทั่งถึงจุดละเอียดเข้าไปถึงขั้นสบายแล้วไม่ทุกข์ร้อนเป็นจิตของเทวดาเป็นจิตสวรรค์เป็นจิตตกเป็นจิตกินเปรมเปรมใจแล้วแต่ยังมีการอยู่จิตนั้นยังมีการผสมอยู่จตุรมหาราชิกายังมีการผสมอยู่ก็ยังไม่ดีก็ยังออกไม่ได้รู้ไม่ได้หรอกปัญหานี้มันละเอียดกว่านั้นไปถามว่ามาหาพระพุทธรูป 4 เนี่ยดินน้ำไฟลมย่อมดับสนิทไม่มีเศษเหลือในที่ไหนหนอไปถามสิทธิ์ขั้นละเอียดแค่ขั้นเทวดาจาตุมหาราชิกาไม่ได้จะส่งมาหาได้มีการไม่สามารถตอบได้เพราะจิตนั้นยังมีการผสมอยู่ตามที่ประสงค์ไปด้วยดินน้ำไฟลมที่หยาบถ้าดินน้ำไฟลมทุกอย่าง การจัดการแค่นี้ก็ตอบไม่ได้วิจิตรอย่างนี้ก็ไม่สามารถที่จะแยกส่วนละเอียดอันนั้นมาให้คนอื่นมาให้อันอื่นแสดงให้อันอื่นดูได้เพราะว่าตัวเองก็อยากแสนอยากแล้วเราจะไปเอารายละเอียดได้ยังไงตัวเราเองก็อยากแสนอยากยัง เคยเล่าสู่ฟังแล้วเป็นสภาพของจิตที่ปรารถนายังต้องการแสวงหาอยู่เป็นยักษ์ทั้ง 4 จะหามาให้แก่ตนได้ 4 ทิศจะใช้อำนาจอย่างไรก็ตามที่จะไปหามาให้แก่ตนให้ได้ก็จะเอาอำนาจอย่างนั้นเสาะแสวงหามาให้ตนอยู่เมื่อไม่มีใครตอบได้ก็ไปหาฉันดาวดวงดาวก็ดึงเครื่องหมายคำว่าพยายามหามาให้ตนแล้วพยายามทำให้ตนแล้วทุกสถานที่ทุกสภาวะทุกอาการดาวดึงส์แปลว่า 33 โดยมีตัวจิตราเป็นตัวเอกสั่งการหมดทุกอาการให้แสวงหามาให้ได้ทั้งหมดละเอียดไปอีกเทวดาชั้นนั้นโยนไปให้ท้าวท่านท้าวสักกะเท้ายาม ชาวสันตะดุสิตนั่นเองท้าวสุนิวัฒน์ด่านนิมิตตะท้าวปรนิมมิตวสวัตตีหมดทั้ง 6 ชั้นของเทวดาที่หมายคำว่าเล่าละเอียดเล่าเล่าเล่าเล่าเล่าเล่าเล่าผ่านไปไม่มีเชิงคล้ายๆกันสูงขึ้นไปให้เทวดาชั้นไหนชั้นไหนชั้นไหนให้จิตนั่นเองให้จิตฉันละเอียดขนาดของเทวดา 16 ภูมิก็ไม่สามารถที่จะให้คำตอบอันนี้ได้ไม่สามารถจะให้คำตอบวันนี้ได้เพราะว่าเทวดาจิตเทวดาหยาบหยาบขนาดนี้จะไม่ใช่ภูมิรู้ที่จะรู้สิ่งนี้ผู้ได้จริงก็คือเป็นภูมิรู้ชั้นสุดแล้วจะเอาความรู้ชั้นจะเอาปัญหาของ ทำข้อสอบขั้นจบมหาดุสิตบัณฑิตไปถามชั้นอุดมศึกษาและเตรียมอุดมเฉยๆอย่างนี้มันยังไม่ได้ถามพวกพรหมมาพรหมกายิกาเอาไปถามพวกสมการฎีกาคือจิตละเอียดเข้าไปอีกพ้นตามแล้วผลการแล้วแต่ยังไม่มีสภาพที่หลงรู้หลงยึดหลงคลองอะไรต่ออีกหลายชั้นหลายเชิงถ้าหลงสภาพความหรูหราความรู้ความตัวจิตเองเลยตอนนี้ไม่เกี่ยวกับวัตถุนอกไม่เกี่ยวกับรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสแล้ว 7 วันว่างอยู่แล้วแต่จิตถึงขนาดปานนั้นก็ยังมีชั้นเชิงในการลงยึดหลักเป็นบริษัท ชาหรือว่าไม่รักแล้วแต่เอาสภาพทำไปปุโรหิตตาไปชนิดสอนเขาหมดแทนที่จะเอาจิตมาวิเคราะห์มาวิจัยเรื่องเอามาทำรู้ก็ไม่เอาเวลาแล้วเอาจิตไปสอนเขาไปอยากสอนเขาจิตนั้นมันก็ไม่ละเอียดอย่างนั้นก็ไม่ละเอียดเพราะฉะนั้นจิตมันยังมีกังวลมันยังมีอะไรที่ไปส่งสิ่งๆอยู่เพราะเวลาคิดเวลาพิจารณาจิตจะไปทำจิตเป็นแค่ยังมีเอาอะไรอาวรณ์อยากสอนก็อยู่ไม่ได้จิตต้องละเอียดโดยตัวมันเองจริงๆไม่เป็นมหาพรหมใดไม่ว่าจะมาหาผมฉันใดอีกละเอียดแทรกซ้อนเข้าไปอีกไปยึดอยู่แค่ไหนแค่ไหนก็ไม่เอามีเศษเสี้ยวขนาดประมาณ ปาลิตาพากลับประมาณอาภาไม่เอาหรือเป็นอภัสราพรหมอีกก็ไม่เอาผ้าป่าปริตาพาแม่มีจำนวนน้อยเอาประมาณนภาไม่มีจำนวนมากนี่หมายความว่าอะไรอธิบายสภาพของจิตที่มันจะไปยึดอยู่ในสภาพอย่างไรก็ตามสภาพอย่างปริศนาสภาพอย่างปุโรหิตตาก็ตามจะมีมากมีน้อยขนาดใดก็ตามเป็นความเก่งเก่งที่สามารถยึดเอาได้หรือเก่งที่สามารถสอนเขาได้เป็นประโยชน์ได้แล้วก็ตามน้อยก็ตามมากก็ตามต้องรู้เรื่องรองส่องแสงอยู่เป็นอาภัสราหมายความว่าทำได้ดีจริงๆมีสภาพที่เห็นได้เด่นชัดอยู่ ก็ตามก็ไม่เอาหรือจะมากกว่านั้นไปอีกยิ่งหนักใหญ่ขึ้นไปอีกมีฉะเชิงซ้อนเป็นพรมที่จะยึดถือตัวตนใหญ่มันเก่งขึ้นแต่ถ้ามันหลงมันก็จะส่งหลงหนักขึ้นอีกแต่ถ้าเก่งขึ้นแล้วมีสภาพจิตที่รู้เป็นสัมมาทิฏฐิแล้วยิ่งเก่งขึ้นยิ่งไม่ต้องหลงนี่ไม่ต้องไปหลงมากขึ้นก็ได้เพราะยิ่งเก่งมันก็เก่งในตัวของมันเองเราไม่ต้องหลงตัวก็ได้คนอื่นเขานับถือเองไม่จำเป็นตาสุภาจะเป็นอัปปมานาสุภาเพิ่มเข้าไปอีกหมายความว่าดียิ่งขึ้นมีสุขตัวนึงเสริมเข้าไปก็ไม่เอาไม่เอาเพราะฉะนั้นจะต้องรู้ความเก่งและก็รู้ความคิดจะไม่ต้องหลงเก่งไม่เช่นนั้นเราจะกลายเป็นสุขก็กินอาหารมีทั้งดีมีทั้งชั่วมีทั้งสุขภาพมีทรัพย์สินต่างหาก ศุภนันท์ดีกินอาหารตั้งแต่วันแล้วมืดมันรู้สึกว่ามันดีแล้วมันสว่างหรือว่ามันมันเก่งมันกากขึ้นมามันดีมันเยี่ยมขึ้นมาแต่เราก็มืดมัวร้องตัวหลงตนว่าความดีนั้นเป็นต้นกินอาหารแปลว่ามืดดำเป็นซุปเปอร์กินอาหารพรหมอีกก็ไม่เอาไม่เอาหรือแม้ที่สุดเราไม่รู้การกำหนดหมายสัญญาใดๆเลยไปตัดสินดีเป็นเวลาลงรอยไปก่อนถ้าเป็นเวลาพรหมแล้วก็เป็นพระสังข์มีพรมจิตที่มันใหญ่เป้งไปหาหลงผลหลงผล เลิศฟ้าเลิศดินสิ่งที่ได้นั้นของตัวเองว่าเป็นผลดีเป็นความเก่งเป็นความยอดเวหาเลิศฟ้าเลิศดินฟ้าห้ามไม่ได้ดินห้ามไม่ได้ใหญ่คับฟ้าคับดินไม่เอาหรือไม่กำหนดเลยเป็นตีกลับไม่รู้ไม่สว่างไม่มีปัญญาเลยจิตที่ไม่มีปัญญาอ่อนอีสัตว์ดับสนิทโดยเฉพาะคนเราไม่ชอบดับจิตแม้จะเป็นอย่างนั้นถือว่าสูงสุดเป็นหลงกับศิลปะเลยว่าดับความกำหนดหมายลงไปเป็นยอดก็ไม่เอาถ้าศาลมีพรหมก็ไม่เอาเราจะต้องเรียนรู้กรมทั้งหมดพวกนี้ ละออด้วยจิตเรานั่นเองที่มันยังมีสภาวะเนี่ยเป็นอสัญญีที่สุดแม้รู้แล้วเรียบร้อยไปจนกระทั่งเราลดลงมาได้แล้วในรูปปะติดต่างๆพวกนี้จนบริสุทธิ์ขึ้นรถละลงไปได้เป็นจากอะไรศตวรรษสุทธาวาส 5 ก่อนส่วนแรกลมตัวแรกก่อนไม่ใช่ศาสนาสีสันหลังขาสุดท้ายเออเอาไปหากลมแม่ พี่หาก็ไม่เอาคือไม่เวหาแล้วล่ะไม่วิหารแล้วล่ะไม่เวหาแล้วล่ะไม่หลงฟ้าหลงดินนั่นแหละลดลงมาได้บ้างแล้วก็ไม่เอาพัดตับปลาไม่ได้หลงในตัวตนมากไปลงไปอีกอาตมาสุทัสสาสุทัศน์ศรีไม่หลงในความรู้ลงไปยิ่งไปอีกลงยิ่งไปอีกน้อยลงไปหมดอายุไม่มีความเป็นน้องไม่มีความเป็นที่ลดลงไปจนกระทั่งมันจะน้อยที่สุดมันสุดยอดแล้วมันก็เป็นน้องแล้วก็ขนิษฐาแปลว่าน้องน้องน้อยพระกนิษฐาก็ เป็นน้องน้อยแต่ที่จริงมันใหญ่นะอัฟกานิสถานใหญ่ที่สุดที่จริงก็คือลดความถือตัวตนว่าใหญ่นี่เองพฤหัสบดีนี้แปลว่าใหญ่พระธรรมะมีจิตอันใหญ่พรหมลิขิตอันใหญ่นี่แหละแล้วมันลงความใหญ่ของตนนี่แหละตัวสำคัญหลักการของพรมไงมันยึดถือดีมันยึดถือใหญ่มันยึดถือตัวจนกระทั่งมาเล็กไปสุดแล้วเป็นน้องน้อยที่สุดเป็นกนิษฐาแล้วก็ไม่ต้องไปหลงตัวว่าเป็นน้องแท้จริงตัวนั้นเป็นใหญ่มันตีกลับถึงสภาพธรรมเพราะเป็นน้องน้อยสุดแล้วตัวเองนั่นแหละใหญ่ที่สุดด้วยความจริงตัวเองเป็นน้องน้อยที่สุดนั่นแหละใหญ่ที่สุดโดยความจริงโดยสัจจะและเราไม่ต้องหลงตัวว่าใหญ่ จ่ายเองคนอื่นเขาเห็นเองใครไม่เห็นก็คนนั้นไม่มีตาคนที่เขาไม่เห็นเขาไม่มีตาเป็นอัศจรรย์สุดยอดเลยแม้จะได้ไปถามพวกพรหมกายิกากระทั่งมหาพรหมในที่สุดนี่แหละมหาพรหมที่สุดก็คืออกนิษฐาผมเนี่ยเป็นมหาพรหมแต่มหาพรหมแท้ที่สุดเพราะฉะนั้นใครจะยึดอย่างไรใครจะวางอย่างไรอย่างที่เคยอธิบายฟังแล้วเพราะเหตุใดจึงเริ่มวางปริชาคือยึดเพราะเรายึดระหว่างจนกระทั่งเป็นกลางดีแล้วเราเข้าใจยึดเข้าใจวางมันชัดเจนจะวางซะจนหมดเกลี้ยงจนไม่รู้ว่าเราจะต้องอยู่กับอะไรไม่ได้ จะต้องมีธาตุรู้อยู่มันจะมีความเป็นอยู่ด้วยธาตุรู้เป็นสภาพธรรมของมันเองจนเป็นที่สุดที่เราเรียกว่าพรหมที่ใหญ่ที่สุดคือจิตที่ยอดสุดแล้วขั้นสุดท้ายท้าวมหาพรหมพยายามหลีกเลี่ยงเบี่ยงบ่ายที่จะไม่ตอบอยู่พักนึงนะครับมาหาพระพรหมพระภิกษุองค์นี้ก็ถามไม่ได้ถามจิตตัวเองแหละอย่าไปเข้าใจเป็นบุคลิกฐานมากถ้าเป็นบุคลากรที่ฐานก็เล่าไว้อย่างนี้แหละพระพุทธเจ้าเหล่านั้นกล่าวสมาธิหรือทำจิตให้ยิ่งแล้วก็ไปสู่จุดที่ยิ่งนั้นก็คือถามปัญหานั้นคือความคิดออกมาถามก็คือความคิดออกมาจนที่สุดไปเจอท่านผิดของตัวเองถึงขั้นตอนสุดยอดแล้วบางเบาที่สุดแล้วทำจิตของตัวเองให้เป็นถึงขั้นสูง มหาพรหมขั้นยอดเป็นถึงอกนิษฐาพรหมแล้วใหญ่ที่สุดแล้วก็ยังหลีกเลี่ยงอยู่นั่นเองนะพยายามหลีกเลี่ยงเบี่ยงบ่ายไม่ตอบอยู่พักนึงแล้วในที่สุดได้สารภาพว่าพวกเทวดาทั้งหลายพากันคิดว่าท้าวมหาพรหมเองเป็นผู้รู้เห็นไปทุกสิ่งทุกอย่างแต่ที่จริงไม่รู้ในปัญหาที่ว่ามหาภูตรูปจะดับไปในที่ไหนนั้นเลยโดยความจริงแล้วนี่สมัยนู้นเค้าก็ยกกับพรหมนี่เป็นยอดสุดผู้รู้ยอดผู้สร้างผู้ก่อเหตุพระผู้สร้างเป็นยอดก็อย่าไปเจ้าก็คือจิตวิทยาสุดท้ายนี่แหละแต่คนเขาเข้าใจเป็นสภาพอากาศแวดล่องลอยอยู่ในนี้มีอำนาจเหนืออยู่ที่ไหนแต่แท้จริงไม่ใช่ เป็นยอดรวมก็คือจิตของเราเป็นผู้สร้างกุศลถ้าสร้างด้วยมีพุทธะมีตัวรู้ที่สร้างก็สร้างสิ่งดีเกิดดีถ้าสร้างสิ่งที่ไม่มีตัวรู้ก็งมงายถ้าไม่รู้มากหน่อยก็เป็นยอดพรมผักกนิษฐาส่งเสียสละยิ่งแล้วแต่หลงใหลหรือเราว่ารถใหญ่ลงไปได้ถึงสถานการณ์แล้วก็เรียกว่ายอดดีที่สุดแล้วแม้จิตละเอียดถึงปานนั้นก็ยังตอบไม่ได้ยังตอบไม่ได้ยังไม่มีความรู้ได้ว่าดินน้ำไฟลมทั้งหลายเนี่ยย่อมดับสนิทไม่มีเศษเหลือในที่ไหนจะตอบตัวเองไม่ได้หรอกตอบไม่ได้ว่าดินน้ำลมไม่เหลือดับสนิทไม่เหลือที่ไหนไม่มีปัญญาจะตอบเพราะว่าถามปัญหานี้มันจนแต้มเนี่ยมันดับที่ไหนแล้วก็ยังสัมผัส รู้อยู่ริมน้ำไฟลมมันดับยังไงแม่เราตายไปแล้วเราก็ยังคิดไม่ออกเพราะดินน้ำไฟลมมันจะดับไปยังไงดับไปเหลือยังไงโลกแตกสลายยังไงเดาไปไหนเดาไม่ออกตอบไม่ได้เพราะฉะนั้นปัญญาจะต่อไปนี้จะต้องรู้ลักษณะการตอบโดยใช้ภาษาและก็ทำความเข้าใจให้ชัดเจนนี่ไปถามตัวเองตัวเองก็ไม่มีภูมิรู้อันนี้เพราะไม่รู้ที่สุดไม่รู้ที่ปลายไม่รู้ความจบไม่รู้ความหมดสนิทจึงให้คำตอบแก่ตนไม่ได้ก็จะให้คำตอบแก่ตนได้ก็จะต้องเป็นผู้ที่รู้อรหันต์หรือรู้ที่สุดรู้อันตะที่เป็นอรหันต์จริงๆอรหันต์ท่านธรรมดาก็เป็นธรรมดาเท่านั้นเองถ้าไม่ใช่อรหันต์ขั้นสุดท้ายยานหรืออรหันต์ท่านมีปัญญา ก็จะตอบเป็นภาษาหรือว่าทำอะไรต่ออะไรไม่ได้พูดไม่ได้อันนี้มีแต่รู้อยู่ในตัวเรียกว่าธรรมเทศนาไม่สามารถแยกย้ายออกได้ด้วยซ้ำไปแล้วเมื่อพระมหาพรหมรับพระมหาพรหมเองก็เลี่ยงไปเลี่ยงมาที่สุดก็บอกว่าเทวดาทั้งหลายนั้นก็พากันคิดว่าเองเทวดาทั้งหลายก็คือจิตทุกๆจิตจะยกย่องให้ชมเป็นสูงสุดของตัวเองหรือของคนอื่นก็ตามที่เขาคนอื่นดีที่สูงและมีสภาพรู้มีสภาพเข้าใจฐานะของจิตเราว่าคิดอย่างนี้มันเทวดาสิ่งนี้ชั้นสูงชั้นสูงเขาก็ยกให้จิตที่สูงที่สุดคือสถานะนี้สถานะของจิตที่เป็นขั้นตรงอัตนิยมในวันสูงสุด คำว่ายอดรู้แล้วล่ะเขาหลงเองที่จริงไม่ได้รู้อะไรจริงหรอกผมยังไม่มีตัวยึดอยู่ยังไม่ปล่อยสุดแล้วก็ยังไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ละเอียดละอออ่ะเทวดาทั้งหลายเขาเข้าใจผิดไปเราก็คิดว่าเท้ามหาพรหมเป็นผู้รู้เห็นไปเสียทุกสิ่งทุกอย่างแต่ที่จริงไม่รู้ในปัญหาที่ว่ามหาภูตรูปจัดดับไปในที่ไหนนั้นเลยที่จริงไม่รู้หรอกปัญหานี้ไม่รู้มันเป็นความผิดของภิกษุนั้นเองท้าวมหาพรหมก็บอกว่ามันเป็นความพิสูจน์นั่นเองนั่นนะที่ไม่ไปทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้ามันเป็นความผิดที่ไปถามว่าผู้มีพระภาคไม่ถามเอาพระพุทธเจ้าอยู่กับพระพุทธเจ้าและดัน กบคิดเองหรือตนเองก็ยังไม่ทะลุเองเพราะฉะนั้นก็ไม่ถามนี่มันจะมีพระพุทธเจ้าอยู่ก็ถามพระพุทธเจ้าสิเมื่อไม่เห็นพระพุทธเจ้าก็พยายามหาพุทธะหรือสร้างพระพุทธเจ้าขึ้นในตัวของเราหรือสร้างพุทธะแม้เป็นอนุภาคก็จะตอบให้แก่ตนได้บ้างในที่สุดก็ต้องย้อนกลับมาเฝ้าพระผู้มีพระภาคอันสุดท้ายที่สุดนั้นก็ย้อนกลับมาถือว่าออกมานั่นเองมันคิดไม่ได้แล้วจนแต้มแล้วปรึกษาจิตตัวเองถึงขั้นพรหมเมื่อจิตถึงขั้นจิตขั้นสูงทางจิตให้ละเอียดปานใดปานใดจนกระทั่งสูงสุดปานนั้นแล้วมันก็ไม่สามารถที่จะรู้ได้มันจะรู้ได้ก็ตรงที่จะต้องมาเจอกับพุทธหรือถามพุทธหรือใช้พุทธเป็นผู้ตอบหรือคิดคบคิดในขั้นพุทธกิจ ตัวเราเองเนี่ยต้องคบคิดหรือว่าต้องรู้แจ้งในขั้นพุทธกิจเพราะฉะนั้นผู้ใดรู้ด้วยตนได้ก็เป็นปัจเจกพุทธะคบคิดออกเองได้ก็เป็นปัจจัยพระพุทธรูปเองเห็นเองเข้าใจเองด้วยตนถ้ามันออกไม่ได้ก็ต้องถามพระสัมมาสัมพุทธะสมาธิสั้นแต่ละท่านหรือพุทธะที่เป็นมาโดยละเอียดละออที่สามารถจะตอบได้เพราะยอดสุดที่จะตอบได้ก็สัมมาสัมพุทธเจ้าที่จะตอบได้แน่นอนแน่นอนไม่ไม่ไม่สงสัยไม่ประหลาดผู้นั้นจะตอบได้เพราะถ้าเจอพระพุทธเจ้าแล้วอย่าละเลยหรือเจอผู้ที่สูงกว่านั่นแหละเรียกว่าพุทธที่ใหญ่กว่าเราเราเป็นผู้ที่เป็นเจ้าพุทธหรือผู้ที่เป็นชุดใหญ่กว่าเราเรียกว่าพระพุทธเจ้ามีขั้นตอนเป็นที่เป็นพ่อ ดาวเป็นลูกหรือเราเป็นน้องอยู่เรียกว่าพุทธะน้อยๆเราจะมารู้แค่นี้บางทีเป็นอนุพุทธแล้วมีคำอธิษฐานแล้วเข้าใจล่ะว่าเราทำได้ด้วยไม่ให้มาหาพระพุทธรูปอย่างลงในจิตได้ด้วยแต่ว่าเรายังอธิบายไม่ออกพูดไม่ได้ยังไม่มีนิรุตติปฏิสัมภิทาญาณยังจับอัตถะสาระยังไม่มั่นยังไม่มีปฏิภาณปฏิสัมภิทาญาณยังไม่มีไหวพริบที่จะสามารถแยกแยะอธิบายแจกแจงสู่คนอื่นได้สาธยายได้ก็ถามผู้ที่เขามีปฏิสัมภิทาญาณผู้ที่เขามีกว่าเรียกว่าพี่หรือว่าพ่อนั่นแหละเรียกว่าพุทธพระพุทธเจ้ากว่าเราไม่มีขั้นตอนมีชั้นเชิงสูงกว่าเราเราก็ถามที่จะได้เร็วเข้าแล้วจะได้อธิบายแล้วเราก็มาทำความเข้าใจแล้วก็ ลึกซึ้งต่อไปอีกทีนี้ก็เข้าใจจริงแล้วต้องใช้ภาษาเราเลยทีนี้ก็ต่อเกจ์วัดได้กลับมาอภิวาทเรานั่งณที่ควรแล้วถามเราว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญมาหาพูด 4 คือดินน้ำไฟลมเหล่านี้ย่อมดับสนิทไม่มีเศษเหลือในที่ไหนดังนี้ก็ถามประโยคเก่าแต่ถามว่ามาพูดแต่รูปสีดินน้ำไฟลมย่อมดับสนิทไม่มีเศษเหลือเลยนี่ในที่ไหนที่ที่มันไม่มีอะไรอยู่ตรงนี้มันอยู่ตรงไหนแต่ว่าจะเมื่อถามขึ้นอย่างนี้เราได้กล่าวกับภิกษุนั้นว่าแน่ภิกษุเรื่องเก่าแก่มีอยู่ว่าพวกค้าทางทะเลสำหรับค้น สั่งไปกับเรือค้าด้วยเมื่อเรือหลงทิศในทะเลและแลไม่เห็นฝั่งพวกเขาปล่อยนกสำหรับค้นหาฝั่งนั้นไปมีนกนกนกนกนกนกค้นหาฝั่งก็มีแต่พวกทะเลนี่รู้พวกทหารเรือเรียนไหมเรียนไอ้นกทะเลเนี่ยนกค้นหาฝั่งนี้เรียนรู้ใช่ไหมคงไม่ทันพวกไม่ใช่ทหารเรือก็ควรจะรู้มีโรคชนิดนกชนิดหนึ่งที่เก่งในการค้นหาฝั่งเขาจะใช้นกพวกนี้พวกนักเดินเรือทะเลนี่เขาจะใช้รถคนนี้ไปด้วยจับใจคงไปในทะเลในเรือด้วยถ้าพ่อเวลาหลงทางแล้วหลงคิดแล้วฟังมันอยู่ที่ไหนมันไม่รู้ทิศรู้ทางแล้วก็จะปล่อยนกมันออกมา โลกนี้มันจะบินไปในทิศทางที่มันแน่ใจว่าที่นั่นเป็นฝั่งที่ใกล้ที่สุดมันจะบินไปเลยเชียวมันจะไปค้นหาฝั่งเพราะฉะนั้นเขาก็จะสังเกตมันมีไว้พิเศษมันจะหักทิศทางไปทีเดียวตรงนี้หมายถึงนกอันนี้นกชนิดนี้มันบินสูงขึ้นไปปั๊บแล้วมันก็จะเห็นแล้วมันก็จะบินไปหาทิศที่มีฝั่งเรือก็จะเหมือนเรือหลงทางก็จะต้องเข้าหาฝั่งก็ต้องเป็นที่ไปตามที่นกมันไปเขาใช้เรือนี่เป็นที่สาธิตตั้งแต่สมัยยังไม่มีเข็มทิศแล้วมันมีแผนที่จะใช้วิธีนี้สมัยก่อนโน้นไม่มีเข็มทิศจะไม่มีแผนที่ไม่ได้สำรวจที่ทางตรงไหนเป็นเกาะเป็นแหล่งเป็นที่จะมีพื้นที่ที่ไหนมันก็ยังไม่มีแผนแผนที่ยังไม่มี เข็มทิศก็ต้องใช้อาศัยสัตว์ที่มีไหวพริบพิเศษคือนกค้นหาฝั่งนี้อยู่เนี่ยพวกค้าทางทะเลหรือพวกเดินเรือทะเลจะได้พานกสำหรับค้นหาฝั่งไปกับเรือท้ายด้วยเมื่อเรือหลงทิศในทะเลและแลไม่เห็นฝั่งพวกเขาก็ปล่อยนกสำหรับค้นหาฝั่งนั้นไปปล่อยไปเพื่อที่จะให้มันบอกเราได้นกนั้นบินไปทางทิศตะวันออกบ้างทิศใต้บ้างทิศตะวันตกบ้างทิศเหนือบ้างทิศเบื้องบนบ้างคิดน้อยๆบ้างมีท่านอธิบายละเอียดจนที่ว่านกตัวนี้ก็ไม่เก่งอีกเหมือนกันนกตัวนี้สุดทางเหมือนกันแต่นกจริงๆมีนกไอ้พวกนี้มันหาทิศให้มันได้หมายความว่าสุดทางแล้วนี่หมายความว่าไม่มีพิษและไม่มีสั่งให้เห็นแล้วนกตัวนี้หมดปัญญาแล้วเหมือนนก ไปค้นหาฝั่งตะวันออกตะวันตกเบื้องล่างเบื้องบนคิดน้อยๆใหญ่ๆหาไปหมดทุกทิศเมื่อมันเห็นฝั่
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive