190427 มานะจิตและวิหารธรรม-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันนี้วันที่ 27 เมษายนพุทธศักราช 2519 พ่อท่านอบรมธรรมะภาคเช้านะธรรมสถานแดนอโศกสำหรับการบรรยายในครั้งนี้เพราะท่านได้อบรมสภาพต่างๆในปัจจุบันอันเป็นธรรมะทั่วๆไปที่ควรจะได้อบรมในช่วงนี้เราก็มาคุยกันต่อซึ่งเป็นผลประโยชน์ที่แท้จริงอีกอันหนึ่งที่เราจะได้รับเสมอๆเท่าที่เราสามารถจะให้แก่กันได้ผมเองก็ทำกิจนี้อยู่จากที่ผมจะยังมีชีวิตตาม คำกวนเป็นกิจจะลักษณะกันจริงๆเช่นที่เราได้มาคุยกันทุกเช้าทุกเช้าวันที่ 4 อย่างนี้หรือ 3:00 น แล้วแต่แล้วแต่ว่าเราจะเร่งเวลาไหนอะไรยังไงที่เราได้เคยกระทำกันมาแล้วก็ทำกันมานานปีแล้วแล้วก็จะไปอีกนานปีซึ่งเป็นการทำวัตรเป็นการกระทำสิ่งที่กระทำเป็นประจำวัฏฏะเรียกว่ากระทำเสมอก็ได้แล้วก็ทำให้ไม่มีพฤติก็ได้การกระทำพวกนี้มันเกิดผลเกิดผลแก่เรา ซึ่งเราเองทุกคนที่ศึกษาแล้วเป็นผู้รู้แล้วเข้าใจดีขึ้นมาแล้วก็จะต้องกระทำเช่นเดียวกันกับที่ผมกระทำคาราโอเกะก็จะต้องมีการทำวัตรมีการถ่ายทอดมีการอธิบายมีการสาธยายเพิ่มเติมให้แก่ผู้ที่จะได้รู้รุ่นต่อๆไปคนทดสอบไปอีกเป็นระดับๆจึงจะกลายเป็นเลขขาดหรือเป็นการสืบทอดในการสืบต่อในการส่งเสริมคุณตั้งใจฟังคุณไม่มีการกินแหนงแคลงใจ มีการอะไรมีความเต็มใจตั้งใจอยู่ที่จะรับเห็นเป็นการกระทำที่เสริมผลให้เป็นการกระทำที่จะเกิดประโยชน์เต็มใจเป็นไปด้วยดีไม่ได้ยินไม่รักไม่เบื่อหน่ายตั้งใจกระทําคำว่าตั้งใจฟังมันไม่ได้หมายความว่าผู้ใหญ่แล้วไม่ต้องฟังผู้น้อยเท่านั้นจะเป็นผู้ฟังมันก็ไม่ใช่อย่างนั้นคำว่าตั้งใจรับผู้ใหญ่ก็ตั้งใจรับ แม่พูดน้อยพูดผู้น้อยแสดงอยู่ผู้ใหญ่ตั้งใจรับรับเห็นรับรู้รับฟังก็จะได้ผลก็จะประสบผลจะมีความเข้าใจจะมีความรู้เพิ่มเหมือนกันจะมีความเข้าใจดีจะมีความรู้ดีเห็นดีสิ่งที่มันยังขาดตกบกพร่องอยู่จะได้รับความเสริมขึ้นแม้ผู้ใหญ่ก็ตามก็ยังเป็น
อ่านต่อ
ผู้รับได้ผู้น้อยก็รับมากหน่อยเพราะผู้ใหญ่จะเป็นผู้สาธยายหรือเป็นผู้ สิ่งที่เรียกว่าสอนหรือสิ่งที่เรียกว่าบรรยายสาธยายอธิบายหรือไม่ก็ยืนยันจับย้ำซ้ำเข้าไปให้รู้แล้วผู้น้อยได้รู้คุณน้อยก็สามารถที่จะสาธยายมุมเหลี่ยมของคุณน้อยผู้ใหญ่อาจจะหลุดรอดเล็ดรอดไปก็ได้สำหรับบางสิ่งบางอย่างเพราะงั้นพูดน้อยที่รู้ละเอียดในมุมบางสิ่งบางอย่างก็จะสามารถแสดงให้ผู้ใหญ่เข้าใจละเอียดละเอียดได้เหมือนกันในบางครั้งบางคราวเพราะฉะนั้นผู้ใหญ่ที่ไม่มีมานะทิฐิแล้วก็จะไม่ได้รังเกียจอะไรเลยที่จะรับฟังผู้น้อยสาธยายบ้างคน สอนเราบ้างหรือคนอื่นแสดงแล้วเราก็พยายามเรียนรู้จากการประสบแสดงด้วยกายกรรมก็ตามแสดงด้วยวจีกรรมก็ตามเราก็จะรับแล้วก็เอามาพิจารณาใคร่ครวญแล้วก็พยายามเก็บรักเก็บรู้จากสิ่งเหล่านั้นได้เป็นธรรมดาวันพรุ่งนี้มานะทิฐิอย่าว่าแต่เป็นผู้ใหญ่เลยแม้เป็นผู้น้อยจะรับฟังเขาสาธยายอยู่ก็อวดดีเข้าไปขั้นขวางก็มีใจที่เราไม่ยอมรับนะเข้าไปบังเข้าไปปิดกั้นไม่ให้เรารู้ความละเอียดละออ ไม่รู้ความลึกซึ้งหรือไม่ให้รู้แนวรู้ทิศไม่รู้สิ่งที่ควรจะรู้ควรจะได้เพิ่มเพราะเราไปขัดแย้งเอาไว้เอาแต่ความคิดเห็นของตนเอาแต่ตัวของเราเองขึ้นมาทนขึ้นมายืนจังก้าปิดบังปัญญาที่จะวิเคราะห์ผิดบังปัญญาที่จะรับเข้าไปรู้รายละเอียดของมันลึกๆซึ้งเข้าไปอีกมันก็ไม่มีอะไรจะเข้าไปได้มันก็ไม่สามารถที่จะวิเคราะห์ออกไม่สามารถที่จะรู้ได้จริงของตัวเองที่จำได้อยู่อย่างเก่านั่นแหละไม่ได้อะไรเพิ่มอย่าว่าแต่เป็นผู้ใหญ่เลยเป็นผู้น้อยดังกล่าวนี้ก็เป็นอย่างที่ว่านี้แหละและเป็นผู้น้อยก็ไม่รู้ถ้ามี หมาล่าที่สุดจึงเป็นตัวร้ายกาจมากเพราะฉะนั้นถ้าเราเต็มใจเปิดใจรับฟังเปิดใจจะรับรู้เราก็รับรู้ไปพร้อมๆกันนะที่เราเปิดใจหรือว่าเราปล่อยใจเราไม่ยกตนขึ้นใหญ่ขึ้นคมเป็นผู้ที่ปล่อยกลางๆลงวางเสมอๆก็เป็นการฝึกฝนให้เรารถมาณที่นี้ด้วยเป็นการฝึกฝนและทำใจอย่างนั้นแหละอย่างที่ไม่ถือดีไม่ถือตัวถือตนไม่เอาตัวเอาตนไปเป็นใหญ่บังกลั้นขึ้นมาแล้วปล่อยไปตามธรรมชาติรู้ก็รู้ด้วยเข้าใจด้วย นั้นมุมนี้ประสานประสานนี้หรือว่าการแสดงอย่างนั้นอย่างนี้เราจะรู้ลึกซึ้งขึ้นจะได้ผลประโยชน์ขึ้นจริงๆถ้าเราเรียนกันไปทุกๆวันนี้ก็เป็นเรื่องของกิจการของเราเราได้ตั้งใจมาแล้วแต่เราจะพยายามฝึกฝนพากเพียรอันใดที่เพิ่งจบแล้วอย่าสงสัยเลยสำหรับของตนแล้วก็แล้วให้ดูแลและจงเป็นอยู่สุขเถิดทุกคนจงเป็นอยู่สุขตามที่เราได้แล้วมีแล้วเป็นแล้วสบายแล้วอันใดที่เหลือเชื่อเราพึงทำอะไรที่เป็นสุขอันนั้นเป็นฐานที่เป็นเครื่องยังชีวิตเป็นวิหารเป็นวิหารเก่าวิหารของเราหรือเป็น สุขาภิบาลเป็นเครื่องพึงยังอยู่ถ้าคุณอยู่ในทางธรรมเนี่ยโดยเฉพาะอยู่กับผมเนี่ยถ้าคุณไม่มีที่จะทำสุขกับวิหารที่เป็นสันตะที่ประกอบไปด้วยสุดยอดสุดปลายชุดประกอบไปด้วยขั้นสูงของคุณเท่าตามฐานะของคุณที่เป็นที่มีได้คุณได้ผลอบายมุขมาแล้วพ้นอบายมุขมาเป็นวิหารเป็นฐานเป็นเครื่องยังอยู่ชีวิตของคุณไม่เดือดร้อนแล้วคุณสบายพอสมควรแล้วแล้วคุณก็เบาง่ายสบายคุณไม่ต้องวุ่นวายอะไรในเรื่องของอบายมุขคุณก็อยู่ในที่ที่สงบที่สงัดที่ป่าที่เขาทิศทางที่ไกลกับสิ่งที่เกี่ยวข้องเป็น คุณก็ไกลจากอบายมุขได้ไม่ต้องไปวุ่นวายคุณก็เป็นสุขเป็นสุขด้วยความหมดด้วยความหยุดด้วยความไม่ต้องเอามาปรุงสึกความไม่ต้องเอามาเกี่ยวข้องเหมือนตายจากกันเลยก็ได้คุณก็เป็นความสุขเป็นที่กระทำสุขกับวิหารและเป็นสันตะวิหารของคุณเป็นขั้นปลายประกอบไปด้วยจุดปลายของคุณตามฐานะที่ออกพระอริยะขั้นต้นจะพยายามเข้าทำความเข้าใจให้ดีเพราะคุณอยู่ได้ด้วยขั้นปลายของคุณอย่างนี้แล้วคุณก็มีสิ่งนี้เป็นของคนที่ได้เจอเป็นอุปสมานุสสติกลขึ้นมาคุณก็ได้กำไรแล้วลุกขึ้นมาคุณก็ ชุดเบาว่าง่ายเลิกสิ่งเหล่านี้มาได้นี่คุณก็ได้สบายนี่หนอเป็นสันตินัตถิสันติปะรังสุขังไม่มีความสุขใดที่จะสุขเท่าความสงบไม่สงบแล้วเราแปลเอาความว่าสงบสันตะหรือสันติที่จริงมันแปลว่าจุดปลายจุดพ้นจุดหลุดจุดที่ได้เลิกมาแล้วหยุดมาแล้วไม่ต้องเกี่ยวข้องมาแล้วในชีวิตตายจากกันเรียกว่าตายจริงๆไม่เกิดไม่ต้องไปเกิดอีกไม่ต้องไปเกี่ยวอีกไม่ต้องไปคลุกคลีอีกพยายามทำความเข้าใจให้ชัดเจนแน่ๆว่าสิ่งที่ตายจากที่ยกตัวอย่างให้เห็นอย่างนี้หยาบๆเนี่ยมันจะเห็นได้ชัดเจนเลยว่าโอ้มันว่างมันวางมันปล่อย มันไม่เวียนกลับกันไปเกี่ยวกันอีกมันพ้นมันหลุดมันขาดเห็นได้ชัดรู้ให้ชัดว่านี่เป็นลักษณะหยาบหยาบอย่างผมกำลังพูดถึงเรื่องอบายมุขไม่ว่าการพนันไม่ว่าสิ่งเสพติดใดๆบางคนเคยสูบบุหรี่มาโอ้ยบุหรี่นี่แม่มันต้องเกี่ยวกันอีกเลยบางคนเคยกินเหล้ามาไม่ต้องเกี่ยวกันบางคนเคยติดยาเสพติดที่เคยติดมามันจริงๆมันสบายชีวิตมนุษย์มันอย่างนี้เองอ่ะแล้วมันก็หยุดอยู่อย่างนี้แล้วมันก็ดำเนินไปมันตั้งอยู่ได้ด้วยปัจจัยอื่นที่เพิ่มเติมขึ้นที่จะไม่ใช่เพิ่มเติมปัจจัยที่สำคัญจริงๆได้แต่ก่อนเราคิดว่าเราจะต้องมีบุหรี่เป็นปัจจัยแห่งชีวิตถ้าไม่ได้สูงและไม่มีชีวิตชีวาเราจะต้องกินเหล้ามีชีวิตและจะต้องไปสนุกสนานไป อากัปกิริยามีปฏิกิริยาจะต้องไปเล่นการพนันจะต้องไปดูหนังเป็นชีวิตชีวาจะต้องมีผู้หญิงผู้ใหญ่ผู้ชายเกี่ยวข้องต้องไปแสดงอารมณ์ไก่แจ้บ้างหรือว่าไปแสดงอารมณ์เธอก็ต้องไปถ่ายเทอญอย่างนั้นอย่างนี้บ้างเป็นชีวิตชีวาแต่เมื่อเราห่างมาแล้วพ้นมาแล้วตัดขาดได้สนิทถึงจิตแล้วในส่วนใดเท่าใดก็ตามของใครของใครก็ตามเพราะมันหลุดขาดจากกันอย่างนี้มันไม่ต้องคลุกคลีเกี่ยวข้องที่เขาแปลสักคำว่าคลุกคลีเกี่ยวข้องทุกที ที่จริงสังศรัทธาแปลว่าประกอบไปด้วยสิ่งที่เราหลงว่าเป็นสวรรค์สัททะแปลว่าสวรรค์สิ่งที่เราหลงก็เป็นความสุขถ้าได้สมใจอย่างนั้นเป็นสุขถ้าได้เกี่ยวข้องกับ Spark ได้ผัสสะได้มีปฏิกิริยากับสิ่งอย่างนั้นเราจึงจะเรียกว่าความสุขแต่เมื่อเราได้ตัดขาดได้หลุดพ้นจริงแล้วไม่เกี่ยวอย่างนั้นสุขยิ่งกว่าไม่สัมผัสก็อย่างนั้นแล้วก็สบายเย็นไม่เจ็บจำเป็นจะต้องไปมีอะไรหรือแม้ที่สุดเราไปสัมผัสอีกกับ เอายาบุหรี่เราก็จิตว่างๆเช่นเดียวกันกับจิตของเราที่ไม่ได้สัมผัสกันห่างกันแล้วไม่ได้แตะต้องกันด้วยตาหูจมูกลิ้นกายหรือแม้แต่ใจของเราก็ไม่ยกขึ้นมามันหายไปเลยมันห่างไปเลยมันลืมไปเลยหรือมันไม่ได้นึกถึงเลยหรือแม้แต่ขึ้นมาในจิตก็ไม่มีรถมีชาติอะไรและสิ่งนั้นเรื่องนั้นระลึกขึ้นมาในจิตระลึกขึ้นมาในจิตหรือใครจะพูดขึ้นได้ยินทางหูขึ้นมาแล้วก็ไปคิดถึงอยู่ในจิตเรารับรู้ได้เขาบอกว่าเออกินเหล้ายี่ห้อนั้นปลานั้นซดอย่างนั้นอย่างนี้แหมทำรสชาติปรุงขึ้นมาให้เราเพื่อจะให้ยกจิตขึ้นมามีรสชาติขึ้นมาเราก็รู้กับเขาได้คำนึงคำนวณพอได้แต่ไม่ได้มีอารมณ์สี ชื่นมื่นหรือว่าเป็นไปเผ็ดมันเอร็ดอร่อยสนุกสนานหรือว่าทุกข์สุขอะไรไม่เกิดมันเป็นความขาดสนิทมึงเป็นความขาดสิ้นถึงอารมณ์ทุกอารมณ์สุขในโลกก็พยายามทบทวนเทียบเคียงและพิจารณาอ่านให้ออกสิ่งใดที่หยาบต่ำที่เราพึงจะพอคำนวณคำนึงได้ที่เราเคยติดมาแล้วแล้วก็มาพิจารณาเห็นชัดให้ทำความเข้าใจให้ถึงจุดว่างจุดวางอันนั้นเป็นสำคัญเป็นได้เมื่อได้ลักษณะจากสิ่งนั้นได้ตัวอย่างสักอันนึงคุณก็จะเอามาเป็นตัวอย่างอันอื่นๆอื่นๆอื่นๆที่มันจะคลุกคลีเกี่ยวข้องอยู่คนละเว็บเราก็ห่างมา เราไม่ต้องมีหลงยอดมงคลแบกยศแบกลาภมาเป็นชั้นเป็นเชิงเราก็ไม่มีความทุกข์อะไรที่เราขาดลาภขาดยศหรือไปสัมผัสกับล่าที่เขาเอามาให้มีมากๆจิตใจของเราฟูฟ่องไหมจิตใจของเราเห่อเหิมมีการกำหนดใคร่ยินดีปรีดาหรือไม่ยินดีปรีดาโดยความอยากได้อยากเอาตรงๆนั่นเรียกว่ากิเลสตรงกิเลสหยาบไม่ยินดีปรีดาอยากได้อยากเอาโดยตรงแต่ยินดีปรีดาเพราะความหลงซ่อนอยู่อีกท่านหนึ่งเรียกว่าสรรเสริญเมื่อเราเองเราได้ลาภได้เขาเอามาให้มากๆ แล้วก็เอามาประเคนเราไม่อยากได้ราบหรอกแต่เราอยากได้ความใหญ่เพื่อจะอยากจะเจ็บจะจำเอานี่เห็นไหมนี่เขาเอามาให้ฉันนี่ฉันใหญ่แล้วเขาถึงเอามาให้ฉันเป็นสรรเสริญเยินยอซ่อนอยู่อีกทีนึงก็เป็นได้ถ้าพิจารณาให้ออกว่าเราเองเราเกิดอารมณ์เพราะกิเลสหยาบหรือเกิดอารมณ์เพราะกิเลสซ้อนละเอียดอีกเราไม่อยากได้ลาภได้แล้วเสร็จเราแสดงการคืนร่างให้แก่เขาซะด้วยแล้วยิ่งคืนเท่าไหร่ยิ่งใหญ่เท่านั้นยิ่งฟรีเปรมในใจทั้งนั้น สมอารมณ์ซ้อนเข้าไปเป็นสรรเสริญในใจเราทำดีแล้วมันมีเชิงอวดอยู่ในตัวอวดดีใจที่อวดดีมันอยู่ในใจนะแต่การกระทำนี้ก็ทำดีแล้วล่ะการกระทำตามกรรมที่เราได้ฝึกเทียนกันที่เราได้ทำเป็นรูปแบบกันเห็นเขาเอาไปบิณฑบาตเขาเอาเงินมาให้ร้อยนึงพันนึงใส่บาตรแล้วก็พยายามทำพิธีอย่างที่เราเคยทำเป็นรูปแบบรับอนุโมทนาทานแล้วเสร็จแล้วเราก็ฝากคืนเขาไปเอาคืนไปเจอเราไม่ได้เป็นผู้ใช้แล้วเราไม่ได้เป็นผู้รับแล้วเงินทองรับไปก็เป็นบาปนะถ้าไปเราก็ซื้อไม่ได้ขายไม่ได้ดอกถ้าขอฝากคืนไปเถอะญาติโยมก็จะรับ ตัวเราไม่รับเงินรับทองเขาก็ยิ่งจะปิติยินดีศรัทธาเลื่อมใสเพิ่มขึ้นในจิตใจของเราถูกฟ้องหรือเปล่าผยองตนเห็นไหมฉันเก่งมากฉันดีมากฉันยอดไหมมีปิติซ้อนอยู่ในนั้นด้วยอภิสิทธิ์เลี้ยงได้ในต้นๆแต่ต่อไปเราจะลดให้สูงกว่านั้นแล้วมันจะไปมีปิติและเราจะไปไปฟ้องอยู่ในใจหลงระเริงอยู่ในใจอีกว่าฉันใหญ่มากฉันไม่เอาเงินก็ได้ฉันยอดมากฉันเก่งมากมีอยู่ในจิตหรือไม่อ่านซ้อนพิจารณาไล่เรียงคิดให้ดีเห็นไม่ได้ถ้าไม่เช่นนั้นเศษเสี้ยวของมานะจะเติมอยู่เติมอยู่ กาหลงในสรรเสริญหรือการไม่พอใจในนินทาเป็นเรื่องของมานะการชอบใหญ่ชอบโตมันไม่ใหญ่ในรูปหรอกแต่มันใหญ่ในนามมาทำเป็นมานะใหญ่ในจิตสยองเป็นอัตตาตัวตนอารมณ์ความใหญ่ความโตลบความดีที่จริงเป็นความดีแต่เราก็เพ้อกับความดีหลงกับความดียึดติดเอาไว้เป็นอัตราเมื่อเราทำได้แล้วก็จงดีก็จงทำดีแล้วแต่อย่ามีสภาวะจิตซ้อนซ้อนกลับไปอีกเป็นความหลงผิดอีกเป็นความเร็วซ้อนอีกเข้าไปอีกจะทำให้เราเองไม่ สิ้นซากเหลือเชื่อมีเศษธุลีมีประโยชน์ทำภาคิยสังโยชน์เป็นสังโยชน์เบื้องลึกเบื้องละเอียดซ้อนเป็นอัตราอัตภาพเป็นสังโยชน์เบื้องสูงเป็นสิ่งละเอียดลึกซึ้งเมื่อทำดีได้ก็จงทำดีเถิดแต่อย่าผยองกับดีถ้าอย่างนี้เราก็จะต้องอ่านต้องเรียนรู้ต้องพยายามเข้าใจให้ลึกซึ้งเข้าไปอีกเสมอๆถ้าเราไม่ประมาทเราพยายามที่จะทำความละเอียดละออเข้าไปกับจิตของเราให้จริงอันใดที่ได้แล้วเป็นต้นอาจจะยกตัวอย่างมาแล้ว ก็เห็นความสงบหรือสันตะของมันด้วยสันติของมันแล้วแล้วเราก็มีสันติวิหารหรือสันตะวิหารนั้นอยู่อาศัยด้วยความสงบนั้นไม่เดือดร้อนแล้วไม่คลุกคลีแล้วแม้แต่ลาบแม้แต่ยศขึ้นมาแม้แต่สรรเสริญดังกล่าวไปเมื่อกี้นี้หรือแม้ที่สุดแม้แต่ในสุขที่เป็นสุขอย่างหยาบก่อนเช่นเรายังติดรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสเราไม่ได้ตัดลูกกะตาทิ้งเราไม่ได้เจาะทะลวงหูไปเราไม่ได้ตัดจมูกทิ้งเราไม่ได้ตัดลิ้นออกมันก็จะต้องมีทวารทั้ง 5 อยู่กับเราหนีไม่พ้นเสียงสัมผัสยังจะมีอยู่เป็นประจำเพราะฉะนั้นปัจจัยที่จะมากระทบตาหูจมูกลิ้นกาย แล้วก็จะทำให้เรารู้ความจริงนั้นๆเรายังมีจิตอะไรที่เข้าไปผสมกับลูกผสมกับรสผสมกับกลิ่นเสียงสัมผัสอะไรต่างๆแล้วเราก็กลายเป็นชอบใจไม่ชอบใจแม้เราห่างออกมาจากแสงสีรูปรสกลิ่นเสียงต่างๆที่อยู่ในโลกที่มันผัสสะเราเนี่ยข่าวออกมาแล้วมาอยู่ไกลถึงในป่าในเขาในถ้ำในที่ไกลออกป่านนี้ซึ่งมีแต่ธรรมชาติที่มันปรุงอยู่อย่างน้อยที่สุดแล้วเราทนได้ไหมถ้าเราทนได้ไม่มีใจคิด คนึงถึงเลยแสงอย่างนั้นเสียงอย่างนั้นสีอย่างนั้นกลิ่นอย่างนั้นรถอย่างนั้นไม่มีเราไม่โหยหาอาวรณ์อะไรเลยเราก็มีสันตะวิหารหรือมีทิฏฐธัมสุขาวิหารมีความสุขที่เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้ทีเดียวว่าเป็นความสุขที่ไม่สุขอย่างโลกแต่เป็นวิมุตที่รถหรือว่าเป็นสุขอย่างสันติอย่างว่างไม่ต้องเกี่ยวข้องกันไม่ต้องสังขารกันไม่ต้องปรุงกันไม่ต้องมีสังกัดคะไม่ต้องมีสังขารไม่ต้องมีสังวาสไม่ต้องห่างกันแล้วเราก็เย็นอยู่เบาอยู่ไม่โหยหาไม่อาวรณ์เราเป็นได้หรือไม่ถ้าเราเป็นได้แล้วเราก็จงมีสุขวิหารธรรมนั้นเถิด แล้วก็ต้องรู้ใจให้แน่ว่าเราตัดเด็ดขาดแล้วเราปฏิญาณได้ว่าเราไม่ยุ่งไม่เกี่ยวเราสบายเบาแล้วเราขาดสิ้นแล้วเรามีความสุขอยู่เป็นไปโดยธรรมตอนนี้ลูกเสียงติดหรือว่าส่วนใดที่ยังเหลืออยู่ก็ให้รู้เศษเหลือของเราใครรู้เสร็จหรือเราว่าเราเพียงจะต้องไปเสพอยู่จะต้องไปดูหน่อยเพราะอยู่ในที่ตรงนี้มันเงียบๆมันสงบมันไม่มีแสงสีไม่มีอะไรประหลาดนานๆเข้าก็ยากแล้วหรือต้องออกจากแดนหน่อยไปกระทบแสงสีนี้หน่อยหรือไปเปลี่ยนบรรยากาศแหมนี่มันเซ็งๆแล้วมันก็มีแต่อย่างนี้อย่างนี้แหละมันไม่มีอะไรปรุงมาก จะต้องไปดูบรรยากาศกระทบทางตาเปลี่ยนไปเป็นถ้ำเป็นเขาภายในก็เปลี่ยนไปเปลี่ยนไปบ้างไม่ได้อย่างละเอียดได้อย่างลึกบ้างแล้วนะถ้าบางคนมันไม่อย่างนั้นเราจะต้องเข้ากรุงไปเลยนี่จะต้องไปเสพในกลุ่มซะหน่อยไปดูแสงดูสีเขานิดหน่อยนั่นเรียกว่าอย่างหยาบแต่ทีนี้ไม่อยากรายละเอียดเราจะต้องเปลี่ยนหน่อยแล้วเข้ากรุงไปไม่ไหวไปเจอบรรยากาศของกลุ่มเนี่ยโอ้โหร้อนเราเดือดพล่านรู้จักจ้านเหลือเกินทนไม่ได้ถ้าอย่างนั้นก็เรียกว่าเรายังไม่สบายอีกอย่างหนึ่งเหมือนกันหมายความว่าเรายังมีการผลักอยู่ยังไม่สะอาด ขาดสนิทแล้วแม้เราเบื่อแล้วเราต้องมีสัจจานนท์ยานเรามีวิธีการเราเบื่อบรรยากาศอย่างนี้จริงๆแสงสีหรือว่าแบบรถตกลงนี่แล้วจริงเราเบื่อแต่ว่าเราก็จะต้องรู้ว่าเป็นความจริงตามของเขาใจเราวางเป็นกลางแล้วก็พบก็รู้รู้แสงฤาษีรู้ลูกรู้กินรู้รสรู้อะไรไปตามธรรมและเราก็อนุโลมเขาให้ได้ปล่อยให้ได้ว่าเป็นอนัตตามันเป็นตัวตนของมันเองมันไม่ใช่ตัวตนของเรานี่เราก็ต้องสัมผัสเราก็ส่วนเราเพราะฉะนั้นให้อยู่ให้มีเกาะมีจิตที่มีเกราะป้องกันมันเหมือนมีอะไรกั้นถึงแม้อันนี้กระทบ มันก็ไม่ดูดไม่ซึมแล้วก็ไม่ต้องจำเป็นจะต้องกลัวจนกระทั่งต้องผลักออกรีบผลักให้เหมือนน้ำกับใบบอนอยู่ด้วยกันก็ได้เอาน้ำมาเอาใบบอนห่อเตาตัวเรามีตุ๊กตาหูจมูกลิ้นกายไปกระทบกับสิ่งเหล่านั้นกระทบกับแสงกับสีกระดูกกระทบได้เหมือนน้ำก็บ่อยๆมันก็อยู่ของมันเราก็อยู่ของเราไม่อยู่ไม่ซึมเข้าหากันไม่มีปฏิกิริยาต่อกันมันเป็นอย่างนั้นเฉยจัดการอนุโลมยาในถึงหมายความว่าเราต้องรู้จักจากและอนุโลมปฏิญาณไปการมาการเข้าการออกการพบและไม่พบเมื่อไม่พบก็สบายดีเมื่อพบก็เรียกว่าอนุโลมปฏิโลม หรือว่าไปพบกับไม่พบทวนออกจะไม่พบก็เฉยจะพบก็เฉยอาจจะพบไม่พบก็ตามนานปีนานชาติเราก็เฉยภาพบอกว่าผู้ที่ไม่พบนานปีนานชาติแต่พอเข้าไปพบเข้าแล้วเกิดเดือดร้อนนักแสดงว่ายังไม่สนิทนี่แบบนี้แบบเดียวกับผีที่ศาสนาพุทธของเราเหนือตรงนี้ก็เหนือตรงที่ว่าเราออกมาลืมเหมือนลืมไปเลยแล้วเราก็สบายดีแล้วเราก็มาติดสงบวันนี้พอกลับไปพบกับแสงสีสัมผัสตรงนู้นอีกจิตใจมันห่อเหี่ยวเลยมันเดือดร้อนก็เป็นได้นี่เรียกว่าเรายังไม่หมดสิ้นเชื้อที่เรียบร้อยจริงหรือไม่บางที พออยู่กันไปนานๆนานๆผลกระทบตอนแรกก็รู้สึกว่าไม่ค่อยชอบใจนานๆก็กลับเลยเพราะว่าถ้าเผื่อว่าการผลักกับการดูดนี่มันไม่หมดปฏิกิริยาจริงๆนะมันก็จะกลับเปลี่ยนเวียนเวียนบนเวียนวนได้อีกนะเพราะว่าเราจะต้องรู้สภาพทำอย่างนี้ให้ชัดในหลายๆสิ่งที่เราผิดเราเยอะหรือสิ่งที่เป็นเจ้าภาพอยู่ในโลกเป็นปัจจัยที่ผัสสะกับตัวเรานี่แหละเราต้องพยายามเห็นได้ชัดรู้ให้ชัดและทำความเข้าใจให้ลึกซึ้งพ่อแม่ว่าเราตัดขาดแล้วแม้ว่าเราเกิดมีทิศทางเบื่อหน่ายไม่ชอบแล้วถึงแม้ว่าเราจะเจอเราก็ต้องไม่ผลักไม่ดันจนเกินขอบเขตรู้ความจริงเป็นอนัตตาเป็นต่างคนต่าง ต่างคนต่างตัวไม่ใช่เราไม่ใช่เขาและโลกนี้จะต้องมีเขาที่จะต้องมีสิ่งนี้อยู่มันก็มีสิ่งนี้อยู่แม้เราจะต้องประสบกับมันสัมผัสกับมันมันเกิดโคจรมาสัมผัสกับมันข้าวเราก็สัมผัสก็เฉยๆจิตของเราไม่มีทุกข์ไม่มีรอยมาอีกนานใจอะไรก็ทำให้ได้เป็นที่สุดเธอจึงจะเรียกว่าบริบูรณ์ล่วงส่วนทุกอย่างเพราะการเรียนออกเวียนเข้าของเราเนี่ยไปเพื่อเรียนเพื่อรู้อย่าให้อย่าให้ผิดหลอกตัวเองเราไปที่แท้จริงเราอยากไปเพราะว่ามันจะต้องไปเสพไปสัมผัสบ้างหรือเราไปเพราะเราจะต้องไปพิสูจน์ไปเรียนรู้ว่าเราผ่าตัดประมาณ จิตใจของเราจะหวั่นไหวมันอยู่หรือเปล่าหรือว่าจิตใจของเรายังทนไม่ได้อยู่อีกแล้วเบื่อแล้วโลกเราเบื่อแล้วกลางกรุงเนี่ยไปสัมผัสอากาศแย่เราไปกลางกรุงอีกดูซิเป็นไงเออก็สบายก็ทนได้ก็ไม่มีอะไรวางได้ปล่อยได้ทั้งขึ้นทั้งล่องมันจะค่อยๆเป็นไปตามลำดับไม่ต้องอีกนานหรอกอาใจหรือว่าไม่ต้องลำบากใจแม้เรายังขาดไม่ได้หรือเป็นอภิชาติปลาซะอีกก็ไม่เอามันลดลงได้ค่อยๆวางได้ปล่อยได้อยู่เป็นลำดับก็ให้รู้แล้วเบื่อสิ่งนั้นแล้วพอเราเข้าไปกระทบอีกเราทนไม่ได้ก็ให้รู้ว่าเรายังทนไม่ได้เราทำไมเราทนไม่ได้พิจารณาซ้ำซ้อนเข้าไปเพราะเรายังยึดถือเพราะเรายังถือสา เพราะเรายังไปมีน้ำหนักของความชังมีโทสะมูลจิตแรงไปเกลียดมากไปโกรธมากไฟไม่รักมากไปหรือเกิดการไม่ชอบมากไปถ้าชอบไม่มีแล้วแล้วก็ยังไปมีไม่ชอบอยู่อีกมันก็จะเกิดการผลักเพราะฉะนั้นเมื่อชอบไม่มีแล้วตัวไม่ชอบก็ต้องค่อยๆอย่าให้มีให้รถด้วยเออไม่ชอบก็ไม่มีชอบก็ไม่มีเพราะฉะนั้นสัมผัสก็ได้ไม่สัมผัสก็ได้เพราะลงที่สุดแล้วจะสัมผัสอยู่ก็ได้ก็ไม่เกิดการทุกข์ไม่เกิดการสุขแต่ถ้าเพราะว่าตัวไม่ชอบยังไม่หมดนะมันก็ทุกข์อยู่ล่ะ มันจะยังมีตัวทุกข์อยู่ถือตัวไม่ชอบเราตัวชอบนะหมดไปแล้วแต่ตัวไม่ชอบยังทำงานกะจิตใจของเราเราก็จะเกิดผลดีเหมือนกันถ้ามุมเหลี่ยมดังที่อธิบายนี้โดยนัยยะอย่างนี้จงทำความเข้าใจให้ลึกซึ้งแล้วก็พยายามพิจารณามันเสมอเรามีชีวิตอยู่ทุกวันนี้เราจะทำให้ละเอียดขึ้นสูงขึ้นสูงขึ้นไม่ได้หมายความว่าเราได้แค่อย่างหยาบแล้วแล้วเราก็บอกว่าเราจบแล้วเราไม่มีงานทำอีกแล้วเราไม่มีความลึกซึ้งที่จะต้องทำอีกแล้วไม่ใช่ยังมีอยู่จะเห็นว่าธรรมะนี่ไม่ตื่นเขินนะธรรมะนี้ไม่ตื่นเขินนะแต่ธรรมะก็ไม่ใช่ไม่มีมรรคไม่มีผล ผมพยายามเตือนคุณเสมอว่าคุณได้สิ่งที่ได้หรือไม่อย่าพลาดพลั้งเลยอย่าเลอะเทอะเห็นได้ชัดว่าสิ่งที่คุณได้อยู่เป็นขั้นตอนขั้นต้นขั้นกลางอะไรมาเป็นระดับๆเศษเหลือที่ยังมีอยู่บางสิ่งบางอย่างก็พยายามจะทำอยู่ก็ให้รู้จะทำหมดไปแล้วเศษนี้ส่วนนี้ได้ไปแล้วเรื่อยๆตามขั้นตอนคุณก็มีวิหารธรรมมีที่พักสูงขึ้นมีความสงบมีสันติวิหารธรรมได้มากขึ้นและมีสัณฐานมากขึ้นเรื่อยๆก็สบายไปสงบเพราะฉะนั้นเข้ามาอยู่ในแดนมาอยู่ในความสงบที่นี่ไม่มีอะไรสบายมากขึ้นแต่อย่าเผลออย่าเผลอว่าเราอยู่ในแดนสบายนี่แล้วก็มีความสบายมากขึ้นเรารู้ว่าแต่ว่าเศษเสื้อที่เราจะศึกษาเศรษฐศาสตร์ จะเรียนรู้บางสิ่งบางอย่างก็รู้ว่าเรามีความสุขมากกว่าความทุกข์แล้วแม้เราอยู่แดนนี้เราจะมีความสุขมากกว่าความสุขระหว่างว่างปล่อยงานการอะไรของเราก็มีบ้างที่เราคิดอาจจะช่วยเหลือ Profile การทำเล็กๆน้อยๆถ้าเราฝึกปรือเป็นคนขยันแล้วก็จะขยันขึ้นและฝึกปรือเป็นคนขี้เกียจไม่เอาภาระงานการอะไรเลยแม้แต่งานที่จะช่วยเหลือโซฟากันและกันแค่นี้มันก็จะติดเป็นนิสัยซ้อนเข้าไปได้เหมือนกันในที่สุดอะไรมันก็ไม่อยากจะทำแต่มันก็มีเหมือนกันบางทีมันไม่ใช่จริตไม่ใช่งานก็ไม่ค่อยจะทำเท่าไหร่ก็เอาละก็ให้รู้ว่าเรายังขี้เกียจแต่ถ้าเราจะทำมันก็ไม่เสียหายอะไรนี่แม้จะไม่เจ็บจะรีบไม่ใช่สิ่งที่เราเคยรักเคยชอบเคยอยากจะสมัยเป็นเพราะอะไรไม่ เคยมาเป็นพระนี่เราจะไปทำทำไมก็ไม่ได้หมายเอาอย่างนั้นแล้วก็ไม่ควรคิดอย่างนั้นเพราะว่ามันยังเป็นแง่ที่ทำให้เราเองเตียงนอนส่วนนั้นส่วนนี้เลือกที่รักมักที่ชังนี่เป็นภาษาลูกโลกแต่เอามาใช้ในธรรมจะเห็นลึกซึ้งขึ้นอีกเพราะเรายังเลือกที่รักมักที่ชังยังเป็นสมบัติโลกก็ตามมาถึงเราอยู่เพราะฉะนั้นเราจะไม่มีสมบัติโลกอย่างนั้นแหละอันใดที่ทำควรทำก็ทำตามควรถึงเรียกว่าเราทำตามสัมมาตามสิ่งที่เห็นควรตามฐานะตามกาลเทศะตามหมู่กลุ่มตามรูปการจึงเรียกว่าเป็นผู้ที่ไม่ถือสาอย่างแท้จริงแล้วก็เป็นไปโดยที่มีประโยชน์อย่างแท้จริงอยู่กับหมู่ก็กลายเป็นผู้ที่มีประโยชน์ อยู่ในตรงนั้นมีประโยชน์ตรงนั้นอยู่ตรงนี้มีประโยชน์ตรงนี้มีงานอันควรมีงานอันบริบูรณ์อยู่ไม่ใช่เป็นผู้ที่กลายเป็นคนขี้เกียจเสพติดสุขเฉยๆให้หยุดแล้วมันก็สุขแล้วใครจะไม่ไม่รู้พวกคุณสงสัยอะไรกับคุณอยู่เฉยๆทุกวันนี้อยู่ๆๆมันไม่สุขที่คุณสงสัยหรือจนป่านนี้แล้วสงสัยอะไรหยุดคือสุขละสิยังอยู่เป็นตายเลยยิ่งนอนเลยให้นอนทั้งวันทั้งคืนเลยก็สบายไปเลยแต่ถ้าอย่างนั้นมันยังมีส่วนย้อนให้คุณนอนจริงๆคุณก็นอนไม่ได้ทั้งวันทั้งคืนกลางวันก็นอนทั้งวันกลางคืนก็นอนทั้งคืนนอนๆๆไม่ต้องทำอะไรถึงเวลากินให้กินกินเสร็จแล้วคุณไปนอนไม่ต้องทำอะไรเลยจริงๆคุณก็ทำไม่ได้ทำไม่ได้หรอกเอาจริงๆถ้าไม่ได้ กูก็จะต้องไปทำอื่นอย่าทำนะไม่ให้ทำกูจะฉลาดจะตายเอาเหมือนกันไม่ทำนะถ้าเอาแต่นอนแต่กินนะไม่ได้ทำไม่ได้หรอกเพราะคนเราจึงต้องอยู่ด้วยปัจจัยต่างๆที่เป็นประโยชน์ถ้าเราเองเราไม่ถือสาเราก็ทำไอ้นู้นไปไอ้นี่ไปตามควรมาอยู่ในแดนนี่งานมันน้อยเราก็สบายสิในเมืองสวรรค์นี่แหละคือสวรรค์น่ะจะบอกให้รัฐบาลล่ะงานการมันมีมากมายอะไรกันเพราะฉะนั้นถ้าใครคิดขยันกับใครจะปรับปรุงนี่อย่างเนี่ยอยู่ดีๆก็รื้อรางนี้ออกมาปัดกวาดกันซะมันก็ไม่เสียหายอะไรมันงานมันก็ไม่ใช่ว่าไม่มีมากทำเสร็จแล้วนี่คุณก็จะว่างเราไปอีกสักเท่าไหร่คุณจะมีงานอะไรอีกนักหนาในแดนเนี่ยก็คิดอะไรกันทำไอ้โน่นไอ้นี่ปัดกวาดล้างทำเช็ดถูเพื่อจะเป็นประโยชน์ ก็เพื่อที่เราจะอยู่เป็นสถานที่ที่เราอาศัยอยู่ขณะนี้เขาไม่ให้อยู่ก็แล้วไปก็เลิกกันเขาให้อยู่แล้วเราก็บูรณะเป็นผู้บูรณะไม่ใช่ผู้ดูได้ถึงแม้เราทำความสะอาดสะอ้านแล้วเสร็จแล้วเสร็จจบแล้วเราไม่ได้อยู่รับบอกว่าทำสะอาดหลังคากรองน้ำฝนไม่กินแล้วกลับไม่ได้กินน้ำฝนหนีไปที่นี่ให้คนอื่นกินก็ไม่ได้จริงๆสิ่งของจะเสียหายอะไรถ้าเกิดเราล้างสะอาดแล้วแล้วเราก็ต้องจำเป็นต้องไปอยู่ที่อื่นราคานี้สะอาดดีน้ำฝนได้รับขึ้นมาคุณอยู่ที่นี่ก็กินเราไม่ได้กินก็ชาวบ้านชาวช่องเขามาเอาไปกินก็เป็นประโยชน์ขึ้นในโลกมันก็ไม่เห็นจะเสียหายตรงไหนเนี่ยมันก็เป็นความดีอยู่นั่นเองในความดีนั้นเห็นความดีนั้นอยู่ในความดีนั้นไม่ใช่ของเราเราจะต้องมาเอาที่ฉันทำไว้ในนี่เห็นมั้ยเอาก็เอาเด็กอีก ทั้งนั้นเพราะความดีเป็นตัวความดีของมันเองความดีเป็นตัวความดีของมันเองทำแล้วก็เกิดผลนั้นก็รับไปสิ่งนั้นสิ่งนี้แม้ที่สุดไม่มีใครรับเลยมีแต่น้ำสะอาดสะอ้านอีกเกิดมาขึ้นในโลกก็ไม่เสียหายตรงไหนเลยไม่มีใครรับน้ำสะอาดนี้ไปกินเลยก็ไม่เห็นเสียหายตรงไหนโลกนี้ก็อยู่ในโลกสะอาดน้ำก็น้ำสะอาดแล้วไม่เห็นเป็นไรแต่นั่นน่ะเป็นไปได้ยากหรอกถ้ามีน้ำฝนดีอีสานเขาก็มีคนกินได้ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่มันไม่มีคนเลยมันก็มีคนหนีต้องยกตัวอย่างให้ฟังด้วยยกตัวอย่างให้เป็นปัจจุบันทำที่เราเพิ่งทำเพิ่งเห็นกันเนี่ยเป็นต้นมันก็ไม่มีอะไรพวกเรานี่แหละแสนสบายอยู่สงบสงัดเพราะความเป็นกลางเวลาเราก็ไปทำงานมีแขกมี โคโยตี้กามาแล้วก็ทำงานหน้าที่ของเราคือเป็นครูสอนเขาอะไรบ้างก็ดูอย่างที่คุณคิดว่าพวกเรานี่เฉยเมยเกินไปไม่เอาภาระเลยแขกเข้ามาก็ดูกระด้างไม่ค่อยต้อนรับไม่ปฏิสันถารเลยอะไรใดๆบางทีก็ถ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive