230907-2-215 ทางเอกภาค2-ตอน215(หน้า469)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท054.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์149 KB
วันที่แก้ไข9 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันที่ 7 กันยายนพุทธศักราช 2523 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกอะเรามาศึกษาต่อและอธิบายสรุปเรื่องที่ได้พูดพูดกันอยู่ที่ประถมอโศกมาซึ่งเรากำลังมายกตัวอย่างเรื่องจริงในคนที่กำลังไม่เข้าใจจิตวิญญาณไม่เข้าใจความเป็นจริงที่มันเป็นอยู่ในโลก มันหลงสิ่งที่ตนเองกระทำยกตัวอย่างเช่นแวนโก๊ะศิลปินเอกที่เขาถือกันว่าเป็นศิลปินมีคนพวกหนึ่งยกย่องนับถืองานเขาก็ขายเป็นแผ่นละล้านล้านบาททีเดียวซึ่งก็เป็นความเข้าใจผิดแล้วก็เลยเถิดไปได้เป็นโลหะเป็นสภาพที่เป็นไปด้วยความหลงใหลให้มันกลายเป็นความหลงผิดไปเข้าใจเอาว่าสภาพของสิ่งที่เป็นกิเลสแท้ๆนั่นน่ะเป็นสิ่ง น่านับถือยินดีแสดงออกมาทางภาคซึ่งยังมีทั้งกามตัณหาและก็มีทั้งภพมีทั้งภวตัณหาอยู่ในนั้นเสร็จถ้าจะว่ากันถึงเป็นอาสวะก็ยังครบอยู่ทั้ง 3 อาสวะคือกามอาสวะและอวิชชาสวะอยู่ในนั้นเสร็จแล้วก็ผลิตงานออกมาเป็นสื่อแทนที่จริงมันเป็นสื่อบอกเป็นสิ่งบอกแทนจิตวิญญาณของตัวผู้นั้นเองซึ่งยังไม่มีอะไรเลยมันเป็นไปด้วยความคลุมเครือหลง ติดยึดจับภาพบ้านภาพอะไรได้ก็ไปอยู่อย่างนั้นแหละก็มีสิ่งแทนออกมาแม้จะเขียนธรรมชาติเป็นธรรมชาติก็เป็นตามเรื่องของเขาเขาจะมีความสามารถในฝีมือในการที่จะป้ายสีป้ายอะไรกับป้ายมาตามใจก็เป็นรูปตามชอบก็อย่างนี้แหละฉันเข้าใจว่าฉันจะสื่อแทนพระอาทิตย์พระจันทร์ดอกไม้ต้นไม้อะไรก็เป็นไปตามอย่างนี้แหละเขาขี้เกียจขี้เกียจเขียนออกมาเป็นสิ่งแทนแล้วก็เป็นคนที่มีความกดดันมากเป็นอารมณ์และเป็นความว้าเหว่ที่จริงเป็นเกาะเนี่ยตายด้วยความว้าเหว่ ตายด้วยความไม่ไม่มีตกโลกไปเลยมาคำว่าตกโลกจึงเป็นอัตตะวินิบาตคือมันไม่มีใครเห็นใจไม่มีใครรู้ด้วยสมัยที่แกทำงานทำศิลปะอะไรที่แกเขียนออกมาเนี่ยไม่มีใครนิยมไม่มีใครเห็นด้วยไม่มีใครเอาด้วยแกก็บ้าใหญ่จะคบหากับใ

อ่านต่อ

ครก็ไม่ได้คบหากับใครเพราะว่าตัวเองอารมณ์ไม่เหมือนกับใครแล้วก็มีแต่แสดงออกทางภาคทางเขียนสื่อจิตสื่อใจออกมาจิตตัวนั้นเป็นเครื่องแทนของกิเลสเครื่องแทนของจิตวิญญาณแล้วก็แสดงออกมาตัวเองก็ไม่รู้เรื่องอะไรหรอก พวกนี้เป็นพวกที่สร้างงานทำอะไรก็ได้เป็นเครื่องแทนออกมาในวงการของศิลปะภาพเขียนก็ดีภาพปั้นก็ดีมีพวกที่เพ้ออยู่ในภาวะตัณหาอยู่ในภพในชาติคิดเองดาวไปแล้วก็ดาวกันไปแล้วก็ไม่ยอมบอกกันให้ชัดเจนถ้าขืนบอกให้ชัดเจนขึ้นมาไปตีค่าตีความขึ้นมาเขาหาว่าไปทำลายศิลปะเขาซะด้วยเพราะพวกนี้จะอยู่ในความอึมครึมอยู่ในความไม่รู้อยู่ในเมืองอันไม่ชัดไม่เจนอย่าไปตีออกมาต้องตีอะไรก็ได้บ้าๆเดาๆอะไรก็ได้อะไรอย่างนั้นเป็นคนไม่มีหลักเป็นคนไม่มีจุดสำคัญไม่มีเป้าหมายไม่มีสภาพเด่นชัดบอกอะไรไม่ได้เป็นกลุ่มๆๆเป็นเนว่าสัญญานะสัญญาว่าจะรู้มันก็ไม่จริงจะว่าไม่รู้มันก็ไม่รู้รู้อะไรอยู่ปน เขาไม่เข้าใจว่าเป็นสภาพอะไรแท้จริงเป็นสภาพกิเลสเป็นสภาพอารมณ์สัญญาเป็นสภาพการกำหนดหมายอย่างละรูปที่มันไม่จริงเขาไปเรียกว่า Assistant รูปอะไรก็ถูกในภาษาแล้วก็เป็นจริงว่ามันไม่ไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องไม่ใช่เป็นเรื่องที่ชัดเด่นไม่ใช่เป็นเรื่องที่จริงจังกลายเป็นเรื่องดำๆเมืองๆไม่หรอกไม่ค่อยหล่อไม่ค่อยรู้เป็นเรื่องหลอกลวงๆอะไรกันอยู่มั่วซั่วๆอยู่สับสนอยู่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรของรัฐต้องพูดสร้างและผู้ชมผู้รับเนี่ยมันก็ไม่รู้เรื่องอะไร ใครจะคิดก็คิดไปบางทีคิดผิดก็ผิดไปเลยไปได้ไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรไม่ได้เรื่องรังสรรค์อะไรอันนี้ก็เป็นเรื่องของศิลปะที่เขาว่าว่ากันอยู่แล้วพวกที่มีภาวะตัณหาพวกนี้ที่ไม่รู้เรื่องอะไรพวกนี้นี่เป็นพวกเขาเรียกถ้าเรียกแบบโมหะคือเรียกพวกหลงไหลเขาก็เรียกตัวเขาเองก็เป็นพรมเขาก็เป็นพรมเขาก็เรียกว่าชั้นสูงพวกนี้ลงตัวหลงตนถือว่าพวกชั้นสูงพวกถือชั้นก็ถือตัวว่าเขาเป็นพวกที่มีความคิดนึกมีจินตนาการมีปัญญามีอภิปรัชญาที่เขาสร้างศาลอะไรอะไร ออกมาสุดท้ายก็ไม่รู้อย่างที่ยกตัวอย่างให้ฟังแม้แต่นักเขียนเหรียญทองปริญญาโทที่กรุงไทยแล้วปัจจุบันจะยกตัวอย่างมาให้ฟังชื่อเกียรติศักดิ์ได้เหรียญทองครั้งประกวดงานเรียกว่าศิลปะแห่งชาติเลยทีเดียวของประเทศไทยเลยแล้วก็ได้เหรียญทองที่พาไปเขียนออกมาเป็นเสื้อไม่มีตัวคนไม่มีหัวไม่มีตัวมีแต่เสื้อเปล่าๆแล้วก็กางเกงกางเกงผ้านั่งอยู่มีรองท้องรองเท้าครบครันแต่ไม่มีตัวคนสัมภาษณ์ออกมาเท้าออกมาเอาไม้ความว่าอะไรไม่รู้ผมก็ไม่รู้ว่าหมายความว่าอะไรอย่างนี้นี่เป็นสัจจะเป็นเรื่องจริงเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าที่พูดนี่ไม่ใช่ใส่ความ ไอ้ที่พูดนี่ไม่ใช่ใส่ความเค้าไม่รู้เขาบอกว่าเป็นเรื่องจิตใต้สำนึกของเขาเราพูดออกมาดีนะถูกต้องซะด้วยเป็นเรื่องจิตใต้สำนึกเป็นเรื่องของความคิดนึกของตัวเองอยู่ในน้อยนั่นแหละแล้วมันก็สื่อสิ่งที่คิดนึกของตัวเองออกมาแล้วเขาก็ไม่รู้พอพูดพูดไปก็พอรู้นิดหน่อยแต่แล้วก็ไม่เข้าเรื่องก็บอกว่าเห็นว่าเสื้อนี่มันสำคัญอ้าวแล้วทำไมไม่มีตัวไม่มีคนคนอะไรไม่สำคัญสำคัญที่สุดๆเสื้อมันสำคัญสำคัญ ไม่มีอะไรลูกก็ไม่มีอะไรรายละเอียดจะมีอะไรอีกบ้างก็ไม่รู้ได้ข้างในจะมีอะไรเป็นสื่อเป็นองค์ประกอบที่ชี้นำชี้ชวนทำให้ผสมเปอร์เซียคิดไปในเชิงนั้นเชิงนี้บ้างก็ดูไม่ค่อยออกมันเล็กแต่เขาก็ไม่ได้จับมาเป็นความสำคัญจุดสำคัญภาพสำคัญเนื้อหาใหญ่ๆมันก็มีอยู่แค่นั้นแต่ถ้าถามว่ารูปทรงเหล่านั้นคืออะไรก็ไม่รู้ผมเห็นลูกกรงลูกกรงทิ้งทิ้งขว้างกันเยอะแยะเอออยู่ทิ้งๆกันหรือๆกันออกมาก็เอาลูกกองเอามาเขียนๆเข้าไปแค่นั้นเองว่างั้นมันช่างไม่มีความเด่นชัดไม่มีความมั่นใจว่าเราจะเอาอันนี้มาใส่ลงไปประกอบลง เป็นองค์ประกอบเขาเรียกว่า Composition เป็นองค์ประกอบในองค์ประกอบที่เราใส่เข้าไปในล้วนแล้วแต่มีความสำคัญทั้งสิ้นแม้เล็กแม้น้อยสำคัญมากสำคัญน้อยสำคัญรองเป็นชั้นเป็นตอนเพื่อที่จะสื่อเพื่อที่จะขายความเพื่อที่จะบอกให้คนรู้เรื่องรู้ราวเรียนก็เรียนมาว่าเป็น Composition เป็นองค์ประกอบต่างๆอยู่ในภาพก็มีองค์ประกอบจุดนั้นอันนี้ใส่เข้าไปไม่ใช่ไร้ความหมายยิ่งเรียนสูงยิ่งรู้มากยิ่งทำเข้าไปยิ่งไม่รู้เรื่องยิ่งไม่รู้ความหมายยิ่งจับสายเล็กๆแท้ๆใส่เข้าไปแล้วเขาถามว่าคืออะไรยังไม่รู้ท่านตัวผู้ที่ได้รับรางวัลเหรียญทองที่ยกย่องเป็นเอกในประเทศอย่างเงี้ยแล้วก็ยังไม่รู้เรื่อง บอกก็ไม่ได้ตอบก็ไม่ถูกไม่เข้าใจว่าตัวเองทำอะไรเหมือนคนถูกศีลเหมือนคนผีสิงแล้วก็ทำอะไรไปตามอำนาจผีครอบงำผีสิงไม่มีสำนึกไม่มีสามัญสำนึกไม่มีจิตสำนึกแต่บอกว่าจิตใต้สำนึกให้ทำก็ทำไปแล้วจิตใต้สำนึกก็บอกไม่ถูกเพราะฉะนั้นในจิตใต้สำนึกนั้นแหละคืออนุสัยอาสวะคือกิเลสคือความรู้ก็ได้หรือคือความไม่รู้ก็ได้หรือคือความรู้ผิดๆก็ได้อยู่ในจิตใต้สำนึกซึ่งผู้ที่แสดงออกนั้นก็คือการแสดงกิเลสออกมาร่อนๆดังจะยกตัวอย่างให้ฟังว่าพวกฮิปปี้ก็คือตัวกิเลสแสดงออกมาทางกายกรรมวจีกรรมร่อนๆเป็นตัวเต้นกันทุก นึกว่าแสดงอยากจะทำอะไรมึงก็ทำออกมาเต็มเหนี่ยวอันนั้นอันเดียวกันนี่ก็ชั้นเดียวกันเขาก็แสดงจิตใจของเขาออกมาในสีสีสันภาพเพื่อรูปร่างอะไรต่างๆนานาซึ่งมันอยู่ในจิตใต้สำนึกแต่มันเหมือนได้คนนอนฝันน่ะไอ้ภาพต่างๆที่ก็เกิดในตอนฝันมันก็เป็นภาพปะติดปะต่อเป็นรูปอย่างนู้นอย่างนี้แทนสื่อไปเพื่อจะหมายให้ตัวรู้แต่ตัวไม่รู้มันเป็นภาพฝันฝันอยู่อย่างนั้นน่ะแล้วไอ้นี่ไม่ใช่ฝันอย่างนอนหลับมันออกฝันมันคิดจินตนาการออกมาเป็นอย่างนั้นเลยแล้วก็เอามาขี่เห็นเลยถ่ายทอดออกมาจากจิตแล้วก็มาเขียนไปเขียนไปทั้งความรู้สึกข้างนอกทั้งความรู้สึกข้างในก็เขียนไปข้างนอกไปเขียนไป มีอารมณ์อะไรบวกเข้าไปมันเป็นอารมณ์จิตของผู้นั้นแล้วศิลปะหรือศิลปินฝ่ายหนึ่งก็ถือว่ามีศิลปะเพื่อศิลปะคือเป็นตัวของตัวเองก็ใช่เป็นเรื่องของอัตตาเป็นอัตตาวิสัยทัศน์นิสัยโดยตรงเลยเป็นเรื่องของอัตราเป็นเรื่องของจิตนิยมเป็นเรื่องของความเป็นจิตที่ตัวเองยังเกาะยังยึดอยู่ด้วยว่าจิตนิยมมากแปลว่าเที่ยงหรือยึดยึดอยู่ติดอยู่เป็นความยึดติดๆๆสภาพอารมณ์จิตของตนเองชอบอย่างนี้เป็นอย่างนี้ก็สื่อออกมาอย่างนี้แล้วบอกก็ไม่ได้ไม่รู้ในว่าสัญญาณอะไรสัญญาหรืออวิชชาและเขาก็ยกย่องกันว่าพวกนี้เป็นชั้น เราขอพูดในฐานะของทางด้านศาสนาหรือทางด้านพุทธะก็ยืนยันว่ามันยังมองหาคัตตะมันยังเป็นความหลงผิดยังเป็นไปด้วยความหลงหลงเลอะๆอยู่มันยังไม่ใช่ความชัดแจ้งมันยังไม่ใช่ความรู้ยิ่งมันยังไม่ใช่ความบรรลุธรรมมันยังไม่ใช่รู้แจ้งแทงทะลุยังเข้าใจแม้แต่สื่อความหมายที่ตัวเองจะสื่อออกมาหมายว่าอะไรตัวตนก็ยังไม่รู้เรื่องรู้ตัวจะสื่อหลอกออกไปแล้วเราก็จะประมาณดูว่าคนเขาจะรับจากสื่อเนี่ยเขาจะรับรู้ด้วยไหมถ้าเรารู้ของเราคนเดียวเราก็บ้าอยู่ในภพนั้นคนเดียวคนอื่นจะพยายามมารู้ตาม ยามาแล้วก็เดาไปด้วยเท่านั้นเองแล้วสักวันหนึ่งก็จะมีคนมาค่อยๆเดาไปเดาไปอาจจะรู้ตามกันไปบ้างก็เหมือนกับพวกที่นั่งหลับตาแล้วก็ปั่นพบปั่นปูนทรงสู่การเสพกันไปรู้กันไปในภพในหมู่ 1 จะมีคนมาร่วมนั่งด้วยแล้วก็ส่งจิตปั้นสภาพพวกนี้ตรงกันรู้ด้วยกันก็เหมือนกันพวกนี้ไม่ต้องเขียนภาพด้วยเป็นรูปแท้ๆด้วยผมนั่งหลับตาส่งภาพส่งรูปทรงร่างอะไรกันเนี่ยนั่งหลับตาทำแล้วก็รับรู้กันได้เขาก็ได้เป็นรูปยิ่งกว่าด้วยเรียกว่าเป็นพวกแอฟริกายิ่งกว่าแอฟริกายิ่งกว่าพวกนี้พวกนี้ก็ยังเป็นแอฟริกาเขียนออกมาเป็นตัวเป็น แล้วก็ให้มันนั่งเดาอารมณ์พวกนี้ไม่ต้องเขียนเดาอารมณ์กันเลยดาวจิตวิญญาณกันเลยแล้วก็เดากันโดนกันคลำกันจนกระทั่งมีพลังงานที่สัมผัสสัมผัสกันได้เออมีอำนาจสัมผัสกันได้ติดกันได้จนกระทั่งรู้กันได้อันเดียวกันแล้วก็ไปอยู่ในภพภูมินั้นๆรู้กันเขาก็เป็นสังคมอีกสังคมหนึ่งเขาก็ทำกันอยู่อย่างนั้นแล้วพวกนี้ก็หลงตัวหลงตนว่าเป็นพวกชั้นสูงส่วนผู้แสวงหาวิธีประดิษฐ์หาวิธีการปรุงให้เป็นรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสที่อร่อยที่เลิศรสรถงาม โดยไม่อำพรางนั้นก็เป็นพวกวัตถุนิยมชัดๆที่มุ่งหน้าให้แปลกให้ใหม่ล้ำยุคไปไม่หยุดยั้งหลอกล่อให้คนติดคนหลงไปตามประสาพวกรูปประธรรมซื่อๆเหมือนกันไม่อำพรางไม่ใช้เลขแต่คนพวกจิตนิยมก็กลับไม่ยอมยกย่องว่าเป็นศิลปินผู้มีความเก่งเท่าผู้มีศีลพรางมีอวิชชาปนๆพิลึกดีไหมนี่เราอ่านดู paragraph กลางของหน้า 469 หน้า 469 เนี่ยเขาก็เขาก็แบ่งชั้นวรรณะกันอย่างนั้นพวกที่เป็นพวก ตัณหาหาวิธีประดิษฐ์ปรุงรูปปรุงรสปรุงกลิ่นปรุงเสียงปรุงสัมผัสปรุงสีปรุงรูปศิลปินภาพเขียนกับกรุงศรีกรุงรูปกรุงฟอร์มปรุงแบบมะเร็งเข้าไปตามของเขาแล้วก็มันในหัวใจของเขาเอร็ดอร่อยสวยงามของเขาไปตามเขาไม่อำพรางอะไรเป็นพวก realistic เป็นพวกที่จริงๆจังๆงามของเขาสวยของเขาอยู่อย่างนี้เขาก็หาว่าพวกนี้พวกชั้นต่ำไม่ใช่ฉันเก่งนะเขาก็ว่าอย่างนั้นด้วยซ้ำไปมันต้องพวกมีไอเดียมีความนึกคิดมีจินตนาการอะไรก็นึกไปโน่นบ้านนั่นแหละพวกเหี้ยพวกชั้นสูงพวกท่านนามธรรมไม่ใช่ตัววัตถุไม่ใช่ตัวชิ้นตัวก้อนเหมือนกันนะแล้วก็ลบหลู่กันไปยกย่องตัวเองยกย่อง คนที่จริงมันก็ไอ้บ้าด้วยกันทั้งคู่คือมีตัณหาทั้งคนละส่วนคนนึงก็บ้ารูปวัตถุอีกคนนึงก็บ้าอ่ะรูปบ้านน้ำว่าความนึกคิดว่าความฝันเป็นภพเป็นชาติอยู่ที่ของตัวเองแต่เขาไม่เข้าใจถ้าเราเรียนธรรมะแล้วเราจะเข้าใจว่าเออพวกนี้ก็สมมุติกันไปมันมีของเขาจริงๆเป็นสมมติตามประสาของเขาข้อสำคัญว่าไอ้สิ่งเหล่านั้นมันมาใช้ประโยชน์กับมนุษยชาติเช่นว่าเราจะเขียนภาพธรรมชาติเห็นวิวเขียนอะไรมาให้คนเห็นว่าเออมันน่ารื่นรมย์นะเย็นๆใจเป็นกสิณให้คนได้ดูภาพนี้แล้วก็สบายหรือว่าได้มีความสำนึกเรานี่จะเป็นหลงกรุงหลงสร้างหลงวุ่นวายกับไอ้โรคที่เขาสร้างเขาปรุงนั้นเลย อยู่กับธรรมชาติในภาพวิวภาพน้ำทะเลภาพบนต้นไม้ต้นไร่สงบสงบสบายๆงี้มันก็ยังพอช่วยคนนี้หยุดจิตลงมาบ้างไอ้คนสงบระงับลงมาบ้างมันก็ยังมีประโยชน์เพราะคลี่คลายจิตใจเบิกบานด้วยความสงบระงับไม่ต้องฟุ้งซ่านไม่ต้องปรุงไม่ต้องวุ่นวายไม่ต้องเพ้อพกไปกับไอ้ที่เขาหลอกเขารอนะมันก็ยังเข้าท่ามันก็เป็นประโยชน์กับคนอยู่บ้างแล้วหรือแม้คุณจะเขียนรูป Abstract เป็นรูปที่เป็นรูปไม่ค่อยรู้เรื่องอ่ะเป็นรูปอะไรก็ไม่รู้ก็ตามเขียนมาแล้วมันก็ยังมีรูปมีทรงมีสีมีเงาอะไรที่พอให้คนเขาสื่อให้คนเขารู้ ไอ้คนก็เข้าใจความหมายว่าถ้าเป็นสิ่งนั้นสิ่งนี้เป็นความหมายของอันนั้นอันนี้ชี้ออกมาได้แล้วเขาก็ได้อาศัยอันนั้นเป็นความสมนึกได้คิดเกิดปัญญาเกิดความรู้ความเข้าใจแม้จะเอาอันนู้นอันนี้มาปะติดปะต่อกันอย่างจะอย่างที่ยกตัวอย่างนี้ยังจะเอาเสื้อมาลอยๆอยู่ไม่มีตัวคนเอามาเสื้อก็สวมลงไปมันก็คนสวมเสื้อคนนุ่งกางเกงใส่รองเท้านี่แหละแต่ว่าเอาเนื้อตัวคนออกไปเสียแล้วก็นั่งอยู่อย่างนั้นกับลูกกรุงมันก็ถ้าจะว่ากันแล้วมันสื่อให้คนคิดคนจะคิดก็คิดได้ก็เห็นแล้วเขาก็คิดอะไรนะสื่อแทนอะไรนะ แค่นี้หมายความถึงคนนั่นแหละแต่ว่าเขาไม่ได้เอาเนื้อตัวคนไปสำคัญมาเป็นหลงเปลือกหลงผิวถ้าเผื่อว่าจะมองกันง่ายๆวะเนี่ยถ้าใครไปหลงเปลือกหลวงผิวหลงเรื่องเสื้อหุ้มเสื้อผ้าลงแต่ตัวไอ้เนี่ยไม่เข้าไปหาแก่นแท้เนื้อแท้ว่ามนุษย์คือมนุษย์จะเอาอยู่แต่แค่เปลือกแค่ผิวที่หุ้มที่พ่ออยู่อย่างนี้เป็นเครื่องนุ่งเครื่องห่มเป็นผู้ชนะฐานะและก็นั่งอยู่ในกรงนี้ก็เหมือนกับคนถูกขังอยู่ในกรงแล้วนะไม่ได้คนไปถล่มฉลาดอะไรหรอกไม่ได้ออกนอกกรงนอกเกรงอะไรมาหรอกเป็นคนอีกระดับหนึ่งคนอีกชั้นนึงก็พวกโลกียะพวกถูกขังอยู่ที่โลกียะไม่ได้หลุดลอยออกมาอิสระเสรีอยู่ข้างนอกนั้นหรอกถ้าเราจะสื่อความหมายอย่างนี้จะแปลจะอธิบาย ทำความเข้าใจงี้มันก็เข้าใจได้เข้าใจได้ถ้าจะอธิบายจะแปลความแต่นี่ผู้สร้างเองคิดภาพเองวาดออกมาเองถามว่าคืออะไรไม่รู้โว้ยเดี๋ยวนี้ใช้สำเนียงใช้เป็นสำเนียงภาษาและสำเนียงและเสียงประกอบเพื่อที่จะให้เข้าใจมาเป็นเชิงหมายว่ามันเป็นเรื่องที่ไร้ค่าเป็นเรื่องรูๆแล้วก็ความคิดที่ว่าไม่รู้โว้ยเนี่ยหรือว่าไม่รู้นี่ไม่รู้เนี่ยก็เติมเว้ยเข้าไปให้หน่อยว่ามันไม่ได้เรื่องแล้วนะมันเป็นของทิ้งมันเป็นของสาดเสียแล้วก็ว่าไม่รู้นี่มันโง่นะนี่ไม่รู้นี่ถ้างั้นถึงบอกใช้ภาษาและสำเนียงประกอบให้คุณฟังเป็นภาษาคำพูดเสียงออกไปเนี่ยเป็นคีย์ตะวา ให้คุณเข้าใจไหมนี่ก็เป็นศิลปะการใช้ภาษาใช้สำเนียงใช้เสียงอย่างหนึ่งให้คุณเข้าใจว่าไอ้แค่จะบอกว่าไม่รู้โว้ยเนี่ยเป็นการบอกในตัวแล้วใช้สำเนียงอย่างนี้เติมคำว่าโว้ยเข้าไปคำเดียวแล้วก็ใช้เสียงให้ฟังมันเป็นการหยิ่งจะมีหยาบหยามการวิญญาณแล้วมันไม่ดีมันหมายความว่ามันไม่ดีแล้วผู้รู้สึกอย่างนั้นก็ไม่เข้าท่าแล้วไม่ดีแล้วก็อะไรเราเป็นคนสร้างเราเป็นคนทำเราเป็นคนก่อเราเป็นคนริเริ่มแล้วเราก็ทำการงานนี้ออกมาด้วยและกลับบอกการงานนี้เราไม่ได้ว่าจะให้นำไปถึงอะไรจะเอาไปใช้อะไรจะเป็นประโยชน์อะไรมันไร้ค่าอย่างนี้มันเสียเวลาเสียแรงงานอย่างนี้ทั้งวัน ของทางวัสดุทั้งแรงกายทั้งทุนรอนจะลงไปอะไรต่างๆเปล่าดายเวลาอุตส่าห์ใช้อุตส่าห์ทำไอ้คนที่ตัดสินออกมาก็รวมหมู่กันมาตัดสินตัดสินแล้วก็ตีความก็อาจจะคิดอย่างที่อาตมาว่าเนี่ยถ้าคิดจะให้เป็นของความหมายเนื้อๆหน่อยก็คิดไปได้ถึงขนาดว่าเป็นภาพของความหมายของชั้นโลกุตระเลยวันนี้ถ้าใครหลงเชื่อหลวงพ่ออยู่อย่างเนี้ยไม่เอาเข้าแก่นข้าวสารในความเป็นมนุษย์ไชยชาติเป็นคนเป็นมนุษย์เนี่ยแล้วก็ไปหลงติดอยู่อย่างนั้นมันก็ได้แต่แค่อย่างนั้นแหละมันก็เหมือนคนที่อยู่ขังกรงอยู่ในตาราง ไม่ได้ผุดได้เกิดอะไรออกมาไม่ได้อิสระเสรีอะไรเป็นคนถูกเขาหลอกเขาหลอกไปหมุนวุ่นวายอยู่กับไอ้เรื่องเปลือกเรื่องผิวอยู่แค่นั้นจะตีความอย่างนี้ก็ได้นะถ้าจะบอกถึงจิตใจหมายถึงว่าเราเห็นว่าไอ้สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีค่าถ้าบอกว่าตัวเองไปเห็นเสื้อผ้ามีค่าสำคัญไม่เห็นว่าคนเป็นของสำคัญจะปีตีความหมายกลับออกไปเลยว่าเราก็อยู่กับไอ้สิ่งที่เขาสมมติกันอยู่แค่นี้แหละเราก็ไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นถึงขนาดคนที่เป็นสำคัญอะไรหรอกตัวตนคนบุคคลเราเขาเนี่ยมันก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรจะตีเป็นค่าอภิปรัชญาสูงซ้อนขึ้นไปมันก็ได้ถ้าเป็นผู้ที่เข้าใจในปัญญาเข้าใจในปรัชญาเข้าใจในความ ตีอธิบายก็ยังได้อธิบายนี่ก็เป็นภาษาศิลปะเป็นภาษาปรัชญาจะอธิบายความซึ่งก็ไขจากภาพนี้ออกมาอีกทีนึงจะบอกว่าเนี่ยมันหมายถึงสภาพของความก็อยู่กับสมุดเข้าไปงั้นแหละไปสมมุติเป็นชั้นเป็นเชิงเขาอธิบายเหมือนกันว่าเห็นช่องๆต่างๆตารางต่างๆนี่เป็นช่องเล็กช่องน้อยช่องใหญ่ก็เอามาเขียนใส่ๆเข้าไปทับลงไปเท่านั้นเองก็หมายถึงชั้นเชิงต่างๆหมายถึงระดับขั้นตอนของความนึกคิดหรือความยึดถือของมนุษย์ในโลกมันก็มีระดับมีชั้นและเราก็อยู่กับสมมติอย่างนี้แหละเราก็ไม่ได้เห็นว่าเป็นสิ่งจำเป็นอะไรเป็นความไม่ได้ ถืออะไรแต่ก็อยู่กับเขาเป็นสภาพโลกโดยตัวลึกที่แท้จริงเราก็ไม่หยุดแม้แต่เป็นคนเราก็ไม่ได้ยึดถือว่าถึงขนาดมีคนที่อยู่กับโลกเราเองเราก็เป็นคนยึดตัวตนบุคคลเราเขาเป็นสัตว์โลกเป็นของจริงเป็นของเที่ยงแท้เราก็ไม่ได้ยึดก็อธิบายได้แต่ตัวเองก็บอกว่านี่เป็นศิลปะเหนือจริงเป็นเซอร์วิสบอกนะเขาพูดนะเขาบอกว่าเป็น celery เป็นศิลปะเหนือความเป็นจริงมันไม่มีความเป็นจริงหรอกเขาว่างั้นแต่ว่าเขาก็เห็นว่ามันเป็นความเหนือจริงอยู่อันใดอันหนึ่งแล้วก็วางเข้าไปงั้นแหละแล้วก็อธิบายไม่ออกดังนี้เป็นต้นตัว อื่นๆถ้าจะมีตัวอย่างถ้าจะมีอะไรนี่ก็ก็จะพูดกันได้ต่อไปก็จะร่วมลุ้นกับพวกนี้เหมือนกันน่าจะร่วมวิเคราะห์วิจัยวิจารณ์แล้วก็จะชี้โน้มให้เขารู้สึกสำนึกขึ้นมาบ้างว่าเขาควรจะมีประสิทธิภาพในการทำงานเมื่อทำงานแล้วงานนี้จะสืบกับมนุษย์ชาติมีประโยชน์กับมนุษย์แล้วก็มีปัญญามีอภิปรัชญาของตนเองเพียงพอที่จะอธิบายได้ไม่ใช่อำพรางไม่ใช่อึมครึมสร้างอะไรก็อึมครึมอย่างนั้นเลยจะไปขยายความก็ไม่กล้าเป็นคนอยู่ในอาณาจักรแห่งความกลัวความจริงมันก็บ้ากันใหญ่สิมันต้องรู้จักความจริงแล้วก็กล้าที่จะต่อสู้กับความจริงเปิดเผยความจริงเป็นที่สุดเพราะเรามี นารมย์อย่างนี้เรามีความมุ่งหมายอย่างนี้แล้วเราจะทำอย่างนี้สื่ออย่างนี้ให้คนรู้อย่างนี้อย่างนี้เป็นเรื่องดีเรารู้ด้วยว่าเป็นความดีเป็นกุศลเป็นบุญเป็นสิ่งที่เลิศลอยเป็นบอลล้มอภิปรัชญาอะไรแล้วแต่เป็นสุดยอดแห่งความรู้กล้าที่จะบอกเขาไปสิไม่ใช่เรื่องน่าอายเลยไม่ใช่เรื่องน่าอายทำไมทำอย่างนี้ทำไมเป็นอย่างนี้ทำไมต้องสร้างสรรค์ออกมาในรูปนี้เป็นความหมายอย่างนี้แม้จะเป็นแต่ความหมายเป็นอัครามหรือว่าเป็นนามเป็นของอาการเป็นนามธรรมเป็นรูปแท้ๆก็ตามก็บอกความหมายนั่นมาว่าถ้าแม้แต่จะใช้ความนึกคิดเราใช้ความนึกคิดอย่างนี้ดีจงใช้ความนึกคิดอย่างนี้ จงมีจิตวิญญาณอย่างนี้อย่าไปทำตนให้เป็นจิตวิญญาณอย่างโน้นอย่างโน้นเปรียบไปเลยเทียบไปเลยเราจะเข้าใจเราก็จะสื่อแก่กันและกันได้นำกันไปแล้วคนชั้นแนวหน้าหรือคนผู้มีความคิดก่อคิดสร้างสิ่งใหม่สิ่งแปลกไปเรื่อยๆก่อนคนอื่นให้เป็นของย่าของแรงของจักรคือของจัดจ้างให้เป็นของยากของแรงของจัดหรือของจัดจานของยังไม่ถึงยุคถึงสมัยมันยังไกลเวลาอยู่มันยังไม่จำเป็นมันยังไม่ใช่ของสมเหมาะสมควรให้ออกมาก่อนคนอื่นโดยผู้คิดนั้นเขาหลงตนเองว่า เป็นนักคิดนักสร้างสรรค์นักนำหน้าแท้จริงนั้นเขาเป็นนักผลิตความเฟ้อแท้จริงนั้นเขาเป็นนักผลิตความเฟ้อเพราะเขาสมมติสิ่งใหม่เขาบัญญัติตัวตนอันใหม่ขึ้นประเดประดังมาให้แก่โลกอีกให้โลกหลงให้คนในโลกเพิ่มบัญญัติมากสมมุติเข้าไปอีกไม่ว่าจะเป็นศิลปินแขนงใดก็ตามจิตรกรประติมากรสถาปัตยกรรมมัณฑนากรมีโฆษณาก่อนประพันธ์กลอนกวีกร กลอนวาทิตตะกอนฆาตกรหรือณัชกรพยานใหญ่ภาคการคิดสร้างการประดิษฐ์ใหม่นั้นเน้นไปในทางฟุ้งเฟ้อสุรุ่ยสุร่ายเปลืองเปล่าเลื่อนลอยไร้ประโยชน์ไม่รับใช้เศรษฐกิจปัจจุบันแต่มากเกินไปด้วยสวยงามไพเราะหอมหวานซาบซ่านใจแบบวัตถุธรรมชัดๆก็ดีในวงเล็บกามตัณหาหรือเพลิดเพลินใจอยู่ด้วยการเสี่ยงทายการเดาการคิดการมีแต่อัตภาพที่ตนสร้างตนสมมติยึดไว้ อรูปธรรมก็ดีในวงเล็บเพราะว่าตัณหาก็เป็นเพียงอารมณ์เป็นเพียงปฏิกิริยาซึ่งไม่ใช่สารัตถะแพ้แถมจะห่างสารัตถะแท้ของประโยชน์ที่เป็นไปเพื่อความตั้งอยู่แห่งชีวิตจริงๆมากขึ้นมากขึ้นด้วยศิลปินนั้นๆก็คือพูดทับถมโลกก็คือพูดทับถมโลกด้วยการก่อการสร้างการจูงดึงการโน้มน้าวที่เตลิดเพลินในวงเล็บกรรมการแปลว่าหรือหมายความว่าการงานอันเป็นกิเลสเป็นการงานอันเป็นกิเลส บำรุงกิเลสหรือสนองอารมณ์กิเลสสนองตัณหาก็ได้สนองอารมณ์สนองกิเลสตนคือผมเมาปวงชนให้หนักยิ่งขึ้นด้วยศิลปะของผู้นั้นเองศิลปินผู้นี้จึงเป็นผู้ลดค่าสัจธรรมในโลกเป็นนักทำลายเศรษฐกิจผลสำคัญที่รู้กันได้ยากอยู่จริงๆนะนี่ก็ไม่รู้ตัวรู้ตนหรอกนะเพราะศิลปินพวกนี้ว่าเขาเองก็ทำอะไรแล้วก็เป็นเรื่องที่น่าสงสารที่โลกปล่อยให้คนพวกนี้ไร้ค่าแล้วก็ไปหลงไหลชูโชติยกย่องกันเป็นค่านิยมที่ไม่น่าจะทำสร้างค่านิยมนี้ไว้ให้แก่โลกเขาไม่เข้าใจเพราะว่ามันเลยแล้วคนก็ตามไม่ได้อย่างลงไปสู่ความลึก ยิ่งลึกยิ่งลงเหวลึกเข้าไปลึกเข้าไปไกลเขาก็ไปกันก็นึกว่าเป็นวิชาการเป็นศาสตร์เป็นความรู้เป็นอะไรต่ออะไรเนี่ยไปกันแล้วก็นิยมยกย่องกันใช้เงินใช้ทองเล่าเรียนศึกษาแล้วก็พากันรุมเราได้ไม่ใช่ดั้นด้นดาวดาวกันไปอยู่ในภพในชาติอะไรก็ไม่รู้เป็นเมืองแห่งอวิชชาน่าสงสารคนพวกนี้สมมุติกันว่าได้รับปริญญาโทสมมติกันว่าได้รับปริญญาเอกไม่ใช่อาตมาไปอิจฉาริษยาคนพวกนี้นะน่าสงสารอย่างอาตมาสงสารที่มันหลงเพลิดเตลิดไปไม่เข้าใจเรื่องราวไม่เข้าใจความเป็นจริงอะไรแล้วก็กระทำกันไปตายแล้วตายแล้วทับทิมกันคนนี้สร้างงานเอาไว้แล้วคนอื่นๆไม่รู้เรื่อง เราส่งกันไปอยู่ในโลกแห่งความเดาพวกนักเขียนภาพ realistic ก็เขียนให้สวยให้ปรุงให้เอามาใช้ในประโยชน์คนเหมือนกันแต่หลอกให้คนเมาหนักเข้าไปในกามตัณหาก็เป็นอย่างนั้นนะเพราะฉะนั้นพวกศิลปินต่างๆอย่างลักษณะที่ยกตัวอย่างภาพสีอย่างนี้ก็ตามเรียกว่าจิตรกรหรือจะเป็นพวกอื่นไปประติมากรเป็นนักปั่นคืออย่างวันดีเขาเล่าเมื่อวานนี้อยู่ที่เมืองนอกนักปั่นเขามีรูปปั้นของศิลปินหญิงคนหนึ่งเขาถือว่าเป็นศิลปินศิลปะเอกของโลกทีเดียวเพราะว่านี่เป็นเอกลักษณ์ศิลปะนี่เขาเองเขาก็ไปดูเข้าไปดูเขาก็ชี้ให้ดูเนี่ย เขาก็ไปดูก็เป็นพระเป็นสิ่งปูนพลาสเตอร์ปั่นมันมี 1 ปั้นลูกกลม 2 ลูกสี่เหลี่ยมแท่ง 3 กับรูปแท่งยาวๆมีอยู่ 3 ชิ้นกองอยู่รวมกันก็บอกว่านี่แหละเป็นประติมากรรมชั้นเลิศของโลกอันนึงแล้วก็ตั้งอยู่ในพิพิธภัณฑ์นิราศค้าขายกันแพงเพราะว่าเป็นศิลปะของโลกแล้วก็ไปดูมันก็เห็นความกลมลูกกลมวันหนึ่งเกือบแทงสี่เหลี่ยมอันนึงกับลูกยาวๆอันนึงซึ่งเป็นสามัญลักษณ์สามัญสามัญของโลกเท่านั้นเองแล้วเขาก็บอกว่าเป็นศิลปะของโลกที่สูงสุดแล้วใครอธิบายได้ไหมว่าคืออะไรถ้าเรามีความเข้าใจในทางพุทธศาสนาหน่อยนะเราจะเข้าใจว่า มันก็เป็นเรื่องธรรมดาไอ้ลูกกลมอย่างนี้มันก็มีในโลกไอ้ลูกเหลี่ยมอย่างนี้ไอ้ลูกยาวๆแท่งยาวๆนี้เป็นเรื่องธรรมดาเป็นๆได้เพียงฟอร์มรูปประธรรมที่เกิดขึ้นมาในโลกเท่านั้นเองมันไม่เห็นประหลาดอะไรนี่คนที่คิดเห็นเป็นสามัญแล้วก็วางไปทุกอย่างไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรถ้าจะเข้าใจด้วยเป็นไอเดียหรือว่าเป็นปรัชญาเป็นความนึกคิดอะไรมันก็ให้ความนึกคิดขึ้นมาทุกสิ่งทุกอย่างในโลกมันก็ไอ้แขกบอกแบบแค่รูปแค่ฟอร์มมีแค่นั้นเองฟอร์มกลมฟอร์มเหลี่ยมฟอร์มยาวหรือจะมีอีกกี่ร้อยฟองมันก็จัดลงมาได้แค่นี้จะงามที่สุดก็จัดขึ้นมาแค่กลมแค่เหลี่ยมแค่ๆถ้าจะขยายความให้นะอธิบายความหมายให้แค่นั้นนี่เขาก็บอกว่าเขาไปดูแล้วเขาก็บอกว่าไม่เห็นมันศิลปะศิลปะมันให้ความ ซาบซึ้งใจหรือติดใจหรือว่าไขความอะไรเยอะแยะอะไรนักเขาก็บอกว่าเขาไม่รู้เขาก็เห็นลูกกลมๆลูกแทงๆลูกยาวๆอยู่แค่นั้นเองแล้วก็บอกว่าเลิศนักก็ไม่เห็นมีอะไรเสร็จแล้วก็บอกก็บอกเขาไปอีกที่คบเป็นเฮเก้นเขาไปถึงอีกที่นึงเป็นที่ที่เก็บศิลปะที่นึงแล้วก็พาเขาไปดูศิลปะที่สูงสุดอันนึงเหมือนกันก็บอกว่าเนี่ยเป็นศิลปะชั้นยอดของโลกเลยเหมือนกันเนี่ยไปศิลปะเขาก็ไปดูไอ้สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาของเขาก็คือลูกโป่งที่เขาเป่าเป่าลมแล้วก็เอาลูกโป่งไว้ตั้งแต่พื้นแบบเพดานกองกันอยู่อย่างนั้นลูกโป่งสูบไอ้แก๊สลอยนี่คือศิลปะที่ยอดที่สุดศิลปะชั้นยอด เขาดูยังไงก็เขาไอ้ลูกโป่งอัดลมอยู่อย่างนั้นน่ะแล้วเขาก็ไม่ได้ไอเดียหรือไม่ได้ตีความหมายอะไรออกเขาก็บอกเขาดูด้วยรูปประธรรมก็เห็นลูกโป่งมันอัตโนมัติไอ้พวกศิลปินพวกนี้มันเก่งเหลือเกินนะจับขี้หมูขี้หมาอะไรมันก็กองเขาก็บอกว่าศิลปะและคนก็มาดูไอ้นี่ก็บอกนี่แหละคือศิลปะและเขาก็คิดกันไปเลยเป็นเพราะว่าตัณหาเป็นภพเป็นภูมิดาวเข้าไปแล้วไอ้เจ้าของน่ะมาอธิบายดูซิว่าคืออะไรก็คิดไม่ได้นานๆถ้าเราคิดอย่างอาตมาดูลูกโป่งอัดลอยๆสูบลมแล้วก็เอามากองๆอาตมาจะบอกก็บอกว่ามันก็คือความไม่มีอะไรมันก็ความเหมือนลูกโป่งอัดลมคนนี้ก็เหมือนลูกโป่งอัดลมถ้าเผื่อว่ามันโง่ๆมันก็เหมือนลูกบอกเอาอัดลมไม่มีค่าอะไร มันก็อย่างนั้นน่ะอยู่อัดอยู่ตั้งแต่กลางคืนไปยันท้องฟ้ามันก็อยู่แค่นั้นเองผสมสีผสมสารให้ลูกโป่งมันก

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน