230922-2-225 ทางเอกภาค2-ตอน225(หน้า481)-พ่อท่าน-ปฐมอโศก-ท054.txt

โฟลเดอร์2522-23-24 MP3 ทางเอก-ภาค2- 323 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์190 KB
วันที่แก้ไข9 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันจันทร์ที่ 22 กันยายนพุทธศักราช 2523 พ่อท่านประยุทธ์ได้อบรมทำวัตรเช้าอธิบายทางเอกภาค 2 ที่พุทธสถานประถมศึกษาเรามาต่อเลยนะหน้า 481 รายได้ต่อจากนี้เราก็กำลังจะอธิบายรูปปัจจุบันซึ่งถ้าใครไม่รู้จักกับมันจริงก็ยังหลงเสพสุขเพราะมันได้อีกแค่นั้นเองเป็นอรูปปกครองผู้ปฏิบัติธรรมที่อย่างลงถึงทำอยู่ ที่ดับกามสุขัลลิกานุโยคเบื้องต่ำ 5 ประการมาได้แล้วสนิทก็ตามถ้าไม่รู้อัตราค่าละเอียดไม่หัดดับหัดฆ่าหัดวางรูปเป็นรูปเป็นจิตให้ละเอียดแล้วอีกมันก็จะสร้างอัตราใหญ่ขึ้นเป็นปรามาสน้ำมันต่อไปเป็นส่วนสุดอีกฝั่งหนึ่งของโลกได้อยู่อีกอันเรียกว่าอัตลักษณ์ แต่ยังจะมีอกุศลจิตทั้ง 12 ดวงอยู่เช่นกันและอ้ายเฮ็ดทุกวิถีลึกซ้อนตามอกุศลจิตต่อไปในรูปรอยของรูปประจักษ์ก็ยังจะมีอยู่ครบถ้วนถ้าเรียนรู้จิตเจตสิกรูปหรือกายเวทนาจิตไม่ถูกแท้จงทำอย่างละเอียดสุขุมวิทก็มีคำคำหนึ่งคือโอรัมภาคิยสังโยชน์ 13 คือผลสังโยชน์เบื้องต่ำกว่าลำภาชีส่วนต่างลำผักชี พุทธธรรมภาคิยสังโยชน์แปลว่าเบื้องสูงหรือส่วนที่มันสูงกว่าลำผักชีสังโยชน์ต่ำก็มีตั้งแต่ศรกายพ้นสักกายะทิฏฐิผลวิจิตรอิจฉาพ่นสีระเบิดและอะไรก่อนไม่รู้เขาเอาอะไรก่อนไม่รู้สึกศักยะทิฐิอีสานเรียกว่า สังโยชน์ 3 เราจะต้องรู้อันนั้นจริงๆนะรู้ข่าวเศรษฐกิจก็ต้องรู้ศักยะทิฐิก่อนจนพลสงสัยตัวเองผมเข้าใจว่าวิถีอีสานก็ต้องพยายามทำให้เห็นทุกตัวทำให้พ้นมิติอิจฉาได้ทุกตัวตั้งแต่ศักยภาพตลอดด้วยวิธีอิจฉาด้วย ขอดูอีกเนี่ยศักยะทิฐิก็ต้องรู้รู้แน่ๆรู้ความจริงไม่รู้ศักยะทิฐิอย่างไม่พ้นสงสัยยังไม่เห็นจริงยังไม่เข้าใจมันก็เลื่อนๆหลายๆเรื่องๆซ้ำซากแล้วอะไรไม่รู้เรื่องอยู่นั่นแหละทิฐิวิจิกิจฉาศิลปะปรามาสมีศีลมีพรตที่ไม่เป็นปรามาสไม่ใช่ลูกๆคลำๆสาธุลูกก็ไม่จริงอะไรก็ไม่ตายมันต้องรู้สึกก็ยากจริงเราเข้าใจจริง

อ่านต่อ

ไม่สงสัยไม่ลังเลคิดว่าจะสามารถปฏิบัติให้อยากเป็นปรามาสแล้วก็รู้ ก็เหมือนกันน่ะก็ไม่พ้นสงสัยไม่ลังเลเห็นชัดเด่นอยู่มันก็เป็นปัญญาถ้าเป็นลังเลสงสัยอยู่ไม่ใช่ปัญญาทิฐิเห็นอยู่แต่ไม่จริงไม่จังสงสัยลังเลมันก็ไม่เข้าปัญญาปฏิบัติศรีปฏิบัติตนตามมาตรด้วยไม่รู้เรื่องเลยจำจำแต่ว่าพิธีเป็นไปตามเรื่องตามราวไม่เข้าเรื่องราวก็ไม่ได้เรื่องอะไรแต่ถ้าเผื่อว่าปฏิบัติไปไม่ใช่สีแล้วก็ปรามาสคือไม่ใช่ปฏิบัติไปแล้วไม่ได้มักได้ผลไม่ใช่ปฏิบัติตามจารีตประเพณีเฉยๆไม่รู้เรื่องรู้ราวไม่ใช่ปฏิบัติไปแล้วปฏิบัติถูกต้องรู้จักว่ามันได้ผลได้มักได้อะไรต่ออะไรจริงๆมี ประโยชน์ต่อการปฏิบัตินั้นแท้ๆเห็นว่าประโยชน์อย่างไรเป็นอย่างไรจึงเรียกว่าปัญญาเกิดก็มันเห็นว่าเป็นประโยชน์อย่างไรได้อย่างไรดีอย่างไรเราเบาเราบางลงเราขรุขระถูกเราไปยังชัดเจนแท้ๆเลยมันก็เป็นตัวจริงก็ได้รับผลได้รับประโยชน์จริงนั่นน่ะชัดๆกินเจเขาเรียกว่าไม่เปล่าหน้ามันเป็นหลักสำคัญจัดกายะทิฐิเห็นตัวเองถ้าแปลศักยะว่าตัวเองเห็นตัวเองของตัวเองเห็นอันนั้นอันนั้นอย่างชัดเจนและตั้งสิ่งตั้งเพราะทุกข้อเป็นสูตรหลักสังโยชน์ 3 เวลา เป็นอันดับแรกและปฏิฆะเป็นอันดับต่อมาเป็นคู่หนึ่งแท้ๆก็คือสายแกนของราคะโทสะสายแกนของราคาโทรศัพท์เพราะงั้นเรื่องที่เราไปติดไปยึดในอะไรตั้งแต่โลกธรรมหรือโลกอยากจะเป็นโรคอบายแล้วก็เห็นไม่ได้ว่าจิตตัวที่มันไปติดโรคระบาดเป็นสกายเลอร์อะไรของเราประกอบด้วยเหตุปัจจัยอย่างไรอย่างนี้เป็นต้นและเราก็ล้างให้ออกจากกามราคะซ้อนซ้อนลงไปอีกว่าเป็นการอธิบายสังโยชน์ 5 เป็นการอธิบายสังโยชน์ 5 เพราะฉะนั้นผู้ใดที่ยังเป็นกามราคะในเทพเจ้าอบายมุขก็ล้าสักกายะที่เป็นหยาบต่ำได้อบายมุขนั่นแหละพระกามราคะนั่นแหละและไอ้พ้นปฏิฆะแม้แต่ละละได้แล้วเราจืดจางได้เราดีขึ้นนะเราพ้นการติดยึดพ้นจากคนชอบคนยินดีในเรื่องของอบายมุขเป็นต้นและพ้นแล้วเราก็ไม่ได้เกิดเป็นปฏิกะเราพ้นจริงเราสลับได้จริงเบาบางจริงในเรื่องต่ำเรื่องยาวแล้วละมาได้ กลายเป็นคนหงุดหงิดกับกลายเป็นคนปฏิฆะกับการเป็นคนชิงชังเห็นคนอื่นเขาแตะก็ไม่ได้เห็นหน้าเห็นตาอบายมุขนั้นก็ไม่ได้เกิดไปที่ดีมีปฏิการยุ่งยากจนคนอื่นเขาพลอยหนักพลอยโหน่งอะไรพลอยทุกข์พลอยร้อนอยู่ก็ไม่ใช่จะอยู่กับมันได้จะเห็นกับมันได้สัมผัสมันได้ไม่ปฏิฆะอยู่เนื้อมันจริงๆมันเห็นความจริงตามความเป็นจริงของมันก็เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปของมันเราเองเราสัมผัสมันแล้วใจของเราวางเฉยได้อันนี้เราได้อธิบายได้พูดกันมันซับมันซ้อนอยู่อ่าไม่เข้าใจแล้วก็เข้าใจเห็นจริงก็ทำถูกต้องตามความเข้าใจที่เราเข้าใจก็อยู่อย่างนี้แหละ จะเห็นได้จะเข้าใจได้แล้วก็จะเพลงของจริงในเหตุปัจจัยตั้งแต่อบายมุขนี่มันซับซ้อนอย่างไรมีหลักการนี้มันไม่ได้แปลกอะไรแรกๆเรารู้ว่าเป็นสัตยาของเราแล้วเราก็พยายามเข้าใจจนไม่สงสัยเข้าใจอย่างถูกๆตรงๆเป็นสมาชิกที่ไม่วิจิกิจฉาแล้วก็ตั้งเสียงตั้งโพสต์หรือว่าตั้งหลักวิธีการตั้งบทปฏิบัติเพื่อลดผลลัพธ์เคร่งครัดต่อไปก็เป็นศีลตรงๆถ้าไม่แกล้งแม่ค้าก็ตั้งหลักตั้งเกณฑ์หาวิธีทำลดละสังขารไปโดยปริยายมันก็เท่านั้นถ้าไม่โดยปริยายและตั้งตรงๆเลยเอากันจริงๆเก่งๆเหล่านี้แหละคือการปฏิบัติสู่หลักเกณฑ์ของพระพุทธเจ้าศีลสมาธิปัญญาและหลักเกณฑ์หรือศีลที่เราตั้งนั้นมันขัด จริงๆจิตเป็นสมาธิหรือจิตเป็นอันที่จิตลดลงได้จริงๆมีสมาธิมักองค์ 8 ประกอบปฏิบัติสติปัฏฐานอยู่มีโพชฌงค์น่ะมีสติมีธรรมวิจัยมีวิริยะทำเข้าไปจริงๆลดลงไปได้เห็นดีสงบระงับลงเรื่อยจืดจางลงเรื่อยเข้าสู่ความเป็นจิตอันยิ่งเป็นสมาธิดีเป็นจิตอันเป็นไปด้วยดีจนกระทั่งเฉยอุเบกขาวางปล่อยได้อันเณรชาไม่ไหวไม่หวั่นได้เป็นระดับระดับไปอย่างนั้นจริงๆทำเป็นทำไปทำได้เรื่อยๆเพราะกามราคะก็เป็นเครื่องอธิบายประกอบเป็นอุปสรรคเป็นหัวข้ออย่างนึงอ่าประเทศอย่างนึงเป็นอุทยานหนึ่งหัวข้ออย่างหนึ่งที่เราเอง เข้าใจได้ถึงความหมายที่สัมพันธ์กันเป็นกามราคะก็เป็นจิตนั่นแหละจิตของเราสัมพันธ์เชื่อมโยงลดละลงมาได้สุดท้ายรถรับได้จนกระทั่งหมดความปฏิฆะอะไรกระทบสัมผัสอยู่กับมันเป็นไปหรือใครจะไปอยู่ไปเกี่ยวแม้จะเกี่ยวข้องกล้าจนกระทั่งว่าพ่อเราแม่เราก็ไปยุ่งไปเกี่ยวถ้าคนอื่นไกลๆเขาอยู่เขาเขียวเราก็ไม่ค่อยจะถือสาเท่าไหร่แล้วก็ช่างเขาช่างเขาได้ปล่อยวางได้อุเบกขาได้ไม่ปฏิฆะเราได้ดีเรามันชักจะถือตัวถ้าถือดีๆขอดูใกล้ๆเขาเป็นช่างเขามีคนต่างชาติไม่ใช่เพราะไม่เป็นไรมันยิ่งตัดรอบไปไกลเพราะเราเองเรา ประยุทธ์ถือว่าเป็นของเราเป็นส่วนของเราพร้อมจะเป็นคนต่างชาติต่างประเทศเลยก็ยิ่งใจรู้สึกว่ามันไม่เกิดปฏิฆะเกี่ยวกับอะไรคนต่างไม่ต่างประเทศเหมือนคนเพื่อนบ้านเพื่อนคนไทยด้วยกันแต่ไกลไม่รู้จักเห็นเขาเป็นเห็นเขามีเห็นเข้าไปเสพอบายมุขอันนี้ถือว่ามันไม่ดีอยู่เนี่ยเห็นก็เสร็จจากเขามันก็วางได้แต่ข้าไม่ถือสาก็บอกโอ้ยใครก็ไม่ได้คนในประเทศก็ไม่ได้ต่างชาติก็ไม่ได้เลยไม่ได้ก็ยิ่งหนักใจของเกี่ยวมาเป็นของของเราใหญ่ทีนี้คนเรามันจะมีความรู้สึกใกล้ๆเนี่ยถ้ายิ่งเป็นญาติที่โคโยตี้เป็นพ่อเป็นแม่เราเราได้ดีแล้วพ่อแม่เราไม่ได้ดีตามไม่เอาดีตามที่เราได้เราเห็นมันก็ยิ่งรู้สึกกระติกค่ามากมาก ไม่สบายใจขั้นไหนก็แล้วแต่เป็นการเกี่ยวพันอยู่มันก็โศกโศกเศร้าๆไม่สบายใจไม่เบิกบานไม่แจ่มใสเห็นแล้วก็รู้สึกว่าไม่แจ่มใสอยากให้เขาได้ดีจัดไปไม่สบายใจก็เกิดปริเทวะอาการยังติดยังเกี่ยวยังเกาะอยู่นั่นแล้วปฏิทินอยู่อย่างนั้นแหละพอดีเทวดาการเรียกว่ายังไม่ปล่อยไม่ว่างก็ทุกข์โสกะปริเทวะทุกขะพอมันนัดจิตใจไม่สบายผมไปญาติก็เป็นสภาพจริงแล้วก็พูดได้ปากซอยได้แล้ว มันก็จะเห็นจิตพ้นไปกามราคะรสจากสิ่งนั้นปฏิกะหายไปแม้ขนาดนั้นยังเหลือเศษเสี้ยวอยู่เรียกว่ารูปราฆะรูปพระราธะเป็นสังโยชน์เบื้องสูงสูงขึ้นไปก็ส่วนที่เหลือจากรอบแรกรอบหยาบเบื้องต้นเป็นมิติกับมักกิเลสกิเลสรอบหยาบที่เราเองเราชักรู้เข้าใจกิเลสเป็นอย่างนี้เราล้างออกไปเป็นกิเลสหยาบชัดเจนเหลืออีกไหมตรวจดูอาจจะขั้นกลางปรินิพพานกิเลสก็เห็นก็รู้ไอ้กลางๆมันมีเศษมีเสี้ยวอะไรเราก็รู้รถรับจ้างขายได้อีกด้วยซ้ำมันก็ยังจะเหลือเศษอีก 1 รอบ ของรอบ 3 ขึ้นไปดูปลาคากะรูปพระราธะก็ซ้อนชั้นเดียวกันรูปราคะสังโยชน์อนุบาลสังโยชน์ข้อที่ 6 ที่ 7 มานะสังโยชน์เป็นอุปกรณ์ที่ 8 อุทยานสังโยชน์เป็นสังโยชน์ข้อที่ 9 อนิชาสังโยชน์ข้อที่ 10 นี้มี 10 ข้อและนี่ก็พูดถึงโอรัมภาคิยสังโยชน์เบื้องต่ำ 5 ประการก็คือตั้งแต่ศักยะทิฐิวิจิกิจฉาศิลปะปรามาสแล้วก็กามราคะปฏิฆะถ้าเอาคำว่าสังโยชน์ตามท้ายตัวสักกายะทิฐิสังโยชน์ เกาะใต้วิกิพีเดียสังโยชน์ศิลปะสังโยชน์ศิลปะปรามาสฉันสังโยชน์กามราคะสังโยชน์ปฏิฆะสังโยชน์กดสังโยชน์ 5 เบื้องต่ำแต่ตอนนี้เราก้าวขึ้นมาถึงสุราษฎร์ธานีอรูปราคะบ้างเรียกว่าจิตขั้นรูปก็จิตเราก็พูดกันมาแล้วเป็นตลกแต่รูปก็จิตก็เช่นว่าเจ้าพวกชั้นระดับจากเทวดาบ้างเทวดาอย่างโน้นอย่างนี้เป็นเทวดา ยามาไว้จอนจะพูดภาษาที่จริงก็จิตของเรานั่นแหละดีขึ้นมาชั้น 1 แล้วเราเองเราก็ไม่รู้มันให้ชัดเจนขึ้นไปอีกแล้วเป็นจิตลึกซึ้งขึ้นตอนนี้ชักรู้ยากขึ้นด้วยว่าลูกดูรูปมันไม่เคยเห็นไม่เคยรู้มันจะสุขุมตอนนี้ละเอียดละออขึ้นดูเผินๆเหมือนว่าน้าเรียกว่าเป็นชั้นสูงขึ้นมาเราก็รู้มาจะเรียกชื่อว่าเป็นกามาวจรจะเรียกชื่อว่าพรหมก็ภาษาเรียกก็ LINE ขึ้นมาอีกแม้ที่สุดเราเองเราดูเหมือนว่าแต่ที่จริงมันมีเนื้อมีตัวอยู่ยังไม่สิ้นซากยังไม่ดับสนิทสะอาดยังไม่กินยังไม่เป็นโวหาร กูยังไม่เป็นปริญญาปริญญาปริญญายังไม่เป็นประโยชน์ยังไม่สิ้นรอบยังไม่ขาวรอบโบราณก็แปลว่าธรรมะอันขาวประโยชน์ธาตุวรรณะก็แปลว่าขาวขาวร้องปริยะข่าวรอบมันยังไม่ขาวรอบที่จริงมันก็อุทานนี่แหละแต่ถ้าเป็นนางเมื่อเรายังไม่สะอาดสิ้นหมดยังเหลือเศษซื้ออนุสัยอาสวะอะไรก็ แต่เราเรียกว่าอนุสาวรีย์อัศวเกาหลีสืบเชื้อสิ่งที่นอนเนื่องอยู่ก้นก็เรียกไม่ได้วิเศษหรืออะไรพวกนี้มันก็ต้องล้างต่อลาออกเป็นรูปราคาจริงๆขั้นรูปราคะเท่านั้นนะท่านรูปหาเราจะรักจะล้างออกที่ช่วยเป็นขั้นรูปที่นี่มีระดับนึงเนี่ยที่เราจะพูดถึงอรูปประจิตเนี่ยมันเป็นระดับที่ละเอียดละออยิ่งลงไปอีกเป็นขนาดขั้นอาการสาหัสเดี๋ยวจะถึงขั้นอาสาทนายขั้นที่เรียกว่ามันว่างนะมันเป็นตัวเอียดยิบแล้วอันนี้ไม่ใช่เชื้อที่มันจะไปผ่าเกิดพระอะไรได้หรอกว่ากันจริงแล้ว ท่านรูปเนี่ยอย่าไว้ใจไม่ได้เป็นอนุสัยเป็นอาสวะเป็นเศษเชื้อที่ยังจะเกิดงอกได้ส่วนมันดับเชื้อแล้วแต่เราไปหลงลูกซ้อนเป็นอรูปเป็นสภาพที่มันไม่ใช่รูปนั้นแล้วล่ะแต่เป็นอีกรูปอื่นที่ซ้อนเข้ามาเป็นรูปร่างรูปร่างรูปอะไรแล้วเราก็ไปติดตัวนั้นไปอัตตาอยู่ซ้อนอย่างนี้เราก็จะต้องรู้ว่าเออแม่บอกว่าไม่มีเชื้อแล้วแต่เราก็ยังไปหลงติดหลงยึดเช่นยกตัวอย่างที่ชัดที่สุดเป็นต้นว่าสายเอ่อทางด้านซ้ายทางด้านไม่เข้าใจถึงเรื่องจิตวิญญาณ ไม่เข้าใจทุกเรื่องของสภาพธรรมที่ถูกต้องไปเข้าใจผิดพลาดเพ่งนั่งเพ่งลูกแก้วนั่งเพ่งองค์พระอะไรก็ตามเข้าไปในจิตแล้วก็นั่งเพ่งๆๆเข้าไปแล้วบอกว่าเพลงให้สายเข้าเป็นซ้อนเป็นรูปที่ 2 เป็นรูปที่ 3 เป็นรูปที่ 4 เป็นรูปที่ 5 เป็นชั้นๆซ้อนเข้าไปเป็นรูปที่ 6 เป็นรูปที่สายเข้าละเอียดเข้าเป็นรูปที่ 5 ที่ 6 ที่ 7 ซ้อนกันไปเพลงเข้าไปนั่นแหละคือการหลงลูกหรือหลงรักลูกในลักษณะที่ย้ำซ้ำแล้วก็ไปที่จริงมันไม่ใช่เรื่องอะไรเลยมันเรื่องเก่าเรื่องไม่มีอะไรมีสมมุติภาษาสมมุติเท่านั้นเองว่าเป็นรูปซ้อนที่ละเอียดยิ่งขึ้นละเอียดยิ่งขึ้น แต่ภาษาละเอียดยิ่งขึ้นเท่านั้นเองแท้จริงก็สมมุติอัตภาพขึ้นมาว่าเป็นของที่ใสคำว่าของที่ใส่นี่ไม่มีอะไรใสจริงมีแต่การทำจิตให้สมมุติสภาพรูปสภาพรูปที่ใสขึ้นมีความรู้สึกเท่านั้นว่าเราได้ปั้นรูปสมเด็จด้วยจิตแล้วนะว่าใสมีสภาพสำเร็จแล้วว่านี่เราสำเร็จแล้วมันมันมีสภาพอากาศใสกว่าจริงๆความใสในจิตนั้นน่ะเราจะต้องมีเครื่องหมายว่ามันปราศจากอารมณ์กิเลสมันปราศจากสภาพของความรู้สึกของกิเลสเป็น กิเลสไปในแง่ไหนเงื่อนไหนล่ะอย่างไหนจะเป็นสายราคะสายโทรศัพท์หรือว่าสายโง่สายโลหะแล้วก็เอาอาการเหล่านี้เรามาเที่ยวที่หยาบๆอยู่เราก็รู้ชัดรู้สายกามราคะสายปฏิฆะและสายที่เป็นอวิชชาจึงไม่มีปัญญาหรือโมหะหลงผิดหลงพรากจากหัวเป็นหางเพี้ยนๆยังไงก็แล้วแต่เราก็ต้องรู้แล้วเราก็มาจากให้มันเห็นว่ามันไม่มีไม่มีหมดไปก็จางไปเป็นรูปเป็นรูปจนกระทั่งหมดรูปเลยมดลูกของกิเลสหมดสัญญากำหนดรู้เลยว่าหมดรูปสัญญาของกิเลสแม้แต่รถสวยก็มาเล็กมานอนเป็นรูปเปิดสัญญาหมด รูปแบบสัญญาหายไปด้วยอย่างนี้เราปฏิบัติถูกเรารู้ความมุ่งหมายแต่ถ้าไปกำหนดสมมุติขึ้นมาเป็นรูปลูกแก้วรูปพระที่มีสภาพเป็นองค์แก้วใสๆที่จริงไม่มีแก้วนะเรารู้ว่าในวัตถุนิยมที่ไม่ใสกับแก้วที่ใส่เราก็เลยรู้ว่าไอ้วัตถุนี่มันมีแก้วที่หยาบกร้านกับแก้วที่มันใสพองไม่ค่อยมีอะไรมาเป็นมาเป็นอะไรของท่านอะไรขวางอยู่ในเยื่อแก้วแล้วก็รู้ก็เข้าใจสมมตินี้เป็นวัตถุพอไปนั่งหลับตาเขาก็ไปซะหมดสภาพใสอย่างนี้เข้าไปในจิตทำก็ไปทำก็ไปทำก็ไปทำก็แพง ที่จริงไม่มีแก้วหรอกถ้าสมมุติเราเองสมมุติว่ามีแก้วใสแล้วก็เป็นสภาพใสใสสมุดไปซ้อนลงไปมันเกิดอาการบอกตัวเองตายตามสมมติฐานเองว่าเออได้แล้วเราแหมถึงจุดแล้วนี่มันมีสภาพสภาวะนิสัยสมถึงที่ตั้งเข้าไปตั้งเข้าไปสมมุติซ้อนซ้อนซ้อนอย่างนี้หลงหลงอ่ะรูปเป็นจิตหลงเข้าไปยังไม่เข้าเรื่องราวมันไม่มีลูกเลยก็ปั้นรูปมันเป็นเองนั่นแหละเพราะว่าสมองสิ่งที่ไม่มีเป็นมีอยู่ซับซ้อนเข้าไปนี่แหละเรียกว่าหลงรักลูกเป็นจิตด้วยเป็นเอารูปไปฉีดยาออกนอกทิศนอกทางเลยไม่เข้ารูปไม่เข้าร่องไม่เป็นรูเป็นสัญญาไม่เป็นอรูปสัญญา ไม่มีเลยไม่ใช่รูปของกิเลสไม่ใช่เอารูปของกิเลสอะไรเลยไม่เป็นรูปราคจริงมันเป็นลูกของสิ่งสมมุติอีกสิ่งหนึ่งซ้อนเข้ามาหลอกตัวเองเสร็จแล้วตัวเองก็แสนขาดทุนเพราะไปลงอัตภาพน่าสงสารที่เขาเรียนกันน่าสงสารแต่ก็เก่งอันนึงนะเค้าเก่งในการสามารถควบคุมจิตใจมีสมาธิชนิดที่เรียกว่ามีกำลังแข็งแรงจิตกล้าแข็งขึ้นมาดีใจโตว่า 10 กว่าโตชนิดหนึ่งซึ่งต่างจากเราพวกเรานี่ไม่เอาถ่านพวกเรานี่พยายามให้ฝึกให้มีรวบรวมกำลังจิตดังนี้ไม่เอาไม่เอาเพราะงั้นทุกวันนี้ คุณถึงไม่มีการเด็ดขาดแม้แต่อธิบายซ้อนให้ฟังก็ได้คุณจะตัดกิเลสแม้แต่ง่วงๆงบงบไม่มีกำลังเอาคุณไม่มีใจตัวว่า 10 ประตูคุณไม่มีอาญาสิทธิ์คุณไม่มีอำนาจจิตแต่ถ้าคุณฝึกอย่างที่เขาฝึกนี่นะนั่งมันฟังจริงๆมันเล่นกับจิตจริงๆมันจับจุดๆๆมันก่อการสร้างสร้างสร้างสร้างสร้างพลังอำนาจสร้างอินทรีย์และมันมีความเด็ดขาดความแข็งที่ตัดกิเลสออกได้แม้แต่กิเลสกามกามเราตัดตัดมาแต่ทีนี้นัยยะในละเอียดละเอียดเราต้องใช้พลังอาญาสิทธิ์พวกนี้หรืออำนาจไว้ 10 ประตูใหญ่โตวัสดุตัดเหมือนกันถ้าไม่งั้นก็ไม่ขาดแม้แต่กิเลสที่มีพระนี่ที่เป็นอยู่เดี๋ยวนี้คุณตัดไม่ขาดก็ไม่มีกำลังสู้มันมันเร่งงานแล้วก็อ่อนโยนๆๆเพราะมันมีหนวดมาหรือไง มันมีเขี้ยวมาหรือไงไม่มีแต่คนสู้มันไม่ได้มันมานี่กับลมกับแรงคุณสู้มันไม่ได้กูไม่มีกำลังไม่ใช่อะไรเลยคุณไม่มีอำนาจคุณไม่มีวัดศรีคุณไม่มีเจโตว่า 10 ปัตโตคนไม่มีกำลังที่แข็งแรงไม่มีอินทรีย์ภาระของจิตคุณตามนั้นไม่ได้คุณค่ามันไม่ไหวคุณอ่อนแอต่อมันคุณอ่อนแอต่อมันพอให้มาฝึกคุณก็กลับย้อนแย้งมันซ้อนอยู่ในตัวนี่มันย้อนแย้งอยู่ในตัวเพราะคุณทำไม่ได้คุณจึงทำไม่ได้เพราะพาคุณฝึกทำด้วยกรรมวิธีที่ถูกต้องแล้ววิธีคุณไม่เอาใจใส่ไม่เอาถ่านแล้วคุณก็ไม่ตั้งองค์ตั้งใจและคุณก็ไม่เห็นจริงคุณไม่เกิดปัญญาคุณไม่เกิดศรัทธาไม่เกิดท่านประธานสัตว์จริงๆก็ไม่ วิริยะมันก็ไม่มีจิตตะก็ไม่มีคือสติก็ไม่มีสมาธิก็ไม่เอาปัญญามันก็ยิ่งไม่เกิดอีกก็ยิ่งไม่เห็นจริงอีกก็ยังไม่เกิดอินทรีย์ภาระใดๆเลยแต่ถ้าทำก็ไปคุณจะเห็นคุณจะเข้าใจว่ามันได้มันอุปการะได้มาพาทำอยู่นี่ไม่ใช่เราพาทำเพราะดันทุรังอะไรพาทำให้ทำให้ถูกสะสมไม่จริงทำให้เข้าท่าเข้าทางเข้าแก๊ปเขาจริงๆเลยนั่งทำเพราะใจไปปฏิเสธเพราะใจไม่เห็นว่าไม่ชูเชิดว่ามึงเป็นของสำคัญต้องนั่งหลับตาไม่หลับตาแล้วไม่รู้ทำนะไม่ได้พูดอย่างนี้ก็เลยไม่เห็นความสำคัญไม่เห็นความสำคัญไม่เป็นไรเรามีหลักเองอยู่แล้วเรามีของ ชั้น 1 อยู่แล้วเรามีสติปัฏฐานเรามีบทปฏิบัติปฏิบัติพากเพียรอยู่แล้วแล้วก็มีบทปฏิบัติของเราอยู่แล้วมันก็เลยไม่เราจะเอาแต่ของเอกของเลิศของยอดไอ้นี่ก็เลยเห็นว่ารองก็เลยบ่ายๆที่จริงไม่มีความสำคัญพอกันเลยถ้าจะว่ากันไปแล้วในขั้นที่ถึงจุดสำคัญเมื่อคุณทำไม่ได้ขนาดชั้นเอกแล้วคุณทำให้ได้คุณก็ต้องใช้ชั้นรองเป็นผู้ช่วยพระเอกจะตายแล้วพระเอกช่วยตัวเองไม่ได้ก็ต้องช่วยใช้พระรองช่วยมันเป็นธรรมชาติมันเป็นของจริงพระเอกจะตายแล้วพระรองมานี้ตบมือตบไม้มันก็เป็นเรื่องจริงแต่คุณเองคุณพระเอกก็ช่วยคุณไม่ได้อยู่แล้วจะตายชักอยู่แล้วแล้วคุณก็ไม่ใช้พระรองช่วยแล้วคุณก็ไม่เห็นพระรองอันนี้เป็นพระเอกตอนนี้ ลองทำหน้าที่พระเอกเพราะเขาทำให้ถูกถูกต้องของเขาก็ทำหน้าที่ผู้ช่วยพระเอกก็ทำหน้าที่ถูกสัจจะแล้วพระเอกจะตายอยู่แล้วพระเอกถูกผีคาบไปกินอยู่แล้วแล้วเพราะเราไม่มาช่วยผู้ช่วยไม่มาช่วยคนตายตอนนี้ผู้ช่วยเป็นพระเอกเพราะผู้ช่วยเป็นผู้ที่กำลังมีแรงและผู้ช่วยจะมาหนุนช่วยถ้าคุณไม่สร้างผู้ช่วยคุณมาเป็นเอกนั่นคือคุณไม่เข้าใจสัจจะฐานะของผู้ช่วยทำถูกต้องเวลากาละผู้ช่วยนั้นก็เป็นพระเอกในวาระของเขาคุณไม่เข้าใจชัดเจนเพราะขณะนี้ท่านจะว่าไปแล้วในการนั่งเจโตสมาทานนี้เป็นเอกเหลือเกินในวงพวกเราถ้าคุณไม่ตั้งใจแล้วคุณไปทิ้งโดย อ่านด้วยความไม่เชื่อถือไม่เกิดศรัทธาด้วยความไปยึดถือภาษาเก่าๆฉันศรัทธานี่คือเราปฏิบัติธรรมะถูกทางแล้วเป็นเอกมีจุดเอกแล้วอันนี้ไม่ใช่ทางอันนี้ไม่ใช่สิ่งที่เราจะจำเป็นอันนี้ไม่ใช่สิ่งที่เราจะเอาคุณมีอุปทานอย่างนี้คุณมีความเพี้ยนคุณมีความเข้าใจไม่ชัดคมอย่างนี้หรือคุณไปเข้าใจหลงผิดอยู่อีกอย่างต้องไปยึดมั่นถือมั่นอยู่ในคำภาษาอันแรกโน้นแล้วอันหลังนี่คุณก็เลยมาเข้าใจเพียรเพี้ยนแล้วคุณไม่ต้องตั้งใจจริงนะคุณไม่เอาอันนี้คุณไม่เอาอันนี้เห็นเด่นชัดทั้งๆที่พูดรายละเอียดว่ามานั่งทำอย่างนี้ฝึกพูดให้จริงแนวตั้งอกตั้งใจเอาเลยนะเอกคุณไม่ทำวันเอกนี้ไม่ใช่ไม่ธรรมดานี่ขึ้นมาเป็นเอกแล้วขณะนี้ถ้าคุณไม่ทำวันนี้อีกเป็นเครื่องมือที่ และก็จัดการมันไปนะล้มเหลวล้มเหลวที่พูดนี่พูดมันซ้อนแล้วบอกว่าสำคัญนะการนั่งทำใจโตสมถะนี้สำคัญทีนี้ใจจะพูดไปกลบเกลื่อนไปเดี๋ยวจะไปกลบเกลื่อนหลักใหญ่ก็พูดซ้อนตอนนี้พระรองขึ้นมาเป็นพระเอกแล้วมันเป็นความสำคัญเป็นอุปการะเป็นอุปการะคำว่าอุปการะนี่ก็เป็นความสำคัญมันเป็นผู้ช่วยคุณทีนี้มันคุณก็ไม่เอาเรื่องที่ช่วยนี่คุณก็ปล่อยปละละเลยจริงๆกว้างๆโดยความเข้าใจโดยสัญญาณกำหนดด้วยความสัญญากำหนดหมายความเข้าใจปัญญาของคนนี้หล่นตกมันก็เลยไม่กระตุ้นเตือนตนเองแล้วก็ไม่สำคัญมั่นหมายในสิ่งนี้ปล่อยปลาร้าเลยบางคนไม่เอาซะด้วยบอกเจอโจรสมถะหาเรื่องไปทำ ไปนู่นไปนี่ไม่เห็นความสำคัญหาเรื่องไปทำอะไรอื่นๆไม่ทำงานพยายามฝึกปรืออันนี้เป็นอุปการะเป็นพระรองซึ่งมันทำหน้าที่ขึ้นมาเป็นพระเอกแล้วขณะนี้น่ะพระเอกคุณน่ะถูกจับแล้วมันตายแหงแล้วขณะนี้ตัวกิเลสมันครอบงำคุณนี่คือตัวเอกตัวนี้ตัวอื่นๆตัวกามราคะปฏิฆะลดลงไปแล้วรูปราคะอรูปราคะอันนี้ของคุณกำลังเป็นเอกขณะนี้แล้วคุณก็ไม่เอาตัวรองนี่คือเป็นตัวทำหน้าที่มาช่วยโดยสำคัญผิดคนไม่ได้ค่าฟังดีๆนะปัญญาของเรามันเพี้ยนอยู่ตรงนี้ใช่ไหมทุกวันนี้ที่เราทำไม่จริงถ้าคนเราจะเอาอะไรจริงๆนะถ้ามันเกิดจากการใช้แล้วเข้าใจแท้นะโอ๊ยมันชนะทุกอย่างในใจนี่มันเด็กทุกอย่าง ตอนนี้มันไม่เด็ดเพราะใจของเราไม่จริงใจของเราเข้าใจยังเพี้ยนแต่ผมก็พยายามที่จะจับเป้าหมายผมทำพาคุณทำอะไรนะมันไม่สำเร็จพาทำยังไงผมไม่เก่งยังไงนะมันพูดไม่ชัดมันอธิบายไม่แม่นจะพยายามไล่ไปโดยสูตรต่างๆพวกนี้ก็ไล่กันอยู่เนี่ยก็นี่นี่ก็จับได้ประเด็นนึงเห็นอยู่ชัดๆอ๋อจุดนี้เข้าใจอยู่แล้วตัวเองเข้าใจเข้าใจขึ้นแล้วเข้าใจว่าอ๋อที่เราพาทำตัวจะมาถามมาก็ยิ่งมาง่วงเหงาหาวนอนจัดขึ้นไปมันเห็นรูปที่นั่นมีค่าจัดขึ้นเรื่อยๆแทนที่จะได้ดียิ่งขึ้นครับผมพานั่งชั่วโมงนึง 2 ชั่วโมงกลับยิ่งมาหาโอกาสให้เสพคุณในที่นั้น จัดเข้าไปอีกมันไม่เก่งยังไงทั้งๆที่เราเข้าใจเข้าใจว่านี่มาทำวันนี้เพื่อล้างก็บอกว่ามาทำทีนะว่าทำใจตัวสมถะเพื่อล้างทีนะไม่ทักกลับมาสั่งสมถี่นะมีตาเข้าไปพาไปทำงานฉันก็ไม่ได้เสพคุณได้เรื่องง่วงเรื่องเหงาอะไรปล่อยไปทำโน่นทำนี่แล้วก็ไม่ต้องมานั่งมีปฏิเสธเสวนาในสภาพที่นั้นมีพระก็ยังจะดูดีกว่าเอ๊เราก็ว่าเราพาทำถูกต้องถูกต้องแล้วทำไมมันไม่ได้ดีเราไม่เก่งยังไงนะไม่เอายังไงไม่เห็นจริงยังไงนะพูดแล้วก็ว่าสำคัญก็ไม่รู้ความสำคัญไม่ต้องทำทำ ทำสติปัฏฐานไม่ต้องหาเครื่องอุปการะมีเครื่องมืออันเดียวทำไปเลยมีคุณมีเครื่องมืออันเดียวมีมีดอันเดียวคุณทำตั้งแต่เป็นของละเอียดได้ของหยาบไปจนถึงละเอียดหรือทำได้แต่ของและประโยชน์ต้องถึงเครื่องมือเป็นเป็นเครื่องกลใหญ่ผมก็ใช้เครื่องมืออันเดียวนั่นแหละไปทั้งๆที่มันมีเครื่องมืออื่นอีกมันมีอุบัติเหตุอื่นมันมีทฤษฎีอื่นมันมีอะไรซึ่งมันง่ายมันจะง่ายมันจะเร็วเข้าแทนที่จะใช้มือเครื่องมืออันเดียวนี่ทำไปตลอดทำงานไปตลอดตั้งแต่เล็กจนกระทั่งถึงบ่ายจนกระทั่งมาถึงละเอียดยิบคุณใช้เครื่องมืออันเดียวเนี่ยมันยากเรามีเครื่องมือมีทฤษฎีพระพุทธเจ้าหลายระดับหลายขั้นหลายต่อหลายอย่างเหลือเกินเอามาใช้แต่เรากลับ ใช้จะพาไปยึดหัวแข็งหรือว่าไปยึดโง่ๆอยู่ในจุดเดียวเอาอันอันบอกว่าเนี่ยสติปัฏฐานเป็นอันเอกบอกแล้วสติปัฏฐานหรืออานาปานสติมีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมันซับซ้อนกันมันใช้ควบคู่กันไปอยู่ก็พามานั่งอานาปานสติก็เป็นกรรมวิธีถึงขั้นตอนถึงฉันแล้วถึงเวลาแล้วอันนี้ก็เป็นเอกของอันนี้จะช่วงกาละนี้วาระนี้แต่เราเองเราเข้าใจผิดอย่างไรมันไม่เก่งที่ผมนี่แหละผมบอกคุณไม่เข้าใจคุณถ้าตั้งใจฟังขนาดนี้ทำความหมายตามไปดีๆนะไม่ใช่ขณะนี้ก็พูดก็มีสติลำๆเหลืองๆไม่รู้เรื่องคุณจะไม่ทราบซึ่งหรอกคุณลำๆเล็งๆผมจะไม่ทราบซึ้งได้ยังไงเพราะว่าเรื่องละเอียดดีต้องตั้งใจฟังจริงๆเพราะว่าที่พูดเนี่ยมันเป็นสภาพ มันเป็นสภาพที่ซับซ้อนทำไมเสื้อผ้าที่ไม่เห็นตัวตนชัดนะความหมายนี้เป็นความหมายที่ซับซ้อนที่ลึกซึ้งนะไม่ใช่ความหมายต้นเขินที่จะฟังง่ายๆแล้วรู้ต้องฟังให้เห็นนัยยะที่ซับซ้อนลึกซึ้งเข้าไปอ๋อต้องโยนิโสมนสิการต้องพิจารณาด้วยดีต้องใช้วิจารณญาณพิจารณาตามจึงจะรู้นะที่พูดเนี่ยเมื่อรู้เข้าใจใช่กูจะเลือกศรัทธาเพราะเกิดศรัทธาแล้วก็เป็นอินทรีย์และวิริยะจะตามมามันมีความเพียรเพิ่มขึ้นเอาจิตเอาใจใส่เพิ่มขึ้นความตกหล่นก็น้อยไปทีนี้สติก็ดีขึ้นนี่มันไม่มีสติเลยมาปฏิบัติอันนี้ไม่ค่อยมีสติทำไมนะสติแพ้ทีมชาติทุกทีไปแพ้สติแพ้สักทีนะมีพระ แกนกลางของอินทรีย์สตรีที่เป็นแกนกลางของอินทรีย์ไม่เกิดสุดท้ายก็เป็นสติมันโตพระอริยเจ้าพระอรหันต์เจ้าถือว่าเป็นผู้ที่มีสติดีนี่ไม่มีอุตสาห์ให้ตั้งใจทำด้วยตั้งรูปตั้งการขึ้นมาไปแล้วสติหายไปแล้วเขาก็อุตส่าห์ตั้งสติก็หาทีนี้ถ้ากินไปทุกทีแพ้ทุกทีเราจะแก้ที่ไม่มีถ้าเราถูกทิ้งไปทุกทีสติการกลางไม่ขึ้นได้เลยของใครปฏิบัติแล้วมีเศรษฐีนะมีทั้งกลิ่นตัวไปเรื่อยสติแกนกลางไม่ตั้งขึ้นไปตั้งขึ้นไม่มีคำว่าสมาธิเพราะสมาธิจะต้องมีสติเป็นตัวนำรู้ปฏิบัติสัญชาติปฏิบัติราชการปฏิบัติจิตเรียกว่าปฏิบัติจิต ลิขสิทธิ์รูปนิพพานปฏิบัติปรมัตถ์เนี่ยถ้าจิตเนี่ยสติไม่เป็นตัวตนไม่มีโพชฌงค์ 7 ตัวสติแล้วก็จนกระทั่งถึงขั้นมีธรรมเอาวิจัยมีตัวที่รู้แยกดีแยกชั่วเห็นชัดด้วยปัญญาอ่อนไอ้นี่จิตเลวเราดับได้ได้จิตดีและมีแต่จิตดีมีแต่จิตบริสุทธิ์มีแต่จิตอันนี้ไปจะไปเอาหรือว่าลดลงน้อยลงน้อยลงวิจัยชัดไม่ใช่ภาษาแต่คุณเห็นคุณเข้าใจวิธีการแล้วก็วิริยะก็ยิ่งมีแข็งแรงเกิดเห็นดีรู้ดีสงบระงับลงไปจริงๆสร้างสั่งสมลงเป็นสมาธิเป็นสมาธินี่ก็อธิบายเอาโพชฌงค์เอาหลักโภชนาการเกินเป็นจนกระทั่งอุเบกขาแข็งแรงยืนหยัดยืนยันถ้ามันไม่ได้รูปนี้ไม่มีสติเป็นเอกไม่ได้เกิดโทษชัดคือ จุดตรัสรู้นี่คือจิตโพธิวิจิตรโพชะเนี่ยต้องจิตตรัสรู้ถ้าไม่เกิดจิตตรัสรู้มีสตินำเอกมาเลยแนวมังกรเพื่อนและเป็นพระเอกถือธงนำหน้าถ้าไม่มีตัวนี้ชัดเจนเป็นแกนกลางอินทรีย์ก็ไม่แข็งอยู่นั่นพละก็ไม่แข็งทั้งนั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเห็นชัดที่ไม่ชอบเป็นคู่ปราบของอินทรีย์เป็นคู่แค้นคู่กับข้าของอินทรีย์ก็ยิ่งเห็นยิ่งเปาะแปะเปาะแปะสีสีดำมีการแสดงรูปแสดงนามแสดงออกมาข้างนอกเลยยิ่งชัดเลยจะไม่ได้เรื่องอะไรขนาดที่เราส่งกายทรงแข็งขนาดนั้นอยู่ข้างในนั้นเรายังไม่รู้เราได้เลยคุณปั้นรูปได้ดีพลางลวงไว้ จิตของคุณนั่นแหละคุณจะง่อนแง่นง่อนแง่นสติตกหรือเปล่าอินทรีย์พละข้างในของคุณสติตกหรือเปล่ามันยังรู้ไม่ได้ง่ายไม่ใช่ว่าแต่รูปในเลยลูกน้องนี่ก็ฟ้องแล้วลูกนอกก็รู้แล้วโอ้โหเงินๆแล้วย

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน