210520-253 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ015.txt
เนื้อหาในไฟล์
เสาร์ที่ 20 พฤษภาคมพุทธศักราช 2521 พ่อท่านพระโพธิรักษ์แนะนำหมู่พิจารณาธรรมะปัญจเวทก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกการพิจารณาไม่ใช่มาพิจารณาโดยเฉพาะแต่ตอนที่เราจะมีสติมีปัจจุบันมีการระลึกมีโค๊ตมีคนช่วยเตือนช่วยคิดอยู่เท่านั้นไม่ใช่เราจะต้องมีตัวปัจจะเวกอยู่ที่เราเสมอๆมีตัวพิจารณามีตัวที่พยายามเข้าไปค้นคิดมันเป็นตัวธรรมวิจยะสมโภชนถ้าจะอธิบายเป็นคำขยายแล้ว ตัวพิจารณาและปัจจะเวกทิวานี้ก็คือตัวที่มีสติแล้วไม่ใช่สติรู้สักแต่ว่ารู้เปล่าเท่านั้นพระโยคาวจรหรือเสขะบุคคลผู้ที่ประพฤติอยู่เพื่อปฏิบัติธรรมอยู่จะต้องมีสติแล้วก็มีธรรมวิจยะสติสัมโพชฌงค์เป็นองค์นำธรรมวิจยะสมโภชทรงเป็นองค์ตามมาและมันก็ยังไม่อยากจะวิจัยอะไรกันนักหนาหรอกจึงต้องมีวิริยะสมโภชนสัมผัสเข้าไปอีกเพื่อที่จะได้จริงจังเพื่อที่จะได้มีประสิทธิภาพเพราะฉะนั้นการที่จะทำอย่างไรเรียกว่าวิริยะทำอย่างไรเรียกว่าธรรมะวิจัยหรือพิจารณาเราก็จะต้องรู้การพิจารณา นาฬิกาวิจัยของวิจัยไปเสมอให้รู้ส่วนนี้ดีส่วนนี้ไม่ดีส่วนนี้ดีกว่าส่วนนี้ยังไม่ดีส่วนนี้เป็นไปได้ส่วนนี้ยังเป็นไปไม่ได้ส่วนที่ควรกระทำแล้วส่วนนี้ยังไม่เหมาะไม่ควรเราจะต้องสัมผัสเราจะต้องอยู่เราจะต้องเป็นไปเราก็จะต้องพยายามมีปฏิเวธหรือมีพิจารณาหรือมีธรรมวิจัยเสมอเสมอเสมอเสมอต้องไม่ตกหล่นผู้ใดทำได้มากเข้าใจเห็นแล้วก็พยายามวิจัยออกรู้ตัวดีเรียกว่าปิติเข้าใจดีเห็นดีและกระทำสำเร็จผลจนกระทั่งตัวเองมีอาการจิตใจยินดีพอใจศรัทธาเกิดปัญญาเกิดอย่างแท้จริงเราก็เป็น โพชฌงค์ที่เดิน 19 หน้าสูงขึ้นไปเรื่อยๆสามารถที่จะทำให้ตัวเองเก่งขึ้นเรียกว่าปัดสนธิสงบระงับลงเพราะจิตสะอาดจากกิเลสจริงจิตมันว่างจากกิเลสจริงจึงเรียกว่าปัสสัทธิมันสงบระงับเพราะกิเลสจางคลายเพราะกิเลสลดลงอย่างแท้จริงจิตเราก็สูงขึ้นเป็นสมาธิเ
อ่านต่อ
ป็นอาทิตย์จิตแน่นอนเราทำอย่างนี้เรื่อยไปเรื่อยไปเรื่อยไปจนเป็นเอกจนเป็นอุปสรรคจนใกล้นิพพานเข้าไปด้วยใกล้นิพพานก็ไปเลือกเลยว่าอุเบกขาปลุกเสกคาถาสายนิพพานนี้จิตมันเยี่ยมยิ่งขึ้นเยี่ยมยิ่งขึ้นดียิ่งขึ้นสูงยิ่งขึ้นเขาไปหาทานนั่นแหละถามนิพพานการสั่งสมควรส่งอย่างนี้เรียกว่าองค์ การตรัสรู้องค์แห่งการกระทำอย่างแท้จริงด้วยอาศัยหลักของสติและหลักของธรรมวิจัยเป็นเอกเลือกกระทำจริงขยายออกมาเป็นโพธิปักขิยธรรมก็เป็นสติปัฏฐาน 4 เป็นสัมมัปปธาน 4 เป็นอิทธิบาท 4 มี 3 องค์แรกก็คือ 3 องค์สติธรรมวิจัยและวิริยะขยายมาเป็นองค์ใหญ่ก็เป็นสติปัฏฐานสัมมัปปธานและเป็นอิทธิบาท 4 นั่นเองแล้วก็สั่งสมลงเมื่อขยายออกมาแล้วก็สั่งสมเป็นปิติเป็นสิทธิหรือเป็นอินทรีย์เป็นภาระนั้นเองและตัวสมาธิก็กลายเป็นตัวพูดเองหรือเป็นตัวอธิจิตที่แน่นอนเด็กขาด มีการตีกลับหรือมีการรู้อย่างสุดยอดมีการปฏิสนธิมีการสลับคืนมีการรู้ด้วยปัญญาอันยิ่งถึงอนัตตาเป็นชั้นสุดเพราะฉะนั้นสิ่งที่เหลืออยู่ก็คงเป็นจิตอันสูงสุดมีสัมมาอริยมรรคองค์ 8 เดินอยู่เป็นตัวแสดงรูปตัวแสดงนามเป็นตัวแสดงสภาวะมันพูดบรรลุสุดท้ายจึงเป็นผู้ที่มีสมาชิกการปฏิบัติที่บอกว่ามักเป็นทางจะเป็นแต่เพียงคำกล่าวที่จึงมักนั้นมันเป็นผลมขคะนี่เป็นตัวที่เป็นไปได้เพราะฉะนั้นผู้ใดบรรลุมรรคบรรลุผลก็คือบรรลุจริงอย่างน้อยมีจิตเข้าใจต่อมาก็มีจิตทำได้จริงตามที่เข้าใจเป็นการสำเร็จและมันก็เมื่อมันสำเร็จมันก็ดำเนินอยู่ตาม เห็นเขาเห็นตามที่จิตของเราเป็นไปได้จะมีการมีงานจะมีสัมมาสัมพุทโธสัมมาวาจาสัมมากัมมันตะสัมมาอาชีวะอะไรมันก็เป็นไปจริงลงตัวรู้จักความเหมาะสมถ้าได้มันบกพร่องก็ปรับปรุงอยู่เรื่อยเรื่อยเรื่อยเรื่อยเรื่อยเรื่อยสูงขึ้นสูงขึ้นสัมมาอะระหังจึงเป็นตัวที่ยังมีวุฒิธรรมสัมมารีมักก็ยังเจริญได้เรื่อยๆเหมือนกันตัวจบก็มีอยู่ในตัวตัวนี้จบแล้วก็จบตัวนี้เจริญอีกก็ไปเจริญใหม่เพิ่มความเจริญใหม่ให้แก่ตนเองมีการขยายมีการเพิ่มมีการงอกงามมีการพัฒนาจึงเรียกว่าคนประเสริฐคนเจริญคนที่ไม่หยุดยั้งในความเจริญกระทํา ปฏิบัติถูกมรรคอริยสัจ 4 เพราะปฏิบัติถูกธรรมรู้จักผลรู้จักทิศทางที่สูงไปเรื่อยๆอย่างนี้เรียกว่าเป็นผู้ดีต้องมีความรู้รอบในองค์ธรรมต่างๆที่จะปฏิบัติให้แก่ตนหลักสำคัญต้องมีความระลึกรู้ตัวมีสติสัมปชัญญะและต่อจากนั้นก็จะต้องมีการวิจัยเสมอวิเคราะห์เสมอพิจารณาเสมอปัจจะเวกเสมอด้วยความพยายามเสริมเข้าไปเป็นกองหนุนและเราก็จะเป็นผู้ที่รู้และกระทำจริงถ้าเราทำได้จริงละหน่ายคลายได้จริงเราก็สูงขึ้นจริงสรุปแล้วก็จะต้องรู้หลักแกนกลางแล้วก็กระทำจริงตัวที่ได้แล้วเราก็จะเห็นผลแล้วก็จะเป็นผู้ที่รู้ ความว่างเบาสบายรู้จักผาสุกวิหารรู้จักยุติธรรมสุขภาพวิหารรู้จักสันตินอาหารและเข้าใจแท้สุริยันต์ได้แท้จริงๆเราจึงเป็นผู้ที่เป็นอยู่บริบูรณ์ไม่ว่าจะเป็นอยู่ด้วยสูญญากาศวิหารเป็นอยู่ในทิฏฐธรรมสุขกับวิหารเป็นอยู่ด้วยสันตะวาวิหารหรือเป็นอยู่ด้วยผาสุขวิหาร