เวทนาเป็นกรรมฐานของวิปัสสนา.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข8 มิถุนายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

เวทนาเป็นกรรมฐานของวิปัสสนา สู่แดนธรรม...การบอกยืนยันความจริงนี้เป็นคุณสมบัติอย่างหนึ่ง ในคำสวดมนต์ของการสวดสรรเสริญพระสงฆ์ เชิญให้มาพิสูจน์ได้ พ่อครูว่า…เป็นโอปะนะยิโก เป็นของสูง ที่ควรได้แล้ว ก็ได้มาแล้วได้และเป็นปัจจุบันแล้วโอปะนะยิโก เป็นอกาลิโก ในยุคนี้ก็มีพระอรหันต์ อกาลิโก คนที่ไม่เชื่อว่ายุคนี้ไม่มีพระอรหันต์ก็เป็นเรื่องของเขา คนที่เขาเชื่ออย่างสนิทเลยว่าไม่มีอรหันต์ เขาก็จะไม่มีโอกาสพบพระอรหันต์เลย แม้พระอรหันต์จะมาแสดงตัวบอกอย่างไรเขาก็จะไม่เชื่อ ว่ายุคนี้ ไม่รู้เขาไปเชื่อใครที่บอกว่าในยุคนี้ไม่มีพระอรหันต์ แต่เมื่อพระอรหันต์มาเกิดแล้วบอกว่ามี คุณก็เลยต้องไม่เชื่อ แต่กลับไปเข้าใจอรหันต์เก๊ ส่วนคนมีปัญญาก็รู้ว่าอรหันต์ที่ติดเสพ แค่การกินหมากสูบยาติดเสพแค่ตื้นๆ จะเป็นอรหันต์ได้ยังไง ขออภัยพูดอย่างวิชาการไม่ได้ด่าทอใครว่าโง่ แต่คุณเป็นจริงอย่างนั้นก็โดนตามความเป็นจริงอย่างที่อาตมาใช้พยัญชนะ บอกว่าอย่างนี้ผิด อย่างนี้ไม่รู้ ไม่รู้คือโง่ ก็ยังไม่รู้ว่านี่ไม่ใช่อรหันต์ ก็ยังไปงมงายอยู่ เดี๋ยวนี้ก็ยังเต็มไปหมดพระนั่งหลับตาพระป่า ตั้งแต่สายอาจารย์มั่น อาจารย์มหาบัว จนกระทั่งสายหลับตาในสำนักอื่นๆเขาก็แยกไปบบ้าง สายฤาษีลิงดำ สายหลวงพ่อปาน มาก่อนเก่าก็มีหลายสาย สายคนอีสาน สายคนภาคกลาง สายคนภาคเหนือ ก็เป็นตุ๊เจ้า สายคนภาคใต้ก็เป็นพ่อท่าน ก็เยอะไป ก็ว่ากันไป ความจริงมันก็คืออันเดียวกันนั่นแหละ ต้องจิตมีความจริงที่ถูกต้องอย่างสัมมาทิฏฐิ เป็นสัมมาทิฏฐิคือ รู้จิตเจตสิกจริงๆ แล้ว จุดสำคัญที่พระพุทธเจ้าท่านให้เรียนรู้ชัดๆก็คือ ต้องรู้เจตสิกที่เป็นเวทนา อ่านตัวนี้ นี่เป็นกรรมฐาน ของวิปัสสนา ไม่ใช่กรรมฐานของสมถะ กรรมฐาน 40 เป็นของพวกออกนอกรีต สายที่เป็นนักสะกดจิตเป็นกรรมฐาน 40 ออ

อ่านต่อ

กนอกรีต สะกดจิตยังงั้นทำให้จิตหยุด แทนที่จะหยุดกิเลส ตายิ่งกระทบกิเลสยิ่งเกิด ยิ่งจับกิเลสง่าย ตายิ่งไม่กระทบ มันยิ่งไม่มีกิเลสจริงเกิด เมื่อไม่มีกิเลสจริงเกิดก็ไม่มีกิเลสให้ลดละ เพราะไม่มีตากระทบ ไม่มีหูกระทบ ไม่มีจมูกลิ้นกายข้างนอกกระทบเลย ก็ไม่ใช่ของจริงในปัจจุบันชาติ ไม่ใช่ความจริงในปัจจุบันชาติ คุณไปหลับตา ตาของคุณจะมีสัมภเวสี มีแต่ตาหูจมูกลิ้นกายที่ไม่มีที่ตั้ง จักขุวิญญาณไม่มีที่ตั้ง โสตะวิญญาณไม่มีที่ตั้ง วิญญาณทางหู วิญญาณทางตา วิญญาณทางจมูก ทางลิ้นทางกาย ไม่มีที่ตั้ง ตากระทบรูป จิตก็อยู่ร่วมกันเป็น กายะ อยู่พร้อมกัน มีทั้งภายนอกภายใน มีพลังงานทางมโน ทางจิต เข้ามาทำการร่วมกัน มีรูปนาม แล้วเกิดสภาวะสังขารธรรม หรือวิญญาณ หรือเวทนา สังขารธรรม วิญญาณ หรือเวทนา ตัวเดียวกันทั้งหมดเลย มันเป็นเหตุปัจจัยแก่กันและกัน เรียกด้วยพยัญชนะ สังขารปรุงแต่งกันอยู่ บอกด้วยพยัญชนะว่ามันปรุงแต่งกันอยู่ คนที่ไม่รู้จักการปรุงแต่งของจิต ก็ไม่รู้จักสังขาร เมื่อจับสังขารได้มันเป็นตัวตนเกิดขึ้นมาได้ ก็เกิดวิญญาณ พอจับได้แล้ว ที่นี้แยกเป็นเวทนา เป็นสภาวะ 2 ออกอีกว่า มีเวทนาจริง เวทนาเก๊ มีรสคนละรส รสจริงคือรสที่สัมผัสแล้วรสนี้ทุกคน ประสาทใครไม่พิการ เจ็กไทยฝรั่งแขกมาแตะรสของทุเรียนตรงกันหมด แต่ใครจะเลือกภาษาอะไรก็แล้วแต่ใคร แต่ภาษานั้นจะต้องสื่อสภาวะเดียวกัน ส่วนเวทนาอีกเวทนานึง คนที่แตะแล้วบอกว่าตรงกับสเปค Specification ชอบคุณก็มีอาการชอบ หากว่าอีกคนหนึ่งเกิดความชังไม่ชอบ ก็เกิดคนละเวทนา เวทนาเก๊ มันอาจจะคล้ายกันแต่ก็ไม่ตรงกันหมดหรอก ตรงกันต่างอร่อยก็แย่งกัน ไอ้ที่ชอบกันแย่งกันดีนัก เช่น ชอบลาภ คือทรัพย์ศฤงคาร ไม่ใช่ลาบเป็ดลาบไก่ลาบหมูนะแย่งลาภ แย่งชิงฆ่าแกงกัน นี่แผ่นดินของฉัน มีอำนาจครอบครองแผ่นดินของฉัน แย่งเสื้อแย่งผ้า จนกระทั่งอาตมาเคยพูดถึงเรื่องขนมหม้อแกง อันนี้เป็นเรื่องจริงนะแย่งขนมหม้อแกงชิ้นเดียวเอามีดฆ่ากันตายเลย ตอนนั้นราคามันแค่ชิ้นละ 1 สลึง แทงกันตายเลยเพราะมันแย่ง คนหนึ่งมาจองเอาไว้ เหลือเพียงชิ้นเดียว ก็จ่ายสตางค์ไว้แล้วบอกว่าเดี๋ยวมาเอา เสร็จแล้วอีกคนนึงมาถึงไปซื้อของไม่มาสักทีนานแล้ว อีกคนนึงมาถึง เหลือชิ้นเดียวนี้ ก็ให้ราคาสูง 30 สตางค์เลย คนขายก็เลยขาย 30 สตางค์เลย เพราะอีกคนหนึ่งที่ซื้อไว้ก่อนจองไว้ก่อนมาถึง จ่ายเงินแล้วด้วย อีกคนหนึ่งก็บอกว่าจ่ายไปแล้วให้ 30 เลย เท่านั้นแหละทีนี้ แทงกันเลย คนนั้นมีมีดแทงเอาตายเลย มันยึดถือว่าเป็นของกู เห็นไหมความรุนแรง เออ เขาจะเอาแผ่นดินนะ พระเจ้าแผ่นดินหรือประธานาธิบดีจะมายึดแผ่นดินนี้เป็นอาณานิคม ก็ดูมันยิ่งใหญ่ แต่นี่มันยึดถือขนมหม้อแกงแล้วเอากันตายเลย เห็นไหมว่าการยึดมั่นถือมั่นยึดถือตัวกูของกูนี่มันขนาดไหน เพราะฉะนั้นไม่ต้องสงสัยหรอก แย่งเมียแย่งผัวกันแล้วฆ่ากัน ขนาดขนมหม้อแกงมันยังฆ่ากันเลย หรือไม่ต้องเป็นชิ้นเป็นอันขนาดนั้นก็ได้ เอ็งมาลบหลู่ศักดิ์ศรีข้า ได้อย่างไรข้าก็เลย ศักดิ์ศรีเป็นนามธรรม (สู่แดนธรรม… ศักดิ์ศรีอยู่บ้านดู่เป็นพี่ชายของซึ้งดิน) ศักดิ์ศรีนามสกุลหลักเขต เป็นพี่ชายของซึ้งดิน หลักเขต ก็ว่ากันไปแวะไปได้เรื่อยๆ

ความเป็นโลกนี้ก็ตามโลกหน้าก็ตามจึงไม่ใช่เรื่องที่จะเข้าใจกันได้ง่ายๆ โลกนี้คือสิ่งที่เรายึดมั่นถือมั่นเป็นอยู่อย่างคิดไม่ออกเลย เข้าใจไม่ได้เลยว่ามันมีอื่นอีก มันมีความเป็นอื่นอีก ที่จิตเราเป็นนามรูป สามารถที่จะกระทบแล้วมีความรู้สึก เป็นทัศนคติ เป็นความเข้าใจเป็นความรู้เป็นความเห็น เป็นจิตอีกอย่างหนึ่ง มันคนละทิศ เทวนิยมกว่าจะเข้าใจโลกุตรธรรมได้ พวกที่ไปสั่งสมโลกียะจิตเอาไว้แน่นไม่มีทางที่จะรู้ได้ง่ายๆ จะเรียนรู้พยัญชนะบัญญัติ ก็เรียนรู้ไปอย่างนั้น ยาก กว่าจะเปลี่ยนจิตมาเป็นโลกุตระเป็นโลกหน้า จะเคลื่อนจากโลกนี้มาเป็นโลกหน้า ไม่ง่าย เพราะฉะนั้นประกาศไปเถอะโลกุตระนี้ อธิบายไปเถอะ คนก็ไม่ได้มาชื่นชม ไม่ได้มายินดี ไม่ได้มารู้สึกว่าเป็นคุณค่า อย่างพวกเราประกาศไปนี่แหละ โลกียะเขาก็อยู่อย่างนั้นแหละ เต็มไปด้วยโลกียะที่ เต็มไปด้วยลาภยศสรรเสริญโลกียะสุข เขาก็แย่งกันอยู่อย่างนั้นแหละ เราก็บอกว่ามาอยู่นี่ไปหลงในลาภยศสรรเสริญโลกียะสุขอยู่ทำไม เขาฟังไม่ขึ้นเขาก็งมงายอยู่กับลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข ทางรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส อยู่อย่างนั้น เราบอกว่ามานี่แหละอย่าไปยึดถืออย่างนั้น มันป่วยการ คุณติดมาไม่รู้กี่ล้านชาติแล้ว เขาบอกว่าติดอะไรมันต้องเป็นอย่างนี้แหละ เขาก็อยู่อย่างนี้ พูดพยายามยกตัวอย่างเอามาให้ดูรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส มาไม่มีอัตภาพ ไม่มีอัตตา เป็นอรหันต์ดีกว่า พูดตรงนี้ก็นึกถึงหัวหน้าจำนง รังสิกุล อาตมาปฏิบัติธรรมจะไปนิพพาน ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติเขาก็เห็นว่าพากเพียรปฏิบัติ เพราะอาตมาปฏิบัติไม่ได้หนีจากสังคม ไม่ได้หนีจากการสัมผัส ไม่ได้หนีจากโลกมายาเลย ก็ยังอยู่ในโลกมายา ยังออกอากาศอยู่ ยังมีสรรเสริญเยินยอ มีลาภยศ มีรายได้ทางโทรทัศน์ แต่เราก็ลดละได้ ท่ามกลางเมืองมายา หัวหน้าจำนง รังสิกุลบอกว่าคุณไปเถอะไปนิพพาน ผมยังจะสนุกกับทางโลก ผมไม่ไปหรอก พูดอย่างนี้จริงๆ คุณไปเถอะ พูดกันยังเข้าใจเลย เขาก็รู้ว่าเราตั้งใจไปนิพพาน ปฏิบัติจริงๆเป็นปรมัตถ์ธรรม ซึ่งเป็นเรื่องที่ยืนยันว่า การที่ปฏิบัติโลกุตรธรรม เป็นการปฏิบัติไม่ต้องหนีจากโลกีย์ อาตมาอยู่ในเมืองมายาแท้ๆ ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสเต็มสภาพเลย อาตมาก็ยืนอยู่บนนั้น อยู่เหนือมันโดยที่ว่าไม่ได้ไปต้องหนี เป็นโลกุตรธรรม เป็นการอยู่เหนือโลก ไม่ใช่หนีโลก 640608_พ่อครูเทศน์ทำวัตรเช้า งานอโศกรำลึก 2564 ประกาศโลกนี้โลกหน้า

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน