เป็นอรหันต์ต้องรู้จักอัตตา.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.38 KB
วันที่แก้ไข7 มิถุนายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

เป็นอรหันต์ต้องรู้จักอัตตา พ่อครูว่า...ผู้ที่หมดอัตตาหรือผู้ที่บรรลุอรหันต์แล้วก็เป็นผู้ที่ต้องรู้อัตตา ก็เอาอัตตามาอธิบายให้ชัดเจนขยายความให้ฟัง การจะพิสูจน์ว่าอัตตามีหรืออัตตาไม่มี ก็ต้องพิสูจน์ได้ด้วยการปฏิบัติ อัตตามีหรือไม่มีก็ต้องพิสูจน์ด้วยการปฏิบัติ ที่นี่การปฏิบัติของพระพุทธเจ้านั้น ปฏิบัติด้วยวิชชาจะระณะสัมปันโน จรณะ 15 วิชชา 8 ในจรณะ 15 วิชชา 8 นั้นมี 3 ข้อ อปันกปฏิปทา 3 ข้อนี้เป็นสิ่งยืนยันว่าถ้า 3 ข้อนี้ไม่มีไม่ใช่ศาสนาพุทธ อันนี้เป็นเครื่องตัดสินว่าศาสนาสายพระอาจารย์มั่นไม่ใช่ศาสนาพุทธเพราะไม่มี 3 ข้อนี้ ไม่มีการสำรวมอินทรีย์ เป็นการดับปิดทวาร สำรวมอินทรีย์เดียว มนินทรีย์ สำรวมใจอย่างเดียวสะกดจิตอย่างเดียว ซึ่งมันไม่ใช่การสำรวมอินทรีย์ทั้ง 6 ยิ่งไม่สำรวมอินทรย์ โภชเนมัตตัญญุตาก็จะไม่มีใหญ่ จะไปพิจารณาเครื่องกินเครื่องใช้ที่เราต้องใช้ โดยเฉพาะ อาหาร 4 ไม่ได้พิจารณาเลย จึงชัดเจนว่าไม่ใช่พุทธ ยิ่งข้อ 3 ก็เล่นแต่หลับอย่างเดียวไม่ตื่นไม่มีชาคริยานุโยคะ พระพุทธเจ้าทำไมต้องมีข้อนี้ในจรณะ เพราะมันมีศาสนาอยู่ 2 ศาสนา เป็นศาสนาของคนหลับกับศาสนาของคนตื่น เทวนิยมเรียกเต็มๆเป็นศาสนาของไสยศาสตร์ เป็นศาสนาของคนหลับอยู่ในความฝัน เพราะฉะนั้นจึงเป็นศาสนาที่ไม่มีวันที่เขาจะรู้จักผู้ที่เป็นพระศาสดาที่แท้ คือพระเจ้าหรือพระพุทธเจ้า ของเขาเรียกว่าพระเจ้า แล้วพระเจ้าของเขาอยู่ในฝัน ไม่มีใครเคยพบเคยเห็น แม้แต่พระบุตร พระศาสดานี้บอกว่าเป็นพระบุตร ก็ไม่เคยรู้จักพระเจ้า จนกระทั่งงมงาย อะไรงมงาย ก็ศาสดานั่นแหละงมงายก็บอกว่าคำสอนนี้เป็นของพระพุทธเจ้า จริงๆแล้วพระธรรมคำสอนที่เป็นของพระศาสดาเองได้สั่งสมมาเองจนได้เป็นศาสดาองค์ใดองค์หนึ่ง แต่เป็นศาสดาทางท้ายเทวนิยม เขาก็สั่งสมบารมีมา แต่

อ่านต่อ

ไม่มีความรู้เรื่องกรรมวิบากไม่มีความรู้เรื่องการสั่งสมบารมีไม่มี ศาสนาเทวนิยมไม่มี เขานึกว่าตายชาติเดียวแล้วไปอยู่กับพระเจ้า คำต่างๆที่ยกมาเป็นคำสอนเทวนิยมทั้งนั้น เขาจึงตัดสั้นจู๋ ถึงไม่รู้เรื่องเลย เวียนว่ายตายเกิดเขาก็ไม่รู้เรื่องเขาไม่มี rebirth การเวียนตายเวียนเกิดไม่มี ตายแล้วก็ไปอยู่กับพระเจ้าแล้วแต่พระเจ้าจะให้อยู่สวรรค์หรือนรก เขาจะมีการศึกษาอยู่แค่ชาติเดียว ไม่รู้เรื่องกรรมวิบากไม่เชื่อเรื่องกรรมวิบาก ศาสนาเทวนิยม นิยมพระเจ้าจึงแรง ฆ่าคนก็ยังฆ่าอยู่ ไม่มีศีลข้อที่ 1 บอกว่าไม่ฆ่าสัตว์ไม่ฆ่าคนก็ไม่เกี่ยว ซึ่งมันเป็นความรู้ในตัวเองก็ไม่รู้ตัวเอง อันนี้แหละอาตมาว่า จริงๆแล้วศาสดาของศาสนาทุกคนก็มีคำสอนก็คือคำสอนของตนเอง แต่ไม่รู้จักตัวเองคืออัตตา ไม่เรียนรู้ความเป็นตัวเองไม่ศึกษาความเป็นตัวเอง ตัวเองเกิดมาอย่างไรสะสมมาอย่างไรกี่ชาติกว่าจะได้มาเป็นพระศาสดานี้มาอย่างไร อยู่ดีๆได้เป็นพระศาสดา ก็บอกว่าพระเจ้าเลือก พระเจ้าคือความไม่รู้ความงมงายความเคลือบแคลงอยู่อย่างนั้นเป็นสมมุติอยู่ที่ไหนก็พูดกันไม่ออก พระศาสดาทุกพระองค์เทวนิยมก็ตามความรู้นั้นเป็นของศาสดาแต่ละองค์เองสั่งสมมาแต่ท่านไม่รู้ อัตตา ตัวเองที่สั่งสมบารมีมา เลยไม่รู้ว่าคำสอนขนาดนี้กูเป็นได้ด้วยหรือวะ สู่แดนธรรม...เขาว่าเขาไม่บังอาจจะคิดเช่นนี้ ไม่กล้าคิด พ่อครูว่า...แล้วมันจะมีความมั่นใจได้อย่างไร ก็ไปสอนคนอื่นว่าความรู้นี้เป็นของพระเจ้า ตัวพระศาสดาเองไม่กล้าบอกว่าคำสอนนี้เป็นของอาตมาเอง ของพระศาสดาเองนะ สี่งสมมารู้เอง บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณด้วยตัวเองไม่ใช่ของใครหรอกพูดไม่ได้ รับรองไม่ได้ก็เลยโยนให้พระเจ้า ถ้าถูกเอาแต่ถ้าผิดของพระเจ้า สู่แดนธรรม...แม้แต่ท่านพุทธทาสเองก็ไปอธิบายเข้าข้างพวกเขา บอกว่านี่เป็นการไม่เอาความรู้เป็นอัตตาตัวเอง ยกให้เป็นปรมาตมันเป็นอัตตาใหญ่ไปเสีย พ่อครูว่า...คำสอนที่จะมีสภาวะ 2 อย่างขัดแย้งได้ทุกมุม พระพุทธเจ้าตรัสไว้ จูฬวิยูหสูตร เพราะฉะนั้นสิ่งที่แย้งไม่ได้เลยมีสิ่งเดียวเท่านั้นคือมรรคมีองค์ 8 หรืออริยสัจ 4 ซึ่งจะต้องศึกษาเรียนรู้อันนี้เท่านั้น เพราะฉะนั้นอันนี้เท่านั้นแหละเป็นหนึ่ง สัจจะเป็นหนึ่งเดียว อย่างอื่นแย้งได้หมด ผู้ใดที่รู้จริงก็จะรู้ว่ามันต้องแย้ง เพราะเขาไม่รู้จักอริยสัจ 4 มรรคมีองค์ 8 ผู้ใดเป็นพระอรหันต์แล้วบรรลุอริยสัจ 4 ก็ไม่ไปถกเถียงกับใคร แล้วพระอรหันต์เองจะไปถกเถียงกันเองตรงไหนที่ไหน เพราะรู้ว่าพูดอะไรก็เป็น 2 ทั้งนั้น แต่ถ้าเป็นอรหันต์ก็จบ อรหัตผลจบนิพพานสูญ จะพูดหนึ่งก็หนึ่งพูด 0 ก็รู้ 0 ขยาย 2 เป็นคู่ไปอีกตั้งเท่าไหร่ เป็นสังขารปรุงแต่งกันเป็นรูปเป็นนามอีกเท่าไหร่เท่าไหร่ก็พระอรหันต์ทุกองค์เข้าใจแล้ว อย่างที่อาตมานี้อาตมาเข้าใจ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือ เทว คำว่า 2 เทวคำนี้พยัญชนะแปลว่า 2 เพราะฉะนั้นจะยิ่งใหญ่เท่าไหร่ก็ 2 แต่เขาปิดประตู 2 ห้ามแตะหน้าพระเจ้ามี 1 เดียว อย่าไปแย้งว่ามี 2 ไม่ได้เลยนะต้องมี 1 เท่านั้น เขาก็เลยแยก 2 นี้ออกไม่ได้เลยเมื่อแยก 2 ไม่ได้เลยคุณก็ทำ 1 ไม่ได้ 1 นี้คือยังมีความสุข 0 คือหมดสุขหมดทุกข์ 0 คือหมด 2 คือหมดสุข ทุกข์ ศาสนาพุทธมาเรียนความสุขความทุกข์เรียนรู้เวทนา ถ้าไม่มีเวทนาไม่ใช่ฐานแห่งการปฏิบัติไม่มีอื่นเลย ถ้าไม่มาเรียนรู้เวทนาในเวทนา โดยเฉพาะต้องชัดเจนในเวทนา 108 แล้วต้องแยกเคหะสิตะ กับเนกขัมสิตเวทนา ที่เคหสิตะเป็นโลกีย์ แล้วเอากิเลสออกได้เป็นเนกขัมมะ จนกระทั่งกิเลสหมดเป็นเนกขัมมสิต อเุบกขา เอากิเลสออกหมดแล้วจึงเป็น เนกขัมมสิตอุเบกขา ที่มีคุณสมบัติ ปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุ กัมมัญญา ปภัสสรา คนที่มีสภาวะแล้วเมื่อมาฟังอาตมาจะสาธุ ภันเต โพธิรักษ์ จริงๆเขาจะขอบคุณอาตมาเลย เพราะว่าพูดให้ฟังได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

630916_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ เรียนรู้ความเป็นเทวนิยมจากประวัติอาจารย์มั่น

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน