ตรวจดูโลกนี้ โลกหน้าในตน.docx
เนื้อหาในไฟล์
ตรวจดูโลกนี้ โลกหน้าในตน ทีนี้ ไทยมีเชื้ออันนี้ อาตมาตอนแรกก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่า เราเกิดมาไม่รู้ว่าเราเป็นใครไม่รู้ว่าเราต้องทำอะไร แต่เดี๋ยวนี้รู้หมด อาตมาเป็นใครต้องมาทำอะไรอันนั้นคืออะไร อันนั้นคือโลกุตรธรรม เพราะฉะนั้นถ้าคนเราสามารถรู้จักรู้แจ้งรู้จริงโลกุตรธรรม แล้วสามารถปฏิบัติให้จิตเป็นโลกุตตรจิตได้ ตั้งแต่โสดาบันขึ้นมา เข้ากระแสโลกุตระ จนเป็นสกิทาคามีอนาคามีอรหันต์ในพวกเรา ยังไม่เข้าใจอรหันต์ได้ง่ายๆ ยังไม่สรุปลง สรุปลงก็เป็นอรหันต์ได้แต่ละคน ต รวจดู 1 ตรวจดู กาม นี่ง่ายที่สุด อบายมุขในพวกเราไม่ต้องพูดถึงเลย ไม่มีแน่นอน กามกระทบตาหูจมูกลิ้นกาย 5 ทวาร มันยังมีอาการอยู่ในใจ อย่างข้างนอก กามเขายั่วยวนอย่างไร เราไม่รับแล้วก็อย่าไปชัง ถ้ายังชังก็ยังผิด มันต้องมีเป็นธรรมดาธรรมชาติเราไปห้ามเขาไม่ได้ในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสที่มันจะจัดจ้านของมัน ทุเรียนก็ต้องจัดจ้านในตัวทุเรียน มะนาวโห่ก็จัดจ้านอย่างมะนาวโห่ มะม่วงก็จัดจ้านอย่างมะม่วง มันก็เป็นไป ใครชอบจัด บางคนบอกทุเรียนกับมะม่วงไม่เอาหรอกทุเรียนเอามะม่วง เขาชอบมะม่วงไม่เอาทุเรียนเพราะมันเหม็น เขาก็ไปติดมะม่วง คุณเอามะม่วงกับทุเรียนไปให้คุณจำลอง คุณจำลองกินแต่มะม่วง คุณจำลองไม่กินทุเรียน คุณจำลองเป็นคนตั้งจิตอย่างไรก็ตั้งจิตอย่างนั้น ไม่กินทุเรียนจนตายก็ไม่กิน เอาไปเอามากินข้าวกับมะม่วง กินข้าวกับอะไรอย่างอื่นไม่ค่อยได้ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องจริงเป็นเรื่องยืนยันสัจจะที่จริง จิตจริง อย่างคุณจำลองทำจิตจริง ก็ได้จริง ก็ไม่ได้ไปรบกวนใคร ไม่ได้เบียดเบียนใคร ทำตัวเองให้รอด ให้เป็นจิตที่สบาย ยิ่งลดยิ่งน้อย ยิ่งไม่มีอะไรก็ยิ่งสบาย ยิ่งเบา ยิ่งว่าง มันไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งเป็นเรื่องของคุณวิเศษของคุณจำลองที่เขาทำของเขาได้ แต่คนไม่
อ่านต่อ
เข้าใจแม้แต่ตัวเอง คุณจำลองเป็นสายศรัทธาธิกะ ไม่เข้าใจเรื่องโลกุตรธรรมเหล่านี้ง่ายๆ แต่ในตัวเองมีโลกุตรธรรมแล้ว ไม่ใช่ธรรมดานะเป็นโพธิสัตว์ระดับนึง แต่ตัวเองก็ไม่รู้ตัว มันไม่ใช่ง่ายๆ คนที่รู้ตัวว่าผิดๆนึกว่าตัวเองเป็นโพธิสัตว์ นึกว่าตัวเองเป็นพระพุทธเจ้า เป็นพระศรีอาริย์ มันก็เป็นได้ไม่มีปัญหาอะไร คนที่เข้าใจแล้วก็เห็นเป็นตลก พระศรีอาริย์ คนที่ไม่มีปัญหา คนที่เป็นจริงได้ก็เป็นจริงไป อาตมาพูดไปก็จะมากความ ไปยกย่องคนกันเอง เขาก็บอกว่ายกย่องพวกกันเอง ก็ถ้าหากไม่ยกย่องคนที่ดีจริง ก็เพราะว่าพวกนี้ดีจริง จะไปยกย่องพวกผู้อื่นที่เพี้ยนได้อย่างไรไปแกล้งยกย่องคนอื่นก็เท่ากับไปหลอกเขา แล้วก็บอกให้รู้ว่าไปยกย่องคนไม่ได้เพราะคุณยังไม่จริงคุณยังไม่ถูกต้องยังไม่ดีจริงไปยกย่องมันก็ผิดสิ จะพากันโง่ไปถึงไหน อาตมาไม่เอาหรอก อาตมาไม่โง่จะไปหลอกให้คุณโง่ต่อไปอีก ไม่เอา บอกให้คุณรู้ตัวว่าคุณผิดคุณโง่ มาฉลาดสักทีสิ อย่างนั้นมันโง่ นี่พูดตรงๆนะ พูดซื่อๆ พูดด้วยความจริงใจ ไม่ได้ไปข่มเบ่ง ไม่ได้ไปดูถูกดูแคลน แล้วมันเป็นอย่างนั้นจริง คุณไม่ได้รู้จักโลกุตระ คุณไม่ได้ไปเข้าสู่โลกุตระได้ มาเรียนใหม่สิ ยิ่งคุณเห็นค้านแย้งกับอาตมา มันยิ่งผิดไปใหญ่ ยิ่งน่าสงสาร อาตมาก็เห็นว่าเป็นคนน่าสงสาร เพราะจมอยู่ในสงสารไม่โงไม่เงยวนเวียนอยู่ในโลกีย์สังสารวัฏ อยู่อย่างนั้นไปในโลกกีย์ ก็เห็นอยู่ว่าคุณน่าสงสารเพราะคุณเอาหน้าตาเอาตัวตนอยู่ในสงสารอยู่ในสังสารวัฏ ไม่หยุดไม่หลุดออกจากสังสารวัฏ เห็นทั้งหน้าตาทั้งเนื้อตัวจมอยู่ในสงสาร ก็นึกว่าน่าสงสาร คนน่าสงสาร ไอ้น่าสงสาร แล้วก็เลยบอกว่า หน้าของตัวเองจมอยู่ในสังสารวัฏยังไม่รู้เลย ก็เลยเห็นแต่หน้าสงสารอยู่อย่างนั้น นี่ไม่รู้จะแยกอย่างไรแล้วพยัญชนะของไทยมีคำว่า น่า กับ หน้า สองหน้านี้ หน้าเดียวกัน อันหนึ่งเป็นคำนาม อันหนึ่งเป็นคำกิริยา เป็นวิเศษก็ได้ เป็นการแสดงถึงว่ามันน่าสงสาร เพราะเขามีเสนอหน้าอยู่ในสงสาร คุณทำไมไม่พ้นสงสารสักทีไม่หลุดออกจากสงสาร หน้าคุณก็จมตัวคุณก็จม คุณโผล่แต่หน้า ตัวยิ่งจมอยู่ในสงสาร เห็นแต่หน้า น่าสงสาร อ้อ ตัวจมในสงสารเหลือแต่หน้าโผล่ หน้าสงสาร คุณเอาทั้งตัวจมในสงสาร คุณน่าสงสาร อาตมาเอาสภาวะมาอธิบาย ขยายพยัญชนะต่างๆ ฟังแล้วก็ เออ! มันดูดีเหมือนกันนะ เหมือนมีตัวมีตัวตนจริงๆเลยนะ แต่แท้จริงเป็นนามธรรม ที่เห็นนามธรรมซ้อนในรูปธรรม มันลึกซึ้งอย่างนี้แล้วคุณก็ไม่รู้ตัว พยัญชนะบอกว่าคุณน่าสงสาร ทำยังไงจะช่วยให้คุณพ้นจากสงสาร เห็นแต่หน้าของคุณตัวจมอยู่ แต่ถ้าจมโดยไม่เห็นหน้าเลย ไม่รู้จะช่วยอย่างไร เพราะมันมืดอยู่ในสงสาร เราก็ไม่สามารถเห็นได้ว่าใครจมกี่คนไม่โผล่หน้ามาให้เห็นเลย อันนี้ยิ่งช่วยไม่ได้ใหญ่เลย คนที่พอเห็นหน้านี่คือน่าสงสาร หรือยังหันหน้าหนีอีก จะช่วยได้อย่างไรให้รู้สึกตัว เอาหอกร้อยเล่มแทงเช้า กลางวัน เย็น ก็ไม่มีทางจะรู้ตัวได้เลย 640608_พ่อครูเทศน์ทำวัตรเช้า งานอโศกรำลึก 2564 ประกาศโลกนี้โลกหน้า