270312 เจโตสมถะ-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ047.txt

โฟลเดอร์2520-2533 เจโตสมถะ (108 ตอน) TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์139 KB
วันที่แก้ไข28 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

พ่อท่านอบรมทำวัตรเย็นประจำวันอังคารที่ 12 มีนาคม 2527 ที่พุทธสถานสันติอโศกอ่ะเรามาคู่บัลลังก์ทำบัลลังก์ตั้งกายตรงดำรงสติของหมั้นทำปาฏิหาริย์แห่งการตื่นตั้งหลักให้ดีนะเราก็ต้องมีฉันทะวิริยะมี ยินดีให้ดีจริงๆแล้ววิริยะพากเพียรขึ้นมาเสร็จแล้วเราปฏิบัติเราก็แน่นอนเราก็พยายามที่จะเอาใจใส่เราจะตั้งใจจริงๆตั้งใจและก็พยายามให้มันมีสภาพไตร่ตรองเรียนรู้ไปอยู่ทุกเมื่อถ้าสติตกเมื่อไหร่แล้วนี่เราวิเคราะห์วิจัยหรือว่าเราจะไตร่ตรองอะไรมันไตร่ตรองไม่ได้หรอกสติมันมีสติมันตกเมื่อไหร่มันไม่ได้ไตร่ตรองมันไม่ได้รู้อะไรเพราะฉะนั้นถ้าเขาว่าเราทำ 2 อันต้นดีฉันพระดีวิริยะดีเอาใจใส่แล้วก็ควบคุมสร้างโพดจงดีมีสติมีธรรมะวิจัยไปพร้อมในการกระทำ แม้เราจะทำเจโตสมถะเราจะทำความสงบแห่งจิตจริงๆก็ตามเราก็จะเป็นผู้ตื่นน่าจะเป็นผู้ที่มีสติสัมปชัญญะมีธรรมวิจัยอย่างแน่แท้ไม่ใช่ว่าจะเอาไปเป็นอื่นมันก็ต้องภาคเรียนภาคเป็นจริงๆเราพยายามยังไงยังไงเราก็เป็นนักศึกษาอยู่แล้วมันก็ไม่มีภาวะอื่นที่เราจะเป็นไปได้มีภาวะนี้ถ้าขณะนี้ภาคบ่ายภาคเย็นแท้ๆนะเนี่ยเรามานั่งคู่กำลังตั้งใจตรงดำรงสติของมันก็ยังไม่ได้เรื่องได้ราวแล้วเราก็ไม่ถึงภาคต่อไปที่จะบอกว่าเอาละภายหลัง ภายหลังอาหารอิ่มๆแล้วไปทีเดียวที่ในที่ที่ว่างลองฟังที่ลองฟังกลางแจ้งป่าช้าป่าช้าที่ไหนก็แล้วแต่ที่ที่มันหมายความว่ามันเป็นที่สงัดจากคนอื่นแล้วไม่มีใครที่จะมายุ่งมาวุ่นวายกับเราไปทีเดียวเราอยู่คนเดียวทีนี้เรากินข้าวอิ่มๆไปถึงนั่งร่างกายตรงดำรงสติของมันแล้วเราก็จะต้องพยายามพิสูจน์อีกระดับนั้นแล้วก็ในพระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้เป็นระดับปลายเป็นระดับปลายของภาษามันก็ยังอีกมากมายหลายสูตรที่ฉันจัดเอาไว้เป็นคำที่จะเป็นคำแปลเป็นคำระดับระดับสูงเราฟังแล้วเหมือนระดับต่ำนะที่จริงถ้าคนไม่เข

อ่านต่อ

้าใจเลยตีลังกาอะไรเนี่ย ระดับต่ำในระดับสูงคนไม่เข้าใจแล้วดูไม่ออกฟังไม่เป็นแล้วไม่เข้าใจว่าเอ๊ะทำไมมันอย่างนู้นอย่างนี้ทำไมจะต้องไปกำชับด้วยวะเนี่ยภายหลังพัดภายหลังอาหารอิ่มๆลงไปทีเดียวทำทำไมจะต้องมีคำสอนของพระพุทธเจ้าทำไมจะต้องบอกนี่ภายหลังเนี่ยภายหลังอาหารอิ่มอิ่มแล้วก็ไปทีเดียวไอ้ที่ว่างๆบอกที่บอกทางไปเลยป่าช้าป่าช้าที่แจ้งลองฟังเขาทำอะไรก็แล้วแต่ที่มันจะมีที่สงัดๆที่เราจะไปปลีกๆแดนซ์อยู่หลังกินข้าวอิ่มแล้วมันมีความหมายถ้าไม่มีปฏิภาณไม่มีความรอบรู้โดยเฉพาะนี่เราผ่านมานี้เรารู้เราเข้าใจก็ขนาดที่เราทำขนาดนี้ไม่ใช่คนเดียวไม่ใช่เป็นที่ที่ว่างเปล่าจะพูดได้จากที่เราคอยรับรู้ ต่อหน้าต่อตายังไม่มีเหตุมีโอตัปปะมีเพื่อนฝูงมิตรดีสหายดีต่างๆนานาในคอยเขม่นขมิ้นมาจะดูดูแลเราอยู่ให้ช่วยเหลือโปรไฟล์อยู่เนี่ยไม่รู้จิตวิญญาณป่านนี้เราก็ยังปานนี้เลยหลังอิ่มก็ไม่ใช่แล้วไม่ใช่มันไปอยู่กันอย่างปราศจากใครจะมาช่วยเป็นสิ่งแวดล้อมแก้ทั้งปัญหาของภัสแก้ทั้งปัญหามานะแก้ทั้งปัญหาที่กินเข้าไปกินมากก็ตามนั้นเองแก่ทั้งปัญหาไม่ได้เพราะว่าการกินมากแล้วก็ไม่ได้เท่านั้นยังแก้ปัญหาที่ว่าไม่ใช่มามันมีเอาอาศัยมานะมาช่วย เพราะงั้นก็ทั้งสองด้านควบคุมอย่างปานฉะนี้ถ้าเผื่อว่าไปทางโน้นแล้วเราก็ต้องทำตามก็แกล้งทั้งความบีบคั้นในเรื่องของมานะก็ไม่มีเต็มที่เลยจะตามใจตนเองได้เต็มที่ไม่มีอะไรที่จะมาช่วยตอบรับให้เลยตามใจตัวเองเป็นมานะของตนจิตใจของตนตามอำเภอใจเลยแบบนั้นไม่ละอายใครก็ได้เพราะว่ามันมันอยู่คนเดียวมันก็ยิ่งจะแย่ลงงานซึ่งไม่ใช่สภาพที่ถ้าเผื่อว่าเราไม่มีไม่มีผู้รู้จริงไม่มีผู้เข้าใจแจ้งไม่มีสภาพที่มันสมบูรณ์จริงๆแล้วเราก็ไม่ได้หรอก ฝากกันจริงๆไม่ได้จริงๆนะวันสิ่งเหล่านี้จึงไม่ใช่เรื่องจะประมาทไม่ใช่เรื่องที่จะศึกษากันแล้วก็เห็นแต่ตึงๆพื้นๆเผินๆเอ้าลองตั้งต้นดูจะนำพาอยู่อย่างเคยเราจะว่ากันไปเป็นชุดเป็นยกยกละ 20 นาทีจริงๆตั้งใจดีๆที่เรากระทำกันอยู่นี้ขณะนี้เราใช้วิธีใหม่มาเป็นวิธีจูงนำในวิธีคลุมอาตมาคุมจิตนำพาไปให้ให้ไปได้ดีหน่อยว่างั้นเถอะเพราะฉะนั้นก็เมื่อเราปล่อยใจไปไม่คุ้มเองบางทีเนี่ย เห็นชัดเหมือนกันว่าใจของเรานี่ชักจะไม่ค่อยเข้าทีมันก็เลยหลวมๆขึ้นมาแล้วมันก็เลยเห็นได้ว่ากิเลสตัวไหนแท้มันออกมาชัดมันจะเห็นได้ว่าโอเคๆเก่งๆแต่ก็เอาละไม่เป็นไรต้องปล่อยธาตุแท้ออกมาแล้วเราก็ค่อยๆฝึกปรือควบคุมกันจริงๆให้เขาไปสู่จุดที่มันดีขึ้นให้ได้อาตมาจะนำจะควบคุมจะพาไปจริงๆไปสู่จุดที่จารึกซึ่งขึ้นนำพาไปใกล้ชิดๆยิ่งขึ้นเพราะณบัดนี้ก็ตั้งใจฟังฟังอาตมาพูดนำจะใช้สื่อด้วยเสียงพูดแล้วก็ฟังตาม แล้วเราก็จะฝึกอย่างนี้แหละไปดูเป็นปีๆเลยทีเดียวที่เราจะกระทำเนี่ยมันตั้งใจจริงๆก็ตั้งสติสติตื่นเต้นสติตื่นเต็มผู้ใดที่รู้ตัวว่าถ้าเผื่อว่าหลับตาแล้วก็มันสู้แรงของความง่วงไม่ได้สู้ไม่ได้จริงๆสู้ไม่ได้แน่ๆก็อย่าหลับลงไปถ้ารู้ตัวว่ามันสู้แรงของความง่วงไม่ได้ก็ลืมตาถ้าใครสู้ได้ก็เอาก็หลับไม่หลับตาจะหลับตาแล้วลืมตาก็ตามไม่เป็นไรนะเรา พยายามเอาความรู้สึกมีสติตื่นเต็มแล้วก็กำหนดความรู้สึกอยู่ที่ลมหายใจเข้าออกกำหนดอยู่ที่ลมหายใจเข้าออกร่างกายตั้งตรงไม่เกร็งไม่เกร็งนั่งตั้งตรงตามสบายผ่อนคลายความตึงเครียดทั้งหมดตัดความกังวลทั้งหลายออกไปทั้งสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ไม่เอาตอนนี้เราไม่มีเรื่องอะไรเราไม่เอาเรื่องอะไรทั้งหมดทั้งมวลปิดเลิกไม่เอาอะไรทั้งสิ้นตั้งใจอยู่ในเรื่องเดียวที่เรากำลังจะทำนี้ เราจะพิสูจน์ความเป็นหนึ่งของภพที่มีแต่จิตมีแต่สติสัมปชัญญะกับลมหายใจเข้าออกเท่านั้นเรียกว่าเอกัคคตารมณ์เรียกว่าความเป็นหนึ่งของอารมณ์จิตเราจะพิสูจน์อันนี้จริงๆไม่รู้ว่ามันจิตที่ปราศจากเรื่องราวอื่นใดหมดเลยโดยเฉพาะยิ่งไม่มีนิวรณ์ทั้ง 5 เป็นสมถะแท้แต่ธาตุรู้เต็มมีสติเต็มมีสิ่งที่เป็นเครื่องอาศัยคือลมหายใจเข้าออกเท่านั้นเป็นรูปมีจิตที่มีสติเต็มสัญญากำหนดรู้อยู่ที่ลมหายใจเข้าออกเป็นนามเราจะมีเท่านี้เป็นเป้าหมายเพราะฉะนั้นณบัดนี้ ทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างชั่วคราวจะทิ้งหมดไม่เอาอะไรไม่เกี่ยวกับอะไรไม่ระลึกถึงอะไรฟังอาตมาพูดแล้วกระทำตามสั่งอย่างเดียวแม้แต่เสียงอื่นใดก็ไม่รับได้ยินแต่เสียงอาตมาพูดเท่านั้นจิตจดจ่อกำหนดอยู่ที่ลมหายใจเข้าออกให้ชัดรู้ตัวพร้อมเสมอว่ามีสติเต็มกำหนดเข้าไปที่ลมหายใจเข้าออกให้แนบแน่นเข้าแนบแน่นเข้าไปในแนวๆเข้าไป เป็นความกำหนดรู้จริงๆของเราปล่อยเรื่องอื่นใดทั้งหมดจริงๆคลายความกังวลความห่วงใยคลายทุกสิ่งทุกอย่างทั้งสิ้นปล่อยหมดกำหนดรู้จะเพียงอานาปานะหรือลมหายใจออกลมหายใจเข้ามีสติเต็มแนบแน่นขาวกำหนดแนบแน่นเข้าไปที่ลมหายใจเข้าออกเท่านั้นไม่รู้ไม่ระลึกอะไรหมดไม่ฟังเสียงอะไรหมด ไม่กำหนดรู้อะไรทั้งสิ้นด้วยรู้ตัวเองว่าให้มีสติเต็มถ้าสติรีลงเมื่อใดตั้งใหม่ตั้งใหม่ทุกทีสติมันดีลงไปเท่านั้นก็ไม่เอานั่นเป็นบาปฐานแรกเลยให้สติเต็มสติตื่นเต็มกำหนดเข้าไปที่ลมหายใจเข้าออกกำหนดแนบแน่นอยู่ที่ลมหายใจเข้าลมหายใจออกแนว เขียนแบบนั้นอยู่อย่างเช่นนั้นเราจะรู้เห็นลมหายใจเท่านั้นที่ชัดเจนชัดเจนยิ่งขึ้นชัดเจนยิ่งขึ้นยิ่งสติตื่นเต็มและเป็นหนึ่งเท่าใดความกำหนดรู้ลมหายใจจะยิ่งชัดเจนเท่านั้นเท่านั้นเมื่อความเป็นหนึ่งเกิดขึ้นแน่วแน่จริงจังเราจะได้รับอารมณ์เองจะได้รับรถแห่งจิตเป็นหนึ่งเองกำหนดความรู้อยู่ที่ ลมหายใจเข้าลมหายใจออกให้แน่วแน่แน่วแน่ก็ไปแนบแน่นก็ไปกำหนดให้ชัดยิ่งขึ้นชัดยิ่งขึ้นสติตกไม่เอาจะติดตกแก้กลับแล้วตั้งต้นใหม่ทุกคนทุกทีไปสติตกไม่เอาเลยแม้จะรีลงนิดนึงก็ไม่เอาเราจะเรียนรู้สติที่เต็มที่กับทีนั้นมีธาตุแม้จะเริ่มหลี่นิดนึงให้ชัดด้วยถ้าจะต้องแยกขายในอารมณ์จิตให้มันให้แน่วแน่ให้ เจนรู้แจ้งแล้วแก้ในขณะใดที่เราได้ปรับเปลี่ยนได้แก่ในคือเราฝึกแท้ผู้ใดปล่อยปละละเลยไม่ได้แก้ไปสู่กุศลหรือไปสู่สิ่งที่ดียิ่งขึ้นนั่นคือเราขณะนั้นไม่ได้ฝึกเมื่อนั้นเรากำลังถูกฉุดถูกผีเข้าครอบงำเราไม่ใช่ผู้ฝึกตอนนั้นเราฝึกไม่ได้ไม่เป็นกุศลเมื่อไม่เกิดกุศลก็ไม่เกิดความเจริญมันก็ต้องทำให้เกิดความเจริญยิ่งอยู่ ยิ่งอยู่สติตื่นเต็มกำหนดอยู่ที่ลมหายใจเข้าลมหายใจออกแหนบนั่นก็ไปแน่วแน่แน่วแน่ก็ไปกำหนดให้ชาร์จไม่ต้องวุ่นวายเรื่องอื่นใดทั้งสิ้นเราจะมาพิสูจน์ความจริงปลดปล่อยทุกเรื่องขณะนี้โลกนี้จะเหลือแต่เพียงลมหายใจเข้าลมหายใจออกกับสติธาตุรู้ของเรายังตื่นเต้นอยู่เท่านั้น เราจะมาพิสูจน์ความเป็นหนึ่งของจิตอย่างแท้จริงฟังเสียงอาตมาเป็นสื่อเข้าไปให้รู้เท่านั้นนอกนั้นเราไม่รับอะไรทั้งสิ้นไม่รับฟังทั้งสิ้นไม่รับรู้ไม่รับคิดอะไรอื่นนอกจากเสียงอาตมาและที่เรากำลังกระทำสมาธิของเราแนบแน่นเข้าไปที่ลมหายใจเข้าออกกำหนดให้ชาร์จภาพเผื่อว่าจะเกิดอาการดีก็จงหายใจแรงๆ หายใจแรงๆเข้าออกแรงๆกำหนดเข้าไปอีกอาตมาจะนับตัวเลขจะนับเลขไล่ขึ้นไปตั้งแต่ 1 จนสูงยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นยิ่งนับเลขสูงยิ่งขึ้นกำหนดลงไปทำได้เรายิ่งจะมีสมาธิเป็นเอกัคคตายิ่งยิ่งขึ้นเท่านั้นเท่านั้นอาตมาจะนับตัวเลขเป็นนำเข้าไป จุดสูงของสมาธิยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นยิ่งกำหนดตัวเลขสูงขึ้นเท่าใดเรายิ่งจะกระทบสู่ความเป็นเอกัคคตายิ่งขึ้นเท่านั้นเท่านั้นจิตเราจะกระชับเข้ากำหนดอยู่กับลมหายใจแน่วแน่แนบแน่นยิ่งขึ้นเท่านั้นเท่านั้นฟังคำสั่งให้ดีตั้งสติให้เต็มกำหนดลมหายใจเข้าออกให้ชัดแหนบแน่นเข้า 1 แหนบนั่นก็ไป แน่วแน่ก็ไปอีกสติตื่นเต็มกำกับตนให้มีสติตื่นเต็มแล้วกำหนดลงไปกินลมหายใจเข้าออก 2 แหนบแน่นเข้าไปอีกแน่วแน่เข้าไปอีกแน่วแน่เข้าไปอีกคลายกังวลทั้งหมดรถปล่อยอะไรทั้งหมดความเป็นหนึ่ง วันนี้จะมีเป็นลมหายใจเข้าออกกับสติอันเต็มตื่นของเราอยู่เท่านั้น 3 ยิ่งขึ้นแน่วแน่ยิ่งขึ้นแหนบหน้ายิ่งขึ้นลมหายใจให้ชัดรู้สึกต่อสติของเราให้ตรงหลับสติเป็นเบื้องต้นกำหนดลงไปที่ลมหายใจเป็นเรื่องต่อมา 4 กำหนดให้มันลงไปอีก แน่วแน่แนบแน่นลงไปอีกตั้งใจขึ้นทุกทีกลับขึ้นทุกทีอย่าปล่อยปละละเลยฮ่าๆยิ่งขึ้นไปอีกยิ่งขึ้นไปอีกสติตื่นเต้นกำหนดลมหายใจเข้าออกชัดขึ้นเป็นหนึ่งเดียวหนึ่งเดียวเท่านั้นยิ่งขึ้น 6 ยิงกันไปอีกสติตื่นเต็มยิ่งขึ้นโปร่งใสขึ้นสติตื่นเต็มยิ่งขึ้นโปร่งใสยิ่งขึ้นกำหนดลมหายใจเข้าออกแม่นชัดยิ่งขึ้น 7 ยิ่งขึ้นไปอีกแน่วแน่ขึ้นไปอีกสติโปร่งใสตื่นเต้นสติ๊กโปร่งใสตื่นเต้น ตั้งสติตื่นเต็มให้ได้กำหนดลมหายใจให้ชัดเจนแบบนั้นก็ปล่อยแนวหน้าก็ไปกูยังไม่ได้แม้เบื้องต้นสติยังไม่เต็มยังไม่ตื่นเอาเบื้องต้นให้แม่นสติให้เต็มตื่นดีก็ไม่เอาเราจะต้องปรับเป็นขั้นตอนให้สำเร็จไม่เช่นนั้นแล้วก็ไม่แข็งแรงใครสติไม่ ยังดีอยู่ครับให้โปร่งใสตื่นเต็มจริงๆ 9 ยิงขึ้นไปยิ่งขึ้นไปอีกสติก็ตื่นเต้นไซโปรยิ่งขึ้นกำหนดอยู่ที่อบรมหายใจแน่วแน่ยิ่งขึ้นสลัดปล่อยยางอื่นหมดสิ้น 10 ลุกขึ้นไปอีกแน่วแน่ขึ้นไปอีกแน่วแน่ขึ้นไปอีกสติ โปร่งใสสดชื่นกำหนดรู้ชัดแล้วอยู่กับลมหายใจเข้าลมหายใจออกเท่านั้นปลดปล่อยสลัดอย่างอื่นสิ้นไม่รับเรื่องใดก็ไม่รู้ไม่คิดเรื่องใดไม่กังวลเรื่องใดทั้งสิ้น 10 11 สติตั้งมั่นยิ่งขึ้นรับรู้ชัดยิ่งขึ้นกำหนด 1 อยู่ที่ลม ใจเข้าออกยิ่งขึ้น 12 ยิ่งขึ้นไปอีกยิ่งขึ้นไปอีกแน่วแน่ขึ้นไปอีก 12 13 ยิ่งขึ้นเพื่อพิสูจน์ความเป็นหนึ่งเมื่อผู้ใดกระทำถูกทำตรงจะได้รับรสนั้นเองว่ามันโปร่งใสเบาว่างสบายที่สุด ขอท้าทายว่ารถที่เป็นเอกสารนั้นสบายยิ่งกว่าที่มีอารมณ์นิวรณ์ในวันนี้วอนใดๆไม่ว่าจะเป็นที่นั้นมีพระหรือฟุ้งซ่านรถที่ปราศจากนิวรณ์นั้นขอท้าว่าสบายโปร่งใสยิ่งที่สุดรถนั้นเลิศกว่ารถที่มีนิวรณ์ 12 12 สติไม่ตื่นตื่นขึ้นมาฟังสติให้เต็ม ตั้งสติให้เต็มกำหนดลงไปที่ลมหายใจอย่างดีอยู่ 14 15 โหลดให้แม่นเรามี 2 เรื่องเท่านั้นที่รู้มี 2 จุดเท่านั้นที่ทำสติตื่นให้เต็มลมหายใจของเราเข้าออกเป็นที่เกาะแล้วเราก็เกาะอยู่รู้เท่านั้นโลกนี้มีแต่ลมหายใจเข้าออกครับธาตุรู้ของเราเท่านั้น แหนบนั่นก็ไปยิ่งขึ้นแน่วแน่ยิ่งขึ้นจะให้ต่อไปอีกโดยไม่ใช้คำพูดอีก 5 นาทีจะให้ต่อไปอีกโดยไม่ใช้คำพูดนำ 5 นาทีใครกระทำด้วยตนเองอีก 5 นาทีตั้งใจทำเองอีก 5 นาทีณบัดนี้พระผู้ที่จะรู้ตัวก็รู้ตัวหลัก เพราะเราเองเราได้ฝึกเข้าไปเนี่ยถ้าเกิดว่าไม่หลับไหลซะจนเกินการหรือแม้หลับไหลก็ต้องรู้ตัวว่าตัวเองเนี่ยมันไม่ได้เรื่องเลยมันมีแต่หลับไหลก็จะรู้เพราะว่าการปฏิบัติประพฤติก็ไปเนี่ยมันเป็นเรื่องจริงในระบบของอานาปานสติหรือเจโตสมถะเราก็ต้องทำไงได้แต่เราก็ได้ปฏิบัติอยู่แล้วในเรื่องของทางทางเอกของศาสนาของเราแต่อันนี้จะเป็นอุปการะมากเพราะว่าโดยเฉพาะด้านพบด้านภาวะภพเนี่ยมันเป็นนัยยะบุคคลก็ต้องเป็นเช่นนี้ฉบับที่ท่านผู้ที่มีบารมีสูงแล้วเมื่อท่านได้ท่านเป็นจริงจิตวิญญาณของท่านมัน นั่นแน่ของท่านเองจริงๆมันทำเองถ้าจะทำอะไรนิดอะไรหน่อยท่านบรรลุท่านถึงรอบเร็วไวก็เป็นเช่นนั้นตามตามความว่าเป็นบารมีของท่านสังเกตได้ถ้าผมว่าใครจะสังเกตอย่างที่เคยเล่าสู่ฟังว่ายังอาตมาเนี่ยปฏิบัติธรรมมันไม่นานปฏิบัติธรรมไม่ต้องช้านานอะไรถ้าจะว่ากันไปแล้วล่ะก็แต่ก็มันก็ลองพูดให้ฟังเท่านั้นนะอย่าหาว่าตีตนเทียบเท่าพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้าปฏิบัติตั้ง 6 ปีอาตมา ไม่ได้ปฏิบัติถึง 6 ปีหรอกประจำภาคปฏิบัติน้อยก็ 6 ปีแต่มันคนละรอบมันคนละระดับเพราะฉะนั้นเราจะไปเข้าใจเผลอๆไม่ได้แต่แม่ว่าอาตมาจะปฏิบัติน้อยปีอาตมาก็ไม่ยากเย็นอะไรสำหรับการปฏิบัติอาตมาก็ตามไม่เหมือนกันไม่เหมือนกับพระพุทธเจ้าถึงท่านจะใช้เวลา 6 ปีนั้นไม่ใช่เวลาที่ท่านเองท่านปฏิบัติอะไรหรอกที่จริงน่ะเป็นเวลาที่ท่านจะต้องสู้กับสิ่งที่เป็นโรคกระเพาะทำเอง 6 ปีที่ท่านศึกษานี่เป็นโลกะวิทูที่ท่านจะเก็บกวาดไปในระยะสุดท้ายและท่านก็เก็บกวาดโลกก็คือในระยะสุดท้าย ผ่านไปตามขั้นตอนของท่านโดยจริงที่จริงบารมีท่านน่ะสูงยิ่งกว่าอาตมาหลากหลายและมากมายแต่ว่าเป็นเช่นนั้นน่ะอย่างนี้เป็นต้นแล้วถ้าเผื่อว่าแม้พูดใดที่ยิ่งตรัสรู้ได้เร็วกว่าพระพุทธเจ้าอีกอย่างพระสาวกมหาสาวกต่างๆผู้บรรลุเร็วฉับพลันแต่บอกแล้วว่าบรรลุคนเราบรรลุบรรลุคนละระดับแต่ก็บรรลุโดยสภาพจุดเรียกว่าหมดอัตราเหมือนกันน่ะแต่ว่าหมดอัตราที่มีโลโก้ต่างกันเพราะอรหันต์ในสมัยพระพุทธเจ้าจึงมีบารมีสูงอย่างพระพายุจริยะฟังธรรม 4 ประโยคบรรลุพระญาติ ทำซ้อนกันบรรลุอะไรอย่างนี้ต่างๆถึงแม้แต่สามเณรอรหันต์โกนหัวสี่แกลกบรรลุอรหันต์เลยอะไรเงี้ยซึ่งมันเป็นเรื่องที่เราคะแนนเอาอะไรไม่ได้เลยจะไปเจอกันในคำนวณเอาดาวเอาต้นเอาไม่ได้เราไม่มีไม่ใช่จะมีสิทธิ์ที่จะไปเข้าใจได้จากการคะแนนคำนวณคนึงเอาอะไรเลยคิดให้ตายหัวแตกมันก็ไม่ได้มันไม่ใช่เรื่องแต่เราก็รู้ด้วยความรู้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นของจริงมีความจริงมีบารมีมีวาสนามีของที่ส่งเสริมมีความเน้นเรื่องนู้นกันจริงๆถ้าผมว่าเรามั่นใจโดยเหตุผลต่างๆนานาที่เราได้พูดกัน ไปทิศทางนี้มีสัมมาทิฏฐิแน่หรือคุณจะเห็นทิฏฐิเข้าใจแน่หรือว่าการที่จะเปลี่ยนโอปปาติกะเปลี่ยนจิตวิญญาณของเราให้จิตวิญญาณเกิดใหม่มีจิตวิญญาณล้างออกจากรถโล่งจริงๆซึ่งก็ได้นำแบบจำลองกรรมฐานตื้นกรรมฐานต้นอะไรมาให้เช็คมาให้ตรวจตราแล้วก็ทำให้แก่ตนแก่ตนมาเป็นลำดับลำดับอัตราการแบ่งโลกเป็นโรคหยาบที่สุดศีลก็ศีลในความหมายต้นๆตื้นๆมาเรื่อยๆแล้วเราก็ตรวจตราเรียนรู้ของตนของตนวิธีการอย่างไรปฏิบัติอย่างไร บอกแนะนำมาตลอดทั้งพาทำทั้งแนะนำอธิบายพิสดารหลายแง่ร้ายเชิงหลายมุมให้เห็นทั้งส่วนนอกส่วนในกายนอกกายในให้เข้าใจว่าเมื่อเราปฏิบัติแล้วจะเกิดความรู้องค์ประชุมข้างนอกข้างในเรื่องย่อเข้าไปแม้จะหลักธรรมของขนาดขั้นอภิญญาหรือขนาดขั้นของวิชาก็ได้กระจายความหมายคำว่าไล่เรียงให้เห็นชัดเจนเป็นความหมายสอดคล้องไล่เรียงเข้าไปหาถอนอาสวะกันอย่างไรหรือมีความลึกซึ้งลึกซ้อนมีบทบาทความหมายอย่างไรชัดเจนและเมื่อเรายื่นได้มาลองมาปฏิบัติแม้แต่โรคต้นต้นแบบที่กล่าวแล้ว เราก็ได้มาทดสอบพิสูจน์มั่นใจเห็นจริงในสภาวะที่เธอจะเรียกว่ามันดับมันพ้นทุกข์มันทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากถ้าจะเราจะเรียกความพ้นทุกข์ตามที่พระโบราณอาจารย์ท่านแปลไว้ก่อนท่านแปลว่ามันเป็นความทนได้โดยไม่ยากทนได้โดยไม่ลำบากความทุกข์และความทนได้ยากพอพ้นทุกข์ก็คือพ้นจากความทนได้ยากเป็นความทนได้โดยไม่ยากโดยไม่ลำบากนะเราจะเรียกแค่นี้ว่าเป็นเขตสอบได้ของการพ้นทุกข์ก็ถูกต้องเป็นเขตสอบได้ของการพ้นทุกข์แต่ไม่ได้หมายความว่าเราเป็นอรหันต์ ก็ไม่มีความรู้มาศึกษากันมาขั้นนี้แล้วเราจะต้องรู้ระยะที่ละเอียดลึกซึ้งซับซ้อนท่านก็ไปอีกยังไม่ได้หมายความว่าเป็นพระอรหันต์พระอรหันต์และจะต้องถอนอาสวะดับสิ้นอาสวะไม่ใช่ว่าต้องทนอย่าว่าแต่ทนโดยไม่ยากเลยไม่ทนด้วยแต่เราก็เห็นสภาพที่พริ้วพรายเป็นสภาพแยกคายลึกซึ้งละเอียดละออของรูปเป็นรูปเป็นจิตเก็บกวาดไล่เรียงขึ้นไปจริงๆคำว่ารูปพระจิตรเอารูปปัจเจกก็เป็นภาษาพูดบอกเหตุบอกขนาดเท่านั้นโดยจริงแล้วมันยังจะต้องรู้เองถึงสภาพที่หยาบบ้างของลูกละเอียดบ้างของลูกหรือว่ายาบ้าของ รูปจนกระทั่งถึงละเอียดที่สุดของอรุณเราก็จะต้องรู้ด้วยตนด้วยความรู้ญาณทัศนะวิเศษหรือตาทิพย์ของเราจริงๆแล้วในระดับที่เราเป็นอริยะหรือว่าเป็นแสงกับบุคคลในระดับยังไม่สูงยังไม่แยบคายยังไม่ลึกซึ้งสุดแล้วก็มันก็จะรู้ตามภูมิของตนเองตามขนาดนั้นก็ไม่เป็นไรเราอย่าหลงผิดก็แล้วกันพากเพียรอุตสาหะวิริยะแยกขายจริงๆคำว่าโยนิโสมนสิการความแย่คลายในการกระทำคือใจนี่แหละมันได้กระทำร้ายปฏิบัติมาเมื่อมีผัสสะแล้วเราก็ รวมลงประชุมลงที่จิตประถมลงที่เวทนาเป็นสโมสรอาเจนๆรวมลงไปที่เวทนารวมลงไปจริงๆเลยเราจะเข้าใจเราจะรู้ของเราจริงๆเราจะเห็นเราจะแจ้งของเรามันรวมลงจนกระทั่งเราเข้าใจลักษณะของเวทนาทั้งเป็นสุขเวทนาทุกขเวทนาเนี่ยสติปัฏฐานของเรารู้องค์ประชุมแล้วมันก็ประชุมลงไปที่ยอดที่นั่นจะผัสสะข้างนอกเป็นกายจนกระทั่งถึงองค์ประชุมข้างในจิตแล้วมันก็ชมลงไปมันเป็นยังไงประชุมลงไปเป็นเวทนาทุกเป็นเวทนาสุขรู้สึกพระเวทนาทุกขเวทนาเราก็จะต้องพยายามรู้อาการนั้น ช็อตจริงๆจนเราปรับเปลี่ยนได้อีกจากไม่ทุกข์แล้วและเป็นความสุขซะด้วยเป็นความสงบระงับเป็นอุปสรรคที่เป็นสุขที่สงบลงไปซะอีกด้วยเราก็จะต้องรู้เลยว่าสภาพนี้เป็นอย่างไรเมื่อเรามีสติมีปัญญาของเราตรวจอย่างยิ่งอย่างใหญ่อย่างเก่งอย่างอยู่เหนือเลยเป็นอธิปไตยเป็นอุจจาระที่แท้จริงและมีสติเป็นอธิปไตยมีปัญญาเป็นอุจจาระจะแปลเป็นไทยว่าใหญ่ก็ยิ่งรู้สึกว่ามันยังไม่ถึงเท่าไหร่ถ้าว่ากันจริงๆแล้วอธิปไตยเป็นอุจจาระในมนุษย์รู้สึกว่าหนักแน่นกว่าแล้วเราเข้าใจ ทางออกมันมีสติเป็นอธิปไตยมีปัญญาเป็นอุจจาระท่านก็ไปชัดเจนยิ่งขึ้นเราก็จะเข้าใจแม้แต่ความเป็นเวทนาที่อยากปรางค์ละเอียดจนทำลายเรียงกันไปจนถึงจะเรียกด้วยภาษาหรือก็แปลว่าเป็นโทมนัสเป็นโสมนัสซึ่งมันก็ต่างกันสุขแน่นอนสุขทุกข์สุขก็เวทนาทุกขเวทนาว่าไล่เรียงเป็นโทมนัสโสมนัสมันต้องแตกต่างกันแน่มีขีดมีขั้นมีระดับละเอียดขึ้นไปจริงๆเพราะในภาษาต่างๆพวกนี้เราไม่มีแต่ภาษาเท่านั้นแต่เราปฏิบัติแล้วเราก็เรียนรู้ปรมัตถธรรมจิตเจตสิกรูปนิพพาน ปฏิบัติฝึกปรือไปทีนี้เรามานั่งเนี่ยเรามานั่งกระทำเนี่ยเรายิ่งจะได้เป็นผู้ที่สอดส่องจิตสัมผัสจิตเวลาเราไปปฏิบัติอย่างประเภทมรรคองค์ 8 สติปัฏฐาน 4 หรือว่าโพชฌงค์ 7 เดินยืนนั่งนอนมีการมีงานก็ทำงานด้วยมีผัสสะอะไรต่ออะไรต่างๆนานาด้วยนั่นน่ะมันจะเอาเวลามาสอดส่องอาจจะเพียวๆอ่านผิดเฉพาะบนอย่างนี้น่ะมันก็ไม่ได้หรอกเพราะฉะนั้นเราจะต้องพยายามทั้งสองมุมที่จะเสริมหนุนให้แก่พวกเราเองเราไม่ใช่มีแต่เราบุคคลเนี่ยไม่ใช่เพราะยาสระไม่ใช่พระพายัพสักคนนึงทั้งๆที่คำสอนเฉพาะฟังคำสอนพระ อารยธรรมได้ฟังจากพระพุทธเจ้าก็ฟังกันมาหมดจนเกลี้ยงแล้วฟังกันมาไม่รู้กี่ตลบแล้วเรามันก็ยังติดๆอยู่อย่างนั้นอย่างเดิมฟังไปแล้วก็ดีขึ้นหน่อยนึงพอรู้มันก็ไม่ได้มาบรรลุแล้วอะไรเพราะฉะนั้นก็พิสูจน์ได้แล้วว่าเรานี่บารมีมันไม่ได้เทียบติดท่านหรอกมันจะไปฝันหวานว่าเราจะคอยซาโตริหรือว่ามีอะไรต่ออะไรฉับพลันฉับพลันที่เขาไปแสวงหากันเนี่ยจะเอาแต่เรื่องฉับพลันฉับพลันจนสุดท้ายเข้าใจผิดเห็นว่าไอ้การเข้าใจอันนี้ชัดเจนอ๋อที่มันอ๋อแต่เพียงรู้นะเป็นตรรกะวิทยาเหตุผลเข้าใจโอ๊ยอย่างนี้มีความหมายซึ่งเราก็ได้ฟังอยู่ทุกวันไอ้ออยอย่างนั้นน่ะมันใหญ่เห็น ชี้นำให้เข้าใจด้วยเหตุผลด้วยตรรกะด้วยภาษาและแล้วเราก็ยังได้มีหมอตัวที่เราว่าเราปฏิบัติได้มีสภาวะรองรับอ๋ออันนี้มันเรียกอย่างนี้นะมีจิตเป็นพื้นก่อนแล้วเสร็จแล้วก็มาฟังภาษาด้วยเหตุผลปัญญาทางตรรกะเข้าไปขยายสภาพแล้วก็ไปเห็นอ๋ออย่างนั้นก็มีแล้วเราเข้าใจเหตุผลลึกๆละเอียดอ่อนมันแยกขายสูงเป็นปัญญาของปัญญาคนลึกได้มากมายโดยเฉพาะในตัดกับวิทยาคนลึกซึ้งมากมายแล้วก็อ๋อได้แต่เพียงปักกับวิทยาเท่านั้นเป็นแต่เพียงเหตุผลของความคิดก็ได้ได้เหมือนกันเพราะมันไอ้สิ่งเหล่านี้มันละเอียด มากมายก่ายกองที่เราเองเรากำลังเรียนเรียนเรียนเรียนเรียนเรียนเรียนเรียนกันอยู่นี่เราแน่ใจเรามั่นใจแล้วก็ฝึกเพียรไปเถิดว่าเราเองเราไม่ใช่สัตว์ไม่ใช่พระพายุสุริยะหรือไม่ใช่องค์ใดองค์หนึ่งที่ท่านมีวาสนาบารมีมากมายอย่างนั้นแล้วก็เออนะเราก็ว่าไปเถอะงานที่จริงนะถ้าเผื่อว่าพวกคุณนึกว่าตัวเป็นผู้มีวาสนาบารมีแล้วก็อยากจะให้เป็นน่ะแต่จะได้เนี่ยองค์นี้ก็ไปเจอเอาบทนี้เท่านั้นเองอ่าประโยคนึงออกหรือ 2 ประโยคหรือ 4 ประโยคก็แหมสาธุเลยองค์นี้ก็ฟังอีก 8 ประโยคซาโตริองค์นี้ฟัง 2 กันบรรลุองค์นี้ฟังซ้ำ หนักหน่อยซ้ำกันบรรลุมันอยากจะได้เหมือนกันนะถ้าจะให้มันอยากแล้วก็ถ้าจะคิดว่าเราจะอยากมันก็พูดกันไปดูอาหารมันก็น่าจะอยากได้นะจะได้สบายๆจะได้มั่นใจว่าเออยังไงยังไงก็อยู่นี่แหละแน่นอนแล้วเนี่ยประเภทซาโตริแล้วนี่ถึงจะถึงขั้นถอนอาสวะจริงแล้วนี่สิทธิ์เสร็จกิจสิ้นภาระแล้วเนี่ยจะได้ไปตายอยู่นี่แล้วไม่ไปไหนอ่ะให้ตียังไงก็อยู่นี่ไอ้ทุกข์ไปท้องยังไงมันก็ไม่ไปไหนเพราะมันไม่มีตัวตนแล้วฟังมา 10 ปีแล้วยังไม่รู้เลยแล้วมันไม่เข้าใจเหรอ แล้วมันไม่เข้าใจเลยแล้วมันไม่ออกมึงเลยหรอไม่ออกเลยฟังไปแล้วนี่ไม่รู้เรื่องอยู่อย่างนั้นเดี๋ยวจะกลับขึ้นเรื่อยๆมันน้อยจังเลยอ้าวผมยังอธิบายไม่เก่งแต่พยายามจะพยายามอธิบายเก่งๆแหมจะทำยังไงมันถึงจะกระจับขึ้นมากๆมันก็จะขึ้นน้อยๆจังเลยจะทำยังไงก็จะขึ้นมากๆมากๆนะอาจจะพยายามไม่อยากเก่งนะจริงๆเลยอยากจะเก่งมากๆเลยพูดออกไป 3 ประโยชน์แน่ๆทั้งนั้นเลยแต่ละทีแต่ละ ยายพวกๆๆใครเป็นตัวอย่างงั้นเลยนะมาโทษผมไม่ได้แล้วงั้นน่ะไม่รู้อยู่แล้วคุณทำไม่ได้ก็มาโทษผมได้เหรอเงินน่ะไอ้ที่ฟังอยู่ขณะนี้ใกล้ๆก็บอกแม่ผมพูดนี่ไม่ให้ผมไม่ให้รู้เรื่องเลยไม่ให้คุณรู้เรื่องเลยว่างั้นนะพูดอยู่นั่นแล้วทำไมผมมันไม่ค่อยออกมันไม่ค่อยกระฉับเลยเหมือนกันนะก็พยายามแล้วนะพยายามที่จะทุกอย่างทั้งที่เรามีหลักฐานเรามีทฤษฎีมีอะไรต่างๆนานาก็หยิบมาอย่าพยายามที่จะช่วยกันทำให้เขาถึงจะทำให้มีประโยชน์คุณค่าไปได้อย่างมากก็ไม่มีทาง แล้วเราก็ศึกษาเท่านั้นเองปริยัติปฏิบัติปฏิเวธก็เป็นผลของคุณเพราะปริยัติปฏิบัติปริยัติปฏิบัติเกี่ยวเข็ญกันไปยังไงยังไงก็แนะนำกันไปชี้กันไปนำกันไปมันท้อแท้อ่อนแอยังไงอีกก็เขียนข่าวเปิดทางเข้านำพากันเข้าด้วยแข็งแรงช่วยอาจหาญแก้วกล้าขึ้นคุณก็ต้องรู้ตัวเองว่าเออบางทีมันก็ท้อแท้ท้อแท้บางทีมันก็ปรับเปลี่ยนได้ว่าอย่างนี้เราก็ตั้งหลักขึ้นมาอีกทีนึงก็ว่ากันใหม่ว่าไปบางทีก็ไปเจาะไอ้โน่นไอ้นี่เขาก็ตามประสาเราคนไม่เที่ยงอ้าวหงอกขิงลงไปอีกเอาใหม่จับลูกจับตั้งอีกเออก็ดีขึ้นอีกคนดีขึ้นมาแล้ววันนี้ก็อีกก็อยู่อย่างนี้แหละจะทำยังไง คุณเองคุณเป็นอย่างนี้นี่นาทั้งหลายทั้งหลายอาตมาไม่ท้อแท้นะบุญแล้วนะใช่ไหมก็อย่างนี้ทำไปคนเก่าๆเดี๋ยวได้ขึ้นมาเดี๋ยวก็ง้อก็ง้อขึ้นลงขึ้นมาได้อีกชุดก็ไม่ดีก็ไปอีกพักนึงงอลงอีกชุดขึ้นอีกอยู่เนี่ยคุณก็ยังเป็นอย่างนั้นอยู่อาตมาก็ยังเออยังแข็งแรงอยู่ยังไม่ท้อแท้ท้อแท้นี่มันบุญอาตมางอบ้างล่ะคุณนี้ล่ะครับอาตมาท้อแท้ลงบ้างนะอาตมาว่าอีกถึงทีนั้นมันถ้ามันไม่ดีแน่นะหรือไงนะถ้าถึงที่นั่นแล้วจะมันจะไม่ดีเลยนะเพราะฉะนั้นจะแน่ใจว่าไง ขนาดพระพุทธเจ้าในไทยยังถึงขนาดว่าไม่สอนแล้วหนีเข้าป่าเลยมันทะเลาะกันนักกันแม้แต่แค่น้ำล้างส้วมแค่นั้นมันก็เถียงกันเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตงานในโกสัมพีสูตรนั้นอะไรกันทะเลาะเบาะแว้งกันอย่างนี้ไม่เอาแล้วไม่สอนแล้วเปิดเน็ตเข้าป่าเลยถ้ามันเราต้องเอาซะมั่งเลยสักทีสองทีถ้าดีเหมือนกันนะแต่ไม่แน่นะไปง้อก็ไม่กลับจากพระพุทธเจ้าก็ได้นะทำเป็นเล่นไปนะต้องตามไปง้อมันพระพุทธเจ้าต้องเอาพลเมืองเอาประชาชนพลเมืองช่วยบอยคอร์ดเลยไม่ใส่ข้าวให้กินนี่เอาที่พระงอก่องอขิงเลยเล่นเป็นประชาชนชาวโกสัมพีประ เลยไม่กินข้าวแล้วทีนี้อยากจะทำให้พระพุทธเจ้าแล้วหายไปนักเดือดร้อนเป็นที่จริงเลยทีนี้ทำไงได้แม้เด็กเป็นนิ้วพระพุทธเจ้าทำเอาซะต้องตามไปกราบทู

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน