330700-999-5_ฝึกอบรมเจโตสมถะ ตอน4(กค.-สค.33)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฝ004.txt
เนื้อหาในไฟล์
ต่อจากนี้ไปเป็นการฝึกอบรมเจโตรสมถะชุดที่ 4 โดยพ่อท่านโพธิรักษ์เมื่อเดือนกรกฎาคมและเดือนสิงหาคม 2533 ณพุทธสถานสันติอโศกขอเชิญท่านติดตามฟังได้ณบัดนี้ฝากครูบัลลังก์ตั้งกายตรงดำรงสติ หมั้นเสร็จแล้วก็ตั้งสติทำสติให้เต็มจริงๆก็นั่งเจโตสมถะหรือทำสมาธิต้องสติเป็นตัวเอกจริงๆถ้าสติไม่เป็นตัวเอกแล้วมันจะกลายเป็นฝึกการนั่งหลับฝึกกันได้นะฝึกกันเก่งด้วยกลายเป็นการฝึกการนั่งหลับไม่ได้เป็นฌานไม่ได้เป็นสมาธิอะไรหรอกนางหลับไปแล้วก็เข้าภวังค์ตกภวังค์กลายเป็นนั่งหลับไปฟุ้งซ่านไปฝันไปหรือว่าที่นั้นไม่ทันกินไปตามเรื่องตามราวนั่งสมาธิกลายเป็น นันไปเยอะโดยเฉพาะพวกที่ยิ่งนั่งประจำประจำคนสัญจรก็ยังฝึกยังดีนะเพราะฝึกนั่งสมาธิก็ตั้งใจเป็นคราวๆแต่คนนั่งประจำนี่ฝึกไปฝึกไปแล้วมันไม่เป็นสมาธิมันกลายเป็นนั่งหลับนั่งได้เก่งด้วยนั่งหลับฝึกไปฝึกไปกลายเป็นนั่งหลับได้เป็นการหลับอย่างนั่งแทนที่จะนอนหลับก็ไปนั่งหลับระวังมันจะเป็นอย่างนั้นมันเพราะมันไม่ได้สติไม่แข็งแรงอินทรีย์พลังสติมันไม่เต็มที่มันก็ตกพอวางไปมันตัดลำดับสติข้างนอกข้างในอะไรๆแล้วก็ฝึกให้มันตื่นให้มันรับรู้ให้มันเป็นปฏิกิริยามัน มันเป็นสภาพที่ต้องออกซ้อนนอกซ้อนในสลับไปสลับมาที่จะรู้นอกรู้ในนะมีปฏิสังขรณ์รู้จิตสังขารมันไม่เป็นสติสัมปชัญญะปัญญามันไม่สมบูรณ์ฝึกไปแล้วก็กลายไปเป็นอย่างที่กล่าวแล้วตกเป็นนิวรณ์ไปเลยแล้วก็กลายเป็นสภาพอะไรไปเลยต้องระวังพยายามสติเป็นสำคัญให้มีความรู้ตัวทั่วพร้อมแข็งแรงแล้วก็มีสัมปชัญญะความรู้ต่อเนื่องจากสติก็มีการพิจารณามีการไตร่ตรองมีการทบทวนอะไรนั่นแหละสมบัติเจริญตามที่เรามีความรู้และเอาใจความรู้ไปเปิดปฏิบัติกับสภาพต่างๆนั้นมีวิตกวิจารณ์เป็นต้นมีการวินิจฉัยมีการอ่านมีการ กำหนดต่างๆที่เรารู้วิธีเราก็ทำไปมีสัมปชัญญะทำคำกล่าวตัว
อ่านต่อ
เราเองมีสติเต็มเราก็กำหนดสัมปชัญญะได้เต็มเตือนสติเราไม่แรงไม่แข็งแรงพอสัมปชัญญะเราก็อ่อนกำหนดอะไรก็ไม่ได้รับรู้อะไรก็ไม่ได้วินิจฉัยอะไรก็ไม่ออกเรากลายเป็นปล่อยปละละเลยไปตกเป็นทีนะมะตกเป็นหลับตกนิ่งสภาพเข้าภวังค์ซึ่งเราเคยทำเป็นอยู่แล้วในมนุษย์เป็นธรรมชาติสัญชาตญาณคือนอนหลับสักทวารทั้ง 5 ข้างนอกแล้วเข้าสู่ภวังค์กลายเป็นหลับแล้วทำเป็นทุกคนเพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าเราไม่แข็งแรงด้วยสติสัมปชัญญะมันก็จะทำตามที่เราขาดเป็นนั่นแหละแต่ว่ามาหัดอีกอย่างนึงก็คือในสภาพที่นั่งบางคนก็หัดฝึกจนกระทั่ง หนังตรงหนังแข็งแรงได้ก็ได้บางคนนั่งไปนั่งไปแล้วก็ส่ายหรือไม่ก็นั่งโกงหนังโค้งนั่งงอหนังแอ่นอะไรไปตามเรื่องตามราวรักษาสภาพหนังไว้ดีๆนั่งไปนั่งมาลมก็มีนะหนังใหม่ตีกันล้มได้เป็นต้นสำคัญคือหลับกับเป็นสมาธิเป็นฌานนี่มันต่างกันให้ชัดๆเรายิ่งนั่งไปนั่งไปแล้วกลายเป็นหลับนี่เสียค่ายิ่งชำนาญนั่งหลับไม่เสียท่านะนั่งไปนั่งไปควรจะเป็นฌานไม่ควรเป็นสมาธิให้จริงนั่งยิ่งนั่งไปก็ยิ่งเป็นสมาธิยิ่ง ร้านได้จริงๆไม่ใช่ยิ่งฝึกไปยิ่งฝึกไปก็ยิ่งเป็นนั่งหลับเก่งอย่างนั้นเสียทางจึงต้องอ่านให้ออกเลยว่าอาการอย่างนี้ขณะนี้เนี่ยสติสัมปชัญญะปัญญามันตกไปแล้วเข้าสู่ภวังค์กลายเป็นปล่อยปละละเลยไปตามยถากรรมมันจะฟุ้งซ่านหรือมันจะเป็นทีนะมีธรรมมันจะไปกันใหญ่เลยเราไม่มีกำลังในการรู้สึกในการควบคุมเราต้องมีตัวรู้สึกตัวรู้แล้วก็ควบคุมได้ว่ามันเป็นชาญตอนนี้กำลังอยู่ในสภาพอย่างไรมีสติเต็มมีความตื่นรู้อยู่รู้ว่ากำลังมีอารมณ์กำลังมีอาการกำลังมีเรื่องนั้นเรื่องนี้อะไรอยู่อย่างคนตื่นยังคนที่ลืมตาตื่นๆธรรมดาเนี่ยไอ้คนธรรมดาที่ปกติมี สัมปชัญญะเนี่ยอย่างนั้นแล้วเราก็มีกำลังแข็งแรงทั้งนั้นมันอาจจะไม่กว้างขวางเหมือนกับตื่นเพราะว่าทวารทั้ง 5 มันเปิดหมดแต่นี่มันเป็นทวารเดียวข้างในมันก็ตื่นรู้ข้างในอยู่นั่นแหละมีอะไรก็อยู่ข้างในมีแสงสว่างมีสีมีสันมีความรู้สึกมีอารมณ์มีนู่นมีนี่มีอะไรมันก็จะรู้เหมือนคนอื่นเหมือนคนตื่นลืมตาแล้วเราก็มีสติสัมปชัญญะมีสามัญสำนึกที่สำนึกได้ว่าเราจะสำนึกอย่างนั้นสำนึกอย่างนี้อยู่ในภพอยู่ในภวังค์อย่างนั้นน่ะเราสำนึกดีอย่างไรความรู้ดีอย่างไรเราจะโน้มน้อมไปในความคิดอย่างนั้นในความรู้สึกอย่างนี้อะไรได้แต่พอเป็นสมาธิหรือเป็นฐานที่แข็งแรงแล้วมันจะเป็นอย่างนั้นแต่ถ้าเผื่อว่าเป็นหลักแล้วก็มันมีแต่เป็นไปเองแล้วก็ไปรับฟุ้งซ่านเองไปเป็นทีนะไม่ถ้าเอง เอร็ดอร่อยไปตามเรื่องตามราวของการนั่งหลับในเหมือนกันต้องให้รู้และเข้าใจความจริงให้ได้ว่าสภาพที่เป็นฌานกับสภาพที่เป็นหลับนั่งหลับนั่งทีนะมีฐานนั่งลงไปไม่หลับมันต่างกันเห็นในฉายาให้มันเป็นหลักวิเคราะห์ให้ออกอันนี้เป็นชาญชาญเป็นอย่างนี้มีความตื่นสายมีความรับรู้อย่างดีกำหนดเองได้ส่วนการนั่งหลับนั้นไม่ได้กำหนดเองเลยไปเองเลยไปไปอัตโนมัติไปไม่รู้เรื่องไม่มีลักษณะกำหนดได้เลยเรายังไม่เข้าภวังค์ยังไม่ตกภวังค์ยังไม่ตัดทวาร 5 ก็ไม่ต้องกังวลระมัดระวังขจัดนิวรณ์ 5 ให้ได้จริงๆการ บาทโดยเฉพาะทีนะมีธาตุความง่วงเหงาๆนอนความหรี่จิตรีจิตซึมลงไปซึ่งมันเป็นปฏิปักษ์ต่อสติสัมปชัญญะกัญญาให้มันมีสติตกอย่าให้มันดีมันซึมลงไปฟุ้งซ่านก็ไม่เอาต้องอยู่ในอำนาจเอกัคคตารมณ์อยู่ในอำนาจที่เรารวบรวมอยู่ได้อย่าให้มันฟุ้งซ่านไปอะไรต่ออะไรต่างๆนานาไม่เข้าเรื่องนะเราควบคุมความเป็นไปของความนึกคิดความรู้สึกดีอย่าให้มันเป็นนั่งรับเพราะนั่งสมาธิเอาให้ชัดต้องฝึกให้ได้ต้องแบ่งแยกนั่งหลับก็นั่งสมาธิให้ออกจริงๆเราให้เป็นนั่งสมาธิจริงๆมีสติมีสัมปชัญญะที่ทำงานอยู่ในอยู่ในภพอยู่ในภวังค์เราถึงจะร่วงก้าวเข้าไปถึง พบภวตัณหาเข้าไปถึงพบได้โดยเรามีสติไปฝึกสติอยู่ภายในที่มีกำลังไม่เช่นนั้นคนนอนหลับแล้วก็ฝันไปสติมันไม่ได้กำลังอะไรอยู่ในภายในสติสัมปชัญญะมันไม่มีฤทธิ์แรงอะไรจะเข้าไปสำนึกรู้ตรวจสอบวินิจฉัยวิตกวิจารณ์อะไรไม่มีอำนาจอะไรเลยเพราะเราฝึกไปเนี่ยสติเราจะเข้าไปมีอำนาจไปมีความรับรู้ในภพในภาวะพบเพราะงั้นเราจะถึงจะสามารถที่จะต่อสู้กับภวตัณหาควบคุมปัญหารอบที่เข้าไปอยู่ในจิตอีกชั้นหนึ่งได้หลายคนข้างนอกก็ดูดียังมีอยู่หลายคนข้างนอกแค่ข้างนอกก็ ตัดสายอยู่ยังไม่ไปยังไม่สงบแต่แม้จะนั่งตรงนิ่งดีแล้วก็ตามบางคนก็อาจจะเป็นหลักไม่ใช่สมาธิก็ต้องพยายามให้มันตื่นมาเป็นสมาธิบอกแล้วว่าไม่ต้องห่วงว่าจะเข้าสู่ภวังค์หรือไม่เข้าสู่ภวังค์พยายามเพียงหลับตาเท่านั้นแหละเพียงหลับตาเท่านั้นแหละแล้วมันจะเดินไปอัตโนมัติของมันเองจะเข้าไปหาภวังค์ของมันเองแต่ฝึกสติไว้เผลอพลับมันก็จะเป็นหลับเผลอพระมันจะเป็นหลักเอาไว้ให้มีสติแข็งแรงสติสัมปชัญญะแข็งแรงมันจะเลื่อนไหลเข้าไปหาพอวางเองโดยที่ไม่สติสัมปชัญญะ เร็วแรงอยู่อย่างเดิมแต่ว่าแวดวงมันแคบเข้าพ่อตาหูจมูกลิ้นกายของเราตัดตัดความรับรู้มันก็จะไปรับรู้อยู่ในคุกภายในพบในภวังค์ของเราอ่าสว่างรู้อยู่ข้างในนั้นเท่านั้นไม่มีสติสัมปชัญญะดีๆเริ่มต้นที่สติสัมปชัญญะนี้ให้สำคัญอันอื่นไม่มีปัญหาเท่าไหร่หรอกมันจะดำเนินไปตามที่เราเองเรามีความรู้อยู่แล้วมันจะเอาไปใช้บรรยายกันบอกกันให้ทำอะไรยังไงบ้างมันมีอยู่แล้วทำให้มันทำให้เป็นไปตามลำดับ เนื้อคู่บัลลังก์ตั้งกายตรงดำรงสติของหมั้นในเชิงปัญญาเราก็ทำแม้จะเป็นความมีปัญญาแต่แค่เป็นสุตมยปัญญาคือปัญญาได้รับการเรียนรู้ทางฟังมาแล้วก็เอามาเป็นความรู้ทางคิดพยายามคิดพยายามวินิจฉัยพยายามที่จะวิจัยให้มันรู้ว่าอะไรถูกอะไรผิดอะไรลึกซึ้งขนาดนั้นขนาดนี้เป็นจินตนา ปัญญาเราก็ฟังจนสุดท้ายมันเป็นปัญญาที่เป็นภาวนามยปัญญาคือได้ปฏิบัติประพฤติจนกระทั่งเกิดผลและก็รู้ในผลอย่างแท้จริงว่าเป็นผลที่ดีงามผลที่ถูกต้องผลที่สมบูรณ์เป็นภาวนาไม่ปัญญาเราก็ต้องค่อยๆศึกษาให้มีปัญญา 3 ระดับนั้นจริงๆขึ้นไปเรื่อยๆเพราะฉะนั้นการพูดการอธิบายการบรรยายเป็นสุทธิปัญญาก็ต้องรับอยู่เรื่อยๆแหละเสร็จแล้วคุณก็ไปไตร่ตรองเป็นจริงตามระยะปัญญาและก็ไปปฏิบัติประพฤติให้สมศักดิ์สมส่วนได้ปัญญาเป็นภาวนามายาปัญญาไปด้วยเจโตเราก็ต้องทำหยุดเป็นเรื่องของการดับเป็นเรื่องของการระงับไม่ปรงแต่ก็ไม่ได้หมายความว่า คือความไม่รู้ไม่ใช่สุดท้ายคือความรู้แต่พยายามใช้ความเข้าใจให้ได้ว่าเรามารับรู้น้อยลงในขณะการทำใจตัวสมถะเนี่ยไม่ใช่ถาวรนะกามเอารถรู้ลงในขณะขณะนี้เราจะลดรูปลดลงลดการใช้ปัญญาที่จะสร้างอะไรผสมผสานอะไรต่อไปอีกเราไม่เราจะให้รู้น้อยๆรู้แคบๆรู้ไปในทางดินไม่ใช่รู้ไปในทางกว้างคือรู้เป็นหนึ่งเดียวรู้แหลมรู้ลึกเพราะจิตของเราจะรู้ว่าไม่มีพลัง 1 1 1 1 1 1 1 1 1 1 แล้วก็ให้สติมันเต็มให้สติมันตั้งให้สติมันใส ติเป็นตัวนำของสัมปชัญญะเป็นตัวนำของปัญญาสติสัมปชัญญะปัญญามันจะเป็นตัวตนสติเป็นตัวตนสัมปชัญญะและก็ปัญญาจะเป็นตัวต่อต่อต่อต่อต่อต่อไปเมื่อมันลึกมันแหลมมันลึกเป็นหนึ่งไม่คิดไม่ปรุงไม่ทำอะไรมากมันก็จะมีเชิงรู้อีกชนิดหนึ่งแม้แต่ตัวสมถะก็ไม่ใช่ว่าหมายความว่าเราจะดับประเภทไม่รู้อะไรเลยเราจะลองได้นะลองดับเลยนะลองจัดแต่ถ้าจะลองดับนะจะต้องทำฌานให้เป็นจริงๆก่อนให้มันได้อารมณ์ฌานที่มีสติเต็มเสร็จแล้วก็ค่อยๆลดความไม่รู้รถเวทนารถสัญญาด้วยการรู้ว่าเราจะลดสังขารลดความสัญญาลดความกําหนดรู้ได้จนกระทั่งมันลดความรู้สึกเป็น ฝันดีไม่กำหนดรู้อะไรความกำหนดรู้เป็นตัวกลางที่สุดแล้วก็ไม่กำหนดรู้อะไรเลยจนกระทั่งความรู้สึกก็ไม่มีความรู้สึกก็ไม่มีคือเวทนาเวทนาคือความรู้สึกกำหนดรู้ก็ไม่กำหนดรู้ลดความกำหนดรู้หรือรสสัญญาเพราะรถสัญญาไปจนกระทั่งสัญญาไม่กำหนดอะไรเลยความรู้สึกก็ต้องพลอยไม่รู้สึกไปด้วยจึงเรียกว่าอสัญญีหรือนิโรธดับรู้ดับรู้สึกดับคิดนึกเราจะเรียนรู้ความเป็นอย่างนั้นด้วยความรู้ของเราก็ด้วยเรามาทำใจตัวสมถะเนี่ยเราจะเรียนรู้ความที่ไม่ไม่รู้สึกคือไม่มีเวทนาไม่กำหนดรู้คือไม่มีสัญญาเราจะมาเรียนรู้อันนั้นด้วยแต่ก่อนจะไปทำอย่างนั้นขอให้ทำให้เป็นฌานที่อยู่ในภวังค์ให้ดีๆแข็งแรงแจ่มใส อยากทำรักอย่าทำตัดรักอย่าทำคนละขั้นถ้าทำทีละลวดๆแล้วก็รวดเดียวพรวดไปดับสัญญามันไม่ดับได้หรอกดับสัญญาณมันไม่ดับได้มันเป็นภาวะของการกลั้นไว้เท่านั้นเองนะเป็นภาวะการกลั้นต้องทำสภาพของภวังค์หรือองค์ฌานในภพเนี่ยให้ใสให้แข็งแรงให้มีสติสัมปชัญญะปัญญาเต็มๆตอนนี้อย่าเพิ่งอย่าเพิ่งแก้ไขทีนี้ถ้าสร้างสติให้เต็มซะก่อนแก้ไขฟุ้งซ่านที่มันไปคิดอื่นถ้ามันเป็นความคิดหนึ่งเดียวให้ได้ก่อนเพราะฉะนั้นในการมานั่งเคลียร์โต๊ะสมถะนี่คือต้องปรับปรุงตัวที่จะไม่ให้เกิดที่นักวิชานนท์ก็อุทยานก็ยิ่ง เรื่องใหญ่แม้แต่จะเป็นการฟุ้งซ่านอยู่หรือว่าการรู้ที่จริงการรู้นี่มีการฟุ้งลอยเป็นตัวลอยฟุ้งอุดทางพุทธังโซ่โตมันเป็นการรู้นะที่จริงพุทธโสตัวเนี่ยให้เป็นทางซ้อตัวอย่างให้เป็นอุทธัจจะกุกกุจจะต่อไปให้เป็นพุทธังโซดาให้ได้นะอ้าววิธีการก็บอกกันซ้ำๆมามากแล้วก็พยายามให้ได้ยินเสียงก่อนให้รู้ทวารข้างนอกก่อนอย่าเพิ่งไปตกภวังค์ระวังทีนะมิทธะฟุ้งซ่านก็อย่าไปคิดอื่นให้มาคิดรู้อยู่แต่แค่สั่นยาวเข้าออกของลมหายใจเท่านี้มีเรื่องที่จะรู้อยู่เท่านี้แหละไม่ต้องไปรู้เรื่องมากรู้แค่ลม แฟนลูกใจฉันแค่อยากรู้แค่เขาแค่ออกรู้อย่างนี้แล้วก็รู้ว่ามันละเอียดขึ้นละเอียดขึ้นมันดิ่งเข้าดิ่งเข้ามันไม่ต้องพยายามไปสะกดไปกั้นไปฝืนบอกว่าจะคิดก็ต้องฝืนสู้อยู่ไม่ต้องฝืนแล้วค่อยง่ายไม่ต้องฝืนอะไรอยู่เป็นหนึ่งกับลมหายใจเข้าออกเข้าออกสั้นยาวอยู่เป็นหนึ่งเป็นหนึ่งเป็นหนึ่งคือยังไงต้องรู้ความจริงของตนเองโอ้นี่มันเป็นหนึ่งนะไม่มีอะไรวอกแวกไม่มีอะไรฟุ้งออกไปอื่นมันแข็งแรงมั่นคงมันตั้งมั่นดีคุณก็ต้องรู้อารมณ์รู้อาการอันนั้นให้ชัดเจนว่าจะเป็นฌานนะฌานนี้มันเป็นหนึ่งแล้วที่ลมหายใจมีสติรู้เต็มไม่ง่วงไม่ต้องรีแล้วก็ไม่ฟุ้งซ่านกามหรือพยาบาลนั้นก็ต้องพยายามรู้อยู่ในภพด้วยถ้ามันมีการมีพยาบาลในพบกันและแย่ Nice ที่มีทั้งตามทั้งพยาบาทในภพเนี่ยฐานนี้จะแย่มันควรจะไม่มีปัญหามากมายเรื่องกามเรื่องพยาบาทขณะนี้เพราะในฐานที่มาเรียนเพราะว่าตัณหานี้จะต้องเป็นคนที่ลดการรถพยาบาทได้มากพอสมควรจริงๆแม้ในขณะที่เราทำฌานหรือทำใจตัวสมถะเนี่ยกามและพยาบาทก็ไม่มากวนอะไรเราจะสู้กับศีลธรรมกับอุทิศจากกุฏินั่นแหละเป็นนิวรณ์ที่ตรงตรงเหมาะกับฐานเหมาะกับฐานะขณะนี้เหมาะกับภพภูมิขณะนี้พระผู้ที่จะมานั่งแก้ตัวสมถะจึงไม่ใช่ว่าจะเริ่มต้นเรียนธรรมะก็มานั่งแก้ตัวสมถะเลยไม่ใช่ฐานต้นไม่ใช่ฐานแรกฐานแรกก็คือการที่มัน มันติดในโลกกระทำในลาภยศสรรเสริญในอบายมุขในอะไรพวกนั้นเนี่ยถึงตาหูจมูกลิ้นกายไปสัมผัสมาแล้วก็หลงติดหลงยึดนั่นละมาก่อนได้เป็นฐานแรกกามันตัณหากามภพเป็นฐานแรกลดละให้ได้เบาบางมาแล้วจึงจะมาถึงฐานพบถึงฐานภวังถึงฐานอัตตาตัณหาที่มันติดภพสิบชาติติดดับติดติดติดติดติดติดรีเนี่ยหรือฟุ้งซ่านไปตามอำเภอใจฟุ้งซ่านสายปรุงสร้างเนี่ยมันจะฟุ้งซ่านไปตามอำเภอใจคิดนู่นคิดนี่สนุกสนานอยู่กับความคิดแล้วหลงมันว่าเป็นปัญญาเออพอมานั่งชานแล้วที่จริงฟุ้งซ่านคิดโน่นคิดนี่แล้วก็นึกว่าตัวเองเกิดปัญญามันอยู่ในยิ่งตัดภวังค์เลยนะข้างนอกไม่รับรู้อะไรแล้วก็คิดฟุ้งอยู่ข้างในนึกว่าจะเกิดปัญญา เพราะตัวเองเป็นฌานอันนั้นไม่ใช่นั่นไม่ใช่ปัญญาของชาญไอ้นั่นเป็นความฟุ้งซ่านที่เขาคิดเป็นจินตานอะไรไปเฉยๆเป็นการคบนึกคิดผกผันแล้วก็เหมือนกับลืมตาคิดนั่นแหละแต่ว่าเวลาตัดภวังค์ทวารตาหูจมูกลิ้นกายแล้วมันรวมอยู่ข้างในมันก็เลยมีพลังคิดผูกพันได้ดีขึ้นจึงเกิดความเฉลียวฉลาดกว่าในขณะลืมตาเขาจึงเป็นหลงว่าปัญญาหรือความผกผันคิดนึกนั่นน่ะเป็นสัตว์อยู่ในภพมันฉลาดกว่าการผกผันคิดลึกในขณะลืมตาซึ่งมันมีประสิทธิภาพสูงกว่าจริงเพราะว่ามันไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับทวารทั้ง 5 ข้างนอก มากวนมันไม่มีอะไรรั่วพลังของความคิดความผูกพันมันสูงมันจึงมีประสิทธิภาพได้ดีกว่าก็จริงแล้วคนก็เลยไปหลงอันนั้นว่าเป็นปัญญานั่นแหละบอกว่าปัญญาในฌานที่จริงไม่ใช่น่ะปัญญาในฌานอย่างนั้นไม่ใช่มันก็เป็นปัญญาแบบเดียวกันกับลืมตานั่นแหละแต่มันดีกว่าเท่านั้นเองลักษณะเดียวกันเป็นตรรกศาสตร์หรือเป็นการผกผันนกขบคิดการหรือปัญญาที่ว่านี่เรารู้ความจริงเจโตทำใจโตสมถะเข้าก็รู้ความจริงตามความเป็นจริงรู้ว่าเรานี่แหละจุดเป็นหนึ่งได้หยุดพักได้อ่านการออกอย่าให้กล้ามาวุ่นวายถ้าเรามีมากมันจะกวนเหมือนกันในแม่เข้าไปอยู่ในภวังค์เป็นรูปของกามๆในภพมีสภาพรูปเสียงกลิ่นรสอะไรใช้ต่างๆนานา ชื่นชมแต่จริงๆมันไม่หรอกจริงๆโดยฐานโดยสายตรงแล้วตากระทบรูปมันก็เป็นรูปเอาความจำไปปรุงเฉยๆถ้าคนยังติดยึดมันจะเอาความจำไปปรุงนึกถึงความสวยนึกถึงเพลงเพราะนึกถึงเสียงเพราะนึกถึงกลิ่นหอมนึกถึงรสอร่อยนึกถึงสัมผัสเสียดสีที่เย็นร้อนอ่อนแข็งที่พอใจอะไรเอาไปปรุงข้างในน่ะมันก็เป็นได้สำหรับคนที่ติดตามในภพแต่ถ้าเกิดว่าเราไม่มีตาไปกระทบรูปจริงๆแล้วฤทธิ์แรงที่จะยั่วยุหรือจะก่อให้เกิดการปรุงแต่งกับรูปรถติดเสียงสัมผัสมันก็น้อยลงแล้วแต่มันจะดีมันจะตกทีรามิสุในระงับอันนี้ให้ได้ หนังคู่บัลลังก์คู่บัลลังก์ในคืนนั่งขัดสมาธิครูบัลลังก์ตั้งกายตรงดำรงสติคงมั่นหายใจเข้าหายใจออกหายใจออกยาวรู้ว่าหายใจออกยาวมีสติรู้นะหลับตาก็ได้ไม่หลับตาก็ ถ้าไม่หลับตาก็ต้องเก่งนะไม่หลับตาแล้วก็ต้องไม่รู้สึกแว๊บๆๆอะไรกับที่ตามันเห็นรูปเพราะฉะนั้นส่วนมากมันสู้ไม่ได้หน้าตามันเห็นรูปแล้วมันก็บอกๆมันสมาธิมันไม่หมั้นเค้าก็หลับตากันซะเป็นส่วนมากส่วนคนจะลืมตานั้นต้องเก่งๆสามารถที่จะควบคุมไม่ให้ตาไม่ให้แม้ตาเราเห็นรูปก็ไม่วอกได้ก็เก่งใครทำได้ก็เอาถ้าใครทำไม่ได้ก็หลับตาก่อนเพราะว่ามันมันไม่ง่ายนะหลับตาก็เพียงพอจะเป็นไปได้ก็หลับตาหลับตาแล้วอย่าให้หลับลงไปจริงๆล่ะหลับไม่เอาการนั่งสมาธิหรือนั่งเจโตสมาธิการหลับไม่เอาหรือหรี่แม้เริ่มจะหรี่มันอยากจะหลับแล้วก็ไม่เอา RE นิดนึง ก็ถือว่าดีนะมิตรธรรมที่นั่งมิทันทีนะมิทธะนารีนิดนึงลงไปจิตรีถือว่าทินะแล้วนะเราจะต้องมีสติเต็มเหมือนกับเราลืมตาเหมือนกับเราอยู่ปกตินี่แหละมีสติรู้สึกตัวทั่วพร้อมให้เต็มแข็งแรงจิตตรีไม่เอาลมหายใจออกรู้ว่าออกออกยาวรู้ว่ายาวออกสั้นแล้วก็เข้าก็รู้ว่าเข้าออกสั้นนิดเดียวแล้วก็เข้าจะเข้ายาวหรือข้าวสั้นก็ไม่รู้การรู้กำหนดสั้นกำหนดยาวนี่คือวิปัสสนาการรู้สั้นรู้ยาวรู้ออกรู้เข้านี่คือวิปัสสนาจิตที่เราอยู่กับลมหายใจได้นิ่งคือสมถะ การรูทจอการที่จะทำจิตของเราให้มันนิ่งได้จิตมันอยู่นิ่งมันไม่วอกแวกมันไม่คิดอะไรอื่นแต่ความรู้ที่มีจิตของเรานี่มีธาตุรู้รับรู้ได้ว่าเออยาวคือยาวสั้นคือสั้นอารมณ์หายใจออกคือออกลมหายใจเข้าคือเข้าลมหายใจนี้เป็นกสิณลมหายใจไม่ได้ฟรีลมหายใจได้ฟรีทำความรู้สึกกับลมหายใจแล้วก็กำหนดความรู้รู้ก็คือว่ามันยาวก็คือยาวยาวก็สั้นมันต่างกันออกครับข้าวมันต่างกันความรู้ความแตกต่างของนี่คือปัญญาคือวิปัสสนาคือรู้เหตุรู้ผลรู้ความจริงของมันที่มันต่างกันมีลิงค้าส่วนการทำให้นิ่งได้น่ะเป็นสมถะการทำให้ไม่วอกแวกอยู่กับลมหายใจเรานิ่งๆอยู่ในลมหายใจก็อย่างเดียว กลัวลมหายใจออกก็ไม่เข้าใจเข้าลมหายใจยาวลมหายใจสั่นอยู่แค่นี้แหละไม่เอาเรื่องมากเอาเรื่องน้อยๆแค่นี้ทำได้นิ่งเท่าไหร่เท่าไหร่นั่นแหละคือเอกัคคตารมณ์คือความเป็นหนึ่งของอารมณ์ที่อยู่กับเรื่องนี้ไม่มากไม่มายแม้จะมีส่วนหนึ่งแบ่งมารับฟังที่อาตมาพูดบรรยายให้ฟังนี่ก็ตามก็สอดคล้องกับภาวะที่เรากำลังปฏิบัติมันเป็นการรู้ในเชิงปัญญาในเชิงความเข้าใจเป็นการรู้แล้วก็รู้ไปตามที่อาตมาอธิบายเรารู้ภาษาไทยเราก็เข้าใจความหมายฟังไปตามแล้วก็ทำไปตามที่อาตมาบรรยายมันเป็นความรู้ด้วยและเป็นการฝึกหัดอบรมฝึกฝนด้วยไปพร้อมๆกันอ่าเข้ายาวเข้าสั้นก็แล้วแต่ใครจะ เอาใครจะหายใจออกจะเอาออกสั้นหรือเข้าสั้นเข้ายาวอะไรก็ฝึกฝนนะรู้รู้ตามด้วยจริงๆเลยนะไม่ใช่ว่าเรารู้แล้วเราไม่ตามความจริงต้องตามความจริงว่าเราทำของลมหายใจออกยาวๆก็รู้ว่าเออไอ้นี่แหละคือมันยาวๆไม่ต้องครางชื่อว่ายาวก็ได้ก็รู้ว่ามันยาวนี่ออกสั้นเดี๋ยวก็หายใจออกสั้นแล้วก็รีบกลับเข้าใหม่สั่นไม่ยาวอะไรก็ให้รู้ว่าหายใจออกนิดเดียวแล้วก็เอาเข้ามันก็สั้นๆถ้าหายใจออกยาวๆนานๆก็คือยาวๆรู้ตามความจริงตามความหมายนั้นตรงกันนะไม่ใช่เอาแต่ลึกแต่คิดทำไม่ถูกต้องทำซ้ำซ้ำๆอย่างนี้แหละโดยไม่เบื่อเบิกบานร่าเริงทำได้ก็เบิกบ้านหรือ ถ่ายกับฝึกฝนไปล้มล้มลุกก็ทำไปเรื่อยๆฝึกหัดอบรมเข้าทำให้มากทำให้มากทำซ้ำๆซากๆคนที่ทำซ้ำๆซากๆโดยไม่เบื่อนะเป็นคนแข็งแรงถ้าคนที่ทำซ้ำๆซากๆแล้วเบื่อซ้ำๆซากๆแล้วเบื่อน่ะเป็นคนถูกโลกเขาหลอกมามากเป็นคนซัดทรายเป็นคนที่ไม่เป็นคนมั่นคงเป็นคนแหละเป็นคนที่เป็นที่ไปติดไอ้โน่นติดไอ้นี่อยากได้ไอ้โน่นอยากได้ไอ้นี่เป็นคนซัดสายน่ะเป็นคนไม่แน่นอนเป็นคนไม่มีสมาธิคนที่มีสิ่งนี้อยู่แค่นี้แค่นี้ก็อยู่ได้ไม่ดิ้นรนเรียกว่ามีสมาธิก็มีสมถะไม่ซัดส่ายเพราะแกนี่ก็ลองทำดู แล้วไม่ทำให้เราเหี่ยวเฉาไม่ทำให้เราหม่นหมองไม่ทำให้เราเบื่อไม่ทำให้เราเซ็งด้วยแค่นี้ก็เห็นอานิสงส์เห็นความสามารถที่เราทำได้เข้าใจและมีแอปพลิเคชั่นมีความยินดีชื่นชมเออเราสามารถทำได้ดังนี้น่าชื่นชมหน้าผากภูมิเนี่ยเป็นลักษณะง่ายๆอย่างนั้นเบื้องต้นลักษณะเบื้องต้นง่ายๆในทางที่แปลว่าลมหายใจเข้าลมหายใจออกอานาปานะบวกกันแล้วก็เป็นอานาปานนะแล้วมีสติเพราะฉะนั้นอานาปานสติก็คือการใช้ลมหายใจเข้าลมหายใจออกเป็นกสิณแล้วก็มีสติปฏิบัติใช้สติปฏิบัติให้เกิดทั้งวิปัสสนาให้เกิดทั้งสมถะ วิปัสสนาก็บอกแล้วว่าคือเกิดญาณปัญญาสมถะก็คือการไม่ซัดส่ายอยู่ในความมุ่งหมายของเราได้ชัดเจนเรามุ่งหมายได้อย่างนี้ไม่ออกไปนอกเรื่องเราเรียกว่าอยู่ในเอกัคคตารมณ์ตามที่เรามุ่งหมายเป็นสมถะไม่ซัดสาดไปอื่นเกิดปัญญาเกิดความเข้าใจรู้ลึกซึ้งอะไรต่ออะไรขึ้นไปอีกนั้นเป็นวิปัสสนาเห็นความจริงตามความเป็นจริงว่ามันสงบนี่มันสบายดีสงบอย่างอื่นๆเนี่ยสบายกว่าสงบอย่างที่ดีๆและปรับดีๆหลับๆแล้วเราก็ไม่ค่อยรู้เรื่องมันก็หมุนๆซึมๆยิ่งนั่งๆเนี่ยมันไม่ได้นอนเนี่ยมันรักษาความสงบสภาพนั่งไว้แล้วให้หลับเนี่ยมันยากถ้าหลับแล้วส่งสภาพว่ายากเพราะฉะนั้นเราไม่หลับ หนังอยู่อย่างนี้แล้วเราก็ไม่หลับตื่นอยู่นี่มันส่งสภาพไม่ได้ง่ายถ้าขืนนั่งๆแล้วมันจะหลับแล้วมันจะส่งสภาพย่ามันก็จะโอนเองแล้วมันก็อยากจะนอนราบกับพื้นแล้วก็ต้องฟื้นก็ต้องต่อสู้มันเอนไปทางไหนก็ทำให้ตรงพยายามจัดตัวเองอยู่เรื่อยอยู่เลยมันก็จ่ายแคลอรี่มากเมื่อยมากต่อสู้มากแต่ถ้าเผื่อว่านั่งตั้งกายตรงดำรงสติของมันมีสติดีอยู่แล้วไม่ดีไม่หลับเลยเนี่ยนะมันก็ไม่ต้องต่อสู้อะไรมากมันก็ไม่เมื่อยมากและสบายกว่ากันมากนะไม่ต้องเข้าเพราะวางก็ได้อ่านอาการในจิตให้เห็นว่าอาการในจิตของเราเป็นจิตที่มีกามมีรถกามีรถพยายาม อาการกลางคืออาการปรารถนาอยากให้อันนั้นอยากใคร่อันนี้ถ้าเราไม่มีการหย่าไพร่อันนั้นอยากให้อันนี้ว่างๆกลางๆแล้วก็ไม่เกิดเคืองขุ่นโกรธแค้นอาฆาตมาดร้ายไม่มีพยาบาทไม่มีโกรธไม่มีเคืองอยู่ในจิตได้ในอาการขณะใดขณะใดไม่จำเป็นจะต้องว่าต้องอยู่ในภพอยู่ในภวังค์อยู่ในสภาพที่ไม่รับรู้อะไรได้อย่างเก่งหมายถึงขนาดนั้นก็ได้ได้รับรู้ได้ยินได้ฟังเสียงอันนู้นอันนี้เหมือนกันแต่มันไม่ได้ก่อให้เกิดการไม่ได้ก่อให้เกิดพยาบาทอะไรได้ยินเสียงอาตมาพูดได้ยังแถมได้ยินเสียงนกร้องได้ยินเสียงนู่นๆนี่ๆอะไรดีด้วยก็ได้แต่มันไม่ได้พาให้เกิดการไม่พาให้เกิดพยาบาทก็ ต้องไปรังเกียจรังงอนอะไรไม่เป็นไรจะได้ยินเสียงนกผสมก็ตามก็เป็นเสียงธรรมชาติเราไม่ได้ก่อให้เกิดกิเลสทำให้เกิดการไปชอบไปชังอะไรมันได้ยินแต่เสียงได้ยินเสียงพูดได้ยินเสียงนกได้ยินเสียงกิ๊กๆกั๊กๆอะไรเนี่ยเสียงเขาเลือกเขาฝนอะไรเสียงอะไรก็ตามไม่เป็นไรได้ยินแล้วก็ไม่ได้ก่อให้เกิดใจเราสะดุดก่อให้เกิดใจของเราเกิดอารมณ์ตามโรงพยาบาลอะไรรู้ชัดรู้เฉยๆรู้แล้วก็เฉยๆลูกก็ว่างๆก็ไม่มีปัญหาอะไรมันจะแสบจะซ้อนอะไรมันก็ตามไม่จำเป็นจะต้องสะกดจิตให้อยู่ในภวังค์จนกระทั่งตัดเสียงไม่ได้ยินที่หูไม่ได้ไม่ได้ยินนะว่าไม่ได้ยินชัดๆกว่าคนอื่นถ้าวันอื่นไม่ได้ว่า ถ้าไม่ได้ยินเอาแต่เสียงได้ยินแต่เฉพาะแต่อาตมาพูดอย่างอื่นไม่ยอมได้ยินเลยถ้าจะให้มันเกิดสภาพอย่างนั้นก็ได้ต้องมีพลังใจพลังจิตที่จะตีกรอบตีกรอบเอกัคคตารมณ์ของเราให้แคบให้เก่งขึ้นอย่างนั้นก็ได้มันเป็นความสามารถของจิตเหมือนกันความสามารถของจิตที่จะตีวงให้แค่มาอยู่ในส่วนที่เรารับรู้ตามอำนาจอย่างอื่นเราจะไม่รับรู้ได้เก่งแสงเสียงอะไรจะแทรกมายังไงมากๆดังๆขนาดไหนก็ไม่สามารถแทรกเข้ามาได้อันนั้นเป็นพลังของจิตที่เก่งเหมือนกันอาจจะฝึกอย่างนั้นไปถึงอย่างนั้นก็ได้ถ้าใครจะฝึกมากๆแต่ใหม่ๆนี่ก็เอาก็แค่นี้ก็ให้ได้เอาแค่ที่ว่าได้ยินเสียงอะไรก็ กินไปเถอะไม่เป็นไรแต่ว่าเสียงเหล่านั้นมันไม่ได้ก่อให้เกิดการไม่ก่อเกิดพยาบาทพร้อมกันนั้นเราก็ไม่มีทีนะมีทะไม่ง่วงอ่าไม่ง่วงไม่เหงาไม่มีไม่รับแล้วก็ไม่ซับสายไม่ฟุ้งซ่านคิดอะไรไปเรื่อยๆเปื่อยๆคิดเรื่องแล้วๆไม่เอาอยู่ในเรื่องที่ฟังที่อยู่ในขอบเขตที่เราฟังอยากได้ขอบเขตที่เรากำลังพิจารณาเท่านี้ไม่คิดฟุ้งซ่านไปอื่นแม่แค่นี้แหละไม่เป็นกลางไม่เป็นพยาบาลไม่ง่วงไม่รีแล้วก็ไม่คิดฟุ้งซ่านไปอื่นเห็นได้ชัดไม่สงสัยไม่ข้องใจในเรื่องที่ความรู้ความเห็นที่เรากำลังทำนี้เรียกว่าไม่มีนิวรณ์ 5 ไม่มีนิวรณ์ท่านี้ขณะใดขณะนั้นเรียกว่าชาญจะลืมตาจะได้ยินเสียงจะได้กลิ่นได้รสอะไรอยู่ก็ตาม นาฬิกาไม่มีพยาบาลไม่มีที่นั่งมีถ้าไม่มีวุฒิสภาจะไม่สงสัยเลยชัดเจนเลยอารมณ์นี้ความเป็นอยู่ขณะนี้อย่างนี้ไม่มีนิวรณ์ 5 ไม่มีนี่แหละไม่มีนิวรณ์ 5 ขณะใดขณะนั้นเป็นฉันเพราะฉะนั้นจิตที่จะเป็นชายนี่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเข้าไปอยู่ในภวังค์ต้องหลับไม่รู้เรื่องหูไม่ได้ยินตาก็หลับแล้วไปอยู่ในภวังค์อยู่ในภพข้างในนู่นแน่ะจมูกไม่ได้กลิ่นใครมากระทบสัมผัสร่างกายก็ไม่รู้บางทีมันจับตัวก็ไม่รู้มันหยิกยังไม่รู้เรื่องเลยเอาน้ำสาดยังไม่รู้เลยถึงจะเรียกว่าชาญไม่ใช่การเข้าไปอยู่ในภวังค์อย่างนั้นไม่ได้เอาเป็นเครื่องหมายบอกว่าชาญอันนั้นมันเรื่องของการตัดทวารเฉยๆตับกับความรับรู้เฉยๆไม่ได้เรียกว่าฌานถ้าชาญแล้วจะต้องเอาตัวนิวรณ์เป็น ไม่มีนิวรณ์ในจิตนั่นคือฌานเมื่อใดก็แล้วแต่รู้ว่าตัวเองไม่มีนิวรณ์ในจิตเมื่อนั้นน่ะคือจานต่อเนื่องกันได้ยาวนานเท่าไหร่ก็เรียกว่าเป็นฌานต่อเนื่องยาวนานเรียกว่าทำให้มันต่อเนื่องการกระทำให้มันต่อเนื่องให้เกิดตามที่เรามุ่งหมายนี้เรียกว่าสมาบัติทำให้เกิดต่อเนื่องในขณะที่เราจะให้เจอตัวสมถะมันเกิดไม่มีกิเลสอย่างเงี้ยต่อเนื่องไปได้ไม่เมาๆๆเนี่ยเราเรียกว่าทำสมาบัติอ่าต่อเนื่องได้เป็นสมาชิกต่อเนื่องไม่ได้มันขาดตอนตรงไหนก็เรียกว่าสมาบัติตกอ่าทำสมาธิตกก็ต่อเนื่องให้มันไปได้เรื่อยๆตกก็เอาใหม่ตกก็ทำให้ต่อเนื่องใหม่ไปเรื่อยๆจนกระทั่งมันต่อเนื่องได้ยาวนานมาก ก็เรียกสมาธิทำได้ต่อเนื่องนิดๆหน่อยๆแล้วก
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive