330421-999-5_ฝึกอบรมเจโตสมถะ ตอน1(21-22-23เม.ย.33)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฝ004.txt
เนื้อหาในไฟล์
ต่อจากนี้ไปเป็นการนำฝึกเจโตรสมถะโดยพ่อท่านโพธิรักษ์ตั้งแต่วันที่ 21 22 และวันที่ 23 เมษายนพุทธศักราช 2533 พุทธสถานสันติอโศกขอเชิญท่านติดตามรับฟังได้ณบัดนี้ตัดหนังเจโตสมถะก่อนแจ่มใสสดชื่นเศร้าๆไม่ได้เราตื่นมาพุทธะตื่นเสมอนะเป็นพูดตื่น สติเต็มประสิทธิภาพเป็นผู้ที่มีสติอยู่ลมหายใจเข้ามีสิทธิ์อยู่กับลมหายใจออกอย่าลืมจุดที่บอกสำคัญๆไว้ต้องไปตามลำดับเนื่องแก้ไขดีมีสติเป็นสำคัญเป็นเอกอย่างไร เอาสติไว้ก่อนอื่นไม่ให้ตื่นอยู่ตลอดเวลาให้ได้ให้รู้ตัวทั่วพร้อมอยู่ทั้งข้างนอกสัปปายะปฏิสังให้รู้พร้อมว่ากายเรานั้นตั้งตรงนั่งยังไม่ชัดไม่สายพยังสงบระงับจิตจะสังขาราสังฆังกายของเรานั้นสงบระงับอยู่ก็คือสงบด้วยวิธีเบื้องต้นง่ายๆนิ่งสงบเรียบร้อยไม่ทราบสาเหตุต้องรู้ตัวทั่วพร้อมส่วนที่สังเวชสังเวชที่เป็นการ ความรู้พร้อมรู้ตัวทั่วพร้อมรูปพร้อมเฉพาะกับส่วนนั้นส่วนนี้รู้ไปพร้อมขณะนี้เรารู้พร้อมทั้งองค์ประชุมสัปปายะกายต่างๆองค์ประชุมที่เรากำหนดอยู่เราไม่ต้องไปคำนึงไกลกว่านั้นเราแค่กายเรานั่งอยู่เอาแค่นอกๆนี่นั่งอยู่มีความรู้สึกตัวรู้ทั่วรู้พร้อมสำรวจมีสติที่จะต้องทำงานอยู่กับลมหายใจและก็สำรวจอยู่พยายามเอาแค่นั้นกลายเป็นนั่งนิ่งสบายไม่ต้องเกร็งแต่ตังค์ตรงนี้ดีให้นั่งอยู่ได้ในสัดส่วนที่ดีที่มันพอเหมาะพอดีไม่ต้องไปฝืนไม่ต้องไปเกร็งไม่ต้องไปทำอะไรกับมันมากนักแต่ให้มันอยู่ในสภาพที่ดีที่งาม แล้วเราก็จับจิตของเราให้อยู่ในสภาพเอกสารอะไรคือนิวรณ์ก็เรียนรู้ว่านิวรณ์อารมณ์นิวรณ์พึงเกิดจากพึงไม่ให้มีโดยวิธีไล่มันออกด้วยวิธีไม่ให้มันเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วยวิธีอยู่ที่จุดๆหนึ่งจุดเดียวที่ไม่ต้องไปเกี่ยวข้องก็คือลมหายใจเข้าออกอยู่มันเพ่งอยู่ที่ตรงนั้นน่ะไม่คิดอื่นไม่ฟุ้งซ่านไม่อะไรทั้งนั้นโดยเฉพาะไม่ดีไม่ดีหลับลงไปเอาให้มั
อ่านต่อ
่นเอาเพลงทำแค่นี้ทำแค่นี้ถ้าไม่ดีอย่าให้สติตกไปทีเดียวเป็นจุดแรกสติไม่ตกแม้จะได้ยินเสียงจะต้องมีอันอื่นที่ยังทำไม่ได้บ้างเอาอันนี้ให้เด็กก่อน สติให้ตื่นเต็มร้อยให้ได้ก่อนแล้วก็ดูกายสังขารแล้วก็พยายามอยู่ที่ลมหายใจเป็นหนึ่งเป็นหนึ่งเป็นหนึ่งเป็นหนึ่งไม่พึงคิดไม่พึงสร้างไม่พึงกังวลห่วงหาอาวรณ์ไม่สังขารไม่ปรุงเรื่องราวใดๆทั้งนั้นเอาแต่แค่ส่วนที่เป็นองค์ประชุมแค่สั้นๆน้อยๆแค่นี้เพลงแรงลงไปที่ลมหายใจแต่ว่าเพลงแรงก็ไม่ถูกเพลงหนึ่งเพลงดิ่งเพลงหนึ่งเพลงดิ่งลงไปที่ลมหายใจเข้าออกเท่านั้นรู้ว่าสั่นว่าอยากรู้ว่าเขาออกอะไรก็อยู่แค่นั้นน่ะมีการ มันอยู่แถวนั้นตอนนี้การงานอื่นวางหมดตัวระวังตายระวังตายให้ตั้งตรงนิ่งสงบดีสงบระงับดีไม่เช่นนั้นมันตกเป็นรีหลับไม่เช่นนั้นมันตกเป็นบุรีรัมย์พยายามทำแล้วก็มันจะเรียนรู้ไปในตัวมีตัวพิจารณาไปในตัวรู้อารมณ์ว่าเราเป็นหนึ่งอยู่กับลมหายใจเข้าออกเป็น 1 ได้เท่าไรเท่าไรเราก็จะรู้เองจิตใจแต่สิ่งที่มันเร็วพลาดรู้นี่มันเร็วแบ่งเขตเศรษฐกิจไม่รู้มันก็รู้ รู้รับทราบอารมณ์เวทนาว่ามันได้ดีขึ้นตัววินิจฉัยที่เราฝึกให้มันตรวจสอบมันก็จะตรวจสอบธรรมวิจัยสมโภชจงให้มันตรวจสอบอารมณ์มันก็จะตรวจสอบดูไปให้เป็นหนึ่งอยู่นั่นแหละแล้วมันก็จะรู้สึกเองอ่ะตัวที่จริงไม่ต้องตรวจสอบอะไรมากตัวเวทนาเจตสิกนี่มันจะตรวจสอบอารมณ์ของมันมันจะรู้สึกอารมณ์ของมันเองเป็นอารมณ์ที่เป็นอย่างไรแล้วก็มีตัวตรวจสอบอีกตัวนึงซ้อนว่าวอนเป็นยังไงในวอนมันเป็นอาการอย่างนั้นอย่างนี้กรรมมันนิวรณ์พยาบาลพุทธจักรพระพุทธเจ้านิวรณ์มันมีไหม แม้จะรู้ซึ่งตรงกันข้ามกับวิจิกิจฉายานยานที่ตรงข้ามกับวิกฤติอิจฉาหรือเพิ่มสัมมาทิฏฐิธรรมวิจัยสมโภชจงสัมมาทิฏฐิเพิ่มสมาธิที่ขึ้นเป็นเห็นวิปัสสนานั่นเองแปลว่าเห็นวิปัสสนาแปลว่าเห็นที่ติดก็คือความเห็นแต่มันเห็นมันเห็นอย่างเข้าใจเห็นอย่างเข้าใจมันเป็นตัวปัญญาที่ลึกซ้อนขึ้นไปเรื่อยๆเห็นแล้วมันก็เข้าใจส่วนวิปัสสนาแล้วมันเห็นของจริงตามความเป็นจริงเพราะฉะนั้นรวมแล้ววิปัสสนาก็ดีที่มันลึกซึ้งขึ้นไปเรื่อยๆก็ดีนะที่มันเข้าใจลึกซึ้งขึ้นไปรวมหมด เป็นญาณทัศนะวิเศษเป็นตัวปัญญาแท้เป็นอธิบดีปัญญาจะไปรู้ความจริงรู้โดยการรับทราบไม่ใช่รู้ตัวหนังสือไม่ใช่รู้พยัญชนะไม่ใช่รู้เหตุผลแต่รู้ความจริงแท้ๆของปรมัตถ์นิวรณ์เป็นยังไงมันก็จะเข้าใจชัดขึ้นมาอาการอารมณ์ของนิวรณ์เป็นอย่างไรมันออกไปแล้วหรือยังมันอยู่หรือไม่มันมีระบบแบบแบบมันอยู่แฝงอยู่ซ้อนพวกนี้มันจะละเอียดลออจิตของเราจนละเอียดจิตของเราจะอ่านเป็นเห็นความจริงมันจะได้ฝึกปรือไปในตัวเห็นความจริงแม้แต่อยู่นิ่งๆเนี่ยมันจะมีอารมณ์ไหมอารมณ์กามอารมณ์พยาบาลโดยเฉพาะนั่งนี่มีอารมณ์ที่มีพระ อารมณ์ง่วงอารมณ์ดีอารมณ์ฟุ้งซ่านฟุ้งซ่านเป็นยังไงอยู่กับอารมณ์เดียวเป็นอย่างไรอยู่กับเรื่องที่เราเข้าใจแล้วเราก็เจตนาเป็นมโนสัญเจตนาเราเจตนาที่จะใช้ให้จิตเป็นเช่นนั้นให้จิตเป็นเช่นนี้โน้มน้าวไปเช่นนั้นโน้มน้าวไปเช่นนี้ให้มีปรุงขนาดนั้นปรุงขนาดนี้โรงแรมปรุงเสร็จแล้วมีอัสสาทะหรือว่ามีรสอร่อยหรือว่ามีการปรุงที่ปรุงเป็นรกโลกสังขารอย่างรกโลกยังโลกียะมีหรือไม่เนี่ยมันจะตรวจสอบไปเรื่อยๆแล้วเขาก็จะรู้จะเห็นแจ้ง โดยญาณปัญญาเหล่านี้เป็นตัวที่ทำงานจริงมีสภาพจริงไม่ใช่คนนั่งอ่านหนังสือไม่ใช่ไปนั่งท่องตำราแต่มาทำในระยะนิ่งๆนี่แหละไม่ได้ไปปฏิบัติโดยสัมผัสแตะต้องอะไรต่ออะไรอยู่มันจะเนียนมันจะละเอียดลออมันจะเนียนเข้ามาด้วยธาตุรู้เศรษฐกิจที่ได้ฝึกที่จะเกิดญาณรู้ก็จะเนียนจะละเอียดละออขึ้นมาถึงของจริงที่มันลึกซึ้งขึ้นไปละเอียดขึ้นไปมันก็จะไปช่วยในศาสนาเราปฏิบัติมันลืมตาปฏิบัติเมื่อมีการมีงานสัมผัสแต่ต้องอะไรพวกนี้มันจะไปช่วยเมื่อเราเองมีสิ่งนี้ได้ฝึกฝนให้มันชำนาญให้มันรู้ยิ่งรู้ยิ่งเห็นจริง เข้าใจอารมณ์เข้าใจสภาพมากขึ้นมันก็จะเอาไปใช้ได้ตอนนี้เป็นกำลังของจิตที่เราจะเป็นอย่างนี้แล้วมันจะมีปัญญาหรือมีญาณเพิ่มเติมอย่างที่ว่านั้นด้วยมันจะเอาไปใช้ได้ด้วยแต่กำลังในการสะกดกำลังของสมถะก็จะสูงขึ้นด้วยกำลังของจิตที่จะไปสกัดไปกั้นไปสู้กับกิเลสไปเอาออกหรือว่าจะสะกดไว้อะไรก็ตามแต่ยิ่งยานเขาลึกขึ้นลึกขึ้นลึกขึ้นยานมันก็จะเป็นตัวสลายเป็นตัวที่แก้ปรับแก้สภาพที่เราเคยไปเป็นทาสกิเลสต่างๆนานาไปหลง ได้ปลื้มอยู่กับสภาพที่เราเองเราหลงโลกียะวัฏสงสารของโลกีย์มึงจะไปแก้กลับช่วยกันสนับสนุนกันด้วยแหละมันฝึกไปเนี่ยซับซ้อนซับซ้อนซับซ้อนไปเรื่อยๆมันจะมีอินทรีย์พระหรือมีกำลังมีอำนาจมีสติและก็ต้องมีตัวรู้พร้อมด้วยนะมีปฏิสังขรณ์อยู่ท่านบอกให้ศึกษาและฝึกสติมีการศึกษาในกรมหายใจเข้าลมหายใจออกลมหายใจยาวมีที่ ตรัสรู้ลมหายใจออกลมหายใจเข้ารู้ยาวรู้สั้นแล้วก็รู้กายสัปปายะรู้กายะสังขารและก็ทำให้กายสังขารมีอยู่ในสัดส่วนที่เราเห็นว่าอย่างนี้แหละคือระงับก็งับสงบดีอยู่กายองค์ประชุมนอกก็แค่ที่เรานั่งให้ดีกายก็คือกายสงบลงครับอยู่ไม่ทราบไม่สายไม่ดิ้นไม่ร่นอยู่กันอย่างเรียบร้อยอยู่กันอย่างเบาง่ายว่างอยู่กันยังไม่ทำทุกข์อะไรไม่เหนื่อยไม่หนัก อย่าลืมว่าสติเป็นตัวที่จะต้องรู้พร้อมตอนนี้สติเราจะใช้การรู้ทั่วในขั้นต้นมีสรรพคุณแม้แต่ลมหายใจเราก็เรียกว่ากายลมหายใจออกลมหายใจเข้านี่เราก็เรียกว่ากายยังไม่ทันได้ไปปรับอะไรกับด้านจิตใจเราจะปรับในจตุจักรที่ 3 1 7 จตุจักรที่ 2 นั้นเป็นตัวผลเป็นตัว รับรู้ที่จะรู้ปิติรู้สุขปิติก็เพราะเราดีขึ้นเราทำได้ดีขึ้นไม่มีนิวรณ์จริงๆแล้วก็ปัดซ้ำพยังสงบระงับจริงๆความสะดวกรองรับของภายนอกและความสงบระงับละเอียดลึกซึ้งของลมหายใจเราดูกายเราทำลมหายใจเราทำกายทำกายให้นั่งตั้งตรงดีไม่ให้สัตว์ไม่ให้ทรายทำลมหายใจของเราให้เห็นว่าลมหายใจของเราเข้าออกหรือยาวสั้นก็มีอำนาจอยู่กับลมหายใจมีแค่เนี้ยแล้วมันก็จะเห็นลมหายใจช้าละเอียดขึ้นหรือว่าเหมือนกับเราอยู่กับลมหายใจเท่านั้นเขารู้สึกของเรากับตัวเรานี่มันก็อยู่กับลมหายใจเท่านั้นเองไม่ได้อยู่กับอะไรอื่น มีเราเป็นจิตมีลมหายใจเป็นกายนิกายกับจิต 2 อย่างเหมือนอย่างนั้นเลยทำไปแล้วก็อย่าลืมให้มันมีปฏิสังขรณ์ด้วยแล้วก็ปรับให้สงบระงับปรับมาให้รู้ว่าอย่าอย่าเอียงอย่าซัดส่ายให้สงบดีมาใหม่กระตุกกระตุกไม่โอนไม่เอนไม่ชัดไม่สายไม่ได้นิ่งสงบดีแข็งแรงอยู่ยืนเบิ่งต้นต้นผลของมันคือปิติก็สุขผลของที่ว่าปิติสุขก็คือมันได้ดีขึ้นมาส่วนจะมีอุปกรณ์กิเลสแล้วก็มีปิติแรง เต้นดีใจกูใจอะไรนะแหมในฌานที่ 2 เราจะไปสงบระงับสงบแล้วก็ค่อยว่ากันอีกทีนึงมันได้ดีจริงๆแล้วมันฟูใจจริงๆก็ไม่ต้องกังวลมากหรอกเออมันฟูใจบ้างก็นานไปมันก็ชินเองแหละสงบลงรับลงได้เพื่อความภูมิใจมันลดลงมันก็ดีขึ้นไปอีกสู่ความสงบระงับสูงสุดทีนี้เราก็จะปรับดูว่าความยินดีนั่นแหละยินดีขนาดไหนจิตสำคัญต่างๆในขณะที่โปรโมทแต่ยังตอนนี้เราต้องทำแต่ตอนแรกนี่เราทำการไปทำจิตในชุดตะกรุดจตุคามที่ 3 ชั้นต้องการที่ 2 นั้นเป็นผลจะทำก็ตรงที่อุปกิเลสเท่านั้นเองและก็ไม่พยายามที่จะเป็น ไม่ติดไม่สุกทำจิตให้มันรู้ให้มันอยู่ในอารมณ์อยู่ในสภาพที่เราเองเราเห็นว่าพอเหมาะพอดีเบิกบานแจ่มใสอยู่มันปกครองให้ได้อย่างนั้นมันเที่ยงให้มันเที่ยงที่จริงเรารู้ความไม่เที่ยงแต่เรากำลังทำความเที่ยงทำความมั่นคงทำความตั้งมั่นอย่างหนึ่งมันทนกระแสซ้อนกันอยู่หลายๆอย่างเรากำลังทำความตั้งมั่นและความสามารถเพราะฉัน สติและสัมปชัญญะตรวจตราสติสัมปชัญญะตรวจตรามีปฏิสังข์ตลอดเวลาให้มันแข็งแรงให้มันตั้งมั่นให้ได้อยู่ในสภาพที่เราได้รู้ว่าควรจะเป็นเช่นนี้ตั้งใจให้มันเป็นเช่นนี้ระวังดูกายไอ้สัตว์ให้ตายสติกำลังสติที่ตรวจพร้อมพลาสติกสังเวชนีมากถ้าสติไม่เต็มร้อยตรวจตราไม่ได้ก็ตามออกมาข้างนอกมันก็ไม่เก่งเพราะฉะนั้นสติก็เต็มร้อยอย่าเพิ่งไปให้มันเข้าภวังค์ไม่ต้องไปงงไม่ต้อง อยากจะไปสู่ภวังค์อยากจะเข้าไปสู่ในภพเป็นหนึ่งประเภทแม้แต่เสียงอะไรมันได้ยินอยู่บ้างก็ไม่ต้องไปกังวลเราไม่ได้เอามันมาปรุงมันก็ผ่านหูไปเท่านั้นเองแม้มันจะไม่ตัดเสียงนั้นไม่อยู่ในภวังค์อยู่ในภพของเราก็ไม่ต้องกลัวอย่าไปตัดรับถ้าไปตัดรัดไม่ได้ยุ่งเพราะเดี๋ยวมันไม่แข็งแรงให้สติแข็งแรงเป็นตัวเอกเป็นตัวหลักสติสัมปชัญญะปะติสังเวชนีให้อะไรเป็นอยู่ในสภาพอะไรดีที่สุด อย่าไปสร้างภาพหรืออุปทานนะว่าตัวเองนั่งอยู่นิ่งเสร็จแล้วก็ไปตกภวังค์เข้าไปในภพพอตกภวังค์เข้าไปในภพอุปทานนั้นก็เลยเห็นเหมือนตัวเรานั่งนิ่งอยู่เป็นมโนอัตราเป็นภาพเหมือนเรานั่งนิ่งแต่ที่แท้เราหลับเสร็จแล้วเราก็ซัดส่ายข้างนอกนี่มันซัดส่ายแต่ตัวเราเหมือนกับเรากำลังดูไอ้นั่นไม่ใช่ปฏิสังขรณ์และก็เลยนึกว่าตัวเองนั่งนิ่งแต่ที่ไหนได้ข้างนอกเราซัดส่ายเอออันนี้ก็สำคัญระหว่างนะมันก็เราทำความรู้สึกแต่ไม่ใช่ความรู้สึกเราปั้น สะพานขึ้นเป็นเหมือนภาพแล้วนั่งนิ่งแต่แท้จริงนั้นเรานั่งไม่นิ่งเลยข้างนอกเราตกภวังค์เข้าไปแล้วเป็นหลับได้ก็มีพระอุปทานหรือไม่หลับก็ไปสร้างอุปทานเข้าไปข้างในแล้วก็เกิดสภาพที่เหมือนกับเรานั่งแล้วเราจะเหมือนเราว่าเราตรวจตัวเองแต่ไม่ใช่จิตของเราปั้นเองปั้นเป็นรูปร่างแล้วก็รู้สึกว่าเหมือนเรามีรูปนั้นมีอยู่ทรงอยู่นั่งเราจะต้องทำความรู้สึกตัวพร้อมเฉพาะให้มีความรู้สึกสัมผัสให้มีความรู้สึกว่าเออทำมันไม่แน่ใจกันอีกบ้างก็ได้ว่าแขนขาเราอยู่ยังไงเนื้อตัวเราอยู่ยังไงกายนอกเรานั่งอยู่ยังไงมันตรงมันดีมันซัดสายมันเอนเอียงมันอย่างโน้นอย่างนี้ ศาสตร์ของเราด้วยตัวของเราตัวกายของเราเนี่ยเราก็รู้สึกให้มันทั่วพร้อมที่สังเวทีอันนี้สำคัญเหมือนกันไม่ใช่ไปนั่งปั้นรูปว่าเรานั่งตรงว่าเราจะรู้สึกว่าเรานั่งตรงแล้วก็เลยกลายเป็นมโนอัตรารูปที่สำเร็จด้วยจิตเป็นอุปทานและก็นั่งตรงนึกว่าเรานั่งตรงอยู่ที่ไหนได้ข้างนอกนี่สายแล้วสายอีกก็ไม่รู้ตัวเพราะว่ามันตัดภวังค์มันตัดภพเข้าไปอยู่ข้างในอย่างนี้ไม่ได้อย่างนี้ผิดนะระวังดีๆรู้สึกตัวให้ดีจริงๆตัวความหมายของภาษาบาลีที่ว่าปฏิสังขรณ์ รู้พร้อมเฉพาะเนี่ยมันจะต้องรู้จริงๆนะฝึกต้องใช้การฝึกเป็นทาสรู้มันจะเกิดปัญญาเกิดญาณเกิดความเห็นจริงตามความเป็นจริงมันจะแววไวมันจะคล่องแคล่วมันจะชำนาญแล้วมันจะมีประสิทธิภาพสูงขึ้นเรื่อยๆเหมือนไม่ใช่มีภาษาในพระสูตรอยู่ในคำสอนเท่านั้นแต่ว่าเราต้องฝึกตัวมันฝึกให้เกิดใช้รู้ส่วนหนึ่งเราก็พยายามที่จะกระจัดสิ่งที่จะมารบกวนไม่สังขารไม่ปรุงไม่วุ่นในส่วนที่เรากระทำอยู่พร้อมกันนั้นเราก็ต้องเกิดญาณชานอยู่ที่ไหนยานอยู่ที่นั่นเพราะฉะนั้นในขณะใด นิวรณ์ออกก็ได้ด้วยถาดรู้พร้อมไปหมดมีทั้งสติเต็มมีทั้งสัมปชัญญะเต็มมีทั้งปัญญาเต็มเป็นวิปัสสนาญาณหรือเป็นญาณทัศนะเกิดจากการฝึกมีทั้งตัวปฏิสังขรณ์วินิจฉัยมีทั้งตัวรู้อะไรต่ออะไรหลายๆอย่างอยู่ในนั้นในยานความจริงตามความเป็นจริงถ้าไม่ฝึกทำไมไม่เกิดนะไม่ก็ไม่เกิดวิปัสสนาญาณไม่เกิดตัวรู้ที่จริงตัวที่จะทำให้จิตแข็งแรงกำลังของกิเลสที่นักวิทยาศาสตร์พอดีฟุ้งซ่านก็ดีโดยเฉพาะทีนะมีพระมันเป็นตัวปะติดปะ สัญญาที่ไม่ทันเป็นตัวปฏิปักษ์กับปัญญาหรือเป็นตัวปิดปากปฏิปักษ์กับวิปัสสนาคือตัวที่จะเห็นถ้ามันจะหลับแล้วมันก็ไม่เห็นถ้ามันเห็นมันต้องไม่หลับถ้ามันรู้มันก็จะต้องไม่ตื้อไม่หลับไม่มืดมันยิ่งสว่างยิ่งแจ่มใสรู้สึกว่าคนที่ยังซัดส่ายอยู่ก็ยังซัดส่ายอยู่นะระวังนะหลายคนรู้ตัวทั่วพร้อมไม่จริงนะมันไม่รู้มันก็ปล่อยไปมันก็จะชินเคย แก้ไม่ได้ง่ายๆต้องแก้ไปแต่ต้นเหมือนแกไปแต่ต้นรู้ทำตัวสภาพปฏิสังขาโยของเราในระยะที่นั่งอยู่ทั่วร่างกายขัดสมาธิหรือนั่งพับเพียบอะไรก็แล้วแต่ดูแค้นดูค้าดูเนื้อดูตัวดูหัวดูว่ามันอยู่ในสภาพอะไรตรวจความรู้สึกใช้ความรู้สึกรู้กับร่างกายตั้งแต่ผิวหนังทั่วรอบนอกจนกระทั่งถึงตัวเรานี่อยู่ในสภาพอย่างไรทำความรู้สึกจริงๆนะไม่ ปั่นอุปทานอย่างที่ว่าเหมือนกับเรานั่งตั้งตรงแล้วก็ทำเป็นปั้นนั่งตั้งตรงแล้วก็ไปอยู่ในภวังค์เกิดเป็นภาพนั่งตั้งตรงแล้วก็เลยเหมือนเราหน้าตั้งตรงที่แท้ในฝันไปอยู่อย่างนั้นน่ะแกไปนั่งหลับหรือเป็นสภาพยังไงก็แล้วแต่ฝันว่าเรานั่งตั้งตรงเห็นภาพเรานั่งตั้งตรงอยู่เหมือนกับเห็นภาพพระพุทธรูปอยู่ในภพแต่แท้จริงไม่ใช่เลยข้างนอกนี่เป็นอะไรก็ไม่รู้เอนเอียงซัดสายไปยังไงไม่ใช่ปฏิสังขรณ์รู้ทั่วไม่ใช่ความรู้พร้อมเฉพาะนะเพราะเราต้องฝึกให้เกิดองค์ประกอบของยานพวกนี้องค์ประกอบของปฏิปักษ์ปัญญาสติสัมปชัญญะปัญญาต้องฝึกความรู้รู้ความจริงตามความเป็นจริงพวกนี้ขึ้นไปจริงๆรู้แล้วก็ทำ ให้มันได้สภาพนั้นรู้ทั่วรู้อะไรจนกระทั่งถึงกายที่เอาลมหายใจลมหายใจเป็นกายก็สนิทนิ่งเนียนอยู่เหมือนกับเราอยู่กับลมหายใจถ้าเราทำกายและเราทำใจของเราไม่มีนิวรณ์ไม่มีนิวรณ์จึงเลยมันก็อยู่กับความรู้สึกแค่ลมหายใจมันก็จะรู้เองว่าเออของเราเนียนๆอยู่ตรงนี้นะไม่มีอะไรวอกแวกไม่มีอะไรมาผสมตัวตรวจสอบวินิจฉัยมันก็จะมีอยู่ในปัญญาอยู่เข้าในตัวยานของเราที่กำลังฝึกนี่แหละมันจะไม่รู้ทำได้แค่ไหนมันก็จะคอยรู้ไปตามจริงหรือญาณจะลึกแหลมยานเราจะเก่งขึ้นลึกซึ้งขึ้นก็จะเกิดจากการฝึกเรียนรู้นี่แหละมันจะถามเหมือนเด็กเด็กช่างถาม มันไม่ได้ถามออกมาเหมือนเด็กเป็นรูปประธรรมหรอกนี่อะไรนี่อะไรไว้ทำไมมียังไงมีประโยชน์อะไรเหมือนเด็กช่างสักแต่จิตวิญญาณด้วยธาตุรู้ของเราเนี่ยมันจะใคร่รู้ของมันเองอ่ะมันจะใคร่รู้ของมันเองเหมือนเด็กช่างถามเองต้องตรวจสอบอารมณ์ตรวจสภาพที่เราปฏิบัติเข้าไปให้สู่สภาพสงบระงับให้สภาพที่มันว่างจากนิวรณ์ให้มันเป็นหนึ่งเดียวเป็นอัตราอะไรอย่างนี้เป็นต้นนั่นแหละเป็นเป้าหมายที่เราเข้าใจแล้วเราก็พยายามสกัดทำดื้อๆง่ายๆไม่ได้ทำขจัดออกสลัดออกโดยที่เราเห็นไม่ได้มีวิปัสสนาอะไรมากนักหรอกเพราะอันนี้มันเล่นสมถะก็จัดมันดื้อๆวิปัสสนาก็รู้เหตุรู้ผลว่าเรามีทำไมอะไรต่ออะไรเดี๋ยวจะฟุ้งซ่านใหญ่แล้วจะปรุงใหญ่ เหตุผลนู่นนี่นั่นมีอะไรต่ออะไรมากมายนักไม่ต้องไปใช้มากกว่านี้การตั้งใจตัวสมถะนี่ไม่ต้องไปใช้พวกนั้นมากอะไรทำก็ไปจริงๆแล้วเราจะเกิดความชำนาญค่อยๆฝึกไปน่าจะรีบร้อนรีบรับไม่ได้แล้วจะทำลาบต้องเข้ามาตั้งต้นรู้ฐานะของตัวบางคนยังไม่ตายนอกก็ยังรักษาอยู่สติยังไม่ตั้งแข็งแรงจิตสังเวชที่ของเราก็ยังไม่ได้ใช้ให้มันชำนาญให้มันมีความสามารถอะไรไม่รู้ตัวไม่กระทั่งข้างนอกก็ยังทรัพย์สายอยู่แล้วก็จะไปรู้พร้อมเฉพาะในเรื่องของกายที่เป็นลมหายใจอีกก็อย่าเพิ่งรับเข้าไปนัดลมหายใจยาวก็ว่าไปก่อนอยู่เขาลมหายใจเข้าออกอย่าไปอ่านแล้วก็รู้ตัวข้างนอกกายนอกกายก่อนจนกว่ากายนอกกายได้ดีแล้ว นั่งตั้งตรงสงบดีแล้วก็ค่อยๆเลื่อนเข้าไปหากายที่หมายเอาลมหายใจเข้าลมหายใจออกแล้วก็ไม้อารมณ์หายใจเข้าออกแล้วค่อยเห็นสนิทเนียนและพร้อมกันนั้นเราก็จะต้องพยายามรู้ทั่วรู้พร้อมกับกายข้างนอกอยู่ตรวจสอบเข้าออกจนกระทั่งตั้งมั่นทำได้สงบระงับเป็นประจำพยางค์ได้ดีทั้งกายนอกกายในยังไม่สงบระงับนักเราก็ไม่มีปัญหาแล้วก็ค่อยเลื่อนฐานว่าอ้าวนอกดีแล้วก็เป็นเรื่องเข้าไปหาในภายนอกกายแล้วก็ค่อยไปหากายในกายกายกายกายกายนอกกายเขาก็ไปหากายในกายไปเป็นลำดับลำดับอย่างนั้นน่ะเราต้องพยายามไปฝึกเป็นขั้นตอนอย่าไปรีดผ้ารัดถ้าไม่เช่นนั้นไม่งามนะไม่งั้นมันไม่ได้สมบูรณ์ จุดหมายที่เราจะมุ่งไปนั้นอะไรจะให้ไปสู่อะไรในรัฐธรรมนูญตามทฤษฎีหลักการวิธีการและเราก็ทำจริงๆตั้งใจจริงๆมีสติสัมปชัญญะพร้อมทักษาเจโตหรือยังเจโตเราจะทำอย่างเจโตก็ได้ทำอย่างบรรดาได้ได้ทั้ง 2 อย่างแหละทำผสมไปเลยตั้งใจให้ดีขอให้เรานั่งตั้งตรงเอ่อมีความมุ่งหมายที่เราจะมี อันดีตั้งใจทำให้เต็มที่ที่นี่ของพุทธกให้มากหน่อยให้มีสติสัมปชัญญะแม้ตั้งใจสั่งตัวเองไว้ให้ลึกๆแล้วก็ตามคนดีแต่ว่าตัวสติตัวสัมปชัญญะปัญญาที่รู้พร้อมรู้ท่วมพัฒนาปะติสังขอน เคยมีการงานของมันการงานของความรู้ที่เราจะรู้แค่ไหนแค่ไหนรู้ทั่วพร้อมขนาดไหนรูปกายรู้การทรงไว้ซึ่งสภาพกายที่เราจะนั่งตั้งตรงอยู่ขณะนี้เราจะทำอะไรหมู่ไม้ไปประชุมพยังไปสู่สภาพที่สงบนงลักษณ์ระงับอะไรนะตายคืออะไรที่ระงับในจิตใจกายในจนกระทั่งในจิตใจในเวทนาเราจะให้อะไรรองรับจะทรงไว้เรียกว่าธรรมะเราจะทรงไว้ซึ่งอะไรปัญญาเป็นตัวจะต้องมีสติสัมปชัญญะปัญญารู้แจ้งชัดในความเป็นไปมีสติเต็ม แล้วก็ทำได้ตามที่เราตั้งใจตามที่เรามุ่งหมายอย่าลืมว่าสติเป็นเอดส์จะต้องตื่นร้อยคำว่าสติไปตื่นร้อยมีสติมีสัมปชัญญะรู้ทั่วรู้พร้อมรู้ทั่วแล้วยังมีประสิทธิภาพขึ้นไปเป็นปฏิสังยุตสุดตัวเข้าไปพร้อมให้ทั่วแล้วก็ยังจะต้องรู้พร้อมจุดมุ่งหมายรู้อยู่ในว่าเราจะจัดแจงอะไรอะไรเป็นจุดที่จะไม่ให้เกิดอะไรเป็นจุดที่จะให้ทรงไว้หรือให้เกิดอยู่ให้เป็นไปอยู่ขนาดไหนขนาดไหนไม่ว่าทางกายทางใจ มีสติแม้ว่าจะเข้าไปเป็นฌานเข้าไปในภวังค์มันก็จะเป็นสภาพที่รู้อยู่อย่างดีมีสติไม่ใช่หลับจำไม่รับรู้ทางหูทางจมูกทางลิ้นทางกายที่ยิ่งตั้งหูนี่ยังได้ยินอยู่ได้ได้ยินทางหูฟังเสียงนี่อยู่ได้เป็นชายมันก็ฟังเสียงได้ยินชัดด้วยจะได้ยินเหมือนจะได้ยินแต่เสียงอย่างเดียวเอออย่างอื่นก็ไม่รับรู้แม้แต่เสียงอื่นแทรกยังไม่รับรู้เลยก็ได้ถ้าตั้งใจตั้งอธิษฐานว่าอย่างนั้นก็ได้มารับแต่เสียงอาตมาอย่างเดียวเสียงอย่างอื่นไม่รับเลยอย่างนี้เป็นต้นก็ได้ ได้จริงๆไม่ใช่ว่ามันเป็นมันเป็นความสามารถของจิตไม่ใช่อุปทานและเป็นสามารถเป็นความสามารถของจิตที่เราจะให้จิตนี่มันรับอะไรไม่รับอะไรเป็นการกำหนดเป็นการมีอินทรีย์มีภาระมีอำนาจในตัวสภาพของจิตด้วยซ้ำแล้วก็ทำให้เป็นข้อสำคัญอย่าให้หลับอย่าให้รียังให้หลับทำให้มันเป็นเอกสารมันฟุ้งซ่านมากออกไปมันก็ไม่เป็นกำลังแน่มันไม่เป็นฌานมันเป็นอินทรีย์พละแน่ถ้ามันอยู่ในสภาพที่เป็นตุ๊กตาเป็นหนึ่งอยู่กับจุดหมายของเราแล้วก็ลมหายใจอยู่กับสิ่งที่แคบไม่วุ่นวายไม่มากเรื่อง แคบเข้าแคบเข้าแล้วก็ไม่ดีตกน้ำไม่เป็นที่นั่งมิทธะแม่ชีเป็น 99 ไม่เต็มร้อยก็ไม่เอาเอาให้ตื่นเต็มของเราให้ดีก็อย่าลืมระลึกรู้กายด้วยสัปปายะดูเรานั่งอยู่อย่างไรมันเอนมันเอียงมันซัดมันส่ายมันไม่สงบระงับมันไม่เรียบร้อยทำความรู้สึกแล้วก็เคยบอกแล้วว่าความรู้สึกไม่ใช่อุปทานทำความรู้ทั่วพร้อมเป็นปฏิสังข์สภาพเอาในใจของเราว่าเรานั่งตรงแล้วเราก็คิดภาพตรงเอาไว้เสร็จแล้วเราก็เลยมีแต่อุปทาน [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ส่วนที่สำคัญอยู่ต่อให้มีประสิทธิภาพของจิตอย่างนั้นอย่าให้มันอย่าให้มันเพี้ยนกันอย่าให้มันเป็นอุปทานตั้งภพตั้งรูปตั้งสภาวะที่เป็นรูปอะไรเอาไว้เฉยๆแล้วก็เลยความจริงไม่ไปเป็นความจริงอย่างนั้นไม่สอดคล้องกันอย่างนั้นไม่ถูกเอาให้ชัดเจนเดือน 1 ปีเอามันให้ได้ให้มารู้สิว่าเป็นชาญจริงๆมันเป็นยังไงหากเมื่อไม่หลับแล้วก็ไม่มีวอนโดยเฉพาะไม่มีตัวที พระแล้วมันก็อยู่ในภวังค์อยู่ในภพของภวังค์อยู่ในสภาพภวังค์มันจะเป็นสภาพยังไงชาญชาตินี้ก็ถือว่าต้องเข้าภวังค์และเป็นฉันก็ให้มันชัดเจนเลยมันอยู่ในความเป็นหนึ่งเอกัคคตารมณ์มันเป็นยังไงอารมณ์ที่มันเป็นฌานอารมณ์ที่มันไม่มีวุ่นวายและไม่มีนิวรณ์แล้วก็สบายๆมันก็เบาตัวแล้วก็ร่างกายก็ดีเป็นปัจจัยสำคัญแล้วก็กลายเป็นฌานนี้คนนั่งทางชาญเขานี่หลับตาชาญฤๅษีเราจะเห็นได้ว่าเขานั่งตรงแล้วก็เป็นสภาพที่เราเห็นข้างนอกเลยว่าไม่ใช่คนนั่งหลับเราเห็นด้วยคนข้างนอกเขาเห็นข้างนอกได้เลยว่าไม่ใช่คนนั่งหลับ สภาพข้างในนั้นก็เป็นชานของเขาจริงๆด้วยแล้วข้างนอกเขาไม่ได้นั่งเห็นคนข้างนอกดูก็เห็นมันไม่ใช่นั่งหลับแต่นั่งมีสภาพที่สภาพได้สภาพเลยสัดส่วนคนที่พอชินแล้วก็รู้จักกันดีเห็นชำนาญเนี่ยเห็นคนที่เขานั่งสมาธินั่งแล้วก็เป็นชาญและนั่งอยู่ก็นั่งรูปร่างทรงเสื้อผ้าหน้าตาสีสันหน้าตาอะไรเนี่ยมันไม่ใช่เป็นหน้าตาของคนหรอกแต่คนที่หน้าตานั่งแล้วก็หลับนั่นแหละจะดูหน้าตาพอออกทีเดียวไอ้นี่มันไม่ใช่ชาญหรอกนี่นั่งเข้าไปเนี่ยนั่งตัวตรงเหมือนกันนะแต่ไม่ใช่ชาญมันจะพอดูออกแล้วความจริงข้างในพบในภวังค์นั้นด้วยเราก็ต้อง ของเราต้องทำของเราให้ได้จริงๆเท่านั้นจริงๆแล้วมันก็จะสอดคล้องทั้งนอกในกายสังขาราธิษฐานก็เป็นสภาพที่ปฏิบัติประพฤติอบรมได้ฝึกฝนได้ภาพเพียงตั้งใจดูไม่ต้องไปคิดน้อยใจคิดว่าเราทำไม่ได้ทำไม่เป็นยากอย่างโน้นอย่างนี้ก็ยากก็ทำดูมันเป็นสิ่งที่เราจะต้องพยายามพากเพียรไปฝึกไปดูมันจะช้าช่างมันพากเพียรเอา หนังพยายามตั้งใจเอาแล้วก็เรียนรู้ไปอบรมฝึกฝนไปเรียนรู้ไปอบรมฝึกฝนไปไม่ต้องไปมีอุปสรรคไม่ต้องไปมีความกังวลความรำคาญอะไรเราธรรมดาทำด้วยความพากเพียรฝึกฝนไปเห็นว่าเป็นงานของเราอันนึงที่เราจะต้องฝึกฝนให้ได้ให้ดีก็เท่านั้นก็ทำไปได้ไม่ได้ก็ตั้งใจใหม่สั่งไข่ล้มต้มไข่กินปางไม้ล้มก็ต่างไม่ล้มก็ตั้งใหม่เอาให้ดีให้มีความรู้สึกทั่วเพราะไม่ดีมีสติให้ดีหรือเป็นตัวหลักแล้วก็ปรับไปให้มันดีกายสังขารจิตสังขารก็ปรับไปเรื่อยๆให้มันสุดๆถึงสภาพทรัพยากร ภาพที่เราจะให้มันเป็นสู่จุดหมายให้มันได้เป็นอภิปประมาททะยังเป็นสมาธิเป็นสมาธิเป็นสัมมาอะระหังแต่รีโมทที่ยังเราก็รู้ว่าเป็นอย่างนี้ก็อย่างนี้อย่างนี้ไม่หลงใหลได้ปลื้มอะไรก็ค่อยว่ากันให้มันได้ก่อนเถอะไอ้วางไม่ปล่อยอะไรมันลงได้เราไปติดไปยึดอะไรดูดดื่มเอามากๆอะไรจนกระทั่งเราหลงติดหลงยึดอะไรก็ให้มันรู้ทีหลังจะเรียนมาอย่างนี้แล้วมันไม่มีปัญหามาหรอกเรามีทฤษฎีมีหลักการอยู่แล้วเพื่อจะรู้ชัดสิ่งนั้นและก็เห็นสิ่งนั้นเกิดไม่ได้ชมนะคำว่าเก่งนะไม่ได้ชมหรอกทำคะแนนนั่งโยก ตอนนี้ก็ดูท่าทีก็ดูบางคนก็ดีขึ้นนะวันสองวันมาพยายามดูดีขึ้นอ้าวสัก 3 นาทีเอาอีก 3 นาทีเอาให้ 3 นาทีทองสุดท้ายลองดูเอาให้ดีเอามานั่งเกียวโตสมถะกันก่อนเดี๋ยวเราจะได้ว่ากันเรื่องอื่นๆใดๆก็ค่อยว่ากันต่อไปทำเจ๊โตสมถะกัน 20 30 นาทีเจ้าคู้บัลลังก์ตั้งใจดีๆ Store ภาษาสันติมีสติอยู่กับลมหายใจเข้าลมหายใจออกตั้งใจทำไม่เป็นเอาให้ดีทำฌานทำสมาธิในภวังค์อย่างที่เขาเรียนกันก็ฝึกกันเขารู้กันเขาเก่งกันแล้วเขาก็ถือว่าไอ้นี่เป็นหลักด้วยเป็นเรื่องสำคัญด้วยแล้วเราไม่รู้พูดกับเขาไม่ได้นี่มันไม่ได้มันต้องพูดให้เขาได้พูดได้อย่างที่เรียกว่าเป็นได้ด้วยได้ทดสอบแต่ผ่านมาสิ่งที่เรารู้จริงเห็นจริงเป็นจริงเราพูดกับเขามันไม่ได้ไม่มีใครกลัวอะไรหรอกเขาทำได้ขั้นไหนขาดบทอุทก บทอะไรเราก็ทำได้ทั้งนั้นน่ะอย่าลืมในการตั้งต้นสติเป็นเอดส์อย่าให้ตกอย่าให้หรี่อย่าให้ฟุ้งซ่านพยายามไม่มาอยู่เป็นหนึ่งไม่ให้รีนั่นน่ะไม่ให้เป็นที่ไม่ถ้าไม่ให้ฟุ้งซ่านออกไปให้มาเป็นเอกัคคตารมณ์ให้มาเป็นหนึ่งอยู่กับลมหายใจเข้าออกไม่ต้องไปใส่ใจกังวลเรื่องนั้นเรื่องนี้อะไรตัดหมดโลกทั้งโลกอยู่ในโลกอยู่ในโลกแห่งภวังค์ของเราเนี่ยแม้มันยังไม่เข้าสู่ภวังค์ก็ไม่ต้องกังวลเหมือนกันทำให้มันเป็น 1 เป็นสภาพที่ดีได้ระวังอย่าให้มันดีอย่าให้มันง่วงระวังกายสังขารดูกายของเราดูทั่วรอบดูเอาความสำนึก สอบดูปฏิสังข์กับกายเราว่านั่งให้ตรงโดยไม่ต้องเกร็งนั่งธรรมดานี่แหละให้มันตั้งตรงธรรมดาๆไม่ต้องไปเกร็งกล้ามเ
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive