330613-999-5_ฝึกอบรมเจโตสมถะ ตอน3(13-23-30มิย.33)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฝ004.txt

โฟลเดอร์2520-2533 เจโตสมถะ (108 ตอน) TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์90 KB
วันที่แก้ไข31 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

ต่อจากนี้ไปเป็นการฝึกอบรมเจโตรสมถะชุดที่ 3 โดยพ่อท่านโพธิรักษ์ตั้งแต่วันที่ 13 วันที่ 23 และวันที่ 30 มิถุนายน 2533 ณพุทธสถานสันติอโศกขอเชิญท่านติดตามรับฟังได้ณบัดนี้ครูบัลลังก์คู่บัลลังก์ตั้งกายตรงดำรงสติของหมั้นขอตั้งหลังตรง สติอย่าตกนะข้อสำคัญและก็อย่าลืมทีเดียวจังไรอย่างไรเราก็ต้องรู้ว่าปฏิบัติอานาปานนั้นคือปฏิบัติสติจึงเรียกว่าอานาปานสติเออเราจะปฏิบัติสติให้มีสติตลอดเวลาถึงจะเรียกว่าอานาปานสติถ้าไม่มีสติก็ไม่ใช่อานาปานสติหนักเข้ามันคือสติไม่มีมันมีแต่ลมหายใจเข้าออกคือคนยังไม่ตายแต่นอนหลับนะคนยังไม่ตายคุณจะไม่คนยังไม่ตายจะนอนหลับเหมือนคนตายคล้ายๆคนตายที่ว่ารู้ว่ายังไม่ตายก็เห็น มันมีลมหายใจเข้าออกเท่านั้นเองนอกนั้นไม่ค่อยรู้เรื่องถ้ายิ่งนอนหลับอย่างขี้เซาแล้วล่ะก็บางทีก็จับกลิ้งไปกลิ้งมายังนอนเฉยอยู่เลยเหมือนคนตายเลยแต่ว่าที่ไม่ตายเพราะมีลมอานาและอาปานาเฮ่ เพลงของเราสูงขึ้นล่ะเพราะว่าเราจะต้องหลับตาแต่ก่อนโน้นนี่หัดไม่หลับตากันมาบ้างใครก็ไม่หลับไม่ต้องหลับตาดูซิก็พอสู้ได้พอหลับตาลงแล้วมันชักไม่ค่อยง่ายแล้วพอหลับตามันก็จะหลับเข้าพบไปง่ายๆตอนนี้ก็ลองฝึกเข้าพบนี่แหละอยู่ในภวังค์หลับตาเอาให้มีสติแข็งแรงให้ดีๆนะอยู่ที่ลมหายใจเข้าลมหายใจออกสั้นยาวแล้วก็มีสติอยู่อารมณ์เป็นหนึ่งอาจจะเปิดทวารหูไว้ฟังเท่านั้นก็ไม่เป็นไรแล้วก็กำหนดด้วยว่าเราไม่ฟังอื่นนะเราจะฟังอย่างหนึ่งอย่างเดียวฟังด้วยเสียงอาตมาเท่านั้นเราก็ย่อมกำหนดได้เออ รถเป็นอานาปานสติกำหนดเป็นฌานเนี่ยกำหนดเป็นสมาธิจิตที่มันเก่งมันรับอย่างนี้มันถึงจะมีพลังรับได้ยังเก่งจริงๆแล้วก็จะใช้เป็นโทรจิตยังได้เลยถ้าบอกว่าเราทำได้เก่งๆรับแต่สิ่งนั้นสิ่งนี้อย่างเดียวเพ่งไปอย่างเดียวเมื่อจิตมันรวมได้เป็นสมาธิดีๆเนี่ยสามารถมีพลังถึงขนาดเล่น

อ่านต่อ

ธุรกิจไปรู้ข้างนอกจิตออกไปหนึ่งเดียวคล้ายๆมีพลังถ้ามันเป็นชาญจริงๆนะเป็นสมาธิพลังที่ทำสมาธิแบบนี้ทางฤาษีเขาเล่นกันมามากที่ไม่ใช่ทาง ของพูดทีเดียวหรอกแต่ว่ามันเป็นได้อย่าให้หลับอย่าให้มีที่นั่งมีตาอย่าให้มีวัฏจักรกุกกุจจะเวลาเรานั่งทำสมาธินี้เราต้องระวัง 2 ฐานนี้แหละที่นั้นมีพระพุทธเจ้านี่สำคัญแต่เวลาลืมตาระวังตาระวังพยาบาทนั่นมากเพราะมันมีสิ่งที่ชั่วหูตาจมูกลิ้นกายพวกกามจะเข้าทางตาหูจมูกลิ้นกายมันมากมันไม่มีการกระทบสัมผัสมันก็มีโกรธมีแค้นมีเครื่องมีไม่ชอบใจมีพยาบาลอะไรพวกนั้นตอนนี้มันไม่มีอะไรหรอกจะมายั่วตายั่วใจจะมายั่วตามันจะมายั่วให้เกิดราคะโทสะอะไรตอนนี้ มันจะหลับมันจะฟุ้งซ่านเอาให้ดีๆตังค์จริงๆเลยมันไม่ได้ก็รีบตั้งขึ้นใหม่มีสติให้ได้ต้องรู้ว่าเราปฏิบัติสติมันก็ต้องมีวิธีที่จะนั่งอยู่เฉยๆเนี่ยยกไม้ยกมือทำนู่นทำนี่อะไรเพื่อให้ตื่นวิธีที่จะให้มีสติมันไม่ง่ายนะในฐานะที่ตื่นลืมตายกไม้ยกมือแน่นอนสติมันก็ย่อมจะต้องถูกดึงขึ้นมามากมันไม่หลับง่ายๆก็จริงมันตื่นแต่ทีนี้มันทนกระแสเราจะหลับนี่แหละแต่เราจะตื่นไม่หลับเราจะหลับคือหลับตาแล้วจะอยู่ในภวังค์ตัดข้างนอกด้วยซ้ำไปเราไม่ดีวุ่นวายกับภาคการกระทบสัมผัสข้างนอก ปลูกลิ้นกายใจอะไรในจมูกลิ้นกายหูตาอะไรต่างๆนานาเราก็พยายามที่จะไม่รับมีไปเกี่ยวข้องมันก็เลยยิ่งกลายเป็นเหมือนจะหลับจริงๆเป็นทิศทางที่จะให้มันไปต่อให้ไปทางนั้นอย่างแน่ๆแต่เราจะต้องตื่นถึงเรียกว่าตื่นในหลับตื่นได้พบตื่นมีสติให้มันเต็มจริงๆตั้งใจเต็มที่ดูซิเอาให้ยาวนานไปดูระวังตัวเองนะของใครของมันมันจะดีจะรับอะไรเอามังกรอยากให้มันหลับอย่าให้มันดีตื่นขึ้นมาให้ได้แม้มันจะไม่เข้าภวังค์ก็ช่างมันขอให้มันมีสติตื่นแข็งแรงไว้ก่อนก็แล้วกัน ขยับตัวยังไงจะต่อให้มันตื่นยังไงจะทำยังไงที่มันจะต้องหยาบก่อนก็เอาขยับขยับตัวมันจะขยี้ตัวสู่ลมหายใจแรงๆหรือว่าทำอย่างนู้นอย่างนี้จะไหวตัวอะไรก็ไหวโดยเจตนาไม่ใช่ไม่ไหวโดยไม่เจตนานั่งให้มันนิ่งนี้ดูกายสังขารข้างนอกให้มันนิ่งแต่ถึงแม้ว่ามันจะต้องขยับเขยื้อนไม่นิ่งเพื่อที่จะปรับแก้ทีนะมีธาตุของเราเราก็ต้องทำนะเราทำด้วยเจตนาไม่เป็นไรทำไปจนกว่าจะนิ่งไม่ใช่ปล่อยให้มันโยกเยกเองให้มันไว้ให้มันคลอนให้มันสั่นให้มันพวกนี้ไปงอกมาเองไม่ใช่แต่เราจะขยับตัวเพื่อที่จะให้มันตื่นก็เป็นเรื่องเจตนาของเราเราจะให้มันไปรู้ในสภาพ ตรังเก็บเอาไว้อย่างที่เคยเล่าจะนอนอยู่แท้ๆแล้วก็ตั้งสติของเราดีๆแล้วก็ให้จิตมันออกไปรับรู้น้องชายที่เคยเล่าให้ฟังมาเมื่อไหร่จะเป็นรู้งี้มันยังได้เลยให้มันได้จริงๆมันมีสมรรถภาพที่จะไปรู้ได้ว่าโอ้มาแล้ววันนั้นมื้อนี้มีสัญญาณของเขามาอะไรอะไรที่เรารู้กันแล้วว่าอันนี้เป็นลักษณะของน้องชายมันจะมามันจะรู้ได้อย่างนี้เป็นต้นเพราะจิตนี่ถ้าเราทำดีๆแล้วมันก็จะมีพลังความปฏิสังขรณ์รู้ได้พร้อมกับส่วนนั้นส่วนนี้ที่เราเจตนาให้จิตมัน หนึ่งไปให้มันมีความสามารถไปเพราะว่าเราจะกำหนดรู้อะไรฝึกไม่ต้องไปไม่ต้องไปเหนื่อยหน่ายไม่ต้องไปท้อแท้อะไรเราเป็นนักเรียนแน่ๆต้องสอบผ่านให้ได้สอบไม่ผ่านมันก็ไม่ได้อะไรมันต้องสอบให้ผ่านจริงๆสอบแน่ๆเรียนแน่ๆมันไม่มันเข้ามาเรียนแล้วนี่ต้องทำลองดูดีๆให้มันได้มันจะเป็นอุปการะอย่างไรจะได้รู้ข้อสำคัญอย่าไปท้อถอยอย่าไปเหนื่อยหน่ายอย่าไปให้มันจิตมันตกอย่าให้มันจิตมันมันไปในทางที่เป็นอกุศลหรือไม่ในทาง ไม่เป็นกำลังไม่เป็นอินทรีย์ไม่เป็นภาระต้องให้จิตเป็นจิตที่มีพลังถ้าทำใจในใจมนสิการหรือทำใจในใจไปในจิตที่มันไม่เอาแล้วไม่อยากได้แล้วไม่เป็นแล้วไม่มีกำลังของวิริยะมันไม่เป็นกำลังของวิริยะแล้วมันจะไปเป็นวิริยะที่มีกำลังความเพียรได้ยังไงนอกจากไม่มีกำลังความเพียรแล้วถ้าเราไม่ฝึกเข้าไปจริงๆก็ไม่กำลังความไม่เป็นกำลังวิริยะสัมพุทธอย่างไรที่มันจะเป็นวิริยะสังคมได้มันก็จะต้องเป็นองค์ประกอบที่ได้อันนั้นมาแล้วใช้อันนั้นอย่างมีสภาพใช้อย่างมีสภาพมีสภาพจะเป็นสมโภช สภาพที่จะเป็นองค์ในการตรัสรู้ความเพียรในการที่จะเนกขัมในการที่จะออกจากกามในการที่จะออกจากโลกโลกียะต่างๆเนี่ยมันถึงจะเข้าลักษณะได้ทำงานเป็นพระพุทธรูปนั่งเรียนเขาเอาพระพุทธรูปไปปั้นนั่งเรียงไว้เต็มระเบียงเราจะเอาพระจริงๆนี่ไปนั่งเรียงเวลามีงานแล้วก็ให้พระนั่งสมาธิเลยนั่งเรียบมาเป็นทางที่จัดไว้ให้ดีเพราะคนเข้ามาก็เพราะเราก็ไม่กระดิกเลยจนกระทั่งจัด ได้ให้สัญญาณลืมตาได้แล้วให้สัญญาณถึงเวลาลืมตาขึ้นมาพลับกระดุกกระดิกได้โอ้พระเห็นพระเลยโอ้สงบเงียบเรียบร้อยอย่างนี้เชียวกระดูกก็จะขึ้นมาพูดได้ทำกิจทำการทำงานทำอะไรต่ออะไรที่จะเป็นงานต่อไปได้ทำไมต่อไปนะเขาไม่ได้ปั่นรูปที่เป็นพระพุทธรูปแบบที่เขาหล่อทองเหลืองเป็นไอเดียที่ติดอย่างนั้นนะเขาจะปั่นแบบเป็น really ติดคนขี้ผึ้งใช่ไหมสมัยต่อไปในอนาคตนะจะปั้นเป็นหุ่นขี้ เลยปั่นไม่กระดิกเลยเป็นเหมือนจริงเลยพอเราไม่ต้องปั่นแล้วเอาของจริงนั่งให้เหมือนหุ่นขี้ผึ้งผสมมะนาวนี้ปล่อยมากไปมันมีอะไรใดๆก็แน่ใจและมั่นใจแล้วเวลาแล้วมีถึงเวลาก็มีกินถึงเวลาก็มีใช้ถึงจะไปจะมาเดี๋ยวเขาก็ช่วยอะไรอย่างนี้เป็นต้นมันหมดความระวังมันฝึกนอนมันปล่อยมันปล่อยไปในเชิงหนึ่งซึ่งมันไม่ขนขวายนั่นเองตัวบนมันหายไปแต่ถ้ามันสอดคล้องแล้วบุญมัน จะสอดคล้องอยู่แม่จะสูงขึ้นมาก็มีเอาปัจจัยอนามัยแม้จะอยู่ได้แล้วก็ไม่นิ่งดูดายก็ยังไม่ยาวว่าจะไหมมันถึงจะเลื่อนฐานบุญมันถึงจะเลื่อนฐานขึ้นไปเรื่อยๆมันถึงจะเป็นปาหมายถึงสูงก็ทานมาใหม่ในฐานต้นมันถึงจะสลัดออกสลากออกได้อีกนะทานอนามัยก็คือทานทำไมเป็นความเป็นภาษาง่ายๆรวมๆกว้างๆในฐานนึงก็ตื่นจะลึกขึ้นไปก็เป็นปฏิการทำไมจะถึงรอบปณิธานทำไมเอาปัจจัยอนามัยก็ ทำไมเนี่ยจะต้องสูงขึ้นถึงจะถึงรอบปาฏิหาริย์อนามัยปัตตานุโมทนามัยถึงจะได้ไปเป็นพระแท้ๆคือจะไปเป็นผู้แทนเป็นผู้แสดงธรรมเทศนาใหม่ได้ในอนาคตถ้ายังไม่ได้ก็ยังจะต้องฟังเทศน์อยู่ต่อไปแม้เป็นพระก็ยังจะต้องธรรมะสอนทำไมอยู่ไปอีกโรงเรียนเป็นนักเรียนอยู่อีกกว่าจะไปเป็นพระที่เทศน์ได้เป็นผู้แสดงธรรมเป็นธรรมเทศนาใหม่ไมค์ตัวทุกตัวในทิศทางภายในหมายความว่าอันเราเป็นอันเป็นเราอันเราเป็นมายังไม่ได้อันเราเนี่ยมายังภันเตอันเป็นเราอันเราเป็นเรา อ๋อก็คือเราไม่ยังนี่เป็นตัวเราเป็นพหูพจน์กับอหังอ่ะให้ดีขึ้นให้มันมีการพัฒนาในตัวมันเองถ้ามันมีสติดีๆมันจะเกิดรู้เองในจิตในใจสติดีแข็งแรงตัวนี้มันจะรู้แล้วก็ฝึกมันให้เป็นเวทีน่าฝึกมันแล้วเราพร้อมกันนั้นเราก็ทำให้มันสงบระงับด้วยปัดซ้ำพยางค์กายจะสังขาราด้วยเสร็จแล้วเราก็ค่อยเลื่อนไหลเข้าไปข้างในเป็นสัตว์ทรัพยากรจะไป พยางค์จิตตสังขารเป็นอุปกิเลสขั้นตอนแรกนี่เรามันจะเกิดได้ทำได้เป็นดีเป็นสภาพปิติเป็นสภาพสุขมันจะเกิดปิติเกิดสุขนี่มันจะได้ของมันขึ้นมาจากการทำการทำใจที่เอาลมหายใจเข้าออกด้วยวิธีสมรรถนะนี่แหละจิตเราอยู่กับวิตลมหายใจเข้าออกโดยวิธีสมรรถนะและเป็นวิธีแล้วเป็นวิธีที่มันจะเป็นเอกัคคตาฝึกไปมันจะเป็นเอกสารเพราะมันเป็นเอกสารนั่นแหละคือมันดีมันเป็นปิติมันได้ดีถ้าผู้ใดรู้สึกอ่านได้เข้าใจได้ทำได้แข็งแรงขึ้นมาเรียกว่าเป็นสมาธินี่คือตั้งมั่นแข็งแรงขึ้นมาได้เรื่อยๆเรื่อยๆเรื่อยๆอย่างฤาษีเนี่ยเขาไม่ได้เป็นเขาไม่ได้ทำจิตให้เป็นอภิปประมาทอย่าง เขาบอกว่าปิดประมูลจักรยานกับปิตินี้มันจะต่างกันปิติมันจะฟูใจเป็นสภาพกิเลสร่าเริงชราอย่างนั้นมันไม่ใช่ว่ามันปล่อยให้มันร่าเริงแต่เรากำหนดมันอภิปประมาททะยังอภินิแปลว่ายิ่งเราทำมันด้วยเจตนาเราทำด้วยปัญญาก็ทำด้วยความประสงค์ให้มันเป็นประมุขเป็นความยินดีเบิกบานร่าเริงประมาทเป็นความอิ่มใจว่าเป็นความเบิกบานใจเป็นความสดชื่นตื่นสดชื่นแล้วก็พอใจยินดีอยู่ในขณะนั้นโมทนาโมทนาในอนุโมทนาเนี่ยไม่ได้หมายความว่าเหมือน โมทนาในตามรู้ความยินดีอันนี้เรากำหนดความยินดีนั้นให้ได้ขนาดเหมือนกันนะเป็นความยินดีว่าเรากำหนดความยินดีในเขตเศรษฐกิจของเราในจิตของเราเนี่ยเรากำหนดให้มันอยู่ขนาดนี้ให้ตั้งมั่นแข็งแรงเป็นสมมาตรเพราะฉะนั้นเป็นคำว่าตั้งมั่นจึงเป็นความตั้งมั่นที่ไม่ใช่ตั้งมั่นในระดับหยาบแต่เป็นการตั้งมาในระดับปรับปรุงจิตแต่งจิตทำจิตในจิตหลายขั้นตอนและสมาชิกตั้งมั่นตามภาษาง่ายๆว่าสมาธิทำให้เป็นอย่างนั้นน่ะก็เห็นให้มันเป็นอภิปประมาทอย่างไงที่ว่าให้มันสดอยู่อย่างนั้นเบิกบาน งานไหนตังค์มันให้ไม่มีอุปกิเลสให้มันระเริงขึ้นไปมากปิติเป็นความระเริงไม่ระเริงขึ้นไปมากไปมายอะไรนักหนาแม้สุขก็ให้รู้สึกเป็นสุขที่เรากำลังกระทำอย่างออกจากการเป็นหูสุขหรือจะเรียกเนกคำว่าสิตะโสมนัสชั่วคราวก็ได้เป็นการออกจากกามขณะนี้เราก็ทำออกจากกามในช่วงระยะที่เรากำลังนั่งทำในชั่วระยะนี้เป็นหลักธรรมหรือเป็นมิตรคำชนะเรียกว่ามีคำพะนะวิทย์คำคณะนิกมีคำว่าวิมุตหรือมีคำคณะนิพพานเป็นนิพพานในช่วงที่เราทำในตอนนี้แหละกฎของไว้หรือทำอะไรเอาไว้เนี่ยแล้วบอกวิธีทำพันหน้านิพพาน จะทำจริงๆอย่างนี้อ่ะเอาละพอสมควรนะ 30 นาทีเราใช้เวลา 30 นาทีเศษๆ 35 นาที 30 วินาทีวันนี้ทำไปน่ะเอาไปได้เรื่อยๆอีกหน่อยต่อไปทำได้อย่างนี้ถึงแม้ยังไงมีกระปุกกระปุกลมๆลุกๆๆเล็กๆน้อยๆทำไปถึงชั่วโมง 2 ชั่วโมงหนักเข้า 8 ชั่วโมงมันก็ยังล้มลุกนิดๆหน่อยๆก็ยังเป็นไปได้นี่แสดงถึงความเป็นไปได้ที่เก่งนะแต่เราคงจะยังไม่มีเวลานั่งถึง 8 ชั่วโมงหรอกต่อไปในอนาคตถ้านั่งได้มีเวลานั่งถึง 8 ชั่วโมงคุณทำเป็นชามได้คุณนั่งกลางคืนเป็นไงงานมันกลางวันก็ทำ กลางคืนเป็นคนนั่งนั่งสมาธิที่เป็นชานี่มันหลับมันได้พักจริงๆยิ่งกว่าหลับเพราะฉะนั้นเราจะทำได้แต่ต้องฝึกจริงๆไม่ฝึกไม่ได้ยังอาตมายังทำไม่ได้เลยทำให้ฝึกจึงจะได้เพราะฉะนั้นจะได้สดชื่นแบบนั้นต้องฝึกต้องตั้งใจแล้วก็ฝึกตั้งตนแล้วค่อยทำไปถึงจะทำได้มันไม่ง่ายเพราะถ้าเราฝึกกลางวันเนี่ยฝึกอย่างนี้ไปเรื่อยๆอีกหน่อยต่อไปเราเก่งเราจะชำนาญแล้วก็ทำต่อช่วงกลางคืนได้แต่อย่ารีบร้อนน่ะพอได้ฟังนี่ก็เลยเอาล่ะว่าเราต้องนำหน้าเพื่อนไปเลยในสถิติไปกลายเป็นนั่งหลับเก่งมาให้อาตมาแก้อาตมาแก้ยากนะคนนั่งหลับเก่งอาตมาแก้มาเป็นฌานนี่ยาก ยากจริงๆคนนั่งหลับเก่งเพราะคนนั่งเองก็ไม่รู้แล้วคนที่สอนเนี่ยก็ไม่ได้รู้ได้ง่ายๆนะเค้านั่งหลับหรือเขาเป็นฉันมันอยู่ในใจของเขาแต่ทรงนอกมากดีมากมากดีมากจะหลับนั่งหลับอารมณ์หลับก็อารมณ์ฉันไม่เหมือนกันไม่เหมือนกันอารมณ์หลับก็ต้องใช้อย่างน้อยที่สุดก็คือทานนั้นต้องมีปัญญาต้องมีสติสัมปชัญญะปัญญาส่วนหลักนั้นไม่มีสติสัมปชัญญะปัญญาแต่มีฝันฝันไม่ใช่สติสัมปชัญญะปัญญานะสติสัมปชัญญะปัญญาในกำหนด มันรู้มันมีสภาพที่เรารู้ตัวแล้วก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไรมันต่างกันมันเป็นคนตื่นส่วนที่ตัวหลักนั่งหลับมันไม่ใช่คนตื่นคุณจะรู้ว่าไม่ควรตื่นมันไม่มีสติสัมปชัญญะปัญญาไม่มีตัวกำหนดควบคุมมันจะต่างกันเพราะฉะนั้นเราเรียนรู้ให้ชัดพอเรานั่งหลับอารมณ์หลับหรือครึ่งหลับครึ่งตื่นหรือตื่นเต้นมันมีนี่บอกไปแค่ 3 ขยะง่ายๆอารมณ์ของความหลับเต็มเลยหลับจริงๆอย่างนึงครึ่งหลับครึ่งตื่นตัวอย่างหนึ่งมันก็ไม่หลับทีเดียวแล้วมันครึ่งหลับครึ่งตื่นไม่ใช่แนวรับสัญญาณมาสัญญาณนะ ขึ้นขั้นแค่ชาติยังไม่เป็นเลยบอกว่าสัญญานะสัญญายังไม่ได้นะตรงนี้ให้มันนั่งตีกินนะเครื่องหลับเพิ่งตื่นเนี่ยไม่ใช่แม่ว่าสัญญาหน้าสัญญาเพราะจะต้องให้ตื่นให้ได้ใสเป็นสติสัมปชัญญะมีเต็มขอย้ายมนตรีให้มันแจ่มใสตื่นรับรู้อยู่แล้วเราจะ สิทธิ์ของเราไม่คิดอะไรมากไม่บอกแบบอะไรเลยรู้ลมหายใจเข้าออกอยู่เป็นหนึ่งนิ่งสงบสบายอยู่แค่นี้ก็แค่เราไม่มีอะไรไปไกลไปคิดถึงเรื่องเงินเรื่องมีอะไรอยู่ง่ายๆแคบๆตอนนี้เราพักเราระงับจิตจิตเราไม่เต้นไม่ดีอะไรจิตเราสมถะจิตเราสงบจิตเราอยู่แค่ลมหายใจเข้าออกนี่แหละให้มันทำงานแค่นี้ให้มันรับรู้แค่นี้แค่ลมหายใจเข้าออกข่าวสารเข้ายาวออกสั้นออกยาวอยู่แค่นี้แหละซ้ำๆซากๆแค่นี้แล้วก็เบิกบานแจ่มใสได้ไม่เซ็งไม่เบื่อแม่แค่อยู่กับลมหายใจเข้าออกนี่ก็ไม่เซ็งไม่เบื่อเห็นอานิสงส์ของความสงบ ไม่มีสังสารวัฏวุ่นวายในโลกอยู่แค่สมถะแค่นี้จิตอยู่รับรู้ตื่นแค่นี้เบิกบานได้ไม่ต้องมามีเพลงล่อไม่ต้องมามีอาหารอร่อยล่อไม่ต้องมามีลาภยศล่ออะไรทั้งนั้นแหละอยู่แค่นี้ก็แล้วก็ตื่นเบิกบานสดชื่นมีชีวิตชีวาอยู่ได้ลองทำดีๆนั่นน่ะไอ้ที่อธิบายให้ฟังนี่สำคัญนะฟังดีๆและทำความเข้าใจให้ดีว่าเราทำให้จิตของเรานี่มันเป็นตัวตื่นเป็นตัวพุทธแต่ตัวสงบคือไม่มีเรื่องวุ่นไม่มีอะไรสังเคราะห์ไม่มีอะไรสังขารมากมายเลยไม่มีรูปหรอกกินเสียงสัมผัสอะไรไม่มีลาภยศสรรเสริญไม่มีบทบาทอุปทานอะไรที่จะมาตื่นเต้นสนุกสนานรื่นเริง อร่อยอยู่เรียบๆง่ายๆซ้ำๆซากๆถึงเราเคยเบื่อเคยเซ็งอย่าไปเบื่อไปเซ็งทำไมล่ะในเมื่อไม่เมื่อยไม่เน็ตไม่หนาไม่หนักไม่เหนื่อยอะไรอยู่ก็แค่นี้จิตก็คือธาตุรู้ก็รู้จะลมหายใจเข้าลมหายใจออกสั้นๆยาวๆอยู่ซ้ำๆอยู่แค่นี้ก็สดชื่นเบิกบานเห็นว่ามันสงบนะมันไม่มีเรื่องมากนะมันง่ายๆนะและสงบๆเรื่องเงินน้อยๆง่ายๆไม่พูดอะไรเนี่ยมันไม่สบายยังไงมันของสบายนะเห็นได้ชัดว่ามันสบายหน้ารื่นรมย์หน้าเบิกบานนี้เป็นสมถะแท้ๆเลยนี่สงบแท้ๆเลยนี่น้อยๆไม่ยุ่งไม่ยากอะไรที่อธิบายนี่เพื่อ อยากเห็นอารมณ์ให้เห็นความเข้าใจด้วยปัญญาว่าเราควรจะเข้าใจยังไงแล้วก็ไปทำดูจริงๆเห็นจริงๆแล้วทำไม่ได้ด้วยว่าจิตมันไม่ซัดสายมันสงบมันไม่ดีมันไม่หลับไม่ฟุ้งซ่านไม่มีกามไม่มีพยาบาลอยู่แค่นี้ก็เบิกบานตื่นสดชื่นอยู่ได้ลองดูดีๆใจโตสมรรถะเขาเอากันแค่นี้แหละให้ตื่นให้เต็มให้ดีมากที่สุดเราจะเล่นไปถึงอรูปฌานจะดับไม่มีอะไรเลยแล้วก็ค่อยว่ากันทีหลังตอนแรกนี้เราเอาให้มันเป็นรูปเป็นรูปเป็นเรื่องเป็นอะไรไปอยู่แล้วก็มีความสงบจริงเรามีสติเต็ม มีให้จริงซะก่อนระวังสายนอกด้วยปฏิสังขรณ์รูปพร้อมมาสงบระงับความหมายเอาแค่ใดสงบระงับเราก็เอาควบคุมแค่กายเรานั่งให้มันเรียบร้อยให้มันนิ่งให้มันตรงแค่นี้แหละให้ตายสังขารธรรมดากายนายเข้าไปอีกเป็นลมหายใจเข้าออกก็เอาแค่มันวิ่งออกวิ่งเข้าสั่นๆยาวๆแค่นี้แหละให้เคลื่อนไหวอยู่แค่นี้แหละไม่มีมากเรื่องที่เรื่องมากเรื่องมากอะไรเนี่ยกายสังขารเราก็อยู่แค่นี้ไม่มีเรื่องทุกข์ไม่มีเรื่องวุ่นอะไรรู้เอากลับกริยาของมันมีแค่นี้เอากลับสุริยากายให้มันนั่งนิ่งล่ะแต่ลมหายใจเข้าออกก็ให้มันเข้าออกแค่นั้นแหละอาจจะให้ลมมัน แรงมันเบาอะไรก็อยู่นิ่งๆสงบของเราตามควรก็ล้มแผ่วเบาอะไรเข้าไปเบาไปตามธรรมดาไม่ต้องไปเร่งรัดให้มันเบาเงียบให้มันดีจนกระทั่งไม่มีลมหายใจไม่ต้องถึงขนาดนั้นใครมีลมหายใจมันละเอียดไปธรรมดาธรรมดาแค่นั้นแหละเข้าออกเข้าออกอยู่แล้วไม่หายใจไม่ได้หรอกก็สัญญาไว้ขนาดนี้นิกายสังขารแค่นี้ส่วนจิตสังขารเราก็ให้มันเป็นหนึ่งให้มันไม่มีมีวอนนั่นแหละมันหมายถึงความสงบจิตสังขารไม่มีนิวรณ์เอาให้จริงให้สงบอยู่เป็นหนึ่งเดียวไม่คิดไม่นึกเรื่องราวอะไรไม่ปรุงไม่แต่งอะไรมากมายอยู่รู้แค่มันเข้าออกสัญญาแล้วก็ดูอารมณ์แจ่มใสเบิกบานสงบมันสงบมันไม่มีเรื่องราวอะไรเนี่ย อ่านของจริงให้มีของจริงให้เห็นเออแค่นี้เราก็เบิกบานนะโลกนี้มันไปวุ่นมากมายนี่สงบก็จะมีแง่นั่นแหละสมถะก็จะมีแง่ไม่ยุ่งไม่เกี่ยวกับโรคอะไรจะชัดอย่างนั้นแหละซึ่งเราจะต้องมีอำนาจทางจิตแล้วฝึกหัดเจโตฝึกหัดอำนาจทางจิตให้จิตเรามีกำลังให้จิตเรานี่เชื่องอยู่ในอาณัติของเราว่าให้มันรับรู้แค่นี้ให้มันใช้แค่นี้ก็ใช้ได้จะรับรู้มากกว่านี้ก็ได้อย่างนี้เป็นต้นแสดงว่าเราฟุ้งซ่านด้วยถ้าจะไปคิดเรื่องเงินโดยมีมากมายให้มันมาอยู่แค่นี้เออมันก็อยู่แล้วมันก็ชอบที่จะหลบลงไปในภพลี้ลับจนกระทั่งสติตกต่ำกว่าร้อยเราก็ไม่เอาเอาอย่างคนตึงๆเอาอย่างคนเต็มๆคนมีสติรู้ว่าก็แค่นี้รับรู้เรื่องแค่นี้เราจะ รู้ชัดรู้แจ้งรู้เต็มเนี่ยสมถะเราจะเอาอย่างนี้แค่นี้เราก็จะฝึกเก่งกับจิตของเราเองสามารถจับจิตของเราเองที่จะควบคุมให้มันเป็นไปได้อย่างนี้อย่างนี้มันอยู่ในอำนาจของเราพอสมควรทีเดียวเก่งมีอำนาจมีพลังสามารถให้หยุดสามารถไม่ให้ตกไม่ให้หรือไม่ให้ฟุ้งไม่ให้กระจายได้ฝึกให้ชำนาญให้เหมือนทหารแข็งแรงเป็นสมาธิสั้นให้มันแข็งแรงจริงๆให้ได้ให้มันใหม่มันสดมันเต็มอยู่อย่างนี้เรามุ่งหมายแค่นี้กำหนดแค่นี้ฝึกปรือให้ได้หมายอะไร ส่วนใหม่อะไรมากมายนักแล้วก็ไม่ให้ดีให้น้อยเกินกว่านี้อ้าวได้ครึ่งเวลาทำติดต่ออีกครึ่งเวลาอีกสัก 10 กว่านาทีรอดูโอ้เก่งเหมือนกันอีกสัก 10 กว่านาทีมีเรื่องอื่นเข้ามาปนอยู่เรื่อยสายทีนะมีทักก็จะดึงขึ้นมามีสติเต็มไม่ค่อยได้มันจะดีลงไปหรี่ลงไปหาหลับด้วยนั่นแหละเป็นเต่าตัวต่อสู้ถ้าเราต่อสู้ได้มันจะเป็นฌานมันจะเป็นช้างแล้วอยู่ในภพนั้นน่ะทำให้ละเอียดทำให้ประณีตทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆเรื่อยๆเสมอๆซักซ้อมเพื่อฝึกใจของเราและก็ฝึกรู้อารมณ์ที่แท้ชัดว่าเราจะกำหนดให้มันมาก น้อยและจิตจะมีกำลังดีแก่ตัวมีกำลังที่จะสามารถเราจะหยุดจะคิดจะให้มันอยู่ในภพนั้นพบนี้เพราะว่าเราต้องอาศัยภพอยู่อาศัยนะแม้ถึงแม้ว่าเราจะพยายามล้างภพชาติทุกอย่างแหละแต่เราก็ต้องรู้ว่าเรามีรูปนามขันธ์ 5 เรายังอาศัยเรายังสร้างสรรค์เรายังทำงานไม่ใช่เพื่อเราไม่ใช่ตัวเราเราทำเราก็ปล่อยอยู่เพื่อผู้อื่นแต่ว่าเราก็ต้องทำต้องกินต้องใช้ต้องเป็นไปด้วยดีต้องสร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้แก่สังคมในโลกมนุษย์ก็เท่านั้นเอง ครูบัลลังก์ตั้งชายตรงไหนครูบัลลังก์ตั้งกายตรงดำรงสติอย่าลืมว่าอานาปานสติในคือมีสติสติตกไม่ได้สติลดไม่ได้สติจะต้องเต็มสติคือเต็มสระนี้คือจะต้องเต็มร้อยสติจะต้องเต็มร้อยจริงๆอย่าให้มีอย่าให้รถนี่เป็นสำคัญเราจะต้องทำไม่ได้ตราบที่เรายังมีอานาปาน ตอบที่เรายังมีลมหายใจเข้าลมหายใจออกเราจะต้องพยายามมีสติเสมอในความลึกซึ้งของอานาปาอานาปานสติเนี่ยถ้าจะเอาความกันอย่างลึกแล้วคำว่าสติไม่มีตลอดตลอดกาลนานแม้กระทั่งนอนหลับตราบที่เรายังมีลมหายใจเข้าออกอยู่ยังไม่หยุดลมหายใจเข้าออกคือยังมีชีวิตนั่นเองที่เรายังมีชีวิตอยู่ยังไม่ตายไปเสียจากโลกนี้สตินี้จะเป็นตัวที่เราจะต้องฝึกให้รู้ตัวทั่วพร้อมแม้แต่เราจะเข้าไปอยู่ในภวังค์อยู่ในภพของภวังค์เราก็จะต้องมีสติมีความระลึกรู้นี่ให้ดีปรับให้มันเก่ง แม่ที่สุดนอนหลับก็นอนหลับอย่างตถาคตไสยาสน์ตถาคตใส่ยากในสูงสุดการนอนหลับนั่นมันมีตั้งหลายอย่างมีเดรัจฉานใช้ยากเปรตใช้ยากกามภูมิขี่ยากอะไรอีกจ๊ะ Siri หาไสยาสน์แล้วก็ตัดขาคดไสยาสน์สถาบันคือนอนอย่างผู้ตื่นหลับอยากพูดถึงแม้จะนอนหลับก็ตื่นอยู่มีสติรู้ตัวทั่วพร้อมรู้จักขยับเนื้อขยับตัวจะคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้อะไรไม่ได้คิดไปตามอำเภอใจของกิเลส เป็นผู้กำหนดได้รับรู้ได้อย่างเป็นผู้ตื่นรู้สึกตัวแต่ก็พักทวารภัควันพรรคส่วนที่มันรับรู้ภายนอกเข้าไปวุ่นวายกับภายในพักได้หรือแม้แต่จะเปิดทวารไม่ใช่พักแต่นอนหลับเนี่ยแล้วก็เปิดทวารอาตมาไม่รู้นะเรื่องเปิดทวารตาไม่ค่อยเก่งแต่เปิดทวารหูหรือเปิดทวารซึ่งเป็นทวารจะเรียกว่าทวารใจก็ได้พิเศษน่ะให้มันไปรับรู้อยู่ข้างนอกข้างนอกสัมผัสรู้เป็นสัญญาเป็นนิมิตที่รู้ อะไรคืออะไรข้างนอกไปเนี่ยแต่ไม่ถึงกับเป็นรูปเหมือนตาเห็นแล้วจะรู้ได้หรือเสียงนี่เคยนอนหลับนี่แหละเราทวารข้างนอกนี่เราปิดหมดทุกทวารแต่เสียงนี่เราเปิดได้รับยิงไกลเลยนะได้ยินเสียงแต่เราหลับยังไงเราก็รู้ว่าเราหลับคือเราตัดทวารเราไม่ได้มายุ่งเกี่ยวกับข้างนอกเลยจริงๆอยู่ในภพได้ยินเสียงชัดใครจะพูดใกล้พูดไกลพูดอะไรอยู่เนี่ยได้ยินเสียงเหมือนคนอื่นไม่ได้ยินเสียงเสียงอันพึงจะได้ยินเพิ่งจะได้รับรู้ได้รับรู้เหมือนคนอื่นธรรมดาธรรมดาเนี่ยสำหรับทวารเสียงอันนี้ตัวเองเคยได้เคยเป็นน่ะทำได้แต่ตานี่อย่างที่ว่านอนหลับแล้วตาก็หลับแต่เหมือนกับเราลืมตาเห็นอะไรทุกอย่าง ไม่เคยทำไม่เคยทำได้ไม่เคยเป็นนะเพราะแม้แต่เราจะหลับมีสติจะพักทวารแล้วเราก็เปิดทวารรับหรือจะปิดหมดเลยไม่รับทุกข์ทวารอยู่แต่ในภพในภวังค์ตาหูจมูกลิ้นกายไม่รู้เรื่องอะไรอยู่แต่ทวารใจแต่ใจก็ใจอยู่อย่างพูดตื่นแต่ไม่ใช่พูดหลับไหลแต่เป็นผู้ตื่นผู้รู้อยู่กำหนดรู้เรื่องราวนั้นๆนี่ๆหรือว่าจะคิดเรื่องนั้นจะเป็นเรื่องนี้เหมือนคนตื่นมีสติสัมปชัญญะธรรมดาเหมือนเราตื่นเนี่ยได้อย่างถึงเรียกว่าเป็นผู้ที่มีสติอานาปานสติอ่าที่ยังไม่ตายยังไม่สิ้นชีวิตยังมีลมหายใจเข้าออกนี่คือผู้ที่จะต้องควบคุมสติแล้วก็ฝึกสติจนกระทั่ง ติดดีดังกล่าวแล้วเป็นผู้ที่มีอำนาจเหนือโลกุตระเนี่ยมีอำนาจทางจิตเนื้อในการมีสติที่จะใช้สติได้สูงอย่างนี้เป็นต้นคือการฝึกเจโตสมานนี้ก็มีนัยยะเดียวกันฝึกเพื่อที่เราจะสร้างสติให้แข็งแรงเป็นสตรีมฟรีแข็งแรงแข็งแรงจริงๆเมื่อสติมีแข็งแรงนะอะไรๆก็จะนำพามาอย่างสูงเพราะว่าสติเป็นตัวหลักในการปฏิบัติธรรมปฏิบัติทรงปฏิบัติโพธิปักขิยธรรมซึ่งเป็นตัวหลักปฏิบัติทางเอกในการปฏิบัติธรรมเพราะต้องฝึกสติ ดีๆเนี่ยตรวจสติเป็นสติเราจะใช้เป็นสมโภชน์ชงเมื่อเวลาฝึกแล้วเรารู้ว่าสติสัมโพชฌงค์เป็นอย่างไรหรือว่าสติที่พิจารณากายพิจารณาเวทนาพิจารณาจิตพิจารณาธรรมเราจะรู้กายนี่มันรวมทั้งวัตถุธรรมนามกายในกายกายกายกายกายนอกกายมันพิจารณาธรรมสิ่งแวดล้อมทั้งหมดเลยที่จะเกี่ยวสัมพันธ์เราตั้งแต่สัมพันธ์แล้วก็เรารับรู้ได้ในระยะใกล้ไปจนระยะที่เราต่อเนื่องไปหาห่างๆเป็นองค์ประกอบการประชุมกายเนี่ยแล้วมันจะมาสังเคราะห์กันยังไงเกี่ยวข้องกันยังไงสัมพันธ์กันยังไงมีการปรุงแต่งกันยังไงพิจารณาก็ให้รู้ แล้วก็เกิดความรู้สึกได้ว่าเวทนามันไม่รู้สึกรู้สึกทุกข์รู้สึกสุขหรือว่ารู้สึกมีกิเลสหรือไม่มีกิเลสความรู้สึกนั้นมันมีกิเลสเข้าไปปรุงร่วมหรือไม่ในความรู้สึกในเวทนาวันศุกร์เป็นสุขโลกียะเพราะว่ามีกิเลสเข้ามาร่วมปรุงมีอุปทานมีตัณหาเข้ามาร่วมปรุงก็เลยเป็นความสุขอย่างโลกียะเพื่อเป็นสุขมันมีทุกข์เพราะมันไม่สมใจเพราะมันไม่สมแค้นไม่สมอยากให้เป็นทุกข์เราก็รู้ว่าความรู้สึกนั้นมันทุกข์เวทนานั้นมันทุกข์มันสุขเพราะมีกิเลสหรือว่ามันสุขเพราะว่าไม่มีกินแหลกมันสุขสงบมันเป็นบุญกุศลศพสุขเพราะมันไม่มีกิเลสเข้าไปปรุงแม้เราจะปรุงเราก็ปรุง เจตนารมณ์เพื่อผู้อื่นไม่ใช่เป็นเราเป็นของเราอะไรต่างๆเราก็จะชัดเจนในรายละเอียดของอารมณ์หรืออาการของเวทนาและมีความรู้สึกที่รับอยู่ในปัจจุบันนี้ทุกทีทุกทีหรือจะบุพเพนิวาสานุสติญาณไปในการใช้เวลาในเรื่องราวเมื่อนั้นมื้อนี้ที่เราได้เกิดสัมผัสแตะต้องมาเกิดอารมณ์อย่างโน้นอย่างนี้อะไรก็ตามใจเถอะเราก็สามารถอ่านความรู้สึกที่เราเคยจำได้ว่าไม่มีความรู้สึกอย่างนั้นอย่างนี้แล้วเราก็วิเคราะห์วิจัยพิจารณาเวทนาเหล่านั้นวิจัยสำเร็จว่ามันมีอารมณ์อะไรเข้าไปตรงร่วมมีกิเลสมีตัณหาอุปทานหรือว่าปราศจากกิเลสปราศจากตัณหาอุปทาน พิจารณาเวทนานี้ได้จริงๆรู้เวทนาถึง 108 อย่างที่เราได้เรียนมาแล้วจะเป็นเวทนา 3 ขยายออกเป็นเวทนา 5 เป็นเวทนา 6 เป็นเวทนา 36 เป็นชนะเวทนา 108 โดยมีองค์ประกอบที่จนกระทั่งถึงเคหะ 10 ปรับปรุงแล้วก็รู้ดีเป็นโสมนัสและรู้ว่าดีจะเรียกโสมนัสก็ได้จะเรียกว่าฉันทะก็ได้มันยินดีนะโสมนัสก็ด

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน