351029-999-5_ฝึกอบรมเจโตสมถะ ตอน5(29-30ต.ค.35)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฝ004.txt

โฟลเดอร์2520-2533 เจโตสมถะ (108 ตอน) TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์98 KB
วันที่แก้ไข31 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

ต่อจากนี้ไปเป็นการฝึกอบรมเจโตรสมถะชุดที่ 5 โดยพ่อท่านโพธิรักษ์เมื่อวันที่ 29 30 ตุลาคม 2535 ณพุทธสถานสันติอโศกขอเชิญท่านติดตามรับฟังได้ณบัดนี้เปโตรสมถะนี่เราก็ได้พูดกันในบรรยายการเดินแนะกันมาเยอะนะเอา อานาปานสติสูตรปราการและก็ขยายความกันเลยเราก็ได้ทำมันก็ลองพยายามทบทวนระลึกที่ใดรับทราบมาได้ยินมาที่จำได้นะลูกลมหายใจเข้าลมหายใจออกทำด้วยวิธีการสมถะโดยตรงเลยนะไม่ต้องให้มันวุ่นวายในเรื่องการคิดนึกในการปรุงในการวิจัยวิจารณ์อะไรที่มันเป็นการเป็นวิจัยวิจารณ์บัญญัติเราตัดมันอยากตัดสมมุติพยายามอ่านสภาวะดูลมหายใจก็ดูดูอาการของจิตนั้นเรียกว่าสภา พระราชบัญญัติสภาวะของจิตอารมณ์ของจิตเราเป็นยังไงไม่มีอาการกรามเป็นยังไงพยาบาทเป็นยังไงทีนี้ถ้าเป็นยังไงวัฏจักรกุกุจะเป็นยังไงอาการคนนั้นไม่ออกแล้วเราก็พยายามปรับมันจริงๆเลยปรับให้มันหายโดยวิธีสมถะวิธีสมถะก็คือขจัดมันออกปรับจิตจริงๆให้มันหยุดน่าจะเป็นทางการก็รู้ว่าอารมณ์กามันเป็นอย่างนี้อารมณ์ไม่ใช่กามมันเป็นยังไงกลับมาหาอาการให้มันเป็นอารมณ์ที่ไม่มีกามพยาบาทมันเป็นไงรู้อาการแล้วก็พยายามปรับมาให้ไม่มีพยาบาททีนั้นมีพระเป็นยังไงเราก็พยายามปรับให้มันอย่าให้มันเป็นชี้นะมีพระนะให้เป็นสติตื่นมันฟุ้งซ่านเป็นยังไงก็รวบรวมสติเข้ามาให้เป็นเอกัคคตารมณ์ให้มาเป็น 1 ให้มารวมอยู่ ที่เรารู้แจ้งรู้จริงอยู่ที่แวดวงแคบๆอยู่ที่แวดวงแคบๆคือในภวังค์อยู่ในภพของเรานี่แหละให้มันปราศจากนิวรณ์การเป็นเจโตสมถะก็คือปราศจากนิวรณ์หรือใครจะหัดฝึกไปในทางเชิงไม่สัญญาระงับสัญญาณเป็นสภาพอสัญญีไปเลยก็ได้ถ้าสามารถจะฝึกก็เอาให้เพื่อเรียนรู้ให้ชัดเจนว่าฉันดีคือไม่นึกไม่คิดนิดนึงไม่มีอะไรรู้สึกอะไรเลยอยากจะทำอย่างนั้นก็ได้นะไม่มีนิวรณ์แล้วเราก็จะทำให้มันเป็นอสัญญีลงไปก็ได้หรือไม่เป็นอสัญญ

อ่านต่อ

ีเราพยายามที่จะให้มันเป็นสภาพอากาศสาธารณะก็รู้ว่าโปร่งสว่างอยู่ในเวลาเราไม่มีนิวรณ์จริงๆแล้วมันจะได้อย่างนั้นแหละ วอนจนกระทั่งนิ่งสนิทจริงแล้วมันก็ขึ้นถึงขนาดเอารูปผู้ชายแล้วมันก็จะว่างโล่งโปร่งเข้าไปเรียกว่าเราสกัดพบแคบเข้าแคบเข้าจนกระทั่งตัดทวารทั้ง 5 ทั้งนอกตาหูจมูกลิ้นกายไม่รู้เรื่องไปอยู่ในภวังค์จริงๆเมื่ออยู่ในภวังค์จริงๆแล้วมันก็จะสว่างถ้ามันเป็นฌานที่มันเป็นอาสาจะสว่างมันไม่นึกไม่คิดไม่อะไรถ้าตัดทวารออกไปพับตัดทวารทั้ง 5 ข้างนอกแล้วและสามารถที่จะเป็นทานที่ไม่มีวอนไม่มีการปรุงนึกคิดอะไรๆจริงๆสัญญาไม่กำหนดอะไรมากมายนักก็เป็นแต่เพียงสำรวจอยู่ในจุดหนึ่งไม่ปรุงไม่สังขารอะไรแล้วมันก็จะเป็น สัญญาที่กำหนดว่างโล่งสว่างอยู่เท่านั้นแต่ในรูปเป็นชานะเราสามารถนึกคิดได้ไม่มีนิวรณ์เรารู้อาการของการพยาบาทที่นั่นมีทั้งหมดจะไม่มีไม่ได้สงสัยเห็นชัดเจนแล้วว่าเออนี้ไม่มีนะไม่มีนิวรณ์โดยเฉพาะไม่มีนิวรณ์ทั้ง 5 หรือนิวรณ์ทั้ง 4 และเราก็เห็นว่าอาการที่ไม่มีนิวรณ์ทั้ง 4 เนี่ยอย่างชัดเจนไม่สงสัยไม่คลางแคลงไม่สับสนไม่เบลอชัดเจนเลยนั่นแหละเป็นอาการของรูปประชานแล้วไม่มีนิวรณ์ทั้ง 4 ทั้ง 5 นั่นเป็นรูปประจำแล้วเราจะนึกคิดอะไรก็ได้จะนมความนึกคิดไปอย่างโน้นอย่างนี้อะไรก็ได้ว่าเราจะบุพเพสันนิวาส อานุสราจะดูความเกิดความดับในบุพเพนั้นตอนนี้เราจะต้องใช้การดูความเกิดความดับในบุพเพสันนิวาสไปถึงสิ่งที่ผ่านมาในอดีตเมื่อกี้นี้หมดชั่วโมงที่แล้วเมื่อวันที่แล้วเมื่อวานนี้เรามีการไปสัมผัสเกี่ยวข้องอันนั้นเกิดอาการกิเลสแล้วก็ระลึกไปแล้วเราก็ทบทวนการเกิดการดับในอดีตที่ผ่านมานั้นเรียกว่าจุดประตูป่าทะยานในบุพเพนิวาสานุสติญาณ อดีตที่ผ่านมาแล้วก็เออเราได้ทำนะเราได้ปฏิบัตินะรู้ความดับรู้ความจางคลายรู้การปฏิบัติรู้มากรู้ผลอะไรต่างๆนานาพวกนี้เป็นการตรวจสอบอย่างละเอียดละออเป็นการทบทวนที่ดีเราก็สามารถที่จะเข้าใจอะไรเพิ่มเติมนั่นเป็นรูปบัญชาการและรูปผู้ชายสามารถที่จะปรุงจะแต่งจะโน้มจิตนึกคิดไม่บุพเพนิวาสานุสติญาณเราก็จะนึกคิดจะปรุงความคิดจะทบทวนความรู้หรือว่าจะคิดในเรื่องที่เป็นการรังสรรค์อะไรต่ออะไรที่เกี่ยวกับการปฏิบัติธรรมก็ได้นะจะรู้สึกว่าเป็นเพราะว่ามันเป็นเนี่ยเค้ารู้ว่าเป็นวิปัสสนาญาณเขาบอกว่าเป็นวิปัสสนาญาณคือนึกคิดแล้วมันเป็นบัญญัติมันเป็นความมันเป็นตรรกศาสตร์มันก็ คิดอะไรต่ออะไรไปผกผันความรู้ความจำอะไรต่ออะไรที่เป็นธรรมะทบทวนธรรมะยังได้เลยในขณะรุ่งประชานั้นไม่ได้เป็นอากาสานัญจายตนะมีการนึกคิดมีการสังขารแต่ปราศจากนิวรณ์แต่ปราศจากนิวรณ์ไม่มีการไม่มีพยาบาลไม่มีที่นั่งมีธาตุไม่มีวุฒิจากอุปสรรคอยู่ในเรื่องในราวที่เรากำหนดได้และเรียกว่ารูปบัญชามีเรื่องราวมีบทบาทมีประโยชน์ถ้าจะพักจริงๆแล้วพรรคที่อัดรูปฌานนั้นถ้าจะพักเป็นฌานที่จะพักมากแต่รูปอาจารย์ก็พักได้ก็ไม่หนักไม่หนาแต่พักผ่อนได้เบาบางพอสมควรแต่ถ้าเป็นอรูปฌานเลยได้พักผ่อนจริงหมายความว่าไม่สังขารไม่ปรุงไม่นึกไม่คิดไม่อะไรเลยหยุดมันจะเป็นหยุดแล้วอยู่ในภวังค์อย่าง สว่างมันก็จะสว่างลงไม่ปรุงเรื่องอะไรเลยมีแต่สว่างกับการรู้ถ้ารู้ตัวว่าเราอยู่ในนั้นก็เป็นวิญญาณนินจาจะชนะไม่รู้ตัวแล้วอยู่ในวิญญาณในใจฉันก็ยังรู้สึกว่าเรารู้เราเห็นเรามีมีตัวเรามีอะไรต่ออะไรกันเลยต้องรีลงที่นี่ดับความรู้เลยดับสัญญาดับธาตุรู้หรือว่าไม่ให้ทารกปฏิบัติตัวเค้าเรียกว่าอสัญญีสัตว์แต่เขาเรียกว่ากินจรรยาจะชนะถ้าจะทำอย่างนี้ก็ทำหัดทำอย่างนั้นก็ได้หัดทำไปเดี๋ยวมันก็จะกลับมาอีกเขาเรียกว่าสัญญานะสัญญาที่เคยอธิบายแล้วมันก็จะสะกดได้ประมาณนึงแต่เดี๋ยวมันก็กลับมาแล้วเราก็สะกดต่อมันก็จะรำลึกว่าจะว่ารู้ก็ไม่ใช่จะว่าไม่รู้ก็ไม่ใช่แต่ว่ามีตัวก็ไม่ใช่ว่าไม่มีตัวก็ไม่ใช่ก็มีตัวเราเป็นแนวรับสัญญาณรับสัญญาณ มันจะวนเวียนอยู่ที่อากิญจัญญายตนะกับเนวสัญญานั้นนี่เป็นรูปบัญชาอ๋อนี่เป็นอรูปฌานอ่ะตอนนี้ลองนั่งดูอาตมาไม่บรรยายอะไรแล้วเอโตสมถกรรมฐานหรือในทางที่เราจะทำให้เกิดสนิมเนียนกันในการเพ่งในการเพ่งไม่ว่าจะเพ่งในเรื่องของสำรวจอินทรีย์เพ่งในการโภชนาการหรือเพ่งในเรื่อง ของชาคริยานุโยคคะต่างๆพวกนี้เนี่ยเรารู้สึกว่าเราจะหย่อนๆกันอยู่นะเพ่งหมายความว่าไงเรารู้สึกว่าเราเองเราไม่ค่อยเอาถ่านปล่อยปละละเลยไม่ค่อยเพ่งไม่ค่อยจะสำเหนียกสังวรไม่ค่อยจะเอาใจใส่ไม่ค่อยจะรู้สึกว่าเราจะต้องเน้นจุดนี้ปล่อยปละละเลยกันไปมากแต่ก่อนนี้นี่เราเองเราพยายามที่จะแม้แต่จะบทกายวาจาใจเราก็พยายามสังวรสำรวมพูดบ้างหรือว่าเราหัดงดพูดบ้างในเรื่องก็ว่าจะสังวรวาจาเดี๋ยวนี้วาจา ระนองไปเยอะวาจาปล่อยไปตามอารมณ์วาจาพูดกันโดยไม่ค่อยจะได้สังวรได้ฝึกได้ปรือจะหัดหยุดมั่งหัดระงับบ้างหัดประมาณอะไรบ้างก็รู้สึกว่าน้อยลงเรารู้สึกว่าเราเป็นอย่างนั้นกันจริงๆกายก็ตามแสดงกิริยากายแต่ก่อนนี้ถึงขั้นจะเดินจะยืนจะไปจะมาเราเก็บไม้เก็บมือเราสุขุมเราสงบเราระงับได้เรามีกำลังกำลังที่เราหัดเพ่งเพื่อที่จะสำรวมและโดยเฉพาะตาหูจมูกลิ้นกายใจอินทรีย์ทั้ง 6 ทวารทั้ง 6 แล้วก็เพ่งมีสติจดจ่อร่วมมีสติที่จะเข้าไปกำกับเข้าไปพยายามตรวจสอบตามเดี๋ยวนี้รู้สึกว่าปล่อยไปปล่อยไประเริงไปอะไรมากขึ้นอยู่นะมันขอให้พวกเราอย่าทิ้งทิ้งไม่ได้หรอกกับวันนั้นก็ทำ 3 เป็นเรื่องที่จะต้องเป็นการกินอยู่หลับนอนเอาให้หมดแล้วก็ไม่พอใช้ในการยุบตาชาคริยานุโยคเรื่องการกินการอยู่ในเรื่องที่เราจะอาศัยเครื่องใช้ไม้สอยอะไรก็แล้วแต่สันโดษมักน้อยอะไรลงรู้สึกว่าแม้แต่การกินระบบกินหลายมื้อขึ้นกินจุกกินจิบปล่อยใจระเริงไปการกินการอยู่การใช้สอยเครื่อง ใช้ไม้สอยอะไรเราก็ชักจะมีกันมากได้แล้วเราก็เลยไม่ค่อยจะเอาใจใส่เพราะงั้นเราต้องพยายามสังวรเรื่องนี้ด้วยการนอนก็เหมือนกันตั้งสตินอนแต่ก่อนนี้พูดกันมากนะเราจะต้องนอนเสียญาตินอนมีสตินอนเตียงน้อยทำอะไรๆที่เรียกว่ามีการเพ่งหรือการเคร่งครัดในการเพ่งหรือการเคร่งครัดในอะไรต่างๆพวกนี้ตั้งแต่รูปแล้วเราก็จะได้เข้าไปถึงนามเพราะว่าเวลาเราจะสำรวมอะไรเราก็ต้องใช้จิตวิญญาณใช้นามธรรมประกอบร่วมกับลูกอยู่ทั้งนั้นแหละแล้วเราก็พยายามทำกันจริงๆพยายามเป็นผู้ตื่นคือรู้ตัวมีสติตั้งแต่ทำความหมายคำว่ามีสติ ตื่นไม่มีสติเราจะนั่งอย่างนี้ก็ตามกำลังนั่งใจตัวสมถะในอนาคตตื่นให้มีสติลืมตาก็ต้องมีสติให้เป็นผู้ตื่นมันเป็นผู้หลับไอ้เรื่องหลับน่ะมันเป็นเรื่องไม่ต้องไปฝึกไปหัดอะไรมันมากหรอกถ้าเผื่อว่าเราเรียนรู้โดยมรรคองค์ 8 ปฏิบัติอะไรอยู่แล้วนี่เราพิสูจน์กันแล้วว่าเราจะเป็นโรคนอนไม่หลับมันจะยากพวกเรานี่ถ้าลดละมาจริงปฏิบัติถูกทางจริงแล้วในโลกนอนไม่หลับนี่มันเป็นเรื่องจากรกๆเขาจริงๆแล้วก็มีปรุงมีสังขารมีไปในทางที่ติดที่ยึดในทางปลูกสร้างในทางหลงไหลได้ปลื้มอะไรไปกับโลกเขามากและเป็นเรื่องที่สับสนเป็นเรื่องที่ตัดสินใจไม่ได้เป็นเรื่องที่ไม่มีระบบอะไร คำมันมากไปมันก็ฟุ้งซ่านมันก็นอนไม่หลับเพราะฉะนั้นเรื่องหลับนี่ปฏิบัติถูกทางแล้วไม่ต้องลำบากมีแต่จะต้องให้ตื่นเช้าขี้ยาในโยคะจึงเป็นหลักการปฏิบัติธรรมเพราะงั้นเอาแต่เบื้องต้นที่บอกว่านอนหลับตื่นเนี่ยแล้วก็จะต้องตื่นให้มากก็หลับตื่นให้มากก็หลับถึงขั้นมีถึงขั้นมีหัดไม่เอานอนเอนกายกับพื้นที่เป็นหลักปฏิบัติของพระพุทธเจ้าทั้งนั้นแหละเพราะในการนอนเนี่ยการหลับการไหลการติดยึดอัดรสอร่อยในการนอนเนี่ยต้องระมัดระวังจึงฝึกปรือๆมันติดมันชอบเพราะว่าเราสงบระงับนี่ก็พอเพียงได้พักได้ผ่อนและสงบระงับด้วยอะไรเสร็จแล้วแต่แม้แต่เจอตัวสมถะนี่ก็ตามเสมอนะครับได้ดีและก็เป็นการสงบระงับอย่างอื่นๆด้วย หลับไหลทีนะมีฟุ้งซ่านเกินไปไม่ใช่ต้องเป็นผู้ที่นั่งเจโตสมถะก็ตื่นมีสติมีการรู้แจ่มใสเบิกบานจะได้พักจริงๆใจโตสมถะก็ได้พักโรงพยาบาลสิพยายามสงบระงับดูดีๆนะอย่ากินลมหายใจเข้าออกมีสติจริงๆมีสติให้แข็งแรงเป็นหนึ่งเลยอย่าให้สติเราตกมีสติคือความรับรู้ตัวอยู่ 100% แม้จะอยู่ความรู้สึกในทวารข้างนอกได้ยินเสียงอยู่แม้เราจะหลับตาก็ตามได้ยินเสียงยังมีความรู้สึกเหมือนกับเราปกติ จะต้องเพ่งเข้าไปที่อารมณ์อาการทางจิตเพราะมันมีนิวรณ์หรือไม่กามอาการกรามเป็นยังไงอาการพยาบาทเป็นยังไงอาการทีนะไม่ทักเป็นยังไงวัฏจักรก็กูจะเป็นยังไงวิจิกิจฉาก็คือการสงสัยลังเลในสภาพที่เราทำถ้าเราไม่สงสัยลังเลในการกระทำและไม่สงสัยลังเลในสภาพที่เรากำลังรู้อยู่อย่างชัดเจนนั้นว่าเป็นการรู้รอบรู้ทวนรู้ทุกอย่างว่าสิ่งลึกที่สิ่งนี้เป็นธรรมดาสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราเจตนารมณ์ให้มาอะไรควรละคนละอะไรควรอาศัยก็อาศัยละสิ่งที่ละได้แล้วก็อาศัยสิ่งที่เราอาศัยอยู่เป็นจิตที่มีสภาพตามลำดับที่เป็นไปได้ มีการนึกคิดในการตรึกตรองมีวิธีการมีการปิดตรรกะวิตกกะนั่นแหละเป็นการดำริไตร่ตรองมีการนึกคิดแล้วก็วิจัยวิจารณ์ในสภาพที่จะสอนใช้ให้รู้ว่าอารมณ์ที่แทรกซ้อนอยู่ในจิตวิญญาณเรานั้นมีการมีพยาธิหรือไม่อาการเป็นอย่างไรมากน้อยอย่างไรอาการเข้าใจและเราก็รู้ว่าเออเราระงับได้นะการพยาบาลระงับได้ที่นินทาระงับได้พระพุทธเจ้าระงับได้ไม่ข้องใจไม่สงสัยทุกอย่างรู้ชัดรู้เจนไม่สงสัยลังเลไม่มีที่อิจฉาจริงๆนะรู้สภาพว่าเป็นอะไรอยู่อย่างไรและเราก็ประสงค์อย่างไรเราก็ทำได้ตามประสงค์ จนกระทั่งทำได้ดีแล้วก็เรียกว่าปิติเอามาทำได้ดีระงับนิวรณ์มีสภาพเป็นฌานฌานคืออะไรยังไงเราก็เข้าใจแม่ที่สุดจะเข้าไปอยู่ในภวังค์ก็มีสติเต็มรู้เช่นเดียวกันมีการวิตกวิจารณ์เช่นเดียวกันมีการได้ดีขึ้นมาได้ดีขึ้นมาแล้วก็ไม่ฟูใจระงับฟูใจลงไปอีกปิติรักนะปิติลงไปก็เป็นสุขสงบระงับเป็นสุขเย็นสุขในฌานเป็นสุขระงับจากนิวรณ์นั่นแหละชนิดเท่าไรละเอียดลออเท่าไหร่ก็นั่นน่ะคือความเป็นชาญมากเท่านั้นคือไม่มีนิวรณ์เป็นเครื่องแสดงจะนึกจะคิดก็เป็นรูปประชานจะน้อมคิดไปในทางนั้นทางนี้ระลึกเอาเรื่องเก่าเรื่องนั้นเรื่องนี้มาปรุงมาคิดบุพเพนิวาสานุสติญาณ รูปความรักความเกิดอะไรต่างๆนานาเป็นจุดธูปะให้เกิดการเกิดความรู้แจ้งว่าอะไรเกิดอะไรดับอะไรควรเกิดอะไรควรดับดับได้หรือไม่และนายค้าได้หรือไม่หรือว่ามันเกิดอยู่ยังเกิดน้อยเกิดมากอะไรเราก็เรียนรู้จนกระทั่งถึงแม้แต่ที่สุดอาสวะเป็นร้อยๆๆอย่างนั้นอย่างนี้เมื่อนั้นเมื่อนี้ทำมาแล้วเมื่อนั้นมันหมดเมื่อนั้นตอนนี้ก็ไม่มีหรือว่าตอนนี้ยังมีอยู่อ่านอาการอารมณ์ทางจิตให้ชัดเป็นออกเป็นรูปเป็นรูปประชานถ้าจะเป็นอาการสาก็ให้มันเป็นความสงบระงับลงไปไม่คิดไม่นึกไม่ปรุงอะไรทั้งนั้นแหละสนิทต้องไปหยุดตรงไปหยุดลงไปจนกระทั่งมันก็เป็นตัวสตินี่แหละจะทำให้เกิดความสว่างเป็นอาสา ท่านเอาความหมายว่าแปลว่าแสงสว่างไม่มีที่สิ้นสุดที่จริงอาการ 3 แปลว่าที่ว่างมันว่างนะอาจารย์ก็บอกปุ้ยอัดโดยจุดมันเป็นแสงสว่างเบื้องต้นตื่นมันจะสว่างว่าไปไม่คิดไม่นึกอะไรเลยนะเป็นอรูปฌานชัดเจนรูปฌานก็คือความคิดนึกได้อยู่รับรู้ยิ่งรูปบัญชาเนี่ยพระพุทธเจ้าใช้อรูปฌานถ้าไม่ได้ใช้หรอกน่าสังเกตได้ศาสนาพระพุทธเจ้าท่านไม่ได้ใช้อรูปฌานท่านใช้รูปเป็นฌานวิตกวิจารณ์ได้มีอะไรนึกคิดได้โน้มน้าวไปรายได้โดยไม่มีนิวรณ์เพราะฉะนั้นรูปประชานจึงไม่จำเป็นจะต้องอยู่ในภวังค์ก็ได้ตื่นรับรู้ต่างหูจมูกลิ้นกายใจ แล้วเราก็รู้จักว่าการตรวจจิตตรวจใจตรวจอาการของจิตตรวจอารมณ์ของจิตอาการลิ้นขั้นนิมิตว่ามีกามีพยาบาทมีที่ไหนมีธาตุมีอุปสรรคอุปสรรคหรือไม่มีวอนหรือไม่ถ้าเราตรวจจิตของเราได้เก่งได้เป็นแล้วก็ตรวจได้ทุกเมื่อมีผัสสะเป็นปัจจัยต่อตรวจจิตได้ทุกเมื่อว่ามันไม่มีนิวรณ์ไม่มีนิวรณ์เมื่อใดก็เป็นชาติเมื่อนั้นเป็นสุขเพราะฌานเป็นสุขเพราะเราไม่มีนิวรณ์ในนิวรณ์นิพพานทุกข์แล้วก็ละนิวรณ์นี่แหละเป็นอาหารของอวิชชาผัสสะเมื่อใดเกิดนิวรณ์ก็ลดไปเมื่อนั้นเมื่อนั้นทุกทีไปนั่นแหละเพราะเราเป็นรูปประชานในตึงๆได้มันใช้พระพุทธเจ้าท่านใช้รูปฌานไม่ได้ใช้อัดรูปประชานแต่สังเกตได้ในประเทศทั้งหมดเอารูปอาจารย์เป็นเครื่อง พ่อท่านอธิบายสำหรับผู้ที่จะนั่งผู้ที่จะทำภวังค์ที่จะทำภวังค์และก็อยู่ในภวังค์แล้วก็เป็นการสงบพรรคและเป็นการระงับหัดระงับกระทำท่านก็อธิบายอาสาอย่างไรและกินแบบฤาษีแบบภวังค์ก็อธิบายอย่างไรอาตมาก็อธิบายวิญญาณกินจรรยาในวัดสัญญานาสัญญาอย่างไรอาตมาอธิบายไปหมดแล้วผู้ใดจะนั่งขณะนี้จะใช้ให้เป็นอรูปฌานก็ได้หรือจะใช้เป็นรูปฌานก็เอาฝึกเข้าไปลองฝึกดูทีนี้อาตมาจะไม่พูดถ้ามันย้ายอะไรนี่ชาววังเย็นมั่งเราจะเรียนโน่นเรียนนี่เข้าไปอีกพอสมควรให้สอด ไปเรื่อยๆครูบัลลังก์หาคู่บัลลังก์ตั้งกายตรงดำรงสติของหมั้นในเชิงปัญญาเราก็ทำแม้จะเป็นความมีปัญญาแต่แค่เป็นสุตมยปัญญาคือปัญญาได้รับการเรียนรู้ทางฟังมาแล้วก็เอามาเป็นความรู้ทางคิดพยายาม พยายามวินิจฉัยพยายามที่จะวิจัยให้มันรู้ว่าอะไรถูกอะไรผิดอะไรลึกซึ้งขนาดนั้นขนาดนี้เป็นจินตามยปัญญาเราก็ฟังจนสุดท้ายมันเป็นปัญญาที่เป็นภาวนามยปัญญาคือได้ปฏิบัติประพฤติจนกระทั่งเกิดผลและก็รู้ในผลอย่างแท้จริงว่าเป็นผลที่ดีงามคนที่ถูกต้องผลที่สมบูรณ์เป็นภาวนาไม่ปัญญาเราก็ต้องค่อยๆศึกษาให้มีปัญญา 3 ระดับนั้นจริงๆขึ้นไปเรื่อยๆเพราะฉะนั้นการพูดการอธิบายการบรรยายเป็นสุตมยปัญญาก็ต้องรับอยู่เรื่อยๆแหละเสร็จแล้วคุณก็กลั่นกรองเป็นกินตามระยะปัญญาและก็ไปปฏิบัติพระพุทธให้สมศักดิ์สมส่วนได้ปัญญาเป็นภาวนามายาปัญญาไปด้วยเจโตเราก็ต้องทำเพราะงั้นใน ยานี่มันเป็นเรื่องของการปรุงเป็นเรื่องของความรู้เป็นเรื่องของความเกิดเจโตเราก็ต้องทำหยุดเป็นเรื่องของการดับเป็นเรื่องของการระงับไม่ปรงแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสุดท้ายคือความไม่รู้ไม่ใช่สุดท้ายคือความรู้แต่พยายามใช้ความเข้าใจให้ได้ว่าเรามารับรู้น้อยลงในขณะการทำใจตัวสมถะเนี่ยไม่ใช่ถาวรนะการเอารถรู้ลงในขณะนี้เราจะลดรู้ลดพุงลดการใช้ปัญญาที่จะสร้างอะไรผสมผสานอะไรต่อไปอีกเราไม่เราจะให้รู้น้อยๆรู้แคบๆรู้ไปในทาง ไม่ใช่รู้ไปในทางกว้างคือรู้เป็นหนึ่งเดียวรู้แหลมรู้ลึกภารกิจของเราจะรู้ว่าไม่มีพลังเต็มให้สติมันตั้งให้สติมันใสหมดสติเป็นตัวนำของสัมปชัญญะเป็นตัวนำของปัญญาสติสัมปชัญญะปัญญามันจะเป็นตัวตนสติเป็นตัวตนสัมปชัญญะและก็ปัญญาจะเป็นตัวต่อๆๆไปเมื่อมันลึกมันแหลมมันลึกเป็นหนึ่งไม่คิดไม่ปรุงไม่ทำอะไรมากมันก็จะมีเชิงรู้อีกชนิดหนึ่งแม้จะต่อสมถะก็ไม่ใช่ว่าหมายความว่าเราจะดับประเภทไม่รู้อะไรเลยเราจะลองได้นะลองดับเลยนะลองจัดแต่ถ้าจะลองดับนะจะต้องทำฌ เป็นจริงๆคอร์ดให้มันได้อารมณ์ชาญที่มีสติเต็มเสร็จแล้วก็ค่อยๆลดความไม่รู้รสเวทนารถสัญญาด้วยการรู้ว่าเราจะลดสังขารลดความสัญญาลดความกําหนดรู้และจนกระทั่งวันลดความรู้สึกเป็นอสัญญีไม่กำหนดรู้อะไรความกำหนดรู้เป็นตัวกลางที่สุดแล้วก็ไม่กำหนดรู้อะไรเลยจนกระทั่งความรู้สึกก็ไม่มีความรู้สึกก็ไม่มีคือเวทนาเวทนาคือความรู้สึกกำหนดรู้ก็เป็นกำหนดรู้ลดความกำหนดรู้หรือรถสัญญาเพราะรถสัญญาไปจนกระทั่งสัญญาไม่กำหนดอะไรเลยความรู้สึกก็ต้องพลอยไม่รู้สึกไปด้วยจึงเรียกว่าอสัญญีหรือนิโรธดับรู้ดับรู้สึกดับคิดนึกเราจะเรียนรู้ความเป็นอย่างนั้นด้วยความรู้ของเราก็ด้วย งั้นเรามาทำแก้ตัวสมถะเนี่ยเราจะเรียนรู้ความที่ไม่ไม่รู้สึกหรือไม่มีเวทนาไม่กำหนดรู้คือไม่มีสัญญาเราจะมาเรียนรู้อันนั้นด้วยแต่ก่อนจะไปทำอย่างนั้นขอให้ทำให้เป็นฌานที่อยู่ในภวังค์ให้ดีๆแข็งแรงแจ่มใสเสียก่อนอย่าทำรักอย่าทำตัดรักอย่าทำคนละขั้นถ้าทำทีละลวดๆแล้วก็รวดเดียวพรวดไปดับสัญญามันไม่ดับได้หรอกดับสัญญามันไม่ดับได้มันเป็นภาวะของการกลั้นไว้เท่านั้นเองนะเป็นภาวะการกลั้นต้องทำสภาพของภวังค์หรือองค์ฌานในภพเนี่ยให้ใสให้แข็งแรงให้มีสติสัมปชัญญะปัญญาเต็มๆตอนนี้อย่าเพิ่งอย่าเพิ่งแก้ไขทีนี้สร้างสติให้เต็มซะ แก้ไขฟุ้งซ่านที่มันไปคิดอื่นให้มันเป็นความคิดหนึ่งเดียวให้ได้ก่อนเพราะฉะนั้นในการมานั่งเจอตัวสมถะนี้คือต้องปรับปรุงตัวที่จะไม่ให้เกิดหินอ่อน ไม่รู้ทวารข้างนอกก่อนอย่าเพิ่งไปตกภวังค์ระวังระวังทีนะไม่ทักฟุ้งซ่านก็อย่าไปคิดอื่นให้มาคิดรู้อยู่แต่แค่สั้นยาวเข้าออกของลมหายใจเท่านี้มีเรื่องที่จะรู้อยู่เท่านี้แหละไม่ต้องไปรู้เรื่องมากรู้แค่ลมหายใจรู้แค่ฉันแค่อยากรู้แค่เขาแค่ออกรู้อย่างนี้แล้วก็รู้ว่ามันละเอียดขึ้นละเอียดขึ้นมันดิ่งเข้าดิ่งเข้ามันไม่ต้องพยายามไปสะกดไปกั้นไปฝืนบอกว่าจะคิดก็ต้องฝืนสู้อยู่ไม่ต้องฝืนแล้วค่อยง่ายไม่ต้องฝืนอะไรอยู่เป็นหนึ่งกับลมหายใจเข้าออกเข้าออกสัญญาอยู่เป็นหนึ่งเป็นหนึ่งเป็นหนึ่งคือยังไงต้องรู้ความจริงของตนเองอ๋อนี่มันเป็นหนึ่งนะไม่มีอะไรแบบไม่มีอะไรฟุ้งออกไปอื่นมันแข็งแรงมั่นคงมันตั้งมั่นดีคุณก็ คู่อารมณ์รู้อาการอันนั้นได้ชัดเจนว่าจะเป็นชาตินี้มันเป็นหนึ่งแล้วที่ลมหายใจมีสติรู้เต็มไม่ง่วงไม่ตกหรีดแล้วก็ไม่ฟุ้งซ่านตามหรือพยาบาลนั้นก็ต้องพยายามรู้อยู่ในภพด้วยถ้าไม่มีการมีพยาบาทได้พบกันแย่ละคนไหนที่มีทั้งกามทั้งพยาบาทในภพเนี่ยฐานนี้จะแย่มันควรจะไม่มีปัญหามากมายเรื่องตามเรื่องพยาบาทขณะนี้เพราะในฐานที่มาเรียนเพราะว่าตัณหานี้จะต้องเป็นคนที่ลดการรถพยาบาทได้มากพอสมควรจริงๆแม้ในขณะที่เราทำฌานหรือทำใจโตสมถะเนี่ยกามและพยาบาทก็ไม่มากวนอะไรเราจะสู้กับศิลปะนั่นแหละเป็นนิวรณ์ที่ตรงตรงเหมาะกับฐาน น้ำบอกสถานะขณะนี้เหมาะกับภพภูมิขณะนี้พระพุทธที่จะมานั่งแก้ตัวสมถะจึงไม่ใช่ว่าจะเริ่มต้นเรียนธรรมะก็มานั่งเจโตสมถะเลยไม่ใช่ฐานต้นนะไม่ใช่ฐานแรกฐานแรกก็คือกามที่มันลงมันติดในโลกกระทำในลาภยศสรรเสริญในอบายมุขในอะไรพวกนั้นถึงตาหูจมูกลิ้นกายไปสัมผัสมาแล้วก็หลงติดหลงยึดน่ะละมาก่อนนั่นเป็นฐานแรกกามตัณหากามภพเป็นฐานแรกลดละให้ได้เบาบางเบาบางมาแล้วจึงจะมาถึงฐานพบถึงฐานภวังถึงฐานอัตราปัญหาที่มันติดภพติดชาติติดดับติดติดติดติดรีเนี่ยหรือฟุ้งซ่านไปตามอำเภอใจปรุงสร้างสายปรุงสร้างเนี่ยมันจะฟุ้งซ่านไปตามอำเภอใจคิดนู่นคิดนี่สนุกสนานอยู่ ความคิดแล้วหลงมันว่าเป็นปัญญาพอมานั่งฌานแล้วที่จริงฟุ้งซ่านคิดคิดโน่นคิดนี่แล้วก็นึกว่าตัวเองเกิดปัญญามันอยู่ในนิ่งตัดภวังค์เลยนะข้างนอกไม่รับรู้อะไรแล้วก็คิดฟุ้งอยู่ข้างในนึกว่าตัวเกิดปัญญาเพราะตัวเองเป็นฌานอันนั้นไม่ใช่ไม่ใช่ปัญญาของฌานไอ้นั่นเป็นความฟุ้งซ่านที่เขาคิดเป็นกินตายานอะไรไปเฉยๆเป็นการนึกคิดผูกพันแล้วก็เหมือนกันลืมตาคิดนั่นแหละแต่ว่าเวลาตัดภวังค์ทวารตาหูจมูกลิ้นกายแล้วมันรวมอยู่ข้างในมันก็เลยมีพลังคิด 6,000 ได้ดีขึ้นจึงเกิดความเฉลียวฉลาดกว่าในขณะลืมตาเขาจึงเป็นหลง ปัญญาหรือความผกผันคิดลึกนั่นน่ะเป็นตรรกศาสตร์อยู่ในภพมันฉลาดกว่าการผกผันคิดลึกในขณะลืมตาซึ่งมันมีประสิทธิภาพสูงกว่าจริงเพราะว่ามันไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับทวารทั้ง 5 ข้างนอกมากวนมันไม่มีอะไรรั่วพลังของความคิดความผูกพันมันสูงมันจึงมีประสิทธิภาพได้ดีกว่าก็จริงแล้วคนก็เลยเป็นหลงอันนั้นว่าเป็นปัญญานั่นแหละบอกว่าปัญญาในฌานที่จริงไม่ใช่ปัญญาในชาตินั้นไม่ใช่มันก็ไปปัญญาแบบเดียวกันกับลืมตานั่นแหละแต่มันดีกว่าเท่านั้นเองลักษณะเดียวกันเป็นสารหรือเป็นการผกผันนกขบคิดถ้าวันนี้เราก็มาฝึกทำอุปกรณ์การะ สำหรับตนสำหรับตนให้แก่ตัวเราเองขึ้นมาอีกไร่กำชับกัมพูชาให้ฟังมาแล้วก็คิดว่าแม้แต่เทปก็คงจะมาถึงให้ฟังแล้วว่าเราจะพยายามสร้างอุปการะในทุกส่วนสำหรับเราที่เป็นเนื้อบุคคลเป็นบุคคลที่ไม่ใช่บัวพ้นน้ำรอแสงเท่านั้นหรือไม่ใช่บุคคลที่บัวปริ่มน้ำรอจังหวะที่พ้นน้ำแล้วเราก็จะได้รับแสงขึ้นมาอะไรจากนั้นแต่เรายังเป็นคนที่ยังมีส่วนที่มันขาดอะไรที่จะต้องพักเพียรบัวอยู่กลางน้ำไม่ตาย ตุ่มใต้โคลนลงไปแล้วก็บุญแล้ว 1 + กลางน้ำเราต้องประมาณหรือว่าคิดจริงๆเห็นให้ได้ตรวจตาตรวจตนซื้ออาตมากล่าวแนะนำเพื่อที่ให้เช็คหรือให้ตรวจนั้นก็ไม่ได้หมายความว่ามันเป็นการกล่าวตู่แต่เป็นเรื่องที่น่าจะเป็นจริงเพราะว่าเราหลายคนมากทีเดียวที่มาปฏิบัติมาประพฤติร่วมกันมาเนี่ยไม่ใช่วันเดียวไม่ใช่เดือนเดียวไม่ใช่ปีเดียวบางคนกว่า 10 ปีแล้วมันก็ยังไม่บานเต็ม ดีเลยมันก็ยังบานๆหุบๆๆบ้านๆอยู่อย่างนั้นบ้างก็บานได้บ้างบ้างก็หุบได้บ้างจะว่าบานมันก็จะไม่ใช่บานตามความหมายคือหมายความว่าแจ่มใสขึ้นมาจนสุดที่ให้ความหมายที่ท่านหมายน่ะหมายความว่าบรรลุสำเร็จยอดนั่นเองแต่มันก็ยังไม่ถึงขนาดนั้นถ้าเผื่อผู้ที่เป็นปกติเป็นอยู่ที่เป็นบัวพ้นน้ำเรียนกันมาขนาดนี้แม้อาตมาจะไม่เก่งนะป่านนี้มันก็คงบานแข็งกันไปแล้วบางคน 10 ปีกว่าแล้วเป็นต้นแม้อาตมาจะไม่เก่งดังพระพุทธเจ้าก็ตามถ้าคิดในแง่กลับพระพุทธเจ้า แบทเทิลตรัสเอาอะไรสั้นๆเนื้อเส้นตัดอะไรนี่ไม่ค่อยขยายความเท่าไหร่หรอกคนบารมีดีแต่ฟังขยายฟังแต่หัวข้ออย่างท่านบอกแล้วกูก็ติดกันอยู่ในฟังแต่หัวข้อนิดหน่อยเท่านั้นน่ะบ้านซาโตริแล้วส่วนผู้ที่เป็นวิกฤตกันอยู่นั้นขยายความหน่อยไม่ต้องมากนักพออาศัยก็บานได้แล้วเพราะฉะนั้นมองในมุมกลับผู้ที่เก่งจริงนะแค่นั้นส่วนอาตมานั้นแม้ว่าอาตมาจะไม่เก่งแต่พระพุทธเจ้าแต่อาตมาก็ได้พยายามที่จะอธิบายไม่ใช่แค่อธิบายขยายหัวข้อเท่านั้นก็สามารถรู้เรื่องแจ้งชัดเห็นจริง ก็มันลุกได้ไอ้นี่เคยย้ายจนกระทั่งหมดข้อเลยหมดข้อก็ย้ายจนมากมายก่ายกองด้วยซ้ำถ้าว่าแล้วตามประสาที่อาตมาจะไม่เก่งก็ต้องขยายกันมากๆพยายามชุดยกพยายามยืนยันทุกแง่ทุกมุมทุกเชิงขนาดนั้นก็ยังไม่ค่อยจะรู้กันเพราะฉะนั้นเราก็แน่ใจเสียเถิดว่าเราเป็นเนื้อบุคคลซะแน่แล้วก็ขยายกันจนไม่รู้จะขยายยังไงแล้วมันก็ยังยิ้มได้บ้างมายิ้มได้บ้างไอ้ยิ้มได้บ้างก็ยังดีอยู่ไอ้ที่ไม่ค่อยยิ้มมุ้ยลงมุ่ยลงมุ่ยลงแล้วก็เลยเมินไปจนกระทั่งหมาเมินกันไปก็จะมี ทั้งๆที่ก็เจตนาดีพยายามที่จะช่วยกันนะเพราะในฐานะที่เป็นเนื้อบุคคลดังกล่าวแล้วเราก็พยายามที่จะทำอุปการะให้แก่ตนเองทุกอย่างแม้จะไม่ใช่ทางตรงเสริมหนุนเอาจริงๆอาตมาได้แนะนำแล้วว่าเราก็ได้ข้อคิดว่าเออสิ่งนี้มันก็เป็นอุปการะอันยิ่งอันหนึ่งเหมือนกันเพราะงั้นผู้ใดที่คิดว่าเราไม่ขาดทุนละถ้าเกิดว่าเราจะมาบำเพ็ญในทางทำปาฏิหาริย์ในการตื่นมาเราก็ควรจะได้ตั้งอกตั้งใจมีอุตสาหกรรมวิริยะและทำอย่างภาคเพียงดินจะได้เป็นประโยชน์คุณค่าถ้าเผื่อว่าความเห็นความเห็นหรือปัญญาอันแท้จริงของเรานี่มันชัดมันไม่มีอะไรสร้าง มันแน่ใจมั่นใจดีจริงแล้วก็พยายามลดความขี้เกียจมีวิริยะอุตสาหะเข้ามาทำลายความขี้เกียจนั้นให้ได้จริงๆมากขึ้นมากขึ้นแล้วล่ะก็อาตมาก็มั่นใจว่าเราจะได้ประโยชน์จากกิจกรรมที่เราพากันกระทำนี้อาตมาก็แน่ใจทุกวันว่าที่ได้พาทำนี้ดีแล้วนั่นดีแล้วเจตนาจริงพยายามเช็คผลพยายามวัดโดยส่วนรวมโดยครั้งโดยคราวโดยกาละต่างๆนานาโดยองค์ประกอบสิ่งประกอบพวกเราต่างๆก็เห็นว่ามันต้องมันต้องทำแล้วมันต้องไปแล้วอันนี้ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่จะต้องประกอบควบคู่กันไปเออขอให้พวกเราได้ทำความเข้าใจกับตนเองให้มากๆว่า มันควรจะเป็นอย่างที่อาตมากล่าวไหมถ้าเรามาทำปาฏิหาริย์แห่งการตื่นกันอย่าลืมนะสติเป็นสำคัญสติไม่ตกก่อนอื่นคุณจะเป็นยังไงไปยังไงก็ตามใจเลยคุณพยายามที่จะให้

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน