330503-999-5_ฝึกอบรมเจโตสมถะ ตอน2(3-6-7พค.33)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฝ004.txt

โฟลเดอร์2520-2533 เจโตสมถะ (108 ตอน) TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์92 KB
วันที่แก้ไข31 พฤษภาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

ต่อจากนี้ไปเป็นการฝึกอบรมเจโตรสมถะชุดที่ 2 โดยพ่อท่านโพธิรักษ์ตั้งแต่วันที่ 3 วันที่ 6 วันที่ 7 พฤษภาคม 2533 พุทธสถานสันติอโศกขอเชิญท่านติดตามรับฟังได้ณบัดนี้เรามานั่งเจโตอมตะกันก่อน บัลลังก์ตั้งกายตรงดำรงสติคงมั่นมีสติหายใจเข้าหายใจออกตั้งใจจริงๆเอาจริงๆอย่าลืมเรื่องสติเป็นหนึ่งไม่หลับปฏิบัติของสติเวลาหลับตาแล้วมันจะง่วงหรือฟุ้งซ่านคิดไม่หยุดรวมมาเป็นเอกสารรวมมาเป็นหนึ่งมาอยู่กับลมหายใจไม่ได้เราจะมีความรู้กำหนดรู้อยู่กับลมหายใจเท่านั้นสั่นๆยาวๆออกจะปรุงก็ปรุงว่ามันเออมันสั้นนะมัน ข่าวน่ะมันออกนะให้มีเรื่องน้อยที่สุดที่จะปรุงเรื่องวิจัยวิจารณ์อะไรอยู่ในนั้นน้อยที่สุดไม่เอาเรื่องอะไรอื่นๆมาวิจารณ์ทิ้งหมดเรื่องใดๆๆวางเอาแต่แค่วิจัยวิจารณ์อยู่แค่ว่าซันว่ายาวว่าออกบอกข่าวกับลมหายใจนี่แหละเป็นเรื่องที่เป็นจุดที่เราจะกำหนดรู้กำหนดอาศัยอยู่กับเรื่องนี้เท่านั้นเป็นเรื่องนิดเดียวไม่มีเรื่องอะไรมากมายไม่ใช่เรื่องสนุกสนานเฮฮาอะไรเลยมันเป็นเรื่องจุดๆๆแต่เราก็เบิกบานตื่นไม่เซ็งไม่เบื่อมีความยินดีเบิกบานอยู่ได้แม้แค่นี้ไม่ใช่เรื่องที่ โยนให้เราตื่นให้เราสดชื่นหรือว่าให้เรารื่นเริงแต่ก็ทำให้เราตัวเราตื่นได้จึงจะเรียกว่าเป็นผู้มีสติตื่นอยู่แต่เราไม่ดีไม่หลับแล้วก็ไม่ไปจะได้กิเลสที่มันต้องการนู่นนี่ที่มันกังวลห่วงหาติดใจอะไรอยู่ต่างๆนานาก็ตัดได้หมดจิตดึงเข้ามาอยู่กับลมหายใจเท่านั้นด้วยวิธีไม่ต้องพิจารณาอะไรกันมากดึงจิตเข้ามาอยู่กับสิ่งนี้เกาะอยู่กับลมหายใจเท่านั้นวิธีสมถะดื้อๆแกก็ต้องให้ได้ตามที่เราหมายด้วยมีประวัติศาสตร์มีความระลึกรู้ทั่วรู้พร้อมในระหว่าง กายกายที่เรากำหนดนี้แค่ร่างกายของเราให้มันอยู่ในสภาพประจำพยังมันจะสังขารมันจะอยู่ในสภาพที่เราปรุงมันให้มันนั่งตรงตั้งอยู่เท่านั้นเองให้มัน

อ่านต่อ

สงบเพื่อให้มันเรียบร้อยไม่ชัดไม่สายไม่โค้งไม่เอนนั่งตั้งตรงธรรมดาธรรมดาไม่เกร็งแต่ว่าตรงนั้นเห็นนั่งตั้งตรงอยู่เรียบร้อยอยู่อย่างนั้นเพราะงั้นเราก็ต้องดูด้วยจะให้มันซัดสายอย่าให้มันเป็นอะไรไปให้มันดูดีนี่เป็นภายนอกที่เราจะดูกายภายนอกส่วนกลางภายในนั้นมันจะค่อยๆเลื่อนไหลเข้าไปสู่ภวังค์ค่อยๆดูเข้าไปเรื่อยๆจนกระทั่งเอาลมหายใจเป็น กายหมึกกายนอกที่นั่งตั้งตรงนี้แล้วก็เหลือลมหายใจอยู่อย่างนั้นน่ะนอกออกเข้าอะไรถึงแม้ที่สุดเราปล่อยลมหายใจผู้ชายขึ้นมาชาญสามชั้น 4 แล้วมันจะปล่อยลมหายใจแล้วก็ใช้คำว่าลมหายใจไม่มีหรือลมหายใจดับที่จริงลมหายใจมันมีมันไม่มีเพราะเราเองไม่รับเพราะเราเองไปอยู่ในภวังค์แล้วก็อยู่กับอารมณ์เสียแต่สิ่งอยู่กับเวทนาอยู่กับจิตลึกขึ้นเพราะงั้นเราก็ความกำหนดรู้ก็เข้าไปอยู่ในนั้นมากขึ้นเป็นลำดับนั่นเองแต่ยังไม่ต้องรีบรับเข้าไปสู่ภวังค์ไม่ต้องกลัวจะเป็นชั้นๆไม่ได้มีความหมายอยู่ในภวังค์คำว่าชานมีความหมายอยู่ตรงที่ว่ากิเลสนิวรณ์ไม่มีมันน่าจะได้ยินเสียง มีกิเลสที่จริงได้เห็นรูปได้รับสัมผัสต่อทวารนอกก็ไม่มีกิเลสมันก็เป็นฌานทั้งนั้นเราเรียนมาแล้วแบบพุทธแต่ตอนนี้เราจะเข้าไปสู่ภวังค์แต่ให้มันลื่นไหลเข้าไปตามลำดับทำให้ดีไปตั้งแต่นอกไปหาในเป็นลำดับที่แข็งแรงได้รูปได้ร่างมีทฤษฎีมีหลักการเป็นขั้นเป็นตอนมันจะได้สมบูรณ์งามนอกงามในจะได้ไม่สับสนใจความพยายามลูกเดียวมันไม่มีเรื่องมากนะเพราะว่าเรามีแต่เรื่องปล่อยไม่มีเรื่องมากเพราะเราไม่ได้ปรุงกับปรุงและเรื่องเยอะอันนี้เรื่องเรื่องไม่มากมันมีแต่เรื่องพยายาม หาเรื่องน้อยสมถะในเรื่องน้อยดีกายนอกให้ดีไปเรื่อยๆไม่ต้องกลัวกายไหนเข้าไปสู่ภวังค์กายไหนไม่ต้องกลัวไม่ต้องกลัวว่าจะไม่เป็นไประวังกายนะถ้าไม่จัดแจงระหว่างกายนอกก่อนแล้วมันก็ทิ้งข้างนอกข้างนอกไม่เป็นโรคเป็นภัยแล้วมันฉุดด้วยบางทีมันซัดมันส่ายมันอ่าดึงแรงดึงอะไรกินกับเรามาช้าร่างกายก็ไม่ดูดีเลยสมาธิก็ไม่ลึกสมาธิจะไปถึงลึกๆไม่ได้ด้วยกายยัง ปากกายังไม่สงบงามๆไม่เป็นสภาพที่ดีงั้นแม่เป็นภวังค์ก็ไม่ลึกเป็นลึกไม่ได้เพราะข้างนอกมันถ่วงอยู่ตลอดเวลาเอาให้ตรงให้นั่งตรงดีไม่โยกไม่คลอนไม่ชัดไม่สายไม่ Call มาเองในสดชื่นตื่นให้ตื่นดีแต่ก็นั่งมันอยู่เฉยๆแม้มันจะไม่เข้าเพราะว่ามาอยู่พอวางได้ยินเสียงพูดได้รับรู้สึกว่าคนนอกมีอะไรต่ออะไรบ้างก็ตามดูอารมณ์ดูที่จิตของเราว่ามันมีอารมณ์กามโรงพยาบาล ถ้ามันตื่นดีแล้วมันไม่ทิ้งน้ำมิทธะระวังมันฟุ้งซ่านระวังมันคิดหลายเรื่องฟุ้งซ่านก็คิดหลายเรื่องไม่เป็นเรื่องที่อยู่ในจำกัดของเราเราจะต้องมีจำกัดกำหนดของเราให้มันอยู่ในเรื่องที่เราต้องการเท่านี้น้อยเรื่องที่สุดได้เท่าไรเป็นหนึ่งก็คือน้อยเรื่องที่สุดจนกระทั่งเป็นเรื่องเดียวเป็นเรื่องเดียวแม้จะมีการวิจัยวิจารณ์วิตกวิจารณ์ก็คือวิจัยวิจารณ์ว่าสั่นไหวยาวบอกว่าเข้าอะไรแค่นี้มีลีลาแค่นี้ให้น้อยที่สุดแค่นี้ก็ไม่ขอให้เกิดอะไรแล้วไม่ก่อให้เกิดทุกข์หรือไม่ก่อให้เกิดความวุ่นวายอะไรมากแล้ว ลองดูพี่ไม่กี่นาทีเอาตังค์กายตรงดำรงสติคงมั่นเอาดีๆถ้ามีสติหายใจเข้ามีสติหายใจออกพยายามต้องอ่านนะต้องอ่านต้องใช้ยานแล้วสร้างยาน สั่งญาณทัศนะวิเศษสร้างยานที่จะรู้เป็นการสร้างวัตถุธาตุเป็นการสร้างพุทธกิจวิญญาณนั่นแหละมุทุนี่แปลว่าจิตวิญญาณที่มันมีลักษณะอ่อนวัยอ่อนวัยอ่อนอ่อนแต่มันเร็วมันอ่อนมันปรับได้ง่ายมันรู้มันลักษณะของปัญญามันก็วัยปัญญาลักษณะของตัวจิตเองก็ตัดได้ง่ายปรับได้ง่ายแก้ไขได้ง่ายเขาเรียกว่าจิตหัวไวจิตหัวอ่อนมันมีทั้ง 2 อย่างถ้าจะว่าแล้วก็หมดทุกข์พุทธวจนคือ ได้ง่ายปรับได้ง่ายและก็เร็วไวมีธาตุปัญญาหรือมีธาตุรู้ที่เร็วลึกแหลมขึ้นไปทุกทีเป็นยานนั่นเองหมดทุกพุทธทาสเป็นเป็นต้นทางของยานด้วยเป็นต้นทางของเจโตรด้วยต้นทางของเจโตตรงที่ว่าจิตมันเป็นอะไรก็เป็นอันนั้นได้จิตสะอาดคือจิตปราศจากกิเลสให้มีกิเลสเข้ามาก็สามารถไม่ให้มันมีฤทธิ์รับรู้เท่านั้นไม่ให้มันเกิดมาสังขารไม่ให้กิเลสเหล่านั้นมาสังขารไม่โลกียะเข้ามาเหนืออำนาจนั้นเองนะหมดทุกข์พูดตามลักษณะองค์สีของฉันก็หมดสติ เวทีเตะเณรจับปาเตนั่นแหละอุตุพุทธทาสแล้วก็เสร็จแล้วเราก็มีกรรมของเรากายวาจาใจที่เป็นกรรมการกระทำการงานต่างๆทุกอย่างได้อย่างดีทำอย่างปราศจากกิเลสแต่กรรมนั้นก็เป็นกุศลด้วยจังกุศลกรรมไม่ถึงพร้อมได้ด้วยทุกๆเวลาที่เราปรารถนาด้วยจิตเป็นประธานแข็งแรงที่เตะสั่งสมลงไปเกิดแข็งแรงมั่นคงไปเรื่อยๆจนเณรชอบปัจจัยก็เรียกว่าตั้งมั่นในหวั่นไหวเลยลักษณะของพุทธก็ทำไปด้วยในลักษณะของแม้แต่จะทำอุปการะในการนั่งสมาธิอานาปานสติอย่างนี้ก็ตามก็เป็น อุปการะที่จะทำให้เราสนิทชิดเชื้อสัมผัสกับจิตใกล้กับจิตรู้อาการรู้อารมณ์ได้ด้วยในขณะที่เรานั่งในเราก็ต้องพยายามตรวจตราดูอารมณ์กามคุณ 5 ไม่ใช่เกาหลีเรียกนิวรณ์การคูณ 5 นะเราไม่ได้เปิดตาอะไรมากมายนิวรณ์เป็นมีการมีพยาบาทนิวรณ์ 5 อเมริกาเข้าไปนะเราก็ตรวจจริงๆเลยพยายามที่จะอ่านพยายามที่จะรู้ลักษณะอารมณ์ของมันอารมณ์มันมีอารมณ์กามไม่รู้ในจิตในใจมันเกิดขณะแม้แต่นั่งอยู่นี่ไม่มีอะไรมากตาก็ไม่ได้ไปที่ที่สัมผัสสิ่งที่จะ ขบวนการทำตาจมูกลิ้นอะไรก็ไม่ได้ไปวุ่นวายอะไรมากมายนี่มันยังมีใครรู้ถ้ามันไม่มีก็สบายพยาบาทเหมือนกันโทษโทสะที่โรงพยาบาลอาฆาตเคียดแค้นไม่สบายใจริษยาขุ่นเคืองอะไรต่างๆนานาแล้วก็เรียนรู้ว่ายังมีอยู่ในใจยังริษยาเรื่องราวคนนั้นติดใจมาอยู่เลยทั้งๆที่ไม่ได้เกิดเหตุปัจจุบันเธอก็ยังมากรุ่นมาคิดอะไรก็ต้องให้รู้โดยเฉพาะทีนะมีทางลักษณะที่รีโมทไปอย่าไปพูดถึงหลักลงไปเลยหลับลงไปน่ะมันยิ่งชัดไอ้นั่นมันแย่แล้วไม่รับสติตื่นเต้นทำไมฟุ้งซ่าน ไปคิดมากเรื่องไม่สังขารอะไรมากมายคิดได้สังขารเนี่ยเราต้องรู้ว่าคิดคิดนะคิดได้นะรับรู้พิจารณาอะไรต่ออะไรได้แต่ว่าสังขารคือให้กิเลสมาร่วมปรุงนาระวังอย่าให้กิเลสเข้ามาร่วมปรุงคิดและคิดได้สังขารต่างๆคือจะปรุงจะแต่งจิตหรือปรุงแต่งจิตให้มันมีปัญญาให้มันมีความรอบรู้มีนู่นมีนี่มีเรื่องราวอะไรมาปรุงมาปนอะไรได้เป็นเพราะจีสังขารจนถึงขั้นว่าจีสังขารเลยทีเดียวแหละแต่ว่าตรรกะวิชาการนี่แหละไปตรองไปคิดไปสังกัปปะรวมความคิดดำริอะไร ใหม่ก็ยังได้มีตรรกะวิตกกะสังกัปปะแต่จิตของเราก็ยังแข็งแรงอัปปนาพยัคฆะเจตะโสภิญญาปรุงมาเป็นสังขารจนกระทั่งถึงขั้นวจีสังขารได้แต่ว่าอย่าให้กิเลสเข้ามาสังขารอย่าให้กิเลสเข้ามาปรุงเรื่องอย่าให้มันมีโลภะโทสะโมหะอย่างอยากปรางละเอียดอะไรเข้ามาเข้ามาปรุงเรื่องการสังขารอ่านอะไรสำคัญตรงนี้ยานของเราก็จะรู้ไปเรื่อยๆแม้แต่ในความคิดจะรู้จักนี่แหละตัวสำคัญนั่งสมาธิฌานในตัวพระพุทธเจ้ากับตัวทีนะมิทธะเนี่ยสำคัญมันไม่คิดปรุงอะไรเกินการอย่างไรเรียก เลสเข้ามาปรุงร่วมอสังหาพยายามทำออกให้เห็นชัดเจนให้รู้ด้วยญาณปัญญาจนพ้นวิกฤตอิจฉาญาณปัญญาของเรานี่มันจะแหลมลึกมันจะรู้ของจริงตามความเป็นจริงในขณะปัจจุบันคือยิ่งชัดแม้แต่จะเอาของเก่ามาระลึกมาทบทวนเรียกว่าบุพเพนิวาสานุสติญาณเกิดการศึกษารู้ความเกิดที่มันเคยเกิดความดับที่มันเคยดับเอามนุษย์คิดเดี๋ยวนี้แล้วเกิดมีเมถุนสังโยคขึ้นมาในระดับ 5 นายทุนสังโยคคือเอาเรื่องเก่ามาคิดปั่นมาสร้างไม่ถึงสังโยคระดับ 5 มีไหมแม้จะจำงานมีเมถุนอยู่ในนั้นไหมเอามาคิดมันนึกแล้วก็เกิด แทนที่จะเป็นบุพเพนิวาสานุสติญาณระลึกของเก่าเข้ามาแล้วก็เกิดญาณกลายเป็นเมถุนสังโยคซะอีกกลายเป็นสภาพที่มีเมถุนกับการนึกคิดนั้นกับอดีตนั้นก็ให้รู้ชัดว่ามันไม่มีถ้าไม่มีสังขารไม่มีปรุงไม่มีไม่มีกิเลสเข้ามาร่วมสังขารไม่ทำให้เกิดรสชาติอะไรถ้าไม่มีเมียทุนสังโยชน์ 5 ได้อย่างแท้จริงในระดับเรียนลึกซึ้งไปทำไปเราจะเข้าใจของจริงของโครงการจะสังขารด้วยที่มันไม่สงบระงับมันโอนเองคลอนแคลนอะไรเนี่ยเป็นระดับระดับไฟพยายาม ตามที่ได้บอกมาทุกทีให้มันดีตั้งแต่กายเราให้ตรงให้แข็งแรงไปเรื่อยๆเป็นขั้นถ้ากายเรามันยังไม่ตรงกลับก่อนกลับก่อนอย่าปล่อยปละละเลยได้กลายเป็นเข้าไปอยู่ในภวังค์ได้แต่กายข้างนอกก็ยังโอนเอนทรายอะไรอยู่มันไม่ดูดีแต่มันไม่ดูงานพยายามปรับไปด้วยใครจะรู้ตัวแล้วเห็นจริงมีความจริงว่ากายเราซัดสายปรับไปตั้งแต่กายไปไม่ต้องใจร้อนมันยังไม่ได้ก็ปรับไปเรื่อยๆเรียนรู้สังขารนอกด้วยสำคัญให้มีสติเต็มไม่มีนิวรณ์สกัดเอาไม่เอาอะไรจิตพยายามดึงพวกมาอยู่ที่ลมหายใจเท่านั้น จะแค่รับรู้แค่มีเรื่องมีราวแค่เข้าออกสัญญาว่าเราอยู่แค่นี้ให้ได้เป็นหนึ่งแค่นี้แล้วก็พยายามมีปฏิสังขรณ์รู้ทั่วพร้อมรู้ทั่วพร้อมว่าเออกายเราอยู่ขนาดไหนมันซัดมันสายไม่มานั่งตรงนั้นก็แล้วไปถ้ามานั่งตรงดีก็และไม่ต้องไปกังวลอะไรถ้ามานั่งตรงดีเราแล้วให้จริงนะตรวจสอบดูถ้ามานั่งตรงแล้วก็แล้วถ้ามันนั่งยังไม่ตรงก็ปรับไปตรงไปก่อนใครที่ทำได้แล้วรู้พร้อมดีว่าบัตรทรัพยากรอย่างแล้วนะกายสังขารเราเนี่ยนั่งตรงดีแล้วก็ผ่านไปทีนี้ก็ทำให้ดียิ่งขึ้นในภายใน ประกายคือลมหายใจลมหายใจเป็นกายมันจะเนียนธาตุจิตของเราจะเนียนก็เข้าลมหายใจว่าเออมันยิ่งรู้ละเอียดมันยิ่งใครคิดมันยิ่งเป็นหนึ่งเดียวอยู่ไม่มีความคิดอื่นมาแทรกไม่มีอารมณ์ไม่มีสังขารอื่นมาแทรกลมหายใจอยู่กับเราเราอยู่กับลมหายใจเนียนเข้าไปเป็นหนึ่งเดียวเป็นเอกัคคตารมณ์มากขึ้นกายกับจิตแต่เราก็รู้ว่ากายคือลมหายใจหนักเข้าสูงเข้าสูงเข้าเราจะเห็นได้ว่าในขณะที่จิตของเราเนียนเข้าอยู่กับลมหายใจเรื่องอื่นๆแม้แต่ที่สุดอารมณ์นิวรณ์ที่เราตรวจตราเรียกว่าวิตกวิจารณ์ตรึกดูตรองดูใคร่ครวญดูอยู่นั่นแหละตรวจสอบดูนั่นแหละจะเห็น มันยังพยายามตรวจสอบพยาบาลเห็นฝูงเห็นมีเรื่องฝูงเรื่องวัฏจักรเรื่องนั้นเรื่องนี้มากอยู่ไม่เนียนดีแล้วก็มีอะไรปนแทรกเป็นสังขารแล้วเขาก็จัดออกเรื่อยๆได้ดีขึ้นมาเรื่อยๆการได้ดีขึ้นมาเรื่อยๆแล้วจะมีตัวแทรกเรียกว่าอุปกิเลสจะรู้ว่านี่เป็นชาติแล้วอยู่ในภวังค์ดีแล้วหรือว่าแม้จะได้ยินเสียงจะได้รับทราบข้างๆข้างตัวอะไรบ้างก็ตามหารู้เย็นรู้ร้อนอยู่ข้างกายก็ตามแต่มันไม่มีกามไม่มีพยาบาทอะไรหรือไม่เราดูเวลาได้ยินเออได้รับสมบัติทางกายเย็นดีนะเพราะว่าอากาศร้อนไม่ค่อยจะไม่ค่อยสบายหงุดหงิดอากาศเย็นชอบใจอะไรเนี่ยมีลึก เกลียดพวกนี้ด้วยก็อ่านดูแต่ถ้าเราไม่ได้มีด้วยไม่มีปัญหาอะไรก็เฉยหรือไม่ได้ยินเสียงโน่นเสียงนี่ก็รำคาญก็ไม่มีในซีลเสียงแทรกก็รำคาญเกิดก็กูจะก็ไม่มีมันมีก็เขาจัดมันวางไปมันเป็นธรรมชาติอย่างหนึ่งเท่านั้นสักแต่ว่ารู้แล้วก็ปล่อยเฉยไปอะไรพวกนี้ทำให้จิตของเราได้รับทรัพย์ทราบบ้างฝึกไปได้ยินก็ไม่ว่าไม่ได้ยินก็ไม่ว่ารับสัมผัสข้างนอกรู้ก็ไม่ว่าไม่รู้ก็ไม่ว่าจะจัดสังขารทั้งนั้นขจัดสิ่งที่เป็นกิเลสผสมเป็นการเป็นพยาบาลที่มันสังขารการเงินติดรำคาญใจไม่รำคาญใจชอบใจอะไรให้มันสะอาดให้มันละเอียดสะอาดลงไปไม่ต้องไปคำนึงไม่ต้องไป ว่าเราจะไม่สู้เพราะว่าโง่เสียงเรายังได้ยินอยู่ไม่เป็นชาญสัมผัสกายก็รู้สึกอยู่ไม่ยังไม่เป็นชาญไม่ใช่อย่างนั้นไม่ใช่แต่แม้ว่าเราจะต้องเข้าไปถึงภวังค์ก็ไม่ต้องกลัวทาน 4 นี่จริงๆแล้วได้รับสัมผัสรู้สิ่งเหล่านี้ได้จริงๆแล้วเอารูปประชาชนต่างหากที่มันจะเข้าไปสู่ภวังค์จริงๆเลยพอถึงฌานที่ 4 เริ่มต้นที่จะเข้าเป็นฐานของอรูปฌานนั่นแหละจึงจะเรียกว่าลมหายใจหมดไปเดี๋ยวดูดูชาญพวกนี้แล้วจะได้อธิบายชาญด้วยวาจาของผู้เข้าฌาน 1 ย่อมดับเขาก็ว่ากันเป็นภาษาของเขา วาจาคือเรื่องราวอธิบายเคยอธิบายไปแล้วความปรึกความตรงของผู้เข้าฌาน 2 ยอมดับก็หมายความว่าเราเคร่งเราต้องระมัดระมัดระวังพากเพียรพยายามที่จะจัดให้มันเป็นเอกัคคตานั่นแหละมันเป็นความเจริญความตรวจความตรวจตรึกตรองไตร่ตรองตรวจตราตรวจดูแล้วก็พยายามในความพยายามที่จะไม่ให้มีกิเลสไม่มีนิวรณ์ให้มันเป็นอารมณ์เป็นหนึ่งนั่นคือความพยายามนั่นแหละเรียกว่าลักษณะที่ตกวิจารณ์เราเคร่งคุมอยู่อาตมาเคยใช้คำว่าเคร่งคมมันอ่อนมันดับแล้วมันไม่ต้องเคร่งต้องคุมมากอะไรว่ามันดับแล้วมันไม่ต้องใช้ มันรู้สึกว่าเป็นละเป็นละรู้สึกว่าได้แล้วเอกสารผมเป็นแล้วนิวรณ์ไม่มีละนั่นน่ะเริ่มผ่านชั้น 1 แม้จะได้รับสัมผัสทางกายก็รู้ตัวอยู่เสียงที่พูดก็ได้ยินอยู่หรือเสียงอื่นเสียงนาฬิกาดังขนาดนี้จะได้ยินอยู่ไม่ได้เกิดตามไม่ได้เกิดความรำคาญไม่ได้เกิดความไม่ชอบใจหรือชอบใจไม่มีความชอบใจไม่มีความไม่ชอบใจอ่านความชอบใจอ่านความไม่ชอบใจให้ละเอียดว่ามีเข้าไปปนไปปรุงอยู่ในจิตเราหรือไม่ถ้าไม่มีมันก็คือฌานจะได้ยินเสียงก็ไม่เป็นไรและเรียกว่าเราได้ดีขึ้นสิ่งนี้ได้ดีขึ้นก็เลื่อนเข้ามาหาฌาน 2 ที่เรียกว่ามีปิติที่ชัดที่ตกวิจาร อ่อนลงปิติชัดขึ้นดีขึ้นได้ดีขึ้นจะมีอารมณ์ของอุปกิเลสปิติภูมิใจขึ้นบ้างบางคนดีใจที่เราทำได้ที่เราได้ดีขึ้นมีบ้างก็รู้รู้มันรถมันได้ก็รถจากรถไม่ได้มันก็ไม่ยากเคยบอกแล้วว่ามันไม่ยากหรอกธรรมชาติของมันมันดีใจนานเข้ามันก็ชินชานานเข้าเมืองปิติพวกนี้มันก็หายเองนะลูกนี้มันก็หายไปเองถ้ายิ่งความได้ดีนั้นดียิ่งขึ้นที่จริงปิติหรือว่าตัวดีมันยิ่งดียิ่งขึ้นมาเป็นปีที่สัมโพชฌงค์ก็คือสงบระงับประสาทปัสสัทธิปัสสัทธิคือสงบระงับลงไปอีกนั่นเองเป็นหนึ่งเดียวเข้าไปอีกเออเป็นชั้น 3 อาจารย์ 3 ชั้น 4 เป็นชั้น 4 ขึ้นไปถึงลักษณะฌาน 4 เนี่ยเขาเรียกว่าอัสสาสะลมหายใจเข้าออกของผู้เข้าสู่ฌาน 4 ย่อมดับความอิ่มใจของผู้เข้าสู่ฌาน 3 ลำดับปิติด้วยความดีใจฟูใจอะไรก็ลดลงความได้ดีได้ดียิ่งขึ้นเนียนยิ่งขึ้นมันมีการย้อนแย้งกันอยู่นิดนึงคอยอธิบายให้ฟังแล้วว่ามันได้ยิ่งดียิ่งขึ้นแต่ว่าความภูมิใจลดลงความลำบากในการเคร่งคุมก็ตามในสภาพที่ว่าเราได้ดีเนี่ยตัวอุปกิเลสเนียนไม่มีลดลงลดลงจริงๆก็ยิ่งสงบลงรับลงเพราะว่าจะเข้าออก ผู้เข้าฌาน 4 ย่อมระงับนี่แหละตอนนี้อารมณ์หายใจมันก็จะค่อยๆไม่รับรู้แล้วหรือคุณจะเอาไปเป็นผู้กล้าหาญนิมิตอย่างที่เคยอธิบายมันก็จะรู้สึกมีลมหายใจแต่ไม่ใช่ของจริงแล้วถ้าโอกาสนิมิตไม่ใช่ของจริงถ้าแม้ว่าเราไม่รับรู้ลมหายใจเข้าออกแล้วก็อย่าไปสงสัยนั่นแหละลมหายใจย่อมดับลมหายใจเข้าออกย่อมดับอยู่ในภวังค์ตอนนี้แม้แต่เสียงแม้แต่อะไรๆก็เริ่มต้นจะไม่มีละชั้น 4 เนี่ยนะจะเริ่มต้นไม่มีแล้วจะนึกเข้าภวังค์อย่างสนิทการทดสอบสัมผัสทางกายก็ไม่ค่อยรู้เสียงก็ไม่ค่อยได้ยินแต่จะตัดหรือจะได้ยินเสียงก็มันก็ยังไม่เข้ารูปหรอกเอารูปไม่มีเสียงไม่มีรูปไม่มีสภาพเอารูปนี้ไม่มีเสียงไม่มีสัมผัสนอก มีกลิ่นไม่มีหูก็ไม่ได้ยินตาก็หลับแล้วจมูกก็ไม่ได้กินลิ้นก็ไม่ได้ลดจริงๆสัมผัสกายก็ไม่รู้เรื่องเข้าไปสู่อรูปฌานความกำหนดหมายในรูปเป็นรูปต่างๆเสียงก็คือรูปเคยบอกแล้วนักเรียนก็คือรูปสิ่งที่ถูกรู้ไม่มีแล้วตอนนี้เรียกว่าอายตนะทั้ง 5 หมดไปความกำหนดหมายในรูปของผู้เข้าสู่อากาศสามัญจริยธรรมนะย่อมดับไม่มีรูปไม่มีสิ่งที่ถูกรู้นะไม่มีสิ่งที่ถูกรู้เป็นสภาพที่รู้จักแต่ความโลภความโปร่งเป็นความรู้สึกเป็นเวทนาแท้ๆรูปพระสัญญาในตับ เป็นสภาพเข้าสู่อรูปฌานความกำหนดหมายในอากาศสาธารณะคือสภาพที่มีความโล่งโปร่งว่างสว่างไสวนั่นแหละอากาศสามัญญานามของผู้เข้าสู่วิญญาณัญจายตนะย่อมดับเพราะฉะนั้นสภาพที่เราตัดจากความรู้สึกเข้าสู่เอารูปปัจจุบันมันไม่รับรู้รูปว่าสัญญาทุกอย่างแล้วมีแต่ความโล่งว่างแล้วความรู้ว่านั้นเรารับรู้สึกเป็นตัวเราเองไม่มีตัวตนแต่รู้สึกเท่านั้นที่เคยอธิบายความรู้สึกเท่านั้นหายไปกลายเป็นตัวเราเข้าสู่ฌานอรูปฌานที่ 2 เรียกว่าฌาน 8 โดยทำการๆๆ 6 ชั้น 7 ชั้น 6 ชั้นนับเป็นรูปประจำอาจารย์ 2 รูปอาจารย์ที่ 2 วิญญาณตะนะจนเข้าถึงสาธารณะที่ 3 ของรูปหรือเป็นชั้นที่ 7 ความกำหนดหมายในวิญญาณัญจายตนะของผู้เข้าสู่อากิญจัญญายตนะย่อมดับเราจะดับแม้แต่ความรับรู้สึกวิญญาณธาตุรู้อะไรจะดับหมดพอเข้าสู่อากิญจัญญายตนะก็ไม่รู้เนื้อรู้ตัวและแต่เสร็จแล้วมันจะต้องออกมาเคยเล่าให้ฟังแล้วมันจะต้องลำเรื่องออกมามันจะต้องอยู่ได้เท่านั้นแล้วก็กลับไปกลับมาก็ธาตุรู้ก็ไม่รู้ก็มาเป็นชาญที่ 8 หรือ รูปรัชกาลที่ 4 ความกำหนดหมายในอากิญจัญญายตนะของผู้เข้าสู่เนวสัญญานาสัญญายตนะย่อมดับมันจะรู้ประเดี๋ยวก็รู้พอเดี๋ยวก็กลับมารู้ประเดี๋ยวก็ไม่รู้พอเดี๋ยวก็กลับมารู้ไปเดี๋ยวก็กลับมารู้วนๆเวียนๆอยู่เป็นในวัดสัญญาณน่ะสัญญาเย็ดกันนะมันมันเหมือนกับออกมาจากอาสามาเป็นตัวตัวเองน่ะในชั้นที่ 1 ของอรูปฌานก็พอมาถึงวิญญาณอาจารย์ชัยชนะกลับมาเป็นตัวเองในวันจันทร์ที่ 2 ตอนที่เป็นอาสามันก็เป็นสภาพรับปรับตัวรับรถผู้รู้สึกเองพอมาเป็นวิญญาณมันก็ไม่เป็นตัวเราพอไปทานที่ 3 ดับอาจารย์ที่ 3 ของลูกดับเป็นหลักกินจรรยาพอ ที่ 4 มันก็กลับมารู้ตัวอันนึงมันโล่งอาสาอ่ะกินจานมันดับสมเด็จย่ามันมารู้ตัวเนวสัญญามันก็ยังมีตัวที่จริงมันก็คือตัวรู้ของตนเองนั่นแหละนะมันมีสัญญากำหนดรู้ตัวเองอยู่เนวสัญญานาสัญญายตนะนั่นแหละเรียกว่าฉัน 8 หรืออรูปฌาน 4 เราเรียนรู้เข้าไปเรื่อยเรื่อยเพราะในตอนนี้เราจะไม่ไม่ต้องรีบรัฐเข้าไปถึงอรูปฌานก็ได้ฟังอาตมาพูดอยู่เนี่ยเป็นรูปเป็นฌานได้ทั้งนั้น เข้าขอบเขตของอรูปฌานนั่นแหละถึงจะตัดภวังแต่ถ้าหลับตั้งแต่ต้นน่ะไม่ได้ยินหรอกไม่ใช่ฉันด้วยแล้วก็ไม่ใช่เอารูปผู้ชายนั้นยิ่งไม่ใช่เพราะรูปผู้ชายจริงๆก็ไม่ได้ยินเหมือนกันเพราะฉะนั้นตอนนี้เราเข้าอรูปฌานแล้วแต่ที่นั้นดับหมดไม่ได้ยินเลยพูดว่าใครไม่รู้เรื่องเลยนั่นๆๆไม่ใช่เอารูปผู้ชายนะอย่านึกว่ารูปฌานแล้วยิ่งหลงว่าเป็นเนยว่าสัญญานะสัญญาว่าจะว่ารู้ก็ไม่ใช่ไม่รู้ก็ไม่ใช่ร่ำๆรวยๆนะบางทีก็ได้ยินบ้างบางทีก็ไม่ได้ยินบ้างรู้ตัวบ้างไม่รู้ตัวบ้างเลอะเลยตอนนี้ปนกันใหญ่ถ้าอย่างนั้นไม่ใช่นะต้องเรียนรู้การลักษณะอาการอารมณ์ไม่ชัดเจนว่ามีสติอานาปานสตินั้น สติไม่ได้ทานาบาตะ ปัญญาปัญญาคำนี้แหละต้องอยู่ในระดับปัญญาที่ตื่นปัญญาที่ตรัสรู้หรือปัญญาที่รู้ภาวะว่าขณะนี้เราทำอะไรยังไงใครกรรมวจีกรรมมโนกรรมโดยเฉพาะยิ่งในแต่ความรู้สึกในเวทนากายเราก็รู้องค์ประชุมของข้างนอกข้างในเราก็รู้นะเวทนาคือความรู้สึกเราต้องพยายามเข้าใจนะว่าความรู้สึกนี้มันเป็นยังไงความรู้สึกมันสบายมันสุขมันทุกข์มันอึดอัดมันขัดเคืองมันยากมันลำบากมันเป็นรถยังไงความรู้สึกเป็นรถยังไงเพราะอย่างนี้เราชอบก็งี้สมใจที่เราหมายเราเรียกว่าสุขรถอย่างนี้ไม่สนใจที่เราหมาย เราเรียกว่าทุกข์มีการดิ้นรนเดือดร้อนอย่างใคร่ให้มันจากไปหรือให้มันอยู่เอาไว้หรือผลักออกอะไรพวกนี้มันเป็นอารมณ์ที่ประกอบไปด้วยกิเลสทีนี้ถ้าเผื่อว่าเราเองเราเข้าใจแล้วเราก็พยายามวิจัยความรู้สึกนั้นเข้าไปอีกเวทนาในเวทนาเนี่ยรู้ว่าเวทนานั้นเป็นเวทนาอย่างไรเวทนาที่เป็นทุกข์เป็นสุขเวทนาที่เป็นเฉยๆหรือเวทนาที่มีอะไรเข้าไปผสมกับความรู้สึกที่มีกิเลสเข้าไปผสมหรือไม่พอเริ่มต้นวิจัยเวทนาเข้าไปถึงปานนั้นน่ะไล่เข้าไปเรื่อยๆมันจะถึงจิตพิจารณาจิตในจิตซึ่งจิตคืออะไรจิตก็คือธาตุรู้ บริสุทธิ์บริสุทธิ์จะเสร็จแล้วถ้าเผื่อว่ามีราคะโทสะโมหะเข้าไปผสมมันก็ไม่ใช่จิตเราจะรู้ว่านี่เป็นราคะโทสะโมหะหนี้อย่างนี้ไม่ใช่ราคาไม่ใช่โทรศัพท์ไม่ใช่โมหะตามความรู้ของเราเป็นคันๆไปตามที่เราได้ยินแก่ตัวปริญญา 16 แล้วแล้วเราก็วิเคราะห์จริงๆอารมณ์วิเคราะห์วิจัยให้ออกเป็นธรรมะวิจัยสมโภชจงนั้นน่ะเป็นการเรียนรู้สติปัฏฐาน 4 เรียนรู้อานาปานสติก็เหมือนกันแต่ว่าในขณะนี้อานาปานสติที่เรามานั่งดูลมเอาลมหายใจเข้าออกเป็นหลักเป็นวิธีการนี้เขามีมาเก่าแก่เนี่ยมันเป็นการทำสมถะเดินหน้าเพราะฉะนั้น พบกามที่จะเกิดกิเลสเกิดกิเลสไปทางกามรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสมันไม่เคยมีแต่มันก็เป็นราคะโทสะโมหะแบบภพแบบเพราะว่าตัณหาหน้าที่นะมิทธะฟุ้งซ่านมันก็มีอันนี้ล่ะเด่นแล้วก็มาเรียนรู้เหมือนกันในขณะนี้เรากำลังทำตัวเองให้เข้าไปสู่ที่นักวิทยาศาสตร์เราไม่ได้เดินเข้าไปหาของสวยของงามเดินเข้าไปหาเสียงเพราะเดินเข้าไปหากลิ่นหรือว่ากำลังจะเดินเข้าไปหาสิ่งที่จะอร่อยทั้งลิ้นเป็นรสแต่ตอนนี้เรากำลังเดินเข้าไปหามันจะไปสู่ภาวะตัณหาไปสู่ภวังค์ไปสู่ภพแต่เราก็จะเข้าไปอยู่ในภพ วณิพกนั่นน่ะเราก็เคยชินที่มันเป็นโรคๆเข้าไปอร่อยในการหลับในการฟุ้งซ่านอะไรก็ได้ไปตามเรื่องตามราวในตอนที่นั่งนี่มันเป็นเรื่องของวัฒนธรรมหาเป็นหลักเป็นใหญ่แล้วก็เรียนรู้จิตในจิตก็มีพวกนี้เหมือนกันนะราคาโทรศัพท์โมหะแต่ไม่ใช่ราคาไปแบบต่างหูจมูกลิ้นกายใจถ้าจะไปเรียกให้มันดูสูงๆก็เป็นประตูราคะเหมือนกับเขาไปเรียกว่ารูปประธานรูปฌานไปนั่นก็รู้ราคาแต่ราคาในรูปอยู่ในภพนั่นแหละอรูปราคะในภพนั่นแหละไปทำก็คล้ายๆกันรูปรูปพระรูปราคะก็คือรูปรูปราคะอรูปราคะ มึงกับรูปชาญอรูปฌานภาษามันใกล้กันเหมือนรูปประชารัฐไปอยู่ในภพนั้นไม่ใช่ว่าเป็นฉันถ้าเรายังเป็นหลงรูปเป็นหลงอ่ะรูปหรือเป็นลงสภาพที่มันไปติดไปยึดในอุปทานอยู่ข้างในภพนั่นน่ะมันไม่ใช่ของจริงไม่ใช่รูปไม่ใช่สีไม่ใช่กลิ่นไม่ใช่เสียงไม่ใช่อะไรจริงข้างในนะไม่ใช่จริงหรอกถ้าจะปั่นก็ปั่นอยู่ในนั้นน่ะมันก็สักแต่ว่าลูกเป็นรูปที่เราปั้นขึ้นเป็นมโนมยาอัตราตั้งแต่พะเยาอธิบายแล้วทั้งรูปข้างในเสร็จแล้วเราก็ไปสนุกสนานอยู่ในนั้นเพลินอยู่ในนั้น หรือไม่ก็หลับดับดิ่งไปเลยสู่ภพที่หลับไปเลยมันก็เป็นอาการอะไรชนิดหนึ่งแต่เราก็ต้องเรียนรู้จริงๆว่ามันมันก็เบานะมันก็ว่างก็ง่ายมันไม่ต้องวุ่นยิ่งให้สงบลงตามเป้าหมายที่พวกนั่งสมาธินี้เขาจะให้สงบก็สงบนิ่งสงบลงสงบลงก็ยิ่งเบายิ่งว่างยิ่งง่ายเขาเรียนรู้ด้วยแล้วเราจะมาติดอันนี้ไม่ได้ถ้าติดอันนี้ก็อีกแหละแม้เราจะมีความสามารถในการทำให้มันสงบไปติดมันมันก็เป็นรูปประชารัฐฌานคือไม่มีนิวรณ์เหมือนกันไม่มีที่นั่งที่ถ้าไม่มีกูจะจับกูกูจะเสร็จแล้วก็มาอร่อยเฉยๆมันก็ติดไม่ใช่รูปรถเป็นเสียงสัมผัสทั้งนอกแต่มันก็เป็น พบเป็นสภาพที่เรามาติดอยู่ในชาญเขาถึงเรียกว่าติดติดชาญติดรูปอุปชานะรูปฌานถ้ายิ่งไม่ใช่รูปประชานรูปผู้ชายมาติดในภวังค์เนี่ยพอหลับตาเข้าก็ง่วงไปอร่อยไปนั่งไปอย่างนั้นไม่ใช่ฉันก็ยังไม่เรียกแล้วชาฤาษีเขาก็ไม่เรียกว่าเราจะมาศึกษาชาญฤาษีด้วยแล้วเราจะติดฌานฤาษีไหมถ้าเป็นพูดแล้วไม่ติดชาฤาษีไม่ติดตามไม่ติดรูปฌานไม่ติดเอารูปฌานเราจะติดมั้ยถ้ารถติดแล้วก็ติดอยู่ในนี้แหละถ้าเราไม่ติดก็ไม่ติดศึกษาให้เรียนรู้ให้เป็นไม่มีทำชาญฤาษีก็ทำเป็นจะมีอุปกรณ์อะไรแล้วก็ค่อยๆใช้ไปทำไป มันก็รูปล็อคเครื่องเสียงสัมผัสก็เป็นประโยชน์ที่เราใช้อยู่รูปก็สักแต่ว่ารูปรสสัปปะรดนี่มันก็มีอยู่ในโลกนี้เราไม่ติดแต่เราก็ใช้เราต้องอาศัยอาศัยรูปลักษณ์ที่เสียสัมผัสอาศัยภพเหมือนกันแต่เราอยู่เหนือสิ่งเหล่านี้สูงๆสุดๆไปเนี่ยเราอยู่เหนือสิ่งเหล่านี้เรารู้เท่าทันมานะรู้ของจริงนะไม่รู้ของจริงเราไม่อยู่เหนือมันได้หรอกแม้แต่อยู่ในภวังค์อยู่ในภพที่นะมีธาตุอะไรยังไม่รู้มันจับมันดีไม่อยู่เหนือมันอยู่ในภพที่มีอุจจาระก็กุจะขนาดไหนมันเซ็งมันเบื่อมันอะไรต่ออะไรเนี่ยนั่นแหละคุณไม่รู้เรื่องหรอกว่าคุณเองคุณไม่ยินดีในข้างนอกที่มันเป็นสิ่งแวดล้อมอยู่ขณะนี้ตากระทบหูก

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน