นัยยะเสียสละต่างกันของพระปัจเจกกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.75 KB
วันที่แก้ไข14 เมษายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

นัยยะเสียสละต่างกันของพระปัจเจกกับพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พ่อครูว่า…กลับย้อน ไปตรง พระพุทธเจ้าตรัสรู้อันไหนแล้วไม่มีใครจะรู้ได้ยิ่งกว่า ท่านประมวลแล้ว แล้วท่านก็ประมาณแล้วว่า ความรู้ที่ความเป็นคนกับสังคมที่พระพุทธเจ้าองค์ก่อนทุกพระองค์ท่านทำไว้แล้ว เป็นตัวอย่างเป็นจารีตประเพณี ก็คือท่านต้องสั่งสมความรู้นี้ให้เกินสามัญบุคคล เกินจนกระทั่งคนที่จะปฏิบัติรองลงมาเรียกว่า เป็นพระโพธิสัตว์ระดับ 8 ตามขึ้นมาอย่างไรก็ยังห่างมาก จนพระพุทธเจ้าท่านตรัสว่า ไม่เป็นฐานะที่จะเกิดพระพุทธเจ้า 2 องค์ในเวลาอันใกล้กัน ไม่เป็นฐานะ เพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าองค์ที่ 1 กับองค์ที่ 2 จึงห่างกัน ห่างกันไกลมาก หรือพระพุทธเจ้าองค์ที่ 1 กับรอง ผู้ที่เป็นแชมป์กับรองแชมป์ก็ต้องห่างไกลกันมาก เผื่อพอ ถ้าไม่เช่นนั้นแล้ว ถ้าไม่รู้มากจนกระทั่งสามารถตอบประเด็นได้ ทุกประเด็นของผู้ที่จะเป็นโพธิสัตว์เขาก็ศึกษาโลกเหมือนกัน พระโพธิสัตว์ทุกองค์ศึกษาโลกมา ถ้าหากพระโพธิสัตว์องค์ใดรู้โลกมากกว่าพระพุทธเจ้าเป็นอย่างไร เสร็จเลยพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าต้องระมัดระวังตัวอย่างยิ่งตรงนี้ ซึ่งพระโพธิสัตว์ท่านก็ศึกษาของท่านมาเหมือนกัน รู้โลก รู้อัตตา สะสมมาเหมือนกัน ประดาโลกกับอัตตาที่สะสมมากี่กับกี่กันก็แล้วแต่ ต้องเรียนรู้ทั้งกาละ ทั้งตัวตน ทั้งโลกทั้งอัตตา ให้ไม่ยิ่งหย่อนจนเผื่อพอ ว่า โพธิสัตว์ระดับรองแชมป์นี้ ไม่มีทางไล่ทัน เพราะฉะนั้นโพธิสัตว์ที่รองแชมป์ขึ้นไป ใกล้ๆจะเป็นโพธิสัตว์ระดับ 8 ก็จะใกล้พระพุทธเจ้าไปหา 9 ในที่สุด เป็นผู้ที่มีสัมมาสัมโพธิญาณเท่ากันกับพระพุทธเจ้า เรียกว่าปัจเจกสัมมาสัมพุทธะ ก็เหมือนโพธิสัตว์ ถ้าท่านนั้นไม่คิดจะเป็นพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่ง จะตั้งปณิธานไว้แต่ต้นมาก็ตาม อย่างอาตมาเข้าใจแล้ว แต่อาตมาตั้งใจเป็นพ

อ่านต่อ

ระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่ง แต่พระปัจเจกก็ส่วนตัวของท่าน ท่านจะไม่ตั้งก็ได้ หรือท่านจะตั้ง แต่ท่านก็บอกว่า ท่านไปล้มล้างทีหลังว่าไม่เอาแล้วไม่ประกาศศาสนา ทำงานมาโพธิสัตว์ก็พอๆกันกับพระพุทธเจ้านั่นแหละ กว่าจะมีสัมมาสัมโพธิญาณเท่ากันกับพระพุทธเจ้า ก็ทำงานเท่ากันนั่นแหละ เมื่อยมาเท่ากันนั่นแหละ เป็นแต่เพียงว่า ไม่ประกาศศาสนาเป็นของตนเอง ถ้าจะพูดว่าปัจเจกพระพุทธเจ้าใหญ่กว่าพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่ง ตรงที่ว่าท่านไม่ประกาศตัวตน ท่านหมดตัวตนไปยิ่งกว่าพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่ง เข้าใจไหม ไม่แสดงตัวตนยิ่งกว่าพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่ง เพราะฉะนั้นพระปัจเจกพระพุทธเจ้าไม่มีตัวตนเหนือกว่าพระพุทธเจ้า เหนือกว่าสัมมาสัมพุทธเจ้า เห็นประเด็นอันเยี่ยมยอดของพระปัจเจกไหม พระปัจเจกทำงานมาเหมือนกับพุทธเจ้าแหละ เป็นโพธิสัตว์ รื้อขนสัตว์มามากมายกว่าจะได้ตำแหน่งสัมมาสัมโพธิญาณเหมือนกัน แบ่งชื่อว่าเป็นปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้ากับพระพุทธเจ้าสัมมาสัมพุทธเจ้า แบ่งชื่อไว้ แต่สัมมาสัมโพธิญาณเท่ากัน แต่แบ่งชื่อเป็น 2 องค์ แต่สัมมาสัมโพธิญาณเท่ากัน ทำงานมาเท่าๆกัน เพราะฉะนั้นจะต้องมีทุกอย่างเท่ากันหมดพระปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้ากับพระพุทธเจ้า เพราะฉะนั้นสุดท้ายถ้าจะพูดกันโดยตรรกะเหตุผลแล้ว พระปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้า ท่านไม่แสดงตัวตน ไม่อวดตน ไม่ประกาศตน ท่านก็ไม่มีตัวตนยิ่งกว่าพระพุทธเจ้า สมณะฟ้าไท...ปัจเจกสัมมาสัมพุทธเจ้ามี มหาปุริสลักษณะ 32 ประการหรือไม่ครับ พ่อครูว่า…เหมือนกัน ที่ประกาศเป็นพระพุทธเจ้านั้น สมมุติสัจจะนะ แต่ปรมัตถสัจจะเท่ากันกับปัจเจก ท่านไม่ประกาศก็ยิ่งไม่มีตัวตนยิ่งกว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ยิ่งใหญ่ไหม เราก็ต้องรู้จบว่า ท่านพระปัจเจกท่านไม่ประกาศศาสนา ท่านก็ไม่เหนื่อย สู้พระพุทธเจ้าไม่ได้พระพุทธเจ้ายอมเหนื่อยประกาศศาสนา พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ประกาศศาสนา ไม่ใช่ประกาศศาสนาเมื่อมันมีธรรมะโลกุตระแล้ว พระพุทธเจ้าประกาศศาสนาเมื่อโลกมันไม่มีโลกุตระธรรมแล้ว ถ้ายังมีโลกุตระธรรมอยู่ท่านจะไปประกาศทำไม มีเชื้ออยู่ท่านจะไปเป็นพระพุทธเจ้าได้อย่างไร อย่างนั้นไม่ชื่อว่าเป็นพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าจะประกาศเมื่อโลกมันไม่มี นอกจากมันไม่มีแล้วมันทิ้งระยะช่วงที่ไม่มีเรียกว่า พุทธันดร ด้วย ช่วงที่ไม่มีศาสนาพุทธกว่าที่พระพุทธเจ้าอีกองค์จะเกิดต่อไปมันมีช่วงที่ไม่มีศาสนาพุทธแล้ว ท่านจะมาประกาศศาสนาพุทธลงไปในโลก ส่วนพระโพธิสัตว์ก็มีอยู่แล้วในโลก ของพระพุทธเจ้าประกาศไว้ แม้มันจะเสื่อมจนไปเกือบจะหมด เราก็สืบทอดมาจากของพระพุทธเจ้ามาประกาศไป แต่ถือว่าไม่มีเชื้อไม่ได้เพราะยังไม่หมดยุคสมัย ยังมีโลกุตระธรรมเหลืออยู่ อย่างน้อยก็มีพยัญชนะอยู่ แต่ในยุคพระพุทธเจ้าหมดเลยนะพยัญชนะก็ผิดหมดเลย จริงๆแล้วพยัญชนะมีอยู่แต่เขาเข้าใจผิดหมดเข้าใจผิดๆไปจากโลกุตระธรรม พยัญชนะคำเดียวกัน เช่น คำว่า กาย คำว่า บุญ ตัวเดียวกัน แต่เข้าใจผิดหมดเลย อาตมาเอาคำว่า กาย คำว่า บุญ มาพูดก็ยังดียังเหลืออยู่ แม้แต่ในบันทึกพจนานุกรมยังอธิบายว่า ปุญญะ แปลว่า การชำระจิตสันดานให้บริสุทธิ์สะอาด เขาก็แปลไว้อยู่ก็ตรงดี แม้แต่กาย ก็แปลว่า องค์ประชุมของนามธรรม ก็ยังมีอยู่ อย่างนี้เป็นต้น

640414_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ โพชฌงค์ 7 สัปปุริสธรรม 7 โดยพิสดาร

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน