สัปปุริสธรรม 7 ของสัตบุรุษ.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข14 เมษายน 2564

เนื้อหาในไฟล์

สัปปุริสธรรม 7 ของสัตบุรุษ จะทำหนักหนามากมายขนาดไหนผู้รู้จักประมาณ มีสัปปุริสธรรม 7 ก็ประมาณไม่ได้ให้ผิดพลาด ความเก่งของสัปปุริสธรรม 7 ประการก็ยิ่งเก่งยิ่งขึ้นๆ เก่งยิ่งขึ้น ถ้าให้อาตมาขยายความสัปปุริสธรรม 7 ประการ ก็พอขยายความได้

สัปปุริสธรรม 7 ประการ มี 1. ธัมมัญญูตา (รู้จักทุกองค์ประกอบ) 2. อัตถัญญูตา (รู้จักเนื้อหาเป้าหมาย) 3. อัตตัญญูตา (รู้จักตนเอง) 4. มัตตัญญูตา (รู้จักประมาณจัดสรรสัดส่วน) 5. กาลัญญูตา (รู้จักกาลสมัย) 6. ปริสัญญูตา (รู้จักหมู่กลุ่มบริษัทอื่น) . 7. ปุคคลปโรปรัญญูตา (รู้จักบุคคลอื่น) (พตปฎ. เล่ม 23 ข้อ 65)

อัญญะ เป็นธาตุรู้ตัวแรก อัญญา ก็เป็นพหูพจน์ไปเรื่อยๆกลายเป็นปัญญา ธัมมะกับอัตถะ เป็นคู่แรก อัตตะเป็นตัวตน เอาเนื้อหาสาระเป็นอัตถะ ธัมมะเป็นคู่สอง อัตถะเป็นตัวประธาน เป็นตัวรู้ซะ เป็นตัวสาระเนื้อแท้ ธรรมะเป็นตัวทำงาน เป็นคู่เสมอ เพราะฉะนั้นเมื่อทำแล้วก็ต้องรู้ตัวเอง อัตตัญญุตา ต้องรู้จักตัวเองว่าตัวเราก็เท่านี้ ตัวเราก็ไม่ได้ใหญ่ ไม่ได้เก่งอะไรมากมายนะ อย่าอวดดีเกินนักเลย อวดแต่พอเหมาะพอสมทำตัวไว้แหละดีอย่างนี้เป็นต้น ก็แสดงไปเพื่อจะเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นและเราจะได้ประโยชน์จากผู้อื่นที่เราเพิ่มความรู้ รู้จักโลก รู้จักบุคคล รู้จักมวลองค์ประกอบอะไรอื่นอีกทั้งนั้น ทั้งวัตถุทั้งสัตว์ ทั้งพืช ทั้งบุคคล รู้เพิ่มเติมขึ้นมา แล้วเราก็เอามาจัดสรร ทำให้ได้สัดส่วน มัตตัญญุตา ดีที่สุด ผู้ที่มีทำวิจัยสัมโพชฌงค์จะจัดสรรสัดส่วนต่างๆได้อย่างพอเหมาะสม ปโหติ อย่างเหมาะควรเสมอๆ หรือสัมมานั่นแหละเสมอๆ สมะ สัมมา จะได้อย่างเหมาะอย่างควร อย่างพอเหมาะพอดีๆ แล้วตัวสำคัญอีกก็คือโอกาส หรือกาละเวลา วาระ กาลัญญุตา ทุกอย่างเคลื่อนไป ทุกอย่างไม่ได้คงท

อ่านต่อ

ี่ ทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสมอ ทุกอย่างเปลี่ยนไปมีองค์ประกอบที่ทำให้รวมหรือแยกเปลี่ยนไปตลอดเวลาไม่เที่ยง เพราะฉะนั้นเราจะไปยึดมั่นถือมั่นเอาความเที่ยงโดยที่ยึดมั่นถือมั่นเป็นอดีตเป็นอนาคตอะไรไม่ได้ ต้องเอาปัจจุบัน ที่อาตมาใช้ศัพท์ภาษาอังกฤษเท่ๆว่า status quo ตัวที่ตั้งมั่นเป็นปัจจุบันอย่างเร็ว สัมปติ ตัวเดี๋ยวนี้ บัดนี้เลย ณ บัดนี้ บัดนี้ ของคุณจะเร็วเท่าไหร่คุณก็ทำได้เท่าที่คุณมีประสิทธิภาพ มีบารมี ถ้าคุณยังช้าอยู่ก็ทำได้น้อยทำได้ทีละน้อย กว่าจะสะสางจัดการก็ต้องใช้เวลา แต่คนที่เร็วก็จัดการได้เร็วขึ้นคนที่ยิ่งเร็วก็จัดการได้เร็วยิ่งขึ้น เป็นสัจธรรมจริง ในกาละ มันเปลี่ยนแปลงไปเสมอ ต้องทำให้เหมาะสม มัตตัญญุตาให้ดี พร้อมกันนั้นคุณต้องคำนึงถึงสิ่งที่จะรวมกันเรียกว่า ปริสัญญุตา ต้องวิจัยวิจารณ์ให้ชัด กาละเวลา ทั้งสิ่งที่เป็นองค์ประกอบพร้อม จะเรียกว่าบริขาร จะเรียกว่าตัวเหตุ ที่มันมารวมตัวกันครบพร้อม มีเหตุปัจจัย สมุทัย ก็เอามารวมกัน เพื่อที่จะทำงานร่วมกัน ให้มันไปอย่างดี กลมกลืนกัน ให้ไปได้อย่างมีผล มีประโยชน์ เป็นสามัคคีธรรมที่ดี เพราะฉะนั้น กาละ อย่างหนึ่งกับเหตุปัจจัยองค์ประกอบอีกอย่างหนึ่ง ก็เป็นคู่สำคัญตัวสุดท้าย ตัวที่ 7 ของแต่ละบุคคล เราก็คือคนหนึ่ง ปุคคลปโรปรัญญูตา คนอื่นก็คนหนึ่ง คนอื่นๆเขาก็มีความรู้ของเขา อัญญะของเขา หรือไม่ถึงอัญญะ ยังไม่ถึงโลกุตระธาตุ ก็ของใครของเขา ปุคละ ปโร แปลว่าอื่น อัญญะก็แปลว่าอื่น ปรัญญะ จึงอื่นตัวหนึ่ง ต้องหมายถึงอะไรอันหนึ่ง ถ้าเป็นสองก็หมายถึงบวกกับลบ อันหนึ่งต้องเป็นโลกีย์อันหนึ่งต้องเป็นโลกุตระ หรือว่าอันหนึ่งต้องเป็นรูปอันหนึ่งต้องเป็นนาม อันหนึ่งต้องเป็นภายนอกอีกอันหนึ่งต้องเป็นภายใน ก็คือคู่ก็คือความเป็นเทวะ ปรกับอัญญา แปลว่าอื่นท้ั้งคู่ ปร ก็แปลว่าอื่น อัญญา ก็แปลว่าอื่น แต่ละบุคคลที่เป็น ปร กับ อัญญะ ปรหรือปโร อันเดียวกัน คำว่า ประ มีสองตัว อัญญะ มีตัวเดียว ปร กับ ปร มีสอง คือโลก อัญญ คือโลกุตระ แม้มี 2 อันก็ถูก อัญญะ อันเดียวนี้เป็นประธานควบคุมจัดการ 2 อันนี้ได้เลย ไม่ได้เดานะ ถ้าเดาก็เละเลย เพราะฉะนั้นบุคคลแต่ละบุคคลที่เป็นสัตบุรุษ คำเดียวกันว่า สัปปุริสะ หรือ สัตบุรุษเป็นคำเดียวกัน เป็นไวยพจน์ ใช้แทนกันได้ เป็นบุคคลที่จะเป็นสัตบุรุษ ก็มีองค์ธรรม 6 ของสัปปุริสธรรม 7 อย่างดี บุคคลที่เป็นเจ้ารู้คุณธรรม 6 อย่าง จึงจัดการกระบวนธรรม 6 นี้ทำงานให้แก่มนุษยชาติ เรียกว่า สัตบุรุษ ธรรมะของสัตบุรุษ หรือสัปปุริสธรรม 7 ทำงานให้แก่มนุษยชาติทำงานให้แก่โลกอย่างเป็นจริงไม่ใช่เป็นเรื่องมุก ไม่ใช่เป็นเรื่องโมเมไม่ใช่เป็นเรื่องเดาเอา ไม่ใช่ เป็นเรื่องจริง คนที่มีคุณธรรมพวกนี้เป็นคนที่มีวิสัยที่เป็นอจินไตย หรือเป็นคนที่มีความรู้นะ อจินไตย 4 จะบอกว่าความคิดของคนโลกๆ โลกจินตา ก็คัดสรรมาทำงาน ส่วนที่พอเหมาะ ส่วนที่มากเกินไปก็ไม่เอา จัดสรรได้อย่างเป็นสัดส่วนที่ไม่ตะกละ ให้มันได้คุณภาพไม่ไปห่วงปริมาณ ทำคุณภาพให้ดีจัดสรรมาได้เรื่อยๆ จึงเกิดผลเกิดประโยชน์ เป็น พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก เป็นประโยชน์แก่มวลชน โดยรู้จัก ปริสัญญุตา มี ปฏิภาณปัญญารู้ในความเป็นคู่ในอะไรก็แล้วแต่ จะมีความเป็นคู่ที่เปรียบเทียบได้เก่ง เลือกตัดสินสิ่งที่เหนือกว่าได้เอามาใช้เสมอ จึงเป็นคุณภาพที่ยิ่งใหญ่ จนต้องเรียกว่าคุณวิเศษ คุณภาพ คุณภาวะ คุณธรรม คุณธรรมขั้นสูงจึงเรียกว่า คุณวิเศษ เป็นคุณประโยชน์ เป็นคุณค่า เป็นคุณอะไรเยอะแยะ เขาก็มีคำอีกเยอะ เอามาใช้ เพราะฉะนั้นบุคคลที่สามารถรู้จัก หรือเป็นตัวบุคคล ปโรปรัญญุตา เป็นบุคคลที่มี ปโรปรัญญะ มี ปร ปร กับ อัญญะ 1 ตัว แยกพยัญชนะด้วย แยกสภาวะด้วย เข้าใจขึ้นไหม สามเส้า ปร กับ ปร กับ อัญญะ ทำงานกันอยู่ มีบวกมีลบแล้ว ปร กับ ปโร แล้วมีอัญญะทำงานเป็นประธาน ควบคุม ปร กับ ปโร ทั้งสามตัวแปลว่าอื่นทั้งนั้น เสร็จแล้วก็เป็น สามเส้า ทำงานเป็นองค์รวม เป็นนิวเคลียส แต่นิวเคลียสมีตัวปัญญา นิวเคลียสมีตัวประธาน มีจิตนิยามควบคุมจัดการ จัดสรรแบ่งแจก ทำให้ได้เหมาะสม ทำให้เกิดประโยชน์ขึ้นมาในโลก โดยมีจิตไม่ทำลาย มีแต่จิตสร้างสรรค์ มีแต่จิตที่เป็นคุณค่าประโยชน์ให้แก่มวลมนุษยชาติ โดยรู้จักโลกที่เราจะร่วม ที่เราจะทำด้วย โลกคือ องค์ประกอบต่างๆ ก็ต้องรู้ตน อัตตัญญุตา ตัวเราทำได้เท่านี้ ไม่อ้าขาผวาปีก กลายเป็นเตี้ยอุ้มค่อม ได้เท่านี้เราก็ทำเท่านี้ ขอให้ได้คุณภาพ ปริมาณไม่ต้องห่วง ทำคุณภาพให้ดีๆ ปริมาณก็ตามมาเอง น้อยไม่ว่าแต่ให้ดีจริงๆ ควบคุมคุณภาพเป็นหลัก เพราะฉะนั้นจะไม่ผิดพลาดง่ายๆ จะไม่ขาหักขาเป๋ง่าย จะไปได้ดีๆๆ จึงระมัดระวังอย่างมาก ธรรมะพระพุทธเจ้าที่ตรัสสอนไว้ทั้งหมดทั้งหลายนี้ เป็นธรรมะที่สุดยอดของความเป็นคน อาตมาก็พูดไม่รู้กี่ทีว่าความเป็นคน พระพุทธเจ้าศึกษาความเป็นคนกับความเป็นสังคม ในความเป็นสัตว์โลก ในความเป็นมนุษย์ แล้วมนุษย์ที่สอนได้เป็นเวไนยสัตว์ มนุษย์ที่สามารถสอนโลกุตรธรรมได้ โลกุตรคือ ให้รู้ตัวตนแล้วละตัวตนให้หมดตัวตน แล้วยังเป็นผู้ที่ช่วยเหลือผู้อื่น เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ทำงานรับใช้ผู้อื่น เป็นคนที่สุดเลิศสุดประเสริฐยอดเยี่ยมแล้ว ไม่มีตัวตน มีแต่เสียสละ แล้วมีความรู้ความสามารถ อุตสาหะ วิริยะพากเพียร และรู้จักพัก รู้จักเพียร รู้จักกาละพัก รู้จักกาละเพียร อปฏิฐัง อนายุหัง คำสอนพระพุทธเจ้าครบหมด ที่อาตมาพูดไปก็ไม่น้อยนะ แต่ยังไม่หมดนะ เอาไปสะสมความเป็นอรหันต์ให้แก่ตัวเองเรื่อยๆๆ

640414_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ โพชฌงค์ 7 สัปปุริสธรรม 7 โดยพิสดาร

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน